... มาแว้วๆ ***ยอดรักนักศิลป์ตอนที่ 26 ทางรอด *** OG 2 ตอน13-ตอนจบ** **คลิกอ่านทุกเรื่องได้ที่เมนูด้านซ้ายเลยจ้า.. ^_^
“ความทุกข์-หากเล่าสู่กันฟังจะลดลงครึ่งหนึ่ง ส่วนความสุข-ถ้าเราแบ่งปันมันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า” ขอบคุณลูกบล็อกทุกท่านที่ร่วมสร้างบล็อกแห่งความสุขนี้ขึ้นมา อยากให้พื้นที่ในบล็อกแห่งนี้ได้เป็นที่แบ่งปันทุกข์และสุขร่วมกัน จะไม่มีรักรูปแบบใดที่เป็นไปไม่ได้ ณ ที่แห่งนี้....วอนวอน
Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
5 มกราคม 2554
 
All Blogs
 

ตอนที่9/1 แผนการกับความลับ (Blood Plan)


เสียงของแม่บ้านฮานหญิงรับใช้เก่าเเก่เข้ามาบอกการมาของแขกผู้มาเยือนยามเช้าให้ชายสูงวัยที่นั่งหลังตรงตรวจดูเอกสารมากมายตรงหน้าได้ละสายตาขึ้นมอง หญิงสาวร่างสูงโปร่งบางที่ยืนรออยู่อย่างสงบนอบน้อม ด้วยสายตาคมมีอำนาจผ่านกรอบแว่นตาหนา

“นั่งซิ.,ไม่ได้เจอเธอซะนานหวังว่าคงจะสบายดี” เสียงมีอำนาจเอ่ยทักขึ้น ก่อนที่ใบหน้าเรียบเฉยจะก้มลงกลับไปสนใจเอกสารตรงหน้าต่อ
“ดิฉันสบายดีคะ” หญิงสาวตอบหลังจากโค้งคำนับทักทายชายสูงวัยตรงหน้าแล้วจึงนั่งลงอย่างเรียบร้อย

“เวลาผ่านมาหลายปีทางฮังจูกาก็ยังไม่สามารถซื้อโรงกลั่นเล็กๆอย่างโรงกลั่นไวน์แดซุงได้ ฉันคิดว่ามันออกจะนานไปแล้วสำหรับการทำธุรกิจ” ชายสูงวัยยังคงพูดเสียงราบเรียบ ชัดถ้อยชัดคำหน้าตาเฉยชาจนไม่อาจรับรู้ได้ว่าคิดอะไรอยู่ มือหยาบกร้านค่อยๆถอดแว่นออกช้าๆ ก่อนที่จะมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาคมดำจัดอย่างคนมีอำนาจ

“โรงกลั่นไวน์แดซุงเป็นโรงกลั่นเล็กๆก็จริงคะ แต่การผลิตไวน์ข้าวที่ยังรักษาฝีมือแรงงานแบบโบราณเอาไว้จึงทำให้รสชาติของไวน์ข้าวของโรงกลั่นแดซุงมีรสชาติที่แตกต่างไปจากโรงกลั่นอื่นๆ อีกอย่างไวน์ข้าวของโรงกลั่นแดซุงยังมียอดขายดีเป็นอันดับหนึ่งในเขตคยองกีมานานนับสิบปีแล้วนะคะ” หญิงสาวอธิบายอย่างฉะฉานคล่องแคล่ว ด้วยเพราะภาระหน้าที่ที่ชายสูงวัยตรงหน้ามอบหมายให้ทำมานานหลายปี เธอจึงมีความรู้เรื่องไวน์ข้าวเป็นอย่างดีก่อนที่จะเข้าไปทำตัวสนิทสนมชิดเชื้อกับบุตรชายคนโตของเจ้าของโรงกลั่นไวน์แดซุง

“อืมม…เรื่องนี้ฉันพอจะรู้มานานแล้ว เพียงแต่ออกจะแปลกใจที่ฮังจูกาบริษัทใหญ่โตขนาดนั้นถึงไม่มีปัญญาซื้อโรงกลั่นไวน์นั้นได้ มันคงถึงเวลาแล้วซินะที่ฉันต้องลงมือกับเรื่องนี้จริงๆจังๆซักที ว่าแต่เธอมาพบฉันวันนี้คงไม่ได้มาเพื่อชมโรงกลั่นนั้นให้ฉันฟังเพียงอย่างเดียวหรอกนะ” ชายสูงวัยตรงหน้าพูดขึ้นด้วยสีหน้าผ่อนคลายขึ้นก็จริง แต่รอยยิ้มบางๆนั้นช่างเต็มไปด้วยการดูถูก สายตาคมดำจัดมองมาที่หญิงสาวตรงหน้าอย่างเย็นชา

“คะท่าน ตอนนี้มุนจุงโจกำลังทำวิจัยเรื่องยีสต์ให้กับโรงกลั่นของพ่อเขาอยู่ อีกทั้งตอนนี้มุนจุงโจเริ่มจะเข้ามาช่วยงานในการบริหารโรงกลั่นอย่างเต็มตัว..ดิฉันคิดว่าเราจะประมาทการวิจัยเรื่องยีสต์ของเขาไม่ได้นะคะ..” หญิงสาวเล่าในสิ่งที่เธอรู้มาให้กับชายสูงวัยที่เปลี่ยนอิริยาบถด้วยการยืนหันหลังมองออกไปด้านนอกห้องทำงานโอ่โถง จึงทำให้หญิงสาวไม่สามารถรับรู้ได้ว่าคนตรงหน้าคิดอะไรอยู่ ก่อนที่หญิงสาวจะมาทำงานนี้เธอทำงานเป็นผู้ช่วยเลขาให้กับเขา จนวันหนึ่งหญิงสาวถูกเรียกให้เข้าพบและเธอก็ต้องตกใจกับงานที่เขามอบหมายให้เธอ เพราะมันเป็นงานที่เธอเองต้องเข้ามาสืบเรื่องราวของโรงกลั่นไวน์แดซุงโดยการเอาตัวเองมาผูกพันกับลูกชายคนโตของมุนแดซุง แทนที่จะเป็นการเข้าไปเป็นพนักงานคนหนึ่งในโรงกลั่นไวน์นั้น

จะด้วยเหตุผลอะไรผู้หญิงอย่างเธอจึงถูกเลือกให้ไปทำงานแบบนี้ จางมินยองก็ไม่สามารถที่จะเอ่ยถามชายตรงหน้าออกไปได้ เพราะการที่ท่านประธานของจินเรียวคอปเปอร์เรชั่นเรียกพนักงานต่ำต้อยอย่างเธอเข้าพบนั้นก็ถือว่าชีวิตคนทำงานอย่างเธอประสบความสำเร็จแล้ว

ใครๆก็รู้ดีทั้งนั้นว่าการทำงานในจินเรียวคอปไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่เธอ นักศึกษาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งก็เถอะ การได้เข้ามาทำงานกับบริษัทใหญ่โตมั่นคงอย่างจินเรียวคอปจึงเป็นเรื่องที่เกินความคาดฝัน แต่การจะเข้าไปผูกสัมพันธ์กับลูกชายโรงกลั่นไวน์แดซุงก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ เพราะถ้าใช้แค่ความสวยเธอคงจะไม่สามารถทำให้มุนจุงโจมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอย่างเธอได้นานขนาดนี้เป็นแน่ หญิงสาวจึงต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรงกลั่นไวน์แดซุงและประวัติของสองพ่อลูกตระกูลมุนเป็นอย่างดี ก่อนที่จะเริ่มงานที่ได้รับมอบหมายได้

“ฉันเลือกคนไม่ผิดจริงๆเธอทำงานดีเกินกว่าที่ฉันคิด” ชายสูงวัยเอ่ยขึ้นขณะยังยืนสูงสง่าในท่าหันหลังแบบเดิม
“เจ้าเด็กนั่นมันเก่งเกินกว่าที่ฉันคิดไว้มาก ฉันไม่คิดว่าเพียงเวลาไม่กี่ปีที่เจ้าเด็กนั่นเรียนจบ มันจะมีความสามารถทำงานหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกันและการก้าวขึ้นมาบริหารงานโรงกลั่นด้วยอายุแค่นั้น มันก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอยู่ไม่น้อย แต่การที่หนูอย่างโรงกลั่นแดซุงจะมาสู้กับจินเรียวคอปและฮังจูกาก็อาจจะเป็นการท้าทายที่ไม่ฉลาดเท่าไหร่…วันนี้เธอกลับไปได้แล้ว..ข้อมูลทั้งหมดฉันจะให้ฮังฮันซอกเข้ามาคุยกับฉันอีกที…เธอทำงานดีมาก สมแล้วที่เจ้าเด็กนั่นมันหลงเธอนัก” ชายสูงวัยพูดก่อนจะค่อยๆหันมามองหญิงสาวตรงหน้า ด้วยดวงตาคมแบบเดียวกันกับคนที่เขาเพิ่งจะเอ่ยถึง

ใช่สิ สายตาเย็นชาเย่อหยิ่งแบบนี้ การพูดจาอันแสนจะฉลาดทันคน ไหนจะท่าทางภูมิฐานมีอำนาจของชายสูงวัยตรงหน้าช่างถ่ายทอดไปให้หลาน…อย่างเขา..มุนจุงโจอย่างกับเป็นคนๆเดียวกัน ต่างเพียงแค่วัยเท่านั้น หญิงสาวเพิ่งรู้เรื่องที่ชายสูงวัยตรงหน้าคือปู่ของมุนจุงโจไม่นานมานี่เอง…เธออยากจะรู้เหลือเกินว่าอะไรที่ทำให้ปู่กับหลานคู่นี้ชิงชังกันได้ถึงขนาดนี้…คำว่าเลือดมันข้นกว่าน้ำคงจะใช้ไม่ได้กับคนอย่างมุนฮันซุงประธานบริษัทจินเรียวคอปเปอร์เรชั่นเป็นแน่…

………………………………..................................................................................

ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่มีภาพสไลด์สรุปผลงานของโรงกลั่นไวน์แดซุง พร้อมกับเสียงอธิบายของลูกชายคนโตของมุนแดซุงซึ่งมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนให้กับผู้เป็นพ่อ ในการเสนอผลงานหน้าห้องประชุมให้กับผู้ถือหุ้นคนอื่นๆและคณะผู้ตรวจมาตรฐานโรงงาน เพื่อสร้างความมั่นใจในการเข้าร่วมการลงทุนในการขยายโรงกลั่นไวน์แดซุงออกไปอีกสามสาขา

“เฉลี่ยแล้วในแต่ละปีสต็อคเมล็ดข้าวในประเทศของเราสูงถึงหนึ่งล้านตันด้วยเพราะสาเหตุนี้ โรงกลั่นไวน์แดซุงของเราได้ขยายจากหนึ่งสาขาเป็นสามสาขาสำหรับการผลิตไวน์ข้าว ไวน์ข้าวนั้นไม่ใช่แค่ความนิยมชั่วคราวแต่มันคือประเพณีที่เราควรจะเผยแพร่ให้ชนชาติอื่นได้รู้จัก โรงกลั่นไวน์แดซุงของเราใช้ข้าวในประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์เพื่อผลิตเหล้าที่ดีที่สุด แต่เราเองก็ยังต้องพยายามและพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิม” เสียงของมุนจุงโจแสดงผลงานและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้นคนอื่นๆด้วยท่าทางมั่นใจ สายตาที่มุ่งมั่นจริงจังของเขาทำให้ผู้ถือหุ้นทุกคนต่างชื่นชมคนหนุ่มไฟแรงอย่างเขาเป็นอย่างมาก การประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อจุงโจพูดจบ ผู้ถือหุ้นทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียว ถึงความมั่นใจในการเข้าร่วมหุ้นกับโรงกลั่นไวน์แดซุง

“ขอบคุณมากครับ” มุนจุงโจโค้งคำนับให้กับผู้ถือหุ้นหลังจากที่การประชุมสิ้นสุดลง
“หวังว่าจะได้ร่วมงานกันในอนาคตนะครับ” จุงโจพูดกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ท่านหนึ่งที่เดินมาหยุดคุยกับเขาหลังจากการประชุมเสร็จ
“ไม่ทราบว่าผมสามารถเข้าไปตรวจดูโรงงานได้มั้ย” ผู้ถือหุ้นวัยเดียวกับพ่อเขาเอ่ยขึ้น
“ได้ครับ” จุงโจตอบด้วยท่าทางจริงจัง
“ถ้าทางเราตกลงวันและเวลาได้แล้วจะแจ้งให้คุณทราบอีกทีก็แล้วนะ” ผู้ถือหุ้นเอ่ยอย่างใจดี
“อย่าดีกว่าครับแทนที่คุณจะแจ้งล่วงหน้า ผมคิดว่าคุณสามารถเข้าตรวจโรงงานเราได้ทุกเวลาเลยครับ” จุงโจพูดด้วยท่าทางมั่นใจ
“นี่คุณมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ” ผู้ถือหุ้นหนุ่มใหญ่มองดูชายหนุ่มคราวลูกอย่างชื่นชมกับท่าทางมั่นใจของเขา
“แน่นอนครับ” จุงโจพูดสั้นๆพร้อมมองผู้ถือหุ้นตรงหน้าด้วยสายตามุ่งมั่นกับความมั่นใจ

………………………………................................................................

หลังจากพูดคุยและกล่าวล่ำลาจากคณะผู้ถือหุ้นทั้งหมดแล้วจุงโจจึงเดินออกมาจากสำนักงานเป็นคนสุดท้าย ท่าทางมั่นใจมีชีวิตชีวาเมื่อครู่หายไป เพราะการโหมงานหนักมาหลายวันทำให้เขาแทบจะหมดแรงไปเลยหลังจากการประชุม ร่างสูงเดินออกมายืนรอจองอูหลังจากที่โทรไปบอกลูกน้องคนสนิทให้ขับรถมารับ เพราะชายหนุ่มไม่อยากขับรถกลับบ้านด้วยสภาพเหนื่อยอ่อนเช่นนี้

ขณะที่ยืนรออยู่ที่หน้าสำนักงานนั้นสายตาคมก็สะดุดกับแกลอลี่แสดงภาพวาดที่ตั้งอยู่ฟากถนนตรงข้าม พลันขาสองข้างก็พาร่างสูงเดินเข้าไปอย่างลืมตัว

ร่างสูงเดินชมภาพวาดไปเรื่อยจนเขาพาตัวเองมาหยุดที่ภาพๆหนึ่งเข้า…ไม่รู้ทำไมเขาถึงคิดถึงผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว…ครั้งหนึ่งเขาก็เคยมาดูภาพวาดต่างๆกับผู้หญิงคนนั้น หน้าตาสวยหวานยามจ้องมองภาพวาดและงานศิลปะที่ตัวเองชื่นชอบ เผยให้เห็นริมฝีปากบางอมยิ้มกับภาพวาดต่างๆอย่างหลงใหล ในขณะที่มือบางก็เกาะกุมมือเรียวของเขาไว้แน่นอย่างลืมตัว

“พี่โบอึนหน่ะชอบงานศิลปะมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว…พี่สาวฉันเขาสามารถใช้เวลาทั้งวันในการดูงานศิลปะต่างๆในแกลอลี่ได้เลยหล่ะ” เสียงของฮโยซอนเอ่ยขึ้น..ปลุกให้จุงโจตื่นจากภวังค์
“พี่สาวฉันกับพี่กีฮุนคบกันตั้งนานแล้วนายไม่รู้เหรอ และตอนนี้พวกเขาทั้งคู่ก็กำลังจะกลับมากันแล้ว” ฮโยซอนพูดขณะมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของผู้ชายที่เธอหลงรัก เธออยากรู้เหลือเกินว่าจุงโจจะคิดและรู้สึกอย่างไรแต่คนข้างๆก็ได้แต่ทำหน้าเฉยชาตามเดิมก่อนที่เขาจะเดินหนีเธอไปสนใจภาพวาดภาพอื่นๆ
“ขอโทษนะครับ..มีรูปนี้อยู่ในแคตาล็อครึเปล่าครับ?” จุงโจถามกับพนักงานในแกลอลี่คนหนึ่ง
“อ้อมีนี่คะ”
“แต่ผมไม่เห็นเลยครับ”
“งั้นเดียวฉันจะเปิดให้ดูนะคะ” พนักงานสาวเปิดแคตาล็อคของภาพวาดที่จุงโจเอ่ยถามให้ดู

จองอูไม่ได้มารับนายน้อยของเขาตามที่ได้รับสายจากนายหนุ่ม เนื่องด้วยฮโยซอนเป็นคนขันอาสามารับเองเพราะหญิงสาวให้เหตุผลว่าเป็นทางผ่านของตนอยู่แล้ว..แต่ตามจริงฮโยซอนตั้งใจที่จะได้อยู่ใกล้ชิดชายหนุ่มที่ตั้งแต่ขึ้นรถมาก็แกล้งทำเป็นหลับไปซะอย่างนั้น
‘นายไม่รู้เหรอหรือแกล้งหลอกตัวเองกันแน่ พี่สาวฉันกับฮังกีฮุนเค้าคบกันอยู่..,ฉันรู้ว่านายอยากถามเรื่องนี้ นายอยากถามจะแย่อยู่แล้วแต่นายจุงโจขี้โมโหกลับแกล้งทำเป็นหลับ เพียงแค่นายถามฉันๆก็จะบอกนายทันที..แต่คนอย่างนายคนที่ไม่ใช่จะเอาตัวเองไปยุ่งเรื่องอะไรหรือจะพูดให้ความสนใจอะไรจากคนอย่างฉัน..’ เมื่อความคิดตีกันในหัวจนยุ่งไปหมด ความน้อยใจจากชายหนุ่มข้างๆที่แกล้งทำเป็นหลับ ก็ทำให้สารถีสาวเหยียบเบรคซะจนคนที่แกล้งหัวแทบจะโขกเอากับหน้ารถให้หันมามองด้วยตาคมเขียวปัด

“ก่อนกลับถึงบ้านฉันมีบางอย่างจะบอกนาย” ฮโยซอนพูดหน้าตาเฉยไม่สนใจกับดวงตาคมที่ยังคงมองเธออย่างไม่พอใจ “พอดีฉันอยากเข้าไปช่วยงานนายในโรงงานหน่ะ นายช่วยพูดกับคุณพ่อให้หน่อยได้มั้ย”
“แล้วทำไมเธอไม่ไปพูดกับท่านประธานเองล่ะ” จุงโจตอกกลับอย่างไม่ใส่ใจเพราะเขาเห็นว่าฮโยซอนคงจะไม่จริงจังอะไรมากนัก
“คือว่าฉัน…คือฉัน…ตอนนี้คุณพ่อโกรธฉันมากที่ฉันใช้บัตรเดรดิตเพลินไปหน่อย” ฮโยซอนพูดเสียงอ่อยเมื่อเห็นสายตาคมมองมาอย่างเอาเรื่อง
“ว่าไงนะ..” จุงโจคนขี้โมโหขึ้นเสียง
“นี่ไงฉันถึงต้องให้นายช่วยพูด..ฉันอยากจะทำงานไถ่โทษ” ฮโยซอนยังคงพูดเสียงอ่อยขณะหลบดวงตาคมที่มองมาอย่างคาดโทษ
“เธอนี่มัน…” จุงโจพูดได้แค่นั้นก่อนที่จะเปิดประตูรถเดินหนีหญิงสาวไปซะก่อนที่เขาจะหมดความอดทนด่าว่าคนไม่รู้จักคิดอย่างฮโยซอนเข้า…โดยไม่รอช้าเช่นกันเมื่อเห็นชายหนุ่มทิ้งให้อยู่ในรถตามลำพัง ฮโยซอนก็รีบลงจากรถวิ่งเข้าไปคว้าแขนเรียวของจุงโจทันที
“จุงโจ..นายฟังฉันก่อนซิ…” ฮโยซอนพูดเสียงอ่อยหน้าตาสลดลงเมื่อเห็นชายหนุ่มสบัดมืออกอย่างไม่มีเยื่อใยพร้อมมองเธอด้วยสายตาเย็นชา “ฉันอยากทำงานจริงๆนะจุงโจ ไม่ใช่เพราะเรื่องบัตรเดรดิตอย่างเดียวหรอก”
“เธอน่ะ..ยังอยากเต้นบัลเล่ต์ต่อไปรึเปล่า” จู่ๆจุงโจก็ถามเสียงเรียบขึ้นก่อนจะค่อยๆหันมามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาคม
“ถ้าไม่อยากเต้นแล้วฉันจะโง่ไปออดิชั่นทุกวันทำไมกันหล่ะ” ฮโยซอนตอบอย่างประชดประชัดเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่มตรงหน้า ที่เปลี่ยนโหมดมาเป็นเรียบเฉยตามเดิม
“แล้วทำไมเธอถึงไม่เคยผ่านเลยหล่ะ ทำไมเธอถึงไม่เคยได้รับเลือกสักครั้ง จนป่านนี้แล้วน่าจะได้รับเลือกสักครั้งไม่ใช่เหรอ” จุงโจพูดอย่างเย้ยหยันกระตุกยิ้มมุมปากอย่างดูถูก
“นายคิดว่าประเทศนี้มีเพียงนักบัลเล่ย์แค่ร้อยแค่พันคนหรือไง” หญิงสาวเริ่มขึ้นเสียงอย่างเหลืออดเมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้าพูดจาดูถูกตัวเอง
“แล้วเธอเคยซ้อมบ้างรึเปล่า ทำด้วยความพยายามอย่างเต็มที่แล้วซิ” น้ำเสียงสะบัดอย่างยั่วอารมณ์อีกคน
“แน่นอนซิ” ฮโยซอนมองตอบดวงตาคมที่ก้มมองเธอเป็นเพียงเศษธุลี
“แล้วทำไมเท้าเธอถึงได้สะอาดและสวยงามแบบนั้นล่ะ”
“ว่าไงนะ”
“นักบัลเล่ย์ตัวจริงนิ้วหัวแม่เท้าเขาจะหักไม่รู้กี่ครั้ง แถมกระดูกก็ปูดตรงโน้นโผล่ตรงนี้จนแทบแยกไม่ออกว่านี่เท้าคนหรือเท้าสัตว์ แต่ทำไมเท้าเธอดูไม่เคยบาดเจ็บหรือเป็นแผลอะไรเลยล่ะ หือ..,เธอไม่เคยซ้อมเลยใช่มั้ยและเธอก็ไม่ได้อยากเป็นนักบัลเล่ย์มากมายอะไรนักหรอก แถมการไปทำงานที่โรงงานก็คงเหมือนกัน..เธอน่ะไม่มีความฝันเลยใช่มั้ยล่ะ” จุงโจพูดขณะก้มมองหน้าหญิงสาวที่ตอนนี้ดวงตากลมโตตาเริ่มแดงและอีกไม่นานดวงตาคู่นี้ก็จะนองไปด้วยน้ำตาซึ่งผู้ชายอย่างเขาไม่มีวันจะสนใจแน่ๆ

