... มาแว้วๆ ***ยอดรักนักศิลป์ตอนที่ 26 ทางรอด *** OG 2 ตอน13-ตอนจบ** **คลิกอ่านทุกเรื่องได้ที่เมนูด้านซ้ายเลยจ้า.. ^_^
“ความทุกข์-หากเล่าสู่กันฟังจะลดลงครึ่งหนึ่ง ส่วนความสุข-ถ้าเราแบ่งปันมันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า” ขอบคุณลูกบล็อกทุกท่านที่ร่วมสร้างบล็อกแห่งความสุขนี้ขึ้นมา อยากให้พื้นที่ในบล็อกแห่งนี้ได้เป็นที่แบ่งปันทุกข์และสุขร่วมกัน จะไม่มีรักรูปแบบใดที่เป็นไปไม่ได้ ณ ที่แห่งนี้....วอนวอน
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
28 กันยายน 2553
 
All Blogs
 

ล่องเรือรักษ์อยุธยา นั่งเรือไปปั่นในอยุธยา นั่งเรือกลับ


//www.thaicycling.com/board/viewtopic.php?f=7&t=6497&p=30973#p30973


ล่องเรือรักษ์อยุธยา ราชธานีเก่าแก่ของสยามประเทศ
วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553

สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย ร่วมกับชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่ พระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมปั่นชมศิลปวัฒนธรรมราชธานีเก่าแก่ของสยามประเทศ ด้วยการเดินทางไป-กลับทางเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา อิ่มเอมกับบรรยากาศริมฝั่งสองข้างทางตลอดการเดินทาง

พระนครศรีอยุธยา เป็น ราชธานีเก่าแก่ของสยามประเทศ มีกษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น 33 พระองค์ นับเป็นราชธานีที่มีอายุยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทย 417 ปี
ภูมิประเทศของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำ 3 สายใหญ่ไหลผ่าน คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรี แม่น้ำสามสายนี้ไหลมาบรรจบกันโอบล้อมรอบพื้นที่ของตัวเมือง ทำให้มีลักษณะเป็นเกาะ ตลอดระยะเวลาที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีแห่งราชอาณาจักรไทย ถึง แม้ว่ากรุงศรีอยุธยาจะถูกทำลายเสียหายจากสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านหรือจากน้ำมือการบุกรุกขุดค้นของพวกเรากันเอง แต่ก็มีร่องรอยหลักฐานซึ่งแสดงอัจฉริยภาพและความสามารถอันยิ่งใหญ่ ของบรรพบุรุษแห่งราชอาณาจักรผู้อุทิศตนสร้างสรรค์ ความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรม และความมั่งคั่งไว้ให้แก่ผืนแผ่นดินไทย หรือแม้แต่ชาวโลกทั้งมวล องค์การ ยูเนสโก้ โดยคณะกรรมการมรดกโลกจึงได้มีมติรับนครประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ไว้ในบัญชีมรดกโลก เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534 ณ กรุงคาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย โดยจะมีผลให้ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาที่ประเทศต่างๆได้ทำร่วมกัน จึงสมควรที่อนุชนรุ่นหลังจะได้ไปศึกษาเยี่ยมชมเมืองหลวงเก่าของเราแห่งนี้

สมาคมฯ จึงมีความยินดีขอเสนอทริปปรวัติศาสตร์นี้แก่สมาชิกทุกท่าน

กำหนดการ

5:30 น. พบกันที่ท่าเรือมหาราช นำรถจักรยานขึ้นเรือ
6: 00 น. เรือออกเดินทางจากท่ามหาราช มุ่งสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยล่องเรือไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา เพลิดเพลิน กับทัศนียภาพสองข้างทาง สัมผัสบรรยากาศ ริมฝั่งแม่น้ำเข้าพระยา พร้อมรับประทานอาหารว่าง
9:30 น. เรือเทียบท่าน้ำวัดพนัญเชิงฯ จุดที่แม่น้ำสามสายมาบรรจบกัน นำรถจักรยานลงจากเรือ สมทบกับ ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่ และคณะที่เดินทางมาสมทบ เตรียมท่องพระนครศรีอยุธยา เมืองแห่งประวัติศาสตร์

วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นพระอารามหลวง ชนิดวรวิหารชั้นโท มีมาก่อนการสร้างกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำปอกง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา เคยได้รับความเสียหายในสมัยเสียกรุง แต่ก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมมาโดยตลอด] คำว่า พแนงเชิง มีความหมายว่า นั่งขัดสมาธิ ฉะนั้น คำว่า วัดพนัญเชิง / วัดพระแนงเชิง หรือ / วัดพระเจ้าพแนงเชิง จึงหมายถึงวัดแห่งพระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัยคือ หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธไตรรัตนนายก
10:00 เดินทางสู่วัดใหญ่ชัยมงคล เดิมชื่อวัดป่าแก้ว หรือ วัดเจ้าไท ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะพระนคร จุดเด่นของวัดได้แก่เจดีย์องค์ใหญ่ที่เชื่อกันว่า ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ภายในได้มีการค้นพบชัยมงคลคาถาบรรจุอยู่ ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชัยมงคล พระประธานที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด นอกจากนี้แล้ว ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2544 อีกด้วย
พระราชวังจันทรเกษม หรือวังหน้า ตั้งอยู่ เป็นพระราชวังที่ปรากฏหลักฐานตามพระราชพงศาวดารสันนิษฐานได้ว่า สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2120 ในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เพื่อให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยามเสด็จจากเมืองพิษณุโลกเพื่อมาเฝ้าพระราชบิดาที่กรุงศรีอยุธยา พระราชวังแห่งนี้พระนเรศวรทรงใช้เป็นกองบัญชาการรับศึกหงสาวดีเมื่อปี พ.ศ. 2129 นอกจากนี้ยังเคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระมหาอุปราชที่สำคัญถึง 8 พระองค์ คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ เจ้าฟ้าสุทัศน์ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ขุนหลวงสรศักดิ์ (พระเจ้าเสือ) สมเด็จพระเจ้าท้ายสระ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ กรมพระราชวังบวรมหาเสนาพิทักษ์

11:30 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ ตลาดอโยธยา (คกคจ.)
12:30 น. วัดหน้าพระเมรุ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นในสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า "วัดพระเมรุราชิการาม" เป็นวัดเดียวในบริเวณนี้ที่ไม่ถูกพม่าทำลายในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เนื่องจากพม่าไปตั้งกองบัญชาการอยู่ที่นั่น จึงยังคงสภาพดีมาก
วัดโลกยสุธาราม สันนิษฐานว่าได้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง เนื่องจากวัดนี้มีพระพุทธไสยาสน์ ปางไสยาสน์ลักษณะสมัยอยุธยาตอนกลาง ก่ออิฐถือปูน พระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ ที่พระเศียรมีดอกบัวรองรับ พระบาทซ้อนกันเป็นมุมฉาก นิ้วพระบาทยาวเท่ากัน มีความยาว 42 เมตร และสูง 8 เมตร
วัดพุทไธศวรรย์ เป็นพระอารามหลวงที่ใหญ่โตและมีชื่อเสียงวัดหนึ่ง ปรากฏตามตำนานว่าสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสร้างขึ้นในบริเวณที่ซึ่งเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับเมื่อทรงอพยพมาตั้งอยู่ก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ที่ตรงนี้มีชื่อปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า "ตำบลเวียงเล็กหรือเวียงเหล็ก" ครั้นเมื่อสถาปนากรุงศรีอยุธยาแล้ว ถึง พ.ศ. 1896 จึงโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเป็นพระราชอนุสรณ์ ณ ตำบลซึ่งพระองค์เสด็จมาตั้งมั่นอยู่แต่เดิม และพระมหากษัตริย์องค์ต่อ ๆ มาก็คงจะได้โปรดให้สร้างถาวรวัตถุ เพิ่มเติมขึ้นอีกหลายอย่าง เมื่อเสียกรุงฯ ในปี พ.ศ. 2310 วัดพุทไธศวรรย์ก็เป็นอีกวัดหนึ่งที่มิได้ถูกพม่าทำลายเหมือนวัดอื่น ๆ ทุกวันนี้จึงยังมีโบราณสถานไว้ชมอีกมากมาย
วัดราชบูรณะ จัดเป็นหนึ่งในวัดที่ใหญ่และมีความเก่าแก่มากที่สุดในพระนครศรีอยุธยา สร้างโดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือเจ้าสามพระยา ในปี พ.ศ. 1967 วัดราชบูรณะมีชื่อเสียงและความโด่งดังมากในเรื่องการถูกกลุ่มคนร้ายจำนวนหนึ่ง ลักลอบขุดกรุภายในพระปรางค์ประธาน ในปี พ.ศ. 2499 และช่วงชิงทรัพย์สมบัติจำนวนมากมายมหาศาลหลบหนีไป ต่อมากรมศิลปากรเข้าทำการบูรณะขุดแต่งต่อภายหลัง พบทรัพย์สมบัติที่หลงเหลือและเครื่องทองจำนวนมากมาย ปัจจุบันทรัพย์สมบัติภายในกรุถูกเก็บรักษาไว้ที่ห้องราชบูรณะ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
วัดมหาธาตุ เป็นหนึ่งในวัดในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา วัดมหาธาตุเป็นวัดที่มีความสำคัญยิ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะเป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งยังเป็นที่พำนักของ สมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายคามวาสีอีกด้วย วัดแห่งนี้จึงได้รับการก่อสร้าง และ ดูแลตลอดเวลาจวบจนถูกทำลายลงหลังเสียกรุงครั้งที่ 2
วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดหลวงในพระราชวังโบราณ อยุธยา ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ซึ่งเป็นต้นแบบของ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร
พระราชวังหลวงหรือพระราชวังโบราณ ในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้จดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกภายใต้ชื่อ "นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร" ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 15 เมื่อปี พ.ศ. 2534 ด้วย เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา นมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ที่ขุดได้ภายในกรุใต้องค์พระปรางค์วัดมหาธาตุ พร้อมชมเครื่องทองคำ

