สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของเสียงจากบ้านนา ขอบคุณคนน่ารักทุกคนที่เม้นท์ให้นะคะ ก้มลงกราบงามๆพร้อมโปรยยิ้มหวาน^_^

Group Blog
 
All blogs
 

ออกมา...เมื่อทุกอย่างมันสายเกินไป

ฉันเบื่อ…

สิ่งที่ฉันแตะต้องไม่ได้

----------------------

ณ เวลาหนึ่ง ฉันเคยรอ สิ่งที่ฉันแตะต้องไม่ได้ ใครสักคนออกมาพูดอะไรสักอย่าง

ตอนที่บ้านของฉันกำลังลุกเป็นไฟในเวลานั้น

ย้อนหลังไปราว 4-5 ปีก่อน

ฉันเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ พร้อมทั้งกำลังอยู่ในช่วงว่างที่สุด

จำได้ว่าเวลานั้นมันแฮ็ปปี้มาก เศรษฐกิจในบ้านฉันกำลังดี

ฉันไปค้าขายไปพี่ ฉันเล่นอินเตอร์เน็ต ฉันกำลังสนุกกับการตามข่าวศิลปินที่รัก

แต่แล้ววันหนึ่งมีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาทำลายมัน เขาทำลายทุกอย่างที่บ้านเราเคยมี

เศรษฐกิจตกต่ำทันทีที่คนกลุ่มนั้นเกิดขึ้นมา เขาไล่คนที่ฉันเลือกมาทำงานให้บ้านฉัน

เวลานั้นเป็นครั้งแรกที่ฉันรอให้ใครคนหนึ่งคนที่ฉันเชื่อว่าถ้าเขาออกมา ทุกอย่างจะดีขึ้น

เวลานั้นบ้านเราถึงจะมีรอยร้าว แต่มันยังมั่นคง ซ่อมแซมมันได้... หากใครคนหนึ่งออกมา

พูดอะไรสักอย่าง เพื่อยุติปัญหาของคนในบ้าน

แต่แล้วก็เงียบ…

ทุกวันฉันเฝ้ามองรอยร้าวที่มันก่อตัวเพิ่มขึ้น

ความหวังจากคนๆนั้นเริ่มเลือนรางไปจากใจช้าๆ

ฉันสิ้นหวัง หมดความเชื่อใจ แล้วเริ่มเข้าใจในวันหนึ่งว่า

ใครคนนั้นออกมาแสดงชัดเจนว่าเขาเป็นมิตรกับคนที่ทำลายบ้านเสียเอง

ฉันสิ้นหวังและหมดความเชื่อใจ ผิดหวังเกินจะรับได้

วันนี้บ้านฉันพัง ...

แต่แล้ว

แล้วคนที่ฉันรอคอยให้เขาออกมาในวันนั้น

ก็ปรากฏตัว...พร้อมกำคำพูดที่ดีมากมาย

ฉันนั่งอึ้ง … และพูดไม่ออก

สมองฉันปั่นป่วน เซ็งและซึมทั้งวัน

มันสายไปแล้ว....คำพูดสวยหรูนี้มันควรจะเกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อนไม่ใช่หรือ

กี่ปีที่ฉันเฝ้ารอ กี่ปีที่รอยร้าวมันเกิดขึ้น เวลานั้นเขาอยู่ตรงไหน

5 ปีก่อนใบหน้าฉันมีแต่น้ำตา และ 5 ปีให้หลังน้ำตาฉันแห้งไปหมดแล้วล่ะ

ความศรัทธาและความเชื่อใจของฉันต่อคนที่ฉันรักและรอเขาออกมา

มันไม่มีเหลืออีกต่อไป...

เขาทำให้ฉันรักสุดหัวใจนับแต่วันที่ฉันจำความได้ และวันหนึ่งเขาทำลายมันลงไปเอง

อย่าหวังว่าอะไรมันจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นี้เลย ในเมื่อในเวลาที่สามารถแก้ไขมันได้ เขากลับหายไป

พอมันไม่เหลืออะไรอีก ถึงพูดดีแค่ไหน ทุกอย่างมันไม่มีวันกลับเป็นเหมือนเดิมได้

มันคือชะตากรรม....





