สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของเสียงจากบ้านนา ขอบคุณคนน่ารักทุกคนที่เม้นท์ให้นะคะ ก้มลงกราบงามๆพร้อมโปรยยิ้มหวาน^_^

Group Blog
 
All blogs
 

Backstreet boys นักร้องกลุ่มที่รักของ เสียงจากบ้านนา (จบ)




ต่อจากตอนที่แล้ว Smiley


หลังจากที่ได้รู้ว่าตัวเองเป็น 1 ในผู้ชนะก็ดีใจที่สุด มีความรู้สึกว่านี่เป็นชัยชนะครั้งที่ 2 แล้วที่โกเก้ได้ทุ่มเทให้กับแบ็คสตรีทบอย มันคือความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดในชีวิตเลย (ตรงนี้พูดจากใจ ไม่ได้เว่อร์)



ย้อนหลังไปในความสำเร็จครั้งแรก


ตอนไปเปิดอัลบัม Never gone ประมาณเดือนมิถุนายนเท่าที่จำได้ค่ะ ก่อนที่จะเกิดอัลบัมนี้ขึ้นได้ติดตามข่าวมาราวๆ 1 ปี มีเพลงหลุดออกมาให้ฟังประมาณ 2 เพลง จำได้ว่ารีบโหลดมาฟังและแกะเนื้อร้องเองพร้อม คงเป็นความรู้สึกที่ว่าถ้าเราชอบพวกเค้าเราต้องรีบร้องเพลงพวกเค้าให้เป็นสิ ใช่มั้ย หลังจากนั้นก็ติดตามข่าวเรื่องทางแฟนคลับ และอย่างนึงคือโกเก้ก็โชคดีมากคือมีเพื่อนที่ดีที่มีหัวอกเดียวกันคือรักแบ็คสตรีทบอยหมดหัวใจ คอยส่งข่าวมาให้ บางทีก็โทรศัพท์ อีเมล์และเว็บบอร์ด ทำให้รู้ล่วงหน้ามาตลอดว่าแบ็คสตรีทบอยทำอะไรอยู่ที่ไหนจะออกเทปเมื่อไหร่และมีตารางทัวร์ยังไง


อย่างงานเปิดตัวอัลบัมที่โกเก้ไปนั้น เพื่อนเป็นคนส่งข่าวมาบอกว่าจะมีงานเปิดอัลบัมนะ โกเก้จะไปมั้ย เด็ดสุดจำได้ว่ามีพี่จากโซนี่ (ซึ่งเพื่อนคงแจ้งชื่อโกเก้ให้กับพี่จากโซนี่คนนั้นแล้วเขาถึงโทรมาหา) ถามว่าน้องจะมางานเปิดอัลบัมใหม่แบ็คสตรีทบอยมั้ยคะ ตอนแรกโกเก้ก็ลังเลมาว่าจะไปได้มั้ยมาตลอด แต่พอพี่จากโซนี่โทรมาก็ตัดสินใจรับปากว่าไปค่ะ งานนี้พี่เค้าบอกว่ามีประกวดของสะสมด้วยนะึคะ อย่าลืมเอาของสะสมมาประกวดกันล่ะ ตอนนั้นโกเก้รับปากทันที โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าของสะสมตัวเองมันมีมั้ย แบบว่ามันตื่นเต้น


พอถึงวันจริงก็เดินทางลงกรุงเทพฯกับน้องสาว ไปสมทบกับคุณพ่อที่รออยู่และเดินทางไปที่ MBK ชั้นบน ด้วยความบ้านนอกก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าห้องที่เค้าจัดงานมันอยู่ที่ไหน เดินวนบ้าหาอยู่ในชั้นเดิมเกือบชั่วโมง


มีของสะสมหนึ่งอย่างที่นั่งประดิษฐ์เองเอามาด้วยใจ คืออัลบัมใส่รูปแบ็คสตรีทบอยซึ่งด้านในจะมีบันทึกตั้งแต่วันที่โกเก้รู้จักพวกเค้า รูป ผลงาน และปกอัลบัมและวีซีดีทุกแผ่นที่มี คิดว่าไม่สวยเท่าไหร่แต่ตั้งใจทำอยู่ 1 อาทิตย์และถือมาค่ะ


พอถึงบริเวณงาน มาเจอกับพี่ๆทางโซนี่ เจอเพื่อนๆที่ไม่รู้จักสักคน แต่ตั้งใจแล้ว เดินหน้าบานถืออัลบัมเข้าไปหาพี่ๆทีมงานและฉีกยิ้มให้คนอื่นไปทั่ว แบบตั้งใจเป็นมิตรเต็มที่ และมารู้ว่างานนี้โกเก้เป็นคนเดียวที่เดินทางมาจากตจว.


ยืนลังเลชมงานอยู่นานก้มาเจอพี่ผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาถามว่าจะทานอะไรก่อนไหม เขามีของจัดเลี้ยงคือบุฟเฟ่จากโออิชิ ผู้สนับสนุนงานนี้ และถามว่าที่เราถือมานั้นคือของเข้าประกวดหรือเปล่า โกเก้บอกว่าใช่ เขาก็เอาถุงปิดผนึกมาให้หนึ่งใบ ใส่ของลงไปและพี่เขาก็ถือไป


พี่ผู้ชายคนเดิมเข้ามานั่งคุยกับโกเก้ เขาบอกว่า น้องรู้มั้ยงานนี้รางวัลใหญ่นะรู้มั้ย โกเก้ถามว่าอะไรหรือคะ เขาบอกตั๋วเครื่องบินไปกลับต่างประเทศ 2 ที่นั่งครับน้อง ตอนนั้นก็เฮ้ยจิงเหรอพี่ โม้รึเปล่า มันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ พี่เค้าบอกเดี๋ยวคอยดูแล้วกันครับ (ยิ้ม)


งานเริ่มแฟนคลับเริ่มทยอยมาจนเต็มห้อง มีสื่อมวลชน และพิธีกรรายการ MTV เวลานั้นได้เพื่อนใหม่มา 1 คนแล้วดีใจมาก จึงมานั่งคุยกันและอยู่ด้วยกันตลอดงาน


ดีเจหน้าตาดีคนหนึ่งขึ้นมาเป็นพิธีกร และเริ่มเปิดตัวอัลบัม งานดำเนินไปสนุกมากๆจริง มาถึงช่วงประกวดของสะสม ตอนนั้นไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก เพราะรู้ว่าของเพื่อนๆแต่ละคนนั้นเด็ดมาก ล้ำค่าที่สุด


คณะกรรมการและเหล่าสื่อมวลชนเข้าไปรุมดูของสะสมกันเต็มไปหมด โกเก้นั่งคุยไปกับเพื่อนใหม่ จนเวลาตัดสินมาถึงตอนนั้นเห็นโต๊ะอยู่ 2 ตัว วางของสะสมแยกไว้ 2 กอง ไม่รู้เลยว่าของชิ้นไหนชนะเลิศ


ดีเจหน้าตาดี เริ่มประกาศผลจากรางวัลสุดท้ายคือรางวัล ชมเชยก่อน ผ่านไปไม่ใช่โกเก้สักอันก็เริ่มทำใจละ รางวัลที่ 1 2 3 มันต้องเด็ดพอล่ะ ของโกเก้มันก็แค่นั้นเองช่างเหอ


รางวัลที่ 2และ3 เป็นแผ่นเสียงแบ็คสตรีทบอยที่หายาก มาจากต่างประเทศ และอีกอันเป็นอัลบัมรูปใส่รูปแบ็คสตรีทบอยเยอะมาก ตอนนั้นนั่งลุ้นว่า โห ที่ 1 จะคืออะไรนะ และใครจะได้กันยังคุยกับเพื่อนใหม่อยู่เลย พร้อมจะดีใจกับใครคนนั้นที่ได้ รางวัลที่ 1


