space
space
space
<<
สิงหาคม 2566
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
space
space
26 สิงหาคม 2566
space
space
space

นายกส้มหล่น “เศรษฐา” พร้อมลุยการท่องเที่ยวประเทศไทยแล้วจ้า

หลังจาก นายเศรษฐา ทวีสิน ครองตำแหน่งนายกคนที่ 30 หลังกระแสดราม่าแบบสุดๆ แต่สุดท้ายก็เอาตำแหน่งมาได้ แบบงงๆ  ล่าสุด นายกส้มหล่น ลุยงานแล้วจ้าทุกคน มาปุ๊บทำงานปั๊บ  ลุยการท่องเที่ยวหวังดึงเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากไฮซีซันที่จะถึงนี้
 โดยที่แรกที่ลงพื้นที่นั่นก็คือ ภูเก็ตนั่นเอง


 
การมาภูเก็ตในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีของเรา  เน้นไปเรื่องการรับฟังปัญหาจากคนพื้นที่ เป็นการทำงานแนวผู้บริหารรุ่นใหม่แหละ ไม่ต้องนั่งโต๊ะ ไม่ต้องประชุม เพราะหลังโควิด19 มานี้ ธุรกิจท่องเที่ยวปิดตัวลงนั้นเยอะมากๆ ทำให้เกิดการชะงักตัว พอเปิดประเทศ ก็ยังกลับมาเที่ยวกันน้อย อาจจะไปเที่ยวประเทศอื่น เพราะแข่งขันกันเยอะแบบสุดๆ ตัวอย่างนักท่องเที่ยวจีนก็กลับมาแค่ 30%แถมท่านนายกหยอดคำหวานอีกว่าจะลงพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวทุกจังหวัดในลำดับต่อไป ไม่ให้จังหวัดอื่นๆน้อยใจกันไปอีก บอกเลยเป็นงาน !


ได้แต่หวังว่า การทำงานของท่านนายก จะกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวได้อีกครั้ง เพราะคนในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวเอง
อดยากปากแห้งกันมานานแสนนาน เพราะถึงนักท่องเที่ยวมาก็ใช้เงินแบบประหยัดมาก
นับเป็นอีกหนึ่งงานหนักที่นายกคนนี้ต้องทำให้ได้เพราะ ธุรกิจท่องเที่ยว ดึงเงินเข้าประเทศไทยได้เป็นอันดับแรกมาเสมอ เป็นการวัดความเชื่อที่ว่า นักธุรกิจมาเป็นนายกรัฐมนตรีกึ๋นดี ประสบการณ์สูง  จะทำให้ปากท้องคนไทยดีขึ้นมั้ย ต้องมาลองติดตาม
 
ที่มา : https://mgronline.com/south/detail/9660000076689
 




 

Create Date : 26 สิงหาคม 2566
255 comments
Last Update : 26 สิงหาคม 2566 14:44:34 น.
Counter : 369 Pageviews.

 

(ทัศนะส่วนตัว).. เมื่อชมรายการ”คุยตามข่าว,15กย.66”)จบแล้ว.. เราเห็นว่า..ควร”แก้กฎหมาย”ให้”องค์กรตำรวจ”เป็น”องค์กรอิสระ”ไม่อยู่ใต้อาณัติของ”ฝ่ายการเมือง”(โดยด่วน)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.14.134 17 กันยายน 2566 6:06:27 น.  

 

เพราะการที่ยอมให้”ผู้นำฝ่ายบริหาร”คุมตำรวจได้(โดยตำแหน่ง),ก็เท่ากับเป็นการ”การันตีโดยตรรกะอยู่ในตัว”ว่า..”ผู้นำบริหารทุกท่าน”จะต้องบริสุทธิ์(?),ไม่มีเรื่อง”ประโยชน์ทับซ้อน?”ทุกท่านอย่างแน่นอน?,เหมือนกันหมดทุกท่านเลย?.อย่างนั้นเลย?..ใช่หรือไม่?.. เพราะถ้ามีกรณี”การร้องเรียนผู้นำบริหาร”ขึ้นมา.. “ตำรวจ”ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของ”ฝ่ายผู้นำบริหาร”จะกล้าดำเนินการกับ”ผู้นำบริหารที่ถูกร้องเรียนเรื่องต่างๆ”(ในขณะที่มีสิทธิ์”โยกย้ายตนเอง”ได้ตลอดเวลา?)หรือไม่?..ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.14.134 17 กันยายน 2566 6:12:32 น.  

 

(ปรัชญาป้องกัน”การคอร์รัปชั่น”หรือ”การหลบเลี่ยงภาษี”)..
1.คุณจะป้องกันการใช้”สายสัมพันธ์”และการ”ติดต่อวิ่งเต้นล้มเรื่องร้องเรียนต่างๆ”,เมื่อเริ่มต้นมีการตั้ง”คณะกรรมการตรวจสอบ”,ของ”องค์กรตรวจสอบใดๆ”ก็ตาม,ใน”แต่ละคณะ”ขึ้นมาใน”แต่ละครั้ง”ได้หรือไม่?.. เพราะถ้าเป็นสมัยก่อน.. ถ้าจะติดต่อวิ่งเต้นต้องใช้วิธี"แอบไปพบกันด้วยตัวต่อตัว”(โดยไม่ให้มีใครรับรุ้,หรือพบเห็น).. แต่สมัยนี้แค่มี”โทรศัพท์ติดต่อ”ก็สามารถติดต่อเคลียร์กันได้แบบ”ทุกที่-ทุกเวลา”,อย่างสบาย,แม้ไม่ต้องไปเจอตัวกันเลยก็ตาม.. ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.14.134 19 กันยายน 2566 1:05:57 น.  

 

2.(ณ โคนัทแลนด์-แดนสมมุติ).. ต่อไปนี้เป็น”เรื่องสมมุติ”เท่านั้น.. เราพบว่า.. ในขณะที่มีการพูดถึงเรื่อง”น้ำมันแพงมาก”กันอย่างมากมาย.. แม้ตั้งแต่หลายปีดีดักมาแล้วก็ตาม.. จะสังเกตว่า.. มักไม่คอยมี”สื่อสารมวลชนต่างๆแทบทุกแขนง”จะหยิบเอาเรื่อง”ความโปร่งใสในการบริหาร?”เรื่อง”ปริมาณน้ำมัน(แก๊ส)ที่ผลิตได้จริงๆในแต่ละบ่อ”(และ”ยอดรวมที่ผลิตได้ทั้งหมด”)และ”ราคาน้ำมัน(แก๊ส)ที่ควรขายปลีกให้กับประชาชน”มาพูดกันใน”วงการสื่อ”(อย่าง”กว้างขวาง”และ”เจาะลึก”)แต่อย่างใดเลย(?).. ซึ่งมักมีการพุดคุย,ตั้งข้อสังเกตกันเองใน”ร้านกาแฟ”หรือ”กลุ่มย่อยต่างๆ”ว่า.. ก็อาจเป็นเพราะว่า.. ก็เพราะ”บริษัทน้ำมัน(บางบริษัท)ให้สปอนเซ่อร์กับ”สื่อต่างๆ”(บางส่วน)เป็นจำนวนมาก(ในทุกๆปี)ไงล่ะ(?).. ดังนั้น..”สื่อบางส่วน”เขาก็ต้องเกรงใจ,หลีกเลี่ยงที่จะพูดวิเคราะห์ใน”เรื่องเหล่านี้”ไงล่ะ(?)..(ใช่หรือไม่?)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.14.134 19 กันยายน 2566 1:31:42 น.  

 

3.ถ้าจะป้องกัน”การคอร์รัปชั่น,การหลบเลี่ยงภาษี,การฟอกเงิน”ใน”แต่ละเรื่อง,แต่ละหน่วยงาน,แต่ละบริษัทธุรกิจ”.. ก็จะมีคำถามว่า.. ก็ต้องหา”คนดีจริงๆ,ตรงจริงๆ”มาเป็น”คณะกรรมการตรวจสอบ”สิ!?.. แต่ถามว่า..แล้วจะหาได้มั้ย?.. ในขณะที่”เงิน”(สิ่งสมมุติ)ยัง”มีค่า,มีความหมาย”(เป็นดุจ”แก้วสารพัดนึก”)ใน”สายตาและความนึกคิด”ของ”มวลหมู่มนุษย์”ในโลกนี้..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.14.134 19 กันยายน 2566 1:54:35 น.  

 

4.(สิ่งงงๆสำหรับ”สังคมไทย”).. สมัยหนึ่ง.. คำว่า”เสียสัตย์เพื่อชาติ”จะถูกต่อต้านอย่างหนัก.. แต่ยุคปัจจุบัน..ทัศนะกลับเปลี่ยนแปลงไป.. บางคนบอก”คนดีตายหมดแล้ว?”.. อย่างเช่น.. ”เจ้าหน้าที่ดูแลป่าท่านหนึ่ง” หรือ”คนขับแท็กซี่ท่านหนึ่ง” หรือ”ทนายที่หายตัวไปท่านหนึ่ง”ในอดีตที่ผ่านมา.. เป็นต้น..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.14.134 19 กันยายน 2566 2:11:15 น.  

 

5.สมัยพุทธกาล(ตามพระวินัย)บอกว่า..”ภิกษุห้ามค้างคืนอยู่ใกล้เขตทหาร”ด้วยซ้ำไป.. แต่สมัยนี้..”บางสำนักศาสนา”กลับบอกว่า..”นักบวชยุ่งเกี่ยวกับการเมืองได้”,ถึงขนาดสนับสนุนให้”ลูกศิษย์คนสำคัญ”(ซึ่งคลุกคลีอยู่ใน”สำนักนั้นๆ”อยู่เป็นประจำ)ให้”ก่อตั้ง”และเป็น”หัวหน้าพรรคการเมือง”เลยด้วยซ้ำไป..(จึงเป็นการยากที่จะมองหาว่า.. จะมีใครที่เป็น”คนดี,คนตรง”ที่”บริสุทธิ์จริงๆ”,เพื่อดึงให้มาช่วยเป็น”ผู้ตรวจสอบการคอร์รัปชั่น”ใน”สังคมไทย”ได้?)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.14.134 19 กันยายน 2566 2:27:32 น.  

 

6.บางที..เราก็มองว่า.. เดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยี่”สื่อสารพิเศษ”,และถ้า”ป้อนข้อมูล”ให้”ระบบสื่อสาร”ดีๆ.. บางที”ระบบสื่อสาร”อาจทำงานได้ดีกว่า,เร็วกว่า,และถูกต้อง,ตรงไปตรงมา,ไม่มีอคติ(Bias)..กว่าการให้”การตัดสินใจ”อยู่ที่”ตัวบุคคล”เสียอีก(หรือไม่?).. คือเราคิดแบบเรานะ.. ว่า.. เราน่าจะใช้”ระบบสื่อสาร”มาทำงานแทน”ประธานที่ประชุมต่างๆ”(เฉพาะ”องค์กรที่สำคัญๆ”)..จะดีหรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.14.134 19 กันยายน 2566 3:06:28 น.  

 

7.ก่อนหน้านี้.. เราเคยสงสัยว่า.. แค่”ตำแหน่งประธานที่ประชุม”(ที่มีหน้าที่แค่”ชี้ให้คนไหนลุกขึ้นพูดก่อนหลัง”)เท่านั้น.. ทำไมจึงมี”กลุ่มการเมืองหลายกลุ่ม”อยากได้”ตำแหน่งนั้น”มาเป็นของ”กลุ่มตนเอง”.. แต่เมื่อเวลาผ่านไป.. เราจึงค่อยอ๋อ!.. ว่าเพราะ”ตำแหน่งประธานที่ประชุม”จะมีผลในการ”คัดหางเสือของสภา”ให้ไปใน”ทิศทาง”ที่”กลุ่มการเมืองนั้น”พึงประสงค์”ได้อยู่พอสมควรเลยทีเดียว?..นั่นเอง..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.14.134 19 กันยายน 2566 3:12:59 น.  

 

8.ประชาธิปไตยที่"เยิ่นเย้อและระเบียบมาก"(ทำให้เสียเศรษฐกิจ,เสียเวลาของประเทศ,และเสียงบประมาณ,และหมดเงินไปกับ"กลไกของรัฐเพื่อการตรวจสอบ"อย่างมากมาย).. ทำให้"พวกฉลาดซิกแซ็กเก่ง"มี"ช่องทุจริตเพื่อพวกพ้อง"( ="ประโยชน์ทับซ้อน,ซับซ้อน").. ควรสร้าง"ระบบใหม่"( ="สภาประชาชน"),โดยให้ประชาชนมีสิทธิ์"ร่วมตัดสินใจ"ใน"ประเด็นที่สำคัญของประเทศ"(อาจใช้"ระบบซูม"ก็ได้).. แต่ต้องมี"ภาพตัวตนจริงที่เข้าร่วมประชุม"(ถ้าจำเป็นต้อง"จำกัดจำนวนคน",ให้ใช้"ระบบสุ่มจับฉลาก"โดยใช้"ระบบอัตโนมัติ"ทาง"โปรแกรมคอมฯ",เพื่อไม่ให้เกิดการ"จับกลุ่ม,หาพวก"มา"ล็อคโหวต"เพื่อ"ประโยชน์"แก่"บางกลุ่ม"ที่มีการ"จัดตั้งขึ้นมา"ด้วย"ระบบทุน"หรือ"ระบบอำนาจปกครองดั้งเดิม"ได้) และให้มีการโหวต"รับ?หรือไม่รับ?"เรื่องใดๆที่เป็น"ปัญหาสำคัญนั้นๆ".. เช่น.. ในเรื่องของ"การบริหาร,ด้านสังคม,ด้านตัดสินถูกผิด,การฮั้วประมูล,การล็อคสเป๊ค,การแต่งตั้งโยกย้าย,การอนุมัติงบต่างๆ,และการออกกฎหมาย,และกฎระเบียบ,กฎกระทรวงต่างๆ"ได้ทุกเรื่อง.. และมีผลทางกฎหมาย(หลังโหวตรับ,หรือโหวตให้ตกไป)ได้ทันที.. เช่นนี้เป็นต้น..(แต่ถ้าเป็นการประชุมสถานที่จริง,ให้จับฉลากผู้เข้าในห้องประชุมใหม่ทุกรอบ,โดยไม่ต้องมี"เบี้ยเลี้ยง"หรือ"เงินเดือนใดๆ",แต่ให้มีอาหารตามมื้อจัดให้ตามสมควร.. เช่นนี้เป็นต้น)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.14.134 19 กันยายน 2566 4:00:20 น.  

 

9.จริงๆถ้าจะบอกว่า..ชาวบ้านคนไทยนั้นไม่ฉลาด( =”โง่”)ก็คงไม่ใช่.. จริงๆเขา”พร้อมที่จะฉลาด”รู้เท่าทัน”คนโกง”ได้เสมอ.. ถ้าเพียงมีการ”อธิบายหลักคิด”ให้เขาฟังเพียงเล็กน้อย.. แต่”สื่อมวลชนบ้านเรา”(บางส่วนหรือส่วนมาก)ก็มีลักษณะของ”ธุรกิจสื่อ”(ที่”บางเรื่อง”ก็พูดไม่ได้)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.14.134 19 กันยายน 2566 11:50:23 น.  

 

10.ซึ่ง”สื่อบางส่วน”บางทีก็ไม่ยอมพูดเพื่อ”เสริมปัญญาให้ชาวบ้านฉลาด”.. เช่น.. อาจจะพูดหลักการว่า..ความผิดปกติในสังคมคืออย่างไร?.. เช่น.. 1.ถ้า”ผู้ซื้อ”(หรือ”ผู้ที่ทำโครงการซื้อต่างๆ”)ยินดี(หรือไม่ทักท้วง,ไม่สืบราคาท้องตลาดเสียก่อน).. แล้ว”ยินดีซื้อของ”ใน”ราคาที่แพง”(เกินจริง)กว่า”ราคาในท้องตลาด”แบบ”หลายเท่า”จาก”ราคาที่แท้จริง”.. อย่างนี้(แม้ไม่ต้องรอ”ใบเสร็จ”)ก็น่าจะสามารถ”ฟันธง”ได้ว่า..ต้องมีความ”ไม่ชอบมาพากล”แน่ๆ.. เช่นนี้เป็นต้น.. หรือ2.คุณเป็นเอกชน,และคุณยอมซื้อ”อสังหาริมทรัพย์”กับ”บางบุคคล”ที่”แพงจนผิดสังเกต”..นี่ก็ถือเป็นเรื่องแปลกละ?.. หรือ3.คุณ”ขายบางสิ่ง”(เช่น”ขายหุ้น”)แบบเงียบๆให้กับ”เครือญาติ?”หรือ”คนสนิท?”แบบ”ราคาถูกๆ?”จน”ผิดสังเกต?”.. นี่ก็ต้องอนุมานว่า..น่าจะมีเรื่องที่ไม่ตรงไปตรงมาละ?.. ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.14.134 19 กันยายน 2566 11:58:44 น.  

 

11.ในประเทศไทย.. เรายังไม่เห็นใครที่จะถือว่าเป็น”นักต่อสู้”แบบ”จริงๆ”.. ไม่ว่าจะเป็น”บรรดานักร้อง”(เรียน)ท่านต่างๆก็ตาม.. เราว่า”บางท่าน”ก็อาจจะกำลัง”ดูทิศทางลม?,ทะเลช่วงนี้มีคลื่นแรง,เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง(?)..ประมาณนั้น(หรือไม่?).. “บางท่าน”เคยเป็น”ผู้ตรวจสอบความไม่ถูกต้อง”,ภายหลังก็ไปมีตอบโต้กับ”บางด้อม”,ทั้งๆที่จริงๆไม่ควรถือสา”พวกเด็กๆ”ที่มีแรงบันดาลใจที่จะ”ทำเพื่อสังคม”,ช่วงหลัง”เรตติ้งของท่าน”ก็ดูจะไม่เหมือนเดิม.. ช่วงการต่อสู้ของ”กลุ่มพธม.”,มีหลายท่านที่โดดเด่น.. เช่น.. “คุณร.”ที่ต่อสู้เรื่อง”น้ำมันแพง”อย่างเผ็ดร้อน.. และ”ดร.จ.”ที่มาตะลุยเรื่อง”รู้ทันบางคน”.. ทั้ง2ท่าน,และยังมีท่านอื่นอีกมากที่เป็น”นักต่อสู้ในอดีต”.. ก็ดูเหมือนจะเงียบๆไปซะมาก..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.14.134 19 กันยายน 2566 12:33:01 น.  

 

วันนี้(26-9-66).. เราได้ดูคลิปของ”ช่องว.ทีวี”ที่”ตัวแทนแอมเนสตี้เรียกร้องสิทธิประกันตัว”.. เรามีความในใจดังนี้.. แม้”รบ.ชุดนี้”จะเข้ามาเป็น”รบ.”ด้วยการที่มี”ปชช.”ทั้ง”ส่วนที่ยอมรับ”และ”ส่วนที่ไม่ยอมรับ”กระจายกันไปใน”กลุ่มต่างๆ”.. แต่เพราะ”คนไทยทุกคน”ยังไงเสียก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยอยู่ดี.. ดังนั้น.. อยากขอเสนอต่อ”รบ.ชุดนี้”ว่า.. ควรเปิด”มิติใหม่”(แนวคิดสร้างสรรค์ใหม่)ของ”รบ.พลเรือน”(เพื่อเป็น”จุดเริ่มต้น”ที่อาจจะสามารถ”นั่งอยู่ในใจของปชช.”ในอนาคตต่อไปได้).. โดยมีข้อชี้แนะว่า.. ถ้ารบ.ต้องการให้ปชช.ยอมรับเพิ่มขึ้น.. ก็ควร”คิดใหม่..ทำใหม่”ให้ต่างจาก”รบ.ในอดีตต่างๆ”.. โดยที่ถ้ามี”ประชาชน”(ไม่ว่าจะเป็น”กลุ่มใด”ก็ตาม)ออกมายื่น”หนังสือเรียกร้องต่างๆ”,ในแต่ละประเด็น.. ก็อยากบอกว่า..ถ้าไม่มี”กิจธุระเร่งด่วน”ที่จำเป็นจริงๆ.. ก็อยากให้มี”นโยบาย”ให้”หัวหน้าสูงสุดของแต่ละหน่วยงาน”ควรออกมา”รับหนังสือเรียกร้อง,หรือร้องเรียน”จาก”ประชาชน”ซึ่งเป็น”เจ้าของภาษี”)โดยตรง..(โดยท่านไม่ต้องกลัวประชาชน,ไม่ต้องหนีหรือหลบประชาชน).. โดยไม่ต้องให้”ตัวแทน”ออกมา”รับหนังสือแทน”,เพื่อที่ท่านจะได้สัมผัสกับ”แววตาและความรู้สึก”ของ”ประชาชนแต่ละกลุ่ม”โดยตรง..[และ”ประชาชนที่มาชุมนุมเรียกร้อง”และรวมทั้ง”ประชาชนทางบ้าน”ที่ชมการ”Liveสด”..ก็ยิ่งจะรู้สึกปลาบปลื้มในตัว”ท่านหัวหน้าหน่วยงาน”(ที่ออกมา”รับหนังสือ”)รวมทั้ง”รบ.ของท่าน”มากยิ่งขึ้นด้วย].. ซึ่งจะทำให้เกิด”พลังแห่งมิตรไมตรี”ที่จะช่วยทำให้”กลุ่มพลังต่างๆ”มี”ความรู้สึกในทางบวก”ต่อ”รบ.ชุดของท่าน”มากขึ้น.. และท่านอาจ”บริหารนโยบายต่างๆ”ได้”ง่ายขึ้น,สะดวกขึ้น”ด้วย.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.196 27 กันยายน 2566 1:23:05 น.  

