Group Blog
 
All blogs
 

ประสบการณ์หางานทำในญี่ปุ่น


สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ชาวบล็อคแก๊ง ไม่ได้มาอัพเดทที่นี่นานมากกกกก มาอีกที ตอนนี้กลายเป็นแม่ลูกสองแล้วนะค่ะ ฮ่า ๆๆ พอท้องคนโตโนอาห์ได้ หกเดือน ก็ท้องคนที่สองต่อเลย หัวปีท้ายปี ตอนนี้ คนโตโนอาห์ สามขวบแล้ว ส่วนคนเล็ก มายา กำลังจะครบสองขวบเดือนหน้าค่ะ

ชีวิตแม่ลูกสอง หัวปีท้ายปี ขอบอกว่าเหนื่อยสุด ๆ แต่ก็สุขสุด ๆ เหมือนกัน เด็กสองคนมีบุคลิกต่างกัน แต่ก็รักกันบ้างตีกันบ้าง แต่การที่เขามีพี่น้อง ก็จะเห็นถึงความผูกพันธ์และแบ่งปันของเขา

วันนี้ที่จะมาอัพเพราะอยากจะมีแชร์ประสบการณ์การหางานทำในญี่ปุ่นของก้อยให้ฟัง เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อหลายๆ คนที่อยากหางานทำ

พอลูกคนโตของก้อยครบสามขวบ ก็ถึงเกณฑ์เข้าอนุบาลของที่ญี่ปุ่น ก้อยก็เลยตัดสินเข้าเอาคนเล็กเข้าด้วย ก้อยจะได้เริ่มหางาน ทำตามความฝันที่อยากทำ
เล่าถึงความฝัน ก้อยมารู้ตัวตอนมาที่ญี่ปุ่น เริ่มจากการได้ไปสอนภาษาไทยให้คนญี่ปุ่น ก็รู้สึกสนุก ชอบงานด้านการสอน และที่สำคัญก้อยเป็นคนชอบเด็กมาแต่ไหนแต่ไร ยิ่งได้มามีลูกเองก็มีความสุขที่สุด

ระหว่างที่ก้อยเลี้ยงลูกไป ก้อยเองก็เคยจัดเพล์กรุ๊ปภาษาอังกฤษ จัดเองทำเอง รวบรวมกลุ่มแม่ ๆ แถวบ้านมาเข้าด้วย เก็บเงินแค่นิดหน่อย เอาลูกตัวเองทำกิจกรรมไปด้วย แต่ก็ลำบากเหมือนกันเพราะลูกเราก็ซนเอาเรื่อง

พอเด็ก ๆ เริ่มไปเรียนก้อยก็มีเวลาก็เริ่มหางาน
1. ส่วนใหญ๋ก็จะเสริชจากเน็ต อย่างเว็บหางาน Ineed.com เป็นประโยชน์มาก ๆ เราก็ใส่คีย์วอร์ดงานที่เราต้องการ ก็จะขึ้นลิสต์งานออกมา

2. ก้อยก็ไปใช้บริการของ Hello work (แต่ไม่ได้งานจากที่นี่) เขาก็มีให้ส่งเรซูเม่ (ภาษาญี่ปุ่น) ไป แต่ก็โดนจดหมายปฏิเสธมาตลอด

งานที่ก้อยหา ก้อยหางานด้านสอนภาษาอังกฤษให้เด็ก งานดูแลเด็ก  แต่มันก็ค่อนข้างยาก เพราะเขาต้องการ ไม่เนทีฟ ก็คนญี่ปุ่น(ที่พูดภาษาอังกฤษได้ดี) ต่างด้าวอย่างเรา ไม่ค่อยอยู่ในสายตา

มีหลายครั้งที่ท้อ ก็บอกสามีว่า เดี๋ยวฉันจะหาอะไรง่าย ๆ ทำไปก่อนก็ได้ ไปไบโตะอะไรก็ได้ แต่สามี(ผู้น่ารัก) ก็จะได้กำลังใจ และบอกว่า ไม่ต้องรีบก็ได้นิ ค่อย ๆ หาไป หาสมัครสิ่งที่ตัวเองต้องการทำที่สุดก่อน

