... มาแว้วๆ ***ยอดรักนักศิลป์ตอนที่ 26 ทางรอด *** OG 2 ตอน13-ตอนจบ** **คลิกอ่านทุกเรื่องได้ที่เมนูด้านซ้ายเลยจ้า.. ^_^
“ความทุกข์-หากเล่าสู่กันฟังจะลดลงครึ่งหนึ่ง ส่วนความสุข-ถ้าเราแบ่งปันมันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า” ขอบคุณลูกบล็อกทุกท่านที่ร่วมสร้างบล็อกแห่งความสุขนี้ขึ้นมา อยากให้พื้นที่ในบล็อกแห่งนี้ได้เป็นที่แบ่งปันทุกข์และสุขร่วมกัน จะไม่มีรักรูปแบบใดที่เป็นไปไม่ได้ ณ ที่แห่งนี้....วอนวอน
Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
23 มกราคม 2555
 
All Blogs
 

ตอนที่ 17 สลัดรัก (Rid the Love)




“ฉันพยายามที่สุดแล้วนะค่ะพี่แทยัง แต่พี่ชันเขาไม่ให้ความร่วมมือเลย อย่างนี้มีหวังคงกลับไปอีหรอบเดิมอีกแน่ๆ...เดี๋ยวก็โดนเขาหักอกกลับมาอีกตามเคย” ลีฮอนคยองรายงานเสียงใสผ่านสายโทรศัพท์ข้ามประเทศไปยังชายผู้เป็นสามีของเธอ เอื้อเฟื้อที่ได้รู้ว่าดาราสาวผู้เคยทำร้ายหัวใจของเพื่อนสาว บัดนี้กลับมาปรากฎตัวต่อหน้าเพื่อนเขาอีกครั้งและพยายามจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ เห็นทีเขาคงจะอยู่เฉยอีกไม่ได้แล้ว

“คงถึงเวลาที่พี่ควรจะกลับบ้านได้แล้วล่ะมั้ง” เขาตอบ ลีฮอนคยองได้ยินดังนั้นจึงรีบท้วงขึ้น

“แล้วเรื่องเรียนละค่ะ?” เธอถามอย่างเป็นห่วง

“พี่ใกล้จะส่งวิทยานิพนธ์ไปแล้ว คิดว่าคงไม่มีปัญหา ยังเหลือแค่ทำเรื่องจบ แต่เดี๋ยวค่อยกลับมาทำก็ได้ ตอนนี้....ครอบครัวสำคัญกว่า” เขากล่าวเสียงเครียด


ภายในห้องนอนร่างบางที่นิทราด้วยพิษไข้มายาวนานค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ ความปวดเมื่อยยังคงมีอยู่ทั่วร่าง เธอมองไปรอบๆก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่ร่างเล็กซึ่งนอนฟุบอยู่ข้างเตียง ร่างบางจ้องมองด้วยความรู้สึกซาบซึ้งและเปี่ยมรัก เธอไม่คิดเลยว่าคนตัวเล็กที่ทิ้งเธอไปจะกลับมาหาอีกครั้ง แม้จะอยู่ในสภาพไร้สติตอนที่ถูกประคองออกจากกระท่อมแต่ก็รับรู้ได้ว่าใครเป็นผู้ช่วยเธอออกมา รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนในหน้าขาวซีดที่เพิ่งฟื้นไข้ มือบางเอื้อมไปไล้ไรผมนุ่มของคนขี้เซาอย่างเอ็นดู ทันใดนั้นดวงตากลมใสของคนตัวเล็กที่เคยปิดสนิทกลับลืมขึ้นอย่างไม่มีปีไม่มีขลุ่ย ร่างบางจึงรีบชักมือของตนกลับและแกล้งทำเป็นหลับ หากแต่ไม่พ้นสายตาของร่างเล็กไปได้

“คุณฟื้นแล้วหรอ?” อัญชันถามน้ำเสียงเรียบ ร่างบางจึงค่อยๆหลี่ตาขึ้นมอง

“ค่ะ...ขอบคุณนะค่ะที่.....” แชวอนตอบด้วยความเขินอายที่ถูกจับได้ พร้อมกล่าวขอบคุณหากแต่โดนร่างเล็กพูดสวนขึ้นเสียก่อน

“คงหายดีแล้วซินะ ถ้ายังงั้นก็รีบกลับไปพักผ่อนที่ห้องคุณเถอะค่ะ” อัญชันกล่าวตัดรอนด้วยน้ำเสียงเรียบก่อนจะเดินออกจากห้อง ทิ้งให้ร่างบางนั่งน้ำตาซึมกับคำพูดเย็นชา นี่เธอแค่ฝันไปรึนี่ เพ้อฝันไปเองว่าอัญชันยอมยกโทษให้เธอและกลับมาเป็นเหมือนเดิม ถ้ารู้แบบนี้เธอไม่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็ดี ร่างบางร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนเตียงนอนก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นตุ๊กตาหมีน้อยข้างเตียง เธอแทบไม่อยากเชื่อสายตา ตุ๊กตาหมีที่เหมือนกันกับของเธอหากแต่มีสีขนที่เข้มและอักษรบนเสื้อตัวจิ๋วที่ตุ๊กตาสวมใส่ต่างกัน บนเสื้อตัวจิ๋วนั้นเขียนว่า “เท็ดดีบอย”