 

“คุณวราวิทย์”เป็น”พิธีกรข่าว”ที่ซักไซ้,ซักถามได้ค่อนข้าง”ละเอียด,เจาะลึก,และซับซ้อนมาก”ท่านหนึ่ง,เท่าที่เคยติดตามดู”รายการของพิธีกรท่านนี้”มานาน.. วันนี้เราดูท่านถาม”ผู้ร่วมรายการท่านหนึ่ง”เกี่ยวกับ”คดีที่กำลังเข้มข้นในหน้าสื่อ”(ขณะนี้).. ซึ่งเรามี”เกร็ดข้อแบ่งปันความเห็น”ดังนี้.. “ธรรมชาติ”หรือ”แง่จิตวิทยาของมนุษย์”.. อาจจะมี”คนบางส่วนในสังคม”ที่อาจไม่ได้สนใจ,สังเกต”ท่าทีของบุคคลต่างๆ”เวลาที่ถูก”สื่อมวลชน”ถาม(จึงอาจไม่สามารถ”อ่านใจบุคคลต่างๆ”ได้).. แต่มี”คนจำนวนมาก”(เพราะเหตุที่ต้อง”สัมพันธ์,คลุกคลี”กับ”ผู้คนใกล้ชิด”ใน”ชีวิตประจำวัน”มาตลอดชีวิต).. จึงมักจะพอ”อ่าน,จำแนกบุคคลต่างๆ”ที่แสดงออกในการ”พูดคุยหรือให้สัมภาษณ์”ได้ไม่ต่างจากเรา..เช่นกัน.. ซึ่งเราเอง,เวลาดูการ”ให้สัมภาษณ์ต่างๆ”,เราจะชอบสังเกต”ท่าทีบุคคล”.. และเรา”ประเมินส่วนตัว”ว่า.. กรณีข้างต้น,”ผู้ร่วมรายการท่านนี้”ดูค่อนข้างที่จะมี”ความบริสุทธิ์ใจ”และ”ตรงไปตรงมา”ในการ”ตอบคำถามสื่อ”อย่างมาก(ขออนุญาตวิเคราะห์เพื่อแบ่งปันความรู้กัน..เท่านั้นครับ).. ซึ่งดูว่ามี”ท่าทีที่นิ่ง,มีสายตาไมตรี,สื่อความจริงใจ,การพูดมีน้ำเสียงที่ราบรื่น,ไม่ติดขัดใดๆเลย”.. ซึ่งส่วนตัว,เราจึงเชื่อว่า”ท่านผู้นี้บริสุทธิ์”(หรือ”ค่อนข้างบริสุทธิ์”).. แต่อยากเปรียบเทียบกับ”ผู้ที่ถูกผู้สื่อข่าวถาม”ใน”คดี”เกี่ยวกับ”วัตถุออกฤทธิ์บางชนิด”ที่เป็นข่าวเมื่อเร็วๆนี้.. จะเห็นว่า”ผู้อยู่ในคดีนี้”(บางท่าน)แม้จะตอบสื่อได้เร็ว,ได้คล่องมาก(?).. แต่เรามองส่วนตัวว่า..ดูจะค่อนข้างคล่องแคล่ว,ในการ”ใช้สมอง”เพื่อ”ตอบคำถาม”อย่างมาก(เหมือนมี”ความชำนาญเชิงกลเม็ด”หรือ”เทคนิค”ในการ”พบปะ,พูดคุย,สัมพันธ์”กับ”บุคคลต่างๆ”มาก่อน).. ซึ่งเราจะ”ให้คะแนน?”ลดลงมาจากที่กล่าวถึง”ท่านแรก”ค่อนข้างมาก.. ส่วนอีก”คดี”ที่มี”เด็กเล็ก”ถูกทิ้งจน”เสียชีวิต”ที่”ต่างจังหวัด,จังหวัดหนึ่ง”เมื่อราว3ปีก่อน.. ซึ่งเรามองว่า”ผู้ที่ถูกผู้สื่อข่าวถาม”(บางท่าน)ดูจะมี”ท่าที,สายตา,การตอบผู้สื่อข่าว”แบบ(ไม่สนิท),ที่”คนดูหลายคน”(ที่ช่างสังเกต),ก็จะพอมองออกว่า.. มี”อะไรบางอย่างในใจ?,ในสมอง?”ที่อาจเป็น”คนละอย่าง”กับสิ่งที่”สื่อสาร”กับ”ผู้สื่อข่าว”ออกมา(?).. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.196 30 กันยายน 2566 6:12:28 น.  

 

วันนี้..ได้ดูรายการ”ลุยชนข่าว,30-9-66”ตอน”นักมวยกตัญญูช็อกแม่ถูกจับ”.. ต้องยอมรับว่า..“สังคมนี้สีเทาๆ”และ”เหลื่อมล้ำ”จริงๆ.. “บางคน”ดูยังแข็งแรงมาก,จากภาพที่เคยเห็นทาง”อินเตอร์เน็ต”.. แต่ได้รับการ”ดูแลอย่างดี”ใน”รพ.ของรัฐ”(ด้วย”ข้ออ้างทางกฎหมาย”สารพัด).. แต่”ผู้ต้องหาบัญชีม้าบางคน”เป็น”โรคหัวใจโต”(คนที่บ้านเราก็เป็น”โรคนี้”และเสียชีวิตไปแล้ว,เมื่อ20ปีที่แล้ว,พ.ศ.2546),ซึ่ง"โรคหัวใจโต"นี้,เท่าที่ทราบ,เสี่ยงกับการ”เสียชีวิต”เพราะ”หัวใจอาจเต้นผิดจังหวะ”ได้ง่ายๆ,ถ้ามีเหตุ”กระทบกระเทือนจิตใจ”,เพราะ”หัวใจ”จะ”ทำงานหนัก”และ”เต้นถี่รัว,เร็วขึ้น”.. แต่มีคำถามว่า.. ทำไม”ผู้ต้องหารายนี้”จึงไม่ได้รับการดูแลให้ได้”พักอยู่ในรพ.”บ้าง?.. เราอยากให้”ทุกคนในสังคมไทย”(โดยเฉพาะ”ผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ๆของบ้านเมือง”ทั้งหลาย)ได้ตระหนักถึงคำว่า.. “สังคมเรา”นี้,มี”ประเด็น”เรื่อง”ฝนตกไม่ทั่วฟ้า”นั้น..เป็นเรื่องจริง..จริงๆ.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.196 30 กันยายน 2566 20:02:40 น.  

 

วันนี้ได้ดูคลิป”สุดยอดตำรวจ! ลุยจับหนุ่มขับมอไซค์ย้อนศร”(2-10-66).. เยี่ยมมากๆ..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.15.47 2 ตุลาคม 2566 15:54:26 น.  

 

ขอกล่าวชื่นชม”ตำรวจยุคนี้”(พร้อมเทคโนโลยี่”กล้องจิ๋วติดตามตัว”).. ภาพชัดเจนดีมาก,ขับรถมอไซค์ตามติด”ผู้ขับรถย้อนศรการจราจร”.. ใครเห็นภาพคลิปนี้..น่าจะเข็ดกับการ”ขับรถย้อนศรการจราจร”กันไปอีกนานครับ..(ควรให้รางวัล”ยอดตำรวจ”กับ”นายตำรวจท่านนี้”ด้วยนะครับ.)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.15.47 2 ตุลาคม 2566 16:00:50 น.  

 

เรานึกว่ากำลังชมการ”ถ่ายทำหนัง”เสียอีก,ภาพต่อเนื่องไม่มีตัดต่อ,ทำให้นึกถึง”เรื่องทอมกับเจอร์รี่”.. เจ้า”เจอร์รี่”ก็แสนกล,เจอ”ทอม”เมื่อไหร่เป็นต้องวิ่งหลบ,จน”ทอม”หัวหมุน.. แล้ว”เจอร์รี่”ก็มักจะรอดตัวไปได้เสมอ.. แต่”หนุ่มเจอร์รี่คนนี้”ไปไม่รอดแฮะ!!!..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.15.47 2 ตุลาคม 2566 16:06:15 น.  

 

ได้ดูรายการ”ลุยชนข่าว,5-10-66”.. เรามี”ความเห็น”และ”ข้อเสนอแนะส่วนตัว”.. 1.พิจารณา”ปรับปรุงหรือทบทวน”การ”ครอบครองอาวุธ”,อย่าให้อิสระเกินไป.. 2.”พ่อ,แม่,ผู้ปกครอง”ต้อง”รับผิดชอบ”(ปรับโทษ)มากยิ่งขึ้น,เมื่อ”เด็กในปกครอง”มี”การครอบครองอาวุธ”(แม้ยังไม่ได้ใช้งาน),และ”ใช้งานอาวุธบางชนิด”.. 3.ปรับ”ลดอายุผู้เริ่มรู้เดียงสา”พอที่จะ”ใช้งานอาวุธ”เพื่อ”ทำร้ายผู้อื่นได้”,โดยน่าจะต้องให้”มีโทษ”ตามสมควร,นับตั้งแต่”12ปีขึ้นไป”ได้แล้ว,หรือไม่?(มิเช่นนั้น.. จะมี”เหยื่ออีกกี่ราย?”ที่อาจต้อง”ประสบเหตุเช่นนี้อีก?”ในอนาคต?).. 4.”สถานที่”ที่มี”คนไปร่วมกัน”(จำนวนมาก)เพื่อ”การพาณิชย์”และ”สถานบริการต่างๆ”(รวมทั้ง”สถานที่จัดคอนเสิร์ต”และ”โรงภาพยนตร์”)ควรจัดให้มี”เครื่องตรวจโลหะ”ในทุกๆ”ช่องทางเข้า-ออก”(ไม่มี”ข้อยกเว้น”)..ดีหรือไม่?.. 5.พิจารณา”เซ็นเซ่อร์เกมส์”ที่มี”เนื้อหา”ที่เน้น”สร้างอารมณ์สนุก,ตื่นเต้น,เร้าใจ,รู้สึกเป็นฮีโร่?”ในการได้”โจมตีศัตรูหรือคู่ต่อสู้”(แม้จะเป็นแค่”ภาพการ์ตูน”ที่สร้างขึ้นจาก”จินตนาการ”เท่านั้น?..ก็ตาม).. ดีหรือไม่?.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.17.116 5 ตุลาคม 2566 10:01:29 น.  

 

“คติ(ปรัชญา)ชีวิต”วันนี้.. หยุดเน้นเรื่องการเพิ่ม”GDP”ให้มากๆ.. กลับสู่”ทางเกวียนสายเก่า”,อยู่ในครรลองของ”ศีลธรรม”ของ”แต่ละศาสนา”.. ใช้ชีวิตแบบ”เรียบง่าย”,เน้นเศรษฐกิจพอดี,พอเพียง”.. เน้นต้อนรับเฉพาะ”ผู้ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ”(แบบคล้ายๆ”ประเทศภูฏาน”).. เช่น.. การ”ท่องเที่ยว”แบบ”ทัศนะศึกษา,ชื่นชมธรรมชาติ,ป่า,เขา,น้ำตก”(งด”เครื่องดื่มแอลกอฮอล์”ที่ทำให้”ขาดสติ,สัมปชัญญะ”และ”ขาดความยับยั้งชั่งใจ,ที่สนุกจนเกินควร,เกินพอดี”).. เป็นต้น.. อย่างนี้ดีหรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.17.116 5 ตุลาคม 2566 10:27:00 น.  

 

(“ปรัชญาป้องกันคอร์รัปชั่น”เพิ่มเติม)..(“คอมมิชชั่น=คอร์รัปชั่น?”..หรือไม่?)..(สิ่งที่”ผู้ใหญ่ๆในสังคม”ไม่ออกมาพูดให้ชัดๆ?).. “สังคมเรา”มักมีการพูดกันว่า..”แตะตรงไหน?..ก็มีเรื่องการทุจริตตรงนั้น(?)”.. เช่น.. การจัดซื้อ”อุปกรณ์บางอย่าง” เป็นต้น.. ซึ่งมีการพูดกันทำนองว่า.. ถูก”ผู้ขาย”หลอกลวงมาอีกที?,โดยที่”ผู้ลงนามต่างๆ”ใน”หลายๆกรณี”นั้นไม่มี”เจตนาร่วมทุจริตด้วย?”..ประมาณนั้น?.. โดยที่มีการ”ดำเนินคดี”,โดยระบุให้”ผู้ขายต้องชดใช้เงินคืน”แล้ว(?).. แต่จริงๆก็ยังต้องมีการ”บังคับคดี”,ซึ่งอาจกินระยะเวลายาวนาน.. ซึ่งก็ไม่รู้จะได้เงินคืนมาหรือไม่?.. ที่สุดก็อาจต้องตามไป”ฟ้องร้องทางแพ่ง?”กันอีก(?),ซึ่งเสียเวลามากมาย.. “ข้อเสนอแนะ”.. คือ.. “ทางผู้ตรวจทุจริต”ของ”องค์กรใดๆ”ก็ตาม,ควรต้องตาม”ตรวจสอบ,ล้วงลึก”ไปถึงว่า.. แม้ทาง”ผู้ขาย”จะสารภาพว่า..เป็นการ”หลอกลวง”ใน”เรื่องคุณสมบัติของสินค้านั้นๆ”ไปแล้วก็ตาม.. แต่การจัดซื้อ”อุปกรณ์ที่มีราคาสูงเกินจริงมากๆ”นั้น.. น่าจะมี”ผู้ดำเนินการจัดซื้อ”(ใน”บางขั้นตอน”)ที่(อาจ)ได้รับ”ค่าคอมมิชชั่นต่างๆ?”ด้วยหรือไม่?.. ไม่ควรคิดแค่คร่าวๆว่า..”ผู้ขาย”ได้ถูก”ตัดสินว่าผิดไปแล้ว?”เท่านั้น?..ก็คือ”จบเรื่องนั้นๆ?”กันไปเลยเท่านั้น?.. ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.17.116 6 ตุลาคม 2566 12:29:26 น.  

 

เดี๋ยวนี้เรามี”สังคมโซเชี่ยล,โลกโซเชี่ยล”.. ใน”โลกโซเชี่ยล”,ใครพูดได้”เสียงดังกว่า?”(ดู”น่าเชื่อถือกว่า?”)ก็ดูจะมี”อิทธิพลทางความคิด?”ต่อ”คนในโลกโซเชี่ยล”,และก็จะสะพัด”แนวคิดเหล่านั้น”ไปสู่”สังคมภายนอก”ไปเรื่อยๆ.. ได้ฟัง”อินฟลูเอ็นเซ่อร์โซเชี่ยลบางท่าน”พูด”เสียงดัง”,บอก”อย่าไปโทษเกมส์(ทางออนไลน์)”(ซึ่งเราไม่เห็นด้วย).. “เกมส์ออนไลน์”แม้ว่า”ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีทั้งหมด”.. ซึ่ง“เกมส์บางอย่าง”ก็ช่วยส่งเสริม”ทักษะบางอย่าง”.. เช่น.. การใช้”สมองขบคิดแก้ปัญหา"และการ”ฝึกทักษะขยับนิ้วมือ”.. แต่”เกมส์หลายอย่าง”ก็ส่งเสริมการ”ใช้อารมณ์?”ที่ไปในทาง”รุนแรง,เอาชนะศัตรู?”,ทำให้เกิดความ”ก้าวร้าว,รุนแรง?”สะสมใน”จิตใจและอารมณ์”ไปเรื่อยๆ(รอวัน”ปะทุ,ระเบิด”ออกมาในวันใดวันหนึ่ง).. จะพูด”เชิงเทคนิค”ก็ได้เหมือนกัน.. คือไม่ต้อง”โทษเกมส์”ก็ได้เหมือนกัน.. แต่ควรโทษ”ผู้ที่อนุญาต”ให้มี”เกมส์รุนแรง?”แพร่สะพัดกันใน”โลกโซเชี่ยล?”อย่างนี้ก็ได้เหมือนกัน?.. เหมือนกับว่า..อย่าไปโทษ”เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ”ว่า..เป็น”เหตุแห่งความรุนแรง?”และ”อาชญากรรมในสังคมต่างๆ?”นั้นก็พูดได้เช่นกัน.. แต่ก็ควรโทษว่า.. “ผู้ผลิต,ผู้จำหน่าย,ผู้นำเข้า”ใน”ผลิตภัณฑ์เหล่านั้น”ว่า.. ควรมีส่วน”รับผิดชอบ”ต่อ”เหยื่อ”ที่ถูก”ผู้ที่ดื่ม”(บางคน)แล้วไปสร้าง”ความเสียหายให้กับสังคม?”กันอย่างไรดี?.. จะพูดอย่างนี้ก็ได้เหมือนกัน?.. นั่นต่างหาก?.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.17.116 6 ตุลาคม 2566 13:54:21 น.  

 

(“ข้อคิด”).. “สังคมบางส่วน”ไม่ควรพูดว่า.. “ไม่เกี่ยวกับเกมส์”(?)หรือ”อย่าโทษเกมส์”(?).. แต่ควรพูดว่า.. “ปัจจัย”ที่ทำให้”เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง”ที่”ไม่คาดคิด?”นั้น.. “เกมส์”ที่เกี่ยวกับการ”ต่อสู้,ใช้อาวุธตอบโต้กัน”นั้นก็มีส่วนด้วย(?).. และคงไม่ใช่แค่”เหตุเกี่ยวกับเกมส์?”แค่อย่างเดียว(?).. แต่ยังมี”เหตุปัจจัยอื่นๆ”ที่ประกอบกันจนก่อให้เกิด”เหตุการณ์ดังกล่าว”..ก็น่าจะมีส่วนด้วย.. เช่น.. 1.การ”ควบคุมหรืออนุญาต”ให้มี”อาวุธครอบครอง”.. 2.วิธีการ”เลี้ยงดู”จาก”พ่อ,แม่,ผู้ปกครอง”(เลี้ยงด้วย”จิตวิญญาณ”?หรือเลี้ยงด้วยการ”ปรนเปรอทรัพย์สิน,เงินทอง”?).. 3.”กฎหมาย”ที่ควรต้อง”ปรับปรุง,แก้ไข”,กรณี”อายุของผู้ก่ออาชญากรรม”ควรลดลงเหลือ”12ปี”,ก็ควรต้องให้”รับโทษบ้าง,บางส่วน?”..ดีหรือไม่?(โดยอาศัยอ้างอิงจาก”อายุช่วงราว12ปี”,ก็สามารถมี”ฮอร์โมนทางเพศ”ที่สามารถมี”เพศสัมพันธ์กัน”ได้แล้ว,ซึ่งชี้ถึง”สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์”ที่”เต็มรูปแบบประมาณหนึ่ง”แล้ว?..หรือไม่?,จึงควรต้อง”รับผิดชอบ”กับ”การกระทำที่รุนแรง?”ของ”ตนเอง”บ้าง?,บางส่วน?..หรือไม่?.. ซี่งจะอ้างว่ายัง”ไร้เดียงสา?”ไปเสียทั้งหมด?..คงไม่ได้?)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.17.116 6 ตุลาคม 2566 15:15:19 น.  

