Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
23 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
ต้นอี๊สเตอร์แสนหวานที่บ้านของเรา













































เทศกาลอีสเตอร์ปีนี้อากาศดีมากเลยเพราะเทศกาลเริ่มมาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาและจะมีไปถึงวันจันทร์



แต่ละวันจะมีเรื่องราวและความหมายของเทศกาลนี้ ที่บ้านเราจะตั้งต้นอี๊สเตอร์สวยๆทุกปีตั้งแต่ลูกๆจำความได้และรู้เรื่องไข่อี๊สเตอร์



และจะไปโบสถ์ช่วงที่ลูกๆเรียนเรื่องศาสนาบ่อยครั้ง เพราะบ้านเรามีศาสนากับครอบครัวอยู่คู่กันไป เพราะว่า ปั้นปลายของชีวิตอยากจะมีที่ไปคือโบสถ์หรือวัด



เพราะชีวิตของคนเราไม่น่าจะขาดศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศานาใหนก็ตาม



ครอบครัวเราจ่ายค่าบำรุงศาสนาทุกๆปี เพราะมันเป็นกฏหมายของที่นี่ (( คนไม่มีศาสนาไม่ต้องจ่าย)) จ่ายรวมกับภาษีรายได้ทุกสิ้นปี แต่ไม่ต้องจ่ายมาก แค่ร้อยกว่าๆเอง เราไม่เคยบ่นกับเรื่องที่จะต้องจ่ายเพราะว่า



เราแต่งงานในโบสถ์ บาทหลวงทำพิธีให้เราอย่างสมเกรียติแต่เราไม่ต้องจ่ายแม้แต่บาทเดียว



ทำพิธี ล้างบาปให้เควินและเดมี่ อย่างสมเกรียติอีกเช่นกัน ไม่ต้องจ่าย ค่าพิธี



อีกไม่นาน ถ้าเควินและเดมี่มีอายุครบ 16 จะต้องเข้าโบสถ์ไปทำพิธี Konfirmation



ตัวเราเอง เป็นชาวพุธ แต่ยินดีและมีความสุขมากที่ได้ไปโบสถ์ เพราะไปโบสถ์ มันจะสงบ และพิธีกรรมจะได้ใจความและสั้น คือประมาณ 1 ชั่วโมง



บ้านใกลวัด แต่ใกล้ โบสถ์ ศาสนาจึงอยู่กับครอบครัวของเราเสมอ



ที่บ้านวันนี้จะไม่ทานเนื้อสัตว์ใหญ่ที่มีเลือดกันวันนี้แต่จะทานปลาแทน



จริงๆแล้ววันนี้ไม่ใช่วันหยุดที่สนุกสนาน
วันนี้เป็นวันเจ็บปวด วันนี้คือวันที่ พระเยซู ถูกตรึงที่ไม้กางเขนจนสิ้นพระชนต์
เรื่องราวของพระเยซูได้มีให้ศึกษาในหลายๆเทศกาล
วันนี้คือวันหยุดที่อยู่บ้านกับครอบครัวแบบเงียบๆ
หลายๆครอบครัวที่นับถือศาสนาคริส จะมีวันนี้ในครอบครัว
วันนี้หลายๆครอบครัวจะไมทานเนื้อสัตว์ใหญ่ที่มีเลือด
วันนี้หลายๆครอบครัวจะทานปลากัน

เพราะความเชื่อถือที่ว่าพระเยซูถูกตรึงที่ไม้กางเขน
เลือดสีแดงใหลนองจนสิ้นพระชนต์

บ้านเราจะไม่ทานเนื้อกันมาสองวันแล้ว
วันนี้จะทานปลากันค่ะ

Ostereier+ไข่อี๊สเต้อร์
พระเยซู หรือ Jesus
อี๊สเต้อร์ หรือ Ostern

วันอี๊สเต้อร์
ที่บ้านเราจะต้มไข่ด้วยเปลือกหอมแดง
จะได้สีสวยมากจากธรรมชาติไม่มีพิษจากสีค่ะ


ครอบครัวของเรา
จะทำกันทุกๆปีเพราะคุณย่า
ที่น่ารักของหลานๆเป็นแบบอย่าง
ให้เราทำตามค่ะ อี๊สเต้อร์
หรือ Ostern หลายๆคนคงจะรู้จัก
ไม่มากก็น้อย


หลายๆโรงงานได้ปิดยาวสี่วันรวด
โรงเรียนก็ได้หยุดยาวปีนี้เพราะ
ปิดเทอมสองอาทิตย์ต่อเลย


อิ๊สเต้อร์กับไข่เป็นสิ่งคู่กันมานาน
หลายร้อยปีมาแล้ว
ตั้งแต่ศตวรรษที่..๑๒...เป็นต้นมา
คริสเตียนให้ไข่กันเป็นของขวัญ
เพื่อแสดงความยินดี
กับการฟื้นพระชนม์ของ
((((พระเยซู หรือ Jesus ))))



ในสมัยแรกเขาย้อมสีใข่เป็นสีแดงสีเดียว
เพราะในสมัยนั้นสีแดง
มีความหมายถึงแสงสว่าง
ความยินดีและชีวิต
สีนี้ควรจะเป็นสัญญลักษ์
ที่บ่งบอกให้เห็นชัดแจ้งยิ่งขึ้น
มากกว่าความหมายที่ปรกติใข่มีอยู่แล้ว
ซึ่งหมายถึงชีวิตที่เกิดใหม่
ไข่อิ๊สเตอร์จึงมีชื่อว่า
ไข่แดง...