ดีเจหน้าหล่อประกาศ เรียกชื่อผู้ชนะ คุณ ..... .......บลาๆๆๆ (!).....ทุกคนเงียบหมดทั้งห้องเลย รวมถึงโกเก้ที่นั่งแข็งเป็นหินทันที ที่สิ้นเสียงดีเจ


แล้วสติก็คืนมาตอนเพื่อนใหม่ที่นั่งข้างๆเรียก เก้! เก้!! ของเก้นี่นา ของเก้ได้ที่หนึ่ง เย้... ลุกเร็วขึ้นไปบนเวทีเร็วเก้


ตอนนั้นลุกไปเหมือนตัวเบาโหวงเลย บอกความรู้สึกไม่ถูก หันไปมองรอบตัวและมีรอยยิ้มจากคณะกรรมการและคนรอบๆห้องยิ้มให้และปรบมือ




Smileyดีเจถามว่า น้องชอบใครที่สุดในวงครั้บ โกเก้ไม่ลังเลใจที่จะตอบว่า เควินค่ะ โกเก้รักเควินมากที่สุด Smiley


พอรู้ตัวว่าตัวเองชนะการประกวดแบ็คสตรีทบอยตอนนั้น มันดีใจที่สุดจริงๆ ตอนนั้นให้สัมภาษณ์ออกรายการ MTV ออกอากาศตอนไหนไม่ได้ติดตามต่อค่ะ หลังจากนั้นราวๆ 4 เดือนก็ได้ไปโปรโมทอัลบัมแบ็คสตรีทบอยที่ กทม. อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ได้ยืนร้องเพลงต่อหน้ากล้องสื่อมวลชนเป็นสิบๆตัว มันตื่นเต้นมาก สุดๆในชีวิตเลย แอบคิดว่วเป็นดาราฮอลลีวู้ดยืนสง่างาม (ความจริงไม่ได้ใกล้เคียงดาราเล้ย) ร้องเพลงแบ็คสตรีทบอยโปรโมทคอนเสิร์ท ออกข่าวบันเทิงล่ะมั้ง ตัวโกเก้เองไม่ได้เห็นตัวเองหรอก แต่มีน้องๆและคนที่บ้านแตกตื่นวิ่งมาบอกค่ะ คิดแล้วรู้สึกดีจัง



เล่ายาวเลยวกกลับมาต่อคอนเสิร์ต


วันก่อนคอนเสิร์ตโกเก้กับก้อยก็ได้ไปรอรับแบ็คสตรีทบอยที่สนามบินดอนเมือง ตอนนั้นแฟนคลับยังมาไม่เยอะเท่าไหร่ ส่วนแบ็คสตรีทบอยจะมาไฟล์ไหนนั้นได้สืบมากจากสายข่าวคือเพื่อนเจ้าของเว็บแฟนคลับผู้น่ารักเรียบร้อยว่าราวสี่โมงครึ่งถึง 5 โมงเย็นประมาณนั้น


ตอนนั้น ราวๆเกือบ 4 โมงเย็น สองสาวบ้านนอกพากันไปนั่งจุมปุ๊กตรงทางขาเข้า เครื่องที่มาจากต่างประเทศ แอบเห็นแฟนคลับน้อยใหญ่เข้ามาต้อนรับแบ็คสตรีทบอยด้วยกันมากพอสมควร สองเราได้เตรียมเอาเสื้อยืดแบ็คสตรีทบอยที่ได้มาตอนไปช่วยโปรโมทคอนเสิร์ตเมื่อปลายปีที่แล้ว มาใส่กันด้วยล่ะ ประกาศให้โลกรู้ว่าเรารักแบ็คสตรีทบอย


ช่วงเวลาพาระทึกตอนเครื่องลงก็เกิดความชุลมุนวุ่นวาย โกเก้ได้เตรียมเอาป้ายตอนรับที่ชนะการประกวดไปด้วย แต่ถึงเวลาจริงๆป้ายเป้ยไม่สนแล้วอ่าค่ะ ทันทีที่แบ็คสตรีทบอยเดินมาตามทางเดินพร้อมบอดี้การ์ดร่างยักษ์ เหล่าแฟนคลับก็กรูกันเข้าไป ทีมบอดี้การ์ดไทยก็กันเราไว้อีกชั้นหนึ่งทำให้ไม่สามารถจะเข้าไปใกล้พวกเค้าได้เลย


ขอบอกว่าพอมาถึงตรงนี้โกเก้กับก้อยไปกันคนละทาง ต่างคนก็ต่างหาวิธีเข้าไปถ่ายรูปช่วงเวลาประทับใจนี้ไว้ อันนี้เราเข้าใจกันอยู่


ก้อยเองกระเด็นไปกับกลุ่มเพื่อนแฟนคลับอีกกลุ่ม ส่วนโกเก้ก็อยู่กับกลุ่มเพื่อนอีกกลุ่มนึง แต่ถึงตอนนี้แล้วยอมรับว่าโกเก้ก็ได้ใช้มายาหลายร้อยพันเกวียนโปรยเสน่ห์ความเป็นหญิงสาวให้กับกลุ่มพี่ๆช่างภาพและบอดี้การ์ดไปหลายคน (อย่าพึ่งอ้วกนะ อย่าพึ่งจ้า อ่านไปก่อน)กับกลุ่มพี่ๆผู้ชายบอดี้การ์ดทั้งหมด จนในที่สุดเขายอมปล่อยให้ลอดผ่านทางกั้นเข้าไปในเส้นทางที่แบ็คสตรีทบอยเดินผ่านได้


มานึกย้อนหลังนี่มันสุดๆเลยนะคะ ไม่รู้ทำไปได้ไงยัยโกเก้ Smiley


ตอนนั้นพวกเราเหล่าแฟนคลับเป็นสิบคน พากันยัดทะนานเข้าไปในรถแท็กซี่น่าสงสารเพียง 2 คัน (หน้ารถยก ท้ายรถครูดไปกับพื้นถนนเพราะน้ำหนักเกิน) มุ่งหน้าสู่โรงแรมโซฟิเทล ลาดพร้าว พอไปถึงแบ็คสตรีทบอยขึ้นห้องไปแล้ว พวกเราจึงนั่งรอที่ล็อบบี้อย่างเรียบร้อย โดยถือคติ เราต้องเป็นแฟนคลับที่น่ารักไม่ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงแฟนคลับแบ็คสตรีทบอยชาวไทยนะคะ (จริงๆเพราะแก่กันแล้วอายเด็กอ่ะถ้ากรี๊ดมาก)


ประมาณ 1 ทุ่มกว่า แบ็คสตรีทบอยได้ลงมาสัมภาษณ์กับรายการทีวีช่องอะไรไม่แน่ใจ พวกเราจึงไปรอดูกันตรงหน้าห้องรับรองนั้น อย่างสงบ


พี่ๆบอดี้การ์ดไทยประมาณ 10 คนที่สนามบิน ตอนนี้ย้ายตัวเองมากันอยู่หน้าห้องที่พวกเรายืนออกันซะละ


ตอนนั้นโกเก้ได้คุยกับพี่บอดี้การ์ดหลายคน ยอมรับว่าต้องอาศัยมายาผู้หญิงแบบอ่อนโยน ใส่กิ๊กน่ารัก พูดหวานๆมาใช้เพื่อสืบเอาข้อมูลจากพี่บอดี้การ์ดว่าแบ็คสตรีทบอยมีโปรแกรมไปไหนบ้างกินข้าวเมื่อไหร่ที่ไหนอะไรเงี้ยค่ะ สุดท้ายไม่ได้อะไรสักอย่าง เฮ้อ!


