"""ฺBlogนี้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ผู้ใดจะเอาความรู้ในนี้ไปใช้ก็ได้ เจ้าของลิขสิทธิ์ในBlogนี้ คือ คุณพ่อคุณแม่ ผู้เลี้ยงดูสั่งสอนเรามา ครูบาอาจารย์ทุกท่านที่สอนสารพัดวิชา คุณคนนั้นผู้อยู่ในใจเสมอ และเพื่อนๆผู้คอยเสริมเติมแต่งสารพัน"""
 
ธันวาคม 2548
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
13 ธันวาคม 2548

สังฆทานที่ถูกต้อง แท้จริง อ่านไม่ยาก ขอเชิญมาศึกษา

***งดออกความเห็นที่Blogนี้แล้วครับ****
-------------------------------------------------------------------------------------------------


สังฆทานที่แท้จริง



สังฆหรือสงฆ์นั้น ถ้าแปลตามตัวอักษรจะแปลว่าหมู่ ในทางพุทธศาสนาจะหมายถึงหมู่ของภิกษุ หรือภิกษุณี คำว่าสงฆ์นั้นจะมีความหมายในลักษณะรวมๆ ในรูปของกลุ่ม หมู่คณะ หรือสถาบันสงฆ์ คือจะไม่เฉพาะเจาะจงถึงภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง หรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่ง


ซึ่งตามวินัยแล้ว ผู้จะดำเนินการใดๆ ในนามของสงฆ์ได้ จะต้องประกอบด้วยภิกษุ (หรือภิกษุณี) ตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไป ถ้าน้อยกว่านี้จะถือว่าไม่ครบองค์สงฆ์ เว้นแต่ในบางกรณีที่จำเป็น พระพุทธเจ้าก็ทรงอนุญาต ให้สงฆ์แต่งตั้งภิกษุ (หรือภิกษุณี) รูปใดรูปหนึ่งให้ทำการในนามของสงฆ์ได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ต้องทำการประชุมสงฆ์ก่อน เมื่อที่ประชุมสงฆ์เห็นพ้องต้องกัน ภิกษุ (หรือภิกษุณี) รูปนั้นก็มีสิทธิ์ดำเนินการในนามของสงฆ์ในวาระและโอกาสตามที่ที่ประชุมกำหนดนั้นได้ (ถ้าจะไปดำเนินการอย่างอื่นหรือเวลาอื่นในนามของสงฆ์ ก็ต้องประชุมสงฆ์เพื่อพิจารณาแต่งตั้งอีกครั้ง)


สงฆ์มี 2 ฝ่ายคือ
1.) ภิกษุสงฆ์
2.) ภิกษุณีสงฆ์


สงฆ์มี 2 ประเภทคือ


1.) อริยสงฆ์ คือสงฆ์ที่เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง คือเห็นแจ้งในธรรมอย่างแท้จริง ได้แก่อริยบุคคลทั้งหลาย ตั้งแต่โสดาปัตติมรรคบุคคล จนถึงพระอรหันต์ (ดูเรื่องอริยบุคคล 8 ประเภท ในหมวดวิปัสสนา (ปัญญา) ประกอบ)


2.) สมมติสงฆ์ คือเป็นสงฆ์โดยสมมติ ไม่ได้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง เพราะยังไม่เห็นแจ้งในธรรม ได้แก่ภิกษุ (หรือภิกษุณี)ที่ยังเป็นปุถุชน ตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไป สมมติสงฆ์นี้พระพุทธเจ้าก็ทรงอนุญาตให้ทำการในนามของสงฆ์ได้เช่นกัน


คำว่าสังฆทานนั้น ก็หมายถึงการทำบุญให้ทานแก่สงฆ์นั่นเอง คือการให้ทานโดยไม่ได้เจาะจงตัวผู้รับด้วยใจที่แท้จริง ว่าจะต้องเป็นภิกษุรูปนั้นรูปนี้ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้รับ ก็มีความยินดี พอใจเสมอกันหมด

สำหรับของที่ใช้ทำสังฆทานนั้น จะเป็นอะไรก็ได้ที่ใช้ทำบุญโดยทั่วๆ ไป เช่น อาหาร ของใช้ จีวรเครื่องนุ่งห่ม ฯลฯ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นของใช้จัดใส่ถังพลาสติกอย่างที่เห็นกันทั่วไป เพราะจุดสำคัญของสังฆทานคือการให้ทานแก่สงฆ์ โดยไม่เจาะจงตัวผู้รับนั่นเอง


