Bloggang.com : weblog for you and your gang

"You get the best out of others when you give the best of yourself."

Group Blog

 
All blogs

 

เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม (ส่งการบ้านคุณ chef umim+คุณ A Little Catz)



สวัสดี มิตรรักแฟนคลับเพนกวินทุกท่านค่ะ

หายหน้าหายตาจากการอัพบล็อกไปนาน มากๆๆๆๆ เนื่องจากยุ่ง + ติดเกม

ช่วงนี้ แบล็กโรคโคลสเบต้าอยู่ด้วย

ในชีวิตเพนกวินน้อย สิ่งที่คลั่งไคล้ก็มีหลายอย่างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นติดเกมออนไลน์ ติดละครหลังข่าว บ้าการ์ตูน รักการทำขนม (แบบมั่วด้วยตัวเอง) เป็นชีวิตจิตใจ

แต่ยังไงก็ ทำขนมทุกสัปดาห์นะคะ แม้บางสัปดาห์จะไม่ได้เอามาลงก็เถอะ

ตอนวันเกิดตัวเอง ก็ทำเค้กส้มไปแจกที่ทำงานอยู่ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปตอนทำ แล้วยังรู้สึกว่าจะต้องซ่อม เลยยังไม่ได้เอามาลงบล็อก

แต่ได้จุดแก้ไขข้อผิดพลาดจากคุณครูวรรณที่สละเวลาไปช่วยตอบในบอร์ดมา หนหน้าต่อไปคิดว่าน่าจะเอาชนะสปันจ์เค้กได้เสียที

มาเริ่มสูตรของวันนี้ดีกว่าค่ะ เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มในตำนาน สูตรของคุณเชฟอุ๋มอิ๋ม แต่แปลงสูตรโดยคุณวรรณ a little catz จากห้องก้นครัวค่ะ

สูตรมาจากกระทู้นี้นะคะ

http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2008/12/D7304197/D7304197.html

เค้กช๊อคโกแล็ตหน้านิ่ม (2 ปอนด์)



ส่วนผสม ชิฟฟอนช๊อคโกแล็ต

ส่วนผสมที่ 1
แป้งเค้ก 80 กรัม
น้ำตาลทรายป่น 70 กรัม
ผงโกโก้ 25 กรัม
ผงฟู 1 / 2; ช้อนชา
Baking Soda 1 / 2 ช้อนชา
เกลือ 1 / 4 ช้อนชา

ส่วนผสมที่ 2
นมข้นจืด 25 กรัม
น้ำ 50 กรัม
น้ำมันพืช 65 กรัม
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
ไข่แดง(เบอร์0) 2 ฟอง

ส่วนผสมที่ 3
ไข่ขาว(เบอร์0) 2 ฟอง
น้ำตาลทราย 40 กรัม
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1 / 4 ช้อนชา

ส่วนผสมหน้าช๊อคโกแล็ต
ส่วนผสมที่ 1
ผงโกโก้ 35 กรัม
ผงวุ้น 1 / 2 ช้อนชา
น้ำตาล 100 กรัม
นมสด 100 กรัม
วีปปิ้งครีม 150 กรัม
นมข้นจืด 100 กรัม

ส่วนผสมที่ 2
นมข้นจืด 100 กรัม
แป้งข้าวโพด 30 กรัม

ส่วนผสมที่ 3
เนยเค็ม 100 กรัม


1.วอร์มเตาอบไฟ บน-ล่าง อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส
2.ส่วนผสมที่ 1 ร่อนแป้ง ผงโกโก้ น้ำตาลทรายป่น ผงฟู เกลือ เข้าด้วยกัน


3. ส่วนผสมที่ 2 เทรวมกันในชามผสม


ใช้ตระกร้อมือคนให้เข้ากัน


4.ส่วนผสมที่ 3 ตีไข่ขาวด้วยความเร็วกลางให้ขึ้นฟองเล็กน้อย แล้วใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงไป ตีด้วยความเร็วสูง ทยอยใส่น้ำตาล ตีจนสังเกตเห็นรอยหัวตระกร้อเริ่มชัด ทดสอบว่าไข่ตั้งยอดพอหรือยังด้วยการยกหัวตีขึ้น ถ้าไข่ขาวตั้งยอดแสดงว่าใช้ได้ แล้วเปลี่ยนสปีดตีต่ำ 1 นาทีเพื่อตัดฟองอากาศ
(นี่เราไปโฟกัสที่ไหนละเนี่ย )


