กันยายน 2555

 
 
 
 
 
 
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ขึ้นรถไฟไปอัมพวา (3)

ช่วงสุดท้ายของการเดินทางด้วยรถไฟสายนี้

มีเรื่องน่าตื่นเต้นและสนุกสนานอยู่เรื่องหนึ่ง

จะว่าไปก็เป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์สำหรับผมและคนที่เคยแต่อ่าน

เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ หรือได้ยินแต่เรื่องเล่ามาจากหนังสือ

สถานที่ว่านี้คือตลาดหุบร่ม จริงๆแล้ว จะเรียกตลาดหุบร่มว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

ก็ไม่น่าจะใช่เสียทีเดียว เพราะจริงๆสำหรับชาวแม่กลองแล้ว

สถานที่แห่งนี้ก็น่าจะเป็นแค่ตลาดสด ที่ชาวบ้านมาจับจ่ายซื้อของกัน

ในชีวิตประจำวันปกติ เพียงแต่ความมหัศจรรย์ของตลาดแห่งนี้มีอยู่ว่า

มันเป็นตลาดที่ตั้งขายกันอยู่บนรางรถไฟ และเมื่อรถไฟมา

แม่ค้าแม่ขายหรือแม่แต่ชาวบ้านที่มาจับจ่าย

ก็จะต้องรีบๆพาตัวเองออกจากราง รวมถึงหุบร่มที่กางเอาไว้

ครอบรางรถไฟออก เพื่อให้รถไฟผ่านไปได้ตามปกติ นับเป็น

ความตื่นเต้นที่ได้มาเห็นของจริงด้วยตาตนเองในวันนี้

























หนึงชั่วโมงของการเดินทาง รถไฟก็มาหยุดที่ปลายทางสถานีแม่กลอง

เมื่อลงจากรถ ผมก็ไม่รีรอที่จะเดินไปถามแม่ค้าขายของแถวๆนั้นทันทีว่า

จากแม่กลอง จะเดินทางไปอัมพวาได้อย่างไร คุณป้าแม่ค้าผู้เอื้ออารีย์

ก็ให้คำตอบคล้ายๆกับคุณลุงว่าให้เดินไปขึ้นรถ ที่ท่ารถสองแถว

ในตลาดซึ่งไม่ห่างจากสถานีมากนัก ซึ่งคราวนี้ก็จริงๆของคุณป้า

ผมเดินจากสถานีแม่กลอง ไปยังท่ารถสองแถวไปอัมพวา

ใช้เวลาแค่ห้านาที ไม่ได้เดินเสียจนหอบตัวโยน

เหมือนคราวเดินจากท่าเรือมหาชัยมาที่ท่ารถไฟบ้านแหลม

และในระหว่างทีรถสองแถวออกจาท่าและเดินทางไปอัมพวา

ผมฮัมเพลงนี้ในใจไปตลอดการเดินทาง

สิ้นแสงดาวดุเหว่าเร่าร้อง

จากสุมทุมลุ่มน้ำแม่กลอง

พี่จำจากน้องคนงาม

แว่วหวูดรถไฟ

พี่แสนอาลัยสมุทรสงคราม

คงละเมอเพ้อพร่ำ

คิดถึงคนงามที่อยู่แม่กลอง

ราชการทหารเรียกใช้

ลูกน้ำเค็มโอ้ทัพเรือไทย

ฝึกเตรียมเอาไว้ทุกกอง

พี่ต้องขอลาจากแล้วแก้วตาลาถิ่นแม่กลอง

คงหวนมาหาน้อง

คนสวยแม่กลองคอยพี่กลับมา

เมื่อสงกรานต์งานวัดบ้านแหลม

เคยเที่ยวชมกับโฉมแฉล้ม

เมื่อคืนข้างแรมเมษา

สรงน้ำร่วมน้อง

ปิดทองพระปฏิมา

อธิษฐานรักอยู่คู่ฟ้าหวังเกิดมาร่วมใจ

ป้อมพระจุลไกลบ้านห่างน้อง

เมื่อฝนมาฟากฟ้าคะนอง

ได้ยินถึงน้องหรือไม่

พี่ส่งสัญญาฝากฟ้าครวญมาจากห้วงหัวใจ

คือเสียงครวญไห้

ทหารเรือไทยยังห่วงแม่กลอง


สิบห้านาทีกับค่ารถสิบบาทบนรถสองแถวเก่าๆ ทีวิ่งอย่างเนิบๆ ผ่าน

ตัวเมืองสมุทรสงคราม ลัดเลาะออกไปเรื่อยๆ ผ่านวัด

ผ่านสะพานและข้ามแม่น้ำสองสามสะพาน

จนกระทั่งมาถึงอัมพวา จุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้

แน่นอนครับ เมื่อมาถึงอัมพวา สิ่งแรกที่พึงจะกระทำก็คือ เข้าไปสักการะ

พระบรมราชานุสาวรีย์ในสมเด็จพระพุธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่สอง

