หายใจ กับ ใจหาย


สิ่งที่ฉันแทบไม่เคยปฏิบัติเลยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็คือ "อาการเรื้อรัง"
ฉันมักจะจบความคิดหรือการกระทำ ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเสมอ
นั่นไม่ใช่ความเก่งกาจ หรือ พฤติกรรมดีเด่นอะไรเลย
แต่เป็นเพราะ "นิสัยใจคอ" ที่ไม่อาจเปลี่ยนได้แม้จนอายุปูนนี้...กระมัง

ในวันนี้ และ ณ ขณะนี้
ฉันจึงได้แต่ถามตัวเองว่า...อาการเรื้อรังที่ได้เกิดขึ้นและกำลังดำเนินอยู่นี้ มีสาเหตุมาจากอะไร

มันอาจไม่ใช่อาการเศร้าที่จมดิ่ง ไม่ใช่อาการโศกที่อ้อยอิ่ง
หากฉันขอเรียกอาการนี้ว่า "ใจหาย" ที่ไม่เคยจางไป
รู้สึกได้เลยว่า จิตฉันไม่ได้หนักแน่นเพียงพอที่จะสนองตอบต่อกำลังสติที่เคยตั้งมั่น
เมื่อฉันลองนับเวลาดู...อืมม..นี่มันเกือบเดือนแล้ว ที่ฉันไม่สามารถถอนใจออกจากอาการดังกล่าวได้แม้สักวัน

ปึ้ก ปึ้ก
...ฉันลองเอามือสัมผัสกับอกด้านซ้าย ไม่แรง และไม่เบาจนเกินไป
แรงกระทบทำให้ฉันเรียกสติคืนมาได้ทุกครั้ง
ก่อนจะกลับไปใจโหวง...ในแบบที่มันถนัดนัก

ฉันสูดลมหายใจเข้า-ออก ช้า ช้า

ลมหายใจ...ส่งเสียงสดใสทักทายฉันและย้ำเตือนว่า "เอาน่า อย่างน้อยฉันก็ยังหายใจอยู่ ยังสามารถสร้างสรรค์งานให้กับแผ่นดินได้อีกมากมาย แม้จะไม่ได้ร่วมงานกับทีมงานที่น่ารักกว่า 20 ชีวิตอีกแล้ว และแม้ต้องทนดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้บริหารและสถาบันที่ฉันรักอยู่แบบนี้ โดยทำอะไรไม่ได้เลยก็ตาม"

แต่ไม่นานนัก
อาการ "ใจหาย"...ก็กำเริบขึ้นฉันได้ยินเสียงพึมพำ เบา เบา ว่า "ฉันทุกข์ที่ได้เห็นและรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับคนดีที่มีแต่ทำคุณให้แผ่นดิน ฉันท้อที่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการเฝ้าดูและเอาใจช่วยอยู่ห่างห่าง ฉันสลดที่ต้องจากสถาบันที่ฉันรักไป ฉัน ฉัน ฉัน บลา บลา บลา"

หากเปรียบอาการปรุงแต่งจิตดังกล่าวเป็นเครื่องปรุงรสอาหารชนิดต่างๆ
เกือบเดือนที่ผ่านมา...ฉันคงได้กลายเป็นกุ๊กฝีมือดีที่สุดในโลกเป็นแน่
เพราะจิตฉัน...นำพาให้รับรู้รสชาดที่หลากหลาย แซ่บ ไม่หยอกเลย

การฝึกสติยังคงเดินหน้าต่อไป ภายใต้สภาวะแห่งการทดสอบที่ดูเหมือนจะหนักอึ้งและยาวนานสำหรับฉัน

ขอบคุณประสบการณ์แห่งทุกข์ที่สอนให้ฉันแยกความหมายของคำสองคำออกจากกันได้อย่างถ่องแท้
หายใจ...กับ...ใจหาย...แตกต่างกันมากมายเหลือเกินเจ้าเด็กอนุบาลเอ๋ย

ป.ล. ฉันจะผ่านการทดสอบในครั้งนี้ให้ได้ด้วยสติที่ฉันพึงมี ไม่ว่ามันจะนานและหนักหนาสักเพียงใดก็ตาม...สู้กันต่อไปนะ โหยง เหยง

ป.ล. 2 สารภาพกับคุณครูว่า ครั้งนี้เจ้าดอกคูณฯ สอบตกอีกแล้วขอร้าบบบ

ขอให้ทุกท่านเจริญในธรรมค่ะ




Create Date : 27 มิถุนายน 2552
Last Update : 27 มิถุนายน 2552 12:11:42 น.
Counter : 772 Pageviews.