จริง ๆ จากที่ร่อนใบสมัครไปหลาย ๆ ที่ เคยมีได้ไปสัมภาษณ์สองที่ ที่แรก เขาต้องการครูสอนภาษาอังกฤษให้เด็ก เป็นไบโตะ แค่ช่วงเช้า ไปสัมภาษณ์มากับนายฝรั่ง ก็สรุปเขาตกลง ให้เสียบแทนครูคนเก่าที่ออกกลับไปประเทศ ซึ่งเขาบอกว่าจะออกต้นเดือนเมษา แต่พอถึงเวลา ที่โน่นก็เงียบหายไป โดยเมลล์ไป ถามเขาบอกว่า สรุปคนเก่า เขาตัดสินใจจะอยู่สอนต่อ ให้รอไปก่อนถ้า คนนี้ออกเมื่อไหร่จะติดต่ออีกที

ก็เลยเดินหน้าหาสมัครใหม่ เจอทางเน็ตสมัครไป เขาติดต่อมา นัดไปสัมภาษณ์ แต่เป็นเหมือนบริษัทรีครูท เป็นตำแหน่งผู้ช่วยครูของรร อินเตอร์ ก็คุยรายละเอียด แล้วทางบริษัทจะแนะนำเราให้กับทางบริษัทลูกค้าอีกที สองสามวันผ่านไป ทางบริษัทรีครูทติดต่อมา บอกว่า อยากให้เราไปสัมภาษณ์กับชาโจ้อีกรอบเพราะเขาสนใจประวัติเรา ก็เลยเข้าไปบริษัทอีกรอบ สรุปบริษัทเขาชวนทำที่บริษัทเขา (พอดีเขามีประสบการณ์ทำงานบริษัทรีครูทก่อนแต่งงานมาญป) จริง ๆบริษัทเขาเน้นรีครูทคนไปทำงานใน รร อนุบาล  เราก็สนใจนะ ก็ตกลงกัน ทางเขาบอกว่า ช่วงแรก ๆ ให้ทำเป็นไบโตะดู เรียนรู้ระบบ เพราะเราเองก็มีลูกเล็ก เผื่อจะหยุดก็หยุดได้ เราก็โอ้ ดีจังเลย  เราเขาบอกว่าจะติดต่อวันให้เริ่มงานอีกทีหลังวันหยุดยาวของที่ญป (พอดีไปสัมภาษณ์ก่อนช่วงจะเป็นวันหยุดยาว)

แต่แล้ววันที่เขานัดว่าจะโทรมาบอกวันเริ่มงาน ก็ไม่มีวี่แวว (เราก็เอะใจ แต่เป็นพวกใจร้อน เพราะต้องแพลนตารางเวลาต่าง ๆ) เลยโทรไปบริษัทเอง แล้วมันเด้งเขามือถือ ชาโจ้ ชาโจ้บอกว่า ขอโทษนะ ตอนนี้ขับรถอยู่ โทรมาอีกครั้งได้ไหม  สรุปเราก็ไม่ได้โทรกลับไป และจนถึงป่านนี้ทางบริษัทก็ได้ติดต่อกลับมาหาเราเช่นกัน ฮ่า ๆ  (เพิ่งเคยเจอแบบนี้เหมือนกัน แต่ก็เข้าใจเขาในระดับหนึ่ง เพราะเขาเป็นบริษัทเปิดใหม่ คงคิดหนักจะรับต่างด้าวอย่างเรา ภาษาญี่ปุ่นก็ยังไม่ถึงขั้นเทพ ศัพท์ลึก ๆ ยาก ๆ เราก็ยังไม่ได้

