ขออย่ายอมแพ้ ....อย่าอ่อนแอ ...แม้จะร้องไห้ จงลุกขึ้นสู้ไป จุดหมายไม่ไกลเกินจริง
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
28 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
เล่าเรื่องชาวบ้าน....ชีวิตของอนงค์

เปลี่ยนบรรยากาศ เล่าเรื่องชาวบ้านบ้าง เพราะอาจจะได้ข้อคิดดีๆหรือไม่ดีจากเรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้

อนงค์เป็นสาวไทย ที่มาอยู่ญี่ปุ่นเกือบยี่สิบปี ได้รู้จักกับอนงค์เพราะเขาย้ายมาอยู่กับสามีที่มีบ้านอยู่ด้านหลังบ้านเก่าที่เราเคยอยู่ที่บ้านพักของบริษัทสามี

ครั้งแรกที่ได้รู้จักกัน ก็เพราะสามีมาบอกว่า มีผู้หญิงไทยแต่งงานมาอยู่ด้านหลังบ้าน

เราก็รู้สึกดีใจที่จะได้มีเพื่อน จะได้ไม่เหงา เราก็ไปทำความรู้จักกัน ทักทายกัน ตอนนั้นอนงค์กำลังตั้งท้องได้สามสี่เดือน

เธอเป็นคนที่พูดจาตรงๆ ง่ายๆ ก็พอพูดคุยกันได้ อนงค์ได้เล่าเรื่องราวชีวิตของเธอให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง

เส้นทางเดินทางมาอยู่ญี่ปุ่นของอนงค์ก็เหมือนกับสาวๆหลายคนแถวบ้านที่มาทำงานขายบริการ

เธอมาอยู่ญี่ปุ่นได้เกือบสิบปี ตอนที่พบกันนี้เธออายุประมาณ ๓๒ ปี หน้าตาก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรมาก

เธอเราให้ฟังว่า เธอทำงานขายบริการมาแล้วเกือบทุกอย่าง เพราะตอนขึ้้นมาญี่ปุ่นติดหนี้ติดสินเขามาเยอะ
ก็ต้องเร่งหาเงินส่งไปใช้หนี้ เธอเป็นคนกรุงเทพฯ ครั้งแรกที่ขี้นมาก็ทำงานได้เงินดี ทำให้ลืมตัวใช้จ่ายเงินอย่างไม่คิดเสียดาย

หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็กินเที่ยวเลี้ยงเพื่อน คบผู้ชาย เลี้ยงผู้ชาย ชอบใครก็ทุ่มเงินไปโดยไม่คิดถึงสิ่งใดนอกจากอยากให้เขารัก

แต่ก็ไม่มีใครที่รักเธออย่างจริงจัง เมื่อนานวันเข้าเงินเธอที่หาได้คล่องๆก็หมดไป พร้อมกับการตีตัวออกห่างของหนุ่ม

เธอเสียใจมาก กินเหล้าเมายา ไม่อยากทำงาน ทำให้สุขภาพทรุดโทรม ไม่สวยสดเหมือนเมื่อตอนมาใหม่ๆ

ก็ทำให้หาเงินอยากไปด้วย จากความผิดหวังจากความรัก เธอก็ออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามโรงอาบน้ำร้อนหรือออนเซ็ง

ตามออนเซ็งที่ญี่ปุ่นที่ต่างจังหวัด จะมีสาวให้บริการ เธอทำงานอยู่ที่นั่นไม่นานก็มาพบกับสามีคนปัจจุบันที่อายุคราวพ่อ

สามีคนนี้ตกลงรับเลี้ยงดูเธอ และทำเรื่องแต่งงานให้ ครั้งแรกเธอก็ดีใจว่ามาได้พบสามีใจดีร่ำรวย คงสบายกันเสียที

เธอย้ายมาอยู่กับเขาที่บ้าน ซึ่งก็คือบ้านที่อยู่ปัจจุบันนี้ เมื่อมาอยู่กันใหม่ๆสามีก็ให้เงินใช้พอสมควร