15:00 น. เตรียมเดินทางกลับ พบกลับเส้นทางขากลับ ท่ามกลางบรรยากาศ ท้องน้ำ ยามพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมรับประทานอาหาร ค่ำบนเรือ
19:00 น. เดินทางกลับถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ ณ.ท่ามหาราช

รายละเอียดทริป
ระยะทางประมาณ 35 กม. สะสมระยะทาง มือใหม่ควรมาอย่างยิ่ง
ควรตรวจเช็คสภาพรถจักรยานให้พร้อมปั่น เบรก ยาง ล้อ อื่นๆ
สวมหมวกกันกระแทก หมวกผ้า ครีมกันแดด ชุดยางในอะไหล่ ชุดปะยาง ไฟส่องสว่าง ไฟกระพริบ สะท้อนแสง กรณีปั่นมาและปั่นกลับบ้าน

ราคาค่าทริป แบ่งเป็น 2 แบบ
1. เดินทางไป-กลับทางเรือ ราคา สมาชิก 550 บาท ไม่ใช่สมาชิก 600 บาท(ราคาพิเศษค่ะ) รับจำนวนจำกัด แค่ 110 คน จ่ายก่อนรับสิทธิก่อน
ราคานี้รวม
1. ค่าเรือโดยสารคน+จักรยานไป-กลับ จากท่ามหาราช - กรุงเทพมหานคร ถึงวัดพนัญเชิงวรวิหาร- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
2. อาหารว่างตอนเช้า และอาหารเย็นบนเรือ ขากลับ
3. เสื้อยึดสุดสวย 1 ตัว
4. มัคคุเทศน์ นำเที่ยว ตลอดทริป
5. รถบริการและน้ำดื่ม
6. ค่าประกันอุบัติเหตุ

2. เดินทางไป-กลับเองโดยมีจุดนัดพบที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดอยุธยาราคา สมาชิก 225 บาท ไม่ใช่สมาชิก 275 บาท(ราคาพิเศษค่ะ) (ไม่จำกัดจำนวน)

ราคานี้รวม
1. เสื้อยึดสุดสวย 1 ตัว
2. มัคคุเทศน์ นำเที่ยว ตลอดทริป
3. รถบริการและน้ำดื่ม
4. ค่าประกันอุบัติเหตุ

รายชื่อผู้ร่วมทริปจะอัพเดทเมื่อท่านโอนหรือมาชำระเงินที่ชมรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

การขำระค่าทริป

1.ชำระค่าทริปโดยเงินสดที่สมาคมฯ 02-612-4747, 02-612-5510 รับใบเสร็จทันที
หรือจะโอนเข้าบัญชีธนาคารประเภาออมทรัพย์
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบรรทัดทอง
ในนาม สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
เลขที่ 063-252276-1
กรุณาส่งแฟ็กซ์สำเนาการโอนเงินไปที่สมาคมฯ โทรสาร 02-612-5511 รับในเสร็จวันเดินทาง
หรือส่งไปที่ E-mail : tchathaicycling@gmail.com

2.กรุณาแจ้งชื่อ นามสกุลจริง (ไม่ใช้นามแฝง) อายุ ขนาดเสื้อ เบอร์โทรติดต่อกลับ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเองในการยื่นทำประกันอุบัติเหตุสำหรับท่านที่ไม่สะดวกแจ้งรายละเอียดผ่านทางเวบ กรุณาโทรแจ้งทางโทรศัพท์ หรือ E-mail

นำทีมโดย คุณวิวัฒน์ และทีมงาน TCHA ร่วมกับชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่ อยุธยา
รายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม




 

Create Date : 28 กันยายน 2553
6 comments
Last Update : 28 กันยายน 2553 16:20:22 น.
Counter : 925 Pageviews.