 

Create Date : 22 สิงหาคม 2552    
Last Update : 22 สิงหาคม 2552 19:20:44 น.
Counter : 186 Pageviews.  

รถเอ๋ยรถไฟไทย ในมุมมองของบ้านนา

บ้านนาเคยขึ้นรถไฟครั้งแรกตอนเด็ก คือพ่อแม่พาลงไปหาคุณปู่คุณย่าที่กรุงเทพฯถ้าจำไม่ผิด


จำได้ว่าเรานั่งรถไฟที่มีม้านั่งเป็นไม้แข็งๆ ด้วยความตื่นเต้นเราก็ขอนั่งริมหน้าต่างเพื่อชมทิวทัศน์ริมทาง


บ้านนาตัวเล็กๆเอามือเกาะของหน้าต่างรถไฟ และมองไปข้างทางอย่างตื่นเต้น


ทันใดนั้นบานหน้าต่างมันก็หลุดลงมาทับมือของเด็กหญิงบ้านนาอย่างแรง
ผลคือร้องไห้จ้าดังลั่นแตกตื่นไปทั้งรถไฟ


ด้วยความตกใจคุณแม่รีบมางัดบานหน้าต่างขึ้น
เอาบ้านนามาอุ้มไว้ กอดปลอบใจจนถึงที่หมาย


นั่นคือความทรงจำอันเลวร้ายของการขึ้นรถไฟบุโรทั่งครั้งแรก


บ้านนาขึ้นรถไฟครั้งที่สองตอนเรียนจบ ด้วยความที่อยากลองขึ้นอีกครั้ง


นั่งไปใกล้ๆแค่เชียงใหม่
ชวนน้องสาวไปอีกคน


รถไฟมาช้าไปราว 30 นาที....


นั่งไปถึงดอยขุนตาลจะจอดแวะนิดนึง มีแม่ค้าเอาอาหารแบกขึ้นมาขาย จากนั้นรถไฟก็ไปต่อ


รถแล่นไปช้าๆผ่านป่าที่มีไฟป่ากำลังลุกไหม้
คงไม่ต้องอธิบายว่าอาการในโบกี้มันจะแย่แค่ไหนไม่อยากพูดค่ะ


รถไปจอดที่ชานชาลาเขียงใหม่ บ้านนาก็เดินโซเซลงรถมากับน้อง


มองหน้ากันแล้วหัวเราะเพราะเราสองคนหัวฟูเลยล่ะ ตรงเส้นผมมีดอกหญ้าติดอยู่ด้วย


เดินทางจากลำปางถึงเชียงใหม่ใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงกว่าเพราะขึ้นรถไฟ น่าประทับใจจริงๆพับผ่าสิ


บ้านนามีคำถามอยู่ตลอดเวลา ว่าทำไมรถไฟเมืองไทยถึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงเสียที


ทำไมมันยังโบราณแบบนี้ไม่มีวันจะดีขึ้น ตัวโบกี้เก่าเขลอะ ระบบระเบียบอะไรก็แย่


บ้านนาเคยขึ้นรถไฟตอนเด็กยังไง ตอนโตขึ้นมามันก็เป็นแบบนั้น


ในขณะที่ประเทศอื่นการรถไฟเขาพัฒนาไปเรื่อยๆแต่ของเรามันกลับหยุดอยู่กับที่ ทำไมล่ะ


ทำไม?


เมื่อทางรัฐบอกจะแปรรูปจะปรับปรุง ก็มีสหภาพการรถไฟออกมาโวยวาย ต่อต้าน
เป็นแบบนี้เสียทุกครั้ง


บ้านนาจำได้มันไม่ใช่ครั้งแรกนะคะ


ในมุมมองของคนไทยเดินดินเนี่ย บ้านนาไม่เห็นด้วยเลยกับการคัดค้าน


ป้ายที่เอามาติดบอก


คนรถไฟ คัดค้าน บริษัทเดินรถ


อนาคต ขูดรีด ประชาชน



บ้านนาอยากจะบอกเหลือเกิน(ขออภัยที่หยาบคายค่ะ พวกเอ็งนั่นล่ะขูดรีดประชาชนไอ้บ้า!)