ก็ไม่ได้เป็นไร ลองหน้าใหม่อีก เสริชเน็ตเหมือนเดิม เจองานที่น่าสนใจ เป็นรร อินเตอร์จะเปิดใหม่ กำลังรีครูทคน ก็เลยลองกรอกใบสมัครออนไลน์ไปในตอนกลางคืน (หลังเอาลูกนอน) เช้าวันรุ่งขึ้น ก็มีโทรศัพท์เข้ามา นัดไปสัมภาษณ์ ก็ไปสัมภาษณ์ตามนัด แต่เราไปเร็วเกิน เขานัดบ่ายสองครึ่ง ไปถึงตั้งแต่ยังไม่บ่ายสอง ฮ่า ๆ เขามีคิวสัมภาษณ์แน่นเอียดเลย เราก็เลยไปนั่งรอ จนถึงเวลานัด

ไปถึง คนสัมภาษณ์ (มารู้ทีหลังเป็นชาโจ้เอง) ก็ให้เราทำข้อสอบ โอ้แม่เจ้า ข้อสอบเชิงจิตวิทยา บุคลิกภาพ ภาษาญี่ปุ่นล้วน ๆ 200 ข้อ เราก็ตาย ๆ ก็งม ๆ ไป ชาโจ้บอกว่า คนญป ให้เวลาสิบนาที เราเป็นต่างชาติ เลยให้สักยี่สิบนาทีแล้วกัน เราก็มั่วๆ ไป มึนไปเลย

ไม่พอมีอีก ข้อสอบทดสอบสมอง ให้ดูรูปภาพ สิบรูป แล้ววาดรูปตามที่ดู โดยให้ดูรูป ภายใน 16 วินาที แล้วจำให้ได้ และวาดรูปออกมา
อันต่อไป มีข้อความ (ภาษาญี่ปุ่น) สิบข้อความ อ่านแล้วจำ และเขียนออกมาให้เหมือนที่อ่าน ให้อ่านและจำ  ภายใน 20 วินาที เห็นเราเป็นต่างชาติ โอนผ่อนให้ 1 นาที

จ๊าก จะบอกว่า ทำไม่ได้สักอันหรอกค่ะ เพลียไปเลย

ทำข้อสอบเสร็จถึงได้สัมภาษณ์ แต่เรามีความรู้สึกถูกชะตากับชาโจ้คนนี้ ท่านเป็นคนพูดตรง ๆ แต่ใจดี รู้สึกได้ เราก็นำเสนอความเป็นตัวเรา ความสนใจในการทำงานด้านการสอนและดูแลเด็ก  การพูดคุยเป็นไปด้วยดี ไม่รู้สึกเกร็งหรืออะไร (และรู้สึกแอบมีความหวังเล็ก ๆ ) เพราะท่านถึงขนาดบอกว่า ปีหนึ่งจะมีไปเที่ยวออนเซนของบริษัทนะ มีคนดูลูกให้ได้ไหม และท่านบอกว่า ถ้าเราได้ทำ ก็น่าจะให้อยู่ในตำแหน่งของ ไบลิ้งกัวนะ เพราะจะมีเนทีฟอีกสองคนอยู่

แต่สัมภาษณ์วันนั้นเสร็จก็ยังไม่ได้รู้ผล เพราะเหลือเทสต์อีกอย่างแค่ การเช็คระดับภาษา โดยจะได้บริษัทที่โตเกียว โทรมาพูดคุยเรา

แล้วทางบริษัทที่โตเกียวก็โทรเข้ามา ก็พูดคุยกันเป็นภาษาอังกฤษโน่นนี่ และมีคุยภาษาญี่ปุ่นด้วย แล้วเขาก็บอกว่า จะทราบผลภายใน 1 หรือ 2 อาทิตย์นะค่ะ

ก็กลัวคิดว่าไม่แน่อาจจะไม่ได้นะ เพราะทำข้อสอบไม่น่าจะได้ เขาอาจจะเอาคนญี่ปุ่นซะมากกว่า คืนนั้นก็ไม่หาสมัครใหม่ กันเหนียวไว้เพิ่ม ทางโน่นก็นัดสัมภาษณ์อย่างรวดเร็ว

