yaovarit.bloggang.com

Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2557
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
29 พฤษภาคม 2557
 
All Blogs
 
เฮ็คซาเนีย ตอนที่1 ปฐมบท

เช้าของวันหนึ่ง 
ณ บ้านเล็กๆนอกเมืองหลังหนึ่ง 
สภาพของบ้านค่อนข้างเก่า มีบางส่วนผุพังเนื่องจากไร้การซ่อมแซมมาเป็นเวลานานพอสมควร

ก๊องแก๊งๆ 
ฉ่าๆ
เสียงดังมาจากห้องครัวเป็นระยะๆ
"วันนี้มีอะไรกินเหรอจ๊ะน้องเมย์ กลิ่นหอมเชียว" มาร์คร้องถามเข้าไปในครัว
"น้องเมย์ทำข้าวผัดจ๊ะ เสร็จพอดีเลยเดี๋ยวเรามากินด้วยนกันเลยนะคะ" 
น้องเมย์เรียก
"อื้อหือ อร่อยจัง ฝีมือขนาดนี้ไปเปิดร้านขายกับข้าวได้เลยนะเนี่ย" 
าร์คแกล้งแหย่
"ไม่อร่อยก็บอกมาตรงๆเหอะ ไม่ต้องมาแกล้งชมเลย"น้องเมย์ค้อน
"อร่อยจริงๆนะ เนี่ยพี่กินหมดเลยเห็นไหม" มาร์คยกจานให้ดูแล้วเดินเข้าไปจับหัวน้องเมย์เขย่าเบาๆ 
น้องเมย์แอบยิ้ม
"เดี๋ยวหนูเอาจานไปล้างก่อนนะ"น้องเมย์ยกจานไปล้างในครัว
หลังจากล้างจานเสร็จหนูเมย์ก็หยิบกระเป๋าสะพายแล้วเดินไปหามาร์ค พี่ชายคนเดียวของเธอ ซึ่งกำลังใส่รองเท้าอยู่ที่หน้าบ้าน
"พี่จะไปทำงานแล้วเหรอคะ ขอหนูไปทำงานด้วยคนนะคะ หนูไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว"น้องเมย์อ้อน
"ไม่ได้หรอกจ๊ะน้องเมย์ งานในตลาดมันหนักมาก พี่อยากให้น้องเรียนหนังสือสูงๆจะได้ทำงานสบายๆ น้องต้องตั้งใจเรียนนะ"มาร์คพยายามอธิบาย
"ก็หนูสงสารพี่นี่นา พี่ต้องไปทำงานตั้งแต่เช้าจนค่ำมืดทุกวันไม่มีเวลาพักผ่อนเลย"น้องเมย์พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
"ก็เราอยู่กันแค่ 2 คนนี่นา พี่ต้องหาเงินจุนเจือครอบครับของเราสิ"
"พี่สาบานกับตัวเองไว้แล้วหลังจากที่พ่อแม่หายสาบสูญไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ว่าจะต้องดูแลน้องให้ดีๆ พี่ต้องทำให้ได้"มาร์คพูดอย่างหนักแน่น
หนูเมย์โอบกอบพี่ชายด้วยความรักอย่างสุดหัวใจ
"ก็หนูสงสารพี่ น้องเมย์ทำหน้าเศร้า"
"ป่ะ สายแล้ว เดี๋ยวพี่เดินไปส่งน้องที่โรงเรียนนะ"
"ค่ะพี่"
ทั้งสองเดินคุยกันไปด้วยความสนุกสนาน ถึงแม้จะไม่มีเงินมากนักแต่ทั้งสองก็มีความสุขเพราะความรักซึ่งกันและกัน
"พี่คะ ส่งหนูแค่นี้ก็พอแล้ว เดี๋ยวหนูเดินข้ามถนนแค่นี้ก็ถึงโรงเรียนแล้ว"
"จ๊ะ เดินระวังๆนะ"

หนูเมย์เดินไปถึงครึ่งทางก็หยุดชะงัก
"อ๊ะ! ลืมไปเลยวันนี้วันเกิดพี่นี่นา เราอุตส่าห์ร้อยสร้อยคอให้พี่ทั้งคืนดันลืมซะได้"
หนูเมย์หันหลังกลับวิ่งไปหาพี่ชายพร้อมกับตะโกนเรียก
"พี่คะรอเมย์ด้วย"
มาร์คหันหลังกลับไปก็ต้องตกใจเมื่อเห็นรถบรรทุกคันหนึ่งวิ่งมาอย่างรวดเร็ว
"น้องเมย์ระวัง!" มาร์ควิ่งไปหาน้องเมย์
มาร์คโอบกอดน้องเมย์ไว้พยายามเบี่ยงตัวหลบรถคนนั้น