ไม่นานเธอก็ท้อง ระหว่างท้องสามีก็เปลี่ยนไป ไม่ค่อยกลับบ้าน ชอบออกไปเที่ยวร้านเหล้าที่มีผู้หญิง

แต่ไม่ถึงกับจริงจังกับใคร เธอก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะต้องอาศัยเงินเขากินใช้ทุกบาททุกสตางค์

ทนจนออกลูกมาเป็นผู้หญิง หน้าตาน่ารักเหมือนสามีมาก ตอนที่เธอคลอดใหม่ๆ เรายังได้ไปเยี่ยม

ก็คิดว่าเธอคงสุขสบายดีแล้ว แต่ไม่ใช่อย่างนั้น เธอเล่าให้ฟังว่า สามีให้เงินใช้จำกัดมาก มีแต่ค่ากับข้าว
ส่วนค่าใช่จ่ายส่วนตัวไม่มีให้ สามีอ้างว่า เขาแก่มากแล้ว ทำงานไม่ไหว(สามีอายุหกสิบ) ถ้าอยากมีเงินใช้ให้ออกไปหางานทำเอง

อนงค์...เธอก็มาคุยให้ฟังว่า ตอนนี้เธอไม่สาวไม่สวยแล้ว จะไปหางานอะไร ใหม่ๆเธอก็ไปสมัครเป็นหมอนวด

โดยเอาลูกที่เพิ่งเกิดได้ไม่กี่เดือน กลับไปเมืองไทย จ้างญาติเลี้ยง แล้วตัวเธอก็ยืมเงินญาติเพื่อไปทำศัลยกรรม รีแพร์

การทำรีแพร์ เพื่อกลับขึ้นมาทำงานหาเงินใหม่ เรียกว่า เป็นการทำศัลยกรรมครั้่งแรกของเธอ

เมื่อทำการสร้างเสริมเครื่องมือทำมาหากินมาเรียบร้อยแล้ว เมื่อกลับขึ้นมาญี่ปุ่น เธอก็ออกเริ่มทำงานนวด
ทำงานนวดแบบมีบริการพิเศษนี้ ก็เพื่อปากเพื่อท้องของตัวเองและลูก เพราะเดี๋ยวนี้สามีไม่ให้เงินอีกเลย

เธอทำงานร้านนวดแบบมีบริการพิเศษ ได้เงินมาก็ส่งกลับไปเป็นค่าเลี้ยงดูลูกที่เมืองไทย

ลืมเล่าไปว่า ก่อนเธอขึ้นมาญี่ปุ่นเธอมีลูกชายกับฝรั่งคนหนึ่ง ให้ญาติเลี้ยงดูอยู่ที่เมืองไทยเช่นกัน
เธอมีลูกสองคน สองชาติ ตอนนี้ลูกชายเธอเป็นหนุ่มแล้ว


การทำงานนวดของเธอก็พอกินพอใช้ไปเรื่อยๆ ไม่ถึงกับทำให้ร่ำรวยได้

เรารู้สึกชอบอนงค์อย่างหนึ่ง คือเขาเป็นคนพูดตรงๆ ไม่ค่อยเว่อร์ ล่าสุดเมื่อสองวันก่อนได้เจอกันที่สถานีรถไฟ

ถามว่ามาทำอะไร เธอบอกว่ามารอเพื่อนเอายาแก้อักเสบมาให้ เราก็เลยถามไปว่า ยาอักเสบเอาไปกินแก้อะไรเป็นอะไรไปหรือ

เธอจีงเปิดหลังใบหูให้ดู ว่าไปทำศัลยกรรมดึงหน้ามา เมื่อสองเดือนที่แล้ว อ้อมิน่า หน้าเธอดูเรียวและเด็กลง

เธอบอกจำเป็นต้องทำ เพราะเดี๋ยวนี้มีแต่เด็กๆมาทำงานกันเยอะ ถ้าไม่ทำก็สู้เด็กไม่ได้
เธอชี้ให้ดูที่นมและท้อง ว่า ทำมาหมดแล้ว เรียกว่า ทั้งตัวเธอผ่านการทำศัลยกรรมมาเกือบครบทุกอย่าง