แต่สรุปวันรุ่งขึ้น ชาโจ้ ของบริษัทโทรมา บอกว่า รับเขาทำงานนะ มาพยายามด้วยกันนะ
โอ้ ดีใจมากมาย ท่านบอกว่า ที่ตัดสินใจเลือกเราเพราะ ชอบที่เราเป็นคนสดใสร่าเริง แต่และเป็นคนมีความพยายาม จากนี้ไปคงจะมีอะไรที่ต้องสอน และเรียนรู้กันอีกเยอะ แต่ยังไงก็พยายามด้วยกันนะ

สรุปต้นเดือนหน้านี้เราก็คงจะได้ไปเริ่มงาน แต่เป็นงานประจำ ก็คงจะเหนื่อยอยู่เพราะลูก ๆ ก้อยก็ยังเล็ก แต่เมื่อมีโอกาสดี ๆ แบบนี้เข้ามาก็คงจะต้องทำให้ดีที่สุด (และหวังว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เจอมาสองรอบ แบบว่าหวั่น ๆ )

แต่พอมานั่งคิด ๆ ก้อยว่า ก้อยดวงสมพงษ์กับเจ้านายผู้หญิงนะ ตั้งแต่ก้อยเรียนจบมาทำงาน ก็มีนายผู้หญิงมาส่วนใหญ และ นายผู้หญิงทุกคนที่ก้อยเคยทำงานด้วย ปัจจุบันก้อยก็ยังติดต่อกันอยู่เสมอ

ยังไงก้อยก็ขอให้ทุกคนที่หางานทำ ไม่ว่าที่ญี่ปุ่น หรือที่ไหน ๆ สิ่งที่สำคัญก็คือ อย่าละความพยายาม มันคงจะมีสักที่ ที่เขาเล็งเห็นความสามารถของเรา และยอมรับเรา

การได้เข้าทำงานในแต่ละที่ มันเป็นแค่จุดเริ่มต้น เมื่อได้เข้าไปในองค์กรนั้น ๆ แล้วก็พยายามทำให้ดีที่สุด เป็นกำลังใจให้ก้อยด้วยนะค่ะ




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2556 10:13:15 น.
Counter : 4661 Pageviews.  

พาลูกน้อยกลอยใจไปเที่ยวสวนดอกไม้ครั้งแรก

วันเสาร์ ป้าปอยกับลุงบอย ผู้ใจดีมารับ แม่ลูกผู้เหงาหงอยพาไปเที่ยว สวนดอกไม้ที่มิเอะ
จริง ๆ ปะป๊าเคยจะพาไปกัน ขับรถไปถึงมันดันปิด (ซึ่งปกติไม่ค่อยปิด ) ซวยจริง ๆ

โนอาร์อารมณ์ดีมาก ๆ ให้ลุงบอยเอาไปฟัด หัวเราะคิกคัก ๆ ตลอดเวลา แม่มันเลยสบาย ฮิ ๆๆ

กล้องลุงบอยก็เทพมาก ๆ ถ่ายรูปโนอาร์ออกมาได้น่ารักจริง ๆ
ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ ป้าปอย ลุงบอย



หนุ่มน้อยหน้าหวานของมะม๊า



เซ็ทนี้คู่กับคุณแม่โทรม ๆ



ตอนนี้หนุ่มน้อยอายุ ห้าเดือน คุณปะป๊า ก็เร่ง ๆ อยากให้เริ่มอาหารเสริม แค่เราอยากเริ่มสักตอนหกเดือน กลัวจะอวบไปมากกว่ารี้ คุณแม่แบกไม่ไหว




 

Create Date : 13 กันยายน 2553    
Last Update : 13 กันยายน 2553 12:31:59 น.
Counter : 508 Pageviews.  