 

(A)ได้ดูคลิปวิเคราะห์”ประเด็นการศึกษาไทย”ของ”สส.ท่านหนึ่ง”(7-10-66)ที่ให้ความเห็นไว้ได้น่าฟัง.. ส่วนตัวเรา,มีความเห็นดังนี้.. 1.”การรับน้อง”นั้นมีได้,แต่ต้องใช้”หลักความเมตตา”แบบ”พี่กับน้อง”,ไม่ควรใช้”ความกดดัน”เพื่อให้”น้องต้องเกรงกลัวรุ่นพี่”,เพราะไม่เป็นประโยชน์,และอาจเกิด”เหตุร้ายที่ไม่คาดคิด?”ได้.. 2.กรณี”น้องคนหนึ่ง,วัย15”ที่ถูก”ระบบโรงเรียน”กดดัน,ไม่ให้เรียนนั้น(ซึ่งที่จริง”เด็กที่รักเรียน,ขวนขวายเพื่อจะเรียน”ก็ดีอยู่แล้ว,ควรได้รับ”การส่งเสริม”มากกว่าที่จะไป”ปฏิเสธ,แอนตี้เขา?”,เพราะแม้แต่”เอดิสัน,นักวิทยาศาสตร์ใหญ่”,ตอนเด็กก็คล้ายเคย”ทดลองบางอย่าง”จนทำให้ไฟไหม้บ้าน,และคล้ายเคย”ถูกกดดัน”จาก”ระบบโรงเรียน”มาก่อน..เช่นเดียวกัน)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.17.116 7 ตุลาคม 2566 12:41:25 น.  

 

(B)เรามองว่า.. ขณะนี้มี”เหตุการณ์2อย่าง”ที่เกี่ยวกับ”เด็ก,คนหนึ่ง14ขวบ,อีกคน15ขวบ”.. กรณี”เด็ก14ขวบ”,หลายคนพยายาม”ไม่โทษเด็กโดยตรง?”,แต่อาจ”โทษเกมส์?”บ้าง,โทษการปล่อยให้มี”อาวุธกลาดเกลื่อนในสังคม?”บ้าง,หรือโทษการ”ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างไร?”บ้าง.. แต่กรณี”เด็กอายุ15ขวบ”ซึ่งเป็นเพียง”เด็กผู้หญิง”,หลายคน,หลายกลุ่ม,หลายองค์กรกลับมุ่งที่จะไป”โทษทางตัวเด็ก?”โดยตรง,โดยไม่มอง(คิด)ด้วย”ความเมตตา”ว่า.. อาจเกิดจาก”สิ่งแวดล้อมทางสังคม”ที่”จูงความคิด?”ไป?,และอาจเกิดจาก”การเลี้ยงดู”ได้ด้วยเช่นกัน(?)..หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.17.116 7 ตุลาคม 2566 12:53:39 น.  

 

(C)ทั้งๆที่”กม.รธน.”บัญญัติอย่างชัดเจนทำนองว่า”เด็กทุกคนต้องได้รับการสนับสนุนในเรื่องการศึกษาอย่างเต็มที่”.. แต่”หลายกลุ่ม,หลายคณะ”กลับใช้”มโนคติส่วนตัว”ที่จะ”ผลักไส,กดดัน”ให้”เด็ก15”ให้พ้นไปจาก”ระบบรร.”(เพราะเพียงกลัวเด็กจะทำให้”รร.เสียชื่อเสียง?”..เท่านั้น?),แม้กระทั่งมี”ผู้ใหญ่บางท่าน”ที่ได้ทำ”คุณดี,มีประโยชน์ต่อบ้านเมือง”อย่างมากมาย.. เช่น..เรื่องการ”ต่อต้านการฉ้อฉล,คอร์รัปชั่นต่างๆ”จนมี”ชื่อเสียงโดดเด่น”(ที่สังคมยอมรับ),ก็ยังถึงกลับหลุดคำพูดประมาณว่า.. “ถ้าเป็น.....จะ.....?”ไปนั่นเลย,แต่เราอยากให้มอง”เด็กหญิง15ขวบ”คนนี้,อย่าง”ผู้ใหญ่ที่เมตตาต่อเด็ก”มากกว่า,เพราะ”เด็กคนนี้”อาจเป็นด้วย”วัย,และการถูกเลี้ยงดู”,เมื่อเขา”ผ่านวัย”ไปจน”อายุมากขึ้น”ระดับหนึ่ง,เขาก็น่าจะปรับตัวได้เอง,เราไม่ควรใช้การตอบโต้”เด็กคนหนึ่ง”ด้วยแนวคิดแบบ”ตาแทนตา..?”แต่อย่างใดเลย?..ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.17.116 7 ตุลาคม 2566 13:08:24 น.  

 

(D)เพราะไม่ว่าทั้ง”เด็ก14ขวบ”และ”เด็ก15ขวบ”ก็ล้วนมี”เหตุผล,ข้ออ้าง”ที่ไม่ต่างกันนัก(?).. คือ”ถูกกดดัน”ด้วย”ระบบการศึกษา”.. ทาง”เด็ก15ขวบ”อาจอ้าง”ระบบหยุมหยิมมากมาย,ไม่เอื้อต่อผู้ที่เข้าเรียน”?,ส่วน”เด็ก14ขวบ”ก็อ้างว่า..ตน”รู้สึกเครียด?”เพราะ”ถูกกดดัน”ด้วยระบบ”การต้องทำเกรดให้ดี?”เพื่อให้”ผ่านการศึกษา?”,และ/หรือเพื่อให้”ผู้ปกครองพึงพอใจ?”..ประมาณนั้น?(หรือไม่?).. จึงมีคำถามว่า..”กฎระเบียบบางอย่าง”ของ”โรงเรียน”เป็นเพียง”กฎที่ตั้งกันขึ้นมา”ซึ่งย่อม”เล็กกว่ากม.รธน.”,เราจึงควร”อะลุ่มอล่วย,และประนีประนอม”กับ”เด็กหญิง15ขวบ”(ใน”บางกรณี”),เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กปรับตัว,ดีกว่าการ”ตอบโต้,ต่อต้าน,ผลักไสเขา”,ประหนึ่งว่า..เขาไม่ใช่”สมาชิกคนหนึ่งของสังคม?”?.. ซึ่งวันหนึ่ง(ไม่แน่ว่า)อาจผลักไสให้”เขาไม่มีทางออก?”,จนอาจมี”การกระทำบางอย่าง?”ที่เกิดจาก”ความเครียด?”จากการ”ถูกแรงกดดันจากสังคม”จนอาจ”กระทำอะไรที่ไม่คาดคิด?”ขึ้นมา(เหมือนกับ”เด็กบางคน?”)อีกก็เป็นได้?,หรือไม่?.. ใช่หรือไม่?.. ...ด้วยความปรารถนาดีและด้วยความเคารพทุกๆฝ่ายครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.17.116 7 ตุลาคม 2566 13:31:36 น.  

 

ขอให้..”ให้เกียรติปชช.”.. อย่ามองว่า.. ถ้าแจกเป็น”เงินสด”แล้ว.. “ปชช.”จะนำไป”ใช้จ่ายไม่เป็น?”,หรือไม่ตรงตาม”วัตถุประสงค์?”.. เพราะ”ปชช.แต่ละคน”ย่อมจะมีความจำเป็นใน”การใช้เงิน”ที่แตกต่างกันไป(?).. ถ้าเขาจะนำเงินไปใช้ในทางที่”ไม่เป็นประโยชน์?”ก็เป็นสิทธิ์,แล้วแต่”ภูมิปัญญาของเขา”.. การ”ตั้งระบบนั่นนี่?”,ซึ่งมี”ความซับซ้อนมากมาย?”ย่อมเป็นช่องทางให้”เสียค่าใช้จ่ายป่วยการ?”เพิ่มขึ้น,ในการ”สร้างระบบพิเศษ?”มารองรับ?,เพื่อป้องกันไม่ให้มี”ข้อผิดพลาดต่างๆ?”ที่”ไม่พึงประสงค์?”เกิดขึ้นได้?”.. ซึ่ง”ประเทศเรามีเงินน้อย?”อยู่แล้ว(?),อันไหนที่ประหยัดได้ก็ควรประหยัด?..ใช่หรือไม่?.. ใครๆก็ล้วนอยากได้เงินทั้งนั้น?,จึงไม่จำเป็นต้องไปถามว่า”ใครต้องการเงิน,ก็ขอให้ส่งเสียง?”..ประมาณนั้น?.. แต่ต้องถามว่า..”คนที่มีฐานะดีอยู่แล้ว”สมควรได้รับแจก”เงินจำนวนนี้?”..ด้วยหรือไม่?.. ดังนั้นถ้าจะแจก,ก็ควรแจกเฉพาะ”คนที่มีรายได้น้อย?”จริงๆ?.. และควร”แจกเป็นเงินสด”ให้ไปเลย.. อย่างนี้”คนคัดค้าน”ก็จะน้อยลง..แน่นอน.. และยังจะช่วย”ลดโอกาส,ลดช่องว่าง?”ที่จะทำให้เกิดการ”คอร์รัปชั่น?”ของ”เอกชนบางส่วน?”ที่อาจจะกำลังเตรียมการ,เพื่อจะไป”กินส่วนต่าง?”จาก”ปชช.ที่เดือดร้อน?”และ”ต้องการเงินสด?”,เพื่อไป”ใช้จ่ายในความจำเป็นเฉพาะหน้า?”ของเขา(?)..อีกด้วย.. ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.55 19 ตุลาคม 2566 19:20:52 น.  

 

วันนี้..(19-10-66).. เห็น”บางรายการ”ของ”บางช่องสื่อ”ที่คล้ายจะได้รับการ”อุดหนุน”จาก”อะไรที่ไม่ขอเอ่ยถึง?”.. แล้วก็ดูจะมี”ความลำเอียง,อคติ?”(ขออภัย..เป็นความเห็นส่วนตัวนะ),โดย”นำเสนอข่าว”แบบคล้ายคอย”จับจ้อง,โจมตี,พูดแต่มุมลบ?”ของ”บางกลุ่มการเมือง”อย่าง”ไร้จรรยา?”ของ”ความเป็นสื่อที่เป็นกลาง?”..(ในกรณีที่วิเคราะห์ถึง”นกม.บางท่าน”ที่ได้ออกมา”ชี้แจงบางเรื่อง”).. ทั้งๆที่เราก็เคยนิยม”พิธีกรเล่า,วิเคราะห์,เจาะข่าวชายบางคน”สมัยที่ต่อต้าน”ระบอบท.”และ”บางสำนัก?”มาก่อน.. แต่วันนี้..อยากบอกว่า(เว้นแต่คุณจะ”ทำงานสื่อ”แบบ”อาสาสมัคร100%”,ไม่รับค่าจ้างใดๆ?เลย?..เท่านั้น?.. เมื่อนั้น..แล้วถ้าคุณจะ”พูดโจมตี?โดยเลือกเฉพาะ”กลุ่มการเมืองใดกลุ่มการเมืองหนึ่ง?”นั้น.. จึงจะถือว่า..เป็น”ทัศนะส่วนตัวของคุณเอง?”ที่พอรับได้บ้าง?).. แต่ถ้าคุณยัง”รับค่าจ้างการเป็นสื่อ?”จาก”เจ้าของสื่อบางท่าน?”ที่มีทัศนะ”เลือกข้างใดข้างหนึ่ง?”,แล้วคุณก็มา”เล่า,วิเคราะห์ข่าว”,โดยเลือกข้างตาม”แนวทาง,ทัศนะ”ของ”เจ้าของสื่อของคุณ?”นั้น?.. ใครๆที่เขาพอมองออก,เขาก็ต้องมองว่า.. “คุณไม่มีความเป็นกลาง,ที่น่าเชื่อถือ?”ในการ”นำเสนอข่าวนั้นๆ”?.. ซึ่งถ้าคุณสังเกตให้ดีๆ.. คุณจะพบว่า.. “เรตติ้งของช่องสื่อของคุณ?”นั้นจะลดลงไปเรื่อยๆ(?).. นี่คือการ”ลงโทษของปชช.”,โดยไม่มีใครเขาอยากไปต่อกรกับ”สื่อของคุณ?”(?).. เพราะคุณควรรู้ว่า.. ไม่ว่า”กลุ่มคณะใดๆ?”ก็ล้วนไม่ได้มีแต่”คนที่ดีเลิศล้วนๆ,ไม่มีข้อติเลย?”,แม้แต่”ซักกลุ่มเดียว?”.. การจะ”ตำหนิกลุ่มใด?”ก็ต้อง”ตำหนิกลุ่มอื่น?”ไปด้วยให้มี”น้ำหนัก”ของ”จำนวนคอนเท้นต์ของข่าว”ให้”เสมอภาคกันไป”ทั้งหมด(?).. อย่างนี้จึงจะไม่มีใครว่าคุณได้.. ...ด้วยความปรารถนาดีครับ.. เพื่อหวังว่า.. ในอนาคตถ้า”ช่องของคุณ”ได้”ปรับปรุงท่าที?”.. เราเองอาจกลับมา”รู้สึกนิยมในตัวคุณ”อีกครั้ง?..ก็เป็นได้?.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.55 19 ตุลาคม 2566 21:30:11 น.  

 

วันนี้(19-10-66).. เราได้ดูข่าวกรณีมี”ผู้ที่สักลายหนุมาน”ที่”แผ่นหลัง”,แล้วมี”อาการคลุ้มคลั่ง?”ที่เรียกว่า”ของขึ้น?”,จนสุดท้ายจึง”ควงดาบคู่”เข้าหาตำรวจ,จนที่สุด”ถูกวิสามัญฯ”จนเสียชีวิต(?).. เราอยากเสนอ”อุทาหรณ์”สำหรับ”สังคมไทยเมืองพุทธ”ดังนี้ครับ.. สังคมไทยนี้ยาก.. คงใกล้กลียุคแล้วมั้ง?.. จะหวังหา”ผู้ใหญ่ๆของสังคม”ที่ให้”คำแนะนำดีๆ”ก็หาได้น้อยเต็มที.. ที่ท่านเป็น”พระที่น่าเคารพ”ก็ดูจะ”พูด”หรือ”เทศน์สั่งสอนปชช.”น้อยลงทุกที.. “นักบวชสีกรักบางสำนัก”เดิมก็สอน”หลักธรรมะที่ดูมีเหตุผล”,แต่ตอนหลังมัวไปวุ่นวนกับ”เรื่องการเมืองเลือกข้าง”,จนถึงกับจัดตั้ง”กลุ่มการเมือง”,โดยให้”ลูกศิษย์ใกล้ชิด”ไปเป็น”หัวหน้ากลุ่มการเมือง”,คนบางส่วนก็เลยเสื่อมความนับถือไปเยอะ..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.55 19 ตุลาคม 2566 23:39:23 น.  

 

“บางสำนัก”ดังกล่าว,เราเคยคลุกคลีใกล้ชิด,”หัวหน้าสำนัก”เคยสอนประมาณว่า.. เรื่องการ”มีองค์”หรือ”การทรงเจ้า”นั้น,จริงๆเป็นเรื่องที่เหมือน”อุปาทานจิต?”ของ”ตัวผู้ที่ทำพิธีเข้าทรง?”หรือ”รับองค์ต่างๆ?”มาเอง?,ไม่ใช่”เรื่องจริง?”..ประมาณนั้น(?).. เพราะอย่าง..การ”ทรงเห้งเจีย”ก็ทรงได้,หรือการมี”การครอบครูหนุมาน”หรือ”สักหนุมาน”ประมาณนี้,ก็เหมือนมี”วิญญาณหนุมานเข้ามาครอบจิต”ที่เรียกว่า”ของขึ้น?”..ประมาณนั้น?.. ทั้งๆที่”หนุมาน”หรือ”เห้งเจีย”ก็เป็นแค่”นวนิยาย”ที่”นักเขียนในอดีต”เป็น”ผู้แต่งบท,แต่งเรื่องราว”ตาม”จินตนาการของตนเอง”ให้อ่านสนุกๆ..ขึ้นมาเท่านั้น(?).. จะมี”วิญญาณจริงๆ?”ได้อย่างไร?.. ซึ่งเราก็เห็นด้วยกับ”ท่านหัวหน้าสำนักดังกล่าว”ที่”ท่านเคยพูดสอนไว้”นะ..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.55 19 ตุลาคม 2566 23:54:27 น.  

 

แต่”สังคมไทย”อ้างว่าเป็น”ผู้นับถือพุทธ?”.. แต่ทำไม?”พระทั้งหลาย”(บางส่วน)จึงไม่สอนให้”พุทธศาสนิก”(บางส่วน)หยุดงมงายในเรื่อง”ครอบหนุมาน?”,หรือ”การสักยันต์?”.. เช่น.. “สักหนุมาน”หรือ”สักอื่นๆ?”ต่างๆ,ซึ่งล้วนเป็นการสร้าง”อุปาทาน?”ให้กับ”จิตของผู้รับการสัก”เอง(?).. แล้วพอวันดีคืนร้าย,ก็มี”การคลุ้มคลั่ง?”ที่เรียกว่า”ของขึ้น?”มีให้เห็นเป็น”ปรากฏการณ์?”เกิดขึ้นกับ”ผู้มีภาพสักลาย?”(บางคน)หรือ”ผู้รับการครอบครู?”(บางส่วน)ใน”องค์ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ?”ให้เห็นกันอยู่เสมอ?.. ซึ่งทำให้เกิดการ”ตื่นตระหนก,ตกใจ?”,ไม่เกิด”ผลดีใดๆ?”กับ”สังคมไทย?”เลย(?).. ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.55 20 ตุลาคม 2566 0:07:29 น.  

 

โดยที่แม้แต่”พระบางองค์”ก็ยังอุตส่าห์”สักลายต่างๆ”ให้กับ”ลูกศิษย์”อีกด้วย(?),และ”อาจารย์และพระ”(บางส่วน)ที่”สักยันต์,สักลาย?”(ให้”ลูกศิษย์”)ก็มักอ้างแบบข้างๆคูๆ?(เชิงใช้”หลักจิตวิทยา”,เพื่อหวังยับยั้ง,ไม่ให้”ลูกศิษย์”เกิด”อาการของขึ้น?”,แล้วไปทำใน”สิ่งที่ไม่เหมาะควร?”).. โดยมักพูดกำกับแก่”ลูกศิษย์”ประมาณว่า..ถ้าจะให้”ศักด์สิทธิ์แก่ตัว?”,ก็คือ”ตัวผู้มีลายสักต่างๆ?”จะต้อง”ครองตนอยู่ในศีลธรรม”ด้วย..[เพราะจริงๆ..เมื่อ”ผู้ใด?”ได้ประคองตนอยู่ใน”ศีลธรรม,ความดี”,ก็น่าจะมี”สิ่งคุ้มครอง?”อยู่ใน”ตัวเอง”,โดยไม่จำเป็นต้องมี”ภาพสักยันต์ต่างๆ?”(ในตัวเอง)ก็ได้,อยู่แล้ว?..ใช่หรือไม่?]..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.55 20 ตุลาคม 2566 0:28:20 น.  

 

แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไร?.. ในเมื่อบางครั้ง..”บางคน”ก็เกิด”ของขึ้น?”ขึ้นมาอย่าง"ไม่มีปี่,ไม่มีขลุ่ย",อันเนื่องจาก”พลังของอุปาทาน?”ที่อยู่ใน”จิตใต้สำนึก?”ที่ทุกคนล้วนมี”อัตตาฝังแน่น?”ที่อยากเป็น”คนที่เก่งกาจ?”,ที่มี”อิทธิฤทธิ์เหนือกว่าคนอื่นๆ?”กันแทบทั้งนั้น?.. “การสักลาย?”หรือการ”ครอบองค์ต่างๆ?”ก็จึงน่าจะเท่ากับเป็นการไป”หนุน(เพิ่ม)พลังยึดมั่น,ถือมั่น?”ใน”อัตตา,ตัวตน?”ให้มี”กำลังที่รุนแรง?”ยิ่งขึ้นด้วย?..ใช่หรือไม่?.. เราจึงอยากเสนอว่า.. “ประเทศไทยเมืองพุทธ”ควรออกกฎหมายห้าม”การสักลายตามตัว?”(เฉพาะที่มุ่งหมายเพื่อให้”รู้สึกว่าศักดิ์สิทธิ์?”)ทุกชนิด,เพื่อป้องกัน”อัตตาฟู?”ที่อาจ”เกิดขึ้นได้?”กับ”ผู้ที่รับการสักลาย?”(บางคน)ไปเลย(?)..จะดีหรือไม่?.. เพราะ”การสักลาย?”หรือ”การครอบครูต่างๆ?”,จริงๆแล้ว..ไม่ใช่”สาระของพุทธศาสนา”แต่อย่างใดเลย(?).. แต่บรรดา”อาจารย์ต่างๆ”มักอาศัยแอบอิงประหนึ่งว่า.. ต้องการนำเข้าให้มาเป็น”ส่วนหนึ่งของพุทธศาสนา?”ไปด้วย?.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.55 20 ตุลาคม 2566 0:48:04 น.  