ที่ประดิษฐานอยู่ตรงบริเวณด้านหน้าของวัดอัมพวันเจติยาราม

เสียก่อนเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตัว ก่อนที่จะไปเดินชมสถานที่อื่นๆ
























และจากวัดอัมพวันเจติยารามไม่ไกลนัก เดินแค่ข้ามที่จอดรถร้อนๆ

ผมก็ก้าวเข้าสู่เขตตลาดน้ำอัมพวา ผมเคยมาอัมพวาครั้งหนึ่งแล้ว

เมื่อไม่นานก่อนหน้านี้ ซึ่งการมาครั้งนั้น เป็นการมาอัมพวา

ครั้งแรกของผมซึ่ง ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่เนื่องจากถ้ามาที่นี่

ในวันที่เป็นวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์แล้ว เราจะพบกับจำนวนคนที่

มากมายมหาศาล จนเกินกว่าตัวอัมพวาเองจะรับมือไหว

ซึ่งมันจะเกิดอาการแน่น ร้อน อึดอัด รำคาญมากๆ สำหรับการเดินชมตลาด

ที่มีขนาดเล็กแต่ต้องเดินเบียดเสียดกับคนอื่นๆ จนติดขัด

และนั่นก็เป็นที่มาของการเดินทางมาดูอัมพวาในช่วงเวลาที่

ไม่มีใครเขามา และไม่มีกิจกรรมใดๆ

ซึ่งผมว่าผมชอบประการหลังนี่มากกว่า














การเดินชมอัมพวาเที่ยวนี้ของผมเป็นการเดินไปเรื่อยๆ ไม่รีบ

ไม่มีการเบียดเสียด เรียกว่าเหมือนกับปิดอัมพวาให้ผมเดินอยู่คนเดียว

เสียด้วยซ้ำ บรรยากาศตลาดริมน้ำที่ไม่มีกิจกรรมนี้ช่างเงียบสงบ

ผมหยุดเดินและนั่งพัก เอาเท้าแช่ในคลองเล่นอยู่เป็นนานสองนาน

จนพอใจ ผมจึงลุกขึ้นเดินต่อไปยังสถานที่อื่น


สถานที่ต่อไปที่ต้องเข้าไปดูก็คือ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2)

เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ของมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณ

ที่ได้พระราชทาน ศิลปวัฒนธรรมอันงดงามไว้ เป็นมรดกแก่ชาติ ซึ่งภายใน

อุทยานประกอบไปด้วยหลายสิ่งที่น่าสนใจ เช่นเรือนไทยขนาดใหญ่ห้าหลัง

ซึ่งจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในสมัยโบราณ

สวน พรรณไม้ชนิดต่างๆที่มีชื่ออยู่ในวรรณคดีไทย ทั้งต้นไม้ขนาดเล็ก

และขนาดใหญ่ ร่มรื่นอยู่มากมาย อีกทั้งยังมีหุ่นปั้นตัวละครเช่น

พระสังข์(เจ้าเงาะ)ซื่งยืนยิ้มเผล่อยู่ในสวนในกิริยา

ที่กำลังหยอกเย้าเล่นกับบรรดาเด็กๆ
















































หรือจะเป็นหุ่นปั้นพระยาชาละวัน จรเข้ใหญ่ซึ่งตามรูปการณ์แล้วไซร์

กำลังเพลี่ยงพล้ำให้แก่พ่อไกรทอง หนุ่มน้อยที่อาสาเจ้าเมืองพิจิตร

มาปราบเจ้าจรเข้ตัวนี้ ผมเดินชมหุ่นไปพลางๆ ไม่นานก็เดินมายังริมน้ำ

บริเวณริมแม่น้ำแม่กลองนี้มีก๋วยเตี๋ยวเรือจอดขายอยู่เจ้าหนึ่ง

แน่นอน อาหารกลางวันยามนี้คงหนีไม่พ้นก๋วยเตียวเรือเป็นแน่แท้

ครับ สองชามตามความเหมาะสม...

