( ^ o^)/หอบแตงโมใบโตไปร่วมปาร์ตี้แม่บ้าน ณ นาโกย่า

ช่วงนี้ พี่แอน (http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hattori) หัวหน้าสมาคม กลับมาญี่ปุ่นก็เลย รวมกันลันล๊า เป็นประจำ

หลังจากนัดกันไปกินอาหารไทยที่ร้านคราวที่แล้ว ก็ยังไม่หนำใจ นัดกันไปทำกินกันเพิ่ม

เลยได้รับความเมตตาจากพี่จอย ไปใช้สถานที่ ที่นั่น
พอไปถึงสถานที่ แม่ครัวใหญ่ พี่แอน ก็เริ่มแสดงฝีมือ โดยมีลูกมือhttp://www.bloggang.com/mainblog.php?id=japanberry และ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mamecadamia&group=5 และพี่จอยเจ้าของบ้าน ช่วยกันของขะมักเขม่น

ส่วนดิฉัน ก็เดินนวยนาด เป็นตากล่อง แล้วก็พี่เลี้ยงเด็กจำเป็น (ฝึกไว้) ฮิ ๆๆ สบายสุด ๆ แต่ลูกพี่จอยน่ารักสุด ๆ เลย ตอนนี้สามขวบพูดเก่ง ทั้งไทย ญี่ปุ่น

รออาหารนานไปหน่อย ไอ้ตัวเล็กในท้อง ดิ้น จนพุงกระเพือม เล่นเอาเพือน ๆ อเมซิ่งกันไป

อาหารที่ทำกันวันนั้นก็มี ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น ปลาหมึกมะนาว ทอดมันปลา และตบท้ายของหวานด้วย แกงบวดฝักทองและ เงาะกระป๋อง

อร่อยมาก ๆ ตอนกิน เลือกตักไม่ถูกเลยว่าจะกินอะไรก่อน น่ากินไปหมด

รูปส่วนหนึ่งของปาร์ตี้วันนั้น ได้รับความอุปการะคุณภาพสวย ๆ จากกล้องพี่แอน มือโปร
ภาพอาหารไม่มี รอชมได้ที่บล็อคพี่แอน เพราะ บล็อคนนี้เน้นความงามของสาวผู้เข้าประกวด ฮ่า ๆๆๆ







ขากลับ เข้านาโกย่า ไม่วายไปแวะตบท้ายกันที่ร้านเค้กอีก สรุปวันนั้น หอบน้ำหนักกลับไปคาดว่าจะสองกิโลได้ ไอ้ที่ว่าจะพยายามควบคุมก็ช่างมันไป ใจแตกไปซะแล้ว

อยากจะขอบคุณ พี่แอน พี่จอย แมม เอ๋ สำหรับวันนั้น สนุกมาก ๆ เลย (จริง ๆ ขาดที ติดงานเลยมาไม่ได้ คราวหน้านะจ๊ะ)

เอาไว้เรามาจัดปาร์ตี้กันใหม่นะ ก่อนแตงโมใบนี้จะแตกซะก่อน




 

Create Date : 23 มกราคม 2553    
Last Update : 23 มกราคม 2553 14:37:18 น.
Counter : 617 Pageviews.  

Another party Nagoya Gals Gang

เมื่อวันอังคารที่แล้ว สมาชิกกลุ่มแม่บ้าน นาโกย่าก็ได้นัดรวมตัวกันอีก ทีแรกนึกว่าจะมีสมาชิกใหม่ มาร่วมแจม แต่หลาย ๆ ท่านก็ติดภารกิจกันซะทั่วเลย

เลยเหลือ แค่แก็งหน้าเดิม ๆ ( ที่ยังไม่เบื่อหน้ากัน) แต่จะบอกว่า พวกเราก็เจอกันบ่อย ๆ อยู่แล้ว เรียกว่า รวมตัวกัน อาทิตย์ละเกือบจะสามวัน ฮิ ๆๆ

คราวนี้ท่านประธานสมาคม (พี่แอน) มาอยู่ที่นี่หลายเดือน ลั้นล้า กันเต็มที่
ว่าแล้วเราก็มาชมภาพบรรยากาศกันดูนะค่ะ

