" มีวัดแต่ไม่มีพระอยู่ เจ็บปวดใจนะ คนเฒ่าคนแก่มาวัด เห็นจีวรตากหน้าศาลาก็ยังอุ่นใจ


 
" มีวัดแต่ไม่มีพระอยู่ เจ็บปวดใจนะ คนเฒ่าคนแก่มาวัด เห็นจีวรตากหน้าศาลาก็ยังอุ่นใจ ถ้าไม่มีพระสงฆ์ทำหน้าที่ นั่นหมายถึงลมหายใจของพระพุทธศาสนาหมดไปแล้ว "


ความในใจตอนหนึ่งของท่านพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ ที่เล่าฝากไว้แก่เพื่อนสหธรรมิก ก่อนจะเกิดเหตุการณ์โจรใต้บุกยิงถล่มวัดรัตนานุภาพ

จนชาวพุทธเราต้องสูญเสียท่านพระครูไปพร้อมกับพระลูกวัด เป็นเรื่องราวสะเทือนขวัญชาวพุทธอีกครั้งหนึ่ง ที่พระผู้มีเพียงสองมือเปล่าต้องถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมทารุณ แลเหตุการณ์นี้ โดยส่วนตัวเเอดมินคิดว่า มันก็คงจะเงียบหายไปตามกาลแลเวลาอีกตามเคย 




วันนี้นอกจากจะมาแสดงความเสียใจและขอประณามโจรใต้ผู้ก่อเหตุแล้ว แอดมินอยากนำทุกท่านไปรู้จักกับพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ ผ่านข้อความทางเฟสของสหธรรมิกรูปหนึ่ง ที่เขียนเล่าถึงความฝัน ความหวัง และความในใจของท่าน

ซึ่งแต่ละอย่างล้วนสะท้อนถึงตัวตน,ความเป็นผู้มีศรัทธาหนักแน่นและรักในพระพุทธศาสนาอย่างกล้าถวายให้ได้แม่กระทั่งชีวิตของท่านพระครูได้เป็นอย่างดี

แอดมินขอนำบทความของท่านมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท มาให้ทุกท่านได้อ่าน และได้ระลึกอาลัยถึงพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ไว้ ดังนี้


อาจารย์พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ (พ่อท่านหว่าง)
เจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ, เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี
ประธานเครือข่ายพระธรรมทูตอาสาจังหวัดนราธิวาส


ทราบข่าวการมรณะภาพของท่าน กับพระลูกวัด เมื่อราว 21.00 น. ของวันที่ 18 มกราคม 62 ยอมรับว่าใจหาย สะเทือนใจ และเจ็บปวดเป็นที่สุดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


เรื่องราว คำพูดของท่านก้องอยู่ในหูตลอดเวลา เปิดดูข่าวก็น้ำตาไหลนึกถึงท่าน


“ท่านมหาตอนเด็กๆบ้านผมอยู่แถวนี้แหละ แม่น้ำสายนี้แหละผมกระโดดเล่นทุกวัน (แม่น้ำที่กั้นระหว่างเขตแดนไทยมาเลเซีย ด่านสุไหงโก-ลก) แถวนี้เป็นแหล่งทำมาหากินของผม


ผมเกิดที่นี่ พ่อแม่ปู่ย่าตายายผมเป็นคนที่นี่นราธิวาส ผมเรียนที่นี่ รุ่นผมมีชาวพุทธสองคน ทุกคนเป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกัน ไม่ว่าจะศาสนาไหน ผมภูมิใจที่สุด ครั้งหนึ่งได้ไปเลี้ยงอาหารรุ่นน้องที่โรงเรียน ไปเยี่ยมครูสอน ไปเยี่ยมผู้อำนวยการ เป็นความสุขที่หาอะไรมาเปรียบไม่ได้ เพราะนี่ คือบ้านเกิดของผม บ้านที่ผมรัก


ชีวิตผมเกิดมาชาติหนึ่ง ได้สร้างวัดด้วยตนเองถวายเป็นพุทธบูชา ผมมาอยู่ที่นี่ (บ้านโคกโก) ตั้งแต่ยังไม่มีอะไร ผมเริ่มสร้างศาลาหลังแรกคือ ศาลาการเปรียญ (ศาลาโรงธรรม) ใช้ชื่อว่า ธรรมานุภาพ แล้วก็สร้างศาลาโรงฉัน ใช้ชื่อว่า สังฆานุภาพ สิ่งที่ผมจะสร้างเป็นสิ่งสุดท้าย คือ พระอุโบสถ เป็น “พุทธานุภาพ” รวมทั้งหมดเข้าด้วยจึงเป็น วัดรัตนานุภาพ