ปี๊บๆๆ 
เอี๊ยดดดด!
แว๊บบ มีแสงสว่างวาบขึ้นมาครู่หนึ่ง
โครมม!
"กรี๊ดดด ช่วยด้วยๆ รถชนเด็กๆ" เสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้องด้วยความตกใจ
ท่ามกลางความสับสนอลหม่านนั้น ผู้คนต่างพากันวิ่งกรูกันเข้าไปช่วยเหลือ
ทุกคนต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น บางคนถึงกับเอามือกุมปากตัวเอง 
นี่มันอะไรกัน
สภาพที่เห็นก็คือรถคันนั้นได้ชนกับเสาไฟฟ้ายุบเข้าไปเกื่อบๆฟุต 
แต่ไม่มีร่องรอยของเด็กทั้งสองให้เห็นเลย
.......
ณ ดินแดนลึกลับแห่งหนึ่ง
ที่ดินแดนแห่งนี้ มีซากปรักหักพังของอาณาจักรๆหนึ่งตั้งอยู่หน้าหุบเขาขนาดใหญ่
ตัวอาณาจักรตั้งหันหน้าไปทางทิศใต้ อาณาจักรแห่งนี้เคยมีความรุ่งเรืองจนถึงขีดสุด สังเกตุได้จากซากปรักหักพังที่ตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้
เสารูปทรงหกเหลี่ยมสูงนับสิบเมตรจำนวนหลายสิบต้นตั้งตระหง่านสู้แดดฝนมานานนับร้อยปี 
บ้างก็เอน บ้างก็หัก บ้างก็ล้มนอนอยู่บนพื้น กระจัดกระจายเต็มไปหมด
เศษก้อนหิน ผนังหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ให้เห็นโดยทั่วไป
ต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมไปทั่วบริเวณจนแทบไม่เหลือซากของความเจริญให้เห็นอยู่เลย
ถัดออกไปทางด้านหุบเขาทางทิศเหนือมีถนนสายหนึ่งปูด้วยหินซึ่งแกะสลักด้วยลวดลายสวยงามทอดยาวไปกว่า 50 เมตร แต่ในตอนนี้สภาพของมันก็ไม่แตกต่างจากสภาพของอาณาจักรซักเท่าไหร่นัก
สองข้างทางมีร่องรอยว่าบริเวณนี้ถูกตกแต่งไปด้วยแปลงดอกไม้เป็นชั้นๆ ถัดออกไปเป็นลานโล่งมีซากของอัฒจรรย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่
ที่ปลายถนนมีแผ่นหินขนาดใหญ่ซึ่งมีการแกะสลักอักขระรูปร่างแปลกตา และมีลวดลายสวยงามตั้งตระหง่านอยู่ที่ด้านหน้าของหน้าผาสูงชัน 
น่าแปลกที่แผ่นหินนี้ยังคงสภาพดีไม่มีการผุพังหรือถูกทำลายแต่อย่างใด
ที่หน้าผามีการแกะสลักเป็นรูปเทพเจ้าจำนวน 6 ตน แต่ละตนถืออาวุธแตกต่างกัน สภาพแตกหักจนดูไม่ค่อยออก
ลึกเข้าไปภายในหุบเขา มีถ้ำลึกลับอยู่แห่งหนึ่ง แต่จะว่าเป็นถ้ำก็ไม่เชิงเพราะว่ามันเป็นลักษณะหลุมรูปทรงหกเหลี่ยมลึกลงไปใต้หุบเขาสูงนับสิบเมตรเลยทีเดียว
ที่ด้านบนมีต้นไม้ปกคลุมจนรกทึบ
ที่มุมแต่ละมุมของถ้ำแห่งนี้มีแท่งผลึกแก้วรูปหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทั้ง 6 มุม
ลานตรงกลางระหว่างแท่งผลึกทั้งหกเป็นพื้นหินมีลวดลายแกะสลักเป็นรูปวงกลมซ้อนกันหลายวง ระหว่างแต่ละวงมีการแกะสลักอักขระแปลก เรียงกันอยู่อย่างเป็นระเบียบ ส่วนวงในสุดแกะสลักเป็นรูปดาวหกแฉก
เหนือเส้นวงกลมมีแท่งผลึกเล็กๆวางอยู่อย่างเป็นระเบียบจำนวน 6 ก้อน
บรรยากาศโดยรอบอึมครึมเนื่องจากมีแสงส่องเข้ามาได้เพียงน้อยนิด