ฉันไม่กลัวหรอกว่าจะถูกขูดรีด จ่ายค่าบริการที่แพงขึ้นเท่าตัว


ไม่กลัวเลยขอเพียงได้นั่งรถไฟที่ดี ทันสมัยขึ้น โบกี้สะอาด ตรงเวลา แทนรถไฟบุโรทั่งแบบนี้


เหมือนที่บ้านนาจ่ายค่ารถโดยสารชั้นวีไอพีของบริษัทเอกชนเพื่อให้นั่งสบายไปถึงที่หมายนั่นล่ะ


ทุกสิ่งมันต้องมีการพัฒนาให้ดีขึ้น ไม่เข้าใจเหรอ?


พวกคุณจะมานั่งหยุดเวลาเพียงเพราะคุณบอกการรถไฟมันเกิดขึ้นร.5 เป็นระบบขนส่งที่ไม่เอากำไรแล้วการรถไฟก็โบราณแบบนี้ต่อไปน่ะเหรอ


อ้างแบบนี้ต่อไปเพื่ออะไร
มีผลประโยชน์อะไร


อยากถามกันตรงๆ
บ้านนาอึดอัดนะคะ กับความคิดงี่เง่าแบบนี้


ไม่อายเหรอในขณะที่ประเทศรอบด้านเราเขากำลังพัฒนาการขนส่งให้ดีเรื่อยๆ


พวกคุณ
สหภาพการรถไฟกลับมาทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจ เพียงเพราะไม่อยากเสียผลประโยชน์ (อย่าเถียงว่าไม่มีผลประโยชน์เลย คนเราทุกคนทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเองทั้งนั้น ด้านใดด้านหนึ่งนี่ล่ะ)


คนที่นั่งอยู่ในชานชาลาทั่วประเทศเขาเดือดร้อนกับการกระทำของพวกคุณ ทำไมยังนั่งหลับหูหลับตาทำกันแบบนี้ไม่เข้าใจ


เราขอเป็นหนึ่งเสียงประกาศตรงนี้ว่า เราจะไม่เข้าข้างการประท้วงของสหภาพการรถไฟเด็ดขาด


เพราะเราอยากเห็นรถไฟไทยมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาให้ทันสมัยขึ้นไม่ใช่โบราณแบบนี้ต่อไปถึงอนาคต!



Free TextEditor




 

Create Date : 23 มิถุนายน 2552    
Last Update : 23 มิถุนายน 2552 10:33:26 น.
Counter : 209 Pageviews.  

สีเหลืองอำพรางพยายามแปลงร่างเป็นพระเอก

เหตุเพราะเจ็บแค้นจากการถูกด่าเพราะเป็นม๊อบป่วนเมืองกลุ่มเดิม

มาพยายามฉวยโอกาส ตั้งกระทู้และเข้ากระทู้ พร้อมถอดล็อกอินมาด่ากลุ่มปัจจุบันอย่างสนุก


เราอยากบอกว่า ไม่ใช่หลายคนเขาจะไม่รู้นะคะ ธาตุแท้มันแสดงออกมาอย่างชัดเจน

เวลาพวกนี้เข้ากระทู้มาส่วนใหญ่จะถอดล็อกอินและใช้คำหยาบคายดูหมิ่นม๊อบกลุ่มปัจจุบัน

อาทิ ม็อบไร้การศึกษา พวกหางแดง ประโยคนี้ไม่มีใครยกมาใช้

เพราะคนมีใจเป็นกลางจะรู้ว่าม๊อบก็คือม๊อบที่มาเพื่ออุดมการณ์อะไรก็แล้วแต่

ไม่เกี่ยวกับการศึกษา หรือมาจากคนชั้นไหน หรือเอาไปใช้เทียบกับสัตว์ อย่างหยาบคาย

จะมีแต่ม๊อบกลุ่มปิดสนามบินที่ใช้ประโยคนี้ ... ถูกเสี้ยมสอนมาหรืออย่างไรไม่เข้าใจ


การดูถูกคนอื่นไม่ใช่เรื่องดี หรือการมาทำตัวเป็นพระเอกนางเอกทั้งที่ก่อนหน้านี้คนทั้งประเทศก็รู้ว่าเธอร้ายยังกับอะไรดี