‘ยังก่อนฮโยซอนอย่ามาบีบน้ำตาร้องไห้เป็นคนอ่อนแอต่อหน้าฉัน เธอต้องรอให้ฉันพูดให้จบก่อน’ จุงโจคิดในใจ รู้สึกรำคาญกับความอ่อนแอของหญิงสาวตรงหน้า
“นายจะให้ฉันทำยังไงนายถึงจะพอใจ..” ฮโยซอนพูดขึ้นก่อนที่น้ำตาจะไหลออกจากหางตาช้าๆ
“เธอน่ะไม่มีทั้งแผนการและเป้าหมาย ยอมรับมาซะเถอะว่าเธอไม่มีเป้าหมาย แล้วเธอคิดเหรอว่าฉันจะหันมามองผู้หญิงอย่างเธอ เพราะสิ่งเดียวที่ผู้หญิงอย่างเธอจะทำได้ก็คือการใช้บัตรเครดิตและเงินทองของครอบครัว ถ้าเธอยอมรับฉันจะยอมพูดกับท่านประธานให้และหันมาพิจารณาเธอบ้าง..” จุงโจพูดจบก็สะบัดแขนออกจากมือบางที่เผลอยกขึ้นมาจับแขนเขาไว้ด้วยความเสียใจ เขาเกลียดที่ฮโยซอนทำตัวอ่อนแอและใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย และเพราะความเหนื่อยมาจากงานหลายวันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอารมณ์เสียกับเรื่องไร้สาระของหญิงสาว ถึงแม้จะรู้ตัวว่าเขาออกจะพูดจารุนแรงกับหญิงสาวแต่คำพูดก็หลุดปากไปแล้ว เขาไม่สามารถจะเอาคำพูดนั้นกลับมาได้ ชายหนุ่มจึงได้แต่เดินหนีไปเพราะไม่อยากเห็นเจ้าของดวงตากลมโตร้องไห้ต่อหน้าเขา

เมื่อเดินกลับมาถึงห้องชายหนุ่มก็ไม่อาจลืมคำพูดของฮโยซอนได้ ตอนนี้เขาเหนื่อยล้าจริงๆ สิ่งเดียวที่ทำได้คือล้มตัวลงนอน ลืมตามองเพดาน คิดทบทวนคำพูดของฮโยซอนที่เหมือนเป็นกาวเหนียวที่คิดจะสะบัดยังไงก็ยิ่งติดแน่น…นายไม่รู้หรือแกล้งโง่กันแน่ ที่ผ่านมาพี่กีฮุนกับพี่สาวฉันคบกันอยู่แล้วอีกอย่างพี่โบอึนก็ไม่เคยติดต่อกับนายเลยนี่ จุงโจกำมือแน่นอย่างเครียดแค้น พลางลุกขึ้นยืนเพื่อไปเลือกเก็บเสื้อผ้าก่อนที่เขาจะไปนอนที่ห้องแล็ปในตอนเย็น

………………………………................................................................

“สวัสดีสาวน้อย เธอยังนอนตื่นสายอยู่รึเปล่า” เจ้าของเสียงหวานเอ่ยทักสาวน้อยตรงหน้าก่อนที่จะส่งรอยยิ้มหวานให้หญิงสาวช้อนดวงตากลมโตขึ้นมามองเธอขณะก้มลงใส่รองเท้า
“พี่โบอึน…” ฮโยซอนเอ่ยเรียกชื่อพี่สาวขึ้นเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงหวานเป็นใคร ด้วยความดีใจหญิงสาวโผเข้ากอดพี่สาวแน่น น้ำตาแห่งความดีใจค่อยๆไหลออกมาอย่างสุดกลั้น
“ร้องไห้ทำไม..หือ..ฮโยซอนของพี่” โบอึนกอดตอบน้องสาวด้วยความรักใคร่
“พี่มาได้ยังไง..แล้วใครไปรับ..ทำไมพี่ไม่โทรมาบอกฉันก่อน” ฮโยซอนเอ่ยถามพี่สาวด้วยคำถามมากมายด้วยความดีใจ โดยไม่สนใจจะเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
“นี่จะให้พี่ตอบเธอด้วยคำถามไหนก่อนดี…หือ..” โบอึนมองน้องสาวด้วยสายตาล้อเลียน พลางยกมือบางเช็ดน้ำตาให้ฮโยซอน “เอาหล่ะ..ค่อยดูได้หน่อย..แม่กับพี่ยอนจูไปรับพี่ที่สนามบิน ส่วนสองคนนั้นก็กลับไปทำงานต่อทันทีแล้วพี่ก็มาเจอเธอนี่ไง..”
“แม่ไม่บอกฉันเลยว่าพี่จะกลับมาวันนี้..ฉันนึกว่าพี่จะกลับมาอาทิตย์หน้าซะอีก” ฮโยซอนพูดอย่างเง้างอนเมื่อไม่มีใครสนใจจะบอกเธอ
“เอาเถอะจ้ะ..ไหนๆพี่ก็กลับมาแล้วเราเข้าบ้านกันก่อนเถอะ..เอ้..แล้วนี่ไม่มีใครอยู่เลยหรือจ้ะ..” โบอึนถามขึ้นเมื่อมองไปรอบๆบ้านไม่เห็นใครซักคนนอกจากฮโยซอน
“คุณพ่อกับนายจุงโจอยู่ที่โรงงานส่วนน้องชายคนสุดท้องเราก็ไปโรงเรียน..ว่าแต่พี่น่ะไม่ต้องอยู่ห้องเดียวกับฉันแล้วนะ..คุณพ่อจัดห้องใหม่ไว้ให้พี่ด้วย…พี่ตามฉันมาซิคะทางนี้นะ” ฮโยซอนบอกพลางจูงมือพี่สาวเพื่อไปดูห้องใหม่ ‘จุงโจอยู่ที่โรงงานเหรอ..ฉันคิดถึงเธอจริงๆนะจุงโจ’โบอึนคิดขณะเดินตามน้องสาวไปที่ห้องใหม่ของตน

“เชิญทางด้านนี้เลยครับ” จุงโจพูดขึ้นกับคณะผู้ตรวจมาตรฐานโรงงานที่มาถึงพร้อมกับพาเดินชมรอบๆโรงงาน
“สถานที่ที่ทุกท่านจะได้เห็นต่อไปนี้ ถือเป็นที่ๆสำคัญต่อการพัฒนาให้ทันสมัยของโรงกลั่นไวน์แดซุงมากๆ โรงงานที่ทุกท่านเห็นอยู่นี้ ทางเราพยายามที่จะรักษาฝีมือแรงงานแบบโบราณเอาไว้ ไวน์ซึ่งทำด้วยมือของเราที่นี่จึงมีรสชาติแตกต่างจากไวน์ที่ทำด้วยเครื่องจักรในโรงงาน ยิ่งเมื่อได้รับใบสั่งซื้อไวน์สำหรับโอกาสพิเศษเราก็จะยิ่งใส่ใจในกระบวนการผลิตมากขึ้น และต่อไปผมจะพาทุกท่านไปชมโรงบ่มกันนะครับ..เชิญทางนี้ครับ” จุงโจพาคณะผู้ตรวจโรงงานไปชมโรงบ่ม..การพูดจาอธิบายด้วยท่าทางมั่นใจฉะฉานให้มุนแดซุงผู้เป็นพ่อมองดูอย่างชื่นชม
จุงโจเป็นคนที่ทำอะไรทำจริงเสมอ แม้ทุกๆวันลูกชายของเขาจะเอาเวลาส่วนใหญ่อยู่ที่โรงงานหรือไม่ก็ห้องแล็ป ทำงานหามรุ่งหามค่ำแต่เรื่องรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆภายในโรงงาน จุงโจก็สามารถเข้าใจและอธิบายได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง..ไอ้ลูกคนนี้มันเอาเวลาไหนไปศึกษาเรื่องพวกนี้ตอนไหนกันนะ แดซุงอดจะอดยิ้มและภูมิใจในตัวลูกชายไม่ได้

โบอึนและฮโยซอนพากันมาที่โรงงาน ก่อนจะหยุดยืนมองชายหนุ่มที่ออกมาต้อนรับและอธิบายส่วนต่างๆของโรงงานกับทางคณะผู้ตรวจมาตรฐานโรงงาน สายตาของโบอึนถูกตรึงเหมือนโดนมนต์สะกดเมื่อมองไปที่ร่างสูงคุ้นตา ที่ตอนนี้มัวแต่ยุ่งในการพูดคุยกับทางคณะผู้ตรวจโรงงานโดยไม่ทันได้สังเกตการมาของเธอ เขาดูผอมกว่าเดิม ผมยาวของเขาถูกตัดสั้นยาวเลยบ่ากว้างมานิดเดียวเอง..ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวอย่างนี้เข้ากับเธอดีจังจุงโจ..หญิงสาวยืนมองจนเขาพาทางคณะผู้ตรวจโรงงานเข้าไปในโรงบ่ม หญิงสาวจึงได้เดินตามเข้าไปโดยที่ฮโยซอนไม่ได้เดินตามเข้าไปด้วยเพราะฮโยซอนให้เหตุผลว่าเธอไม่ชอบกลิ่นอับๆในโรงบ่มนั้น

“ผมขอเวลาทุกท่านซักครู่นะครับ รบกวนกลั้นหายใจสักครู่..” จุงโจเอ่ยขึ้นเมื่อพวกเขาพากันมาอยู่ในโรงบ่ม
“พวกคุณได้ยินเสียงหายใจของไวน์มั้ยครับ..” จุงโจพูดไปพร้อมกับหลับตาฟังเสียงให้คณะผู้ตรวจได้ทำตามก่อนที่จะค่อยๆลืมตาขึ้น แล้วชายหนุ่มก็ต้องยืนนิ่งเมื่อพบว่าเจ้าของสายตาหวานซึ้งที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดสี่ปีมายืนอยู่ตรงหน้า เธอกลับมาแล้วจริงๆ..ฉันไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดีกับการกลับมาของเธอ..ซงโบอึน..
“เอ๊ะ.นี่ได้ยินเสียงจริงๆด้วย….เอ้ นี่ใช่เสียงของการหมักรึเปล่า” เสียงหนึ่งในคณะตรวจโรงงานคนหนึ่งเอ่ยขึ้นทำให้โบอึนที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดยกนิ้วบางขึ้น แตะที่ริมฝีปากเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มที่ยืนนิ่งเสียสมาธิ
“ฉันมาให้กำลังใจเธอนะ” โบอึนพูดไร้เสียงให้อีกฝ่ายอ่านริมฝีปากเธอแทน..รอยยิ้มหวานถูกส่งไปให้ชายหนุ่มอย่างดีใจ…
“ใช่ครับ..” แดซุงพูดขึ้นเมื่อเห็นสาเหตุที่ทำให้ลูกชายนิ่งเงียบไป เขารู้ล่วงหน้าแล้วว่าหญิงสาวคนข้างๆจะกลับมา แดซุงยิ้มบางๆอย่างอบอุ่นต้อนรับการกลับบ้านให้หญิงสาวที่กำลังยืนฟังก่อนที่เขาจะอธิบายต่อ
“ถ้าเราแนบหูไปกับไหแล้วไม่ได้ยินเสียงแบบนี้..เราก็จะโยนไหนั้นทิ้งไป”
“อ้อ..ทำงานแบบนี้นี่เอง..งั้นรบกวนเงียบเสียงกันสักครู่ลองฟังเสียงนั้นดูอีกทีเถอะ…” หัวหน้าคณะตรวจโรงงานพูดขึ้น..ทำให้ทั้งโรงบ่มเกิดความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง แดซุงค่อยๆเดินเอามือมาตบบ่าลูกชายเบาๆเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังคงยืนมองหญิงสาวผู้เป็นลูกเลี้ยงเขาอย่างไม่วางตา ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยของผู้เป็นลูก แดซุงรู้ดีว่าจุงโจมีความหลังอันลึกซึ้งเพียงใดกับโบอึนและเขาคงดีใจไม่น้อยที่เห็นหญิงสาวกลับมา แต่ความรู้สึกบางอย่างของเขาบอกว่าความรักของหนุ่มสาวคู่นี้ไม่ใช่จะราบรื่นง่ายๆ..โดยเฉพาะกับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกของเขาด้วยแล้ว..จุงโจเอ๊ย…แกนี่มัน..บางทีก็โง่ไม่เข้าเรื่อง