 

ดูข่าว”น้องพ.”ที่เป็น”เหยื่อแก๊งหลอกลวง?”,ซื้อ”มือถือ”แล้ว”ไม่ได้ของ”.. ทำให้รู้สึก”สลดใจมาก”..โดยที่”แก๊งค์หลอกลวงออนไลน์?”อาศัยความ”อยากได้ตามยุคสมัย”ของ”เด็กวัยรุ่น?”เป็น”ช่องทางหารายได้โดยทุจริต?”ให้แก่”ตนเอง?”?.. โดยไม่นึกถึง”ความเสียหาย?”และ”ความเจ็บช้ำ?”ของ”เหยื่อและครอบครัว”ที่จะตามมา(?).. จึงอยาก”ขอเสียงประชาชน”ว่า.. กรณีเช่นนี้.. อยากขอให้”เพิ่มโทษ?”สำหรับ”ผู้รับผลประโยชน์คนต้นๆ?”.. เช่น.. “เจ้าของเพจโปรแกรมล่อลวงเช่นนี้?”,รวมทั้ง”ผู้ควบคุมทีม?”และ”ผู้ดูแลโปรแกรมเทคนิคหลอกเหยื่อ?”(เหล่านี้)ด้วย.. ว่า..ควรให้ต้อง”รับโทษถึงประหารชีวิต?”(และควร”ออกข่าวในการประหาร?”ให้”เห็นในที่สาธารณะ?”..(เนื่องจากมี”คติทางศาสนา”ของ”บางศาสนา”มีข้อกำหนดทำนองว่า..”ชีวิตหนึ่งที่ถูกกระทำให้ตาย,ก็ควรต้องชดใช้ด้วยชีวิตของผู้ที่กระทำให้ตายนั้นด้วย?”..ประมาณนั้น?,ก็คือควรต้องให้”ตายตกไปตามกัน?”ตาม”คติโบราณ?”เช่นเดียวกัน?,เพื่อไม่ให้มีใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง?.. จนทำให้สังคมต้อง”ตามแก้ไขปัญหา?”กันแบบไม่รู้จักจบ?).. อย่างนี้..เราเชื่อว่าถ้าทำได้(เหมือนกรณี”ยิงเป้าผู้วางเพลิง?”ใน”ยุคสมัยหนึ่ง”..เป็นต้น)นั้น.. น่าจะทำให้กรณี”หลอกลวงคน?”แบบ”แก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างๆ?”ด้วย”วีธีซับซ้อน?”ที่”เหยื่อบางส่วน”มักตาม”เทคโนโลยี่สมัยใหม่?”ไม่ทัน(?).. ก็จะได้ถูกขจัดให้”บรรเทา,เบาบางลง?”ในเวลาอันไม่นาน?.. อย่างนี้จะดีหรือไม่?.. ขอปรึกษาสังคมครับ?.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.55 20 ตุลาคม 2566 11:02:42 น.  

 

(ข้อเสนอแนะ”อุทาหรณ์น้องพ.”).. ขอเสนอแนวคิดดังนี้.. 1.ยกเลิก”การขายของระบบออนไลน์”ผ่าน”ระบบออนไลน์ดังๆ”(ที่รัฐควบคุมกำกับไม่ได้)ทั้งหมด.. 2.จะ”ขายของออนไลน์”ได้,จะต้อง”จดทะเบียนการค้า”กับ”กระทรวงพาณิชย์”,ซึ่งต้องมีการตรวจสอบ”กิจการและทรัพย์สินของบริษัท”และ”ปริมาณสินค้าต่างๆ”เป็นระยะๆ..(คือ..ถ้ายังไม่”จดทะเบียนเลิกกิจการ”อย่าง”เป็นทางการ”,จะต้องห้าม”การโอนย้าย,ถ่ายเททรัพย์สิน”ที่เป็น”สิ่งการันตีกิจการ”โดยเด็ดขาด.. และถ้ามีการ”ละเลย,หละหลวม,สะเพร่า?”แล้วปล่อยให้มีการ”โอนย้าย,ถ่ายเททรัพยฺสินต่างๆของกิจการ”,ก็ให้”เจ้าหน้าที่”ที่”มีหน้าที่ดูแลส่วนนั้น”จะต้องมีส่วน”รับผิดชอบ”และ”ชดใช้ค่าเสียหายแทน”หรือ”ร่วมชดใช้ค่าเสียหาย”ที่เกิดกับ”ลูกค้า”ที่ได้รับ”ความเสียหายต่างๆ”นั้น..ร่วมด้วย)..ประมาณนี้ครับ.. 3.และให้มี”เงินทุนจดทะเบียน”ใน”จำนวนที่น่าเชื่อถือ”และให้อยู่ในกำกับของทาง”หน่วยงานของรัฐบาล”(เช่น..อย่างระบบของ”ลา....”และ”ช็อป....” เป็นต้น.. อย่างนี้..จึงจะอนุญาตให้สามารถ”ขายสินค้าออนไลน์”ได้..เท่านั้น).. เพราะเดี๋ยวนี้การ”ขายสินค้าออนไลน์”,แบบที่”แต่ละคน”ขายได้โดยอิสระ,และทางรัฐบาลก็ไม่สามารถ”เรียกเก็บภาษี”ได้อย่างถี่ถ้วนด้วยนั้น,ก็มี”สถิติการล่อลวงเหยื่อ”เป็น”จำนวนมาก”ที่”อยากได้ของถูก”(หรือแม้”จะแพง”ก็ตาม,ที่มีลักษณะให้”ผ่อนชำระได้”,และมีการ”วางเงินดาวน์ก่อน”,ดังที่เป็นข่าว)..ที่”เหยื่อจำนวนมาก”ถูกหลอกจนเกิด”ความเสียหาย”ต่อ”เศรษฐกิจของประเทศชาติ”และ”ประชาชนโดยรวม”.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.23 21 ตุลาคม 2566 20:10:03 น.  

 

มี”สื่อบางช่อง”..ซึ่งเรามองว่ายังเป็นสื่อที่ยัง”ไม่แท้?”,เป็นลักษณะ”สื่อเลือกข้าง?”.. มี”พิธีกรบางคน”(สมัยที่วิเคราะห์เรื่อง”ระบอบท.”และเรื่อง”สำนักวัดหนึ่ง”เราก็เคยนิยมนะ..มองว่าเขา”วิเคราะห์ได้ละเอียดดี”,แต่เดี๋ยวนี้ไม่นิยมแล้ว,เพราะดันแสดงออกว่า”เลือกข้างบางฝ่าย(?)”..(เราสังเกตดูพวก”สื่อเลือกข้าง?”นับวันจะ”เรตติ้งคนดู”ตกลงไปเรื่อยๆ.. เพราะ”ประชาชนเขาไม่โง่แล้ว?”,เขาดูแต่”หัวข้อเรื่อง”ทาง”ออนไลน์”เขาก็อึดอัดแล้ว,ไม่อยากเปิดดูเลย,เพราะไม่อยากให้”สื่อที่เลือกข้าง?”ได้”เรตติ้ง?”,เพราะเดี๋ยวจะยิ่ง”หลงตัวเ?”ว่ายังมีคนเขาชม”รายการของตัวเอง?”อีกมาก?..ประมาณนั้น?.. ไม่รู้ว่าจะไปนำเสนออะไร?,ที่”อดีตผู้นำสังคมบางท่าน”ไปเที่ยว,และ”บางกลุ่มการเมือง”ที่เขาไปเลี้ยงฉลองกัน,แล้วก็นำมา”เปรียบเทียบกันให้เป็นประเด็น?”.. จริงๆถ้าว่ากันตามจริง,”ผู้นำหรืออดีตผู้นำ”ก็ควร”ใช้ชีวิตแบบสมถะ”ทุกคน(คล้ายๆ”คานธี”นั่นน่ะ..จึงจะเหมาะ),ควรเป็น”ตัวอย่าง”แก่”ประชาชน”ที่”ประเทศยังอยู่ในภาวะยากจน”.. ถ้าไม่มี”อุดมการณ์สมถะ”,แล้วจะ”อาสามารับใช้ประชาชน”ได้อย่างไร?.. เราอยากจะท้าทายว่า?.. เชื่อมั้ย?.. ต่อให้คุณ”ออกกฎหมายหรือระเบียบ”ให้ผู้ที่”เล่นการเมือง”(ที่มี”ตำแหน่งต่างๆ”)โดย”ไม่ต้องมีเงินเดือนเลย”(?)(อาจมีให้เบี้ยเลี้ยงตามสมควร,เฉพาะใน”วันที่มีการทำงานจริง?”เท่านั้น).. เราก็ยังเชื่อว่าจะมี”ผู้อาสา”ที่”อยากเข้ามารับใช้ประชาชน”แบบ”ไม่มีเงินเดือน”อยู่อีกอย่างมากมาย..เช่นเดิมนั่นแหละ(?).. เพราะ”บางคน”ก็ถือเป็น”เกียรติยศ,ชื่อเสียง”ต่อ”ครอบครัวตนเอง”ในการได้มี”ตำแหน่งสำคัญๆ”ที่เข้ามา”รับใช้บ้านเมือง”..นั่นไงล่ะ?.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.23 27 ตุลาคม 2566 11:46:41 น.  

 

“พิธีกรชายบางช่อง”สมัยอดีต.. เคยพูดแฉเรื่อง”การทุจริตต่างๆ?”ใน”สมัยอดีตระบอบท.?”.. เช่น..,การ”จำนำผลผลิตการเกษตร?”,การ”ฉ้อฉลเงินบริจาค?”ของ”สำนักวัดบางวัด?”(ซึ่งเป็น”วัดดัง?”).. เป็นต้น..นั้น..เราก็ว่า”ทำได้ดี,ทำถูกต้อง”นะ.. แต่มาภายหลัง.. หลังจาก”บางอดีตผู้นำ?”(บางท่าน)ไปพูดให้”คำชื่นชมต่างๆ?”..ก็เลยดูเหมิอนชัก”เพี้ยน?”.. มักนำเสนอแต่”ข่าวโจมตี?”เฉพาะ”บางกลุ่มการเมือง?”ที่เขาเป็นพวก”หัวก้าวหน้า,หัวริเริ่มทำเรื่องใหม่ๆ?”หน่อย?.. จริงๆตามหลักการนั้น.. ไม่มี”กลุ่มการเมิองใด?”ที่จะมีแต่”คนดีเลิศ,ประเสริฐศรี?”ที่ไร้”ข้อตำหนิใดๆ?”เลยหรอกคุณ?.. แม้แต่”อดีตราชาบางองค์”ของไทย,ก็ยังเคยมีดำรัสประมาณว่า..”สังคมเรามีทั้งคนดีและไม่ดี,ไม่มีใครที่จะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีทั้งหมดได้”..ประมาณนี้..นั่นไง(?).. แต่”คุณสื่อบางคน?”ก็คอยไปจ้องเอา”เรื่องราวเล็กๆน้อยๆ,สัพเพเหระ?”(ที่ไม่ใช่”เรื่องที่สำคัญใหญ่โต?”อะไร?)ของ”บางกลุ่มการเมือง?”ที่เขากำลังได้รับ”ความนิยม?”จาก”คนรุ่นใหม่?”(ประมาณว่าคอย”เตะสกัดขา?”ว่างั้นเถอะ?..หรือไม่?)มามุ่งโจมตีอย่าง”เอาจริงเอาจัง?”เหลือเกิน(?).. ทั้งๆที่”กลุ่มการเมืองดังว่านี้?”เขายังไม่เคยได้”บริหารงานสังคม?”ในฐานะเป็น”ผู้ดูแลสังคมตัวเต็ม?”สักครั้งเดียวเลย(?)..(มันแฟร์มั้ยครับ?).. แบบการ”พูดเชิงกระแนะฯ?,ค่อนขอด?,แสร้งว่ามุมนั้น,มุมนี้?”กับ”อดีตหัวหน้ากลุ่มการเมืองบางกลุ่ม?”..(เช่น..ในเรื่อง”ภาษา?”บ้าง?,เรื่อง”เล็กๆน้อยๆอื่นๆ?”บ้าง?.. เป็นต้น).. ดูไปแล้วเหมือนบุคลิกของ”บางเพศภาวะ?”ก็ไม่ปาน(?)?.. ทำให้เรารู้สึกว่า..”พิธีกรชายบางช่องนี้?”เสื่อมความน่านิยมไปเยอะนะ(?).. เราอยากแนะว่า.. “พิธีกรบางท่านนี้?”ไต่เต้ามาจากงานใน”ส่วนภูมิภาค?”,เรามองว่า..ต่อให้คุณพยายามที่จะ”โดดเด่น?”อย่างไร?..ก็คงโด่งดังให้เท่ากับ”คนที่มีพื้นเพในส่วนกลาง?”เขาไม่ได้หรอกครับ?.. ...ด้วยความปรารถนาดีครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.23 27 ตุลาคม 2566 13:20:48 น.  

 

เราแก้ปัญหากันไม่ถูกจุด?(หรือไม่?)แบบที่ไม่กล้าพูดความจริงกัน(?).. เหมือนอย่างคุณเคยซื้อ”บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป”ในราคา”ซองละ6บาท”,แล้วต่อมาก็มาเพิ่มเป็น”ซองละ7บาท”,ทั้งๆที่”ปริมาณและคุณภาพเท่าเดิม”,อย่างนี้แหละก็จะเรียกว่า”เงินเฟ้อขึ้นมา1บาท”ทั้งๆที่ได้”สินค้าเท่าเดิม”,แต่ต้องจ่ายเงินมากขึ้น..อย่างนี้เป็นต้น.. แต่แทนที่คุณจะไป”เพิ่มค่าแรง”ให้เป็นไปตามที่คุณได้หาเสียงไว้..(เมื่อ”บริษัทที่จ้างแรงงาน”สู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว,เขาก็จะทยอย”ปิดโรงงาน”ไป,”คนงาน”ก็จะทยอย”ตกงาน”,ก็จะเป็น”ภาระต่อรัฐบาล”อีกเช่นเดิม),ซึ่งเรียกว่าเป็นระบบ”งูกินหาง”ไปเรื่อยๆ.. คือเมื่อมีข่าวว่าจะมีการ”เพิ่มค่าแรง”,พวก”ราคาสินค้า”ก็จะ”รู้สัญญาณ”,และก็จะทยอยพากัน”ขึ้นราคา”กันไปล่วงหน้าก่อนด้วยซ้ำไป(ตามสัญชาตญาณของ”พ่อค้า,แม่ค้าทุกๆระดับ”),ดังเช่นที่เป็นๆมา..จริงหรือไม่?..ใช่หรือไม่?..(และ”ชาวบ้าน,เกษตรกร,อาชีพอิสระต่างๆ?”ที่ไม่ได้อยู่ใน”ภาคผู้ใช้แรงงาน”ก็จะพลอยแบกรับ”ความเดือดร้อน?”จาก”ภาวะเงินเฟ้อ,ข้าวของขึ้นราคา”ตามไปด้วยแบบ”องค์รวมทั้งประเทศ”ไปด้วย?..ใช่หรือไม่?).. อย่างนี้ก็จะต้อง”แก้ปัญหากันแบบไม่รู้จบสิ้น?”?.. แต่ทำไมไม่ลองคิดกลับทางกัน(คิดแบบ”ย้อนศร?”).. โดยขอความร่วมมือจาก”บริษัทผู้ผลิตสินค้าต่างๆที่จำเป็น”ให้ช่วย”ลดค่าครองชีพของปชช.”,โดยการพยายามค่อยๆ”ลดราคาสินค้าลง”(จะด้วยกลไก”วีธีการผลิตใดๆ”ที่จะทำให้”ลดต้นทุน”ลงได้บ้าง..ก็ตาม).. ดังนั้น..เมื่อ”สินค้าที่สำคัญต่อการครองชีพ”ทยอยลดราคาลง.. ก็จะทำให้”เงินเดือน,หรือเงินรายวัน”ที่”แรงงานได้รับ”ก็จะมี”มูลค่าเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ(?)..ใช่หรือไม่?.. ซึ่งก็เท่ากับเป็นการ”ช่วยเหลือประชาชน”ได้เช่นเดียวกัน.. ใช่หรือไม่?.. และเมื่อ”ราคาสินค้า”ถูกลง,”ชาวต่างประเทศ”เมื่อเขาทราบข่าว,เขาก็จะพากันหลั่งไหลมาเที่ยว,มาใช้จ่ายเงินในประเทศ(เพราะมองว่า..เมื่อ”ข้าวของในไทย”มี”ราคาถูกลง”,ทำให้”มูลค่าเงินต่างประเทศ”ของ”พวกเขา”ก็มีราคามากขึ้นอีก).. ซึ่งก็จะพลอยทำให้”บรรดาแม่ค้าต่างๆ”และ”ประชากรตามภูมิภาคต่างๆ”โดยทั่วไป(โดยเฉพาะตาม”สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ”)ก็จะพลอยมี”รายได้”เพิ่มเติมขึ้นมาเป็น”ลูกโซ่”เป็นทอดๆ..เช่นเดียวกัน..ใช่หรือไม่?.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.23 27 ตุลาคม 2566 21:40:28 น.  

 

วันนี้(27-10-66)ได้ชมข่าว”ป้าดีเจ”ถูก”เทปปิดปาก,จมูก”จน”เสียชีวิต”และ”นำศพทิ้งข้างทาง”.. แต่”พิธีกรเล่าข่าว”(บางช่อง)ไม่ได้”เจาะข่าว”ถามตามต่อว่า..”รถของคุณป้า”(ที่”ถอดทะเบียนออก”),แล้วถูกนำไปขายให้”เต็นท์รถ”นั้น,”เต็นท์รถ”จะมี”ความผิดฐานรับซื้อของโจร?”ด้วยหรือไม่?.. เพราะผู้ชมก็อยากทราบเรื่องให้ถึงที่สุด,ว่าเป็น”เต็นท์รถ”ชื่ออะไร?,รับซื้อมาได้อย่างไรทั้งๆที่ไม่มี”สมุดคู่มือทะเบียนรถ”และ”ป้ายทะเบียนรถ”(มีพิรุธหรือไม่?..ในฐานะเป็น”ผู้รับซื้อรถ”ในกรณีเช่นนี้).. ทำไมจึงยัง”รับซื้อรถที่ไม่มีหลักฐานใดๆ?”ได้?,และ”ซื้อมาราคาเท่าไหร่?”,อันควรรู้ว่า..น่าจะเป็น”รถที่ไม่ชอบมาพากล?”หรือไม่?,เมื่อไม่มี”ทะเบียนรถ”จะต้องนำมาจัดการอย่างไรต่อ?,เพื่อขายต่อให้”ลูกค้า”ต่อไป,และควรมีการตรวจสอบ(ทำความสะอาด,ปรับปรุง”ระเบียบการรับซื้อรถ”)ใน”การรับซื้อรถแบบมีพิรุธ?”ของ”เต๊นท์รถต่างๆ?"ครั้งใหญ่?..หรือไม่?.. เพราะ”คนที่อยู่ใกล้บ้านเรา”,ก็เป็น”พนักงานเต็นท์รถ”,บางครั้งก็เคยเห็น”ขับรถบางคัน”มาจอดที่”หน้าบ้านเรา”ทิ้งไว้ระยะหนึ่ง,โดยไม่มี”แผ่นป้ายทะเบียน”ด้วยเช่นกัน(?).. จึงคิดว่า..น่าจะไม่ได้มีแค่”เต็นท์ในข่าว”นี้เท่านั้น,ที่มี”พฤติกรรมที่แปลกๆ?”ดังกล่าว....?.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.23 28 ตุลาคม 2566 5:45:21 น.  