5.ทำหลุมตรงกลางส่วนผสมที่ 1 แล้วเทส่วนผสมที่ 2 ลงไป


คนให้เข้ากัน


แล้วจึงนำไข่ขาวมาผสม โดยแบ่งเป็น 3 ครั้ง ใช้ตระกร้อมือช่วยในการผสม


คนเบาๆให้เข้ากัน


6.เทลงพิมพ์ 2 ปอนด์ ที่รองด้วยกระดาษไข นำเข้าอบประมาณ 30-35 นาที หรือจนกว่าเค้กจะสุก เมื่อเค้กสุก นำออกจากเตา กระแทกพิมพ์ 1 ทีแล้วพักไว้สักครู่จึงแซะออก คว่ำเค้กบนตระแกรงให้เค้กเย็น
(ลืมถ่ายรูปตอนอบซะงั้น)


7.กวนหน้าช๊อคโกแล็ต โดยนำส่วนผสมที่ 1 ตั้งไฟอ่อนๆ คนด้วยตระกร้อมือตลอดเวลา พอเริ่มเดือด จึงนำส่วนผสมที่ 2 เทลงไป คนให้แป้งที่ใส่ลงไปสุก และเริ่มเห้นรอยตระกร้อ ปิดไฟ ใส่เนย คนให้เข้ากัน


ได้ออกมาแบบนี้ ดูข้นเชียว

แล้วก็นำไปราดบนเค้ก

แล้วเราก็กะแล้วว่า...

มันจะต้อง....


ไม่เด้ง

พูดอะไรมีผิดปากไหมนั่น

แต่เห็นในสูตรก็บอกว่า แบบที่ใช้นมข้นจืดกับวิปปิ้งครีมมันทำให้เด้งยากอยู่แล้วเพราะมันข้น ใจชื้นขึ้นมานิดนึง เชื่อครูวรรณ เอาช้อนมาทำลายวนๆดีกว่า...

ปรากฏว่า....


ดูเหมือนจะอัปลักษณ์กว่าเดิม...

เลยเอาหน้าช็อกโกแลตที่เหลือเล็กน้อยมาแต่งดอกวนๆแบบมั่วๆไป เพื่อกลบเกลื่อน

แต่กระนั้นก็ยังคงดูอัปลักษณ์อยู่

(แล้วท่าทางว่า การถ่ายรูปเค้กที่ทำในที่มืดๆแล้วสาดแฟลชเข้าไปนี่ ทำให้เค้กดูอัปลักษณ์รุนแรงกว่าเดิม )

เฮ้อ ต้ดซะเลยดีกว่า เผื่อมันจะดูดีขึ้น


ช่วยได้นิดๆนะ


สาดแฟลชใส่ทีไร เค้กอัปลักษณ์ทุกที

หนหน้าจะทำหน้าเค้กงามๆออกมาให้ได้เลยทีเดียว

สำหรับวันนี้ ต้องขอลาไปก่อนนะคะ

ขอให้อิ่มอร่อยกันทั่วหน้าค่ะ

 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2552 23:29:06 น.  

น้ำพริกอ่องเจ



สวัสดี แฟนคลับครัวเพนกวินที่รักทุกท่านค่า

ช่วงนี้ ครัวเพนกวิน มีอันต้องเข้ากับเทศกาลสักหน่อย ก็เทศกาลกินเจนั่นละค่ะ

กินเจทั้งที เราก็ต้องทำอาหารเจกินกัน แล้วก็อย่าลืมทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใสด้วยนะคะ

วันนี้ จะขอมาพรีเซนต์กับข้าวเจ สูตรประจำบ้านกันค่ะ (ก็สูตรของแม่เรานั่นละ จะมีใคร)

เมนูวันนี้ แท่น แทน แท้น น้ำพริกอ่องเจค่ะ

ส่วนผสมก็ประกอบด้วย


- โปรตีนเกษตรแบบเม็ดเล็ก
- มะเขือเทศสีดา
- พริกแกงเจ (แบบแกงแพนงนะคะ)
- น้ำตาลปึก
- เกลือ
- ซีอิ้วขาว
- น้ำเปล่าเล็กน้อย




