<<
มิถุนายน 2565
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
14 มิถุนายน 2565
 

XX3MyYdiary - Part 20

30 พ.ย.

ผมบอก xx ว่า ผมฝันว่าเขาทาครีมให้ เขาถามว่าแล้วไงต่อ ผมมอง xx ที่กำลังก้มหน้าก้มตากินมื้อเช้าแบบงงๆ ถามเขาว่าทำไมต้องมีอะไรต่อ xx เงยมองผม แล้วส่ายหน้า ทำท่าเหมือนอ่อนใจ บอกผมว่า ผมทาครีมให้ คุณหอมแก้มผม ไม่ใช่ฝัน จำอะไรได้มั่ง แค่เหนื่อยนะ ไม่ได้เมา ผมถามว่าแล้วไงต่อ xx หันมาทำสายตาเหวี่ยงๆ บอกว่าต่ออะไร ผมก็นอน รีบกินเลยจะได้รีบไป

ตอนจะออกจากบ้าน เขาบอกให้เอากุญแจรถให้เขา เขาจะขับให้ ให้ผมขับ กว่าจะถึงได้สายกันหมด xxทำเสียงบ่น แต่พอขึ้นรถ เขาบอกให้ผมหลับไปเลยก็ได้ เมื่อคืนได้นอนนิดเดียว ผมยืดตัวไปจุ๊บแก้มเขา 3 ทีติด บอกเขาว่า โอเค ผมนอนนะ ผมจับหน้าเขาหันมาหาผม จูบเขา บอกเขาว่า GoodNight ผมจะหันกลับ แต่เขาจับหน้าผมไว้ จูบผม บอกผมว่า Morning

 

เราไปถึงบริษัทตามเวลานัด แต่ตารางถูกเลื่อนขึ้นมาหมด เพราะวันนี้มีการชุมนุมทางการเมืองหลายจุด รวมถึงย่านที่เราจะไปทำงานด้วย เราต้องรีบทุกอย่างเพื่อเผื่อเวลาสำหรับการเดินทาง แต่ถึงอย่างนั้น เราก็สายจนไม่มีเวลาเหลือพอให้ซ้อมก่อนขึ้นเวที แล้วผมก็ทะเลาะกับ xx ตอนอยู่ในรถด้วย

รถเราขยับได้ทีละนิด บนถนนมีคนมาร่วมในที่ชุมนุมจนเต็ม ผมเห็นนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน คนที่มีความหลากหลายทางเพศ มีป้ายผ้าเขียนข้อเรียกร้อง ปัญหาเดิมๆ ที่ผมเห็นแล้วก็นึกสงสาร อึดอัดแทนเขา เพราะผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ก็ไม่ได้มาสนใจมารับรู้ข้อเรียกร้อง เอาแต่บอกว่าต้องการความสงบ แล้วก็พยายามไล่พวกเขาออกจากถนน ทำไมไม่เห็นใจเขาบ้าง ออกมาอยู่บนถนนไม่ได้สบาย ไม่เดือดร้อนลำบากจนไม่รู้จะทำยังไง ใครจะอยากออกมาเรียกร้องแบบนี้ ทั้งเหนื่อย ทั้งเสี่ยง ถ้าผมกล้ากว่านี้อีกหน่อย ผมก็อาจจะลงไปอยู่กับพวกเขาแล้วก็ได้

ผมเองก็เคยรู้สึกไม่เข้าใจ ที่ต้องทำตามผู้ใหญ่ จนไม่เป็นตัวของตัวเอง พอวันหนึ่งผมรู้สึกอยากเป็นตัวเองขึ้นมาบ้าง ผมก็โดนบอกว่า อย่าทำตัวก้าวร้าวเรื่องเยอะ พอได้ยิน xx พูดว่า เขาไม่อยากให้คนออกมาชุมนุม ผมก็ฉุนจนต้องสวนกลับด้วยเสียงที่ดังไม่แพ้เขาว่า รัฐทำเขาเดือดร้อน เขาก็ต้องออกมา ผมเห็นแล้วว่า xx หัวเสีย เขากระชากเสียงใส่ผม ว่า ด้วยการทำให้คนอื่นเดือดร้อนมันได้เหรอวะ ผมโมโหแล้ว xx ไม่อยู่ข้างเดียวกับผม ผมกำลังจะเถียง แต่น้ำนิ่ง ตบมือใส่หน้าเรา 2 คน บอกให้เราหยุด บอกเราว่า เราทะเลาะกัน ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาคนที่มาชุมนุมกันอยู่ข้างนอก ถูกของน้อง ผมจะทะเลาะกับ xx ทำไม เขาจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับผม ผมก็ควรทำใจรับ ถ้าผมจะบอกว่าผมเป็นคนที่ต้องการเรียกร้องให้รัฐยอมรับความเห็นต่าง ผมก็ควรเริ่มจากยอมรับความเห็นต่างของคนที่ผมรักให้ได้ก่อน ไม่ใช่โกรธจนไม่ฟังอะไรแบบนี้