การทำสังฆทานนั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่าให้ผลบุญมากกว่าปาฏิปุคคลิกทานทุกประเภท (ปาฏิปุคคลิกทาน = การให้โดยเจาะจงตัวผู้รับ) แม้ว่าผู้รับจะเป็นพระพุทธเจ้าก็ตาม ทั้งนี้เพราะสังฆทานนั้นใจของผู้ให้จะเปิดกว้างกว่าปาฏิปุคคลิกทานนั่นเอง


ดังความในพระไตรปิฎก ทักขิณาวิภังคสูตร พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
ที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระนางมหาปชาบดีโคตมี ที่ได้ทอผ้าด้วยมือตนเอง แล้วนำไปถวายพระพุทธเจ้าว่า


......... ดูกรโคตมี พระนางจงถวายสงฆ์เถิด เมื่อถวายสงฆ์แล้ว จักเป็นอันพระนาง ได้บูชาทั้งอาตมภาพและสงฆ์ ............


........ ก็ทักษิณาเป็นปาฏิปุคคลิกมี ๑๔ อย่าง คือ
ให้ทานในตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธ นี้เป็นทักษิณาปาฏิปุคคลิกประการที่ ๑
ให้ทานในพระปัจเจกสัมพุทธ นี้เป็นทักษิณาปาฏิปุคคลิกประการที่ ๒
ให้ทานในสาวกของตถาคตผู้เป็นพระอรหันต์ นี้เป็นทักษิณาปาฏิปุคคลิกประการที่ ๓
ให้ทานในท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำอรหัตผลให้แจ้ง นี้เป็นทักษิณาปาฏิปุคคลิกประการที่ ๔
ให้ทานแก่พระอนาคามี นี้เป็นทักษิณาปาฏิปุคคลิกประการที่ ๕
ให้ทานในท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำอนาคามิผลให้แจ้ง นี้เป็นทักษิณาปาฏิปุคคลิกประการที่ ๖
ให้ทานแก่พระสกทาคามี นี้เป็นทักษิณาปาฏิปุคคลิกประการที่ ๗
ให้ทานในท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำสกทาคามิผลให้แจ้ง นี้เป็นทักษิณาปาฏิปุคคลิกประการที่ ๘
ให้ทานในพระโสดาบัน นี้เป็นทักษิณาปาฏิปุคคลิกประการที่ ๙
ให้ทานในท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำโสดาปัตติผลให้แจ้ง นี้เป็นทักษิณาปาฏิปุคคลิกประการที่ ๑๐
ให้ทานในบุคคลภายนอกผู้ปราศจากความกำหนัดในกาม (ปุถุชนที่ได้สมาธิขั้นฌาน - ธัมมโชติ) นี้เป็นทักษิณาปาฏิปุคคลิก ประการที่ ๑๑
ให้ทานในบุคคลผู้มีศีล นี้เป็นทักษิณาปาฏิปุคคลิกประการที่ ๑๒
ให้ทานในปุถุชนผู้ทุศีล นี้เป็นทักษิณาปาฏิปุคคลิกประการที่ ๑๓
ให้ทานในสัตว์เดียรัจฉาน นี้เป็นทักษิณาปาฏิปุคคลิกประการที่ ๑๔ ฯ ...........


........ ใน ๑๔ ประการนั้น
บุคคลให้ทานในสัตว์เดียรัจฉาน พึงหวังผลทักษิณาได้ร้อยเท่า
ให้ทานในปุถุชนผู้ทุศีล พึงหวังผลทักษิณา ได้พันเท่า
ให้ทานในปุถุชนผู้มีศีล พึงหวังผลทักษิณาได้แสนเท่า
ให้ทานในบุคคลภายนอกผู้ปราศจากความกำหนัดในกาม (ปุถุชนที่ได้สมาธิขั้นฌาน - ธัมมโชติ) พึงหวังผลทักษิณาได้แสนโกฏิเท่า
ให้ทานในท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำโสดาปัตติผลให้แจ้ง (โสดาปัตติมรรคบุคคล - ธัมมโชติ) พึงหวังผลทักษิณาจนนับไม่ได้ จนประมาณไม่ได้
จะป่วยกล่าวไปไยในพระโสดาบัน ในท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำสกทาคามิผลให้แจ้ง ในพระสกทาคามี ในท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำอนาคามิผลให้แจ้ง ในพระอนาคามี ในท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำอรหัตผลให้แจ้ง ในสาวกของตถาคตผู้เป็นพระอรหันต์ ในพระปัจเจกสัมพุทธ และในตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธ ฯ ....