7 comments
:: คำตอบมีสองด้านเสมอ :: กะว่าก๋า
(9 ก.ค. 2567 05:05:46 น.)
:: คามิกะ :: กะว่าก๋า
(8 ก.ค. 2567 05:14:42 น.)
ให้ผ่านเกณฑ์ รู้จักหยุด รู้จักพอ รู้จักยับยั้ง รู้จักพัก รู้จักออกจาก เข้มแข็ง ปัญญา Dh
(5 ก.ค. 2567 10:19:35 น.)
:: ความเปลี่ยนแปลงแห่งชีวิต :: กะว่าก๋า
(4 ก.ค. 2567 04:50:07 น.)
  
อ่านแล้วซึ้งดีจัง
โดย: บางส้มเปรี้ยว วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:13:50:04 น.
  
อืมม อ่านแล้วก็เข้าใจสัจธรรมดีเหอะๆ

คำเดียวกันแต่สามารถแปลได้หลายความหมาย
โดย: น้ำค้างปลายข้าว วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:16:52:46 น.
  
วิชาชิวิตไม่เคยมีใครที่ไม่เคยสอบตก
การสอบตกทำให้คนเรามีปัญญา มีประสบการณ์
คนทีไม่เจอปัญหาอะไรเลย เขาไม่รู้ตัวเองหรอกว่า ตนเองนั้นแกร่งขนาดไหน

สัคว์ป่าที่เกิดมา ไม่ถึงชั่วโมงก็เดินได้วิ่งได้
เพราะสัตรูผู้ไล่ล่ามีมาก

ลองส่งคนอายุ 20 ปีเข้าป่าคนเดียวซิ ไม่ถึงวันก็จะเหลือแต่ชื่อนามสกุลเท่านั้นเอง
โดย: นมสิการ วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:19:43:16 น.
  
โอ้ โฮ
ขออุทานเป็นภาษาโบราณหน่อยน๊าท่านผู้มาเยือน

** ขอบคุณคุณบางส้มเปรี้ยวฮะ ที่แวะมาซึ้งกับบล็อคของข้าพเจ้า

** หนูน้ำค้างปลายข้าว แอบหลานมาเข้าใจสัจธรรมแถวนี้นี่เอง อิอิ หลานสาวมายืนคอยอยู่โน่นแล้วจ่ะ

** รู้สึกเป็นเกียรติมากกกก มากกก ค่ะ
ที่ได้รับข้อคิดเห็นจากท่านนมสิการ
ฮือออ...ข้าพเจ้าทำอะไรไม่เนียนใช่ป่าวคะ
ท่านถึงรู้ว่าข้าพเจ้าแอบไปอ่านบล็อคของท่านเสมอๆ

ป.ล. หยงจะจำไว้ค่ะคุณครู

ขอทุกท่านเจริญในธรรมค่า

โดย: ดอกคูณที่จากไป วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:22:45:26 น.
  

สวัสดีคะ แวะมาทักทายในวันที่อากาศดีๆ มีความสุขในการทำงานนะคะ

โดย: หน่อยอิง วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:8:38:52 น.
  

สวัสดีคะ แวะมาทักทายในวันที่อากาศดีๆ มีความสุขในการทำงานนะคะ

โดย: หน่อยอิง วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:8:39:05 น.
  
สวัสดีเช่นกันค่ะ คุณหน่อยอิง
ขอยืมจักรยานคันงามไปขี่หน่อยน๊าค๊า
โดย: ดอกคูณที่จากไป วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:18:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Yong-yong.BlogGang.com

ดอกคูณที่จากไป
Location :
พิษณุโลก  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]