“เมื่อคุณเห็นมัน คุณจะได้รู้ว่ามีฉันอยู่ใกล้ๆ” ร่างบ่างนึกถึงคำพูดผ่านตัวอักษรในการ์ดที่เธอเคยได้รับพร้อมตุ๊กตาหมีจากเท็ดดี้แบร์แฟนคลับคนพิเศษ แชวอนเอื้อมไปหยิบเจ้าเท็ดดี้บอยมากอดไว้อย่างสุดรัก

“ฉันจะทำยังไงดี ฉันจะทำยังไงดีล่ะ เท็ดดี้บอย? ฉันรักเขาเหลือเกิน” ร่างบางสะอื้นไห้กับตุ๊กตาหมีโดยที่ไม่รู้เลยว่าร่างเล็กยืนแอบฟังอยู่หน้าห้องด้วยหัวใจร้าวรานไม่แพ้กัน

“พี่ชัน!...มาอยู่นี่เอง อาหารเสร็จแล้วนะค่ะ ไปทาน....” ลีฮอนคยองที่เดินมาตามอัญชันไปทานอาหารร้องทักขึ้น จึงทำให้ร่างเล็กรีบเช็ดน้ำตาของตนและเดินหนีไปอย่างรีบร้อน ทิ้งให้หญิงสาวอ้าปากค้างด้วยความงุนงง ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปดูภายในห้องนอนจึงเห็นแชวอนกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ เมื่อเห็นสภาพของทั้งสองเธอก็รู้สึกเศร้าใจและสงสาร ทั้งที่เริ่มแรกเธออยากจะกำจัดแชวอนให้ออกไปจากชีวิตของอัญชัน แต่เมี่อมาเห็นว่าแชวอนนั้นเจ็บปวดมากแค่ไหนและอัญชันเองก็ร้าวรานมากเพียงใด กลับทำให้เธอเปลี่ยนใจอยากให้ทั้งสองเข้าใจกันเสียที เพราะเธอเข้าใจดีถึงความรู้สึกที่ต้องพรัดพรากจากคนที่รักสุดหัวใจนั้นเป็นอย่างไร

หลังจากกลับมาที่ห้องพักแชวอนก็เอาแต่นอน เธอไม่ตอบสนองต่อสิ่งใดๆ แม้กระทั่งเสียงโวยวายและแรงเขย่าจากเพื่อนสาวบ้าพลังของเธอ

“นี่ๆๆๆๆ แม่คุณ จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงเมื่อไหร่ย่ะ ป่านนี้ยัยเตี๋ยโดนนังนั่นคาบไปกินแล้วมั้งเนี่ย ลุกๆๆขึ้นมาเดี๋ยวนี้” ฮโยจูพยายามดึงรั้งร่างบางให้ลุกขึ้นนั่ง หากแต่พอปล่อยมือร่างบางก็ล้มตัวลงนอนตามเดิมอยู่หลายรอบจนร่างโปร่งจนปัญญา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆร่างบางอย่างหมดแรง

“นี่เธอยอมแพ้แล้วหรอ? เธอไม่ต้องการยัยเตี๋ยอีกแล้วใช่ไหม?” ร่างโปร่งถามจี้ใจ ร่างบางส่ายหน้าตอบพร้อมน้ำตาที่ร่วงพราวบนหมอนและสะอื้นไห้หนักขึ้นจนร่างโปร่งต้องกอดปลอบ

“โธ่ยัยบ้า ถ้ารักเขามากถึงขนาดนี้ทำไมยอมแพ้ง่ายๆล่ะ ทำตัวให้มันสมกับเป็นเพื่อนฉันหน่อยซิ” ร่างโปร่งพูดปลอบ

“ฉันไม่รู้ว่าต้องทำยังไงแล้ว ฉันเหนื่อยเหลือเกิน มันเหมือนเอื้อมมือไปคว้าดาว ต่อให้เอื้อมเท่าไหร่ ก็ไปไม่ถึงดาวเสียที” ร่างบางตอบพร้อมสะอึกสะอื้น ก่อนที่ฮโยจูจะเขกมะกอกไปที่ศรีษะเพื่อนสาวเบาๆ