หลังจากที่สองคนพ่อลูกมุนกล่าวคำล่ำลากับทางคณะตรวจโรงงานแล้ว แดซุงก็รีบเอ่ยปากรั้งตัวลูกชายไว้ก่อนที่เขาจะเดินออกจากโรงงานไป โดยมีโบอึนที่ยังคงยืนอยู่ข้างๆแดซุงพ่อเลี้ยงซึ่งเธอยังไม่กล้าพูดจาทักทายอะไรต่อชายหนุ่มตรงหน้า เพราะท่าทางไม่ยินดียินร้ายในการกลับมาของเธอ จุงโจยังคงนิ่งเฉยชาให้เธอตามเดิม แต่โบอึนก็อดจะแปลกใจว่าทำไมเขาถึงเฉยชาใส่เธอได้มากขนาดนี้ และดูเหมือนจะมากกว่าแต่ก่อนซะด้วยซ้ำ

“จุงโจ..แกอยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนค่อยกลับนะ หนูโบอึนกลับมาทั้งทีแกไม่ดีใจรึไง” แดซุงอดจะหมั่นไส้กับท่าทางของลูกชายไม่ได้ แดซุงรู้ดีว่าจุงโจอาจจะโกรธที่โบอึนไปโดยไม่ได้ล่ำลา ซึ่งเขาเองก็รู้สึกผิดที่ทำให้ลูกชายต้องทรมานกับการที่ต้องพรากจากกับคนรัก แต่เพื่ออนาคตของลูกชายและลูกเลี้ยงแล้วเขาจึงต้องปกปิดความจริงมาตลอดสี่ปี โดยที่เย็นวันนี้เขาตั้งใจจะบอกความจริงทั้งหมดให้ลูกชายได้รับรู้ และเขาก็หวังว่าจุงโจจะเปิดใจรับโบอึนเข้าไปอยู่ในใจเขาอีกครั้งหนึ่ง
“ครับ..ผมจะอยู่ทานข้าวกับทุกคนก่อน..แต่ตอนนี้ผมขอตัวไปห้องแล็ปแล้วตอนเย็นๆผมจะกลับมาอีกที” จุงโจตอบโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองร่างบางที่ยืนอยู่ข้างพ่อเขา ชายหนุ่มอยากจะเดินหนีไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด เขาเกลียดสายตาแบบนี้ เกลียดหญิงสาวทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เกลียดที่ตัวเองอ่อนแอหวั่นไหวไปกับรอยยิ้มนั้น

“จุงโจ..รอด้วย จุงโจ.” โบอึนรีบเดินตามร่างสูงที่เดินนำหน้าออกไปโดยที่ไม่ทักทายเธอซักคำ “เธอเนี่ยเดินเร็วเหมือนเดิมเลยนะ”
“ตามมาทำไม” จุงโจตอบโดยไม่ได้หันมามองดวงตายาวรีหวานซึ้งที่มองค้อนเขาอย่างเง้างอน
“ตอนที่เธอพูดอยู่ในโรงบ่มน่ะ..เธอพูดได้ดีมากเลยนะ” โบอึนกล่าวชมเชยชายหนุ่ม ท่าทางเย่อหยิ่งแบบนี้ กี่ปีๆเธอก็ยังเหมือนเดิมเลยนะ โบอึนอมยิ้มให้กับแผ่นหลังกว้าง รอคอยให้เขาหันมามองเธอ
“เธอจะมาพูดแค่นี้ใช่มั้ย..งั้นฉันขอตัวก่อน” จุงโจเดินออกไปทันทีแต่ก็ช้ากว่ามือบางที่ดึงรั้งเขาไว้
“จุงโจ..นี่เธอไม่ดีใจเลยซักนิดเหรอที่ฉันกลับมา..เธอเป็นอะไรของเธอ..ฉันอุตสาห์คิดถึง..เธอ” โบอึนพูดไม่
ทันจบชายหนุ่มตรงหน้าก็สะบัดมือเธอออกอย่างไม่ใยดี ก่อนจะเดินก้าวยาวๆไปที่รถทันที สายตาเย็นชาของชายหนุ่มในเสี้ยวนาทีที่มองมาทำให้โบอึนรู้สึกว่าตัวเองเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจสำหรับเขา..นี่มันเกิดอะไรขึ้นสำหรับเขาและเธอกันแน่

………………………………................................................................

“เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ ผมอยากเลือกใครซักคนที่มีฝีมือเรื่องการตลาด คนที่ผมเชื่อว่าจะทำงานได้ดีถ้าได้รับการฝึกฝนและหลังจากนั้นผมก็อยากกลับไปทำวิจัยเรื่องยีสต์ต่อ” จุงโจเล่าเรื่องการประชุมที่ผ่านมาและความตั้งใจของเขาให้กับแดซุงฟังในเวลาอาหารค่ำ โดยสมาชิกทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าไม่เว้นแม้แต่จุนซูน้องชายวัยสี่ขวบของเขาที่มีพี่สาวใหญ่คีบกับข้าวให้อย่างเอาใจ
“แล้วแกคิดว่าคนหนุ่มสาวเขาอยากจะมาทำงานที่ต่างจังหวัดแบบนี้เหรอ” แดซุงเอ่ยขึ้นอย่างลำบากใจ
“ทานข้าวกันก่อนเถอะคะทั้งสองคนน่ะ เรื่องธุรกิจไว้ค่อยคุยกันเถอะนะคะ” คังซุกขัดขึ้น
“พ่อเองไม่ได้ตั้งใจจะขยายบริษัทให้ใหญ่โตขนาดนั้นแค่สร้างโรงงานก็มีปัญหาเยอะแล้ว..เฮ้ออ”
“แล้วท่านประธานจะให้ผมทำอะไรล่ะครับ ถึงท่านจะไม่มีแผนขยายโรงกลั่นแต่ท่านก็ต้องการใช้ผมไม่ใช่เหรอครับ แล้วท่านต้องการให้ผมทำอะไร ท่านคงไม่ได้ส่งเสียพวกเราเรียนเพียงเพื่อให้กลับมาทำงานกระจอกๆหรอกนะครับ..อีกอย่างคนที่เรียนจบมาจากเมืองนอกแท้ๆท่านคงจะไม่ได้ต้องการให้กลับมาหมักเหล้าไว้ในไหเฉยๆหรอกนะครับ” จุงโจพูดขณะจ้องมองหญิงสาวที่นั่งตรงข้าม สายตาคมเย้ยหยัน
“อืม…” แดซุงชื่นชมกับความคิดของลูกชาย แต่ก็อดจะหนักใจกับการลงทุนครั้งใหญ่นี้ไม่ได้ โดยไม่เอ๊ะใจกับความหมายของคนขี้โมโหอย่างจุงโจที่พูดเป็นนัยๆไว้เลย


ตอนที่ 9/2 นี่หรือที่เรียกว่ารัก (Don’t call this love)

“จุงโจ คุณเมาเหรอคะ” เสียงมินยองดังอยู่ข้างหูร่างสูงที่จู่ๆก็ดึงเธอเข้าไปกอด ตั้งแต่ที่เธอเปิดประตูห้องให้เขาเข้ามา กลิ่นเหล้าผสมกลมกลืนเข้ากับน้ำหอมผู้ชายซึ่งเป็นกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ชายตรงหน้า มินยองจำได้ไม่มีวันลืม กี่วันมาแล้วหนอที่เธอต้องทนโหยหาอ้อมกอดอบอุ่นแข็งแรงนี้ จุงโจจะรู้บ้างมั้ยนะ ว่าเธอรักเขามากเพียงใด วันนึงถ้าผู้ชายที่สวมกอดเธออยู่นี้รู้ความจริง เขาคงไม่มีวันให้อภัยเธอเป็นแน่ อย่าว่าแต่ให้อภัยเลย เขาคงจะฆ่าเธอได้ทั้งเป็น เพียงแค่สายตาเย็นชาคู่นี้ทำหมางเมิน เมื่อคิดได้อย่างนี้มือบางจึงกระชับสวมกอดร่างสูงของจุงโจไว้แน่น เหมือนเป็นการจดจำความอบอุ่นของอ้อมกอดจากผู้ชายที่เธอรัก

“มินยอง..” จุงโจเอ่ยขึ้นหลังจากสวมกอดร่างบางเนินนาน มือเรียวค่อยๆลดลงเกาะกุมเอวบางไว้อย่างหลวมๆ
“เธอเรียกชื่อฉันอีกทีได้มั้ย..” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่ว
“จุงโจ..คุณเป็นอะไรไปคะ” มินยองเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ตอนนี้ดวงตากลมโตที่เคยเฉยชากลับแทนที่ด้วยความเศร้าหมอง มือบางประคองใบหน้าคมคายของเขาเอ่ยถามขึ้นอย่างอ่อนโยน
“ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ขอโทษเธอด้วยที่ฉันมาหาเธอซะดึกเลย..เธอเข้านอนไปรึยัง” จุงโจรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะลดมือบางลงแล้วค่อยๆจูบหนักๆบนฝ่ามือบางเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอภายใน ที่มันเริ่มก่อกวนเขามาตลอดทั้งวัน เพียงเพราะผู้หญิงคนที่เคยเอาหัวใจของเขาไปกลับมา
“ไม่เป็นไรหรอกคะ คุณก็รู้นี่คะว่าเจ้าของห้องนี้ต้อนรับคุณเสมอ” หญิงสาวส่งยิ้มหวานให้เขาเมื่อเห็นจุงโจกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง
“คืนนี้ฉันขอค้างที่นี่ได้มั้ย” จุงโจพูดขณะดึงร่างบางเข้าไปสวมกอดอีกครั้ง..ฉันไม่อยากเจอเธออีก..โบอึน,เธอกลับมาอีกทำไม.,.ทำไมฉัน..ถึงยังรักเธออยู่..ทำไม
“ไปอาบน้ำเถอะคะ ฉันจะไปเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้นะคะ” มินยองลูบแผ่นหลังกว้างอย่างปลอบโยน วันนี้ชายหนุ่มในอ้อมกอดช่างไม่เป็นตัวของตัวเองเลย.. หญิงสาวอยากรู้เหลือเกินว่าใครสามารถทำให้เขาอ่อนไหวได้ถึงขนาดนี้