แต่อย่างน้อยเวลานั้นก็มีเรื่องดีๆโพล่มาเหมือนกันคือ พี่ช่างภาพจากนิตยสารคนหนึ่ง ยินดีจะให้รูปถ่ายแบ็คสตรีทบอยทั้งหมดกับโกเก้และก้อย ทั้งที่เราไม่รู้จักกัน ตอนนั้นปลื้มมากเลย (ถ้าพี่เค้าได้มาอ่าน ขอบคุณจากใจนะคะพี่ พี่ทำให้หนูประทับใจมากกก)



ก่อนวันเวลาคอนเสิร์ต + กิจกรรมมิตกรี๊ด


คืนนั้นตามแบ็คสตรีทบอยอยู่ที่โรงแรมจนดึกมาก ด้วยความที่เราเป็นสาวสองคนรึเปล่าไม่รู้ ทำให้พี่บอดี้การ์ดบางคนเป็นห่วงความปลอดภัยของสองเราจังเลย อาสาไปส่งที่บ้านที่พักอยู่


โกเก้กับก้อยสองแรงแข็งขันยอมให้เขาไปส่ง เพราะพี่เขาเป็นผู้ชายตัวเล็กด้วย ถ้าพี่เขาคิดไม่ดีเราสองคนจะจัดการได้แน่นอน


คิดแบบนี้จึงยอมนั่งรถไปและถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ




วันต่อมา...




โกเก้กับก้อยตื่นแต่ไก่โห่ พากันไปที่โรงแรมโซฟิเทลอีกครั้ง คราวนี้ถือว่าเรามาเช้ามาก และสองเราก็แต่งตัวในชุดที่เลิศ แถมแต่งหน้าเล็กน้อยพองาม (เพราะถ้าไม่แต่งไม่ได้เพราะตาจะเป็นหมีแพนด้าเนื่องจากอดนอน)


สองเราดูผ่องใส ทันทีที่รถแท็กซี่จอดหน้าโรงแรม มีงงนิดหน่อยที่พนักงานต้อนรับวิ่งมาเปิดประตูรถให้และโค้งให้อย่างสง่างาม ประหนึ่งเราเป็นแขกวีไอพี


โชคดีมากที่เราสองคนตัดสินใจมาแต่เช้าเพราะแบ็คสตรีทบอยลงมาทานอาหารเช้ากันตรงห้องอาหารชั้นล่างของโรงแรม


ได้เห็นพวกเค้าในระยะใกล้ชิดจริงๆ สังเกตว่ามีนิคคนเดียวที่ตัวสูง แต่คนอื่นๆนั้นเป็นผู้ชายตัวไม่ใหญ่นัก


ไบรอันเองตัวสูงกว่าโกเก้ไปหน่อยนึง


ฮาวี่ตัวเท่าโกเก้หนิ


เอเจกับเควินไม่ลงมากิน เซ็งเรย....Smiley


เราเฝ้าอยู่ที่โรงแรม จนช่วงบ่าย จึงตัดสินใจชวนกันเดินไปเรียกแท็กซี่เพื่อไปที่อิมแพ็คอารีน่ากัน


ทันทีที่กำลังเดินออกจากประตู พนักงานต้อนรับเดินเข้ามาถามว่าจะเรียกแท็กซี่ใช่มั้ยครับ


เราสองคนพยักหน้าเอ๋อๆ อ่ะช่ายค่ะ


พนักงาน : รอสักครู่นะครับจะเรียกให้ครับ


พูดเสร็จพร้อมกดโทรศัพท์เรียกแท็กซี่และยื่นกระดาษติดตราโรงแรมที่จดเบอร์แท็กซี่คันนั้นให้


เราสองคน : มองหน้ากัน รับกระดาษมาอย่างงๆและยิ้มหวานขอบคุณ


พอแท็กซี่มาจอด พนักงานคนเดิมก็วิ่งมาเปิดประตูส่งเราขึ้นรถ ประหนึ่งเป็นเจ้าหญิงอีกครั้ง Smiley


ตอนนั้นโกเก้กับก้อย งงที่ว่า เราไม่ใช่แขกที่มาพักโรงแรม และแฟนคลับคนอื่นๆเขาก็ไม่ได้มีพนักงานมาต้อนรับ และจัดการเรียกแท็กซี่ให้เหมือนกับเราสองคน นี่มันอะไรกันเนี่ย




เข้าสู่งานมิตกรี๊ด


ผู้โชคดีจากกิจกรรมชิงบัตรมิตกรี๊ดจากที่ต่างๆมากันประมาณ 30 คนได้ ทีมงานโซนี่ก็ให้เข้าแถวและเอาสายรัดข้อมือลายเสือดาวสีส้มดำ เอามารัดข้อมือทุกคนไว้เป็นสัญลักษณ์คนที่ได้รับสิทธินี้


ขอเล่านิดนึงว่าได้เจอกันเหตุการณ์น่าทุเรศของทีมงานโซนี่บางคนที่หลอกขายซีดีให้กับคนเข้ากิจกรรมมิตกรี๊ด โดยให้เหตุผลว่า แบ็คสตรีทบอยจะแจกลายเซ็นต์ให้เฉพาะคนที่ถือแผ่นซีดีเพลงอัลบัมนี้ของพวกเค้าเข้าไปเท่านั้น โกเก้อยากได้ลายเซ็นต์เลยต้องซื้อซีดีมาหนึ่งแผ่น มันไม่แพงหรอกนะแต่...


พอเข้าไปในฮอลล์เพื่อร่วมกิจกรรมมิตกรี๊ด เหล่าผู้โชคดีก็เห็นแต่แบ็คสตรีทบอยซ้อมดนตรีให้เราฟังอยู่บนเวที ทุกคนในวงก็ดูสนุกสนานดีหรอก มีเล่นมีฮากันบ้าง แต่ช่วงเวลาที่เรารอคอยคือพวกเค้าลงมาจากลายเซ็นต์น่ะ มันไม่มีเลย พวกเขาไม่ลงมา พอหมดเวลามิตกรี๊ดพวกเราทั้ง 30 คนก็ได้รับโปสการ์ดเล็กๆมา 1 ใบ ช่ายมันเป็นโปสการ์ดที่มีลายเซ็นต์ของทั้ว 5 คนเลย แต่มันคือภาพพิมพ์ ไม่ใช่ลายเซ็นต์จริงทีมงานโซนี่โกหกหน้าด้านๆซึ่งมันน่าเกลียดมาก เราขอประจานมันตรงนี้เลย Smiley





คอนเสิร์ตเริ่ม


อื่มบรรยายไงดี พวกเค้าเต้นสวยมาก ดูติดขอบเวทีมันเจ๋งสุดๆ คนที่ได้รับเสียงกรี๊ดดดดมากที่สุดคือเควิน เพราะเค้าเท่มาก แถมหุ่นดีด้วย


ทุกคนเต้นได้พริ้ว และร้องเพลงได้ดีสมกับที่เป็นบอยแบรนด์ชื่อดัง


เครื่องเสียงถึงห่วยแตก น่าขายหน้าจริงโซนี่


แต่ก็ยังมีเหตุการณ์น่าประทับใจเกินขึ้น ตอนที่เควินขอให้ทุกคนหยิบมือถือขึ้นมาเปิดไฟพร้อมกันทั้งฮอลล์และร้องเพลงด้วยกัน


มันเป็นภาพที่สวยมากกกกก


1 ชั่วโมงของการแสดงจบไปอย่างรวดเร็วจริงๆ แต่ขอบอกเลยว่ามันสุดจะปลื้มใจไม่เสียดายเงินเลย


ทุกช่วงเวลาแม้ผ่านมา 2 ปี มันยังงดงามและชัดเจนอยู่ในใจเสมอเลย





หลังคอนเสิร์ตจบ


หน้าฮอลล์ก็เหมือนมดแตกรังอ่านะ คนเป็นพันๆคน และรถติดมหาวินาสสันตะไร ทำให้การเดินทางตามแบ็คสตรีทบอยไปที่โซฟิเทลมันลำบากมากก


แต่ด้วยแรงใจก็อุตสาห์มาถึงที่ได้ ไม่ช้าจนเกินไป


ขอบคุณพระเจ้า Smiley เฮ้ออ


เรานั่งอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมอีกครั้ง คราวนี้ได้เจอกับบอดี้การ์ดคนไทยกลุ่มเดิมยืนอยู่แถวล็อบบี้เต็มไปหมด


ที่แรกก็เดาไปว่าคงมากันแฟนคลับที่ตามมากรี๊ดล่ะมั้ง


แต่....