ขั้นตอนแรกก็คือ ผ่ามะเขือเทศสีดาเสียก่อน

ถ้ามะเขือเทศลูกเล็กมาก แค่เอามีดบากเฉยๆก็ได้ค่ะ

แต่วันนี้ มะเขือเทศลูกค่อนข้างใหญ่ เลยต้องผ่าครึ่งเสียหน่อย



แล้วก็เอาโปรตีนเกษตรไปแช่น้ำไว้ค่ะ

ข้างซองเค้าบอกให้แช่น้ำร้อน 5 นาที บีบน้ำทิ้งแล้วเอาไปใช้ได้

เราแช่ไปจนกว่ามันจะนิ่มน่ะค่ะ



นิ่มแล้วก็บีบน้ำออกจนแห้ง พักไว้ก่อน



ต่อไปก็เทน้ำมันใส่กระทะตั้งไฟ เอาพริกแกงเจ (แบบพริกแกงแพนง) ลงไปผัดค่ะ

พริกแกงนี้เราไม่ได้ทำเอง แต่ซื้อเขามา

จากที่ทราบมา พริกแกงเจ วัถุดิบจะประกอบด้วย พริกแห้ง ตะไคร้ ข่า พริกไทย รากผักชี ผิวมะกรูด ลูกผักชี ประมาณนี้

เราก็ไม่ค่อยแน่ใจเรื่องผักที่ห้ามกินในการกินเจเท่าไหร่ รู้สึกจะมีหลายตำรามาก แต่หลักๆน่าจะห้ามหอมกับกระเทียม



ใช้ตะหลิวบี้ๆพริกแกงเข้ากับน้ำมัน ผัดจนหอม



เอาโปรตีนเกษตรที่บีบน้ำทิ้งไปแล้วเทลงในกระทะ ผัดให้เข้ากับพริกแกง



ผัดพอเข้ากันแล้ว ก็เทมะเขือเทศสีดาที่เตรียมไว้ลงไป



เติมรสสักหน่อย ด้วยเกลือ ซีอิ้วขาว น้ำตาลปึกค่ะ

ตอนแม่ที่กำกับการแสดงบอกให้ใส่น้ำตาลปึกไปตั้งก้อนครึ่ง ก็ตกใจอยู่ไม่น้อย

แต่พอชิมรสตอนทำเสร็จแล้วถึงรู้ว่าแม่เรานี่กะรสอะไรไม่เคยพลาดจริงๆ



แล้วก็ผัดๆไปเรื่อยๆ ระหว่างที่ผัดก็เอาตะหลิวบดๆๆ ขยี้ๆๆๆ น้องมะเขือเทศให้บี้แบน (ดูแล้วซาดิสม์มาก)



พอส่วนผสมเข้ากันแล้ว ก็เติมน้ำเปล่าลงไปนิดนึง



ผัดๆ เคี่ยวๆไปจนน้ำงวดลง

ระหว่างรอ เราก็ขอพรีเซนต์กับข้าวเจบ้านเราสักหน่อย

สูตรของแม่เราเองค่ะ ผ่านมาตรฐาน อร่อยทุกจาน



เริ่มจาก ผัดผักโขม



ต่อด้วย น้ำแกงต้มผักรวม

ประกอบด้วย ผักขม(ชุงไฉ่) ไชเท้า มะระ ฟองเต้าหู้ เห็ดฟาง

เนื่องจากเป็นน้ำแกงเจ เราเลยจะไม่ใช้ไขมันสัตว์ในการต้มน้ำแกง

แม่เราเลยเอามะระไปผัดกับน้ำมันก่อนจะเอาไปต้มน้ำแกงค่ะ



แล้วน้ำพริกอ่องเจของเราก็เสร็จสิ้น แทน แท้น



ทานกับกระหล่ำปลีหัวใจ เข้ากั๊น เข้ากัน



ข้าวสวยร้อนๆสักจาน อร่อยเหาะไม่เบา ไม่แพ้ใช้หมูสับทำเลยค่ะ

วันนี้ ครัวเพนกวินก็ต้องขอลาแฟนคลับไปก่อนนะคะ

ขอให้ทุกท่านอิ่มอร่อยและอิ่มบุญกับเทศกาลกินเจนะคะ


 

Create Date : 18 ตุลาคม 2552
Last Update : 18 ตุลาคม 2552 23:02:41 น.  