ในเวลานั้นเอง จู่ๆท้องฟ้าก็มีกลุ่มเมฆดำทะมึนหมุนวนปกคลุมไปทั่วหุบเขาแห่งนี้
บรรยากาศเริ่มมืดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งมืดสนิท
ลึกลงในภายในถ้ำ ปรากฏมีแสงสว่างเปร่งประกายออกมาจากแท่งผลึกทั้งหก แสงสว่างนั้นค่อยๆสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ
จากนั้นแท่งผลึกก็ปล่อยลำแสงสีทองออกมาจากมุมต่างๆเชื่อมประสานแท่งผลึกทั้งหกและก้อนผลึกเล็กเข้าด้วยกันกลายเป็นรูปดาวหกแฉก
ลายสลักที่พื้นก็มีแสงสีทองส่องขึ้นมาเหมือนกัน ก่อกำเนิดเกิดเป็นวงแหวนสีทองเลื่อนสูงขึ้นมาจากพื้น
อักขระในแต่ละช่องเกิดการหมุนวนสลับกันในแต่ละวง จากวงนอกไปหาวงข้างในความเร็วค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แต่วงในสุดที่มีรูปดาวหกแฉกกลับหยุดนิ่งอยู่กับที่
ทันไดนั้นก็มีแสงสีทองเข้มข้นส่องออกมาจากรูปดาวหกเปลี่ยมนั้นพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าไปยังเมฆดำทะมึนเหล่านั้น
เมื่อแสงสีทองกระทบกับเมฆดำเหล่านั้นก็เกิดการระเบิดเกิดขึ้นแสงสีทองกระจายกันออกไปเกิดเป็นวงแหวนเวทย์สีทองขนาดใหญ่ขึ้นบนท้องฟ้าโดยมีลักษณะเหมือนกันวงแหวนที่อยู่ในถ้ำนั่นเอง
สิ่งนี้ก็คือวงแหวนเวทย์มนต์ที่พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรนี้ได้สร้างขึ้นมาเมื่อ 100 ปีที่แล้วนั่นเอง

