Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
21 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 
บทสวดพาหุงมหากา - อรรถาธิบาย บทที่ ๗

คาถาพาหุง บทที่ ๗

นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

พญานาค ชื่อนันโทปนันทะ ผู้มีความรู้ผิดมีฤทธิ์มาก
พระจอมมุนี ทรงมีพุทธบัญชาให้พระโมคคัลลานะพุทธโอรส
ไปปราบด้วยวิธีแสดงฤทธิ์ที่เหนือกว่า
ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคล จงมีแก่ท่าน


คราวนี้ทรงเอาชนะพญานาคราช ซึ่งพอเอ่ยคำว่า “นาค” ก็นึกไปถึงพญางูใหญ่ ที่มีพิษร้ายขึ้นมาทันที งูใหญ่มันมาทำอะไรให้จึงต้องปราบ ก็เป็นปัญหาคาใจผู้ศึกษาพระพุทธศาสนาไม่น้อย ฤาว่า “นาค” ในที่นี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง มิได้แปลตามตัวอักษร เรื่องนี้ค่อยว่ากันตอนท้าย ตอนนี้ขอเล่าประวัติความเป็นมาก่อนแล้วกัน

ว่ากันว่า สมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าพร้อมภิกษุสงฆ์จำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นพระอรหันต์ทรงอภิญญาล้วน เสด็จไปโดยนภากาศด้วยอำนาจอิทธิปาฏิหาริย์แห่งฌานสมาบัติ จนลุถึงถิ่นที่อยู่แห่งพญานาคนามว่า นันโทปนันทะ
นันโทปนันทะ และบริวารกำลังพักผ่อนสำเริงสำราญอยู่ในสถานที่อยู่ของตน เห็นพระพุทธองค์พร้อมภิกษุจำนวนมาก เหาะข้ามศรีษะ ของตนก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

“สมณะโล้นพวกนี้ถือดีว่ามีอิทธิฤทธิ์เหาะเหินเดินหาวได้ เหาะข้ามศรีษะเรา ปล่อยผงธุลีจากเท้าหล่นต้องศรีษะเรา เดี๋ยวจะเห็นดีกัน”

ว่าแล้วแกก็ใช้อิทธิฤทธิ์บันดาลให้เกิดหมอกควันมืดฟ้ามัวดิน ดุจดังกลุ่มหมอกควันพิษจากไฟป่าอินโดนีเซีย อะไรทำนองนั้นแหละครับ

พระเถระนามว่า รัฐปาละ พระอรหันต์ทรงอภิญญารูปหนึ่ง กราบทูลอาสาไปปราบพญานาคอันธพาลตัวนี้ พระพุทธองค์ไม่ทรงอนุญาต ตรัสว่า

“หน้าที่นี้เป็นของโมคคัลลานะ บุตรตถาคตอยู่แล้ว เธอจะรู้เองว่าควรทำอย่างไร”

พระโมคคัลลานะ ทราบว่า พระพุทธองค์มีพุทธประสงค์ให้ท่านไปปราบพญานาค จึงนิรมิตกายเป็นพญานาค เหมือนกัน แต่รูปร่างใหญ่และยาวกว่านันโทปนันทะหนึ่งเท่า รัดร่างนันโทปนันทะกับเขาพระสุเมรุ

พญานาคจะดิ้นอย่างไร ก็ไม่หลุด ยิ่งดิ้นยิ่งถูกรัดแน่นเข้าๆ จนในที่สุดต้องยอมแพ้แต่โดยดี จำแลงกายเป็นมาณพน้อยรูปหล่อ (พ่อรวยหรือไม่ ไม่แจ้ง) ยืนประคองอัญชลีนมัสการพระเถระเจ้า ขอถวายตนเป็นศิษย์

พระเถระพามาณพน้อยไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงประทานพระโอวาท ให้นันโทปนันทะ เว้นขาดจากปาณาติบาต ดำรงตนอยู่ในศีลอย่างเคร่งครัดแต่บัดนั้นมา

การเอาชนะพญานาคราชผู้มีฤทธิ์ครั้งนี้ พระพุทธองค์มิได้ทรงแสดงฤทธิ์ปราบเอง หากทรงมีพุทธบัญชาให้พระอัครสาวกเบื้องซ้ายคือพระโมคคัลลานะไปปราบแทน ซึ่งก็มีหลายครั้ง เมื่อเกิดเหตุการณ์คล้ายกันนี้ ผู้ที่รับพุทธบัญชาไปดำเนินการปราบจนสำเร็จมักจะเป็นพระเถระรูปนี้ เนื่องจากท่านเป็นพระเถระที่ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้มีฤทธิ์มาก

คำว่า “ปราบ” ในความหมายนี้มิได้หมายถึง การประหัตประหารให้ตกตายไปข้างหนึ่งตามความหมายทั่วไป หมายถึงการ “ทรมาน” ให้สิ้นพยศ ก็อีกแหละ คำว่า “ทรมาน” ในที่นี้ หมายถึง “การข่ม การทำให้สิ้นพยศ หรือให้ละทิ้งความเห็นผิด หันมาเห็นถูกต้อง”