มันไม่ใช่เรื่องน่าภาคภูมิใจนักหรอกนะคะ การที่ตนเองทำตัวแย่ได้ไม่ผิด พอคนอีกกลุ่มทำตามก็ไปด่าเขา

เรากลับคิดว่าก่อนคนพวกนี้จะพูดอะไรได้ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาก่อนมั้ย

ละอายใจมั้ยคะเพราะสิ่งที่ด่าออกมาล้วนเป็นสิ่งที่กลุ่มตัวเองทำมาก่อนแล้ว

เราจึงอยากบอกว่าอย่าพยายามป่วนเลย อยู่เฉยๆเถอะเพราะตัวเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาเท่าไหร่นัก

ปล่อยให้คนที่เดือดร้อนจริงเขาด่าไป


อย่ามาเนียนและแปลงร่างเป็นพ่อพระแม่พระเป็นคนดีมีศีลธรรมอะไรตอนนี้

เพราะคุณก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ใช่....





เราเปิดฟรีให้สมาชิกทุกคนเข้าอ่านได้ แต่ยังไงนี่คือบล็อกส่วนตัว ใครไม่เห็นด้วยกับบทความเราไม่ว่า แต่อย่ามาแสดงความเห็นป่วนในนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ




 

Create Date : 13 เมษายน 2552    
Last Update : 13 เมษายน 2552 11:31:42 น.
Counter : 141 Pageviews.  

อย่าดูถูกเสียงของฉันเพราะมันคือประชาธิปไตย (3)

บ้านนาจำได้วันแห่งการปฏิวัติที่น่าเจ็บปวดที่สุด ตอนนั้นกำลังไปสัมภาษณ์งาน และเจ้านายเชิญไปคุยถึงบ้าน เขาพาไปที่ห้องรับแขกและมีทีวีจอใหญ่กลางห้องก็เปิดข่าวไว้อยู่ วินาทีหนึ่งที่บ้านนากำลังดีใจที่ผ่านการสัมภาษณ์และได้รับเข้าทำงานและ แต่สายตาก็ต้องไปเจอกับภาพรถถัง คนเสื้อเหลืองมอบดอกไม้ให้ทหาร .... คนอุ้มลูกถ่ายรูปกับรถถัง

อยากบอกว่ามันเสียใจมากที่ต้องเจอภาพแบบนี้ เวลาเข้าบอร์ด บ้านนาก็จะพูดประโยคเดิมคือ มันน่าดีใจหรือที่ประชาธิปไตยถูกทำลายโดยการปฏิวัติ...

หลังจากนั้นเราก็ได้รัฐบาลที่เป็นทหารมาปกครอง ทหารที่มายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ นั่งเงียบไม่ทำอะไรเลย .... วันเวลาผ่านไป ผ่านไป เศรษฐกิจประเทศดาวน์ลงตั้งแต่เกิดการปฏิวัติไม่เคยฟื้นคืนได้อีก จนมาถึงการเลือกตั้งใหม่ประชาชนก็แสดงให้เห็นจากผลการเลือกตั้งว่า เขายังต้องการรัฐบาลชุดเดิม และคนกลุ่มเดิมกลับเข้ามาสานต่องานจากรัฐบาลชุดที่แล้ว จึงเลือกพรรคเดียวกันในชื่อใหม่กลับมา