“โธ่ยัยโง่ ทำไมจะเอื้อมไม่ถึงล่ะ อย่าลืมซิว่าเธอนะเป็นดวงจันทร์ แค่ดาวดวงเล็กๆ ดวงจันทร์แบบเธอนะคว้ามาได้สบายอยู่แล้ว” ร่างโปร่งพูดติดตลกสร้างรอยยิ้มให้กับเพื่อนสาวก่อนที่ทั้งสองจะกอดกันกลม ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่เปิดประตูเข้ามา

“โอ้! มาขัดจังหวะหรือเปล่าเอ่ย เดี๋ยวพี่เข้ามาใหม่ก็ได้นะ” จินโฮที่เข้ามาเห็นช็อตเด็ดดาราสาวชื่อดังกอดกันกลมบนเตียงถามติดตลกให้ร่างโปร่งค้อนใส่เขายกใหญ่ หากแต่ทำให้แชวอนหัวเราะจนท้องแข็ง

“วันนี้โชคดีจังที่ได้เห็นคุณหัวเราะ รู้ไหมเวลาที่คุณหัวเราะดูดีกว่าร้องไห้เป็นล้านเท่าเลยล่ะ” จินโฮกล่าว ร่างบางจึงยิ้มรับหน้าเจื่อน

“นี่ๆ คู่หมั้นยืนสวยอยู่ตรงนี้ยังไปปากหวานกับผู้หญิงอื่นต่อหน้าต่อได้อีกหรอ” ฮโยจูกล่าวแทรกบรรยากาศขึ้นให้ทั้งสองหัวเราะงอหายกันอีกรอบ

“เดี๋ยวๆ คู่หมั้นอะไร หมั้นกับใคร ยังไง เมื่อไหร่ ทำไมพี่ไม่รู้เลย ฮโยจูหมั้นกับใครมาหรอ?” จินโฮถามหน้าเป็น

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงฉันก็ไม่ปล่อยพี่แน่คราวนี้ อย่าหวังว่าชีวิตนี้พี่จะหนีฉันพ้นเลย คนที่จะได้เป็นภรรยาของพี่มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม” ฮโยจูตะโกนกรอกหูเขาจนเกือบดับ

“จ้าๆ รู้แล้วจ้า.....ว่าแต่แชวอนจะไปเกาะเกร็ดกับพวกเราไหม เห็นคุณอึนชันว่าที่นั่นสวยมากเลย” จินโฮตอบรับอย่างจำยอมก่อนจะหันไปชวนร่างบาง เมื่อได้ยินคำว่า “เกาะเกร็ด” เธอก็ถึงกับเปลี่ยนสีหน้าทันที

“ขอบคุณนะค่ะ คุณไปกับฮโยจูสองคนเถอะ ฉันยังรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ขอนอนพักอีกหน่อยดีกว่า” ร่างบางปฏิเสธเสียงแผ่ว

“อะไรกัน เธอนอนมาหลายวันแล้วนะ ยังไม่หายอีกหรอ ไม่รู้ล่ะ เธอต้องไปกับพวกฉัน นี่เป็นคำสั่ง” ฮโยจูผู้ไม่ฟังเสียงใครฉุดร่างบางขึ้นจากเตียงและลากออกจากห้องอย่างทุลักทุเล ก่อนที่ร่างเล็กจะปรากฎตัวขึ้น

“พร้อมกันหรือยังค่ะ?” อัญชันถามพร้อมมองหน้าทุกคน เมื่อสายตามาหยุดที่แชวอนร่างเล็กก็ไม่หลบสายตาเหมือนอย่างเคย แต่กลับมองด้วยความเย็นชาจนร่างบางต้องเป็นคนหลบสายตานั้นเสียเอง เพราะเธอทนไม่ได้ที่ดวงตาคู่นั้นซึ่งเคยมองเธอด้วยความอ่อนโยนและเปี่ยมรัก ตอนนี้กลับไม่หลงเหลือความรู้สึกใดๆแม้แต่ความโกรธแค้นหรือเกลียดชัง

ทั้งสี่มุ่งหน้าไปยังเกาะเกร็ดด้วย “เจ้าปลาทอง” สปอร์ตโบ้ทคู่ใจของอัญชัน บรรยากาศบนเรือเหมือนแบ่งเป็นสองโลก ฮโยจูและจินโฮนั้นหวานแหววชู้ชื่นกันอยู่สองคนด้านหลัง ในขณะที่อัญชันและแชวอนต่างนั่งกันอย่างเงียบงัน เมื่อขับมาจอดยังท่าเรือบ้านป้าของอัญชันทั้งสี่ก็ขึ้นไปยังท่า โดยมีหลานสาวตัวน้อยวิ่งออกมาต้อนรับเหมือนเคย

“พี่ชันมาจ๊ะยาย!........ของฝากหนูล่ะ” ข้าวสวยญาติตัวน้อยตะโกนบอกผู้เป็นยายและแบมือขอของฝากทันที อัญชันจึงขยี้ผมหนูน้อยด้วยความหมันเขี้ยวก่อนจะหยิบตุ๊กตาบาร์บี้ที่เตรียมมาส่งให้