แต่ผมยังหวุดหวิด ไม่รู้หงุดหงิดเขาหรือหงุดหงิดตัวเอง ผมหันกลับไปหาเขา ตอนที่เขาหันมาหาผม แล้วเราก็พูด ขอโทษ พร้อมกัน

เราไปถึงงานก็ช้ามากแล้ว เวลาที่เหลือ เราต้องโฟกัสเรื่องงาน ไม่มีเวลาให้เราคุย เราเคลียร์กัน จนงานเสร็จหมดแล้ว xx ถึงได้เข้ามาถามว่า ผมเป็นอะไร ผมอยากพูดกบเขา แต่ผมยังอารมณ์ค้างอยู่เลย ผมตอบแค่ว่า ผมเหนื่อย แล้วแม่ก็มาเรียกให้ผมกลับกับแม่ แม่ถามผมว่ามีอะไร ทำไมวันนี้ดูมึนๆ ผมมองออกไปนอกรถ กลุ่มผู้ชุมนุมหลายคนยังรวมตัวกันอยู่ แต่ก็บางตาไปมากแล้ว แม่บอกว่า แกนนำประกาศยุติการชุมนุมแล้ว พรุ่งนี้ค่อยนัดกันมาใหม่ ผมบอกแม่ว่า xxไม่อยากให้คนออกมาชุมนุม แม่หันมาถามว่า เพราะอะไร ผมบอกแม่ว่า ผมไม่รู้ ผมได้ยินแค่นั้นก็โมโหแล้ว วันนี้เราเกือบทะเลาะกันแล้วถ้าน้ำนิ่งไม่ห้าม แม่กับผม เห็นเรื่องนี้ไปในทางเดียวกัน เราเลยไม่เคยมีปัญหา ผมถามแม่ว่า ถ้าเกิดผมไม่คิดเหมือนแม่ แม่จะทะเลาะกับผมมั้ย แม่หันมามองผมอีก บอกว่ามันก็อยู่ที่เหตุผล แต่จะรู้เหตุผล ก็ต้องเปิดใจพูด เปิดใจฟัง ไม่ฟังเขาแล้วมาเสียใจเอง มันก็ไม่โอเคใช่มั้ย แม่ถามต่อว่า xx โกรธผมหรือเปล่า ผมบอกแม่ว่า xx ไม่โกรธหรอก ก่อนกลับยังมาคุยกับผมอยู่เลย แต่ผมไม่โอเคเอง ผมไม่เข้าใจคนที่เขาตัดพ่อตัดลูกกันเพราะเรื่องอยากไปร่วมชุมนุม ผมไม่เข้าใจตัวเองด้วยเหมือนกัน แค่พูดเรื่องนี้ไม่กี่คำ ทำไมผมต้องโกรธ ผมมีคิวถ่ายละครต่างจังหวัดติดกัน 3 วัน ถ้าผมจำไม่ผิด xx ก็มีคิวงานทุกวันเหมือนกัน ผมต้องรออีกตั้ง 3 วัน กว่าจะได้ทำความเข้าใจเหตุผลของเขา เข้าใจอารมณ์ของผม แต่ก็ดีแล้ว คุยกันตอนนี้ เราอาจจะทะเลาะกันอีกก็ได้

 

คิวถ่ายละครแน่นเอี้ยดตั้งแต่เช้าจนดึก ผมไม่มีเวลาให้ไปคิดเรื่องอะไรเลย พอไม่ได้อยู่ในกรุงเทพ ไม่ได้เห็นข่าวการชุมนุม ไม่ได้ยินใครพูดถึง ก็เหมือนเรื่องนั้นจะห่างจากตัวผมไปจนผมไม่ได้รู้สึกอ่อนไหวไปกับสถานการณ์เหมือนตอนที่เห็นมันอยู่ตรงหน้า มีใครสักคนเคยบอกผมว่า อารมณ์ควรเอาไว้ใช้กับงาน ไม่ใช่กับคนที่รัก ผมคิดถึง xx อยากคุยกับเขา แล้วผมจะไม่เอาปัญหาที่แก้ไม่ได้ด้วยตัวเราคนเดียว มาสร้างปัญหาให้เรา 2 คนอีก

 

ลิลลี่ไม่ลงรูปผมมา 2-3 วันแล้ว มีรูปเรา 2 คนใส่เสื้อคู่แหวนคู่ อยู่ในข่าว ยังมีคนคอมเม้นท์ว่าเราสร้างภาพ แต่ผมว่าดีแล้ว เราตั้งใจสร้างภาพที่สวยงามของความรักของเราให้ทุกคนเห็น ผมไม่ได้อยากให้ใครมาสงสัยว่าผมนอกใจเขา