แต่แล้วมันเกิดอะไรขึ้น กลุ่มคนเสื้อเหลืองที่อ้างว่ากู้ชาติปรากฎตัวขึ้นมาอีกครั้ง โจมตี ขับไล่ รัฐบาลคนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศเลือกเข้ามา รวมถึงพรรคฝ่ายค้านที่พยายามโจมตีให้รัฐบาลทำงานไม่ได้ สุดท้ายก็ไปเล่นเรื่องนายกไปทำรายการชิมไปบ่นไป ผิด ถึงขั้นให้ออกจากตำแหน่ง....ท่ามกลางความงงของคนทั้งประเทศ

แต่ไม่เป็นไร ยังไงรัฐบาลเดิมที่เราเลือกมาก็ยังทำงานอยู่ แต่นายกเป็นคนใหม่ คราวนี้เป็นนายสมชาย เข้ารับตำแหน่งไม่นาน ไม่กี่วันต่อมาก็ถูกครหาว่าเป็นน้องเขยอดีตนายก เสื้อเหลืองเริ่มขับไล่โจมตีอีกครั้ง คราวนี้ถึงขั้นดินทางไปปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยเหตุผล นายกสมชาย ต้องลาออก และยุบพรรค

ช่วงที่เสื้อเหลือง ปิดทำเนียบ ทุกครั้งที่ตำรวจทหารพยายามจะสลายการชุมนุมด้วยวิธีต่างๆ นับแต่นำประกาศให้ออกจากพื้นที่ไปติด ประกาศ แต่พวกเขาไม่ออก ท้ายสุดเมื่อต้องใช้วิธีรุนแรง มีคนบาดเจ็บล้มตายพวกเขากลับบอกว่า รัฐบาลป่าเถื่อนฆ่าประชาชน ... บ้านนาอยากถามว่าใครผิด เวลาเขาบอกดีๆทำไมไม่ทำตาม แถมยังมีทั้งปืน ระเบิด สู้กับทหารตำรวจ พอเขาตอบโต้ แล้วมาโวยวาย อยากถามว่าคิดอะไรอยู่ ทำไมความคิดเห็นแก่ตัวแบบนี้ล่ะ

ปิดสนามบินก็เหมือนกัน ไปนอนเล่น ตากแอร์ เปิดเพลง ทำกับข้าว ขโมยกินของในร้านไอติม เราถามว่าทำได้ยังไง นักท่องเที่ยวคาอยู่ในสนามบิน บางคนนั่งร้องไห้เพราะกลับบ้านไม่ได้ คนที่ไปอยู่ตรงนั้นทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ได้ยังไง แล้วทีนี้พอตำรวจจะเข้าไปก็อีหรอบเดิม จะหาว่าเขามาทำร้าย ทำระเบิดขวดฉี่โสโครกไว้ปา แถมมีปืนผาหน้าไม้เตรียมต่อสู้ด้วย

สุดท้ายตำรวจทำอะไรไม่ได้หรือถูกสั่งการว่าไม่ให้แตะต้อง และตอนนั้นรัฐบาลสมชายก็ถูกศาลวินิจฉัยให้ยุบพรรค ท่ามกลางความตกตะลึงของเราอีกครั้ง ว่ามันอะไรกัน

บ้านนาอยากบอกว่าทุกพรรคล้วนแล้วแต่มีการทุจริต แต่พอเรื่องไปถึงศาลจริงๆพรรคที่เก่าแก่ก็กลับรอด นั่นคือสิ่งที่มันสุมอยู่ในใจของคนทั้งประเทศมานานแล้ว คือรู้ว่ามันผิด แต่อำนาจหนึ่งมันทำให้ผลการตัดสินเปลี่ยนแปลงได้

เสื้อเหลืองย้ายออกจากสนามบิน และทำเนียบ โดยอ้างว่าชนะ ทิ้งไว้แต่ความเสียหายมหาศาล บ้านนาอยากจะถามว่าศาลได้ดำเนินคดีอะไรมั้ย หรืออ้างว่าไม่มีหลักฐาน ทั้งที่หลักฐานทุกอย่างมันก็เห็นอย่างชัดเจน จนถึงตอนนี้ได้ทำอะไรบ้างไหม คำตอบคือ ไม่มีการดำเนินคดีกับสิ่งที่ม๊อบเสื้อเหลืองทำสักอย่าง ทำไม?