“เอ้า เอาไป ทวงจริงเชียว” ร่างเล็กกล่าวพลางบีบจมูกน้อยๆของข้าวสวย เมื่อได้ค่าผ่านประตูนายทวารตัวน้อยจึงรีบวิ่งหายไปทันที

“ไอ้เด็กคนนี้ ผู้ใหญ่มาไม่ยกมือไหว้ทวงของลูกเดียว แถมให้ของก็ไม่ขอบคุณวิ่งหายไปเฉยเลย ให้ตายเถอะ ลูกเต้าหลานใครกันเนี่ย” วันแรมเดินลงเรือนมาต้อนรับหลานรักพลางบ่นเอ็ดหลานสาวตัวดีของตน ก่อนที่ทั้งสี่จะยกมือไหว้ตามธรรมเนียมของไทยเมื่อเห็นวันแรมเดินมาที่ท่า

“เป็นยังไงล่ะชัน หายหน้าไปนานเลย คงยุ่งทำไอ้รีใส่นั่นซินะ” วันแรมเอ่ยทักหลานรักพร้อมใช้ความสามารถพิเศษในการมั่วคำที่ฝั่งอยู่ในดีเอ็นเอเดียวกับวันเพ็ญ

“เขาเรียก รีสอร์ทจ๊ะป้า ไม่ใช่รีใส่” อัญชันรีบแก้คำให้ทันที

“แหม ก็ป้าไม่เก่งเหมือนแม่เรานี่ ว่าแต่ใครกันบ้างล่ะเนี่ย?” วันแรมตอบเอียงอายก่อนจะหันไปสนใจกับแขก(เกาหลี)ที่หลานสาวพามา

“นี่คุณฮัน ฮโยจู นี่คุณปาร์ค จินโฮ แล้วนี่ก็.....” อัญชันแนะนำทีละคนก่อนจะมาหยุดที่ร่างบาง

“อ้อ! ป้าจำได้ แม่หนูคนนี้ที่ชันเคยพามาใช่ไหม เอ๊ะชื่ออะไรนะ ที่ยัยเพ็ญบอก......อ้อ หนูจันทร์ ใช่ไหมๆ” วันแรมถามอย่างตื่นเต้น

“.....จ๊ะ” อัญชันตอบหน้าเจื่อน

“มาๆ ขึ้นเรือน กินข้าวกินปลากันก่อนดีกว่า” วันแรมเชื้อเชิญ

“ไม่เป็นไรจะป้า ฉันว่าจะพาพวกเขาไปทานในตลาดนะ” อัญชันปฎิเสธ

“โอ้ยจะไปกินให้เปลืองตังค์ทำไม ข้าวปลาเราก็มี” วันแรมแย้ง

“ป้าก็ เขาเป็นต่างชาติก็อยากกินอาหารท้องถิ่นสิ ถึงยังไงพวกฉันก็ต้องไปเดินตลาดอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องรบกวนป้าด้วย” อัญชันให้เหตุผล จากนั้นทั้งสี่จึงมุ่งหน้าเข้าสู่วัดปรมัยยิกาวาส ความทรงจำเก่าๆหวนมาให้สองสาวเจ็บจี๊ดไปถึงหัวใจ ภาพเบื้องหน้าที่ฮโยจูและจินโฮกุมมือกันหวานชื่น ทำให้ทั้งสองมองเห็นภาพซ้อนวันวานที่เคยกุมมือกันเดินตามร้านรวงต่างๆอย่างสนุกสนาน แต่ตอนนี้แม้จะอยู่ใกล้กันแค่เอื้อมมือคว้าแต่คงไม่สามารถทำเหมือนเคยได้อีกแล้ว สองสาวได้แต่กำมือของตนไว้แน่นเพื่อหักห้ามใจไม่ให้ไปคว้ามือของอีกฝ่าย

“นี่ ปันจักรยานกันไหม?!” ฮโยจูหันมาถามสองสาวอย่างตื่นเต้นก่อนจะวิ่งไปยังร้านเช่าจักรยาน เมื่อได้คันที่ถูกใจร่างโปร่งก็ขึ้นไปซ้อนท้ายให้จินโฮเป็นผู้ปั่นก่อนจะหันกลับมาถามสองสาว

“อ้าว! เลือกได้หรือยัง? หรือว่าจะนั่งซ้อนท้ายกันแบบคู่ของฉัน ฮิๆๆ” ฮโยจูกล่าวแซวหากแต่สองสาวไม่รับมุก อัญชันจึงเดินไปหาเจ้าของร้านพร้อมจ่ายเงินสำหรับสามคันก่อนจะปั่นจักรยานคันหนึ่งนำหน้าไป ทั้งสามมองตามหลังร่างเล็กอย่างงุนงง