 

วันสองวันนี้..จะมีการสรุป”ถูก-ผิด”ของ”เรื่องดังบางเรื่อง”ที่เกิดขึ้นเมื่อ2-3ปีก่อน..แล้วนะ.. เรามีความเห็นส่วนตัวดังนี้.. "สังคมเรา"มีตำนานของ”หลวงศรีขี้จุ๊”หรือ”บักเซียงเหมี่ยง”(ของ”ตำนานลาว”),จึงทำให้สังคมไทยมักมี”คติส่วนบุคคล”(บางคน)กัน..ประมาณว่า..”รู้จักเอาตัวรอดเป็นยอดเดี่ยว(?)”ประมาณนั้น.. ทั้งๆที่บอกว่าเราเป็น”สังคมเมืองพุทธ(?)”.. แล้วแทนที่จะนำเอา”หลักพุทธศาสนา”มาอยู่ในใจ,ถ้ารู้ว่า”ตนทำผิด(?)”,สังคม(หรือ”ผู้ใหญ่ๆ”ในสังคม)ก็ควรส่งเสริมให้มีการ”รับสารภาพ(?)”กันให้มากๆ,และควร”ยกย่อง,เชิดชู,ให้เกียรติ?”ว่า.. “คนที่ทำผิด(?)”แล้ว”กล้ารับสารภาพ(?)”คือคนที่ยังมี”เชื้อแห่งความดี”,เป็น”ลูกผู้ชายจริง(?)”หรือเป็น”ลูกผู้หญิงแท้(?)”อะไรก็ว่ากันไป.. อย่างนี้จึงจะทำให้สังคมเกิดการพัฒนา,ไม่ซับซ้อน,ไม่ซ่อนเงื่อน,ไม่สิ้นเปลือง”เวลา”,และ”ค่าใช้จ่ายต่างๆ”จากการต้องไป”วิ่งเต้น?”ในเรื่องที่”เป็นความกัน?”..ใช่หรือไม่?.. ซึ่งอาจทำให้”บางอาชีพ?”ที่เกี่ยวกับการ”เป็นเรื่องเป็นราวกัน?”มี”เงินทองไหลมาเทมา?”เป็น”จำนวนมาก?”,ซึ่งเป็นการไปส่งเสริมให้”บางอาชีพ?”ร่ำรวยโดยใช่เหตุ?.. ใช่หรือไม่?.. ถ้าอย่างดู”ตำนานท่านป.?”(ของจีน),จะเห็นว่า..จะพยายาม”ทำทุกวิธี(?)”เพื่อจะ”ตะล่อม,จูงใจ?”ให้”ผู้ต้องหา”ยอม”รับสารภาพ”ให้จงได้(คือแค่”สัมผัส,สบสายตา?”,ระดับ”ท่านป.”ก็พอจะรู้แล้วว่า”ใครผิด?-ใครถูก?”).. นั้นจึงจะทำให้คลายสงสัยสำหรับประชาชนได้.. แต่”สังคมเรา”มักมี”คำพูด”จาก”นักกม.?”(บางคน,บางท่าน)บอกกับ”ผู้มาปรึกษา”ว่า..”ทุกอย่าง?”ขึ้นกับ”หลักฐาน?”,ถ้า”ไม่มีหลักฐานชัดเจน?”ก็มี”โอกาสรอด?”จากการ”ต้องเป็นผู้ผิด?”(?).. อย่างนี้..จึงทำให้”สังคมถูกกล่อม?”ด้วย”ตำนานหลวงศรีฯ”ประมาณว่า.. แม้ผิด(?),แต่ถ้าเรา”ไม่ยอมรับสารภาพ?”,และ”ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน?”.ก็มีสิทธิ์”รอดได้?”..ประมาณนั้น.. ซึ่งน่าจะมิใช่วิถีของ”คนเมืองพุทธ?”เลยนะ?(สู้”วัฒนธรรมของชาวเกาหลีและญี่ปุ่น”ที่”ทำผิดแล้วกล้ายอมรับผิดโดยดี”ของเขาไม่ได้?..นะจ๊ะ)..เราว่า.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.120.125 29 ตุลาคม 2566 14:52:42 น.  

 

กรณี”เด็ก3ขวบ-น้องช.”ที่”หมู่บ้านแห่งหนึ่ง”.. เรามีความเห็นส่วนตัวดังนี้.. ควรให้มีคล้ายๆ”คณะลูกขุน”ร่วมกันพิจารณา”ประเด็นแรก”ก่อนเป็นเบื้องต้น.. โดยให้ชัดเจนว่า”น้องช.”สามารถ”เดินขึ้นเขาไปเอง?”ได้หรือไม่?,แล้วอาจ”เสียชีวิตเอง?”โดย”ไม่มีใครทำร้าย?”ได้หรือไม่?.. ซึ่งถ้ามองว่า..อาจเดินขึ้นไปเองก็ได้.. แต่เหตุผลอื่นล่ะ.. เช่น.. การที่เด็กจะ”ถอดเสื้อผ้าของตัวเอง”ด้วย”ตัวเอง”จะเป็นไปได้หรือไม่?.. แล้วกรณีที่มีการ”ตัดเส้นผม”ล่ะ,เด็กจะมีกรรไกรไปด้วยหรือ?,และเด็กจะสามารถ”ตัดเส้นผมตัวเอง”ได้หรือ?.. และอาจมีเหตุผลประกอบอื่นๆอีก.. แต่ถ้าชัดเจนว่า..เด็กไม่สามารถทำหลายอย่างเองได้ตาม”ภาพที่ปรากฏ”(เมื่อ”พบศพ”).. ก็แสดงว่า..ต้องมี”ผู้นำเด็กขึ้นไปวางไว้”แน่ๆ(?).. ก็น่าจะสรุปว่า..”ผู้ที่นำตัว”น้องช.”ขึ้นไป”วางไว้บนภูเขา?”นั่นล่ะ,ที่จะต้องเป็น”ผู้มีส่วนต้องรับผิด?”แน่ๆ(?)..ใช่หรือไม่?.. ถ้าเป็นเรา..เราจะขอสรุปเบื้องต้นแบบนี้นะ.. และน่าจะใช้”หลักจิตวิทยา,หลักเมตตาธรรม”ในการขอร้องให้”ผู้ที่มีส่วนในการตาย”(จะโดย”ตั้งใจ?หรือไม่ตั้งใจ?”ก็ตาม)ขอให้ช่วย”สารภาพเถอะ”,เพื่อไม่ให้”เรื่องนี้”(ซี่งอาจต้อง”ต่อสู้กันถึง3ศาล?”?)ยุ่งยาก,งุนงงต่อสังคม?กันอีกต่อไป.. เพราะถ้า”สารภาพ”แล้ว,”โทษต่างๆ”ก็คงจะต้องลดหย่อนลงมาอย่างน้อยกึ่งหนึ่งอยู่แล้ว.. และขอให้”ผู้ที่ทำผิด”ได้โปรดเล่า”รายละเอียด,เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย,แรงจูงใจ”(วิธีคิด),และ”ขั้นตอนต่างๆ”จนกระทั่งมีการพบ”น้องช.”(ก็จะขอขอบคุณต่อ”ผู้ทำผิด”ที่กรุณา”ช่วยเปิดเผย”เพื่อให้เป็น”ข้อคิดต่อสังคม”ด้วย).. แล้วให้มีข้อตกลงว่า..จะให้มีการ”สร้างเป็นหนัง”คล้าย”หนังนักสืบดังต่างๆ”(ที่เป็นของ”ต่างประเทศ”.. เช่น”นักสืบเชอร์...?”,หรือ”นักสืบโค...?”.. เป็นต้น).. เพื่อเป็น”อุทาหรณ์”สำหรับ”ความยุ่งยากในการสืบสวน,สอบสวน”ใน”เหตุการณ์ครั้งนี้”ที่เกิดขึ้น,เพื่อเป็น”อุทาหรณ์แก่สังคม”ด้วย.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.120.125 29 ตุลาคม 2566 21:53:57 น.  

 

(ข้อคิด).. “สังคมพุทธ”สมควรสังคายนากันยกใหญ่(?)..หรือไม่?.. จริงๆ..”สังคมไทย”เป็นสังคมที่มีบริบทที่”นับถือผี?”กึ่ง”ลัทธิพราหมณ์?”ที่มีการ”บูชารูปเคารพต่างๆ”กันมาแต่ครั้งโบร่ำโบราณ.. แต่พอ”พุทธ”เข้ามาในไทย,ก็พยายามที่จะ”ประนีประนอม(?)”กับ”แนวทางนับถือผี?”และ/หรือ”ลัทธิพราหมณ์?”,เพื่อให้พอที่จะเปิดใจรับ”ศาสนาพุทธ”กันได้บ้าง(?).. แต่จริงๆ,”ศาสนาพุทธ”นั้นสอนเรื่อง”เหตุและผล”( =”เหตุปัจจัย-อิทัปปัจจยตา”)เป็นหลักใหญ่.. ดังนั้น..”พุทธที่แท้”นั้น,”พระที่วางตัวดีหลายๆท่าน”มักจะบอกสอนประชาชนว่า..”การทำดี”กับ”การทำผิด,ทำบาป”นั้น”มันเป็นคนละส่วนกัน,ลบล้างกันไม่ได้”( =“ทำผิดก็ส่วนทำผิด,ทำดีก็ส่วนทำดี”),ไม่สามารถจะ”สร้างกุศลความดี”ในภายหลัง,เพื่อหวังผลให้”ลบล้างจากความผิดต่างๆ?”ที่”ทำมาในอดีตก่อนหน้านั้น?”ได้เลย(?).. แต่”สังคมไทย”มักไม่ยอมรับ”คำสั่งสอน”(จาก”พระที่ทรงคุณธรรม”)ที่ให้”ล้างกิเลส”เป็นหลัก.. “คนพุทธไทย”(บางส่วนหรือส่วนมาก)มักติดอยู่ในเรื่อง”บุญ,กุศล”,โดยหวังผลทาง”โภคทรัพย์ที่อุดมสมบูรณ์”(อันยังเป็นเรื่องของการ”สะสมกิเลส”)ในชาติหน้า..เท่านั้น.. แต่มักไม่นิยม”คำสอน”จาก”บางสำนัก”ที่สอนให้”ละกิเลส”กันสักเท่าไหร่(?).. จึงมักมองว่า..แม้เราจะไป”ทำความผิดใดๆ”มาก่อน.. แต่เมื่อเรามาหาทาง”แก้กรรม?”,โดยการ”แสดงออก?”(หรือ”สร้างภาพ?”ที่ดูดี,เพื่อให้สังคมเห็นว่า.. เราเป็น”ผู้ฝักใฝ่”ในเรื่อง”กุศล,บุญ,ทาน?”และ”สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ?”นะ(?).. ก็จะเชื่อว่า..”กรรมที่ผิด”(ที่ได้กระทำมา)ก็อาจจะเปลี่ยนจาก”ร้ายกลายเป็นดี?”ได้(?)..(ซึ่งถ้าจะมองอีกมุม.. ก็เหมือนการ”เสแสร้งทำสิ่งที่ดูว่าดีต่างๆ?”,ที่อาจไม่ได้มาจาก”ความจริงใจในความดีที่กระทำนั้นๆ”.. แต่เพียงทำเพื่อ”ลบล้างกรรมที่ผิดบางอย่างของตน?”เฉพาะหน้าไปเท่านั้น?).. ซึ่ง”แนวคิดเช่นนี้”น่าจะไม่ใช่”หลักการที่ถูกต้อง”ของ”พุทธศาสนา”เลย.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.120.125 30 ตุลาคม 2566 16:22:38 น.  

 

(หลักคิด).. “ปัญหาของคดีสำคัญ”(บางคดี)ที่สังคมกำลังจับจ้อง,ก็เหมือนกับ”การเมืองยุคหนึ่ง”ที่พยายามจะ”ยกยอดคดีการเมือง”(แบบ”สุดซอย?”),โดยอ้างว่า..”ออกกฎหมายยกโทษให้ทุกฝ่าย?”ทั้งหมดไปเลย(?).. ซึ่งที่สุด”หลายฝ่าย”ก็ยอมรับไม่ได้.. โดยเขาบอกว่า..ถ้า”ฝ่ายเขาเป็นฝ่ายผิด?”,พวกเขาก็ยินดีที่จะรับโทษ.. แต่จะให้”ยกโทษ?”ไปเสียหมด(?),โดยไม่ทำให้ชัดเสียก่อนว่า”ใครผิด?-ใครถูก?”,โดยอ้างว่า..มาปรองดองกัน,กระทั่ง”คดีคอร์รัปชั่น?”(ซึ่ง”ศีลข้อ2”เป็น”สาเหตุหลัก”ที่เป็น”ต้นทาง”ของ”ความบาปของมนุษย์”ที่”ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขามิได้ให้”,โดยเฉพาะเป็น”ทรัพย์ของส่วนรวม”),ก็จะพลอยยกโทษให้ไปด้วย(?).. เช่นนี้..”บางฝ่าย”เขาก็ยืนกรานว่า”พวกเขารับไม่ได้”(?)..[เพราะอย่างน้อย..”พวกเขา”ก็ต้องการให้”ผู้ทำผิด”ได้ออกมา”ยอมรับกับสังคม”ก่อนว่า”ตนได้ทำความผิดต่างๆ”นั้นจริง(หรือไม่?),และควรต้องให้”ขอโทษต่อสังคม?”ด้วย(?)..เสียก่อน(?)],จนมีเหตุการณ์ที่”บางฝ่าย”ต้องย้ายที่อยู่อาศัยไปพำนักที่”ต่างประเทศ”นั่นไง?.. “คดีสำคัญ”ของ”เด็ก3ขวบ-น้องช.”ก็เช่นเดียวกัน.. 1.ต้องทำให้ชัดเจนให้ได้ก่อนว่า..”น้องช.”เดินขึ้นไปเอง,แล้วหลงทางไม่สามารถกลับลงมาได้,จนถึงกับเสียชีวิตด้วยตนเองนั้น,เป็นไปได้เช่นนั้นหรือไม่?.. 2.ถ้าโดย”สภาพศพ”ยืนยันว่า..จะต้องมีผู้นำพาขึ้นไป,ก็แสดงว่าต้องมี”ผู้รับผิด”ก็คือ”ผู้ที่พาขึ้นไป”นั่นเอง.. 3.”ญาติบางท่าน”จะมายกอ้างว่า..ต้องการให้”พี่น้องอโหสิไม่ถือโทษกัน?,กลับมาเป็นเหมือนเดิม?”นั้นย่อมเป็นไปไม่ได้(?),เพราะ”ทางคดี”นั้น,เป็นคดีที่”ไม่สามารถยอมความกันได้(?)”( =”ไม่สามารถตกลงกันเองได้?”).. ดังนั้น..เขาต้องทำให้ชัดเจนก่อนว่า..ใครเป็น”ต้นเหตุ”ที่ทำให้”น้องช.”ต้องถึงกับ”เสียชีวิต”?.. ส่วนเมื่อมีการสรุปไปแล้ว,และมีการรับโทษไปแล้ว.. แล้วจะมา”ยกโทษ,อโหสิให้กัน”ทีหลัง(ในหมู่เครือญาติกันเอง)นั้น,ก็เป็นสิทธิ์ที่จะทำได้,ถ้า”ทั้ง2ฝ่าย”ตกลง”เลิกแล้วต่อกัน,ไม่ผูกพยาบาทกันอีกต่อไป”..ดังนี้ครับ.. ...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.120.125 30 ตุลาคม 2566 20:45:19 น.  

 

(ข้อสังเกต).. 1.ไม่ว่า”เส้นผม”จะถูกตัดด้วย”มีด,หรือกรรไกร?”(ยิ่งถ้า”กรรไกรหรือมีด?”ไม่คม?,”เด็ก3ขวบ”ย่อมจะตัดได้ยากขึ้นด้วย?),ด้วย”ตนเอง?”หรือมี”ผู้อื่นเป็นผู้ตัด?”,ที่สุดคือต้องมี”มีดหรือกรรไกร?”ขึ้นไปด้วย(?)(มีคำถามว่า.. “เด็ก3ขวบ”จะ”พกมีดหรือกรรไกร?”เพื่อ”เดินขึ้นเขาไปด้วย?”ได้หรือไม่?,แค่รู้สึกว่า”พลัดหลงจากผู้ใหญ่”,ก็น่าจะต้อง”ร้องไห้จ้า?”แล้ว?,มีอะไรที่ติดตัวไป,ก็น่าจะทิ้งตามทางไปจนหมด,ก่อนขึ้นถึงภูเขาแล้ว?..ใช่หรือไม่?).. ถ้า”เด็กตัดผมเอง?”,”ลักษณะของเส้นผม?”ย่อมจะ”ไม่เรียบร้อย?”หรือ”ไม่มีระเบียบ?”,แต่ที่สำคัญคือ.. “เด็ก3ขวบ”จะมี(ถือ)”มีดหรือกรรไกร?”,แล้ว”เดินหลงขึ้นทางชันไปยอดเขา?”,เพื่อไป”ตัดผมด้วยตนเอง?”(ยังมีใจสงบ,ตัดผมด้วยตนเอง?)ได้อย่างไร?.. 2.เด็กไม่ได้”กินอาหารเช้ามากมาย?”,”กำลังของกล้ามเนื้อร่างกาย?”ที่จะ”เดินทางที่ชันขึ้น?”แม้พลัดหลงก็ตาม?..(ก็ต้องที่จะ”รู้สึกเหนื่อยมากๆ?”).. ซึ่งโดย”ธรรมชาติของเด็ก3ขวบ”เมื่อกำลังตก,หรือเริ่มอ่อนเพลีย,ซึ่งอย่าว่าแต่เด็กเลย,แม้แต่”ผู้ใหญ่”ที่”เริ่มเหนื่อย”,ก็ย่อม”อยากหยุดนั่งพัก”,ไม่อยากที่จะเดินใน”เส้นทางที่มีความชันขึ้นไปเรื่อยๆ?”,แม้จะเป็น”ถนนที่เรียบๆ?”ก็ตาม,ซึ่งต้องใช้แรงมาก.. เมื่อ”ยิ่งเป็นเด็ก?”,ยิ่งเป็นแนวโน้มที่เขาจะต้อง”เดินในทิศทางที่ต่ำลงมาเรื่อยๆ?”อย่างแน่นอน(?).. 3.ธรรมชาติของ”เด็ก3ขวบ”,เมื่อเริ่มรู้สึกพลัดหลง,ไม่คุ้นกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว,และไม่เห็นใครเลย?(กรณีที่มองว่าเด็กอาจเดินขึ้นภูเขาไปเอง),ย่อมที่จะเกิดความ”ตกใจกลัว?”และต้อง”ร้องให้เสียงดังๆ?”ออกมา?..อย่างแน่นอน(?)..หรือไม่?.. ใช่หรือไม่?.. ...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.120.125 31 ตุลาคม 2566 14:06:50 น.  

 

4.ธรรมดา..เมื่อเริ่มพากันรู้ว่า..มี”เด็ก3ขวบบางคน?”หายไปจากบ้าน.. ก็แน่นอน,ย่อมมีการตื่นตระหนก,และพากันระดม”กำลังของชาวบ้าน”ออกช่วยกันตามค้นหากันอย่างขะมักเขม้นกัน,ในชั่วเวลาอันไม่นาน.. ซึ่งแน่นอนถ้า”เด็ก3ขวบ”เดินขึ้นภูเขาไปเอง?,ก็คงจะเดินไปยังไม่ได้ไกล?,และคงยังไม่ถึงกับเสียชีวิต?..แน่นอน?.. และ”ธรรมชาติของเด็ก3ขวบ”ก็จะต้อง”เดินๆหยุดๆ?”,และร้องไห้”เสียงดังบ้าง,เสียงเบาบ้าง?”,สลับกันไปเรื่อยๆ(?).. ก็เพียงเวลาไม่นาน,เมื่อชาวบ้านเริ่มรู้ว่ามีเด็กหาย,ก็พากันออกระดมติดตามกันแล้ว.. แต่แปลกมั้ย?.. ทำไมจึงไม่มีใครได้ยินเสียง”เด็กร้อง?”,หรือมี”เสียงฮือๆ?”ใดๆเลย(?).. หรืออย่างน้อย..เวลาออกตามหาเด็ก,ก็จะต้อง”ส่งเสียงร้องเรียกเด็ก”ด้วย”ชื่อของเด็ก?”อย่างดัง(?).. เมื่อเด็กกำลังพลัดหลงอยู่ในระยะใกล้เคียง,เมื่อได้ยิน”เสียงเรียกชื่อตนเอง?”และ”เสียงแซวๆ?”ของ”ผู้ออกค้นหา”,ก็ยิ่งจะต้อง”ร้องไห้ออกมาดังๆ?”,จน”ผู้ออกค้นหา”ต้องพากันได้ยินเสียงร้องไห้บ้าง(?),แม้”เสียงร้องไห้จากที่ไกลๆ?”บ้างสักเล็กสักน้อย?..ก็เป็นได้?..ใช่หรือไม่?.. แต่นี่”ไม่มีใคร?”ที่ได้ยิน”เสียงเด็กร้อง?”และ”ไม่มีใคร?”ที่ได้”พบเด็ก?”,ในช่วงที่”เด็กยังมีชีวิต?”อยู่แม้แต่สักคนเดียวเลย(?).. จึงน่าพิจารณาว่า.. “เด็ก3ขวบ”อาจเสียชีวิตก่อนแล้ว,แต่”ถูกซ่อนไว้ก่อน?”ในช่วงที่มี”การค้นหา”,จนเมื่อเวลาล่วงเลยไปวันสองวัน(?),จึงอาจมี”ผู้นำศพเด็ก?”ขึ้นไป”วางบนภูเขา?”อีกที?(จนมี”ผู้พบเห็นศพเด็ก?”ในภายหลัง?)..หรือไม่?..(อาจเป็นเช่นว่านี้?..ได้หรือไม่?).. ...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.120.125 31 ตุลาคม 2566 14:49:56 น.  