บราวนี่ PGTX (ส่งการบ้านแม่ปู)



สวัสดีมิตรรักแฟนคลับของครัวเพนกวินทุกคนค่า

หายหน้าหายตาไปเป็นสัปดาห์ (อีกแล้ว) ไม่มีอะไร ไม่ได้หยุดเข้าครัวแต่ประการใด แต่แค่ไม่มีเวลามาเขียนบล็อก

วันนี้ จะขอส่งการบ้าน (ที่พยายามจะลอกชาวบ้านเขามานมนาน) ด้วยบราวนี่สูตรอร่อยของแม่ปูค่ะ


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=pookhakae&month=14-10-2008&group=2&gblog=36

หลังจากที่ลองทำไปครึ่งสูตรแจกชาวบ้าน ได้รับความนิยมอย่างสูง เลยตัดสินใจจะทำไปแจกลูกคลับทั้งหลาย ในงานแข่ง PGTX ซะเลย

(เลยกลายเป็น บราวนี่ PGTX ด้วยประการฉะนี้)

เนื่องจากจะทำไปเลี้ยงคนเป็นกองทัพ (เว่อร์) เลยจัดการทำไปสูตรครึ่ง ดังนี้


ส่วนผสม (ลอกแม่ปูมาค่ะ)



ส่วนผสมที่ 1
Semi-Sweet Chocolate Chips 18 ออนซ์ (500 กรัม)
แต่ตรงนี้เราใช้เป็น Chocolate Compound ผสมกับช็อกโกแลตอื่นๆ นานาประดามี
เนยจืด 180 กรัม

ส่วนผสมที่ 2
ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 6 ฟอง
น้ำตาลทราย 1 1/4 ถ้วย (ลดลงมาค่ะ เนื่องจากช็อกโกแลตที่ไปหามานั้นหวานอยู่แล้ว)
เพียววานิลาแอ๊คแทรค 1 1/2 ช้อนชา
กาแฟผง 3 ช้อนโต๊ะ



ส่วนผสมที่ 3
แป้งสาลีเอนกประสงค์ 1 1/2 ถ้วย
ผงโกโก้ชนิดไม่หวาน 1/2 ถ้วย
ผงฟู 3 ช้อนชา
เกลือ ๑/๔ ช้อนชา



English toffee bits 1//2 ถ้วย (สำหรับโรยหน้า)
(เราใช้เป็นอัลมอนด์สไลด์ค่ะ)



ขั้นตอนการทำ

อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ หรือเกือบๆ 180 องศาเซลเซียส เตรียมถาดปูกระดาษไขไว้



ร่อนแป้ง โกโก้ ผงฟู เกลือเข้าด้วยกัน แล้วพักไว้ก่อน



จากนั้นก็เอาช็อกโกแลตมาใส่อ่างสเตนเลสเตรียมไว้ค่ะ

เราใช้ Chocolate Compound ของ Tulip (หั่นช็อกโกแลตกันมือหงิกเลยค่ะพี่น้อง -*-) ผสมกับช็อกโกแลตต่างๆที่หาได้ในตู้เย็น

ดูในรูป มีทั้ง Hershey's Toblerone (หรูมาก บราวนี่ฉัน)



จากนั้นหั่นเนยใส่ลงไปในอ่างสเตนเลสด้วย แล้วเอาไปตุ๋นบนหม้อตุ๋นค่ะ

ตามสูตรแม่ปูบอกให้เอาหม้อใส่น้ำตั้งบนเตา วางอ่างช็อคโกแล็ตซ้อนลงไปบนหม้อ แต่ที่บ้านมีหม้อนึ่งอยู่พอดี เลยเอามาใช้ประโยชน์ซะเลย

ในรูปนี้ แอบเอาผงกาแฟใส่ลงไปด้วย แต่จากการทดสอบแล้ว ตุ๋นกาแฟพร้อมกับช็อกโกแลตมันละลายยากมากๆ ดังนั้น ทำตามสูตร เอาไปตีพร้อมกับไข่จะดีกว่าค่ะ



ตุ๋นไปจนช็อกโกแลตละลายเข้ากันดีกับเนย แล้วพักไว้ก่อน



จากนั้น ผสมไข่ไก่ น้ำตาลทราย (ที่จริงต้องมีผงกาแฟด้วย) ในอ่างผสม



ใช้ตะกร้อมือตีให้พอเข้ากันค่ะ (น้ำตาลยังละลายไม่หมดไม่เป็นไรค่ะ)



เทส่วนผสมช็อกโกแลตลงไป แล้วคนให้เข้ากัน จนกลายเป็นส่วนผสมที่ข้นๆ



คนจนข้น เหนียว หนืด



แล้วเราก็ทยอยใส่แป้งลงไปค่ะ เราแบ่งใส่ 3 ครั้ง เพราะว่ามันเยอะ



ใช้ตะกร้อมือคนไปเรื่อยๆ....