หลังจากอิ่มท้องแล้ว ขาก้พอมีแรงให้เดินต่อชมนกชมไม้ถ่ายภาพ

ไปอีกสักหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ จึงได้เวลาที่ผมจะเดินทางกลับบ้าน

จากอัมพวา ก็ขึ้นรถสองแถวที่เดิมตรงบริเวณที่ลงจากรถในตอนแรก

ในเวลาสิบห้านาทีเท่าเดิม รถสองแถวก้พาผมกลับมายัง

สถานีรถไฟแม่กลองดังเดิม ปัญหาของตอนนี้ก็คือกว่าทีรถไฟ

คันต่อไปจะมาก็ยังมีเวลาเหลืออีกเกือบหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้ที่สุดที่ไม่ต้องเดินไกลมากก็คือ

ตลาดหุบร่ม เสียดาย ตอนนี้เจ้ากล้องกระป๋องกระแป๋งของผม

เริ่มที่จะหมดแบตเตอรี่ ผมจึงสงวนมันไว้เพื่อถ่ายรูปที่คิดว่า

น่าถ่าย ก่อนที่มันจะหมดพลังไป หลังจากเดินสำรวจตลาด

หุบร่มแล้ว ไม่ช้ารถไฟก็วิ่งเข้าสู่ชานชาลา แน่นอน

ผมก็ได้มีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์

ความตื่นเต้นของการ "หุบร่ม หนีรถไฟ" ด้วย

เหมือนกันกับแม่ค้าทั้งหลาย ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นมากๆ

รถไฟวิ่งผ่านหน้าของเราไปอย่างช้าๆ ในระยะห่างที่ไม่ถึงหนึ่งเมตร

ผมสอบถามแม่ค้าแถวๆนั้นได้ความว่า วันหนึ่งๆ

แม่ค้าจะหุบร่มหนีรถไฟหกครั้ง

ส่วนอุบัติเหตุไม่เคยมี เพราะทางสถานีกับทางแม่ค้าได้ตกลงเวลา

และมีการส่งสัญญาณกันล่วงหน้าก่อนที่รถไฟจะเข้าสู่ชานชาลาแล้ว

จึงไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเลยแม้สักครั้งเดียว

























มือใกล้จะสิ้นสุดวัน ผมก็เดินทางกลับออกจากแม่กลอง สมุทรสงคราม

ด้วยความสุขใจและสนุกสนานกับการเดินทางเป็นอย่างมาก

ผมอดไม่ได้ที่จะยื่นหัวออกไปนอกหน้าต่างรถไฟ

เพื่อสูดเอาอากาศที่สดชื่นของสมุทรสงครามและซึมซับเอาความสุข

จากภาพของสองข้างทางรถไฟเข้ามาเก็บไว้ให้เต็มที่

เพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสนั่งรถไฟมาเยือนอัมพวาอีกเมื่อไหร่

หรือไม่แน่ ผมอาจติดใจจนกระทั่งแอบหนีความวุ่นวาย และหอบเอา

ความทุกข์ มาโยนทิ้งไว้ที่แม่น้าแม่กลองอีกก็เป็นได้

ใครจะไปรู้เล่า จริงไหม...




































................................................................................................................




Create Date : 03 กันยายน 2555
Last Update : 3 กันยายน 2555 10:47:36 น.
Counter : 1970 Pageviews.

1 comments
  
TRUE FITNESS ,TRUE EST AND TRUE SPA ได้จัดทำ คอรส ดูแล สุขภาพและความงาม ครบวงจร

มีทั้ง เลเซอรแก้ปัญหาหน้า สลายเซลลูไลท ด้วยเครื่องนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ได้ทำสปา ได้เล่นฟิตเนส ทุกคลาส และโยคะ

สามสิบกว่ารายการ ลดเหลือหลักพันเท่านั้น ใช้ได้ทุกสาขา ของทรู

ราคาโปรโมชัน จำนวนจำกัดคะ

สนใจ คอรส ดูแลสุขภาพ และความงาม ครบวงจร

ติดต่อ สอบถาม nunasohappy@hotmail.co.th
ฝ่ายโปรโมชัน
โดย: nuna IP: 110.168.74.187 วันที่: 29 มกราคม 2556 เวลา:14:04:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จะเรียกอะไรบ่อยๆ
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณไปเที่ยวเมืองไทยมาครบหรือยัง ภาคเหนือ ผมไปมาเกือบครบหมดแล้ว... ภาคใต้ เพิ่งไปได้ไม่มากเท่าไหร่ ภาคกลางนี่ทุกจังหวัดครบถ้วน ภาคอีสานนี่ก็คงต้องหาเวลาไปให้ได้ ระหว่างทาง ผมได้พบ ได้เห็นอะไรที่ผมคิดว่าเป็นมุมมอง เป็นความสนุก เป็นความสุข แม้กระทั่งเป็นความทุกข์ ผมก็ใช้กล้องตัวหนึ่ง เก็บภาพเหล่านั้นไว้ เอามาถ่ายทอดลงบนBlog เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ เหล่านั้นไป.. . ครูผมเคยบอกว่า "ถ้าคุณวาดรูปด้วยมือไม่ได้...ก็ใช้กล้องกับปากกาวาดแทนก็แล้วกัน" ผมกำลังเร่งมือทำอยู่ครับ