ไม่ใช่ จริงๆแล้ว พวกเขาตามมาดูแลแบ็คสตรีทบอยคนพิเศษของโกเก้ กรี๊ดดดด


เควินค่ะ เควินลงมากับฮาวี่ และเขาเตรียมจะไปตระเวณหาอะไรกินตอนกลางคืนกันตังหาก


ช่วงเวลาที่เควินลงมาที่ล็อบบี้โรงแรม แฟนคลับก็เข้าไปรุมเค้าเยอะมากกกก โกเก้ถูกดันออกมาไม่ทันได้ลายเซ็นต์เควินแม้แต่นิดเดียว ที่ได้มามีแต่ของฮาวี่ที่คนรุมเค้าน้อยกว่าเควิน


ตอนนั้นคือมันเสียใจมาก คิดว่าไม่ได้ลายเซ็นต์เควินแล้วแน่ๆ มันทุกข์ใจจนอยากร้องไห้ออกมาดังๆเลย แต่มันร้องไม่ได้ ถ้าเป็นคนอื่นในวงโกเก้จะไม่เสียใจขนาดนี้เลยจริงๆ


เวลาผ่านไปจะเลยเที่ยงคืนอยู่ละ เหนื่อยก็เหนื่อย เสียใจก็เสียใจ แต่ก็ลองเสี่ยงดวงนั่งรอเควินกับฮาวี่กลับมาจากไปเที่ยว








ตีหนึ่งกว่า...









โทรศัพท์จากเพื่อนที่น่ารักอีกคนชื่อแพ็ค โทรเข้าหาโกเก้บอกว่า เก้เควินกับฮาวี่กำลังกลับโรงแรมแล้ว ออกมารอตรงล็อบบี้เร็วเข้าตัวเอง...


เสียงของเพื่อนในโทรศัพท์เหมือนนาฬิกาปลุกให้ใจเต้นตึ๊กๆอีกครั้ง จังหวะที่กำลังจะวิ่งไปที่หน้าประตูทางเข้าโรงแรมแล้ว


แต่ก้อยเพื่อนผู้มีสติบอกว่า เก้เราต้องไม่ทำตัวมีพิรุจ ปะเดี๋ยวคนอื่นจะมารุมกับเราอีก จุ จุ


แล้วเราสองคนกับเพื่อนแฟนคลับอีก 1 คน ก็พากันเดินเอื่อยๆไปที่ประตู เหมือนไปยืนรับลม


รถตู้วิ่งเข้ามา 3 คัน ตอนนั้นแฟนคลับบางคนยังไม่รู้ แต่พวกเราวิ่งไปแล้ว จำได้ว่าโกเก้ไปยืนตรงกลางประตูทางเข้าในสภาพอีเพิ้งที่ดูอิโรยสุดๆ กับโปสการ์ดใบที่ได้จากโซนี่


ความเหนื่อยหายไปหมดแล้ว ตอนที่เควินมายืนอยู่ตรงหน้า เขาอยู่ใกล้มากจนรู้สึกถึงลมหายใจและไออุ่นจากตัวเขาเลย (เควินไม่ได้ดื่มแน่ๆ เพราะโกเก้ไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจเขา)


เควินก้มตัวลงมามองและทำหน้างงๆพรางยื่นมือมารับโปสการ์ดและปากกาจากมือโกเก้ไป พร้อมเซ้นต์ลายเซ็นต์ให้ เขาเขียนด้วยมือซ้ายข้างถนัดของเขาอย่างไม่รีบร้อน ขอบอกเลยว่าเขาเซ็นต์ได้สวยมากจริงๆ ดูแล้วรู้ว่าเขาตั้งใจ


พี่ๆบอดี้การ์ดยืนยิ้ม รู้นะว่าเขาดีใจกับเด็กโง่คนนี้ด้วย


พอรับโปสการ์ดกลับคืนมาจากเควิน น้ำตาเกือบไหล มันตื้นตันใจมาก มันมีความหมายมาก เขาจะรู้มั้ย โกเก้อยากกอดเขานะ แต่รู้สึกว่าไม่ควรทำเพราะเราเป็นผู้หญิง มันไม่งาม


มาถึงตอนนี้ก็ไม่เสียใจหรอกที่ไม่ได้กอด เพราะแค่ความตั้งใจที่เควินเซ็นต์ลายเซ้นต์ให้โกเก้มันก็เกินพอแล้ว


อืมใช่ จำได้ว่าเควินเขาบ้ายบายให้โกเก้ ตอนอยู่ในรถตู้ก่อนเขาออกไปตระเวณราตรีด้วย ขอบคุณค่ะเควินที่รักตลอดไป คิดถึงแล้วก็อบอุ่นหัวใจ


วันที่เขากลับไม่ได้ไปส่ง แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะในชีวิตนี้เควินได้มาเจอกันโกเก้แล้วล่ะ



สิ้นสุดอัลบัม Never gone เควินประกาศแยกตัวออกจากวงไป หัวใจโกเก้แทบแหลกสลาย ไม่ได้เว่อร์แต่มันคือความจริง


ใช้เวลาทำใจเป็นปี กว่าโกเก้จะกลับไปดูรูปเก่าๆและฟังเพลงแบ็คสตรีทบอยได้อีกครั้ง


เควินให้เหตุผลว่าต้องการไปทำอย่างอื่นนอกจากงานเพลง เขาต้องการสร้างครอบครัว มันคือเหตุผลที่ดีแล้วล่ะ โกเก้เข้าใจเควินนะ ไม่โกรธเลย


ขอบคุณอดีตที่เควินเคยทำให้แฟนคลับมีความสุข และได้สร้างผลงานดีๆมากมายให้กับวงแบ็คสตรีทบอย มันเยี่ยมมาก


ขอบคุณค่ะ เควิน และแบ็คสตรีทบอยทุกคน




ต่อท้ายนิดหน่อย ลืมเล่าได้ไงเนี่ย เหตุการณ์สำคัญ เรื่อง ความน่ารักของเควิน




ตอนเข้ามิตกรี๊ด โกเก้เกือบจะเป็นคนเดียวที่เดินตามเควินไปทุกๆมุมเวที ทุกๆอิริยาบทของเควิน มันฝังอยู่ในความทรงจำนี้หมด มีอยู่ช่วงนึงที่โกเก้นึกสนุกตอนเควินมองมา เลยยกมือทำสัญลักษณ์กวนๆแบบที่เควินทำในเอ็มวี Just want you to know ใส่เควิน ปรากฏว่าเขาเห็นปุ๊ปก็ยกมือทำสัญลักษณ์นั้นตอบกลับมาแบบกวนๆยิ้มๆ ตอนนั้นหัวเราะก๊ากเลย จริงๆเค้าฮาเหมือนกันนะเควินเนี่ย พี่เค้าชอบทำหน้าซีเรียสกับชีวิตใครจะนึกว่าเค้าบ๊องอ่าเนอะ อิอิ




ยกเพลงนี้มาประกอบ แม้จะไม่ใช่เพลงของแบ็คสตรีทบอยแต่ความหมายดีมากค่ะ








 

Create Date : 07 มิถุนายน 2551    
Last Update : 3 สิงหาคม 2551 17:23:41 น.
Counter : 526 Pageviews.  