แล้ววันหนึ่งพรรคปชป.ก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาลและมันก็ทำได้จากความช่วยเหลือของใครสักคนที่คนทั้งประเทศรู้อยู่แก่ใจ มาร์คออกมายืนพูดหน้าชื่นตาบานเสมือนว่าชัยชนะมาด้วยความโปร่งใสประชาชนเลือกเขามา แต่มันไม่ใช่ ทุกคนรู้ว่ามันไม่ใช่ แต่เขาคงไม่ได้รู้สึกระอายใจ ยิ้มกริ่มพูดและพูดไปเรื่อยๆเพื่อสร้างภาพว่าตนเองและรัฐบาลนั้นดีที่สุด ทั้งที่มันเป็นเรื่องโกหก ไม่ต้องให้ประชาชนมาตะโกนบอกหรอก ตัวเขา พรรคเขาก็น่าจะรู้ดีแต่ทำเป็นเมินเฉย

ท่ามกลางความเจ็บแค้นใจของคนกลุ่มหนึ่งที่เคยเป็นพลังเงียบ คนที่เคยมีแต่นั่งตั้งคำถามถึงสถานการณ์การเมืองที่ผ่านมาโดยตลอด นับแต่วันที่ประชาธิปไตยถูกทำลายและไม่มีวันจะกลับคืนมาอีกเลย เขาเริ่มอยากลุกขึ้นมาทวงคืนประชาธิปไตยให้กับประเทศ จึงลุกขึ้นมาใส่เสื้อสีแดงออกมาต่อสู้ จากคนกลุ่มเล็กกระจายข่าวไปเรื่อยๆจนคนกลุ่มใหญ่ขึ้นๆ ท้ายสุดก็มารวมตัวกัน จุดมุ่งหมายก็เพียงแต่อยากให้รัฐบาลที่เขาไม่ได้เลือกมายุบสภาและต่อสู่ตามหลักประชาธิปไตยให้ประชาชนเลือก ทำไมถึงทำไม่ได้

เหตุเพราะคนกลุ่มหนึ่งรวมถึงรัฐบาลคิดว่าคนเสื้อแดงเขาสู้เพื่อคนๆหนึ่งที่เป็นอดีตนายก คิดเข้าข้างตัวเองตลอด พยายามปลอบใจตัวเองว่าฉันนั้นมาโดยสุจริต โกหกตัวเองว่าฉันได้เป็นนายก พรรคฉันได้เป็นรัฐบาล หากยุบไป โอกาสที่จะได้กลับมาเป็นรัฐบาล โอกาสที่จะกลับมานั่งเก้าอี้นายกมันจะไม่มีอีกแล้วในชีวิตนี้ จึงดื้อดึงต่อสิ่งที่เป็นอยู่ หนำซ้ำยังใช้วิธีชั้นเลวในการรับมือกับม๊อบกลุ่มเสื้อแดง

บ้านนานั่งมองอยู่ตรงนี้ เห็นทุกเหตุการณ์และใช้สติในการประเมินดูทุกอย่างทั้งหมดสรุปได้อย่างเดียวว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะมันมีคนกลุ่มหนึ่งที่มีอำนาจดูถูกเสียงของประชาชน กลับใช้อำนาจมืดทำทุกวิถีทางเพื่อให้กลุ่มก๊กตัวเองได้มีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศได้ ทุกๆวันมันยิ่งมีวิธีการที่สกปรกขึ้น จากคนตัวเล็กส่งไปหาคนตัวใหญ่ …

สุดท้ายมันก็ไม่เหลืออะไรสักอย่าง

ไม่เหลือ ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย

ไม่เหลือความศักดิ์สิทธิ์ของประชาธิปไตย

ไม่เหลือพื้นที่ให้ประชาชนผู้มีหัวใจบริสุทธิ์มีสิทธิ์มีเสียงอีกต่อไป

อนิจจาประเทศไทย เราหวังว่าวันหนึ่งทุกอย่างจะดีขึ้น

เราหวังว่าความชั่วช้าจะถูกทำลาย

เราหวังว่าทุกอย่าง มันจะผ่านไป....