ไม่ว่าการกรีดตาให้เป็นสองชั้น การทำรีแพร์ การผ่าตัดหน้าท้อง การทำจมูก ล่าสุดคือการดึงหน้า

เธอเล่าว่า หมดค่าดึงหน้าไปหนึ่งแสนบาท เราก็กระเซ้าไปว่า รวยแล้วนะ มีเงินไปดึงหน้าเป็นแสน

เธอก็บอกว่าไม่รวยหรอก กู้เงินพี่สาวไปดึงหน้า ต้องส่งต้นส่งดอกให้พี่สาวเดือนละหมื่นบาท

เธอบอกว่าไม่ทำก็สู้เขาไม่ได้ เราก็ได้แต่ถอนใจ เธอไม่ต้องทำศัลยกรรมไปตลอดชีวิตหรือ

ถามเธอว่าจะทำงานอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน เธอก็บอกว่าไม่ทำแล้วจะเอาที่ไหนกิน ความรู้ก็ไม่มี
งานที่ลำบากมากๆก็ทำไม่ได้ สู้ทำอย่างนี้ไม่ได้ ได้เงินง่ายกว่า เร็วกว่า เพียงแต่ทำตัวให้สวยสาวอยู่เสมอ

เราก็ไม่รู้จะไปสั่งสอนเขาอย่างไร ชีวิตของเขา .... บางคนยอมทำงานเหนื่อยยากได้เงินเพียงเล็กน้อยแต่สุขใจ

แต่บางคนเขาทำไม่ได้ เพราะคุ้นชินกับงานง่ายแบบนั้นเสียแล้ว ขอให้โชคดีเถอะนะอนงค์

สงสัยเธอจะทำงานเพื่อหมอศัลยกรรมมากกว่า เพราะไม่มีอะไรมาหยุดอนงค์ได้แล้ว ดูแล้วเธอให้ความเชื่อถือเรื่องการทำศัลยกรรมมาก

เคยไปเที่ยวบ้านเธอ มีแต่หนังสือจากโรงพยาบาลดังที่เธอไปทำศัลยกรรมมาวันๆเธอก็จะเอามานั่งดูว่า

ต่อไปเธอจะไปทำอะไรเพิ่มอีก เอาละเป็นความสุขของเขา เราไม่เกี่ยว...นำมาเล่าให้ฟังเพื่อใครที่ชอบเรื่องการทำศัลยกรรม

ร่างกายและสังขารของคนเราย่อมมีเหี่ยวแห้งไปตามวันเวลา อาจจะสามารถหยุดความหย่อนยานเอาไว้ได้ด้วยมีดหมอ

แต่ถ้าเราหาเงินมาทำศัลยกรรมไม่ได้แล้วละ ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ อย่าไปฝืนอะไรเลย

หันมาเตรียมหาอาชีพที่จะมารองรับยามที่ไม่สามารถใช้ร่างกายไปแลกได้ดีกว่า ลูกยังเล็กนัก ยังต้องเลี้ยงอีกนาน
เก็บเงินค่าทำศัลยกรรมไว้ให้ลูกเรียนหนังสือสูงๆจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาใช้ความสาวความสวยทำงานแลกเงิน



Create Date : 28 กรกฎาคม 2551
Last Update : 28 กรกฎาคม 2551 18:25:30 น. 10 comments
Counter : 690 Pageviews.

 
เข้ามาอ่านเรื่องของอนงค์ค่ะคุณน้า

คุณน้าเขียนอีกนะคะ ได้รู้ชีวิตคนอื่นในแง่มุมอื่นๆดีด้วยค่ะ

แต่ไม่เม้นต์ดีกว่า ฮี่ฮี่ ขออ่านอย่างเดียวพอ


โดย: fudge-a-mania IP: 58.159.153.34 วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:46:33 น.  

 
อ่านแล้วน่าสงสารจังเลยน่ะพี่ เรื่องของอนงค์น่ะ


โดย: Patty IP: 86.145.165.185 วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:34:02 น.  