Backstreet boys นักร้องกลุ่มที่รักของ เสียงจากบ้านนา (2)


ก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่มขึ้น สงครามชิงบัตร Meet & Greet


สำหรับคนที่ชื่นชอบศิลปินแล้วหลายคนคงหวังที่จะได้พบและสัมผัสตัวศิลปินที่รักอย่างใกล้ชิดนะคะ


โกเก้เองก็เหมือนกัน ครั้งหนึ่งในชีวิต เฝ้าพยายามอย่างมาก คิดจนหัวแทบระเบิดว่าจะทำยังไงถึงจะใกล้ชิดกับคนที่เรารักได้


ติดตามถามข่าวจากเพื่อนคนรักแบ็คสตรีทบอยหลายๆคนว่าแต่ละคนจะทำยังไงถึงจะได้เข้าร่วมกิจกรรมที่เรียกว่า Meet & Greet


กับแบ็คสตรีทบอยที่รัก โกเก้ต้องขอบคุณเพื่อนหลายๆคนที่ส่งข่าวมาบอกกิจกรรมตามที่ต่างๆที่เขาแจกบัตร Meet & Greet


แม้ว่ากิจกรรมทุกอย่างต้องใช้ความสามารถและเส้นที่ใหญ่พอกว่าจะได้บัตรมา 


ตัวโกเก้เองก็ได้พยายามโทรเล่นเกมกับคลื่น Seed แต่มันก็เป็นอะไรที่ยากจริงๆเพราะอยู่ลำปาง


อีกทั้งกิจกรรมนี้มันให้สิทธิ์แต่คนกรุงเทพฯหมดเลยด้วยซ้ำ


วันเวลาผ่านไป ก็เริ่มปลงตกแล้ว เพราะรู้สึกว่ามันหมดหนทางที่จะได้บัตรจริงๆ


แต่แล้ว ในคืนหนึ่งที่โกเก้ได้ออนเอ็มคุยกับเพื่อน


เพื่อนคนหนึ่งที่โกเก้ไม่คาดว่าเขาจะเป็นคนดีที่มาชี้นำทางการไปสู่กิจกรรม Meet & Greet ให้รู้เอาเกือบวินาทีสุดท้าย


ตอนนั้นเพื่อนถามว่า เฮ้ยเก้ เราเห็นเขามีกิจกรรมแจกบัตรเข้างาน Meet & Greet ในหนังสือ On Air mag ว่ะเก้ แกรู้ข่าวรึยัง


ตอนนั้นเกือบ 4 ทุ่มแล้วเท่าที่จำได้ โกเก้เหมือนเห็นแสงสดใสอยู่ปลายทางลิบๆขึ้นมาทันที 


นึกขึ้นได้ว่าน้องสาวตัวแสบยังเตร็ดเตร่หาเพื่อนอยู่นอกบ้าน เลยยกหูโทรหาสั่งการให้ซื้อนิตยสารที่ว่ามาให้พี่สาวที่รักบัดเดี๋ยวนี้


คืนนั้นหลังจากได้หนังสือมา ก็ได้รู้ว่ากิจกรรมชิงบัตรที่เพื่อนบอกมันคือการให้แข่งกันทำป้ายต้อนรับแบ็คสตรีทบอย


ชิงบัตร Meet & Greet 5 ใบ กำหนดวันส่งผลงานอาทิตย์สุดท้ายก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่มขึ้น


นับวันจากวินาทีที่รู้ข่าว เท่ากับโกเก้มีเวลานั่งทำป้ายอีกประมาณ 1 อาทิตย์



ความวุ่นวายกับการรับปริญญา + เส้นตายการส่งป้ายเข้าประกวด


ตามหัวข้อก็คือ ในอาทิตย์นั้นโกเก้ก็ต้องวุ่นวายกับการเตรียมรับปริญญา ซ้อมรับ 2 วันและวันรับปริญญาจริงคือวันเสาร์


กำหนดส่งผลงานเย็นวันเสาร์นั้นด้วย แล้วจะทำยังไงดี...


ตลอดทั้งอาทิตย์โกเก้แทบไม่กินไม่นอน นั่งคิดว่าจะทำป้ายแบบไหน รื้อฟื้นเอาความรู้ด้านศิลปะมาใส่ไว้ในป้ายหมด แทบควักในหัวใจลงไปกับมันเลย


ห้องโกเก้เต็มไปด้วยกระดาษ ฟิวเจอร์บอร์ด กาว กรรไกร วางกองจนแทบไม่มีทางเดิน


กำหนดส่งผลงานในอีก 3 วัน ป้ายยังไม่สำเร็จเลย ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างสักนิด มีแต่ไอเดียบรรเจิดที่เขียนลงในกระดาษเอ 4 ยับๆ


ทางบ้านก็เฝ้าดูและช่วยโกเก้ลุ้นไปด้วย เพราะทุกคนเข้าใจและยอมรับในความรักต่อแบ็คสตรีทบอยของโกเก้


คุณพ่อคุณแม่เอง เขารู้ว่างานนี้โกเก้เอาจริง และก็ต้องขอบคุณผู้มีพระคุณทั้งสองที่สนับสนุนและเป็นกำลังใจให้โกเก้โดยไม่คัดค้านอะไรสักนิด


มีแต่กำลังใจล้วนๆที่ได้จากพวกท่านมา


วันเสาร์รับปริญญา โกเก้ตื่นขึ้นมาใส่ชุดครุยในสภาพเป็นอีเพิ้ง หัวยุ่ง ขอบตาดำเป็นแพนด้า ถ้าไม่ได้การเมคอัพจากคุณแม่ที่รัก


โกเก้คงได้เห็นรูปตัวเองเป็นบัณฑิตที่น่าเกลียดที่สุดในโลกไปแล้ว 555+


...ป้ายต้อนรับแบ็คสตรีทบอยยังวางกองอยู่ที่พื้นกับเศษกระดาษที่ตัดไว้เป็นรูปร่าง พร้อมแผ่นโฟมรูปลูกโลกที่ประดิษฐ์ไว้ตอนคืนวันศุกร์


ระหว่างที่กำลังเตรียมรับปริญญาโกเก้ตัดสินใจโทรไปหาพี่ๆทีมงาน On Air ขอร้องเค้าว่า ขอนำผลงานไปส่งเขาช้าไปนิดได้ไหมคือเช้าวันอาทิตย์


เพราะโกเก้ติดงานรับปริญญาอีกทั้งยังอยู่ที่ลำปาง ด้วยคำอ้อนวอนที่น่าสงสารหรือเพราะความเห็นใจ ทำให้พี่ทีมงานเขาอนุโลมให้มาส่งเองในวันอาทิตย์


จบงานรับปริญญา เย็นวันนั้นโกเก้ก็ไปจองตั๋วรถและเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเดินทางคืนนั้นเลย 


ข้าวของและป้ายที่ประดิษฐ์ไม่เสร็จดีก็หอบมันขึ้นรถไปกรุงเทพฯด้วยกัน


รถมาถึงกรุงเทพฯตอนราวๆตี 4 ครึ่ง คุณลุงมารับโกเก้กับเพื่อนไปที่บ้าน (ลืมบอกค่ะโกเก้มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกันชื่อ ก้อย เราเดินทางมาด้วยกันค่ะ)


ก้อยที่น่ารักต้องมาตกระกำลำบากเดินทางกับโกเก้ด้วย เราทั้งอดหลับอดนอนและแสนจะเหนื่อยจากพิธีรับปริญญาเมื่อวาน


แต่ด้วยแรงใจแห่งรักทำให้โกเก้ฮึด พอถึงบ้านของลุงก็นั่งลงประดิษฐ์ป้ายต่อจนสำเร็จสวยงาม


รอเวลาเช้าๆก็อาบน้ำและเรียกแท็กซี่ตามหาสำนักพิมพ์ On Air พี่ๆอธิบายว่ามันอยู่ตรงนั้นตรงนี้ แต่ก็นะเด็กบ้านนอกสองคนจะไปรู้เรอะ


หลงวนอยู่กว่า 3 รอบได้ ถึงเจอสำนักพิมพ์แห่งนี้ พอถึงที่เราก็ไปเคาะประตูสำนักพิมพ์


มีพี่น่ารักคนนึงหน้าตาเหมือนพึ่งตื่นนอน ออกมาเปิดประตูให้เด็กบ้าสองคนที่ยืนหอบป้ายอันบะเอ๊ง แววตามีความหวังอยู่หน้าประตู