จนแป้งหมด และส่วนผสมทั้งหมดก็เข้ากันดี



เทใส่ถาดที่เตรียมไว้ ใช้พายยางเกลี่ยให้เสมอกัน โรยอัลมอนด์สไลด์ให้ทั่ว

ก่อนเข้าอบ เคาะถาดเบาๆไล่ฟองอากาศนิดนึงค่ะ



อบไฟบนล่าง ประมาณ 23 นาที



โอ้ววว บราวนี่เริ่มพองตัวขึ้นมาแล้ว



อบเสร็จแล้วค่ะ กลิ่นหอมฟุ้งทั่วบ้านเลย

ได้บราวนี่หน้ากรอบนิดๆ เนื้อนุ่มหนึบ เข้มข้นสะใจจริงๆเลย



ส่วนผสมเหลือ เลยใส่พิมพ์ 2 ปอนด์ลงไปอบได้อีกชุดนึง



ทิ้งให้เย็นสักครู่ แล้วตัดเป็นชิ้นๆเลยค่ะ

รอบนี้ ตัดชิ้นเล็กหน่อย ไว้แจกคนเยอะ







หลายๆมุม



เรียงใส่กล่อง เตรียมไปแจกชาวบ้านค่ะ

ที่เห็นนี่คือเรียงซ้อน 2 ชั้นนะคะ



เอาไปตั้งโชว์แล้วก็เก็บกล่องเปล่ากลับบ้าน อิอิ

หนนี้ ก็ต้องขอลาไปก่อนนะคะ ไว้รอบต่อไปทดลองทำอะไรจะเอามาโพสให้ชมกันอีกค่ะ

ใครที่เอาไปทำก็ขอให้อร่อยกันทั่วหน้านะคะ

 

Create Date : 11 ตุลาคม 2552
Last Update : 11 ตุลาคม 2552 2:43:54 น.  

สปาเกตตี้หมูสับซอสมะเขือเทศ



สวัสดีมิตรรักแฟนครัวเพนกวินทุกคนค่ะ (มีแฟนคลับกับเขาด้วยหรือไงยะ)

ห่างหายจากการเขียนบล็อกไป อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเพนกวินไม่ได้เข้าครัวนะคะ ที่จริงเข้าตลอด แต่อะไรที่มันทุเรศ เราจะไม่เอามาลงค่ะ (ซะงั้น)

แหม ไม่ใช่อะไร มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชนรุ่นหลังค่ะ

วันนี้ ขอเอาเมนูที่คุ้นเคยมาลง คือ สปาเกตตี้หมูสับซอสมะเขือเทศ สูตรประจำบ้านค่ะ

ปกติเราจะทำสปาเกตตี้สักเดือนสองเดือนหน เป็นเมนูสปาเกตตี้ที่ขึ้นหน้าขึ้นตาที่สุดแล้ว (ไม่ใช่สิว) ทำเมื่อไหร่ก็หมดเมื่อนั้น

อัตราส่วนวัตถุดิบ ไม่สามารถบอกได้จริงๆค่ะ เพราะเวลาทำกับข้าว ไม่เคยจะชั่งตวงวัดอะไรกับเขาสักที กะคำนวณด้วยสายตาทั้งหมด

วัตถุดิบก็มีดังนี้
- เส้นสปาเกตตี้ ขนาดปานกลาง (หรือใครจะชอบเส้นเล็กก็ได้นะคะ อร่อยไปอีกแบบ)
- น้ำมันมะกอก (ไว้คลุกเส้นสปาเกตตี้)
- หมูสับ
- หอมใหญ่ซอยละเอียด
- มะเขือเทศหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
- แครอทหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
- เนยสดหรือมาการีน
- ซอสมะเขือเทศ
- เกลือ
- น้ำตาล
- แป้งข้าวโพด