แต่ก็น่าเสียดาย ท่านกำหนดงานปิดทองฝังลูกนิมิตในเดือน พฤษภาคม ศกนี้ ตอนที่ท่านเดินทางมาดูลูกนิมิตรลูกเล็ก (1250 ลูก) และพระประธานชั้นล่างของพระอุโบสถ (ที่พระครูสิริฯเป็นเจ้าภาพ) ที่จังหวัดนครราชสีมา ก็ได้ร่วมเดินทางไปด้วย ท่านบอกว่า “ท่านมหา ผมไม่ได้หยิ่งนะ จะร่วมบุญลูกนิมิตรต้องลงไปทำเองที่วัดรัตนานุภาพนะ แล้วท่านก็หัวเราะ”


ท่านเล่าให้ฟังว่า ในชีวิต ผมไม่อยากได้ยินคำว่า มีวัดร้างในพื้นที่ที่ผมอยู่ เคยมีช่วงหนึ่ง มีวัดหนึ่งชาวบ้านไม่มีที่พึ่ง อยากทำบุญ อยากฟังธรรม แต่ไม่มีพระ ผมคุยกับชาวบ้านโคกโกว่า วันพระ ช่วงเช้าจะไปที่โน้นให้ชาวบ้านได้ทำบุญ ต้องเดินเท้าไปแต่ช่วงเย็นของอีกวัน ไปถึงก็ดึก ตื่นเช้ามาชาวบ้านทำบุญเสร็จ ก็ต้องรีบเดินทางกลับมาให้ทันเพลที่วัดโคกโก เพราะชาวบ้านรออยู่


ท่านมหาลองนึกภาพดู มีวัดแต่ไม่มีพระอยู่ เจ็บปวดใจนะ คนเฒ่าคนแก่มาวัด เห็นจีวรตากหน้าศาลาก็ยังอุ่นใจ ถ้าไม่มีพระสงฆ์ทำหน้าที่ นั่นหมายถึงลมหายใจของพระพุทธศาสนาหมดไปแล้ว

ท่านพูดย้ำให้ฟังตลอดว่า พระพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่รักสูงสุดของผม ลมหายใจที่มีอยู่ขอถวายเป็นพุทธบูชา และขอทำความดีเพื่อพระพุทธศาสนาจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ

ครั้งหนึ่งที่ท่านเดินทางขึ้นมาร่วมงานที่ดอยสูง อาศรมบ้านดอกแดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ท่านบอกว่า “อยู่ที่นี่ลำบาก (การเดินทางลำบาก) แต่ไม่เสี่ยง อยู่ที่ภาคใต้เสี่ยง แต่ไม่ลำบาก (ไม่ลำบากในการเดินทาง)”


ท่านพูดให้ฟังเสมอว่า ผมรู้ว่าทำหน้าที่ตรงนี้เสี่ยง สักวันต้องเป็นอย่างนี้ แต่มันคือบ้านผม บ้านที่ผมรัก


ต้องยอมรับว่า หัวใจของท่านเด็ดเดี่ยว หาสิ่งใดเปรียบได้ ขอสดุดีท่านด้วยหัวใจ วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๖๑ คือวันที่ได้คุยกับท่านเป็นครั้งสุดท้าย ท่านบอกว่า ทุกรูปมีกำลังใจเข้มแข็งดี


#เราสูญเสียพระผู้มีหัวใจเด็ดเดี่ยว 
#พระนักพัฒนา #ผู้นำจิตวิญญาณ 
#พระผู้นั่งอยู่ในหัวใจของชาวโคกโก #ชาวสุไหงปาดี

ขอผลบุญส่งให้ให้พระอาจารย์ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทอญ

#ขอประณามการก่อเหตุรุนแรงในครั้งนี้
 
Cr. เพจ ข่าวการศึกษาคณะสงฆ์ไทย
//
Credit: https://www.facebook.com/mahaparien/posts/1011456492382897



Create Date : 21 มกราคม 2562
Last Update : 21 มกราคม 2562 1:53:19 น.
Counter : 497 Pageviews.

0 comments
ถนนสายนี้มีตะพาบ กม ที่ 294 "Deja vu" จันทราน็อคเทิร์น
(17 ม.ค. 2565 10:01:23 น.)
พระคุณที่สาม กิ่งฟ้า
(16 ม.ค. 2565 13:42:28 น.)
เสียเป็นแสน แขนไม่ได้จับ จันทราน็อคเทิร์น
(13 ม.ค. 2565 17:18:48 น.)
ซาลาเปาใกล้ตลาดท่าเดื่อ - อำเภอเมือง เชียงใหม่ tuk-tuk@korat
(13 ม.ค. 2565 12:06:38 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Angelonia17.BlogGang.com

Turtle Came to See Me
Location :
พัทลุง  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]

บทความทั้งหมด