พี่คนน่ารักจัดแจงรับผลงานเราไปและถามนั่นนี่นนิดหน่อย


และ...ขอบคุณนะคะที่ชมว่าผลงานของโกเก้สวยที่สุด ไม่รู้พี่ยอรึเปล่าแต่หนูลอยไปแล้วค่ะพี่


ตอนกลับ ก้อยที่รักก็สอยโกเก้ลงมาจากยอดตึก (ลอยไปติดตรงยอดตึกตอนถูกชม) บอกลาพี่ที่น่ารักกลับกัน 


หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมากมายแต่งานทั้งหมดยังไม่จบ


เราสองคนนัดกับเพื่อนแฟนคลับว่า เราจะไปทำของขวัญให้แบ็คสตรีทบอยกัน


เก้กับก้อย เราสองคนแม้จะเหนื่อยแต่พอรู้สึกว่าจะไปทำอะไรๆดีๆให้แบ็คสตรีทบอยแล้วความเหนื่อยมันหายหมดเลย


เราไปร้องเพลง I still กับเพื่อนๆ เสร็จก็มาแวะทางข้าวที่ห้างแถวนั้นต่อ



เจอมรสุมร้ายก่อนพบแสงสว่างที่ปลายฟ้า


ช่วงเวลาก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่มขึ้น โกเก้อยู่ที่กรุงเทพฯราวๆ 1 อาทิตย์นั่งนับวันรอแบ็คสตรีทบอยของเรา คุยเล่นและเดินเที่ยว


ด้วยนิสัยของโกเก้กับเพื่อนจะเหมือนกันคือ เราเป็นคนไม่เที่ยว ติดบ้าน และพอเรียนจบเราจึงได้พักผ่อน ท่องเที่ยวบ้าง ก่อนจะเริ่มทำงาน


วันที่ทีมงานออนแอร์ประกาศผล โกเก้ชวนก้อยไปจัดการเรื่องเกี่ยวกับบัตรคอนเสิร์ตที่เราซื้อกันไว้ก่อนจะมีโปรโมชั่น (เราพากันไปเรียกร้องสิทธิ์ที่ไทยทิกเกต)


หลังไปคุยกับไทยทิกเกตมาเราก็ไปหาอะไรกินกัน ระหว่างนั้นมีโทรศัพท์เข้ามือถือโกเก้ เป็นคุณแม่ที่โทรมาและบอกให้โกเก้ตั้งสติดีๆนะ


ตอนนี้คุณปู่อยู่ในห้องไอซียู...


ตอนนั้นโกเก้ช็อคไปเลย มือถือแทบร่วง ตกใจมาก อึ้งไปหมด


ตอนเช้าก่อนโกเก้กับก้อยออกมาจากบ้าน ลุงกับป้าบอกว่าจะพาคุณปู่ไปหาหมอเพราะแกปวดท้อง


แต่ตอนนี้คุณปู่อยู่ในห้องไอซียู...


พอได้สติก็ดึงมือก้อยกระโดดขึ้นแท็กซี่ไปโรงพยาบาลทันที วินาทีนั้นบอกไม่ถูกเลย โกเก้อยากร้องไห้ก็ร้องไม่ออก


มันตื้อไปหมด ลืมทุกอย่าง ลืมความตื่นเต้น พอถึงโรงพยาบาลก็เห็นป้ายืนอยู่หน้าห้องไอซียู กำลังรอคุณพ่อของโกเก้ที่กำลังเดินทางมา


ตอนนั้นรู้สึกทุกอย่างรอบตัวมันหยุดหมดเลย มีแต่ความเงียบ


จนคุณพ่อโกเก้มาถึง คุณหมอออกมาบอกว่าการผ่าตัดเป็นไปด้วยดีนะ คุณปู่ปลอดภัย


วินาทีนั้นมันเหมือนกับ...น้ำตาจะไหลออกมาแล้ว


ระหว่างที่ยืนอยู่หน้าห้องไอซียูมีโทรศัพท์เบอร์แปลกโทรเข้ามา เสียงปลายสายถามว่าคุณ....ใช่มั้ยคะ โกเก้ตอบแบบเบลอๆว่า ใช่ค่ะ


โทรมาจากนิตยสาร On Air นะคะ คุณ...ชนะการประกวดป้ายต้อนรับแบ็คสตรีทบอยนะคะ


คุณได้รับตั๋วคอนเสิร์ตวีไอพี 1 ใบและบัตรเข้ากิจกรรม Meet & Greet 1 ใบค่ะ


โกเก้................อึ้ง.................น้ำตาไหล


คือ ดีใจมาก มัน...บอกไม่ถูกเลย ตอนนั้น หันไปกอดพ่อ บอกข่าวดีกับพ่อ


หันมาหาก้อย มาบอกก้อย และขอบคุณเพื่อนที่ช่วยกันและเป็นกำลังใจ


-----------------------------------------------------------


นาทีก่อนกิจกรรม Meet & Greet และคอนเสิร์ตจะเริ่มขึ้น


ติดตามต่อในตอน 3 ค่ะ จะอัพเดทเร็วๆนี้




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 18 มิถุนายน 2551 14:29:29 น.
Counter : 190 Pageviews.  

Backstreet boys นักร้องกลุ่มที่รักของ เสียงจากบ้านนา (1)




จุดเริ่มต้นกับ Backstreet boys


ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ตอนโกเก้ยังเป็นเด็กวัยรุ่นฟังเพลงไทยกิ๊กก็อกหวานแหววไปตามเรื่อง


อาจจะชอบแบบนี้ไปอีกนานเลยถ้าไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงในวันนั้น


ในวันหนึ่งที่ท้องฟ้าแจ่มใสพี่ชายของโกเก้ได้ปีนรั้วเข้าไปในบ้านเพื่อนบ้านที่อยู่ตรงข้าม(อย่าอย่าพึ่งคิดว่าเค้าเป็นตีนแมวปล้นบ้านใคร โปรดอ่านไปก่อน)


พี่ชายโกเก้มักจะปีนเข้าไปในบ้านเพื่อนเค้าคนนั้นเสมอ ไม่ว่าจะมีประตูรั้วเปิดให้เข้าหรือไม่ แต่เค้าก็พอใจที่ได้โชว์พาวปีนเข้าไป


ทุกๆครั้ง เค้ามักจะเข้าไปดูหนังฟังเพลงอยู่กับเพื่อน เพราะตอนนั้นที่บ้านยังไม่ติดเคเบิลทีวี แต่พี่ชายเขามีรสนิยมฟังเพลงบรรเจิด ชอบศิลปินต่างประเทศ


ดังนั้นช่องทีวีเมืองไทยมันไม่มีสิ่งนี้มาตอบสนองความต้องการ เขาจึงไปหาที่ดูช่องทีวีต่างประเทศที่บ้านเพื่อน


แล้ววันนั้น เขากลับมาพร้อมวีดีโอม้วนหนึ่ง อ้างว่าอัดมาจากรายการเพลงต่างประเทศ มีเอ็มวีเยอะแยะ เลยมาเคาะประตูเรียกออกจากห้องนอนแสนสุข ไปดูด้วยกันนะเออ


ด้วยความขี้เกียจแต่ก็อดขัดใจพี่ชายที่แสนดีไม่ได้เลยลุกไปดูกับเขาหน่อย


ตลอดเวลาพี่ชายก็พรรณาถึงศิลปินกลุ่มหนึ่ง ที่ร้องเพลงเพราะมาก ชื่ออะไรบอยๆนี่แหล่ะ โกเก้ก็ไม่ได้ตั้งใจฟังนัก


แต่พี่ชายก็ย้ำว่าเธอต้องชอบพวกนี้แน่ๆเชื่อชั้น โกเก้ก็เออออห่อหมกไปตามเรื่อง เอ่อขอดูก่อนได้มั้ยแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะชอบรึเปล่า Ok


ตอนนั้นวีดีโอมันเล่นไป โกเก้ก็จำได้ว่ามีจังหวะหนึ่งที่กำลังลุกขึ้นไปหลังบ้าน กะไปหยิบอะไรมานั่งดื่ม