ที่นี้มาถึงคำว่า "นาค" คืออะไร ผมใคร่กราบเรียนท่านผู้อ่านดังนี้ครับ

- ถ้าเราแปลตามตัวอักษร นาคก็คือนาค นาคก็คืองูใหญ่ นาคมีสองประเภทคือนาคที่มีฤทธิ์ กับนาคไม่มีฤทธิ์ ประเภทที่มีฤทธิ์นั้นสามารถแปลงเป็นคนได้ และร่างคนนั้นจะคงอยู่ได้ตราบเท่าที่แกยังมีสติควบคุมต่อเมื่อขาดสติควบคุม เช่นเวลานอนหลับร่างจะกลับเป็นนาคเหมือนเดิมทันที ดังกรณีนาคที่แปลงเป็นคนมาบวชในพระพุทธศาสนาที่เล่าไว้ในพระวินัยปิฎกนั้นแล

ถ้าเชื่อว่าพระโมคคัลลานะไปปราบนาค ก็คือไปปราบนาคประเภทมีฤทธิ์นี้ ก็มีสิทธิเชื่อได้ไม่เสียหายอะไร เพราะมีข้อมูล หรือข้อเท็จจริงยืนยัน

๒. นาคอาจมิใช่ดังในข้อหนึ่ง ในแง่มานุษยวิทยา อาจหมายถึง "มนุษย์" นี่แหละ เป็นมนุษย์เผ่าหนึ่ง ดุจดัง "ยักษ์" ก็คือมนุษย์เผ่าหนึ่งเช่นกัน มนุษย์เผ่านาคนี้ เดิมมีนิเวศสถานอยู่ที่ภูเขา จึงเรียกตามสถานที่อยู่ว่า "นาค" (นคะ แปลว่าภูเขา นาคะ แปลว่าผุ้ที่อยู่บนเขา)

พวกนาคถือลัทธิงูใหญ่ เพราะฉะนั้นคำว่านาค จึงมีความหมายว่างูใหญ่ด้วย และเมื่อกาลผ่านมานาน คำว่า นาค จึงหมายเอาเพียงงูใหญ่เท่านั้น ท่านผู้รู้ท่านหนึ่งสันนิษฐานอย่างนี้ ซึ่งผมว่าพอฟังได้ แต่ที่ยังฟังไม่ได้และยังไม่ได้ฟังจากที่ไหน ก็คือแล้วพวกนาค (ชาวเขา) เหล่านี้กลายเป็นชาวน้ำเลไปตั้งแต่เมื่อใด (แม้ว่าบางท่านจะส่งงานวิจัยเกี่ยวกับนาคมาให้อ่าน ก็ยังไม่ได้ตอบคำถามนี้)

เรื่องนี้ก็ขอฝากท่านผู้รู้พิจารณาก็แล้วกัน

อย่างไรก็ตาม พระชัยมงคล ตอนพระพุทธองค์ทรงเอาชนะพญานันโทปนันทะนาคราชตัวนี้ จะตีความตามตัวอักษร (ดังในข้อ ๑) หรือจะตีความว่า หมายถึงมนุษย์เผ่าหนึ่ง (ดังในข้อ ๒) ผมว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะมีหลักฐานและความน่าจะเป็นไปได้ทั้งสองแง่สำคัญ "ไม่เชื่อ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) แล้วอย่าลบหลู่"

และที่สำคัญ อย่าเถียงกันครับ


-จาก คาถาพาหุงมหากาพร้อมคำแปล, เสฐียรพงษ์ วรรณปก




คลิกฟังเพลงสวดบทพาหุงมหากาได้ที่ เว็บธรรมจักรค่ะ
สรรหามาฝาก โดย คุณ @ ปั๊กกาเป้า..อิอิ @



Create Date : 21 กรกฎาคม 2550
Last Update : 28 กรกฎาคม 2550 15:14:27 น. 3 comments
Counter : 617 Pageviews.

 


โดย: เฉลียงหน้าบ้าน วันที่: 21 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:17:11 น.  

 
ขอบคุณค่ะที่ให้ข้อมูลที่น่าเรียนรู้


โดย: ซออู้ วันที่: 21 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:14:03 น.  

 
ปรกติ จะสวดก่อนนอนทุกวันค่ะ... บทพาหุงฯ ช่วยให้สงบ และเป็นสิริมงคลกับตังเอง และช่วยได้ในหลาย ๆ ด้านค่ะ


แต่ไม่เคยทราบคำแปลค่ะ .......... ขอบคุณมาก ๆ นะคะ...

มีความสุขในทุก ๆ วันนะคะ

คุณพระคุ้มครองค่ะ


โดย: largeface วันที่: 21 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:47:32 น.  

woodchippath
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add woodchippath's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.