........ ก็ทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์มี ๗ อย่าง คือ
ให้ทานในสงฆ์ ๒ ฝ่าย มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข นี้เป็นทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์ ประการที่ ๑
ให้ทานในสงฆ์ ๒ ฝ่าย ในเมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว นี้เป็นทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์ทั้ง ๒ ฝ่าย ในเมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว นี้เป็นทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์ประการที่ ๒
ให้ทานในภิกษุสงฆ์ นี้เป็นทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์ ประการที่ ๓
ให้ทานในภิกษุณีสงฆ์ นี้เป็นทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์ประการที่ ๔
เผดียงสงฆ์ว่า ขอได้โปรดจัดภิกษุและภิกษุณีจำนวนเท่านี้ ขึ้นเป็นสงฆ์แก่ข้าพเจ้า แล้วให้ทาน นี้เป็นทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์ประการที่ ๕ (เป็นการระบุจำนวนว่าจะให้ทานสงฆ์กี่รูป ในขณะที่ลำดับก่อนหน้านี้ไม่ระบุจำนวน - ธัมมโชติ)
เผดียงสงฆ์ว่า ขอได้โปรดจัดภิกษุจำนวนเท่านี้ขึ้นเป็นสงฆ์แก่ข้าพเจ้า แล้วให้ทาน นี้เป็นทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์ประการที่ ๖
เผดียงสงฆ์ว่า ขอได้โปรดจัดภิกษุณีจำนวนเท่านี้ ขึ้นเป็นสงฆ์แก่ข้าพเจ้า แล้วให้ทาน นี้เป็นทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์ประการที่ ๗ ฯ


...... ก็ในอนาคตกาล จักมีแต่เหล่าภิกษุโคตรภู มีผ้ากาสาวะ(ผ้าย้อมน้ำฝาด หรือผ้าเหลือง - ธัมมโชติ) พันคอ (คือไม่ห่มจีวรแล้ว แต่งกายอย่างคฤหัสถ์ แล้วใช้ผ้าเหลืองพันคอเพื่อให้เห็นว่าเป็นภิกษุ - ธัมมโชติ) เป็นคนทุศีล มีธรรมลามก คนทั้งหลายจักถวายทานเฉพาะสงฆ์ได้ ในเหล่าภิกษุทุศีลนั้น ........
...... ทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์แม้ในเวลานั้น เราก็กล่าวว่า มีผลนับไม่ได้ ประมาณไม่ได้
แต่ว่าเราไม่กล่าวปาฏิปุคคลิกทานว่ามีผลมากกว่าทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์โดยปริยายไรๆ เลย ฯ ......


ผู้รวบรวม
ธัมมโชติ




 

Create Date : 13 ธันวาคม 2548
16 comments
Last Update : 4 สิงหาคม 2552 10:41:58 น.
Counter : 5243 Pageviews.

 

ทำบุญไว้เถิด หากยังมีโอกาสสร้างกุศลได้ บุญนั้นไม่หนีหายไปไหน ก็จะสะสมในตัวคุณนะแหละ

 

โดย: ต้นโพธิ์ต้นไทร 13 ธันวาคม 2548 4:33:56 น.  

 

อย่าไปซื้อของถังของห่อสำเร็จรูป

ของในนั้นจะไม่มีคุณภาพ

หากประสงค์จะให้สงฆ์ได้ใช้ประโยชน์

ซื้อของที่คุณก็ใช้ ใส่ถุงพลาสติก ไปถวายสงฆ์จะดีกว่า

หากสงฆ์ใช้เหลือแล้ว ก็มีวิธีที่จะจ่ายแจกแก่ผู้ไม่มีต่อไป

 

โดย: ต้นโพธิ์ต้นไทร 13 ธันวาคม 2548 4:43:28 น.  

 

ปีใหม่ไปทำบุญกันเถอะ
ปีใหม่เงินเดือนออก ว่าจะเจียดบริจาคให้สำนักวิปัสสนาค่ะ ออนซอนคนที่ไปทำบูญปฏิบัติธรรม เคยคิดว่าเค้าก็เป็นสงฆ์ประเภทหนึ่ง-ผู้ปฏิบัติตามคำสอนพระพุทธเจ้า-
คือ ที่ศูนย์เขาไม่เก็บเงินคนที่ไป เลยอยากช่วยเหลือให้มีที่แบบนี้ต่อไปนานๆๆ..

 

โดย: woodchippath 13 ธันวาคม 2548 5:16:40 น.  

 

ต่อไปจะเลิกซื้อถังสังฆทานแล้วคับ
เปลี่ยนเป็นซื้อของเป็นชิ้นจะดีกว่า

 

โดย: เจ้าสำราญ 13 ธันวาคม 2548 5:20:36 น.  