วิธีทำ


หั่น สับ ซอยบรรดาผักทั้งหลายจนละเอียด แล้วก็พักไว้ก่อน


หันไปที่เตา ต้มน้ำใส่กาละมังจนเดือด ใส่เกลือไปด้วยนิดนึง


แล้วก็ควักเส้นสปาเกตตี้ออกมา วันนี้ใช้เบอร์ 5 ค่ะ


แล้วก็ใส่เส้นสปาเกตตีลงไป ตูม! (ใส่เส้น ทำยังกะระเบิดลง)


แล้วก็ต้ม ต้ม ต้ม แล้วก็ต้ม
เดือดแล้วก็ยังใช้ไม่ได้นะคะ ต้องให้สุก
ไปอ่านการ์ตูนมา เห็นเขาว่า ต้องสุกแบบที่เห็นเส้นสีขาวบางเหมือนเส้นผมอยู่กลางเส้น เขาจะเรียกกันว่าเส้นแบบอัลเดนตี้ ถือว่าสุกใช้ได้
แต่โทษทีค่ะ สายตาไม่ได้ดีขนาดนั้น
เลยใช้กะเอาค่ะ พอเห็นเส้นมันดูท่าจะนิ่มแล้ว ก็ทำการชิม ชิมไปเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจในความนิ่มของมัน
แว้ก! เผลอแป๊บเดียวหมดกาละมัง (ไม่ใช่ละ)


ได้ที่แล้ว เราก็เอาเส้นมาล้างน้ำเย็น แล้วก็เอาน้ำมันมะกอกมาเทใส่ คลุกเคล้าเส้น พักเอาไว้ (น้ำมันมะกอก ห้อม หอม)


จากนั้นเราก็มาเริ่มต้นทำส่วนหน้าราดกันค่ะ
ผัดหอมใหญ่ซอยกับเนย ไฟอ่อน



ผัดไปเรื่อยๆ.....เรื่อยๆ......








อย่าเพิ่งหลับ ตื่น!





ส่วนนี้ถือว่าต้องอาศัยความอดทนพอสมควร เพราะถ้าเราเผลอมันจะไหม้ค่ะ
ผัดจนหอมใหญ่กองเบ้อเริ่มยุบ แล้วก็กลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ (ย้ำนะคะ ไม่ใช่สีดำ)
ผัดหอมใหญ่นานๆ มันทำให้รสชาติกลมกล่อมขึ้นนะคะ


ได้ที่แล้วก็ จัดการนำหมูสับลงไปคลุกเคล้าจนสุก
ยีหมูสับอย่าให้เป็นก้อนนะคะ


สุกได้ที่แล้ว ก็ใส่บรรดาผักที่เหลือ ได้แก่มะเขือเทศกับแครอทลงไปเลยค่ะ
ผัดๆๆๆๆ จนผักเริ่มจะสุก


จากนั้นก็ ตูม! ซอสมะเขือเทศค่ะ นางเอกของเรา ใส่ลงไปเล้ย


ปรุงรสด้วย น้ำตาล เกลือ ใส่แป้งข้าวโพดผสมน้ำลงไปด้วยนิดนึงเพื่อความข้น
แล้วก็ต้มบนกระทะไปเรื่อยๆ จนผักของเราเละค่ะ


พอจะเสิร์ฟ หยิบเส้นสปาเกตตี้มาใส่จาน แล้วก็ราดหน้าหมูสับลงไป ตูม! (บอกแล้วไงว่า ไม่ต้องรุนแรงขนาดน้าน)

ฉากครัวไม่ค่อยโสภา ยกจานไปหลังบ้านดีกว่า


ซอสเยิ้มๆ น่าทานมั้ยคะ


ซูมๆๆๆ

วันนี้ก็ จบการทำกับข้าวของครัวเพนกวินแต่เพียงเท่านี้นะคะ

รอบหน้าจะกลับไปเป็นเบเกอรี่อีกรอบค่ะ ส่วนจะเป็นอะไรนั้น รับรองว่าอร่อยเด็ดแน่นอน (มั่นใจจริงนะหล่อน)

ขอบคุณที่อ่านกันค่ะ

 

Create Date : 03 ตุลาคม 2552
Last Update : 3 ตุลาคม 2552 18:04:50 น.  