 

5.เราไม่ได้สรุปว่า..มีใครเป็น”ผู้ทำให้เด็ก3ขวบเสียชีวิต?”หรือไม่?นะ..(เด็กอาจจะ”เดินขึ้นภู,ไปเสียชีวิตเอง?”ก็ได้นะ?).. แต่ก็อยากฝากเป็นข้อคิดว่า.. ต้องยอมรับว่ามี”บางคน?”ที่ตามข่าวบอกว่า”ไม่ได้เป็นผู้ทำ,เพราะรักเด็กมาก?”.. แต่ก็แปลก.. เราสมมุตินะ.. สมมุติว่า.. ถ้าเป็นเราที่เป็นผู้ที่เอ่ยคำพูดประมาณว่า..”รักเด็กมาก?”เช่นนั้น,และถ้าเป็นความจริงเช่นนั้นด้วย(?) .. เราอยากบอกว่า..ถ้าเป็นตัวเราเอง..แม้ซึ่งเรามี”กิจธุระ?”ที่ได้นัดกับ”บางท่าน”ว่าจะขับรถไปส่ง ณ “สถานที่หนึ่ง”ไว้แล้ว?(ปกติผิดนัดไม่ได้?)ก็ตาม(?).. แต่”หลานที่รักมากคนหนึ่ง?”(ของเรา)หายไปจากบ้าน?,เราก็คงเลือก”ยอมเสียนัด?”,และรีบออกช่วยตาม”เด็ก3ขวบ”นี้โดยไวทันที?.. เพราะเดี๋ยวนี้..”โทรศัพท์มือถือ”ไม่ยากที่เราจะต้องโทรไปCancel(?),หรือติดต่อหา”ผู้รับจ้างขับรถคนอื่น?”ให้ไปส่ง”ท่านที่เรานัดไว้”แทน?..(หรือไม่?).. แต่แปลก..ที่..สมมุตินะ.. สมมุติว่า..เราเมื่อทราบข่าวว่ามี”หลาน3ขวบ”(ที่รักมาก)หายไป.. แต่”ตัวเรา”กลับเฉยมาก,ดูไม่ตื่นเต้นเลย,กลับบอกใครต่อใครว่า..เดี๋ยวไปส่ง”บางท่าน”นั้นเสียก่อนนะ(?),แล้วจึงจะค่อยกลับมา”ช่วยค้นหา”อีกที(?)(ซึ่งดู”ใจเย็นมากๆ?”).. อย่างนี้..ท่านทั้งหลายจะมองว่าเราเป็น”บุคลิกเช่นไร?”.. แต่ถ้าเป็น”เรา”(ตัวจริง).. เราจะต้องติดต่อให้”คนอื่นไปส่ง”บางท่าน”นั้นแทน(?),และรีบออกตามหา”เด็ก3ขวบ”นั้นในทันที(?),ที่รับรู้ข่าวนั้นเลย(?)..และ”สีหน้า,ท่าทางของเรา?”ก็จะต้องมี”อาการตื่นเต้น,ตื่นตระหนก,กังวล?”อย่างมาก(?)กับกรณีที่มี”เด็ก3ขวบ?”ที่เป็น”ดุจญาติสนิท?”ที่หายไปนั้น?..ด้วย(?).. คงไม่อาจที่จะ”วางเฉยได้?”อย่างแน่นอนครับ?.. ...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.120.125 31 ตุลาคม 2566 15:32:56 น.  

 

(a)มี”นักบวชสีกรัก”(บางสำนัก)เคยพูดได้น่าคิดประมาณว่า.. “ระบบการปกครอง”ที่ต่างกันนั้น,อาจมี”ส่วนที่ดี-ไม่ดี?”ต่างกันบ้างก็ตาม(?),นั่นเป็นเรื่องธรรมดา,แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่การ”อบรมจิตสำนึกของประชาชน”ใน”แต่ละระบบ”(ซึ่งมีคำถามว่า..”การศึกษาไทย?”,รวมทั้ง
“ศาสนาทั้งหลายในไทย?”ถือว่า”ล้มเหลว?”หรือไม่?.. ที่ไม่สามารถอบรมให้”ประชากรไทย”มี”จิตสำนึกทางหลักศีลธรรมของศาสนาต่างๆ”ที่ดีได้?).. คือสรุปว่า.. ต่อให้”ระบบ?”จะดีเท่าไหร่?,แต่ถ้า”ประชาชนในประเทศ?”มี”จิตสำนึกที่ไม่ดี?”.. เขาก็มีช่องที่จะกระทำสิ่งที่เรียกว่า”การทุจริตต่างๆสารพัด?”ได้อยู่ดี..ทั้งนั้นแหละ?.. และเป็น”สาเหตุหลัก”ที่ทำให้”ประเทศนั้นๆ?”ไม่เจริญเท่าที่ควร(?)(หรือจะมองว่าทำให้”ประเทศนั้นๆ?”มี”หนี้สินล้นพ้นตัว?”ก็ได้ด้วย?).. ถ้าเราดูตัวอย่าง.. เช่น.. “ประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น”.. เท่าที่ทราบ..”ประชากรของเขา”จะมี”วินัยที่เคร่งครัด”,มี”ลักษณะเด่น”คือ..ถ้า”ประชากรของเขาทำผิด”และ”ถูกจับได้”,จะมี”จิตสำนึกละอาย”ที่มากกว่า”ประเทศอื่นๆ”,และมักจะมีการ”กล่าวขอโทษ”(โค้งคำนับ)ต่อ”ประชาชน”,และตัดสินใจลาออกจาก”งานที่ทำประจำ”ด้วยตนเอง,โดยไม่ต้องรอให้”กระบวนการ”มีการ”ตัดสินถึงที่สุด”เสียก่อน..(จึงไม่แปลกที่เขามีเรื่องของ”กามิกาเซ่?”ที่”ยอมตายเพื่อประเทศ?”ได้).. ซึ่งเราคิดว่า..นี่เป็นเหตุที่ทำให้”2ประเทศนี้”เจริญรุดหน้ากว่า”หลายๆประเทศ”(ในภูมิภาคเดียวกัน).. อยากบอกความเห็นส่วนตัวว่า.. เช่น.. ถ้ามี”อาชญากรรม”จาก”คนดื่มแอลกอฮอล์”,ก็ไม่ใช่เฉพาะผู้ดื่มแล้ว”ขาดสติ”,แล้วไป”ก่ออาชญากรรม?”เท่านั้นที่”ผิด?”,แต่”ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายแอลกอฮอล์สำหรับดื่ม”(ทั้งหลาย)ก็ควรมีส่วนต้อง”ร่วมรับผิด?”ด้วย?,ไม่ใช่คุณจะมุ่งเอาแต่หวัง”ได้กำไรทางการธุรกิจ?”แต่เพียงอย่างเดียว(?),โดยไม่คำนึงถึง”ผลลัพธ์ต่างๆ?”ที่เกิดขึ้นตามมา(?).. เช่นนี้เป็นต้น..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.120.125 31 ตุลาคม 2566 19:03:45 น.  

 

(b)(เห็นด้วยกับ”อดีตผู้การต.”และ”คุณช.”,กรณีคัดค้านออก”กฎระเบียบใหม่”ให้ครอบครองยา”เกิน10เม็ด”จึงถือเป็น”ผู้ค้า”).. สังคมเรามีเรื่องที่ดูแล้วตลกๆ.. ต่อไปนี้เป็นเรื่องสมมุติๆนะ.. เช่น.. 1.คุณไปบอกให้พระสอนว่า..”หวยไม่ดี”,เป็น”การพนัน”,เป็นการ”หวังรวยทางลัด(?)”,ไม่ใช่”คำสอนพุทธ”.. แต่คุณไม่ควบคุมเรื่องการ”ออกสลากต่างๆ?”,อ้างว่า”นำรายได้เข้ารัฐ?”.. ประมาณว่า..ส่วน”ศาสนา”หรือ”ผู้สอน”ก็สอนไปตามหน้าที่.. ส่วน”หารายได้เข้ารัฐ?”ก็หาไปตามนโยบาย?..ประมาณนั้นหรือไม่?.. คือมองตัดขาดเป็นคนละส่วน,ไม่มองว่า..เท่ากับส่งเสริมให้”ประชาชนงมงาย?”กับเรื่อง“ลาภลอย”หรือไม่?,เมื่อ”รัฐส่งเสริม,ออกสลากเสียเอง?”,แล้วเมื่อเวลา”พระบางสำนัก”สอน”ไม่ให้ลูกศิษย์เล่นหวย”,แล้วเขาจะฟังไหม?,เขาก็จะพูดเถียงพระว่า..”แต่รบ.เขาก็ยังไม่ได้ห้าม”ไปโน่นเลยไง?.. ผลคือ..”ประชาชน”เกิดความ”เคยชินที่จะงมงาย?”กับเรื่อง”ลาภลอย?”,หรือ”อะไรที่ได้มาง่ายๆ?”,โดยไม่ได้”คิดหน้า-คิดหลัง”ให้”รอบคอบ?”.. ทีนี้,ก็มีผลไปถึงเรื่องของ”พวกแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์?”ก็จะหาวิธีมา”หลอกลวงคนไทย”ได้แบบง่ายๆ.. เพราะเขาก็รู้”จิตวิทยา”ว่า..”คนไทย”เป็น”สังคมงมงาย,เชื่อง่าย?”,เพราะรัฐก็ยังส่งเสริมให้”คนเมา?”ในเรื่อง”ลาภลอย?”,จนเกิดนิสัย”เคยชินที่จะเชื่ออะไรง่ายๆ?”นั่นไง?.. แล้วที่สุดเกิด”ผลเสีย?”ต่อ”ประชากรของสังคม?”ใน”ระยะยาวไกล?”หรือไม่?.. เช่นนี้เป็นต้น.. แล้ว”รายได้จากสลากแต่ละงวด?”จะคุ้มกับการ”เพาะเชื้อDNA?”ของ”ความเป็นคนงมงาย?”(เห็นแก่อะไร?,ที่จะได้มาจากการ”เสี่ยงโชคง่ายๆ?”(แบบ”ลาภลอย?”),โดยไม่คิดถึง”หลักคณิตศาสตร์?”เรื่อง”โอกาสความน่าจะเป็น?”(Probability)(ที่จะ”ถูกรางวัลที่1”?)ที่เคยร่ำเรียนกันมาเลย(?)( =”การศึกษาไทยเรื่องหลักคณิตศาสตร์?”พลอย”ล้มเหลว?”ไปด้วยไงล่ะ?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.120.125 31 ตุลาคม 2566 20:46:46 น.  

 

วันนี้ได้ชมรายการ”ลุยชนข่าว,ช่อง8,27-12-66”ช่วง”กรรชัยไม่ทน...”แล้ว.. มี”ข้อคิดเห็น”ดังนี้ครับ...
“สังคมไทย”ควร”แก้กฎหมายบางเรื่อง”มั้ย?..
“หลายกรณี”ที่เป็นข่าวใน”สังคมไทย”(พุทธ95%)คือมาจากเริ่มต้นโดยมี”การดื่มสุรา”(ผิด”ศีลข้อ5”)เป็นเหตุ(?).. บางครั้งเหมือนจะอ้างว่า..ทำไปเพราะเมา,คล้ายหวังว่า..”สังคม”หรือ”ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน”จะไม่อยากเอาเรื่องเอาราว(?)..
แต่”การเมาสุรา”แล้ว”ก่อเหตุเดือดร้อน”ไม่ได้แปลว่า..”การกระทำนั้น”จะไม่ผิดกฎหมาย,หรือเอาผิดอะไรไม่ได้นะครับ?.. ใช่ไหมครับ?..
ที่สำคัญคือ.. เราปชช.(รวมทั้งผู้ใหญ่ๆและผู้ทรงคุณวุฒิ,สส.,สว.)ควรเรียกร้องให้มีการ”แก้กฎหมาย”ให้”ผู้ผลิตและจำหน่ายสุราต่างๆ”ว่า.. “ถ้าสุรายี่ห้อใดๆ”ที่”ผู้ดื่มสุรานั้น”แล้ว”ไปก่อเหตุต่างๆในสังคม”,ควรให้”ผู้ผลิตและจำหน่ายสุรายี่ห้อนั้นๆ?”ต้อง”ร่วมชดใช้,เยียวยา”ต่อ”ผู้ที่รับความเดือดร้อน,เสียหาย”ในกรณีต่างๆนั้นด้วย?..ดีมั้ยครับ?..
ไม่ใช่คุณมีหน้าที่แค่”ค้ากำไรจากการผลิตและจำหน่าย?”เท่านั้น(?),โดยที่ไม่ต้อง”ร่วมรับผิดชอบ”จาก”ผลิตภัณฑ์ที่คุณมีส่วนผลิตขึ้นมา?”นั้นแต่อย่างใดเลย?.. ประมาณว่า..”ก็ลื้อไปซื้อกินเอง,ไปเมาอาละวาดก่อเหตุเอง,อั๊วไม่ได้ร่วมรับรู้อะไรด้วย?”..ประมาณนั้น?.. อย่างนี้มันใช่มั้ย?.. ใช่หรือไม่?..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.255 28 ธันวาคม 2566 12:08:07 น.  

 

(A)วันนี้ได้ชมรายการ”สด-อมรินทร์ลุยชนข่าว,15-12-66”ช่วง”กลุ่มศรัทธาเด็กรวมพลังปกป้อง...”แล้ว.. มี”ข้อคิดเห็น”ดังนี้ครับ...
ธรรมดานั้น..”ผู้ใหญ่ๆ”ควรเป็นผู้ออกมา”ให้ปัญญา”กับ”สังคมโดยรวม”(?).. ถ้าสังคมใด..ที่”ผู้ใหญ่ๆ”พากันเงียบเฉย, อาจถูกมองจาก”สายตาของสังคม”ได้ว่า.. ทำไม”ท่านเหล่านั้น?”จึงไม่แสดง”ความเดือดร้อน?”ใดๆ?,หรืออาจเป็นเพราะท่านพากันอยู่อย่างสุขสบายแล้ว?,ธุระไม่ใช่?,เรื่องอะไรจะหาเรื่อง?,หาเหามาใส่หัว?,ให้เปลืองตัว?กับ”โลกโซเชี่ยล?”ไปเปล่าๆ?ไปทำไม?..ประมาณนั้น?..หรือไม่?..
หรืออาจมี”ผู้ใหญ่บางท่าน?”อาจมองว่า..การที่”สังคมไทย”มักมีเรื่องให้สังคมพากันไปสนใจ(ตามอุปนิสัยคนไทย)ในเรื่อง”สัพเพเหระ,จิปาถะ,เป็นเรื่องๆ,เป็นระยะๆ?”นั้นก็ดีแล้ว?.. จะได้ไม่มานั่งเพ่งเล็งจับผิดในเรื่องที่เกี่ยวกับการ”คอร์รัปชั่น?,ทุจริต?,ฉ้อฉล?,กินตามน้ำ?,กินทวนน้ำ?”ที่อาจมี”ผู้ใหญ่บางท่าน?”(ในยุคอดีต)ได้เคยกระทำไว้(?),และสามารถประคองตัว,หลบเลี่ยง”ข้อกฎหมาย”,จนสามารถ”นั่งเสวยสุข?”,แบบไม่ต้องเดือดร้อนกับ”เรื่องราวต่างๆ”ที่”เกิดขึ้นในสังคม?”ใดๆเลยก็ได้?,มาจนถึงทุกวันนี้ก็เป็นได้?..เช่นนั้นหรือไม่?.. ใช่หรือไม่?..
อย่าง”สำนักพุทธต่างๆ”(ซึ่งไทยเป็นพุทธ95%)นั้นก็ควรออกมา”แอ๊คชั่น?”ชี้แนะว่า,อะไร”ถูกต้องหรือผิดตามหลักพุทธศาสนา?”หรือไม่?..ใช่หรือไม่?..[ซึ่งไม่สมควรให้”สังคมไทย”อยู่กับ”ความงมงาย?”ที่ไม่ใช่”คำสอนของศาสนาพุทธ”,โดยเฉพาะที่มักอ้างอิงกับ”บริบทคำสอนหรือรูปสัญลักษณ์ต่างๆ?”ที่เกี่ยวเนื่องกับ”ศาสนาพุทธ?”,เพื่อใช้เป็น”ประโยชน์?”หรือ”ใบเบิกทาง?”ให้กับ”ลัทธิสัทธรรมปฏิรูป?”ตาม”แนวคิด?,ความเชื่อ?”(ของตน,ส่วนตัว?),ซึ่ง”แปลกปลอมขึ้นมาภายหลัง,แตกต่างจากยุคพุทธกาล?”เพื่อสร้าง”ความยิ่งใหญ่?”ให้กับ”ลัทธิศาสนาแนวใหม่”(ของตน,ของตน?)..ใช่หรือไม่?]..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.255 28 ธันวาคม 2566 21:07:11 น.  

 

(B)”สื่อบางส่วน”ก็เช่นเดียวกัน,ไม่ใช่มีแต่”ทำคอนเท้นต์?,หาเรตติ้ง?”ให้กับช่อง,แล้วใช้แค่”คาถากำกับ?”แค่ว่า..”โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม?”เท่านั้น(?)..(แต่ควรบอกกับ”ผู้ชม”ด้วยว่า..อะไรคือ”พุทธ”?,อะไรที่ไม่ใช่”พุทธ”?)..
แม้จะอ้าง”หลักกฎหมาย”ว่า..ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเชื่อใน”ลัทธิต่างๆสารพัด?”และ”ปฏิบัติตามความเชื่อ?”อย่างไรก็ได้?,ตราบใดที่ไม่ทำผิด”กฎหมายหลักๆ?”เท่านั้นก็พอ(?).. แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว?..เช่นนั้นหรือ?.. แล้วเช่นนี้จะสามารถ”สร้าง,พัฒนาเชิงปัญญา?”( ="ปัญญา"แบบ"พุทธแท้")ให้กับ”สังคมไทย”เพื่อก้าวไปสู่”สังคมศิวิไลซ์?”ได้ล่ะหรือ?..
ซึ่ง”บางคน”อาจใช้”การบวช”เพื่อ”หลบหนีสังคม?”,หรือ”หลบสื่อ?”,หรือ”เสดาะเคราะห์บางสิ่งบางอย่าง?”นั้นก็ยังพอทำเนาอยู่บ้าง?..
แต่”บางคน”เพื่อจะ”สร้างภาพลักษณ์?”เพื่อจะ”หลบเรื่องราวบางเรื่องที่เกี่ยวกับตน?”(ความจริง..ถ้าแน่ใจว่า”ตนเองไม่ผิดใดๆ?”,ก็น่าจะ”นอนเล่น,แช่แป้ง?”,ไม่น่าจะต้องเดือดร้อน,ทำนั่น,ทำนี่,อะไรมากมาย?..ใช่มั้ย?).. เช่น.. ก็พยายามไปสร้าง”รูปเคารพ?”มาเป็น”รูปสำหรับบูชา?”(ซึ่งไม่ใช่”หลักศาสนาพุทธ?”เลย?),ซึ่งเป็น”สัตว์ดึกดำบรรพ์?”(ซึ่งก็ไม่มีหลักฐานว่า..”มีอยู่จริงในโลกมนุษย์มาก่อน?”..หรือไม่?)..
แล้วนำมาเป็น”สรณะ?”เพื่ออาจหวังให้”ปกป้องตน?”ให้”พ้นจากสิ่งร้ายต่างๆ?”.. ทั้งๆที่ปากก็พร่ำบอกว่า..”ตนเป็นชาวพุทธ?,นับถือพุทธศาสนา?”.. แต่”สิ่งที่กระทำต่างๆ?”นั้น,มันไม่ใช่”วิธีคิด?”หรือ”หลักการของพุทธศาสนา?”แต่อย่างใดเลย?..(ฝ่าย”สำนักพุทธต่างๆ?”ก็มักอ้างว่า”ไม่ใช่หน้าที่ของสำนักพุทธ?”ซะอย่างงั้น?..เสียอีก?)..
หรือที่มี”น้องอายุ8-9ขวบ”ที่สามารถทำให้”ผู้ใหญ่คราวพ่อ,คราวแม่?”ก็มา”ก้มกราบไหว้?”(โดยไม่รู้สึกเคอะเขิน?)ก็ยังเป็นได้สำหรับ”สังคมไทยเมืองพุทธ?”อีกเช่นเดียวกัน(?)..
แล้วเช่นนี้เราจะคาดหวังให้”ใคร?”เป็น”ผู้รับผิดชอบ?”กับเรื่อง”มิติแห่งความงมงาย,ไร้เหตุผล?”ใน”บริบทเรื่องลี้ลับ?,เรื่องอดีตชาติ?,เรื่องอวตาร?(อันเป็น'ลัทธิพราหมณ์')”,หรือเรื่องแม้กระทั่ง”สัตว์ในตำนานต่างๆ?”ที่นำมาเป็น”สิ่งบูชา?,กราบไหว้?,เคารพ?,สักการะ?”ที่นับวันแต่จะยิ่งกลายเป็น”บริบท?”ของ”ธุรกิจความเชื่อที่งมงาย?”(อันไม่ใช่”หลักพุทธ?”)ที่”ไม่สามารถพิสูจน์ใดๆได้?”เหล่านี้?..อย่างไรกันดีครับ?..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.255 28 ธันวาคม 2566 21:59:47 น.  