เป็นเวลานานหลายร้อยปี
เมื่อเห็นสีแดงคริสเตียน
จะนึกถึงการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์
และพระโลหิตของพระองค์ที่หลั่งใหล
เปลือกไข่เตือนให้ระลึกถึงหลุมฝังศพ
ปัจจุบันนี้เราย้อมไข่เป็นสีต่างๆกัน
และช่างฝีมืออาชีพหลายๆท่าน
จะได้โชว์ฝีมือกันอย่างเต็มที่



ไข่อิ๊สเตอร์ไม่ได้ทำแค่
ไข่เป็ดหรือไข่ไก่อย่างเดียว
มีการทำไข่ดว้ยชอกโกแลต
และถั่วกวนหรือ...Marzipan
หรือขี้ผึ้งทำเทียนสวยๆ



ปู่ย่าตายายพ่อแม่ของเด็กๆจะเอาไข่
ที่ทาสีแล้วไปซ่อน
ไว้ในสวนใกล้บ้านหลายๆที่ให้เด็กๆหา
มีหลักฐานว่าการซ่อน
ไข่อิ๊สเตอร์ข้างนอกบ้าน
เริ่มตั้งแต่ศรรษวรรษที่ที่ ๑๗
พวกเด็กๆจะออกไปหาไข่
ที่ผู้ใหญ่บอกว่ากระต่ายอิ๊สเตอร์เอามาวางไว้



และยังมีอีกมากมายที่เกี่ยวกับอิ๊สเตอร์
วันที่พระเยซูฟื้นกลับมายังโลกอีกครั้ง
ร้านค้าทั่วไปจะประดับประดา
ไข่และกระต่ายและดอกไม้
สีเหลืองอย่างสวยงาม

อีสเตอร์ (อังกฤษ:Easter) คือ
วันอาทิตย์แห่งการ
ฟื้นคืนพระชนม์ขององค์พระเยซูคริสต์
เป็นวันที่มีความสำคัญมาก
วันหนึ่ง


และมีการเฉลิมฉลอง
กันของชาวคริสต์
จัดขึ้นระหว่างปลายเดือนมีนาคม
ถึงปลายเดือนเมายน


ในนิกายออร์โธดอกส์จะจัดขึ้น
ระหว่างต้นเดือนเมษายน
ถึงต้นเดือนพฤษภาคม
(กำหนดขึ้นเป็นวันใดวันหนึ่งในช่วงเวลานี้)



เพื่อเป็นการสรรเสริญ
ในการที่พระเยซู
ได้เป็นขึ้นมาจากความตาย
ตามความเชื่อที่ว่าภายหลัง
สามวันที่พระเยซู
ได้สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน
และทรงฟื้นคืนพระชนม์
ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
ตรงกับช่วงเวลาเทศกาลปัสกาของชาวยิว











Create Date : 23 เมษายน 2554
Last Update : 23 เมษายน 2554 4:37:57 น. 5 comments
Counter : 590 Pageviews.

 
Palmsonntag
Jesus kommt nach Jerusalem zum Passafest.Viele Menschen empfangen ihn begeistert mit Palmzweigen.
Am Abend feiert er mit seinen Juegern das Passamahl.
Er sagt:,,Einer von euch wird mich an meime Feinde verraten."
Die Juenger fragen erschrocken:,, Bin ich's?
,,Einer von euch,der jetzt hier sitzt",antwortet Jesus.


โดย: Willkommen วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:3:58:18 น.  

 
Karfreitag
Jesus wird von seinen Feinde zum Tod verurteilt und stirbt am Kreuz.
Ein reicher Ratscherr
laesst ihn von Kreuz nehmen,in Leintuecher wickeln und in ein Felsengrab legen.
Vor den Eingang des Grabes rollt er einen schweren Stein.


โดย: Willkommen วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:3:58:42 น.  

 
Ostersonntag
Da laufen die Frauen zu den Juengern und berichten,was sie erlebt haben:,Jesus ist nicht im Grab geblieben.
Er lebt!''
Da bekommen die Juenger neue Hoffnung.
Sie verbreiteten diese frohe Botschaft in alle Welt.
So haben auch wir davon erfahren.
Jedes Jahr an Ostern denken wir daran:Jesus lebt.


โดย: Willkommen วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:3:59:02 น.  

 
Ostermontag
Jesus nimmt das Brot,spricht das Dankgebet,bricht es,gibt es den Juengern und sagt:,,Dies ist mein Leib."Dann nimmt er den Kelch mit dem Wein,spricht das Dankgebet,gibt ihn den Juengern und sagt:,,Das ist mein Blut.Immer, wenn ihr zusammen das Brot brecht und den Kelch teilt,soll ihr euch an mich erinnern.



เยซูสหยิบเอาขนมปังแล้วอธิษฐาน..หักมันออกเป็นชิ้นๆแล้วแจกจ่ายให้สาวกเหล่านั้น..และพูดว่า...นี่คือเนื้อของฉํน...และเขาก็หยิบถ้วยไวน์ขึ้นมา...แล้วอธิษฐาน...แล้วเขาก็ยื่นให้สาวกเหล่านั้นแล้วบอกว่า...นี่คือเลือดของข้า...คราใดที่พวกเจ้าหักขนมปังและแจกจ่ายไวน์ให้กันและกัน....พวกเจ้าจะละรึกถึงข้าอยู่เสมอ.


โดย: Willkommen วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:3:59:38 น.  

 


ขออวยพรให้คนคิดดีทำดีทุกๆคนในโลกนี้จงมีความสุขตลอดไป




โดย: Willkommen วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:4:02:14 น.  

Willkommen
Location :
ขอนแก่น

Switzerland

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]





free counters
Friends' blogs
[Add Willkommen's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.