 

ขอบคุณคะที่ทำให้แจ่มแจ้ง ปรกติ ก้อซื้อของใส่ถุงคะ แต่แค่สงสัย ว่าไม่ได้ใส่กระป๋องเหลืองคะ ตอนนี้รุ้แล้วคะ ขอบคุณนะคะ

 

โดย: qawaii_nene (qawaii_nene ) 13 ธันวาคม 2548 6:35:42 น.  

 

เข้าใจอะไรมากขึ้นเยอะเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ

 

โดย: ~มณีลัลลา~ 13 ธันวาคม 2548 7:18:16 น.  

 

สวัสดีค่ะ

ชอบทุกบทความเลยค่ะ หามาลงเพิ่มอีกนะคะ

 

โดย: biebie999 IP: 203.146.235.18 13 ธันวาคม 2548 7:53:57 น.  

 

จะพยายาม update ทุกสัปดาห์ครับ

 

โดย: ต้นโพธิ์ต้นไทร 13 ธันวาคม 2548 8:11:22 น.  

 

ปีใหม่ไปทำบุญมั่งดีกว่า

 

โดย: หนูชล 13 ธันวาคม 2548 9:48:06 น.  

 

อนุโมทนา

 

โดย: ตี๋น้อย (Zantha ) 13 ธันวาคม 2548 10:15:49 น.  

 

สาธุ รู้อย่างนี้จะได้ทำบุญได้ถูกต้อง

 

โดย: Farm Girl in High Sierra 13 ธันวาคม 2548 13:35:42 น.  

 

ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้ได้มีโอกาสอ่านสิ่งดีๆ ทำให้เข้าใจมากขึ้น และ จะได้นำไปปฏิบัตืได้ถูกต้อง

 

โดย: killoy ( คนเมืองละโว้ ) IP: 203.188.34.93 14 ธันวาคม 2548 9:46:59 น.  

 

ขอสาธุนุโมทนาปัตถิผลาจิต
สุจริตเกิดก่อต่อประสาน
เกื้อกูลสงฆ์องค์พระด้วยสังฆทาน
จิตเบิกบานทานเบิกโลกย์โศกสิ้นไป...

ขออนุโมทนาแด่ท่านทั้งหลาย ขอให้เจริญในทานบารมี

 

โดย: faisara IP: 202.57.173.224 18 ธันวาคม 2548 11:05:29 น.  

 

มีคำถามนิดหน่อยค่ะ

เห็นเพื่อนๆชอบไปทำบุญ 9 วัด กันจังแต่ไม่เคยมีโอกาสไปกับเพื่อนเลย เพราไม่ว่าง เพื่อนต่อว่าประจำเพราะได้แต่ฝากเงินไป

แต่ทุกวันนี้การที่เราทำให้กับพ่อแม่ มันยิ่งกว่าทำบุญ 9 วัดไม่ใช่หรือคะ

งงมั้ยพี่

 

โดย: joycandles 21 ธันวาคม 2548 19:57:03 น.  

 

พ่อแม่คือพระอันดับแรกของเราครับ

ทำบุญ 9วัด ต้องใช้ความพยายามมากครับ แต่ฝากตังไปก็โอเช

แต่ระหว่างทำบุญก็พยายามคิดให้ดีไว้ครับ จะได้บุญมาก แล้วก็อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แม่พ่อด้วยครับตอนทำบุญ เอาแค่คิดก็ได้ไม่ต้องกรวดน้ำจริง

 

โดย: ต้นโพธิ์ต้นไทร 24 ธันวาคม 2548 13:32:04 น.  

 


พรปีใหม่ จากสมเด็จพระญาณสังวรฯ ๒๕๔๙

เจริญพรสาธุชนทั้งหลาย ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2549 นี้ นับเป็นปีมหามงคลอีกปีหนึ่ง เพราะเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ถ้วน 60 ปี

จึงใคร่ขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยพร้อมใจกันถวายพระพรชัยมงคล
ขอจงทรงพระเจริญยั่งยืนนาน

ขอให้ทุกคนสำรวจตนเองว่า ในรอบปีที่ผ่านมา มีอะไรบกพร่อง จะปรับปรุงแก้ไขตนเองอย่างไร วันเวลามีค่า มีความหมาย ก็เพราะเราใช้ทำสิ่งที่มีคุณค่า ประกอบด้วยธรรม มีความหมายต่อชีวิต

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจบุญกุศล
อำนวยให้ท่านทั้งหลาย เจริญสิริสวัสดิพิพัฒมงคล ตลอดไปทั่วกัน ขออำนวยพร

 

โดย: ป่ามืด 31 ธันวาคม 2548 23:47:17 น.  


ต้นโพธิ์ต้นไทร
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]




[Add ต้นโพธิ์ต้นไทร's blog to your web]