 

//www.thaicycling.com/board/viewtopic.php?f=7&t=6599

อาทิตย์17 ต.ค.53 ร่วมปั่นเปิดโครงการจักรยานชมกรุงโครงการ 2
โดย จารุกัญญา » ศุกร์ ต.ค. 01, 2010 12:03 am

โครงการจักรยานชมกรุงรัตนโกสินทร์ โครงการ 2
จักรยานแห่งรอยยิ้ม Bangkok Smile Bike
อาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2553

ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

กลับมาแล้วจ้า สำหรับคนที่กำลังมองหาจักรยานเขียว ๆ ซึ่งเคยจอดให้ปั่นเที่ยวฟรีรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ตามนโยบายกรุงเทพฯสีเขียว
ตั้งแต่สมัยผู้ว่าฯอภิรักษ์ โกษะโยธิน หลังจากที่หยุดบริการไปเกือบปี ด้วยเหตุผลเรื่องระบบการบริหารงานภายใน
และต้องการปรับปรุงรูปแบบการให้บริการที่สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวมากขึ้น

โดยสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ได้เปลี่ยนชื่อจากโครงการ "จักรยานชมกรุงรัตนโกสินทร์" (Green Bangkok Bike)
เป็น "จักรยานแห่งรอยยิ้ม" (Bangkok Bike smile) แต่ก็ยังคงจุดมุ่งหมายเดิมในการให้ "จักรยาน" เป็นพาหนะส่งเสริมการท่องเที่ยว
ในพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีโบราณสถานและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมาย

ทั้งนี้ ทางกรุงเทพฯ คาดหวังว่า "จักรยาน" จะช่วยกำจัดปัญหาด้านการจราจร นอกจากนั้นคุณสมบัติของจักรยานที่สามารถซอกแซกเข้าได้ทุกซอกทุกมุม
ยังช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง สะดวก รวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีเวลาละเมียดละไมกับทิวทัศน์รอบตัวมากขึ้น
แถมยังไม่ปล่อยมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

สำหรับสถานที่ให้บริการได้ลดลงจาก 8 จุด เหลือ 5 จุด ดังนี้

1.หน้าวัดพระแก้ว
2.หน้ากองการท่องเที่ยว
3.สวนสันติชัยปราการ
4.ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
5.สวนสราญรมย์

นอกจากนั้นประมาณกลางปี 2553 นี้ รถจักรยานดังกล่าวจะขยายพื้นที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปให้บริการยังฝั่งธนบุรีอีกด้วย
โดยมีรถจักรยานให้บริการ 140 คัน มีสถานีให้บริการ 7 แห่ง ได้แก่

1.ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
2.ท่าเรือรถไฟ
3.ท่าเรือวัดระฆัง
4.วัดอรุณราชวราราม
5.วัดกัลยาณมิตร
6.โรงเรียนวัดซางตาครูซคอนแวนด์
7.อุทยานสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการจะได้รับคู่มือจักรยานพร้อมสถานที่ท่องเที่ยวแจกให้ฟรีอีกด้วย

หวังว่าการกลับมาของจักรยานสีเขียวในครั้งนี้จะสามารถสร้างรอยยิ้มให้แก่ทุกฝ่ายได้จริง ๆ

อาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2553
พิธีเปิดโครงการ

6.00 น. - 7.30 น. ลงทะเบียน สำหรับ 180 ท่านแรกรับเสื้อที่ระลึกและคูปองอาหารกลางวัน
(ไม่รับลงทะเบียนล่วงหน้า ลงทะเบียนหน้างานได้เลยนะคะ)
7.30 น. - 8.00 น. ชมการแสดงชุดที่ 1 พิธีเปิดโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และร่วมปั่นจักรยาน
8.00 น. -12.00 น. ขบวนจักรยานเริ่มปั่นจากฝั่งพระนคร มุ่งสู่ฝั่งธนบุรี แวะท่องเที่ยวชมสถานที่สำคัญต่างๆ
พร้อมวิทยากรบรรยายจากกองการท่องกรุงเทพมหานคร นำทีมโดยคุณต่อ กองการท่องเที่ยว (รายละเอียดเส้นทาง จุดพัก ติดตามได้เร็วๆ นี้)
12.00 น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
12.00 น. - 13.00 น. ชมการแสดง ชุดที่ 2 และชุดที่ 3
13.00 น. ปิดงาน
จารุกัญญา

*** ผอ.คะ ***

ทริปนี้น่าไปนะคะ กทม.จัดโปรโมทท่องเที่ยวรอบ2อีกแล้ว..