กรุณาแสดงความเห็นอย่างสุภาพ กรุณาอย่าเข้ามาป่วนหากท่านไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของบทความ ขอบคุณค่ะ




 

Create Date : 12 เมษายน 2552    
Last Update : 16 เมษายน 2552 1:10:24 น.
Counter : 158 Pageviews.  

อย่าดูถูกเสียงของฉันเพราะมันคือประชาธิปไตย (2)

เรื่องของยายไฮที่แกต้องต่อสู้เพื่อที่ดินของแกมาไม่รู้กี่ปี แกไปออกรายการของสรยุทธ์และเมื่อทักษิณรู้ เขาก็สั่งการให้สูบน้ำออกจากที่ยายไฮ และตอนนั้นแกก็ได้ที่คืน

เรื่องของยายไฮแกต้องต่อสู้ผ่านมากี่รัฐบาลแล้ว ไม่มีใครเหลียวแลแก แต่มาจบที่ยุคทักษิณ มันหมายความว่าอย่างไร มันเพราะเขาใส่ใจใช่ไหม ถ้าเพียงแต่คนเราใส่ใจ จริงใจจะแก้ปัญหา มันก็แก้ได้ เพียงแต่รัฐบาลที่ผ่านมามีปัญหาพอกพูนแต่ไม่ใส่ใจที่จะแก้ไขเท่านั้นเอง

บ้านนาโตขึ้นทุกวันเริ่มเข้าใจเรื่องการเมือง ภายนอกบ้านนาอาจดูนิ่ง เหมือนจะไม่มีอะไร เฮฮาปาร์ตี้ แต่รู้แล้วว่าการเมืองเป็นเรื่องที่เราต้องใส่ใจอย่างมากเพราะมันมีผลต่อชีวิตเรา

ปีสามบ้านนาได้มีโอกาสไปฝึกงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจใหญ่ ตอนนั้นเองที่เริ่มมีกระแสกู้ชาติ มันตรงกับช่วงเดือนเมษายนนี้เลย บ้านนาจำได้ จำได้แม่นมากเพราะต้องทำข่าวทั้งหมดของหน่วยงานนั้น ต้องออกหาข้อมูลและสัมภาษณ์พวกผู้บริหารเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เชื่อไหมว่าบางหน่วยไม่เหลือพนักงานทำงานอยู่เลยเพราะเขาไปชุมนุม และรู้ไหมว่าพอเดินผ่านที่ชุมนุม บ้านนาเห็นอะไร....

เห็นคนนั่งอู้งาน เห็นคนปูเสื่อนอน เห็นคนนั่งกินข้าว เห็นคนที่อยู่บนเวทีตะโกนด่ารัฐบาลอย่างหยาบคายและนำข่าวของสำนักพิมพ์หนึ่งมาอ่านและปลุกระดมให้คนเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อไล่รัฐบาล...

รัฐบาลที่คนทั้งประเทศเลือกตั้งมานั่นไง เหตุผลเพราะเขาบอกรัฐบาลจะขายชาติ รัฐบาลจะปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ตอนนั้นบ้านนาพูดกับเพื่อนประโยคหนึ่งว่า “แกทำไมพวกนั้นต้องบอกว่าเป็นตัวแทนของคนทั้งชาติวะ ชั้นกับแกบอกให้พวกนี้ไปเป็นตัวแทนเมื่อไหร่” ตอนนั้นพูดติดตลก เพราะตอนที่กำลังเดินผ่านเราก็ถูกมองและถูกแซวบ้าง เหตุเพราะเราเป็นผู้หญิงสองคน เรารีบเดินผ่านไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมา

ตลอดเวลาที่ฝึกงานบ้านนาได้รับโทรศัพท์สายนอก จดหมายฯลฯ ที่มาถามในทำนองว่าแต่หน่วยงานจะหยุดงานไหม จะมีผลกระทบต่อประเทศไหม ก็จะได้ยินพวกผู้บริหารตอบว่าไม่มีผลหรอกเพราะพนักงานไม่ได้หยุดหมด บางหน่วยก็สลับกันไป (แต่ที่เห็นบางหน่วยมันหายไปเกลี้ยงเลยนะคะ อันนี้คิดในใจ)