ปล รูปเนี๊ยะ ส่วนใหญ่ อาศัยกล้องพี่แอน กะสาวเจี๊ยบค่ะ ฮิ ๆๆๆ

นัดเจอะกันครั้งแรก ก็ที่เดิมค่ะ นาโกย่าเอคิ สะดวกสำหรับทุกคน

อุ้ยสาวนาโกย่า สวย ๆ ทุกคน โฮ่ะ ๆๆๆ

Photobucket

ฮิ ๆๆ ดูจิ มีฝาแฝดคนละฝา แต่งตัวประหนึ่งนัดกันมา แต่อิเดี้ยนบ้าหอบฟาง ถือของพลุงพลัง (แต่ถุง ๆ กะร่มที่ฉันถือเนี๊ยะ นะเธอนะย่ะ ยายเจี๊ยบ ดูจิ เก็กท่าสวย ลืมของเลย )

Photobucket

เมื่อครบองค์ประชุม เราก็ตกลงกันว่าจะไปรับประทานอาหารกลางวัน กันที่ร้านอาหารไทยสวัสดี (แลดูเป็นทางการดีเนอะ โฮ่ะ ๆๆๆ )

ถึงร้านแล้ว ข้าวก็ไม่สั่ง เก๊กสวยกันก่อนเลย
สาวเอ๋ เจแปนเบอรี่ น่ารักมาก ๆ ราศีเจ้าสาวเปล่งปลั่งเชียว

Photobucket



เลขานุการ (สาวแอร์ ) กะ ท่านประธานสมาคม ( พี่แอน)
สาวแอร์บอก สู้ตายค๊ะ ชูนิ้ว ประชันความสวยกะพี่แอน

Photobucket

วันนี้อาหารที่กินกันก็เป็น ผัดกระเพราเซ็ทค่ะ แต่อิฉันไม่ลงรูปอาหารนะค่ะ เน้นความสวยของสาว ๆ โฮ่ะ ๆๆ

กินข้าวอิ่มก็มาเล่นกันต่อ ดูจิ เราสองคนกะลังจะเป็นเลสเบี้ยนไปแล้ว
อย่าสิค่ะ แอร์จัง อย่าค่ะ อย่าช้า

Photobucket

อีกทีมก็ไม่ยอมแพ้นะค่ะ อยากเป็นเลสบ้าง ฮ่า ๆๆๆ

Photobucket


หลังจากนั้นก็วกกลับกันมาที่นาโกย่าอีกรอบ เนื่อง สาวเจี๊ยบ คุณแม่มาด ๆ พาคุณน้อง เรนะจัง มาเที่ยว ส่วนพี่แอน มีธุระก็เลยกลับก่อน

สาว ๆ รุมร้อมเรนะจัง อยากได้บ้างอ่ะ น่ารักที่สุดเลย

Photobucket

เจอกะเพื่อน ๆ ทีไรสนุกสนาน ลืมโลกไปเลยทุกที เป็นความรู้สึกอบอุ่นที่มีเพื่อน ๆ รักเพื่อน ๆ ทุกนะจ๊ะ

แต่ว่า เมื่อวาน เพิ่งได้ข่าว ช็อคโลกมา สาวแอร์ จะต้องย้ายไป อยู่ ชิซูโอกะ ด่วน ฮือ ๆๆ อีกแค่เดือนเดียวก็จะย้ายแล้ว เดี๋ยววันนี้ ก็นัดออกไปเจอกัน เดี๋ยวไปร้องไห้กอดกัน

ใจหายจังเลย ต่อไปก็ลุ้นสาว เจี๊ยบ เพราะเห็นว่า คุณสามีอาจจะโดนย้าย

แต่ไม่ว่าอย่างไร ถึงไปอยู่ที่ไหน เราก็จะเป็นเพื่อนกันตลอดไป

อัพเสร็จ เพิ่งเห็นว่ารูปใหญ่มาก แต่หนูทำไม่เป็นอ่ะ











Nobody - Wonder girl




 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2552 9:12:06 น.
Counter : 603 Pageviews.  

Economy crisis cause.......

Hi there,

Anyone who lives in Nagoya or Tokyo reads the free magazine name Japanzine
I am a big fan of this magazine and I am most enjoy the column of Kazuhide .

This time Kazuhide is turn to be serious to address about cause of economy. I found its really interesting !!!.........