 

(a)เราเคยแสดง”ความเห็นไว้บางตอน”.. ประมาณว่า..”ชื่อ(เล่น)นั้นสำคัญไฉน?”.. เช่น..”ชื่อเล่นบางชื่อ”ที่สื่อถึง”ความหมาย?”ของคำว่า”คบซ้อน?”มีเนื้อหาดังนี้..
________________
เรามักสังเกตว่า.. “ผู้ที่มีอาชีพร้อง,เต้น?”ที่มี”ร้อง?และเต้น?”ไปในเนื้อหาที่ไม่ส่งเสริม”จริยธรรมทางเพศ?”สักเท่าไหร่?,และ/หรือรวมทั้ง”ผู้ที่มี”ชื่อเล่น”ที่ทำให้”ผู้ได้ยิน”เขาแว็บไปนึกถึงเรื่องการมี”คู่ซ้อน?”หรือ”การคบซ้อน?”ดังกล่าวไปแล้วข้างต้น.. “หลายคู่,หลายคน?”มักจบลงด้วยการที่มีการ”แยกทางกับคู่ของตน?”ให้เห็นอยู่เสมอ(?).. ดังนี้เป็นต้น..
________

ซึ่งเราใช้”ประสบการณ์ส่วนตัว”ในการ”สังเกตข่าวสารในสังคม”....เราเห็นว่า.. “ชื่อเล่น?”ที่มี”นัยยะ?”ของการ”ผิดศีล?”ใน”บริบทของพุทธ”,มักนำพาผู้ที่มี”ชื่อดังกล่าว”นั้น..ไปในทางที่”ไม่ค่อยโสภา?”หรืออาจถึงขั้น”เกิดเรื่องเสื่อมเสีย?”ใน”บางกรณี?”เลยก็เป็นได้(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 5 มกราคม 2567 21:04:21 น.  

 

(b)สมมุติว่า.. ถ้าตั้ง”ชื่อเล่น”ว่า”โบว์”หรือ”แนนนี่”,หรือ”คริสตี้”,หรือ”หมิว”,หรือ”มายด์”,อย่างนี้ไม่ค่อยมี”นัยยะ”ที่จะไปชวนให้เกิด”ภาวะล่อแหลม?”หรือคล้าย”เชิญชวนในเรื่องทางเพศ?”อะไรมากมาย(?)..
แต่ถ้าเริ่มเป็นชื่อของ”สิ่งที่ดื่มได้?,ทานได้?”นี่จะเริ่มเข้าข่ายเป็นชื่อที่อาจ”เชิญชวนปัญหา?”ในเรื่อง”คนคู่?”(ที่”ไม่เข้าท่า?”หรืออาจ”ไม่ถูกครรลองประเพณี?”)ให้เข้ามาหาตัวได้ล่ะ(?)..
โดยเฉพาะ”หญิงสาว”ที่อยู่ในช่วง”วัยรุ่น?,ดรุณี?,แรกแย้ม?”ในการ”คบหา,สังสรรค์?”ที่มีเรื่องของ”แอลกอฮอล์?”แทรกเข้ามาด้วยแล้ว(?),ซึ่งอาจถึงขั้นเกิดการ”ลวนลามทางวาจา?”,อันเป็น”จุดเริ่มต้น?”เข้ามาละ(?)..
เช่น.. ถ้าใครไปตั้ง”ชื่อเล่น”ว่า”แอ๊ปเปิ้ล”,ก็อาจ”ถูกแซว?”หรือ”กึ่งลวนลามเล็กๆ?”ว่า.. “วันนี้รู้สึกว่า..อยากทานแอ๊ปเปิ้ลจัง?”..อย่างนี้เป็นต้น..(ซึ่งอาจรู้สึกว่านี่กำลัง”เริ่มจีบ?”แล้วหรือไม่?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 5 มกราคม 2567 21:26:49 น.  

 

(c)โดยเฉพาะ”ผู้หญิง?”มักเป็น”เพศที่จิตใจอ่อนไหวง่าย?”กว่า”ผู้ชาย?”.. เมื่อมี”การแทะโลม?”หรือมีลักษณะคล้าย”จีบทางคำพูด?”ผ่าน”ชื่อเล่นของตน?”ก็มักมีลักษณะ”หวั่นไหว?,ใจเต้น?,เริ่มฟุ้งซ่าน?,คิดวนเวียน?”ขึ้นมาละ(?)..
ซึ่งถ้าเจอ”เรื่องอย่างนี้บ่อยๆ?”ก็เท่ากับทำให้เหมือนรู้สึกว่า”ตนเองมีตัวเลือก?”.. ประมาณว่า..”คนนั้นก็จีบเรา?,คนนี้ก็จีบเรา?,เราจะเลือกใครดีนะ?”(จิตใจ”ฟูฟ่อง?”,เกิดภาวะ”ขี้โลภทางใจ?”)..อะไรประมาณนี้?..
ทำไปทำมาอาจทำให้เป็น”หญิงใจแตก?,จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว?,เกิดอาการ”รักเผื่อเลือก?”หรือ”คบซ้อนหลายคน?”ได้(?)..
โดยอาจ”หลงผิด?”,หรือ”หลงถูก(ใจ)?”ว่า..เพราะ”ตนเองมีเสน่ห์?”เสียอีก(?),”ผู้ชาย”จึงต่างพากันมา”รุมจีบ?”..อะไรประมาณนั้น?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 5 มกราคม 2567 21:43:17 น.  

 

(d)วันนี้(5-1-67).. ได้ดู”บางรายการยอดฮิต”ก็เริ่มมีนำเสนอ”เรื่องทำนองนี้”อีกเรื่องหนึ่ง.. ที่มี”ชื่อเล่น?”ของ”เซเล่บบางคน?”ที่”ชื่อเล่นของเธอ?”สื่อถึง”ความหมาย?”ของ”เครื่องดื่มบางชนิด?”ที่ดื่มแล้ว,อาจทำให้”ขาดสติ?”ได้(?)..
นี่ถ้ามองในแง่ของ”พุทธ?”,ก็อาจถูกมองได้ว่า..เป็น”บริบท”ของเรื่อง”วิบากกรรม?”ของ”การตั้งชื่อ?”,ที่สื่อไปถึง”เครื่องดื่มบางชนิด?”ที่”มีฤทธิ์?”ทำให้”สูญเสียสติ,สัมปชัญญะ?”,ซึ่งเป็น”บริบท”ของ”การชักชวน?”ให้ละเมิด”ศีลข้อ5”ก็เป็นได้?..ด้วยหรือไม่?..
จึงอาจทำให้เกิด”การพลาดพลั้ง?”(หลงเคลิ้ม?,ไม่ระวังตัว?”,จนอาจเผลอ(?)ทำในสิ่งที่”สังคมไทยมักไม่ยอมรับ?”กับการไป”ใกล้ชิด?”กับ”คู่ของผู้อื่น?”จนดูเป็น”ภาพที่ชวนให้สังคมครหา?”ว่า”ไม่เหมาะสม?”..หรือไม่?.. ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 5 มกราคม 2567 22:02:32 น.  

 

(e)ดังนั้น..”ผู้ปกครอง?”หรือ”บุพการี?”,เมื่อจะ”ตั้งชื่อเล่น?”ให้”บุตรหลาน?”,ก็ควร”คิดการให้รอบคอบ?”,ว่าจะ”เป็นเชื้อ?,เป็นสื่อ?”,ซึ่งอาจนำพา”บริบทของการผิดศีล5?”,มาสู่”ลูกหลานของตน?”ได้หรือไม่?..ด้วย(?)..
ซึ่งเราคอยสังเกตเสมอมา,หรือแม้แต่กรณี”ชื่อเล่น?”ที่”สื่อถึงผู้ยิ่งใหญ่?”.. เช่น..”สรรพนาม?”ที่ใช้ขานแทน”กษัตริย์ของจีน?”(ฮ่......),ซึ่งอาจเป็นการไป”เสริมอัตตา?”ของ”เจ้าของ”ชื่อเล่น?”โดยใช่เหตุ(?)..
ซึ่งอาจนำพา”วิบากกรรม?”(บางอย่าง)เข้าหา”เจ้าของชื่อเล่น?”นั้น?..ก็เป็นได้(?)..
หรือเช่น..”ชื่อเล่น”ว่า”หมู.....?”(ซึ่งสื่อถึง”อาหารฝรั่ง”ชนิดหนึ่ง),ซึ่งเรามองว่า..”หมู?”เป็น”สัตว์ที่น่าสงสาร?”,แต่กลับถูกนำมาเป็น”อาหารบำเรอลิ้น?”ให้กับมนุษย์(?)..
ซึ่งทาง”ธรรมะของพุทธ?”อาจมองว่า..สื่อถึง”วิบากกรรมจากการตั้งชื่อ?”ที่ไม่มี”นัยยะเป็นคำพร?”( ="อาภัพ?")ต่อ”ตัวผู้ที่มีชื่อเล่นดังกล่าว?”ก็เป็นได้(?)..หรือไม่?.. ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 5 มกราคม 2567 23:59:31 น.  

 

(f)หรือแม้แต่”ชื่อเล่น?”ที่สื่อถึง”ผืนผ้าชนิดหนึ่ง?”ซึ่งไม่มี”นัยยะอะไรพิเศษ?”(ซึ่งอาจไม่ชวนให้”ผู้ที่มีชื่อดังกล่าวตั้งสติ?”ใน”การดำเนินชีวิต?”ก็เป็นได้?),ซึ่งประกอบกับไปพ่วงกับ”นามสกุลที่มีชื่อเสียงในอดีต?”ด้วย(?),จึงอาจทำให้”ใช้ชีวิตอย่างไม่ระวังระไว?”เท่าที่ควร?..ก็เป็นได้(?)..หรือไม่?.. ใช่หรือไม่?..
หรืออีก”ชื่อเล่นหนึ่ง?”(คำฝรั่ง)ที่มี”นัยยะแห่งอำนาจที่ยิ่งใหญ่?”(เหนือ”บริวาร?”)ว่า”เจ้านาย?”,หรือ”นายจ้าง?”,หรือ”หัวหน้าใหญ่?”,ซึ่งอาจทำให้”เจ้าของชื่อเล่น?”รู้สึก”หลงเคลิ้ม?”ใน”อัตตาตัวตน?”ของ”ชื่อเล่นของตนเอง?”อยู่เป็นเนืองนิตย์(?)..ก็เป็นได้?..หรือไม่?.. ใช่หรือไม่?..
ประกอบกับอาจมี”วิบากกรรม?”ร่วมกับ”เครื่องดื่มบางชนิด?”ที่”ให้(กระตุ้น)พลังงาน?”(ใน”ระดับแอ๊คถีฟ?”)(ที่”ครอบครัวเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย?”),ที่แม้ไม่ใช่”ฤทธิ์แบบแอลกอฮอล์?”,แต่ก็อาจมีส่วน”กระตุ้น?”ให้เกิด”พลังงานที่มากล้น?”,จน”เกินกำลังของสมอง?”ที่จะ”ควบคุมตนเอง?”,ให้อยู่ใน”ความพอดีในการใช้ชีวิต?”ได้(?)..
จึงอาจ”ส่งผล?”ให้เกิด”วิบากกรรม?”ที่มาดลให้เกิด”เหตุการณ์อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด?”ให้กับ”เจ้าของชื่อเล่น?”นั้น?..ด้วย?..ก็เป็นได้(?)..หรือไม่?.. ใช่หรือไม่?..
“ทั้งหลายเหล่านี้?”ที่ยกตัวอย่างมา,เรามองด้วย”ทัศนะส่วนตัว?”,และ”ประสบการณ์การสังเกตส่วนตัว?”เท่านั้นนะครับ(?)..
...ด้วยความปรารถนาดีและด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 6 มกราคม 2567 0:40:53 น.  

 

(A)”ศาสนาพุทธ”หรือแค่”หลักปรัชญา?,และ”ความเป็นจริงของโลก?”,และ”ธรรมชาติของสังคมไทย?”ที่อยู่ใน”วังวนแห่งความซิกแซ็ก?”,ที่”ไม่ตรงไปตรงมา?”.. เช่น..
1.”พระ”ถ้าพูด”เรื่องเซ็กส์?”หรือ”เรื่องในมุ้ง?”หรือ”เรื่องคนคู่?,ชู้สาว?,กิ๊กกั๊ก?”นั้นไม่เหมาะสม(?)..
ดังนั้น..”หนุ่มสาวในสังคมพุทธ95%”(แม้จะมี”ศาสนาอื่น”ผสมโรงอยู่บ้าง)จึงต้องไป”สุ่มเสี่ยง?”แบบ”ปิดตา..หารัก?”,หรือจริงๆอาจแค่”ปิดตา..หาเซ็กส์?”(ที่ถูกใจ?,เฉพาะหน้า?,เป็นครั้งคราว?)เพื่อ”ลองวิชารัก?”(เซ็กส์?)กันเอาเอง?..เท่านั้น?..หรือไม่?..
เพราะมักอ้างว่า..พระพูด”เรื่องต้องห้ามเหล่านี้?”นั้นไม่เหมาะสม(?),”สังคมไทย”จึงถูก”ปิดตา?”กันอยู่มานมนาน,กาเล?.. ดังนั้น..”ปัญญาการขบคิด?,วิเคราะห์?,แยกแยะ?”เรื่อง”ศีลข้อ3”ในมุมมองของ”พระ,นักบวช?”จึงไม่เกิดขึ้น,เพื่อช่วยเหลือให้กับ”หนุ่ม-สาว?”ของ”สังคมของคนไทย?”..หรือไม่?.. ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 6 มกราคม 2567 17:02:03 น.  

 

(B)2.หรือจริงๆ.. “พระ”ควรให้”ปัญญา”กับ”คนหนุ่มสาว”(ในวัยแสวงหา”ความรัก?”,หรือแสวงหา”ฟงแฟน?”หรือ”คู่ครอง?”)ว่า.. “ความรักที่บริสุทธิ์?”(โดยเฉพาะในยุคสมัยนี้?)แบบที่”ไม่เกี่ยวกับความพึงพอใจในจุดเป้าหมายเรื่องเซ็กส์?”(ที่สังคมกำลังพูดกันฮือฮา?)นั้นไม่มีจริงหรอกนะ(?)(อาจมีแค่ใน”ละครหลังข่าวช่วงหลัง2ทุ่ม?”ที่ชวนให้”หนุ่มสาวหลงใหลได้ปลื้ม?”กับ”ความรักแบบอุดมคติ?”ที่”ไม่มีจริง?”เท่านั้นจ้ะ?).. เพราะ”พระพุทธเจ้า”ก็สอนไว้อย่างชัดเจนว่า..”นัตถิ อัตตสมัง เปมัง”( =”ความรักอื่นเสมอด้วย*รักตนเอง*นั้นไม่มี”)ไม่ใช่หรือ?..
หรือพระควรสั่งสอนประชาชนว่า.. แค่ไป”มีใจ?”ให้กับ”คู่ครองของผู้อื่น?”ทั้งๆที่รู้อยู่?(จะโดย”นิตินัย?”หรือแค่”พฤตินัย?”ก็ตาม?..ที่สังคมรับรู้ได้ว่า..เขาเป็น”คู่ครองกันอยู่?”เป็นที่ประจักษ์?),นั้นก็คือ”ผิดหลักธรรม?”ตามบริบทของ”ศีลข้อ3”แล้ว?..หรือไม่?.. ใช่หรือไม่?..
หรือ”เรื่องเซ็กส์?”นั้น.. ควรให้”ความจริง?”ว่าเป็นเรื่อง”ธรรมชาติของสัตว์โลก?”โดยทั่วไป(?).. และ”มนุษย์?”ก็เป็นเพียง”สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง?”ที่เทียบเท่ากับ”สัตว์โลกทั่วไป?”แค่”สปีชี่หนึ่ง?”เท่านั้นเอง?..หรือไม่?..
และ”ศาสนา”(โดยเฉพาะ”พุทธ?”)เป็นเพียง”หลักปรัชญา?”ที่พยายามฝืน”ความจริงของโลก?”ที่ว่า..”เซ็กส์เป็นความพึงพอใจสูงสุด?”ของ”สัตว์โลก?”ที่ไม่อาจห้ามได้?..เช่นนั้นมากกว่า?..หรือไม่? ..ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 7 มกราคม 2567 4:10:00 น.  

 

(C)แต่”พุทธบางสำนัก?”(โดยเฉพาะ”สำนักสีกรักบางสำนัก?”)มักพยายามอยากบอก”สังคมชาวพุทธ?”ว่า..”กามารมณ์หรือเซ็กส์?”นั้นสามารถ”ละขาดได้จริง?”..
กระทั่งยอม”พูดอวด?”(ต่อ”สังคม”)เพื่อ”พิสูจน์กลุ่มตนเอง?”ว่า..”สำนักของตน?”นั้น..มี”ผู้สำเร็จถึงขั้นอรหันต์?”,และสามารถ”ละกามารมณ์?”จนหมดสิ้นได้จริง?..เสียอีกด้วย(?)..
[ซึ่งจริงๆอาจเป็นเพียงการแค่”ฝึกฝืนกดข่มทางอารมณ์?”ไว้ได้อย่างเนิ่นนาน?,จนดู”น่าศรัทธา?”,แล้วประเมินกัน(ใน”หมู่ลูกศิษย์ลูกหา?”)เอาเองว่า..”ท่านผู้นั้น,ผู้นี้?”น่าจะละ”กามารมณ์?”ได้หมดสิ้นจริง(?)..เท่านั้นเอง?..หรือไม่?.. ใช่หรือไม่?]..
ซึ่งส่วนตัว,เรายังไม่ยอมรับว่า..”พุทธ?”จะสามารถ”ละกาม?”จนเป็น”อรหันต์?”ที่สามารถ”สลายธาตุวิญญาณจิต?”จนไม่ต้อง”กลับมาเกิดอีกต่อไป?”ได้ด้วย(?)..แต่อย่างใด?..
(ซึ่งเรามองว่า..อาจเป็นเพียงแค่”หลักปรัชญาความคิด?”,เพื่อไต่เต้า”แสวงหาความหลุดพ้น?”,ซึ่งก็ยังไม่มี”ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์?”ใดๆ?ว่า.. จะมี”อรหันต์?”ที่สามารถ”ตัดภพ?,จบชาติ?”และ”ละกามารมณ์ในจิตส่วนลึก?”ที่”ฝังใจมาเนิ่นนานข้ามชาติ?”ได้จริงๆ?..แต่อย่างใด?..อีกด้วย?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 7 มกราคม 2567 4:39:51 น.  