แม่ไลน์มาบอกว่าร้านดอกไม้แจ้งมาว่า ดอกกุหลาบสีดำที่อยากได้ นำเข้าจากฮอลแลนด์มาถึงไทยแล้ว ผมบอกแม่ว่าให้เขาเอามาส่งเลย เคลียร์ตู้เย็นแช่ดอกไม้ไว้ให้ผมด้วย ผมจะได้เอาไปให้ xx ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปเอาที่ร้าน

ผมกลับจากกองถ่ายมาถึงบ้านก็ดึกมากแล้ว ผมแวะดูดอกกุหลาบสีดำที่อยู่ในตู้เย็น กลีบกุหลาบกำมะหยี่สีดำสนิท ผมหาแล้วก็รออยู่หลายเดือน กว่าจะส่งมาถึง กุหลาบสีดำของจริง กลีบกำมะหยี่นุ่มๆ นุ่มเหมือนปากเขา ผมคิดถึง อยากเจอเขา ผมกะว่าขอนอนให้เต็มอิ่มก่อน แล้วไปหาเขา แต่ผมนอนไปได้ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่นแล้ว เพราะมีคิวแทรก ขอถ่ายซ่อมงานด่วน ผมง่วงจนไม่อยากขับรถ แม่ก็เลยไปส่ง ผมทำงานจนถึงบ่าย ทั้งเหนื่อยทั้งง่วงจนรู้สึกว่าตัวเองเหลือแต่กายหยาบ จิตผมไปอยู่บนที่นอนนานแล้ว ตอนผมเห็น xx ผมเลยนึกว่าตัวเองตาฝาด เขาถือกระเป๋าสะพายของผมมาด้วย เขาบอกว่าเก็บของให้หมดแล้ว กลับกันเลยมั้ย

ขึ้นรถได้ ผมก็อยากจะหลับแล้ว ผมถาม xx ว่ามาได้ไง เขาบอกว่าแม่บอก ในความรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่น ผมรู้สึกว่า xx เอื้อมมือมาปรับเบาะให้เอนลงกว่าเดิม จูบแก้มผม กระซิบข้างหูว่า คิดถึงจัง ผมไม่แน่ใจว่า ผมฝันหรือมันเกิดขึ้นจริง เอาไว้ถามเขาอีกทีตอนผมตื่นแล้วกัน

ผมได้ยิน xx ถามเบาๆ ว่า นอนพอรึยัง กินอะไรก่อนมั้ย หรือจะนอนต่อ ผมลืมตามองเขาบอกว่า ผมอยากนอน xx จูงมือผมเดินขึ้นบ้าน พาผมไปนอน เขาบอกว่า ยอมวันนึง ยังไม่ต้องอาบน้ำก็ได้ เขาจูบผมอีกแล้ว แล้วก็ปล่อยให้ผมหลับ

ผมตื่นมา ข้างนอกก็มืดหมดแล้ว ผมลงมาข้างล่าง xx อยู่ที่โต๊ะกินข้าว เขาบอกให้ผมรอเดี๋ยว ม๊าไปอุ่นกับข้าวให้ เขาเสยผมให้ ถามว่าเป็นไง หายเหนื่อยรึยัง xx พูดต่อว่า ขอบคุณนะที่ไม่โกรธผม กุหลาบดำสวยมาก ผมหันไปมองเขา ถามว่าเห็นแล้วเหรอ ทีแรกผมตั้งใจจะเอามาให้ แต่ติดงานซะก่อน เขาบอกว่า เอาไว้บนห้องแล้ว เขาไปหาผมที่บ้าน แม่บอกเรื่องดอกไม้ แล้วก็บอกให้ไปรับผม

Xx ไปช่วยม๊ายกกับข้าวมาให้ ม๊าบอกว่า xx ให้ทำของโปรดของสาม เขากลัวสามโกรธที่เขาเสียงดังใส่ ผมบอกว่าผมไม่ได้โกรธ xx ยิ้มให้ผม บอกผมว่าเขารู้แล้ว

xx พาผมไปดูกุหลาบ เขาบอกว่าถ่ายรูปเก็บไว้แล้ว พรุ่งนี้จะเอาไปแขวนให้ดอกคว่ำลง แห้งแล้วจะได้ยังสวยอยู่ ผมบอกเขาว่า กลีบมันนุ่มมาก นุ่มเหมือนปากคุณเลย เขาหัวเราะน้อยๆ กอดผม แล้วก็จูบนานจนผมหายใจแทบไม่ออก เขาพูดเบาๆ อยู่ข้างหูว่า หายเหนื่อยรึยัง คิดถึงจะตายอยู่แล้ว เขาออกแรงดันให้ผมถอยหลังไปจนถึงเตียง แล้วก็เริ่มซุกไซ้ผม ไม่มีประโยชน์ที่จะปฏิเสธเขา เพราะผมก็ต้องการเขาเหมือนกัน