 

โดย: สุเกียง IP: 125.24.99.173 1 ตุลาคม 2553 14:56:56 น.  

 

ทริปท่านผอ.ก็น่าสนใจ ทริปที่สุก็น่าไป เอาไงดีน๊า... ไปได้ทริปเดียวอ่ะ

ถ้า...ไปอยุธยา ไปเจอที่นู่นเลยนะพี่ท่าน ว่าแต่...ช่วงนั้นกินเจ มีไรกินป่าว เดี๋ยวจะหมดแรงเอาดื้อๆน่ะสิ

ถ้า...ไปชมกรุงรัตนโกสินทร์ ก็เร็วดีนะ ครึ่งวันเองด้วย แต่ต้องลุ้นก่อนอ่ะว่าไปได้ป่าว

อ่อ... ตอนนี้ไม่สบาย ดูก่อนนะว่าหายทันมั้ยสำหรับทริปอยุธยา ไม่งั้นได้เป็นเด็กขี้มูกไปปั่นแน่ๆ

ซักวันพุธบอกอีกทีนะขอร้าบ

 

โดย: ยามควงกะ IP: 124.121.97.34 3 ตุลาคม 2553 14:54:36 น.  

 

โกะ ไม่สบายเป็นไรคะที่รัก โอมเพี้ยง โอมพ่วง หายเร็วๆ น๊า อีกตั้งหลายวันกว่าจะไปอยุธยา นั่งเรือไปด้วยกันดีกว่าโกะ ระหว่างนั่งเรือไปกลับ หกชั่วโมงจะได้นั่งคุยกันไง อยากไ้ด้เพื่อนปั่นไปท่าเรือมหาราชอ่ะ ถ้าคืนก่อนไปโกะมานอนที่บ้านโบ๊เบ๊ ตอนเช้าเราจะได้ปั่นไปท่าเรือด้วยกัน นะ นะ

 

โดย: albatross11 3 ตุลาคม 2553 20:09:47 น.  

 

ตกลงไปเจอกันที่วัดนะพี่ เดี๋ยวกลางวันจะแว้บไปโอนเงิน หุหุ

 

โดย: ยามควงกะ IP: 202.28.12.97 7 ตุลาคม 2553 9:59:00 น.  

 

เรียบร้อยแล้วค้าบ เจอกันวันอาทิตย์นะคร้าบ

 

โดย: ยามควงกะ IP: 202.28.12.97 7 ตุลาคม 2553 13:47:59 น.  

 

สรุปทริป รักษ์อยุธยา จากมือใหม่

//www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=250644

มาแล้วจ้า....รักษ์อยุธยา ภาค 2 10/10/10

//www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=250600

สรุปทริปล่องเรืออโยธยา สนุกมาก ใครไม่ไปเสียดายแย
//www.thaicycling.com/board/viewtopic.php?f=7&t=6617&sid=1f9def131abbbf54515a891572ca7ab1

ขาอ่อนลัล ลา ตะลอนทัวร์ ทริปรักษ์อโยธยา

(หน้าที่122 ดูภาพไปเรื่อยๆค่ะ)

//www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=56&t=147635&start=1815

 

โดย: สุเกียง IP: 125.24.97.114 13 ตุลาคม 2553 21:10:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


albatross11
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




รักกันเพียงใดก็ต้องพลัดพราก หวงไว้เพียงใดก็ต้องจำจาก ข้ามาคนเดียวข้าไปคนเดียว ไม่มีใครเป็นอะไรของใคร ต่างคนมาต่างคนไป ยิ่งยึดยิ่งทุกข์ ปล่อยวางได้จึงเบาสบาย... เมื่อปัญญาแจ่มแจ้งจะสลัดคืน เมื่อมาจากดิน ท้ายที่สุดก็สลายกลายเป็นดิน ยึดเอาไว้ก็ได้แต่ทุกข์ตอบแทน อยากโง่ก็ยึดต่อไป คิดได้ก็วางเสีย พุทธทาสภิกขุ............ .............................. .............................. ความทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจนั้น เป็นเรื่องทรมานยิ่ง และเรื่องที่จะบังคับมิให้พลัดพรากก็เป็นสิ่งสุดวิสัย... ทุกคนจะต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ที่พอใจ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง...พุทธโอวาท --------------------------- พระราชดำรัส ในรัชกาลที่ 7 เมื่อทรงสละพระราชสมบัติ เพื่อประชาชน ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจ อันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิม ให้แก่ราษฎรทั่วไป ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจโดยสิทธิ์ขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร
Friends' blogs
[Add albatross11's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.