“แชวอนเธอปั่นได้ไหม ให้ฉันปั่นให้ไหม แล้วเธอมาซ้อนท้ายพี่จินโฮ” ฮโยจูหันมาถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วงหากแต่ร่างบางปฏิเสธ เธอเดินไปจับจักรยานคันหนึ่งก่อนจะขึ้นปั่นตามไป ทั้งสี่ปั่นตามกันมาเป็นขบวนก่อนจะหยุดลงจูงเมื่อเข้าเขตตลาดที่ผู้คนพลุกพล่านและขึ้นปั่นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าพอปั่นได้ แต่ก็ต้องลงมาจูงอีก ทำสลับกันอยู่แบบนี้เพราะทางคับแคบและผู้คนหนาแน่น ร่างบางจึงเริ่มล้าอย่างเห็นได้ชัดทั้งอากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้หน้าขาวๆนั้นซีดเผื่อดจากการเสียเหงื่อ อัญชันจึงตัดสินใจจอดรถฝากแม่ค้าร้านหนึ่งไว้และเดินมาจับจักรยานของแชวอน

“คุณขึ้นมานั่งซ้อนท้ายเถอะ เดี๋ยวฉันปั่นให้ค่ะ” อัญชันกล่าวเสียงเรียบแต่แฝงความห่วงใย ทำให้จินโฮและฮโยจูมองตาค้างและแอบดีใจจนออกนอกหน้า ร่างบางเองก็แทบไม่อยากเชื่อสายตา แต่ก็ทำตามที่คนตัวเล็กสั่งแต่โดยดี เธอขึ้นไปนั้งซ้อนท้ายด้วยท่าทางเก้ๆกังๆและมองแผ่นหลังร่างเล็กที่กำลังจูงจักรยานให้พลางแอบยิ้มดีใจ

“ฉันจะปั่นแล้วเกาะแน่นๆนะค่ะ” ร่างเล็กหันมาบอกก่อนจะขึ้นปั่น ร่างบางได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าตอบ เมื่อแผ่นหลังของคนตัวเล็กมาอยู่ตรงหน้าเธอก็ค่อยๆสวมกอดเอวของอัญชันด้วยความเขินอายและดีใจเป็นที่สุด ร่างบางหลับตาพริ้มเพื่อรับสัมผัสของแผ่นหลังนี้ที่เธอเคยอิงแอบมาก่อน

“อ้า...คิดถึงเหลือเกิน ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน พระเจ้าได้โปรดหยุดเวลานี้ไว้ด้วยเถอะ....” เสียงวิงวอนจากส่วนลึกของหัวใจแชวอน


ภายหลังกลับจากเกาะเกร็ดทั้งสี่ต่างแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวเพื่อเตรียมตัวมารับประทานอาหารค่ำร่วมกันบนเรือนใหญ่ ภายในห้องพักของดาราสาวทั้งสองต่างร้องวี้ดว้ายพุดคุยกันอย่างออกรส

“ฉันว่ายัยเตี๋ยใจอ่อนแล้วล่ะ เธออย่ารอช้า แบบนี้ต้องรุกให้เต็มที่” ฮโยจูรีบยุยงร่างบางทันทีทีเข้ามาในห้อง

“จะบ้าหรอ รุกอะไรกันล่ะ?” แชวอนรีบปฏิเสธหน้าแดงด้วยความเขินอาย

“แหมดูแลเฝ้าไข้ แถมเป็นห่วงเป็นใยปั่นจักรยานให้แบบนี้ ฉันว่าไม่รอดแล้วล่ะ ยัยเตี๋ยเสร็จเธอแน่ๆ” ร่างโปร่งสรุปเสร็จสัพ

“บ้า! พูดอะไรน่าเกลียดที่สุด” แชวอนเอ็ดหน้าแดงพลางทุบเพื่อนสาวจอมก๋ากั่น ร่างโปร่งจึงสวนกลับด้วยหมอนหนุนก่อนที่สองสาวจะก่อสงครามหมอนข้างกันจนห้องแทบแหลกลาน

“พอๆ เฮ้อเหนื่อย ยอมแล้วๆ” ร่างโปร่งเป็นฝ่ายโบกธงขาวก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ร่างบางจึงตามลงไปนอนข้างๆ

“ฉันกลัวจังเลยฮโยจู” ร่างบางเอ่ยขึ้น

“กลัวอะไรของเธอ?” ร่างโปร่งถามด้วยความฉงน

“กลัวว่าฉันจะคิดไปเองนะซิ กลัวว่ามันจะเป็นแค่ความฝัน” ร่างบางตอบ ฮโยจูจึงหันไปหยิกแก้มขาวทั้งสองข้างของแชวอนจนมันแดงก่ำ