xx บอกผมว่า เขารู้สึกไม่ดีที่หัวร้อนใส่ผม เขาจะไม่พูดเรื่องการเมืองกับผมอีก เขาเปลี่ยนความคิดผมไม่ได้ แล้วก็ไม่อยากเปลี่ยนความคิดตัวเอง แต่ถ้าเราจะต้องพูดกัน สัญญากันก่อนว่าเราจะไม่โกรธกันเพราะเรื่องนี้อีก

xx เอื้อมไปหยิบกล่องจากโต๊ะข้างหัวเตียงมาเปิด เขาพูดว่า อันนี้ คำสัญญาของผม เขาหยิบสร้อยคล้องรอบคอผม สร้อยทองคำขาวห้อยจี้รูปหยินหยาง เขาพูดต่อว่า เราคิดไม่เหมือนกัน แต่ผมเข้าใจคุณ คุณเข้าใจผม เราจะไม่ทะเลาะกันนะ

ผมยิ้มให้ บอกเขาว่า ได้เลย แล้วก็จูบเขา ถึงเราจะเป็นแฟนกัน เราก็ต้องเว้นพื้นที่ให้กันและกันบ้าง ถึงเราจะไม่ชอบเหตุผลของอีกฝ่าย แต่ แค่เราเข้าใจกัน ก็น่าจะพอแล้ว

เพราะไม่ว่ายังไง ผมก็รักเขาที่สุดอยู่ดี

 

พี่วินเรียกพวกเราเข้าไปหา บอกว่ามีข่าวดีมาก ต้นสังกัดของอายูติดต่อมา เขามีโปรเจคท์ใหม่ อยากให้ xx ไปทำเพลงร่วมกับอายู ถ้าคุยตกลงกันได้ พี่วินจะเตรียมทำโปรเจคท์พิเศษให้ผมกับน้ำนิ่ง ช่วงที่ xx อาจจะต้องไปทัวร์คอนเสิร์ตกับอายู

ตา xx โตเป็น 2 เท่าตั้งแต่ได้ยินชื่ออายู ยิ่งพอพี่วินพูดถึงทัวร์คอนเสิร์ต เขายิ่งทำท่าดีใจจนออกนอกหน้า น้ำนิ่งเอนตัวเข้ามากระซิบถามผมว่า ตอนแฟนคลับเรารู้ว่าจะได้มาเจอเราแบบส่วนตัว เขาจะเป็นแบบนี้มั้ยพี่ ผมหัวเราะตอบว่า คงใช่มั้ง

ออกจากห้องพี่วินมาแล้ว xx ยังยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น เขาชอบอายูมาก ใครถามเขาก็บอกว่าคนนี้คือ Idol ของเขา xx ร้องเพลงของอายูได้ทุกเพลง ทั้งที่พูดเกาหลีไม่ได้ เขามีอัลบั้มของอายูทุกชุด เขาถามผมว่า ถ้าเขาแอบขอให้อายูเซ็นอัลบั้มให้จะเป็นไรรึเปล่า ผมหัวเราะ บอกเขาว่า พี่วินแค่บอกว่าเขาสนใจอยากมาคุย ยังไม่ได้ตกลงกันเลย รีบฝัน เดี๋ยวก๊อกหักหรอก เขาพูดกับผมว่า ใช่ ใช่ ใช่ ผมต้องเตรียมตัว คุณว่า เขาจะให้ทีมงานมาคุย หรืออายูจะมาเอง

ผมจับตัวเขาเขย่าแรงๆ บอกเขาว่า หยุดตื่นเต้นได้แล้ว ตอนนี้เราต้องไปซ้อมเพลงของเราก่อน

xx หยุดพูดเรื่องอายูแล้ว แต่ใจเขาไม่อยู่กับตัว เต้นผิดเต้นถูกจนครูบอกว่า ถ้าไม่มีสมาธิขนาดนี้ ออกไปก่อนก็ได้ จะได้ไม่ทำให้ผมกับน้ำนิ่งเสียสมาธิไปด้วย เขาขอโทษครู ขอไปพัก 5 นาทีแล้วกลับมาซ้อมใหม่

ผมเป็นเพื่อนกับเขามาตั้งนาน ไม่เคยเห็นเขาตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อนเลย นี่ถ้าเขามีโอกาสได้เจออายูจริงๆ เขาจะวิ่งหนีเหมือนที่เคยบอกน้ำนิ่งมั้ยนะ




Create Date : 14 มิถุนายน 2565
Last Update : 18 มิถุนายน 2565 0:03:22 น. 0 comments
Counter : 162 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

วัลยา
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




[Add วัลยา's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com