เสียงคุยโทรศัพท์ของชายหนุ่มร่างสูงปลุกให้มินยองงัวเงียตื่นขึ้นมายามที่แสงแดดยามเช้าเพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้ามาไม่นานนัก.. ร่างบางจึงนอนมองเขาอย่างเพลิดเพลิน เมื่อคืนถึงจะนอนดึกแค่ไหนจุงโจก็ยังตื่นเช้าได้เสมอ กลิ่นหอมของกาแฟและบุหรี่ตัวใหม่ที่เพิ่งถูกจุดบ่งบอกให้มินยองรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มตื่นก่อนเธอนานแล้ว.. ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่างตั้งใจ มินยองนอนอมยิ้มกับภาพของชายหนุ่มที่มีเพียงกางเกงนอนขายาวตัวเดียวสวมใส่ เผยให้เห็นช่วงไหล่กว้าง ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นสูงอย่างหลวมๆ เฮ้อออ…เธอหลงรักเขามากขึ้นทุกวัน..เธออยากจะกอดเขาจัง..ขอกวนเวลาทำงานของคุณหน่อยละกันนะคะ..พ่อคนขยัน ร่างบางลุกขึ้นจากเตียงนอนหนานุ่ม โดยที่มีเพียงเสื้อเชิ้ตตัวโคล่งของชายหนุ่มที่เธอกำลังสวมกอดนี้เพียงตัวเดียว

“ตื่นเช้าขึ้นมาก็สนใจแต่งานเลยนะคะ พ่อคนขยัน” มินยองโอบรอบคอชายหนุ่มก่อนจะซุกตัวเบียดร่างบางเข้ากับร่างสูงของจุงโจเพื่อหันเหความสนใจเขา
“อืม..เธอตื่นแล้วเหรอ” จุงโจหันหน้ามามองหญิงสาวก่อนจะจูบรับริมฝีปากบางที่ประทับลงมาเข้ากับริมฝีปากหยักของเขาอย่างออดอ้อน
“จะมีวันไหนบ้างมั้ยคะที่คุณจะไม่ทำงาน..” มินยองยังคงแกล้งเขาโดยการซุกตัวเข้าเบียดแผ่นหลังกว้าง
“อืม..ฉันแค่ตรวจงานนิดหน่อยเอง..เดียวฉันต้องไปแล้ว ฉันมีสัมภาษณ์กับพนักงานสองคนวันนี้แต่น่าจะเป็นสามเพราะท่านประธานเพิ่งโทรมาบอกว่ามีคนมาสัมภาษณ์เพิ่มวันนี้” จุงโจพูดขณะดึงร่างบางซุกซนให้มานั่งอยู่บนตักเขาแทน
“เมื่อไหร่คุณจะว่างซักทีคะ จุงโจ..เราจะได้ไปเที่ยวกันบ้าง” มินยองยกมือบางโอบรอบคอชายหนุ่มซุกตัวลงซบกับไหล่กว้างอย่างเง้างอน
“เธออย่ามางอนกับคนอย่างฉันเลย..เธอก็รู้ว่าฉันง้อใครไม่เป็น” จุงโจพูดหยอกเย้าร่างบางบนตัก น้ำเสียงไม่จริงจังนัก
“ง้อใครไม่เป็นก็ดีแล้วคะ ฉันไม่อยากให้คุณไปทำอย่างนั้นกับใครนักหรอก” มินยองพูดเสียงเบากลัวว่าชายหนุ่มจะได้ยินในสิ่งที่เธอกังวล
“เธอพูดว่าอะไรนะ” จุงโจเอ่ยถามขณะปิดเครื่องคอมตรงหน้าแล้วหันมาสนใจร่างบางในอ้อมกอดแทน
“เอาเป็นว่าถ้ามีเวลา ฉันจะพาเธอไปทานข้าวบ้างแล้วกันนะ หรือไม่เราก็ไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ ฉันให้เธอเป็นคนเลือกแล้วกันว่าอยากไปที่ไหน.,ดีมั้ย” จุงโจพูดอย่างเอาใจเมื่อเห็นมินยองเริ่มจะเง้างอนเขา
“จุงโจคะ..ฉันรักคุณ” เสียงสะท้อนในหัวใจของมินยองดังขณะมองหน้าคมคายของจุงโจ ฉันรักคุณจริงๆ ถ้าวันนั้นมาถึงวันที่ความจริงทั้งหมดเปิดเผย ฉันขอเป็นคนบอกคุณเองนะคะ..จุงโจ…โปรดอย่าเกลียดฉันเลยนะคะ

………………………………................................................................

“ทั้งการศึกษาและประสบการณ์งานของคุณถือว่าดีมาก ทำไมคุณถึงอยากทำงานกลางป่ากลางเขาแบบนี้ล่ะ หรือคุณคิดว่าจะทำงานที่นี่แค่เพียงชั่วคราวระหว่างที่รองานใหม่” จุงโจเป็นคนสัมภาษณ์หญิงสาวร่างบางตรงหน้า
ด้วยตัวเอง โดยมีมุนแดซุงผู้เป็นพ่อเข้าร่วมการสัมภาษณ์นี้ด้วยอีกคน เพราะมีเพียงหญิงสาวคนนี้คนเดียวที่เหลืออยู่จากผู้ที่จะมาสัมภาษณ์อีกสองคนที่ขอถอนตัวไปโดยให้เหตุผลว่าได้งานใหม่แล้ว ชายหนุ่มถึงกับควันออกหูเลยทีเดียวกับความไม่มีมารยาทของคนที่ไม่มาสัมภาษณ์ แต่ที่ทำให้เขาหงุดหงิดมากกว่า คงจะเป็นหญิงสาวหน้าหวานที่มานั่งทำหน้าตาบ๊องแบ๊วใส่เขาอยู่ตอนนี้ต่างหาก

“ไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอนคะ ฉันจะตั้งใจทำงานและคุณเองจะไม่เสียฉันไป และถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณคิดว่าฉันจะจากไป คุณก็จะต้องมาทำดีกับฉันมากกว่าเดิม ฉันเคยอยู่ที่นี่มากก่อนและฉันชอบที่นี่มาก การคุ้นเคยกับที่นี่เป็นข้อได้เปรียบที่สุดของฉันคะ และที่สำคัญฉันรักบ้านหลังนี้และโรงกลั่นแห่งนี้” หญิงสาวหน้าหวานพูดจาฉะฉานมั่นใจจ้องมองกลับนัยน์ตาคมกลมโตของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่วางตาเช่นกัน เธอจะไม่ถอยอีกแล้วไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เขาเข้าใจเธอผิด หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เขาหมางเมินใส่เธอ วันนี้เขาจะต้องรู้ความจริงจากเธอทั้งหมด

เพราะโบอึนไม่อาจนิ่งเฉยต่อคำขอร้องของผู้เป็นแม่ได้ เธอจึงต้องติดสอยห้อยตามมุนคังซุกไปที่ฮังจูกาบริษัทที่แม่เป็นหุ้นส่วน แค่เพียงน้อยนิดทั้งๆที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านเกิดเมืองนอนได้เพียงไม่กี่นาที คนอย่างเเม่ไม่เคยทำอะไรให้ใครโดยไม่หวังผลตอบแทน หญิงสาวได้พบฮังกีฮุนและฮังฮันซอก พวกเขาสองคนพ่อลูกดูน่าเกรงขามนักเมื่อหญิงสาวเข้ามาพบภายในห้องทำงานใหญ่โตโอ่โถง.. มิหน่าแม่เธอถึงได้เกรงใจพวกเขานัก การเข้าพบประธานบริษัทใหญ่โตระดับแนวหน้าอย่างฮังจูกาเป็นการส่วนตัวนี้ โบอึนคิดว่าคงจะไม่ได้มีเพียงการทักทายกันธรรมดาในฐานะที่เธอลูกสาวของมุนคังซุกแน่ๆ..

“เธอเรียนดีมากนะ..โบอึน เห็นแม่เธอบอกว่าเธอเคยฝึกงานที่บริษัทการตลาดที่ลอนดอนระหว่างเรียนด้วย ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ” ฮังฮันซอกเอ่ยชมเธอสายตาช่างน่าเชื่อถือซะนี่กะไร โบอึนคิด หญิงสาวอึดอัดกับที่แห่งนี้จริงๆ
“ขอบคุณคะท่านที่เอ่ยชมคนอย่างดิฉัน ท่านประธานฮังคงไม่ได้อยากพบดิฉันแค่เรื่องนี้ใช่มั้ยคะ” โบอึนกล่าวอย่างไว้ตัว เมื่อเห็นแววตาของฮังกีฮุนมองมาที่เธอด้วยความอาวรณ์อย่างไม่ปิดบัง
“ดี…ดีมาก เธอเนี่ยฉลาดจริงๆฉันจะไม่อ้อมค้อมแล้วกันนะ” ฮันซอกเริ่มบอกเจตนาที่แท้จริง “ฉันอยากให้เธอเข้าไปทำงานที่โรงกลั่นแดซุง”
“เรื่องทำงานที่โรงกลั่นแดซุง ดิฉันคิดมาตั้งแต่ที่ฉันเรียนจบตรีจากที่นี่แล้วคะ” โบอึนพูดแทรกขึ้นอย่างคนเสียมารยาท เพราะหญิงสาวไม่เข้าใจว่าทำไมฮังฮันซอกถึงมายุ่งเรื่องของเธอด้วย

“ฟังฉันให้จบก่อนมุนโบอึน ฉันรู้ว่าเด็กสาวอย่างเธอคงไม่คิดจะนั่งกินนอนกินเหมือนลูกคนมีตังทั่วไปหรอก ไม่งั้นเธอจะปฏิเสธข้อเสนอไปเรียนต่ออเมริกากับลูกชายฉันเหรอ ฉันอยากให้เธอเข้าไปทำงานที่โรงกลั่นแดซุงเพื่อฮังจูกา เธอน่าจะรู้มาก่อนว่าฉันพยายามขอซื้อโรงกลั่นนั้นมาหลายปีแล้วแต่มุนแดซุงก็ปฏิเสธมาทุกครั้ง ในเมื่อมุนแดซุงไม่ยอมขายให้ฉันแต่โดยดี ฉันก็จะทำให้คนอย่างมุนแดซุงไม่เหลืออะไรแม้แต่จะฉันให้ปรายตามองได้” ฮังฮันซอกพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเลือดเย็น

“ท่านประธานฮังคิดได้ยังไงคะว่าดิฉันจะตกลงกับข้อเสนอของท่านที่พูดมา” โบอึนโมโหกับคำพูดเอาแต่ผลประโยชน์ของเขาเหลือเกิน
“เธอจะไม่ทำก็ได้นะโบอึน แต่เธอต้องเอาเงินหนึ่งร้อยล้านวอนมาให้ฉัน ได้มั้ยล่ะ” ฮังฮันซอกพูดอย่างรู้ทันหญิงสาวคราวลูก

“อะไรนะคะ..,ถึงพ่อดิฉันเป็นหนี้พวกคุณอยู่ก็จริง แต่ดิฉันไม่คิดว่ามันจะมากมายถึงขนาดนั้นนี่คะ”
“เธอคิดว่าการที่ฉันยอมจ่ายเงินเพื่อชำระผ่อนผันหนี้ให้พ่อเธอเนี่ยมันเป็นเงินน้อยๆงั้นเหรอ พ่อเธอตายไปตั้งแต่สิบปีที่แล้วแถมทิ้งภาระหนี้สินไว้มากมาย เธอเป็นลูกสาวของเขาแท้ๆทำไมไม่รู้จักตอบแทนเขาบ้าง มุนแดซุงไม่ใช่พ่อแท้ๆของเธอซักหน่อยทำไมต้องไปกังวลกับเขานักหนา”

“ท่านประธานฮังคะ ท่านคิดว่าคนอย่างคุณมุนแดซุงเค้าเป็นคนที่ใครๆก็หลอกเขาได้ง่ายๆเหรอคะ แล้วไหนจะลูกชายของเขาอีก ท่านอย่าลืมนะคะว่าสองคนพ่อลูกมุนน่ะไม่ได้เขลาและปิดกั้นตัวเอง แม้ว่าจะอยู่เขตชนบทอย่างนั้น” โบอึนกล่าวมาอย่างยากเย็น พยายามสะกดอารมณ์โกรธของตัวเองเมื่อฟังคำพูดเอาแต่ได้ ความโลภของฮังฮันซอกคงจะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาหายใจอยู่ได้กะมัง