“โอ้ย! ทำอะไรเนี่ยเจ็บนะ!” ร่างบางเอ็ดใส่

“เจ็บซินะ ถ้าเจ็บก็ไม่ได้ฝันนี่ จริงไหม?” ร่างโปร่งบอกหน้าเป็น


บนเรือนใหญ่เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้าจึงเริ่มรับประทานอาหารร่วมกัน แม้บรรยายกาศยังคงอึดอัดเหมือนเดิมระหว่างอัญชันและแชวอน หากแต่มีลูกยุของฮโยจูจึงทำให้แชวอนใจดีสู้เสือตักอาหารใส่จานอัญชันอยู่เป็นระยะทั้งที่อีกฝ่ายไม่ต้องการ แต่ร่างเล็กก็ยังรักษาน้ำใจไม่ปฏิเสธออกมาเป็นคำพูดหากแต่เขี่ยอาหารที่ได้ไปไว้ข้างจานจนร่างโปร่งทนไม่ไหว

“นี่ยัยเตี๋ย! เพื่อนฉันอุส่า…..” ฮโยจูระเบิดอารมณ์ หากแต่โดนร่างบางรั้งไว้ไม่ให้เพื่อนทำเสียเรื่อง

“เอ่อ...ขอโทษนะค่ะ ทานกันต่อเถอะค่ะ” แชวอนกล่าวกับทุกคนและพยายามทำให้บรรยากาศดีขึ้น ก่อนที่ร่างเล็กจะลุกพรวดขึ้น

“ฉันอิ่มแล้วขอตัวก่อนนะค่ะ ยองชิฝากที่เหลือด้วยนะ” อัญชันหันมาพูดกับลีฮอนคยองก่อนจะเดินลงเรือนไปอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ร่างบางได้แต่ทำหน้าเศร้าพลางมองแผ่นหลังนั้นเดินจากไป

“ฮึ่ย! ยัยบ้าเอ๊ยมันจะมากไปแล้วนะ เพื่อนฉันเป็นซุปตาร์นะย่ะ ซุปตาร์ คิดว่าตัวเองเป็นใครกันเนี่ยฮ่ะ” ฮโยจูได้แต่เอะอะโวยวายไล่หลังโดยมีจินโฮพยายามดับน้ำโหของเธอ บรรยากาศสับสนที่ปกคลุมไปด้วยความเครียดบนโต๊ะอาหารนั้นเป็นไปโดยมีสายตาของวันเพ็ญเฝ้าดูอยู่ แม้เมื่อก่อนเธอจะไม่ค่อยเข้าใจนักว่าพวกเด็กๆมีปัญหาอะไรกันหรือเป็นเพียงแค่การหยอกล้อเท่านั้น หากแต่บัดนี้ด้วยสัญชาติญาณของความเป็นแม่เธอสามารถรับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างไม่ชอบมาพากล และสิ่งนั้นคือสิ่งที่รบกวนจิตใจลูกสาวสุดที่รักของเธอมาตลอด

“ยองชิ หนูรู้ใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น บอกความจริงกับแม่ได้ไหม?” วันเพ็ญถามขึ้นขณะที่ล้างจานอยู่กับลีฮอนคยอง หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็ถึงกับหน้าซีด

“เออ....ไม่มีอะไรนี่ค่ะแม่” ลีฮอนคยองพยายามตอบเสียงเรียบ

“อย่าโกหกแม่เลย แม่ไม่ใช่คนฉลาด แต่ก็ไม่โง่ถึงขนาดดูลูกสาวของตัวเองไม่ออกหรอกนะ ที่แม่ไม่พูดไม่ใช่ไม่รู้ แต่แค่รอว่าเมื่อไหร่พวกลูกจะบอกแม่เท่านั้น” วันเพ็ญกล่าว หญิงสาวถึงกับคิดหนัก เธอไม่รู้ว่าควรจะบอกเรื่องราวทั้งหมดแก่วันเพ็ญดีหรือไม่ หากบอกไปจะยิ่งเพิ่มปัญหาให้อัญชันปวดหัวมากกว่าเดิมหรือมันอาจจะช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดได้


บรรยากาศบ้านสวนยามค่ำคืนช่วยทำให้หัวใจที่ว้าวุ่นของแชวอนสงบลงได้บ้าง วันนี้หัวใจของเธอเหนื่อยล้าเหลือเกิน เพราะเมื่อเช้าใจของเธอนั้นห่อเหี่ยวราวกับลูกโป่งไร้ลม พอตกบ่ายมันกลับพองโตดั่งบอลลูน แต่ตกค่ำมันก็แตกสลาย ที่มันเป็นได้ขนาดนี้ล้วนเกิดจากน้ำมือของคนเพียงคนเดียว คนใจร้ายที่แสนดีผู้มีอิทธิพลต่อทุกลมหายใจของเธอ ร่างบางเดินไปตามทางเดินลึกเข้าไปท้ายสวนจนมาหยุดอยู่ที่บึงใหญ่ ท้องน้ำสว่างไสวด้วยแสงนวลจากดวงจันทร์โดยมีหิ่งห้อยนับพันล่องลอยไปทั่วบริเวณ