Lemon Bliss Cupcakes



วันนี้ ก็ขอมาทำคัพเค้ก ด้วยสูตรเจ็บเนื้อเจ็บตัวสักนิดนึง

(เดี๋ยวพออ่านๆไปคงจะรู้ว่า ทำไมถึงเป็นสูตรเจ็บตัว)

Lemon Bliss Cupcakes สูตรหวานอมเปรี้ยว เจ้าค่ะ

ที่มาของสูตร ก็มาจากที่นี่เลย



http://www.treesandtots.com/articles.asp?id=159

Lemon Bliss Cupcakes

Welcome spring with moist lemon cupcakes and creamy, zesty frosting.

Yield: 12 cupcakes

Prep time: 25 minutes
Baking time: 18-20 minutes
Difficulty Level: Moderate

Cupcakes:

1 1/2 cups flour
1/2 tsp. baking soda
1/4 tsp. salt
1/2 cup Horizon Organic unsalted butter, room temperature
3/4 cup sugar
2 Horizon Organic eggs
1/2 cup Horizon Organic plain yogurt
1 tablespoon lemon zest
3 tablespoons fresh lemon juice

Frosting:

1 (8-ounce) container Horizon Organic cream cheese, room temperature
1/4 cup Horizon Organic unsalted butter, room temperature
2 cups powdered sugar
1/2 teaspoon vanilla extract
2 teaspoons lemon zest
3 tablespoons fresh lemon juice
a few drops of yellow food coloring, if desired

Preheat oven to 325 degrees and line a 12-cup muffin tin with paper liners.

Whisk together flour, baking soda and salt in a small bowl. Set aside. In the bowl of a stand mixer beat butter and sugar until light and fluffy, about 3 minutes. Add eggs, one at a time, beating well after each egg. Alternately add flour mixture and yogurt to batter, beginning and ending with flour mixture. Add lemon zest and lemon juice and beat for another minute until light and fluffy.

Spoon batter into prepared muffin pan and bake for 18-20 minutes until tops spring back and a tester inserted into center of cupcake comes out clean. Cool completely.

To prepare frosting, beat cream cheese and butter until light and fluffy. Gradually add powdered sugar until all is incorporated. Beat in vanilla, lemon zest, lemon juice and food coloring. Frost cooled cupcakes.

Calories 280; Total Fat 9g: Cholesterol 42mg; Sodium, 228mg; Carbohydrates 45g; Dietary Fiber 1g; Sugars 32g; Protein 4g; Vitamin A 7% DV; Vitamin C 9% DV; Calcium 4% DV; Iron 6% DV

From: Horizon Organic




สูตรนี้ได้เค้ก 12 ถ้วยค่ะ (แต่หน้านี่เยอะมากมาย)

เวลาในการทำ : ประมาณ 25 นาที
เวลาอบ : 18-20 นาที
ความยาก : ระดับปานกลาง

ส่วนตัวเค้กนะคะ:

แป้งเค้ก 1 1/2 ถ้วย
เบคกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
เนยสดแบบจืด 1/2 ถ้วย ทิ้งให้อ่อนตัวที่อุณหภูมิห้อง
น้ำตาล 3/4 ถ้วย
ไข่ไก่ 2 ฟอง
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย
lemon zest (ผิวเลมอนขูดฝอย) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเลมอนสด 3 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมครีมชีสฟรอสติ้ง:

ครีมชีส 8 ออนซ์ (250 ม.ก.)ทิ้งให้อ่อนตัวที่อุณหภูมิห้อง
เนยสดแบบจืด 1/4 ถ้วย ทิ้งให้อ่อนตัวที่อุณหภูมิห้อง
น้ำตาลไอซิ่ง 2 ถ้วย
vanilla extract 1/2 ช้อนชา
lemon zest (ผิวเลมอนขูดฝอย) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเลมอนสด 3 ช้อนโต๊ะ
สีผสมอาหารสีเหลืองเล็กน้อย ถ้าต้องการ (เราไม่ได้ใส่ค่ะ)




ขั้นแรก อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 325 องศาฟาเรนไฮต์ค่ะ (ประมาณ 170 องศาเซลเซียส) แต่เราแอบเพิ่มความร้อนไปนิดนึง แบบว่าเตาที่บ้านไม่ค่อยร้อน แหะๆ