แต่แล้วก็แว่วได้ยินเสียงดนตรีเพลงอะไรที่มันสะดุดหู ความรู้สึกตอนนั้นคือมันโดนอ่ะ เลยวิ่งกลับมาดู



ปรากฏภาพแรกในจอเป็นหนุ่มๆร้องเพลงกลางสายฝน มีสามคนใส่เสื้อขาวและน้ำเงินเปิดกระดุมด้านหน้า และถูกน้ำฝนที่โปรยลงมาทำให้เสื้อแนบไปกับลำตัวล่ำๆ โชว์หุ่นเซ็กซี่ อีกสองคนผมทองคนหนึ่งกรามบานอีกคนหล่อมาก


ยืนร้องเพลงและเต้นช้าๆ ตอนนั้นนี่แบบรู้สึกว่าตัวเองยืนนิ่งไปเลย ต้องมนต์สะกดอย่างแรงทั้งคนร้องและเพลง


อารมณ์แบบบอกไม่ถูกพูดไม่ออก พอเพลงจบสติกลับคืนมา หันมามองหน้าพี่ชาย ที่นั่งฉีกยิ้มมองอยู่อย่างรู้ทัน


"ชั้นบอกแล้วว่าเธอต้องชอบ" คำพูดพี่ชายแว่วมาเข้าหูอีกครั้ง ประโยคแรกที่เราถามขึ้นมาคืออันนี้มันเพลงอะไรเนี่ย


มันเจ๋งมาก พี่ชายบอก Quit playing game



นี่คือเพลงแรกที่ทำให้โกเก้รู้จักพวกเค้า Kevin Nick Brian Howie A.J. วง Backstreet boys


แล้วโกเก้ก็เริ่มติดตามผลงานพวกเค้าแบบจริงๆจัง หาซื้ออัลบัมเก็บไว้จนครบหมดทุกชุด ตอนแรกโกเก้ก็บ้าไปคนเดียว


หลังๆมาชวนน้องๆในบ้านฟังด้วยกัน เผลแพร่ความบ้าให้ขจรไกล (ทั้งบ้าน) แม้แต่คุณพ่อคุณแม่ก็พามารู้จักพวกเค้าด้วย




ของสะสม


หนังสือนิตยสารที่ลงบทสัมภาษณ์พวกเค้า โปสเตอร์ ข่าว และรูป


ซึ่งตอนนั้นสิ่งเหล่านี้มันหายากจริงๆ สิบกว่าปีที่แล้วในเมืองเล็กแห่งหนึ่งในภาคเหนืออย่างลำปาง


ร้านเทปหายากแทบนับร้านได้เลย มีไม่ถึงสิบร้านในลำปาง การจะหาซื้อเพลงสากลเกือบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่ด้วยความพยายามอย่างสูงก็ซื้อมาจนได้


นิตยสาร แต่ก่อนมีนิตยสารเพลงสากลเยอะมาก และแต่ละก็มีแบ็คสตรีทบอยลงเกือบทุกเล่มและทุกเดือน ขอบคุณช่วงเวลานั้นจริงๆ


ดังนั้นโกเก้จึงมีนิตยสารที่เกี่ยวกับแบ็คสตรีทบอยอยู่หลายเล่ม


พูดถึงของที่ระลึก ตอนนั้นโกเก้ไม่มีของที่ระลึกเกี่ยวกับแบ็คสตรีทบอยสักอย่างเพราะมันหายากและราคาสูงมาก บวกกับเรายังเด็กนักก็ไม่มีเงินเก็บและไม่พร้อมจะซื้อสิ่งของเหล่านี้ค่ะ


ช่วงที่แบ็คสตรีทบอยมาเมืองไทยปีแรก โกเก้จำได้ว่าตอนนั้นยังผูกคอซองอยู่เลย ถึงรับรู้ว่าเค้าเดินทางมาเปิดการแสดงเล็กๆแต่ก็ได้แต่รับรู้ไม่มีโอกาสได้ไปดู


ชอบใครเป็นคนแรกของวง


ตอนนั้นคือนิค คาร์เตอร์ ค่ะ แต่ปัจจุบันคือเควิน และเป็นเควินมาหลายปีแล้ว


มันเป็นครั้งแรกที่โกเก้เริ่มสนใจผู้ชายค่ะพูดกันตรงๆเลย และนิคเองตอนนั้นภาพของนิคในวงแบ็คสตรีทบอย เขาดูหล่อ ใส กับผมทองๆและรูปร่างยังโตไม่เต็มวัยมันโดนใจโกเก้นัก บุคลิกของนิคจะดูร่าเริงขี้เล่นมาก และโกเก้เลยชอบเค้า เสียงนิคจะโดดเด่น


เขามักร้องนำทุกเพลงคู่ไปกับไบรอัน อะไรก็สว่างสไสวไปหมดสำหรับภาพของนิคที่โกเก้หลงไหล




แต่แล้วก็เกิดความเปลี่ยนแปลงในความชอบของโกเก้ขึ้น ในอัลบัม Millennium


ภาพโปรโมทตอนอัลบัมนี้เปิดมาครั้งแรก


ผู้ชายผมดำที่โกเก้ไม่เคยใส่ใจจะมอง


เขาปรากฏตัวขึ้นมาในลุกใหม่ที่ผมสั้นตั้งขึ้นและหวีเสย รูปร่างที่งดงามตามแบบฉบับของเขา ที่โกเก้ยังโทษตัวเองที่ไม่เคยมองเห็นเลยตั้งแต่อัลบัมแรก



เควินได้ตำแหน่งผู้ชายที่หล่อและเซ็กซี่ที่สุดจากการจัดอันดับของนิตยสารพิลเพิล ปี 2000




เขาคนนี้ช่างดูโดดเด่นนักในอัลบัมนี้ Kevin Richardson


เควินเป็นคนเงียบๆและมีบุคลิกนิ่งเป็นพี่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม


โกเก้ลองย้อนกลับไปอ่านบทสัมภาษณ์ทั้งหมดค้นพบว่าเขาเป็นคนที่พูดน้อย แต่ทุกคำพูดของเขามีเหตุผลเสมอ


ตอนแรกมันคือความรู้สึกชอบ ชอบมาก


จากที่เคยมองนิคคนเดียวเริ่มหันมามองเควิน


ค้นพบว่าเขาเต้นได้พริ้วซะด้วย มารู้ตอนหลังว่าเขาเป็นนักเต้นตัวยง


รูปร่างสมส่วนของเควินเกิดจากการเล่นกีฬาทุกประเภทที่สนใจ เควินเคยเป็นกัปตันทีมอเมริกันฟุตบอล และมีฉายาว่า Train


เขาเป็นลูกคนเล็กในหมู่พี่น้องสามคนที่เป็นผู้ชาย


เขาสูญเสียพ่อไปด้วยโรคมะเร็งในปี 1990 และเขาอ่อนไหวในเรื่องนี้มาก


เควินเคยให้สัมภาษณ์ว่าทุกฤดูร้อนเขาจะจิตใจจะแย่มากเพราะจะคิดถึงพ่อ คิดถึงเวลาไปตั้งแคมป์กับพ่อ


เควินยังเป็นนายแบบเฉพาะกิจให้กับเวอร์ซาเช่อีกด้วย ตอนแรกโกเก้ยังคิดว่าใจโกเก้จะสามารถแบ่งให้กับนิคและเควินได้เท่าๆกัน


แต่ท้ายสุดแล้วก็ค้นพบว่า โกเก้ชอบผู้ชายบุคลิกอย่างเควินมากกว่าเยอะ



บททดสอบหัวใจและความมั่นคงกับแบ็คสตรีทบอย


มีช่วงหนึ่งที่แบ็คสตรีทบอยหายไป โกเก้ได้ข่าวว่าเขาแยกย้ายกันพักผ่อน และจริงๆแล้วเขาเตรียมจะออกอัลบัมแล้ว