“ฉันถึงใช้คนอย่างเธอไงเพราะสองพ่อลูกนั้นดื้อดึงกับคนอย่างฉันก่อน เธอทำยังไงก็ได้ให้ฮังจูกาเข้าไปมีบทบาทในโรงกลั่นแดซุงให้มากที่สุด ถ้าเธอทำสำเร็จเรื่องที่เหลือฉันจะจัดการเอง และหนี้สินของพ่อเธอก็เป็นอันสิ้นสุดลงเช่นกัน ว่าไง…ขอเสนอของฉันมากพอที่จะทำให้เธอพอใจขึ้นมาบ้างรึยัง” ฮังฮันซอกพูดขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้านกับสายตายาวรีของหญิงสาวตรงหน้าที่มองมาอย่างจงเกลียดจงชังเปิดเผย

“ทำยังไงได้ล่ะคะในเมื่อดิฉันไม่มีทางเลือกอื่นนี่คะ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ฉันอยากจะขอร้องท่านก็คือถ้าดิฉันทำสำเร็จ ฉันขอเป็นหุ้นส่วนในโรงกลั่นแดซุงครึ่งหนึ่งจะได้มั้ยคะ…ในเมื่อท่านเองก็หวังและมั่นใจกับคนอย่างดิฉันแล้ว อีกอย่างเมื่อถึงวันนั้น งานที่ท่านมอบหมายให้ทำสำเร็จสองพ่อลูกมุนก็คงไม่ปล่อยให้ฉันกับแม่ได้อยู่กันอย่างสบายๆแน่ๆ ดังนั้นฉันถึงต้องการโรงกลั่นแดซุงครึ่งหนึ่งเพื่อเป็นหลักประกันของครอบครัวดิฉันเองด้วย.. ถ้าท่านตกลงตามนี้.. ฉันก็จะทำงานให้เต็มที่แล้วดิฉันก็หวังว่าเราคงจะไม่ต้องมาเจอกันอีก” โบอึนกล่าวด้วยความมั่นใจ พยายามปกปิดความอ่อนแอที่มันเกิดในใจ ตอนนี้เธอจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับผู้ชายตรงหน้าไม่ได้ในเมื่อฮังฮันซอกไม่ปล่อยให้เธอได้มีทางเลือกอื่นใด นอกจากการเป็นสุนัขสองหัวในบ้านมุน เธอเองก็จะยอมสู้ หญิงสาวจะไม่ยอมเป็นสุนัขจนตรอกให้กับฮังจูกาเด็ดขาด

“เธอเนี่ย..ร้ายกว่าแม่ของเธออีกนะ ฉันตกลงตามที่เธอขอร้อง.. ขอให้เธอทำได้อย่างที่เธอพูดกับฉันในวันนี้แล้วกัน” ฮังฮันซอกจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา รอยยิ้มบางๆบนใบหน้าไม่ได้ทำให้เขาดูใจดีขึ้นมาเลย แต่กลับดูน่ากลัวเหมือนการแสยะเขี้ยวของเสือที่กำลังจ้องจะตะคลุบเหยื่อ..บางทีอาจจะน่ากลัวกว่าด้วยซ้ำไป


“คุณไปเรียนต่อต่างประเทศหลังจากเรียนจบตรีที่นี่ทันทีเลยใช่มั้ย.. แล้วใช้เวลาเรียนนานเท่าไหร่..”
“นี่คะ..”
“คุณใช้เวลาเรียนสี่ปีที่อังกฤษ” หมายความว่าไงเธอไปเรียนที่อังกฤษหรอกเหรอ..ทำไมถึงเป็นแบบนี้ จุงโจถามหญิงสาวตรงหน้าอย่างงุนงง เมื่อเขาค่อยๆเปิดดูประวัติการศึกษาและประสบการณ์งานของหญิงสาวที่แนบมาในแฟ้มเอกสาร นี่มันเรื่องอะไรกัน จุงโจเผลอขมวดคิ้มเข้มอย่างสงสัย
“ฉันฝึกงานที่บริษัทการตลาดที่ลอนดอนไปด้วยระหว่างที่เรียนต่อโทคะ” โบอึนตอบชายหนุ่มตรงหน้าที่ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างลืมตัว เมื่อเห็นประวัติการศึกษาของเธอ.. เข้าใจฉันซักทีนะจุงโจ

“แล้วทำไมเธอถึงไม่…ช่างเถอะ.เอาเป็นว่าการสัมภาษณ์วันนี้สำหรับผมไม่มีปัญหาอะไร..ท่านประธานเห็นว่าเป็นยังไงครับ” จุงโจพูดพลางมองหน้าหวานซึ้งอย่างไม่เข้าใจ ถ้าเธอจะไปเรียนต่ออังกฤษจริงทำไมเธอถึงไม่บอกกับฉันซักคำ..

“พ่อไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว.,ได้หนูโบอึนมาช่วยงานก็ดีไปอีกน่ะสิ เรามันครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว” แดซุงอมยิ้มกับท่าทางของลูกชาย ที่ออกอาการใบ้รับประทานเมื่อรู้ความจริง..เฮ้อออ..จุงโจเอ๊ยยท่ามากจริงๆเลยนะแกเนี่ย

หลังจากการสัมภาษณ์สิ้นสุด ที่ไม่รู้ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์หรือว่าการพูดคุยเปิดอกกันแน่ เพราะเรื่องราวมากมายของหญิงสาวตรงหน้าถูกเผยให้จุงโจได้รับรู้ผ่านการสนทนาของพ่อเขากับหญิงสาวหน้าหวาน ซึ่งเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ระหว่างที่อาศัยอยู่กับอาทั้งสองของเขาที่อังกฤษให้ฟังอย่างอารมณ์ดี หน้าตาหวานซึ้งดูอ่อนเยาว์เช่นเดิมแต่ตอนนี้ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางๆ แต่สำหรับเขา ไม่ว่าโบอึนจะเป็นยังไงเขาก็ยังหลงรักเธอไม่เปลี่ยนแปลง

ด้วยความที่เขาอยากอยู่ตามลำพังกับหญิงสาวเพียงลำพังอีกสักหน่อย เพราะมีข้อสงสัยมากมายที่เขาอยากให้โบอึนตอบคำถามด้วยตัวหญิงสาวเอง ชายหนุ่มจึงพูดแทรกขึ้นหลังจากที่นิ่งเงียบมานาน

“ขอโทษนะครับท่านประธาน.,ผมขอตัวสักครู่” จุงโจพูดจบก็คว้าแขนบางของโบอึนลากออกไปจากห้องทำงานทันที โดยไม่สนใจกับท่าทางงุนงงของผู้เป็นพ่อ
“ทำไมเธอถึงไปเรียนต่อโดยไม่บอกฉันสักคำ” จุงโจเอ่ยขึ้นหลังจากกึ่งเดินกึ่งลากร่างบางเข้ามาพูดคุยกันเพียงลำพังในโรงบ่ม
“จุงโจ..ทำไมฉันจะไม่บอก ฉันอุตสาห์เขียนจดหมายฝากฮโยซอนไว้ให้กับเธอ เธอไม่ได้อ่านมันเหรอ” โบอึนบอกเขาเสียงเบาเมื่อเห็นดวงตาคมมองมาอย่างตัดพ้อ
“จดหมายเหรอ..” จุงโจพูดเสียงเบาอย่างสงสัยกับจดหมายอะไรที่หญิงสาวเอ่ยถึง
“แล้วทำไม.. ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาเธอ.. เธอถึงไม่ติดต่อมาหาฉันบ้าง หรือเธอกลัวว่านายฮังกีฮุนนั้นจะเข้าใจเธอผิด”ชายหนุ่มยังอดที่จะพูดประชดหญิงสาวอีกไม่ได้.. ทั้งในใจลึกๆแล้วเขาดีใจมากที่โบอึนไม่ได้ไปเรียนต่อกับฮังกีฮุน แต่เพราะคำพูดของฮโยซอนที่คอยพูดตอกย้ำความสัมพันธ์ของพี่สาวกับชายหนุ่มคนนั้นอยู่เสมอทำให้เขาเองก็ยากที่จะเชื่อว่าหญิงสาวตรงหน้านั้นไม่ได้หลอกลวงเขาอีก
“เธอฟังฉันให้ดีนะ.. จุงโจฉันกับพี่กีฮุนไม่เคยคบหากันเป็นแฟนและไม่มีวันจะเป็นด้วย.. การที่ฉันไปเรียนต่อก็เพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้กับตัวเอง เรื่องที่ฉันไปโดยที่ไม่ได้บอกเธอล่วงหน้าเพราะแม่ของฉันอยากให้ไปเรียนต่อกับพี่กีฮุนแต่เพราะคุณพ่อของเธอให้ความช่วยเหลือและแนะนำให้ฉันไปเรียนต่อ และอยู่กับอาของเธอที่อังกฤษจะดีกว่าฉันถึงต้องไป เธอก็น่าจะรู้ว่าฉันคงจะขัดแม่ไม่ได้” โบอึนอธิบายให้จุงโจฟังด้วยความตั้งใจสายตาหวานส่งไปให้ชายหนุ่มตรงหน้า หวานซึ้งไม่ปิดบัง
“โบอึน..เธอรู้มั้ยว่า..เธอเกือบจะฆ่าฉันให้ตายตอนที่เธอจากไป” จุงโจพูดเสียงแผ่ว เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปให้หญิงสาวได้รับรู้ว่าเขาเสียใจมากแค่ไหน..ใช่ว่าการเมินเฉยไม่ใส่ใจผู้หญิงตรงหน้าเขาเองจะไม่เจ็บปวด ยามใดที่มองหญิงสาว เขาก็รู้สึกหัวใจด้านชาของตัวเองกลับมาเต้นอีกครั้ง
“จุงโจ…ฉันขอโทษ..เธอรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหนฉันเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่ต่อไปนี้ฉันจะอยู่ข้างๆเธอเราจะเดินไปด้วยกันนะ เธอจำได้มั้ยว่าเธอคอยจับมือฉันแบบนี้ไง..” โบอึนค่อยๆสอดประสานมือบางเข้ากับมือยาวเรียวของจุงโจแผ่วเบา ก่อนที่จะบีบมือเขาเบาๆเพื่อยืนยันความหมายที่เธอบอกเขาว่าเธอรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

จุงโจค่อยๆบีบกระชับมือบางก่อนจะค่อยๆดึงหญิงสาวเข้ามาในอ้อมกอด เขารู้สึกเหมือนสองขาของตัวเองลอยขึ้นสูง ชายหนุ่มไม่เคยจะรู้สึกโล่งใจแบบนี้มานานแล้วการอยู่กับคนที่รักให้ความรู้สึกแบบนี้เอง