กรุถ้วยกระดาษลงแม่พิมพ์รอไว้

จากนั้น ร่อนแป้งเค้ก เบคกิ้งโซดา เกลือป่น เข้าด้วยกันแล้วพักไว้ค่ะ




จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนการทำ Lemon zest อันขมขื่นกันค่ะ - -"

เนื่องมาจาก จขบ เจ็บตัว ได้เลือดซะนี่

ขูดผิวมะนาว แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเตรียมไว้

มาดูหน้าอุปกรณ์ที่ทำให้ได้เลือดกันค่ะ -*-




ซอยยิบๆ แล้วก็คั้นน้ำเลมอนไว้รอ



จากนั้นก็ เซตเครื่องตีไว้ ตีเนยกับน้ำตาลจนขึ้นฟูประมาณหนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 3 นาที



ใส่ไข่ลงไปทีละฟอง ตีจนพอเข้ากัน



จากนั้น ทยอยใส่โยเกิร์ตสลับกะแป้ง สลับกันไปเรื่อยจนจบที่แป้ง

จากนั้น ใส่ Lemon zest และน้ำเลมอนลงไปค่ะ

ตีต่อไปเรื่อย จนส่วนผสมฟูข้นขาว



เนื่องจากกลัวจะเลมอนไม่สะใจพอ เลยแอบใส่ Lemon extract ลงไปนิดนึง


ได้หน้าตามาประมาณนี้



หยอดใส่พิมพ์



เอาเข้าเตาอบนะคะ

อบไปประมาณ 18-20 นาที

เราเริ่มอบจากไฟบนก่อนให้หน้าขนมเซตตัว สัก 10 นาที แล้วปรับเป็นไฟบนล่างน่ะค่ะ (อันนี้แล้วแต่เตาอบนะคะ)

ใช้ไม่จิ้มฟันเช็คสุกด้วยนะคะ



หน้าขนมเริ่มเป็นรูปร่างขึ้นมาละ



เอาออกมาพักให้เย็นค่ะ



อบรอบแรกเราว่าสีมันนวลไปหน่อย ไม่เข้มสะใจเลย

รอบสองเลยแอบเพิ่มแรงไฟไปนิด เป็น 190 องศาเซลเซียส

ผลก็คือ ได้คัพเค้กหน้าแตกประมาณนี้




เค้กเย็น เราไปตีครีมชีสฟรอสติ้งรอกันดีกว่าค่ะ

เริ่มจาก ครีมชีสกับเนยค่ะ



วิ้วๆๆๆๆ ตีจนขึ้นฟูขาว



จากนั้นก็ ใส่น้ำตาลไอซิ่งลงไป แล้วตีต่อให้เข้ากัน



ใส่ vanilla extract น้ำเลมอน Lemon zest ลงไป แล้วตีต่อจนเป็นเนื้อเดียวกันค่ะ



ออกมาแล้ว ครีมชีสฟรอสติ้ง

หน้าตาน่าอร่อย จิ้มดูดไปหลายที หวานเปรี้ยว อร่อย



ขั้นตอนสุดท้าก็คือ โปะครีมชีสฟรอสติ้งลงไปบนคัพเค้กที่เย็นตัวลงแล้วค่ะ

เอาไปแช่เย็นให้เซตตัวก่อนก็ดีนะคะ เพราะแบบว่า อากาศช่วงนี้มันร้อนมาก พอโปะลงไปปุ๊บ ไหลเลยค่ะ (ดูจากภาพ)



ลองเทสดูสักหน่อย ว่ามันเป็นจะไดนี่

เนื้อเค้กหอมกลิ่นเลมอน ครีมชีสหวานอมเปรี้ยว

สูตรนี้สะใจคนชอบทานเค้กแบบเปรี้ยวๆค่ะ

สำหรับวันนี้ ก็ต้องขอลาไปก่อนนะคะ

ปิดท้ายด้วยรูปโชว์มือตัวเองแบบเบลอๆ (เพราะถ่ายรูปมือเดียว )

 

Create Date : 13 กันยายน 2552
Last Update : 13 กันยายน 2552 23:47:02 น.  

1  2  

aoikotori

Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

สิ่งที่ดิฉันคลั่งไคล้
เกม
การ์ตูน
ละครหลังข่าว
ของกินอร่อยๆ
แล้วก็ทำขนมค่ะ

 
Friends' blogs
[Add aoikotori's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.