แต่มาติดอัลบัมเดี่ยวของนิค ทุกคนจึงลงความเห็นว่าควรจะให้นิคได้ทำอัลบัมของตัวเองให้เรียบร้อยก่อน จึงออกอัลบัมต่อไป ช่วงนั้นมันคือช่วงเวลาแห่งการรอคอยที่นานที่สุดสำหรับโกเกกับแบ็คสตรีทบอยเลยล่ะ


โกเก้ลองทดสอบใจตัวเองว่าระยะเวลาที่ยาวนานที่ห่างเหินจากการติดตามอัลบัมแบ็คสตรีทบอยมันจะทำให้ความชอบโกเก้ลดลงไหม ช่วงนั้นโกเก้เริมเปิดใจหันไปฟังอัลบัมศิลปินคนอื่น เช่น วง Blue และเริ่มชอบดาราต่างประเทศคนอื่นเยอะมาก


มีเหมือนกันที่เพื่อนถามว่า โกเก้ แกเลิกชอบแบ็คสตรีทบอยของแกแล้วเหรอ โกเก้บอกเปล่า ก็เค้าไม่ได้ออกอัลบัมนี่ ชั้นก็แค่ลองหันมาเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆดูแค่นั้น


แต่ก็ยอมรับว่าช่วงที่พวกเค้าหยุดไป ใจโกเก้มันก็โหวงเลยนะ โกเก้ลองชอบ LEE แห่งวง BLUE ดูบ้าง ซื้อหนังสือเขามาเก็บไว้อ่าน มีรูปเค้าเยอะแยะ แต่บอกตรงๆพอถึงเวลาหนึ่งโกเก้กลับเบื่อเค้าอย่างบอกไม่ถูก มันไม่ใช่น่ะ ไม่ใช่แบ็คสตรีทบอย...ดาราหลายคนที่โกเก้ชอบ ก็เป็นแบบนี้หมด ใจมันไม่มั่นคง ชอบแป๊บเดียวก็เลิก แต่ไม่ใช่กับวงนี้




การรอคอยสิ้นสุด


ตอนที่ทางแฟนคลับส่งข่าวมาบอกว่า เฮ้ยแบ็คสตรีทบอยจะกลับมาแล้วนะ มาพร้อมอัลบัมใหม่ด้วย ใจโกเก้นี่มันฟูขึ้นมาเลย รู้สึกดีใจน้ำตาไหล เค้ากลับมาแล้ว ตอนนั้นอัลบัม Never gone พวกเค้าเติบโตขึ้น กลับมาในลุกใหม่ที่เป็นผู้ใหญ่


แฟนเพลงของพวกเขาก็เติบโตตามเค้าด้วยนะ อย่างโกเก้นี่ไง เพื่อนแฟนคลับทุกคนทั้งทำงานแล้วและอยู่มหาลัยปีสุดท้าย แต่ทุกคนรวมทั้งโกเก้ยังรักมั่นคงกับพวกเค้า


ข่าวคราวมากมายใครมีก็เอามาอัพเดทแบ่งกันในเว็บบอร์ดแฟนคลับ แล้ววันหนึ่งเหล่าแฟนคลับแบ็คสตรีทบอยทั่วโลกพร้อมใจกันส่งมอบเพลง I Still ที่อยู่ในอัลบัมนั้นให้พวกเค้าด้วย


แฟนคลับไทยแลนด์เองก็สุ่มหัววางโครงการโปรเจ็คนี้เหมือนกัน ตอนนั้นพวกเราก็คุยกันในกลุ่มเล็กๆวางแผนการแต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้วันไหน เพราะแต่ละคนต่างติดเรียนและติดงานกันหมด


โครงการเกือบล้ม ถ้าวันหนึ่งรายการอะไรไม่แน่ใจส่งคุณลูกเกด เมทะนี กิ่งโพยม ไปสัมภาษณ์แบ็คสตรีทบอยถึงญี่ปุ่น


ตอนต้นรายการมีเสียงแฟนคลับแบ็คสตรีทบอยดังขึ้นมาเป็นซาว์นด้วย ตอนนั้นได้ยินก็ยิ่งกว่าขนลุกแล้วเพราะหนึ่งในเสียงนั้นคือโกเก้ (เรื่องนี้ยาวค่ะโปรดติดตามตอนต่อไปว่าทำไมถึงมีเสียงโกเก้ในนั้น)


เข้าเรื่องต่อ ตอนคุณลูกเกดไปสมภาษณ์ ช่วงก่อนจบการสัมภาษณ์คุณลูกเกดดันหลุดปากไปบอกแบ็คสตรีทบอยว่า ตอนนี้เหล่าแฟนคลับเขากำลังเตรียมของขวัญให้พวกคุณอยู่นะคะ


โกเก้ได้ยินก็ เฮ้ยยย!! แย่แระ ทำไงดีเนี่ย โครงการร้องเพลงให้แบ็คสตรีทบอยล้มไม่ได้แล้ว


แต่มีเรื่องน่าประทับใจในตอนสัมภาษณ์ครั้งนั้นคือ ตอนลูกเกดถามเควินว่า เขาคิดจะมาเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทยบ้างไหน


แน่นอนครับพวกเราวางแผนว่าจะไปอยู่ครับ


ตอนนั้นบอกความรู้สึกไม่ถูกเลย อยากจะบอกว่าโกเก้ดีใจมากกกก ไม่ยังไม่แน่ใจว่าเค้าจะมามั้ย แต่ก็รู้สึกมีหวัง หวังว่าสักวันโกเก้จะได้พบกับพวกเค้าตัวจริง


หลังจากวันนั้นโกเก้ก็ได้ติดต่อไปหาเพื่อนๆแฟนคลับ ถามไถ่กันว่าโปรเจ็คเราจะเอายังไง ทุกคนรู้ว่ามันต้องมี ล้มไม่ได้แล้ว เราต้องพยายามทำของขวัญชิ้นนี้ให้แบ็คสตรีทบอย


วินาทีที่ข่าวดีมาถึง ฝันที่เป็นจริงของโกเก้


วันนั้นจำได้ว่าโกเก้รับโทรศัพท์จากเพื่อนชื่อตั๊ว (มาถึงตรงนี้ขอบคุณมากนะตั๊วเก้รักตั๊วมากเลยจุ๊บๆ)


วันนั้นโกเก้อยู่ที่เชียงใหม่ จำได้ว่าไปส่งแฟนเก่าของพี่ชายไปสมัครเข้าประกวดโครงการเดอะสตาร์ค้นฟ้าคว้าดาว โซนภาคเหนือที่เชียงใหม่


ตอนนั้นอารมณ์มันบ่จอย ขุ่นเคืองง่วงงุนเพราะนอนไม่พอมาก แล้วก็มีโทรศัพท์เข้ามา เสียงปลายสายของเพื่อนฟังดูตื่นเต้นมากกก ละลักละลำบอกโกเก้ว่า


เฮ้ยเก้ แบ็คสตรีทบอยจะมาแสดงคอนเสิร์ตในเมืองไทยแล้วเก้


ตอนนั้นแบบ หา! เสียงโกเก้สั่นเลย ถามตั๊วว่าจริงเหรอตั๊ว จริงเหรอ ข่าวคอนเฟิร์มรึยัง


ตั๊วบอกจริงเก้ ทางโซนี่ยืนยันมาเลย


โกเก้แบบ อร๊ายยยลั่นรถเลย แบบน้ำตาก็ปริ่มที่ขอบตาจะไหลแล้ว ความรู้สึกมันดีใจมาก มั้นตื้นตัน สิ้นสุดการรอคอยมากว่าสิบปี เค้าจะมาให้โกเก้พบตัวจริงแล้ว




+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ติดตามต่อในตอนที่ 2 ค่ะ









 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 18 มิถุนายน 2551 14:29:52 น.
Counter : 1144 Pageviews.  


เสียงจากบ้านนา
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





Free Cursors

Friends' blogs
[Add เสียงจากบ้านนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.