“เจเจ..เธอผอมลงตั้งเยอะเลยนะ..” โบอึนพูดอู้อี้ขณะซบอยู่กับอกกว้างของจุงโจเพราะเขาสวมกอดเธอซะแน่น อ้อมกอดของเขามักจริงจังแบบนี้เสมอ แต่เธอก็ไม่อยากให้เขาคลายวงแขนแข็งแรงนี้ เพราะเธอเองก็โหยหาความอบอุ่นจากเขามานานแล้วเหมือนกัน มือบางข้างที่ไม่โดนยึดครองสวมกอดชายหนุ่มแน่นเช่นกัน
“เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ..โบอึน” จุงโจค่อยๆลืมตาขึ้นหลังจากถูกเรียกชื่อนี้ของเขาที่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้
“ทำไมเหรอ..ฉันเรียกเธอว่าเจเจไม่ได้เหรอ ทีอาอึนโซยังเรียกเธอแบบนี้ได้เลย” โบอึนค่อยๆผละจากอ้อมกอดแกล้งมองเขาอย่างเง้างอน แต่จุงโจก็ทำเหมือนเด็กถูกขัดใจเมื่อหญิงสาวลดมือบางลง
“เรียกได้ซิ..เพียงแต่ฉันไม่ค่อยชินน่ะเวลาที่โดนเธอเรียกว่าเจเจ.แต่ยังไงฉันก็ตามใจเธอ เธอจะเรียกฉันว่าอะไรก็ได้ พอใจรึยัง” จุงโจพูดอย่างเอาใจด้วยสีหน้าตายตามเคย ตรงกันข้ามกับน้ำเสียงอ่อนโยนที่ทำให้คนฟังอดที่จะเขินอายไม่ได้
“เธอกลับบ้านเถอะ ฉันต้องไปทำงานต่อแล้ว.. พรุ่งนี้เป็นวันทำงานวันแรกของเธอ ตั้งใจล่ะ” จุงโจพูดขึ้นก่อนจะค่อยๆจูงมือหญิงสาวเดินออกจากโรงบ่มพร้อมกัน
“เดี่ยวก่อนค่ะ..จุงโจ” โบอึนหยุดเดินพร้อมกับดึงมือเรียวของชายหนุ่มไว้..
“มีอะไรเหรอ” จุงโจหันกลับไปมองหญิงสาวก่อนจะขมวดคิ้วเข้มอย่างสงสัย “นี่เขาพูดอะไรผิดไปอีกหล่ะ”
โบอึนไม่ได้งอนหรือเสียใจกับอะไรทั้งนั้น เพราะตอนนี้ความดีใจมันคับอกเธอไปหมด จุงโจมักจะเผลอทำใจดีอย่างนี้เสมอ โบอึนอยากให้เขาอยู่กับเธอแบบนี้ทั้งวัน เธออยากนั่งมองหน้าและกอดเขาให้สมกับที่เธอคิดถึงเขามาตลอดสี่ปี แต่ไม่เป็นไร..ต่อไปนี้ฉันจะไม่ทิ้งเธอไปไหนฉันจะอยู่ข้างๆเธอตลอดไป..จุงโจ หญิงสาวคิดก่อนจะค่อยๆเดินไปอยู่เคียงข้างเขาแล้วยืดตัวขึ้นจุมพิตที่แก้มสากๆของเขาแผ่วเบา ใบหน้าหวานแดงระเรื่อไม่รู้ว่าเธอทำแบบนี้ไปได้ยังไง อดจะเขินอายเมื่อดวงตาคมจ้องมองเธอลงมา
“กำลังใจค่ะ…คนบ้างาน” โบอึนส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม ใบหน้าหวานแดงซ่านขึ้นอีกเมื่อจุงโจกดริมฝีปากหยักลงบนริมฝีปากบางของเธอแผ่วเบา ก่อนจะเดินออกจากห้องบ่มไปพร้อมกัน
“ฉันฝากไว้แค่นี้ก่อนนะ ตอนนี้ต้องไปทำงานแล้วขืนอยู่กับเธอต่อฉันคงจะไม่อยากไปทำงาน” จุงโจส่งยิ้มบางๆให้ก่อนที่จะช่วยหญิงสาวเปิดประตูรถ
“งั้นเจอกันที่บ้านนะคะ..ฉันจะทำกับข้าวไว้รอ” โบอึนตอบเสียงหวานก่อนจะเข้าไปนั่งบนรถ หน้าตาหวานซึ้งยังคงแดงระเรื่อเพราะคำพูดทิ้งท้ายของชายหนุ่ม

………………………………................................................................

“มุนฮันซุงทำได้ดีมาก..ต่อไปแกต้องตั้งรับมันไว้ให้ดีเพราะตอนนี้เจ้าแก่นั่นกวาดซื้อหุ้นของฮังจูกาไปถึงครึ่งแล้ว” ฮังฮันซุกเอ่ยขึ้นเมื่ออยู่กับลูกชายเพียงลำพังที่ห้องทำงานในบ้านของเขา ในขณะที่นำเอกสารสำคัญให้ฮังกีฮุนลูกชายได้อ่าน
“นี่เขาซื้อหุ้นจากผู้บริหารเก่าแก่ของคุณพ่อไปได้ยังไงกันครับ” กีฮุนถามขึ้นสีหน้าตกใจกับเอกสารตรงหน้าที่คนเป็นพ่อส่งให้อ่าน
“เจ้าแก่นั่นซื้อใจคนของฉันไปพร้อมๆกับคนของมันด้วย ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เคียงข้างฉันแล้ว แกคงรู้นะว่าโรงกลั่นแดซุงสำคัญกับเรายังไง พ่อรู้ว่าแกรักผู้หญิงที่ชื่อโบอึนมาก และถ้าผู้หญิงคนนั้นทำงานสำเร็จพ่อจะจัดการเรื่องงานแต่งงานของแกกับโบอึนเอง..” ฮันซอกตบบ่ากว้างของกีฮุนอย่างปลอบใจ เพราะความทุกข์ใจของผู้เป็นลูกพ่ออย่างเขาทำไมจะไม่เจ็บปวดไปด้วย แต่ภาระหน้าที่ที่อยู่ในมือทำให้เขาไม่มีเวลามาสนใจกับมันมากนัก
“คุณพ่อครับ.. ผมจะจัดการกับโรงกลั่นแดซุงอย่างจริงจังด้วยตัวเองอีกครั้ง.. ผมขอโทษที่ปล่อยปะละเลยกับหน้าที่การงานที่สำคัญนี้มานานเกินไป..” กีฮุนจ้องมองพ่อด้วยสีหน้าจริงจัง เขาไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องงานเท่านั้นแต่รวมถึงเรื่องผู้หญิงที่ชื่อโบอึนด้วย..ฉันจะไม่ยอมเสียเธอไปอีกแน่ๆ..โบอึน

………………………………................................................................

“ทำไมต้องให้ฉันมานั่งดื่มไวน์ข้าวแบบนี้ต่อหน้านายด้วย นี่ยังกลางวันอยู่เลยนะ” ฮโยซอนพูดขึ้นเมื่อเห็นจุงโจตามเธอมาที่ลานบ้าน แล้วสั่งให้หญิงสาวขึ้นไปนั่งดื่มไวน์ข้าวจากโรงกลั่นแดซุงบนเฉลียงบ้าน
“เธอดื่มสิ.. แล้วทำหน้าตาให้เป็นธรรมชาติที่สุด” จุงโจพูดขึ้นหลังจากเงยหน้าขึ้นจากกล้องถ่ายรูป ก่อนจะค่อยๆกดชัดเตอร์ถ่ายภาพหญิงสาวอย่างรวดเร็ว.. ฮโยซอนนั่งดื่มไวน์ข้าวพร้อมทำหน้าตาชวนฝัน เธอชอบไวน์ข้าวของโรงกลั่นแดซุงจริงๆ รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากไวน์ข้าวโรงกลั่นอื่นๆ รสชาตินุ่มลิ้นแถมดื่มง่าย..หญิงสาวเผลอดื่มไปหลายอึกใหญ่ก่อนที่จะมองจุงโจที่เลิกถ่ายรูปเธอและเขากำลังจะเดินจากไป
“อ้าว.. เดี่ยวสิ.. นี่นายยังไม่ตอบฉันเลยนะให้ฉันทำแบบนี้ทำไม”
“เธอสวยดี” คำพูดสั้นๆของเขาทำให้ฮโยซอนถึงกับอึ่งกิมกี่.. นี่นายพูดว่าอะไรนะ… ฮโยซอนรีบวิ่งลงจากบ้านแล้ววิ่งออกไปขวางหน้าชายหนุ่มไว้
“เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ พูดใหม่อีกทีซิ”
“อะไรของเธอ” จุงโจพูดด้วยหน้าตาเรียบเฉย ไม่สนใจหน้าตาตื่นเต้นดีใจของฮโยซอน
“ก็นายบอกว่าฉันสวยไม่ใช่เหรอ.. นายพูดออกมาจากปากนายเองไม่ใช่เหรอ” ฮโยซอนยังคงพูดรั้งชายหนุ่มไว้ ดวงตากลมโตจ้องมองเขาไม่วางตา
“ใช่ว่าเธอเคยได้ยินเป็นครั้งแรกเมื่อไหร่.. วันๆหนึ่งใครก็พูดชมเธอเป็นล้านครั้งได้มั้ง แถมทุกคนในบ้านและทุกคนในโรงกลั่นต่างก็คิดว่าเธอสวยทั้งนั้นแหละ.. เจ้าเด็กแว่นจุนซูก็ยังบอกเลยว่าพี่สาวคนเล็กสวย ทีนี้เลิกกวนฉันแล้วกลับเข้าบ้านไปได้แล้ว” จุงโจพูดจบก็เดินออกไปจากทันที โดยชายหนุ่มไม่ทันได้เห็นสีหน้าของฮโยซอนที่แดงระเรื่อเมื่อได้ยินคำชมจากเขา

………………………………................................................................




 

Create Date : 05 มกราคม 2554
33 comments
Last Update : 5 มกราคม 2554 20:25:44 น.
Counter : 2172 Pageviews.

 

Happy New Year นะคะ ลูกบล็อกทุกคน เพลงกะรูปเด๋วใส่ให้พรุ่งนี้นะคะ

 

โดย: albatross11 5 มกราคม 2554 20:27:35 น.  

 

ว้าววววววแปะเร็วจังค่ะ ท่านผอ.^^//
ขอบคุณมากนะคะ
หวัดดีปีใหม่ค่าา ขอให้ปีนี้เป็นปีแห่งกระต่ายทองนะคะ อิอิ มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงนะคะ ทุกท่าน

 

โดย: สาวก 2มุน IP: 202.12.97.121 6 มกราคม 2554 3:44:36 น.  

 

มาทีเดียวสองตอนเลยเหรอครับ
ขอบคุณครับ ขอไปอ่านก่อนนะขอรับ

 

โดย: ซินยุนบกน้อย IP: 192.168.20.145, 58.137.158.114 6 มกราคม 2554 15:28:11 น.  

 

ดีใจเป็นที่สุดได้อยู่ที่ 3

ฮ่าๆๆๆๆๆ

 

โดย: จิง IP: 222.123.240.12 6 มกราคม 2554 15:32:49 น.  

 

ข้าน้อยตามมาติดๆ
ข้าน้อยมาให้กำลังจัยท่นสาวก 2 มุน
แตงFic ตอนต่อไป...
เพื่อความสุขของเหล่าสาก 2 มุน น่ะท่าน
จิ้นกันวันละนิดจิตแจ่มใส
และสุดท้ายรักเฮียกะเจ๊เหมือนเดิม...อิอิ

 

โดย: รัก 2 มุน IP: 110.49.205.101 7 มกราคม 2554 1:08:07 น.  

 

ข้าน้อยตามมาติดๆ
ข้าน้อยมาให้กำลังจัยท่นสาวก 2 มุน
แตงFic ตอนต่อไป...
เพื่อความสุขของเหล่าสาก 2 มุน น่ะท่าน
จิ้นกันวันละนิดจิตแจ่มใส
และสุดท้ายรักเฮียกะเจ๊เหมือนเดิม...อิอิ

 

โดย: รัก 2 มุน IP: 110.49.205.101 7 มกราคม 2554 1:11:23 น.  