“ใครนะ?” เสียงหนึ่งเอ่ยถามขึ้นแก่ผู้มาเยือนร่างบาง

“เอ๊ะ!เสียงใครนะ?” แชวอนถามด้วยความตกใจเนื่องจากไม่เห็นร่างเจ้าของเสียง ก่อนที่ร่างเล็กจะค่อยๆก้าวออกมาจากเงาไม้ อัญชันปรากฎตัวขึ้นพร้อมจ้องมองมายังแชวอนที่ยังอยู่ในอารามตกใจ หัวใจของร่างบางที่เต้นแรงจากความตกใจทันใดก็เต้นถี่ขึ้นเมื่อเห็นร่างเล็กในสถานที่แห่งความทรงจำ ทั้งสองต่างนิ่งมองกันอย่างเงียบงันก่อนที่ร่างเล็กจะเป็นฝ่ายเดินหนี เมื่อเห็นดังนั้นร่างบางจึงหยุดยั้งร่างเล็กไว้ด้วยอ้อมกอดที่สวมเข้าไปทางด้านหลัง

“ได้โปรด อย่าเดินหนีฉันอีกเลย ทุกครั้งที่คุณทำแบบนั้น มันทำให้ฉันแทบขาดใจ อย่าทรมานฉันด้วยการหมางเมินอีกต่อไปเลย ยกโทษให้ฉันเถอะ เรากลับมาเป็นเหมือนก่อนไม่ได้หรือค่ะ เรากลับมารักกันอีกครั้งไม่ได้แล้วหรือ?” แชวอนอ้อนวอนพร้อมสะอื้นไห้ อัญชันนิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆแกะมือบางออกและหันหน้ามาหาร่างบางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

“ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร แต่ดูเหมือนว่าฉันคงจะทำให้คุณเข้าใจผิด เพราะฉัน......จำไม่ได้เลยว่าเคยบอกรักคุณตอนไหน ส่วนเรื่องยกโทษอะไรนั่นฉันก็ไม่ได้ติดใจอะไร ยังไงมันก็จบไปนานแล้ว ฉันว่า...เราลืมๆมันเสียเถอะค่ะ...นะค่ะ” ร่างเล็กตอบพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง ทิ้งให้ร่างบางยืนตะลึงกับคำตอบที่ได้รับ ขาทั้งสองข้างล้าจนไม่สามารถรับน้ำหนักของตัวเองได้ เธอทรุดตัวลงกับพื้นอย่างคนหมดแรงก่อนจะฟูมฟายอย่างคนไม่ได้สติ ความรักที่เธอเคยคิดว่ามีร่วมกันหากแต่เพียงความฝันที่เธอเพ้อฝันไปเองแต่เพียงผู้เดียว เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา ไม่เหลือแม้ความทรงจำดีๆให้เธอไว้จดจำ


หลังจากรวบรวมสติที่ยังเหลืออยู่น้อยนิดแชวอนพยายามพาร่างไร้วิญญาณของตัวเองเดินกลับไปยังห้องพัก แต่เส้นทางมันช่างยาวไกลกว่าขามาเป็นพันเท่า ทุกย่างก้าวนั้นหนักอึ้งราวกับน้ำหนักของความเจ็บช้ำที่เธอได้รับ เมื่อมาถึงห้องเธอก้มหน้าก้มตาเก็บกระเป๋าและจากไปอย่างเงียบๆ ทิ้งไว้เพียงตุ๊กตาหมีน้อย “เท็ดดี้เกิร์ล” โดยที่ไม่บอกลาใครแม้กระทั่งเพื่อนรักอย่างฮโยจูซึ่งออกไปเดินเล่นกับแฟนหนุ่มหมาดๆอย่างหวานชื่นอยู่ในขณะนั้น




 

Create Date : 23 มกราคม 2555
15 comments
Last Update : 23 มกราคม 2555 16:04:17 น.
Counter : 1276 Pageviews.

 

ว้าวๆๆๆๆ ลงไวทันใจวัยรุ่นจิงๆค่ะ ผอ. ขอบคุณหลาย


ตอนนี้วินสมัครpantipแล้วนะ อิอิ


แต่แต่งบล็อคไม่เป็นยากยิ่ง


 

โดย: amp_windy 24 มกราคม 2555 10:40:37 น.  

 

PLSSSSSSSSSSSSSSS ตอน 18 ด้วยค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

ขอบคุณผู้แต่งสุดหัวใจ

 

โดย: LITTLE IP: 101.108.13.186 24 มกราคม 2555 10:56:24 น.  

