ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน..จริงหรือ?


เราเคยรักกันหรือเราไม่เคยรักกัน?

วันนี้ได้เจอ status ที่ msn ของรุ่นพี่คนหนึ่ง ที่เขียนสั้นๆว่า "ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน" เลยรู้สึกสะดุดขึ้นมาทันที เกิดคำถามขึ้นมาว่า เราเคยรักกันจริงๆหรือ? เพราะเรื่องราวต่างๆมากมายที่ได้รับรู้ผ่านประสบการณ์ตรงและประสบการณ์ของคนอื่นทำให้คาใจกับคำๆนี้มาก

ถ้า..ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน แล้วทำไมวันนี้ถึงไม่รัก?

หรือ..เพราะเราไม่เคยรักกัน วันนี้ถึงไม่เหลือรัก?

คนเราถ้ารักกัน แล้วจะหมดรักได้ด้วยหรือ?

ความรักมีวันหมดอายุเหมือนอาหารด้วยฤ?

ถ้ารักคือรัก รักก็ย่อมคงอยู่ตลอดไป แต่ถ้าไม่ได้รัก ไม่แปลกที่วันนี้จะไม่เหลืออะไร..

คงไม่ใช่ว่า "ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน" แต่คงเป็น "ครั้งหนึ่งเราเคยรู้จักกัน" มากกว่า....

-------------------------------

จะแอบคิดถึงเธอ
จนกว่าดาวดวงสุดท้ายจะหายไป
จนกว่าฟ้าจะมีแสงของวันใหม่
ปลดปล่อยความรู้สึก ที่ฝังอยู่จนลึก

เหน็บหนาวกลางผืนทราย
นั่งอยู่จนเป็นคนสุดท้ายของกองไฟ
กอดตัวเองด้วยอ้อมแขนที่ไม่ใช่
กาลครั้งหนึ่ง ซึ่งเคยมีเธอ

พาตัวเองมาตั้งไกล มาเพื่อจะร้องไห้
ปล่อยน้ำตาให้ไปตามทาง
พาตัวเองข้ามฟ้ามา
เพียงเพื่อจะพบว่า ไม่เคยลืมเธอ

เหน็บหนาวกลางผืนทราย
นั่งอยู่จนเป็นคนสุดท้ายของกองไฟ
กอดตัวเองด้วยอ้อมแขนที่ไม่ใช่
กาลครั้งหนึ่ง ฉันเคยมีเธอ

พาตัวเองมาตั้งไกล มาเพื่อจะร้องไห้
ปล่อยน้ำตาให้ไปตามทาง
พาตัวเองข้ามฟ้ามา
เพียงเพื่อจะพบว่า ไม่เคยลืมเธอ

พาตัวเองมาตั้งไกล มาเพื่อจะร้องไห้
ปล่อยน้ำตาให้ไปตามทาง
พาตัวเองข้ามฟ้ามา
เพียงเพื่อจะพบว่า ครั้งนี้ก็ยังไม่ลืม....


หมายเหตุ เขียนไว้นานแล้ว Fri 3 Dec 2010

พร้อม Comment จากเพื่อนๆ

- เพราะความรักก็คือความรู้สึก ความรู้สึกก็เปลี่ยนแปลงกันได้ จึงไม่แปลกที่รักจะเปลี่ยนไป บางครั้งอาจมากขึ้นเรื่อยๆ แต่บางครั้งก็อาจน้อยลงเรื่อยๆ อยู่ที่ว่าความรักนั้นเป็นของใคร และใครเป็นผู้รับมัน

- เพราะเค้าใช้คำว่า รักกัน ไงคะ
คำว่ารักกัน มันต้องหมายถึงทั้งสองฝ่าย
เราอาจไม่หมดรักเค้า แต่เค้าหมดรักเรา
หรือเราอาจไม่รักเค้าแล้ว แต่เค้ายังรักเราอยู่
ถ้าความต้องการมันไม่ชนกัน มันก็คงจะใช้คำว่า เรารักกัน ไม่ได้
คงจะเป็นแค่ ฉันรักเธอ หรือเธอรักฉัน มากกว่า

ความรักก็เปลี่ยนรูปแบบได้ จากคนรักมาเป็นคนในครอบครัว
เหมือนพ่อแม่เราที่อยู่กันไป สุดท้ายมันก็คือเพื่อน เพื่อนคู่ชีวิต

แค่ความคิดส่วนตัวนะคะ
ขอโทษถ้ามันต่างจากที่เจ้าของไดคิด
ขอให้มีความสุขในคืนวันพฤหัสค่ะ

- มันน่าจะเหมือนกับ
ความทรงจำสีจาง นะ

^__^

ปล. พี่ชอบเพลงนี้อ่าาาาา ฟังแล้วเศร้าทุกทีสินะ





Create Date : 30 พฤษภาคม 2560
Last Update : 30 พฤษภาคม 2560 16:09:10 น.
Counter : 201 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
บุญทานสร้างบาป? เดือดร้อนคนอื่น


การทำบุญทำทาน เป็นสิ่งที่พึงกระทำ ถ้าเต็มใจและอยากทำใช่หรือไม่?

เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากในออฟฟิตจะมีพนักงานคนหนึ่งที่มักจะเรี่ยไรเงินทองเพื่อนๆพนักงานคนอื่นๆเสมอ ในบริษัทจะมีพนักงานแค่ร้อยกว่าคนแยกตามแผนกต่างๆ ทุกคนจะรู้จักกันหมด อยู่กันเหมือนเพื่อน พี่ น้อง ซึ่งเวลาบ้านใครมีงานบุญ งานบวช งานแต่ง งานศพ น้ำท่วม ไฟไหม้ กฐิน ผ้าป่าอะไรก็ตาม ทุกคนก็จะช่วยกันทำบุญเรี่ยไรกันตามกำลังศรัทธา ซึ่งข้อนี้เราก็ไม่ได้ขัดอะไรถือว่าเป็นเรื่องปกติของคนในสังคม บางช่วงที่ทอดผ้าป่าหรือกฐินตามเทศกาล ซองจะเยอะมากๆ เป็นภาษีสังคมที่ทุกคนจะต้องจ่ายทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจ เต็มใจคือ ไม่มีปัญหา อยากทำบุญอยู่แล้ว ไม่เต็มใจคือ ไม่ได้อยากจะทำบุญ ไม่มีเงินใส่ หรืออะไรก็ตามแต่ บางคนก็จะหลบหน้าบ้าง ทำยุ่งๆ ทำคุยโทรศัพท์บ้าง บางคนไม่ค่อยมีใครในบริษัทชอบก็มักจะไม่ได้รับซอง บางคนเป็นระดับผู้ใหญ่ หรือเป็นคนที่อัธยาศัยดีหน่อยก็จะได้รับซอง แล้วอย่างที่บอกคือ ทุกคนรู้จักกันหมด การจะไม่รับ ไม่ใส่ซองทำบุญก็ดูไม่เหมาะสม ซึ่งการใส่ซองนั้น ถ้าเป็นระดับผู้ใหญ่ก็มักจะห้าร้อยถึงหนึ่งพันบาท เพราะจะโดนให้เป็นประธานหรือรองประธานเสมอ บางคนด้วยฐานะตำแหน่งในสังคมก็จำเป็นต้องใส่เรทราคาที่กล่าวนี้ แต่พนักงานคนอื่นๆโดยส่วนใหญ่ที่ได้ซองก็จะเป็นตำแหน่งกรรมการของงานนั้นๆ เรทราคาคือหนึ่งร้อยบาท แล้วคิดดูเงินเดือนพนักงานไม่ได้มากมายอะไร ถ้าได้รับซองซักห้าซอง ก็ห้าร้อยบาทเข้าไปแล้ว พวกผู้ใหญ่ไม่ต้องพูดถึง เป็นพันๆบาทแน่นอน

ทีนี้อย่างที่กล่าวว่าการทำบุญใส่ซองมันเป็นเรื่องของศรัทธา เป็นการเชื่อมสัมพันธ์กับพนักงานคนอื่น ถ้อยทีถ้อยอาศัย อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องของสังคม เราก็ไม่ได้ขัดอะไร แต่ทีนี้พนักงานที่กล่าวถึงข้างต้นจะเป็นลักษณะของการเรี่ยไรเงินทำบุญของทุกๆงานที่มีในและนอกบริษัท ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานอะไรของใครก็ตาม เช่น ถ้าเป็นงานของผู้บริหาร ก็จะเอาซองมาแจกให้พนักงานและรอเก็บไปเลย ตามมารยาทจะแจกแผนกละซองก็ยังไม่น่าเกลียดเท่าไหร่ เพราะแต่ละแผนกคนก็ไม่ได้เยอะอะไรมาก น้อยสุดคือ 4 คน มากสุดคือ 15 คน แต่พนักงานคนนี้จะแจกซองให้พนักงานทุกคน ย้ำ!ว่าทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานผู้ใหญ่หรือเด็กก็ตาม ปากบอกว่าใส่เท่าไหร่ก็ได้ตามกำลังศรัทธา แต่พอแจกคนละซอง น้องๆเด็กๆพนักงานก็อึ้งๆไม่กล้าปฏิเสธ ก็ต้องใส่อย่างน้อยคนละร้อยบาทต่อซอง แล้วแจกทุกคนไม่พอ ยังมีซองรวมของแผนกอีก และมีขันใหญ่ๆสำหรับเรี่ยไรเงินอีก บางครั้งเราเห็นก็เคยพูดขัดไปว่า ทำไปแล้วค่ะ หรือถ้าเราเจอจะเอาซองมาให้รายคน เราก็จะบอกไปว่า ขอซองเดียวพอค่ะ ใส่ทั้งแผนก พนักงานคนนี้ก็จะไม่ค่อยกล้าอะไรมาก น้องๆในแผนกก็จะค่อยโล่งอก ใส่คนละสิบบาทยี่สิบบาทก็สบายใจดูไม่น่าเกลียดอะไร เพราะน้องๆเด็กๆก็ไม่ค่อยมีเงินกันทั้งนั้น บางคนได้รับซองมารายคนมีบางครั้งเราเห็นน้องแอบเอาไปฉีกทิ้งแล้วบอกว่าเดี๋ยวเอาไปให้ทีหลัง พอโดนทวงก็บอกให้ไปแล้วก็มี