 

หือ...
จุงโจนอกใจโบอึนง่ะ
น้อยใจแทนโบอึนจัง

 

โดย: รัก 2 มุน IP: 110.49.205.111 7 มกราคม 2554 10:29:54 น.  

 

ขอบคุณที่อัพค่ะ

เพื่อนชอบฟิคนี้มาก หลายๆคนกำลังรอ T^T

ขอบคุณจ้าา

 

โดย: METALUNUN IP: 161.246.25.222, 161.246.254.166 10 มกราคม 2554 1:44:04 น.  

 

จุงโจ ช่างเป็นคนที่หลากหลายอารมณ์จริงๆ
แต่จะรู้สึกอ่อนไหวทุกครั้งเวลาที่อยู่ใกล้
โบอึน ( เป็นธรรมดาก็คนมันรัก อิอิ )
ลง 2 ตอน อ่านจุใจมากสมกับที่รอคอย

ท่านอุ้ม
ท่านเป็นช่างเขียนที่มีความรอบรู้มากมาย
ยิ่งนักโดยเฉพาะขึ้นตอนการบ่มไวน์
รายละเอียดดีมากเลยอ่ะ
ขอชมจากใจจริง

 

โดย: กบน้อย IP: 125.25.2.249 17 มกราคม 2554 12:14:34 น.  

 

นึกว่าจะลุ้นให้คืนดีกันไม่ขึ้นซะแล้ว
เฮ้อ...ค่อยยังชั่วหน่อย

จุงโจเปลี่ยนแปลงอารมณ์ได้เร็วจัง เป็นแบบนี้ก็ดีอย่างเสียอย่างแต่ตอนเข้าใจโบอึนผิดนี่ไม่น่ารักเลย สงสารโบอึนที่ต้องมาตามอารมณ์พระเอกเรื่อยไป กึ่งๆต้องอดทนบวกกับคอยเป็นพี่เลี้ยงไปในตัว

ขอบคุณท่านอุ้ม ท่านสาฯนะครับ สนุกมากมายขอรับ

 

โดย: ซินยุนบกน้อย IP: 192.168.20.145, 58.137.158.114 18 มกราคม 2554 9:41:03 น.  

 

ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆครับ ไม่ได้มาเสียนานเลยเพราะมัวแต่ยุ่งๆกับงานแต่ไม่ได้ลืมท่านอุ้มกับท่านสานะ เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอว่าจุงโจนิดหนึ่งนะครับ แอบให้ความหวังผู้หญิงแบบนี้เขาบอกว่าเจ้าชู้โดยเจตนาแล้วถ้าหากโบอึนรู้เข้าคงเสียใจแย่สิครับ ท่านอุ้มสู้นะครับ

 

โดย: เกษตรศิลป์ IP: 58.11.59.165 23 มกราคม 2554 9:07:59 น.  

 

ขอสมัครเป็นสาวกอีกคนแล้วกัน
หลังจากที่อ่าน ซินยุนบกภาค 2 จบ
หา ๆๆ หลายที่มาเจอที่นี้เลยอ่านจนจบ
ไม่เป็นอันทำอะไร 555+

และเลยตามอ่าน ๆๆ ต่อ ๆๆ มาทุก ๆๆ อัน
ชอบ ๆๆๆ
แล้วจะติดตามต่อไปนะ ^_^

 

โดย: สีคราม IP: 180.210.216.131 30 มกราคม 2554 14:42:41 น.  

 

สนุกมากจริงๆ วันนี้ว่างงาน

แวะมาอ่าน สนุกมาก ตามอ่านทั้งวัน ยังมีหลายเรื่องที่อ่านไม่จบ ขอบคุณนะคะ ทำให้นึกถึง 2มุนแล้วต้องยิ้มทุกครั้ง

 

โดย: หลวงแพ่ง IP: 58.9.249.251 15 กุมภาพันธ์ 2554 18:33:00 น.  

 

ท่านคะ T T ตอนที่10 เมื่อไหร่นะมาคะ ข้าน้อยจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว ลุ้นฯตัวงอแล้วค่ะ
แต่ไม่เป็นไรเพื่อ2มุน ข้าน้อยทนได้ T T

 

โดย: จิง IP: 223.205.157.84 6 มีนาคม 2554 23:31:49 น.  

 

เป็นกำลังใจให้จ้า สนุกมาก

 

โดย: anong_2moon IP: 223.205.148.199 9 เมษายน 2554 21:50:53 น.  

 

เป็นอีกวันที่เข้ามานั่งรอ มาต่อไวๆน้า

 

โดย: anong_2moon IP: 223.206.8.156 20 เมษายน 2554 21:49:58 น.  

 

เข้ามารอกับวันแรงงานคร้าบ ทุกท่านหยุดกันรึป่าวขอรับ

 

โดย: anong_2moon IP: 223.204.128.214 1 พฤษภาคม 2554 14:06:02 น.  

 

เข้ามาให้กำลังใจเพิ่มอีกแรงจ้า อัพเร็วๆเน้อ

 

โดย: anong_2moon IP: 223.206.230.30 7 พฤษภาคม 2554 22:07:53 น.  

 

เป็นอีกวันที่เข้ามาให้กำลังใจน้า สู้ๆๆ

 

โดย: anong_2moon IP: 223.206.183.42 15 พฤษภาคม 2554 10:10:52 น.  

 

ก๊อกๆๆๆๆๆ ทำไมหายไปนานจัง???
เข้ามาเป็นกำลังใจให้ไรเตอร์........

 

โดย: Charlvin IP: 116.68.148.170 22 พฤษภาคม 2554 11:10:06 น.  

 

พี่ฮะ ไม่เขียนต่อเเล้วรือ

 

โดย: เต่าน้อย IP: 223.207.143.207 4 มิถุนายน 2554 18:02:37 น.  

 

สวัสดีค่ะทุกท่าน

วันนี้ว่าจะเข้ามาลงให้ หลังจากที่ทิ้งให้ทุกท่านรอมานาน แต่ข้าน้อยดันทำไฟล์ตอนที่ 10 หายซะนี่ แล้วไรเตอร์ที่แต่งงานยุ่งมากค่าตอนนี้ จาติดต่อได้อีกทีก็วันพฤหัสโน่นค่า

ขอให้ทุกท่านทนรอต่อไปอีกนิดนะคะ T T ข้าน้อยขอโทษจริงๆค่า เป็นความผิดของข้าน้อยคนเดียวเลยจิงๆ แหะๆ

รออีกนิดนะคะ ^^

 

โดย: สาวก 2มุน IP: 115.87.6.164 13 มิถุนายน 2554 18:49:17 น.  

 

ยินดีรอเสมอขอรับ

 

โดย: anong_2moon IP: 49.49.58.143 13 มิถุนายน 2554 20:29:24 น.  

 

ขอโทษทุกท่านมากมายค่ะ ที่ไม่ได้มาอัฟเรื่องนี้ให้เลย แต่ยังไงก็ดีใจมากที่ไม่ลืมฟิคชั่นเรื่องเล็กๆเรื่องนี้ มีลิ้งค์ให้คะ ถ้าใครอยากติดตาม
ตอนนี้ข้าน้อยกับท่านสา ยุ่งมากมาย แต่ยังไงจะพยายามเข้ามาพูดคุยกับพี่ๆน้องๆที่บ้านอบอุ่นหลังนี้นะคะ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
อุ้ม และท่านสา

//www.comeon-book.com/comeonv3/story.php?SID=14464

 

โดย: oom IP: 82.153.192.165 17 มิถุนายน 2554 7:07:19 น.  

 

ขอบคุณมากมายขอรับ และจะตามไปอ่านฟิคแบบติดๆๆเลยขอรับ

 

โดย: anong_2moon IP: 223.207.132.151 17 มิถุนายน 2554 22:32:27 น.  

 

สวัสดีขอรับ ท่านอุ้ม ท่านสาฯ

เดี๋ยวจะตามติดไปอ่านที่comeonนะขอรับ

ขอบคุณที่ท่านแวะมาทักทายกันขอรับ

 

โดย: ซิินยุนบกน้อย IP: 180.210.216.74 18 มิถุนายน 2554 23:23:41 น.  

 

ว้าวว ในที่สูดก็มาแปะแย้ว อิอิ

ตามไปอ่านกันที่คัมออนกันนะคะ

ขอบคุณที่กล้ารอกันค่า อิอิ

ฝันดีนะคะทุกท่าน

 

โดย: สาวก 2มุน IP: 124.121.1.176 21 มิถุนายน 2554 2:37:39 น.  

 

ยังไม่เงียบเหงาไปนะเนี่ย

ดีจังเลยที่ยังอยู่ด้วยกันในบล็อกนี้

ติดตามกันต่อไปนะอย่าได้หาย กันไปไหนอบอุ่นไว้ ทั้งบกน้อย อุ้ม สาวก2มุน ธานน้ำใส กบน้อย เต่าน้อย anong_2moonและอื่นๆอีกมากมาย

รออ่านกันต่อไปน้าาาาา

 

โดย: umm IP: 172.16.0.112, 61.19.236.222 30 มิถุนายน 2554 11:36:54 น.  

 

เฝ้ารอและติดตามเสมอจ้า

 

โดย: anong_2moon IP: 223.205.123.178 10 มกราคม 2555 22:08:46 น.  

 

เมื่อไหร่จะอัฟตอนที่ 10 คะ เฝ้ารอใจจะขาด

 

โดย: kkm IP: 27.55.1.1 24 มกราคม 2555 1:23:23 น.  

 

ตอนที่ 10 จ๋า พวกเรา รออยู่

 

โดย: 456 IP: 180.183.121.46 15 กุมภาพันธ์ 2555 18:57:26 น.  

 

รอตอน 10ค่ะ เข้าไปอ่านใน คัมออนไม่ได้อะค่ะ ท่านอุ้มพอจะมีเวลาเข้ามาอ่าน คอมเม้นนี้มั่งค่ะ แงๆ

 

โดย: น้องใหม่ IP: 180.222.155.178 7 พฤศจิกายน 2555 17:56:50 น.  

 

เสียดายมาก ทำไมไม่เขียนต่อ ตามดูลิ้งค์ก้อไม่มี ช่วยมาแปะให้หน่อย คนอ่านเค้าจะได้ไม่เสียความรู้สึก

 

โดย: p':-)yo' IP: 27.55.1.12 29 พฤศจิกายน 2555 8:17:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


albatross11
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




รักกันเพียงใดก็ต้องพลัดพราก หวงไว้เพียงใดก็ต้องจำจาก ข้ามาคนเดียวข้าไปคนเดียว ไม่มีใครเป็นอะไรของใคร ต่างคนมาต่างคนไป ยิ่งยึดยิ่งทุกข์ ปล่อยวางได้จึงเบาสบาย... เมื่อปัญญาแจ่มแจ้งจะสลัดคืน เมื่อมาจากดิน ท้ายที่สุดก็สลายกลายเป็นดิน ยึดเอาไว้ก็ได้แต่ทุกข์ตอบแทน อยากโง่ก็ยึดต่อไป คิดได้ก็วางเสีย พุทธทาสภิกขุ............ .............................. .............................. ความทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจนั้น เป็นเรื่องทรมานยิ่ง และเรื่องที่จะบังคับมิให้พลัดพรากก็เป็นสิ่งสุดวิสัย... ทุกคนจะต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ที่พอใจ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง...พุทธโอวาท --------------------------- พระราชดำรัส ในรัชกาลที่ 7 เมื่อทรงสละพระราชสมบัติ เพื่อประชาชน ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจ อันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิม ให้แก่ราษฎรทั่วไป ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจโดยสิทธิ์ขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร
Friends' blogs
[Add albatross11's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.