วันก่อนที่คนกลุ่มประท้วงจะเดินทางลงไปประท้วงที่กรุงเทพฯบ้านนาเห็นเขารวมกลุ่มและสวดปลุกพระอยู่ตรงพระพุทธรูปหน้าที่ทำงาน เสียงดังพอได้ พนักงานที่ทำงานอยู่บางคนก็ออกไปยืนดู

นับแต่วินาทีนั้นกระแสการเมืองก็เริ่มเดือดขึ้นทุกวัน แม้แต่บอร์ดเพลงหนังต่างประเทศที่บ้านนาเล่นอยู่ก็เกิดการโต้เถียงกันขึ้น บ้านนาเองก็แค่พูดในฐานะที่เราเชื่อในประชาธิปไตย เราไม่ต้องการให้คนมาก่อม๊อบไล่รัฐบาลที่เลือกมาเพียงเพราะไม่ชอบไม่พอใจ เพราะมันผิด และสุดท้ายบ้านนาก็ถูกคนที่กลุ่มหนึ่งด่าสาดเสียเทเสีย แต่เรื่องตลกก็คือสุดท้ายคนที่ด่าบ้านนา เขาก็รู้จักเราดีขึ้น เขารู้ว่าบ้านนาเป็นคนมีเหตุผลไม่ใช่แค่เถียงเพื่อชนะ .... เราจึงดีต่อกันในที่สุด

ภาพที่ชินตาทุกวันในทีวีคือคนเสื้อสีเหลืองชุมนุมประท้วง และหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่ลงข้อความเสียดสีรัฐบาล แรกๆไม่เท่าไหร่ หลังๆมาเริ่มหยาบคาย จนในที่สุดคนก็รู้กันทั้งประเทศว่าสื่อนี้เป็นของใคร เจ้าของสื่อเริ่มใช้สื่อทำลายรัฐบาลอย่างช้าๆ เริ่มถ่ายทอดเคเบิล และที่สุดคือปลุกระดมนำคนเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ....

ตอนนั้นจำได้ว่าต้องเลือกตั้งไหมและทรท.ก็ชนะถล่มทลายอีกครั้ง แต่ชัยชนะนั้นก็ถูกครหาว่าคนที่ไปเลือกตั้งถูกยัดเงิน ทุจริตอย่างโน้นอย่างนี้ ในขณะที่อีกพรรคหนึ่งที่แพ้ก็ออกมาโจมตีด้วยประเด็นเดียวกันใหญ่ เราอยากบอกเหลือเกินในขณะที่พรรคที่แพ้นั้นโจมตีทรท.ว่าเขาทุจริต พรรคนี้ก็ใช่ย่อยในเรื่องทุจริตเช่นกันแต่ใครเล่าจะกล้าแตะ สิ่งนี้ไงมันอยู่ในใจของคนทั้งประเทศ คนที่ปากพูดดีแต่พฤติกรรมมันเลวร้ายขนาดไหน มันปิดไม่มิด

ทรท.เริ่มเจอวิกฤติหนักไม่ใช่จากเศรษฐกิจโลก ไม่ใช่จากประเทศเพื่อนบ้าน แต่มันเกิดจากงูเห่าในบ้านเมืองตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ตาเรามองเห็น คำตอบมันเกิดขึ้นจากสมองเราเอง....

อ่านต่อในหน้า 3 ค่ะ

กรุณาแสดงความเห็นอย่างสุภาพ กรุณาอย่าเข้ามาป่วนหากท่านไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของบทความ ขอบคุณค่ะ




 

Create Date : 12 เมษายน 2552    
Last Update : 12 เมษายน 2552 21:10:09 น.
Counter : 219 Pageviews.  

1  2  

เสียงจากบ้านนา
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





Free Cursors

Friends' blogs
[Add เสียงจากบ้านนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.