
จริงๆแล้วเราก็ไม่มีใครเลย
คำนี้มันก็ดังขึ้นมาในหัวในวันหนึ่งที่เกิดต้องพบเจอปัญหารอบด้าน
เราเกิดคำถามว่าทำดีมากมายเพื่ออะไร ...
ทุกครั้งที่มีผู้คนที่เรารักมาระบายเรื่องทุกข์ใจให้ฟัง
ระบายจบเขาก็สบายใจ แต่...คนที่รับฟัง
เรื่องทุกข์ใจเหล่านั้นมันจะไปอยู่ตรงไหนล่ะ...
บางครั้งน้ำตามันตกอยู่ข้างใน แต่อีกหลายครั้งที่น้ำตามันไหลออกมาเงียบๆ
สุดท้ายแล้ว เราไม่มีใครเลย ... ไม่รู้จะเอาทุกสิ่งที่อยู่ในใจไประบายให้ใครฟังทำไม
เพราะไม่อยากเอาปัญหาเหล่านั้นไปทับถมให้เพื่อนอีก
บ่อยครั้งที่คิดว่าให้มันเป็นเราดีกว่า เป็นถังขยะระบายอารมณ์ให้กับคนที่รัก
ให้เขาสบายใจ ส่วนเราจะเป็นยังไงก็ช่างมัน...
อยากให้ทุกคนสมหวัง ถ้าทำได้จะทุ่มเทให้หมดเลย
ทุกครั้งที่ทำอะไร เราจะนึกถึงอนาคต เผื่อว่ามันอาจเป็นหนทางที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มและอ่อนเยาว์ ใครจะไปคิดล่ะว่าคนๆนี้มันมีความรู้สึกเครียดกับใครเขาได้ด้วย
ใครจะรู้ล่ะว่าในใจเรามันเป็นยังไง ...
ใบหน้าเปื้อนยิ้ม....ไม่ใช่ว่าไม่ทุกข์ แต่ในเมื่อความทุกข์มันเป็นของเรา ก็ไม่เห็นว่าทำไมต้องไปทำให้คนอื่นต้องมีทุกข์กับด้วย เขาไม่ผิดและไม่ควรต้องเครียดเพราะเรา...
ทุกๆวัน ขอให้ตัวเองเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อจะได้เป็นเสาหลักให้ผู้คนรอบตัวอีกมากมาย
เมื่อไหร่ที่เขาทุกข์ให้หันมาเจอเราแล้วยิ้มได้
เมื่อไหร่ที่เขาสุข เราจะอวยพรให้เขาสุขมากยิ่งขึ้นไปเป็น 100 เท่าเลย
เคยบอกกับคนที่รักว่า รู้ไหมชีวิตนี้มันสั้นนัก
วันนี้เราอยู่ตรงนี้ อีกไม่กี่ชั่วโมงอาจไม่อยู่แล้วก็ได้
ดังนั้น จึงอยากจะทำอะไรดีๆให้คนเขาจดจำความดีของเราไว้
จดจำภาพของคนร่าเริงในความทรงจำดีกว่า
เราพบเพื่อนใหม่ จึงอยากจะแสดงความจริงใจ อยากให้เขารู้สึกดีกับเรา
แต่เมื่อวันหนึ่งทุกอย่างมันพัง มันเลยทำให้รู้สึกแย่มาก โดยเฉพาะในปีนี้มันแย่มากกว่าปกติ
ยังไงก็ตาม...มันเป็นเรื่องธรรมดา
วันหนึ่งเราพลาด แต่ก็บอกตัวเองว่า วันต่อไปคงต้องระวังตัวมากกว่านี้…
....พอดีกว่า พิมพ์ไปก็เหนื่อย
ใครหลงมาอ่าน อย่าเพิ่งคิดว่าเราเขียนจดหมายลาตายนะคะ มันแค่เป็นความรู้สึกเราระบายมันออกมาเฉยๆ เสียงจากบ้านนาเป็นคนแบบนี้แหล่ะ หลังจากพิมพ์บทความนี้ออกมา ก็คงนั่งยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนทุกๆครั้ง....ที่เคยเป็น
| Create Date : 29 กันยายน 2552 |
| Last Update : 29 กันยายน 2552 14:25:19 น. |
| |
|