 
น่าสงสารเค้าจังเลยนะคะป้าต้อย

ไม่รู้ว่าคุณอนงค์นี่เคยอ่านข่าวพวกดาราเมืองไทยรึเปล่า ที่ศัลยกรรมทำพิษ หน้าบิดหน้าเบี้ยว นมเน่า คางย้อย หรืออะไรต่าง ๆ นา

อ่านแล้วก็ปลง.... บางคนเลือกทำตัวเองจริง ๆ โทษใครหรืออะไรไม่ได้จริง ๆ นะเนี่ย

(น่าจะเก็บเงินไว้ส่งลูกเรียนสูง ๆอย่างที่ป้าต้อยว่าดีกว่านะคะ)


โดย: ตา IP: 219.200.192.126 วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:23:31 น.  

 
เฮอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

อยากทำศัลยกรรม หน้าทั้งหมดเลย เอาให้สวยเหมือน ลีอาห์ แต่ไม่มีเงิน พี่ต้อยปล่อยกู้ให้เหมียวไหมค่ะ ฮุฮุ


โดย: meaw_1985 วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:08:41 น.  

 
เฮ้อ ต่างคนก็ต่างมุมมองนะคะ

ขอให้ลูกชายตั้งใจเรียนเยอะๆ พอโตขึ้นมา จะได้เลี้ยงอนงค์ได้ ไม่ลำบากเถอะ


โดย: yr_naughty_annie วันที่: 29 กรกฎาคม 2551 เวลา:6:41:40 น.  

 
อ่านแล้ว ..รู้สึกว่าชีวิตบางคนนี่เค้าต้องต่อสู้มากเลยนะคะ เพื่อที่จะให้มีข้าวกิน มีเงินใช้ มันเป็นหนทางทำงานที่เค้าถนัดนี่คะ ก็คงต้องส่งกำลังใจไปให้ ..ให้เค้าเอาตัวรอดเลี้ยงดูลูกให้เติบโตมีความรู้.. ก็น่าจะดีนะคะ..


โดย: ฟ้าสวยมาก วันที่: 30 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:42:43 น.  

 
ชีวิตเลอืกเกิดไม่ได้ แต่ลิขิตเองได้ เค้าน่าจะไปเรียนวิชาชีพเนาะ จะได้มีความรู้ สังขารไม่เที่ยงแท้ และก้เก็บเงินให้ลูกดีกว่า


โดย: fon_nara IP: 58.137.170.25 วันที่: 30 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:48:59 น.  

 
เศร้าจังอ่ะค่ะ ขอให้ชีวิตเขาดีขึ้นกว่านี้อีกมากมายนะเจ้าคะ


โดย: ยายหิ่น (Laynee-floral ) วันที่: 30 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:56:07 น.  

 
อ่านแล้วสงสาร เขาก็ทำได้เท่าที่เขาทำได้ตามกำลังสติปัญญาที่เขามี

ถ้าเขาชอบอย่างนี้ก็แล้วไป แต่ถ้าไม่ชอบ ก็หวังว่า(คงต้องชาติหน้ามั้ง) เขาจะมีชีวิต มีงานเลี้ยงตัวที่ดีกว่านี้ คือไม่ต้องเจ็บที่จะสวย และไม่ต้องเจ็บที่จะได้เงินมา


โดย: PatPDX IP: 72.201.17.28 วันที่: 2 สิงหาคม 2551 เวลา:22:55:28 น.  

 
เศร้าใจค่ะ


โดย: Aisha วันที่: 3 สิงหาคม 2551 เวลา:20:53:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

พนอจัน
Location :
กรุงเทพฯ Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 291 คน [?]




ป้าพนอจัน เกิด วันที่ ๒ พฤกษภาคม ๒๔๙๔

เป็นคนกรุงเทพ เกิด ที่ เขตดุสิต ถนนสุโขทัย

ชอบทำอาหาร ชอบดอกไม้ ชอบท่องเที่ยว

ตอนนี้แต่งงาน มาอยู่ประเทศญี่ปุ่น ได้ 16 ปี
New Comments
Friends' blogs
[Add พนอจัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.