 

เค้าเริ่มสงสารนางเอก แล้วนะทำกันเกินไป
...หนีไปเลยดีกว่า..คนใจดำ

 

โดย: น้ำลายศอ IP: 165.208.150.3, 61.90.139.101 25 มกราคม 2555 10:10:08 น.  

 

ยอดเยี่ยมมากเลยวิน สุดยอดอ่ะ หวานเศร้าซึ้งกันเลยทีเดียว ขอบคุณมากสำหรับผลงานดีๆๆ

 

โดย: เกษตรศิลป์ IP: 58.11.181.235 26 มกราคม 2555 0:36:05 น.  

 

โอ้ ว้าวๆ สาวสวยเต็มหน้าเลย ขอแบบเซ็กซี่ๆ อีกรูปได้ไม๊ วิน

นะนะ ถือเป็นค่าอัพบล็อก จนเมื่อยมือ 7 ตอนรวด

 

โดย: albatross11 26 มกราคม 2555 16:19:13 น.  

 

จัดไป




 

โดย: amp_windy 26 มกราคม 2555 16:34:43 น.  

 


เศร้าจังเยยยยยยย

อยากอ่านตอนต่อไปมั๊ก ๆๆๆ

ขอบคุณผู้แต่งที่น่ารักนะค้าาาาาาาาา

จุ๊บๆๆๆๆ

 

โดย: BB IP: 182.53.15.38 27 มกราคม 2555 15:20:05 น.  

 

กำลังเศร้าเลยอ่ะ อินมากเลย จะรออ่านตอนต่อไปนะค้า
ขอบคุณที่มีบทประพันธ์ดี ๆ ให้เราได้อ่าน

 

โดย: kkm IP: 103.1.167.25 28 มกราคม 2555 21:52:42 น.  

 

กำลังเศร้าเลยอ่ะ อินมากเลย จะรออ่านตอนต่อไปนะค้า
ขอบคุณที่มีบทประพันธ์ดี ๆ ให้เราได้อ่าน

 

โดย: kkm IP: 103.1.167.25 28 มกราคม 2555 22:00:18 น.  

 

Waiting for na kha.jubjub

 

โดย: FANCLUB IP: 182.53.2.150 30 มกราคม 2555 16:12:41 น.  

 

เขามีบล็อคละนะ เข้าไปอ่านกันได้ที่นี่เลย

//mywindy.bloggang.com/


 

โดย: windy (amp_windy ) 3 กุมภาพันธ์ 2555 18:41:55 น.  

 


valentine's day ไกล้มาแล้ว ขอหวาน ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มาอัพเร็ว ๆ หน่อยนะค้าาาาาาา

 

โดย: fan club IP: 101.108.23.67 6 กุมภาพันธ์ 2555 13:17:54 น.  

 

ขอหวาน ๆ ต้อนรับ Valentine หน่อยนะคะ

 

โดย: kkm IP: 125.26.96.234 8 กุมภาพันธ์ 2555 10:23:58 น.  

 

หายไปนานเลย ขอรับ คนทางนี้เค้าคิดถึง...
ไม่รู้ บ้างเลย เหรอ......

 

โดย: น้ำลาญศอ IP: 165.208.150.3, 61.90.139.101 9 มีนาคม 2555 14:18:55 น.  

 

ไม่ลงต่อแล้วเหรอค่ะ

 

โดย: One IP: 49.230.115.30 26 เมษายน 2558 15:28:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


albatross11
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




รักกันเพียงใดก็ต้องพลัดพราก หวงไว้เพียงใดก็ต้องจำจาก ข้ามาคนเดียวข้าไปคนเดียว ไม่มีใครเป็นอะไรของใคร ต่างคนมาต่างคนไป ยิ่งยึดยิ่งทุกข์ ปล่อยวางได้จึงเบาสบาย... เมื่อปัญญาแจ่มแจ้งจะสลัดคืน เมื่อมาจากดิน ท้ายที่สุดก็สลายกลายเป็นดิน ยึดเอาไว้ก็ได้แต่ทุกข์ตอบแทน อยากโง่ก็ยึดต่อไป คิดได้ก็วางเสีย พุทธทาสภิกขุ............ .............................. .............................. ความทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจนั้น เป็นเรื่องทรมานยิ่ง และเรื่องที่จะบังคับมิให้พลัดพรากก็เป็นสิ่งสุดวิสัย... ทุกคนจะต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ที่พอใจ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง...พุทธโอวาท --------------------------- พระราชดำรัส ในรัชกาลที่ 7 เมื่อทรงสละพระราชสมบัติ เพื่อประชาชน ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจ อันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิม ให้แก่ราษฎรทั่วไป ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจโดยสิทธิ์ขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร
Friends' blogs
[Add albatross11's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.