และพูดถึงงานนอกบริษัท ไม่ว่าจะมีไฟไหม้ น้ำท่วม หรืออะไรก็ตามที่ทางโทรทัศน์รับบริจาคเรี่ยไร พนักงานคนนี้ก็จะเป็นตัวตั้งตัวตีมาถือขันเรี่ยไรเงินคนทั้งออฟฟิต พอเห็นถือขันมาทุกคนจะก้มหน้าก้มตาทำยุ่ง แกล้งรับโทรศัพท์บ้างเพราะไม่อยากใส่เงินแล้ว คือเค้ามาบ่อยมากๆ มีงานทำบุญเรี่ยไรไม่หยุดหย่อน แต่งานประจำกองเต็มโต๊ะ เพราะเรี่ยไรเวลางาน แต่เค้าก็ไม่สนใจนะ ถ้ามาแล้วไม่ว่างไม่เจอเค้าก็จะเดินมาใหม่ ปากบอกตามกำลังศรัทธา แต่ก็คอยตามจี้ตลอด บางคนก็ต้องควักใส่ไปยี่สิบบาทพอไม่ให้น่าเกลียด แล้วแบบนี้ทำบุญไปจะได้อะไร? ในเมื่อคนทำไม่เต็มใจทำ คนเรี่ยไรได้หน้าแต่คนโดนเรี่ยไรเหม็นขี้หน้า

บางงานที่รับบริจาคสิ่งของ พนักงานคนนี้ก็จะรับบริจาคจากนั้นก็เอาไปส่งไปรษณีย์แล้วก็มาบ่นว่าเดือดร้อนเพราะค่าส่งแพง เงินทองก็ไม่ค่อยมี จนมีคนได้ยินเค้าบ่นก็สงสาร ต้องเอาเงินมาช่วยเค้าอีก เป็นงั้นไป

บางทีเราก็คิดนะ ทำบุญเพราะแค่ไม่ให้น่าเกลียดหรือเสียหน้าแล้วจะได้บุญมั้ย? ทั้งที่ในใจก็ไม่ได้อยากจะทำ ไม่ค่อยมีเงิน หรือไม่ได้ศรัทธา ณ ขณะนั้นก็ตาม บางทีการจะทำบุญทำทานมันควรไม่ทำให้คนอื่นและตัวเองเดือดร้อนไม่ใช่เหรอ นี่เดือดร้อนกันไปหมด

การมองโลกในแง่ร้ายกับการมองโลกด้วยความเป็นจริงก็กั้นเพียงแค่เส้นบางๆเท่านั้นแหละ ก็ขึ้นอยู่กับคนว่าจะมองในมุมไหน





Create Date : 24 มกราคม 2560
Last Update : 24 มกราคม 2560 11:16:18 น.
Counter : 390 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
พื้นที่เล็กๆ


จะต้องถอนใจ อีกสักเท่าไร
โลกแห่งความเป็นจริง ไม่เคยเป็นอย่างใจ
วันและคืนเปลี่ยนหมุน ให้เราวิ่งตามเรื่อยไป
โตแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไป

การเป็นผู้ใหญ่ มันไม่ง่ายเลย
มันไม่คุ้นไม่เคย ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อยใจ
ไม่มีเวลาเหลือ ไว้ฟังไว้คิดถึงใคร
โตแล้ว ต้องทำอย่างไร

เมื่อนาฬิกาในชีวิตหมุนเร็วกว่าใจ
จนตัวเราเองอาจหล่นหาย
เมื่อเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในใจ เขาไปไหน
ทำไมวันนี้เขาหายไปจากเรา

ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
ในวันนึงเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป
แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้
โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ เอาไว้

ตรงขอบฟ้านั้น มีรุ้งพาดผ่าน
เมื่อความจริงความฝันได้มาบรรจบกัน
ที่ดินแดนแห่งนั้น เด็กน้อยคนหนึ่งกับฉัน
จูงมือเดินไปด้วยกัน

เมื่อนาฬิกาในชีวิตหมุนเร็วกว่าใจ
จนลืมว่าเราเคยเป็นใคร
อย่าลืมเด็กน้อย ทิ้งปล่อยเขาคอยอยู่เดียวดาย
ได้ยินใช่ไหมเสียงนั้นที่เรียกเรา

ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
ในวันนึงเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป
แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้
โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ จะอยู่กับฉันตลอดไป




Create Date : 07 ธันวาคม 2559
Last Update : 7 ธันวาคม 2559 7:25:47 น.
Counter : 258 Pageviews.

1 comment

BlogGang Popular Award#13



panaejon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Friends Blog
[Add panaejon's blog to your weblog]