Japan economy is suck, and it totally fault of gaikoku (foreigner that he address to US specially)
That is fact. I actually study this very hard.
No, I not have economical Phd. BUT when I visiting to the my daughter in New Jersey, Vinnie...
taxi driver, talk to me in this taxi to JFK airport. He telling me much important informaitions.
I know taxi is source of true knowledge, even it is gaijin (foreigner)taxi. I drive one.

Basicarry, it is fault of the America FDR apple pie life. Japanese dream is built sweat and kill yourself for your company. American dream is built borrow the money from china and make mexicans wash dishes.
For now, I give you history lesson they not teach the book.

In great depression 1930, Japan is have a wonderful time.
We only trade in value. Knowledge, raw material, food, the silk.
In America same thing, BUT as Vinnie tell me, Bankers want more money, any time they wants it, so they make deal to FDR.
Let us print the money any much we want, and you can have more stuffs to government.

FDR say ok, and make Federal Reserve Bank. It is private bank that print all the money you wants.
The naturally, Vinnie say "badda boom, badda bing" economy is turn shit.
Everybody scare about the shit money, so try to turn it back to gold.
FDR say,No..bankers needs all the gold, so he make it illegal to have gold and take gold and take everyone gold because it`s "EMERGENCY"

Then American kick everyone ass the world war second, and cheat against japan use the nuclear bombs.
So everybody scare of America big swing dick.
So they fear and respect US shit dollar even it`s shit, they have to buy it or swing dick come and hit them.

The thing is kind of stabilize but American print more paper money than tree in rain forest in Brazil which hurt ozone layer.
This pissed off AI Gore but he lose the cowboy named Bush.
Bush doesn`t like muslim so spend more fake money too much the war.
They have a big debt, but China buy lots of paper money so America can buy the poison shit toys and stonewash jeans.

Then American so exhaust from wing the dick, everyone another country feel they don`t need to be afraid to buy dollar, so dollar drop like salaryman to ground on chuo line 2 am.
Then everyone notice American is huge fat county and don`t need to buy house on Florida hurricane beach for 4 million dollar that`s stupid, so price is go to shitty.

Then Obama got erect, so he print as much shit money as never print before, but we already bought china shit toys and nobody want to boy shit house; so everybody stare at each other holding paper money and shit their pants.

Anyway, I know that to talk about politic or religion are such a risky topic.

For the one who might don`t agree with what Kazuhide said, just don`t take it serious.

For me I always open mind to listen all kind of opinions.
Let`s enjoy your life with positive attitude.




 

Create Date : 21 มีนาคม 2552    
Last Update : 21 มีนาคม 2552 11:17:56 น.
Counter : 307 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

YukiThai
Location :
Nagoya Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




เมื่อเราต้องพลัดถิ่นฐานไกลบ้านมา สิ่งที่ขาดหายในสถานที่ใหม่ ๆ ก็คือ มิตรภาพ และ เพื่อน ซึ่งเราจะต้องเริ่มต้นหาใหม่ อาจจะทำให้เราเหงาได้บ้าง หากไม่มีเพื่อน

เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ฉันคิดเสมอ ว่า ปัจจุบันคือ ตัวกำหนดอนาคต ดังนั้น ฉันก็จะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

เป็นครั้งแรก ที่ฉันได้เขียนไดอารี่ เรื่องราวชีวิตที่เกิดกับขึ้น เมื่อฉันต้องมาอยู่ต่างเมือง ต่างภาษา เมื่อเวลาผ่านไป หากเราได้ย้อนกลับมาดูอีกครั้ง ความทรงจำทั้งดีและไม่ดี อาจจะทำให้เรายิ้มได้

และที่สำคัญ เมื่อฉันได้ทำไดอารี่ ที่นี่ สิ่งที่ฉันได้มาอีกอย่าง ก็คือ มิตรภาพ จากเพื่อน ๆ ที่เข้ามาเยี่ยมชม โลกเล็ก ๆ อีกใบของฉัน

ขอบคุณสำหรับมิตรภาพ กำลังใจ และความห่วงใย
ขอบคุณที่จะรับฉันไว้เป็นเพื่อนอีกคน
Friends' blogs
[Add YukiThai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.