ที่ตรงกลางของวงแหวนเวทย์ปรากฏวัตถุลึกลับสว่างสดใสค่อยเลื่อนหล่นลงมาตามแสงสีทองนั้น
เมื่อหล่นวัตถุนั้นลงมาถึงพื้นแสงสีทองและวงแหวนเวทย์ก็ค่อยๆเลือนหายไป
ท้องฟ้าที่เคยมืดสนิทกลับมีแสงสว่างตามเดิม
จากเหตุการณ์เมื่อครู่ ทำให้ต้นไม้ที่ปกคลุมอยู่เหนือถ้ำหายไป แสงสว่างส่องลงไปภายในถ้ำได้มากขึ้นทำให้เห็นสภาพภายในถ้ำได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ที่แต่ละด้านของถ้ำมีรูปสลักของเทพเจ้าทั้ง 6 ตนเหมือนที่อยู่ภายนอกถ้ำ และที่มุมด้านในตรงข้ามกับประตูที่ถูกปิดตายด้วยเวทย์มนต์นั้นมีเทวรูปขนาดใหญ่กว่าตนอื่นๆตั้งอยู่ลึกเข้าไปในผนัง
เทวรูปตนนี้นั่งอยู่บนที่นั่งโดยนั่งชันขางข้างหนึ่งลงมา มือทั้ง 6 ข้างถืออาวุธแตกต่างกันโดยอาวุธเหมือนกับที่เทวรูปตนอื่นๆถืออยู่
ดวงตาทั้งสองข้างหลับสนิท แต่ดวงตาที่สามที่อยู่ตรงหน้าผากเปิดอยู่ ภายในดวงตามีรูปดาวหกแฉกปรากฏอยู่ลางๆ
ที่ด้านหน้าเทวรูปมีแท่นบูชาขนาดใหญ่ตั้งอยู่
หลังจากที่วัตถุลึกลับนั้นเลื่อนลงมาถึงพื้น วงแหวนเวทย์ด้านล่างก็เลื่อนลงแล้วหายไปในร่องสลักตามเดิม
แสงสีทองค่อยๆจางหายไป พร้อมๆกับปรากฏร่างขายชายหญิงสองคนโอบกอดกันอยู่
ทั้งสองสะดุ้งรู้สึกตัว ความรู้สึกเหมือนกับหลับลึกเป็นระยะเวลานาน
หลังจากที่รวบรวมสติได้มาร์คจึงร้องถามด้วยความเป็นห่วง
"น้องเมย์ น้องเมย์เป็นอะไรไหม"มาร์คถามด้วยความเป็นห่วง
"หนูไม่เป็นอะไรค่ะ"น้องเมย์ตอบ
"โธ่ ทำไมน้องถึงไม่ดูถนนให้ดีๆก่อนค่อยข้าม"มาร์คตัดพ้อ
"หนูคิดได้ว่าหนูทำสร้อยคอเป็นของขวัญวันเกิดให้พี่ แต่น้องเมย์ลืมไปพอนึกได้หนูเลยรีบวิ่งเอามาให้พี่"เมย์ตอบเสียงอ่อยๆ
"โธ่ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้น้องไม่น่ารีบร้อนไปเลย ให้เมื่อไหร่ก็ได้"
"หนูขอโทษค่ะพี่" น้องเมย์ร้องไห้เสียใจที่ทำให้พี่ชายเป็นห่วง
"แต่เอ๊ะ พวกเราถูกรถวิ่งชนนี่นา ทำไมเราไม่เป็นอะไรเลยล่ะ" น้องเมย์หันมองไปรอบๆ
"พี่ว่าตอนที่รถกำลังจะชนเรานั้น พี่มองเห็นแสงสว่างวาบเข้ามา แล้วทุกอย่างก็ขาวโพลนไปหมดเลย พอรู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ตรงนี้แล้ว"มาร์คอธิบายสิ่งที่ตนเองเห็น
"เอ ที่นี่ที่ไหนกันนะ" มาร์คมองดูรอบๆ
"นี่มันรูปปั้นอะไรกันทำไมใหญ่โตมโหมโหฬารอย่างนี้" 
มาร์คกับเมย์เดินดูรูปปั้นด้วยความทึ่งในสถาปัตยกรรมที่แสนยิ่งใหญ่นี้
"ตรงนี้มีแท่นบูชาด้วยค่ะพี่มาร์ค" เมย์เรียก
"ไหนดูซิ"
"พี่ว่าเราควรทำความเคารพเทวรูปเหล่านี้ก่อนดีกว่า" มาร์คชวน
ทั้งสองก้มลงกราบไปที่แท่นบูชาตรงหน้าเทวรูปตนใหญ่
"ขอต้อนรับท่านทั้งสองสู่อาณาจักรเฮ็คซาเนีย" มีเสียงเปล่งออกมาจากเทวรูป
ทั้งสองตกใจกอดกันกลม
...............




Create Date : 29 พฤษภาคม 2557
Last Update : 3 มิถุนายน 2557 19:32:55 น. 2 comments
Counter : 367 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะตามมาอ่านนิยายสนุกมากเลยค่ะแล้วจะติดตามตอน2 นะคะไลท์ให้นะคะ




โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 30 พฤษภาคม 2557 เวลา:9:37:55 น.  

 
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ มือใหม่ในการเขียนนิยายครับ แต่ชอบแนวนี้อ่ะเลยเขียนเล่นๆซะหน่อย


โดย: yaovarit วันที่: 3 มิถุนายน 2557 เวลา:19:46:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
yaovarit
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




http://khamsoukaswin.blogspot.com/2015/04/blog-post.html# ........................
เริ่มแต่งบล็อก 12 เมษายน 2556

แนะนำ ติดต่อ สอบถาม จขบ ได้ที่


yaovarit@hotmail.com

facebook.yaovarit

ทำลิงค์เอาไว้ดูเล่น
Yahoo.com
absolute-load-hd.blogspot.com
blackdevil-game




เล่นกับหนู(หมู)หน่อยจิ

<<<การเรียนแล้วไม่ทำ ไม่ถือเป็นการเรียนรู้ การรู้แล้วไม่ทำ ไม่ถือว่ารู้จริง>>>

"ความจริง...ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน
ย่อมเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ
ส่วนการโกหก...มีอยู่มุมเดียวคือ
มันจะเกิดขึ้นต่อหน้าเท่านั้น"
"การเรียนรู้ที่ดีคือการเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้สอน"
New Comments
Friends' blogs
[Add yaovarit's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.