 

(D)3.ไม่เช่นนั้นเราจะพบว่า.. ในอดีตไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาใน”สังคมพุทธไทย?”ก็ยังมี.. เช่น.. “ท่านนิกะระโณ,ยันตโร,ภาวโนพุทธา,เณรค.,ฯลฯ”,ที่ยังต้องพ่ายแพ้ต่อ”บริบทของศีลข้อ3”แม้อยู่ใน”ผ้าเหลือง?”โดยมักอ้างว่า..เพราะเกิดจาก”แผนนารีพิฆาต?”ได้อย่างไร?..
รวมทั้งเร็วๆนี้..คือ..”ท่านมิ......?”(พระชาวต่างชาติบางท่าน)ที่ยังต้องยอมสึกออกไปจาก”ผ้าเหลือง?”,เพื่อไปใช้”ชีวิตครองเรือน?”กับ”หญิงบางคน?”ที่เคยเข้ามาพัวพันเป็น”ลูกศิษย์?”อีกด้วย?..ได้อย่างไร?..
ทั้งๆที่”แทบทุกท่าน?”ก็ได้กล่าว”หลักธรรมของพุทธ?”,สั่งสอน,อบรม”ลูกศิษย์ชาวพุทธ?”ในเรื่อง”ศีลข้อ3”กันมาอย่างเพรียบพร้อมมาแล้วกันทั้งนั้น(?)..
แต่ก็ยังไม่อาจสามารถเอาชนะ”ความท้าทายของกามารมณ์?”ซึ่ง”ธรรมชาติ?”ได้ปูทาง,สร้างไว้อย่าง”ประณีต?,ลึกล้ำ?,ซับซ้อน?”,จน”มนุษย์(ผู้ชาย)ทั้งหลาย?”(แม้แต่”ระดับนักบวช?”)ก็ยังยากที่จะปฏิเสธ”ความต้องการทางกามารมณ์?”(ซึ่งผนวกกับการ”สนองอัตตาตัวตน?”หรือ”ความสะใจ,ภูมิใจในจิต?”ที่ได้เอาชนะ”อิสตรี?”,ที่ปกติเมื่ออยู่”ต่อหน้าสังคม?”มักต้องแสดง”ความหวงเนื้อหวงตัว?”)(หรือกรณีที่”สตรีบางคน?”มุ่งหวัง”เอาชนะต่อบุรุษ?”ใน”เรื่องทางเพศ?”ก็ตาม?),ตามการ”เร่งเร้าตามธรรมชาติ?”ที่มักถูก”ยั่วยวน?”โดย”สตรีเพศ?”ได้โดยง่าย(?).. ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 7 มกราคม 2567 5:16:24 น.  

 

(E)4.ถ้ามองใน”มุมมองฝรั่ง?”.. โดยทั่วไป..“คนฝรั่ง?”จะไม่ปฏิเสธเรื่อง”กามารมณ์?”,เพราะ”พื้นฐานของชนชาติเขา?”มองเห็นเป็นเรื่อง”ธรรมดา,ธรรมชาติ?”,ที่ไม่ถือว่าเป็น”ความผิดพลาด,ใหญ่หลวง?”อะไร?..
เช่น.. เวลาลูกออกจากบ้าน,”พ่อ-แม่ฝรั่ง?”(บางส่วน),เราเคยได้ยินว่า.. มักจะคอยเตือนลูกว่า..ลืม”ถุงยางอนามัย?”และมี”ยาคุมกำเนิด?”ไว้พร้อมหรือเปล่า?..ประมาณนั้น(?).. เพื่อป้องกัน”การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์?”,เพราะ”ยังไม่พร้อม?”ที่จะ”มีครอบครัว?”,หรือ”เลี้ยงดูบุตร?”ที่อาจเกิดจาก”ความบังเอิญ?”หรือ”ยังไม่พร้อม?”ได้?(แต่ก็กลับมี”ความพร้อมแล้ว?”ที่จะเรียนรู้การ”สนองความสุข?”ในเรื่องการมี”เพศสัมพันธ์กัน?”ได้แล้ว?.. หรือนี่คือ”บริบทความพิกลของธรรมชาติ?”ที่ไม่”สมดุลกับความเป็นจริงของชีวิต?”..หรือไม่?..)..
แต่เขามักไม่ปฏิเสธว่า..”เด็กเป็นหนุ่ม?”,หรือ”เป็นสาวเริ่มมีประจำเดือน?”(เมน)ก็ย่อมมี”ความต้องการทางเพศ?”,เมื่อมี”สิ่งแวดล้อม?”ที่”ส่งเสริม,เป็นใจให้?”..ได้เสมอ(?)..
และเขาไม่ใช้”วิธีการกดดัน?”ต่อ”ความรู้สึกทางเพศ?”ที่มักเกิดขึ้นกับ”เด็กทุกคน?”ตาม”ธรรมชาติที่เร่งเร้า?”(เพื่อไปสู่”การก่อกำเนิดพืชพันธุ์?”)โดยใช้”บริบทคำสอนให้ละกิเลสด้านกามารมณ์?”ใน”หลักการของศาสนาพุทธ?”(ที่มุ่งหวังให้คนมี”ความบริสุทธิ์ในจิต?”ที่เหนือกว่า”ความเป็นไปตามธรรมชาติ?”ของ”สัตว์โลกทุกชนิด?”)..ใน”แบบของพุทธ?แต่อย่างใด?..
[ที่อาจทำให้”พุทธบางสำนัก?”ใช้ประโยชน์ใน”การโฆษณาสรรพคุณ?”ว่า..”หลักพุทธ?”นั้นเหนือกว่า”ศาสนาใดๆในโลก?”,ที่สามารถ”ละกิเลสกามารมณ์?”จนถึง”ก้นบึ้งของจิตได้?”..ประมาณนั้น(?).. ซึ่งเราส่วนตัว,ยังไม่เชื่อว่าจะ”ทำได้?”,หรือ”เป็นได้จริง?”..แต่อย่างใด?..]..
“สังคมฝรั่ง?”จึงไม่ค่อยมี”ความเครียด?”ใน”เรื่องทางเพศ?”ที่ต้อง”ปกปิด?”,หรือ”ไม่กล้าแสดงออกให้ใครรับรู้?”แบบใน”บริบทของสังคมไทย?”..อย่างนั้นหรือไม่?.. ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 7 มกราคม 2567 6:08:22 น.  

 

(F)5.ถามว่า.. ทำไม”ธรรมชาติ?”จึง”วางกับดัก?”ให้”มนุษย์หลงใหล?”และ”เพลิดเพลิน?,ตื่นเต้น?,ถวิลหา?”กับ”การมีเพศสัมพันธ์ต่อกัน?”..
นั่นอาจเป็นเพราะ..”ธรรมชาติ?”ไม่ต้องการให้”มนุษย์หรือสัตว์โลกทั้งหลาย,สูญสิ้นเผ่าพันธุ์?”..นั่นเอง(?)..
ในวัยเด็ก.. เราจะเริ่มเรียนรู้”สัมผัสทางเพศพื้นฐาน?”จากการ””เล่นปูไต่?”ตาม”แขน,ขา?”(ด้วยตนเอง),ที่ทำให้เกิด”ความเพลิดเพลิน?”คล้าย”อาการคันเล็กๆ?”..
พอโตมาหน่อย.. ถ้าไปให้”ช่างตัดผม”(ในสมัยก่อน)ตัดผมให้,ก็มักจะมี”การแคะหู?,ปั่นหู?”(เล็กน้อย)บริการแถมให้กับลูกค้าด้วย,เราก็จะเริ่มเรียนรู้จาก”อาการที่คันแบบสะดุ้งๆ,หวาดๆ,หวิวๆ,กึ่งท้าทาย?”,บางครั้งว่างๆ..ก็เลยหาซื้อ”ที่แคะหู?,ปั่นหู?”มาใช้งานเองซะเลย(?)..ประมาณนั้น..
ซึ่งนั่นแหละ.. “อาการความสุขทางเพศ?”ก็มีลักษณะที่”คล้ายสัมผัสที่ตื่นเต้น?”ในการ”แคะหู?หรือปั่นหู?”นั่นเอง?,แต่”สัมผัสทางเพศ?”นั้นจะมี”ชั้นเชิงที่ซับซ้อน,ลึกล้ำในรายละเอียด??”มากกว่ากันมาก(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 7 มกราคม 2567 6:28:52 น.  

 

(G)6.คือ”ทางพระ?”จะสอนให้เห็น”โทษของกาม?”,ให้พยายาม”ควบคุมหรือกดข่มอารมณ์ความต้องการทางเพศ?”เอาไว้?..
แต่จริงๆ..”มนุษย์?”มี”อัตตายึดถือตัวตน?”,หรือต้องการ”สนองรสเสพ?”แห่ง”อัตตาตัวตน?”และ”มานะทิฐิ?”ที่เป็นความ”ใคร่เอาชนะ(ใจ)?”ต่อ”เพศตรงข้าม?”,และรวมทั้ง”ความยึดถือ?”ที่”ต้องการสัมผัส?”ที่เป็น”รสสุขทางกามารมณ์?”มา”เพื่อตนได้เสพ?”(ซึ่งมีลักษณะของ”บทบาท?”ของการ”ผสม,คลุกเคล้า,รวมกัน?”เป็น”อารมณ์?”ที่เรียกว่า”อารมณ์ทางกาม?”เป็น”ปกติ,ธรรมดา,ธรรมชาติ?”อยู่แล้ว?)..
ซึ่งเราก็ยังไม่เชื่อเลยว่า..จะมี”ผู้ละรสแห่งกาม?”ใน”บริบทคำสอนของพุทธ?”ได้แบบ”จริงๆ?”แต่อย่างใดเลย(?)..
และจริงๆเท่าที่ศึกษาส่วนตัว,เราเรียนรู้ว่า.. ที่”ชาย-หญิง?”ต่าง”ติดใจในรสกามซึ่งกันและกัน?”,เพราะไม่ใช่มีเพียง”รสสัมผัสต่อกันทางผิวหนัง,สรีระ?”เพียง”บริบทเดียว?”เท่านั้น?,ที่เป็น”เหตุจูงใจให้มนุษย์ติดหลง?”..
แต่มิหนำซ้ำ,ยังได้”ความรู้สึกทางจิต?”ที่”ได้สนองอัตตา,ความรู้สึกยิ่งใหญ่?”,ได้”เอาชนะทางใจ?”และ”ทางสรีระ?”ของ”เพศตรงข้าม?”ไปด้วยพร้อมๆกัน?(ประหนึ่งได้”ครองโลกทั้งโลก?”,หรือได้”ควบคุมจักรวาลทั้งจักรวาล?”ไปนั่นเลยเทียว?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 7 มกราคม 2567 7:06:55 น.  

 

(H)7.โดยเฉพาะ”สำหรับผู้ชาย?”,คือเมื่อ”ผู้หญิง?”ยอมให้เรา”มีสิทธิ์ในตัวเธอทุกอย่าง?”,ก็จะรู้สึกเป็น”ความได้รับเกียรติ?,ความอิ่มใจ?,ปลาบปลื้มใจ?,”(อาจถึงขั้น”สะใจ,สะอารมณ์?”)ใน”อัตตาของตัวเอง?”(ที่ปกติทาง”จิตวิทยา”มักจะเรียกร้อง”การยอมรับจากเพศตรงข้าม?”,ซึ่งถ้าเป็น”เพศเดียวกัน?”ที่มา”ให้การยอมรับ?”,ก็อาจจะไม่ได้”รู้สึกตื่นเต้น?”หรือ”ภูมิใจ?”อะไรมากมาย?..อยู่แล้ว?),พร้อมๆกับ”การสัมผัสความสุขในทางกาม?”มาพร้อมๆกันด้วย(?)..
ดังนั้น.. คล้าย”ธรรมชาติวางกับดักไว้?”,ซึ่งถ้าจะลอง”ทำให้ใจนั้นนิ่งๆ?”(เช่น.. การ”สะกดใจไว้?”,แบบคล้าย”วิธีฝึกสมาธิแบบพุทธ?”,หรือแบบ”กึ่งสมาธิสายฤาษี?”ก็ตาม)ในขณะ”ปฏิบัติกิจ?”,โดยที่จะพยายาม”ควบคุม?,แยกแยะ?”,ไม่ให้”จิตใจ+สมอง?”รู้สึกเป็น”อัตตาความภาคภูมิใจ?,ความกระหยิ่มใจ?”ที่ได้”ชัยชนะต่อตัวเธอ?”ที่”ทำให้เธอยอมเราได้?”ผสมเข้ามาใน”ความรู้สึก?”ด้วย?.. เมื่อนั้น,”ความสุขในการมีเพศสัมพันธ์?”นั้น,ก็อาจไม่สามารถ”สุขถึงที่สุด?”ตาม”ความประสงค์,มุ่งหมาย?”,หรือเท่ากับ”ล้มเหลว?”ไปด้วย?..ได้เช่นกัน?.. เช่นนี้เป็นต้น..
[[ซึ่งจริงๆ..”อัตตา?”กับ”กาม?”(หรือ”กามารมณ์?”)นั้นแยกจากกันไม่ขาด,ซึ่งบางครั้ง..คน”ติดกิเลสอัตตา?”ที่”ใคร่ในการเอาชนะต่อสรรพสิ่ง?”นั้น,อาจติดมากกว่าเรื่อง”ติดรสแห่งกาม?”ล้วนๆ?..เสียด้วยซ้ำไป(?)..
เพราะจะสังเกตว่า.. “ผู้สูงวัยแล้ว?”หลายคน,หลายท่าน,แม้เรื่อง”กามารมณ์?”อาจจะเจือจางไปมากแล้ว(?),แต่ก็ยังไม่อาจลดละ”ความอยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่?”ใน”ทางสังคม?”ก็มีให้เห็นอยู่ไม่ใช่น้อย?..ใช่ไหมล่ะ?..]]..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 7 มกราคม 2567 8:01:57 น.  

 

(I)8.ส่วน”หญิง?”นั้น,ก็มักจะได้”ความสุขทางเพศ?”พร้อมๆไปกับ”ความรู้สึกอบอุ่นใจ?”หรือ”รู้สึกมั่นคง?”ที่มี”คู่ครอง?”,หรือ”ผู้คุ้มครองใกล้ชิด?”,ซึ่ง”หญิงทุกคน?”พึงปรารถนาอย่างยิ่ง(?)..
และรวมทั้งการ”ได้เปิดเผยตัวตน?”หรือ”สรีระร่างกาย?”ใน”ที่ส่วนตัว?”(รโหฐาน)กับ”คู่ครอง?”,โดยไม่ต้อง”คอยปกปิด?”ให้”ดูเรียบร้อย?,มิดชิด?,สุภาพ?”ใน”บริบท?”ของ”มารยาทของสังคม?”,ซึ่งอยู่”ต่อหน้าสายตาผู้คน?”(อัน”น่าอึดอัด?,เกะกะ?,รุงรัง?,มากพิธี?,มากมารยาท?”อีกต่อไป?),ซึ่งทำให้”ผู้หญิง?”(บางส่วน)รู้สึกมี”ความปลอดโปร่ง?,โล่งใจ?,อิ่มเอิบ?”อย่างบอกไม่ถูก(?)..(ที่ได้”เปิดเผยสรีระ?”ที่”ไม่ต้องคอยปกปิดที่เหมือนใส่หน้ากากต่อกัน?”ต่อหน้า”คู่ครองของตน?”)ประมาณนั้น(?)..
ซึ่ง”ความรู้สึกเหล่านี้?”จะเกิดขึ้นในเวลาที่มี”เพศสัมพันธ์กัน?”อย่างพร้อมมูล(?),ทาง”ความรู้สึกในจิตใจ?”ซึ่งยากที่จะให้”สมอง?”พิจารณา”กำหนดรู้?”(แบบคล้าย”การวิปัสสนา?”)ว่า..เราไป”ยึดมั่น,ติดในอารมณ์สุข?”จากการ”มีเพศสัมพันธ์?”ใน”ขั้นตอนไหนหนอ?”เพื่อจะหาทาง”เลิกละการติดยึดในเรื่องกามารมณ์?”ได้โดยง่าย?..ได้เลย?.. ประมาณนั้น(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 7 มกราคม 2567 9:08:32 น.  

 

(J)9.ดังนั้น..เราจึงมองว่า..”ธรรมชาติ?”นั้นยังคง”มีอำนาจแข็งแกร่ง?”เหนือกว่า”คำสอน”ที่เป็น”ปรัชญาเชิงพุทธ?”[ในเรื่องที่มองว่า..”หลักการการตัดกิเลส?”(โดยเฉพาะ”กิเลสเรื่องกามารมณ์?”)ของ”พุทธศาสนา?”นั้น,เป็นเรื่องที่”ทำได้จริง?”,หรือ”เป็นไปได้?”นั้น?].. ที่อยากขอสรุปว่า"ธรรมชาติ?"น่าจะมี"ความเป็นจริง?"และ"ยืนหยัดได้อย่างต่อเนื่อง?"ได้มากกว่า์,หรือเป็นจริงกว่า"อุดมการณ์การตัดกิเลสกามให้สูญสิ้นแบบพุทธ?"?..หรือไม่?..
ดังที่”พระพุทธเจ้า”ก็ยังทรงตรัสบอกว่า..”สิ่งที่ไม่มีวันอิ่ม,วันเต็ม?”คือ..”การเสพการนอน1,การเสพการเมา1”,และ”การเสพกามารมณ์?”(หรือ”เมถุนธรรม?”)อีก1,ที่จะไม่มี”การอิ่มการเต็ม?”แห่ง”ความพึงพอใจ?”ได้เลย?.. ใช่หรือไม่?..
ดังนั้น.. “พระพุทธองค์”จึงทรงบอกย้ำว่า..ในเรื่อง”เมถุน?”หรือ”กามารมณ์?”นั้น,ต้องให้”ชักสะพานเสีย?”หรือ”ไม่ต้องไปข้องแวะ?,พัวพัน?”ไปเลย”สถานเดียว?”เท่านั้น(?).. ใช่หรือไม่?..
เพราะถ้ายังขืน”เสพกามารมณ์อยู่?”,แล้วจะให้ใช้”สมองวิปัสสนา?”หรือ”ธัมมวิจัย?”ไปพร้อมๆกันด้วย?.. ประมาณว่า.. ถ้าจะพิจารณาว่า..”รสแห่งกามารมณ์?”(ที่กำลังเสพอยู่นั้น?)ให้เป็นเรื่องของ”ทุกขัง?,อนิจจัง?,อนัตตา?”( =”กฎไตรลักษณ์?”)ไปด้วยในเวลาเดียวกัน?,เพื่อจะหาทาง”ละการติดยึดในการเสพกาม?”นั้น,ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้เลย(?),หรือพูดง่ายๆก็คือ..”ต้องให้กดข่มไปเลย?”,หรือไม่ต้องไปยุ่งกับ”การเสพกามารมณ์?”ไปเลย?..ว่างั้นเถอะ?..นั่นเอง?..ไงล่ะ?..
นี่แหละ..จึงเป็นเหตุให้เราสรุปว่า.. มนุษย์อาจจะ(หรือน่าจะ)ไม่สามารถละเรื่อง”ความรู้สึก?”ในเรื่อง”ความต้องการทางเพศ?”ใน”ส่วนลึกๆของจิตใจ?”(ใน”สัญชาตญาณ?”ของ”ความเป็นสัตว์โลก?”,ที่มี”ความติดอกติดใจ?”ในเรื่อง”การเสพกาม?,ผสมพันธุ์กัน?”มาแบบ”นานับชาติ?”แบบ”นับไม่ถ้วน?”,กว่าจะ”พัฒนาการมาเป็นมนุษย์?”นั้น)ให้(พิจารณา)กลายเป็นเรื่อง”สุญญตา?”,ใน”บริบทคำสอนของศาสนาพุทธ?”ได้จริง?.. นั่นเอง?..
(เพราะแม้แต่”พระพุทธเจ้าเอง?”ในชาติสุดท้าย,ก็ยังต้องไป”มีบุตร?”กับ”นางพิมพา?”ก่อน?.. ก่อนจะค่อยมา”ตรัสรู้?”เป็น”พระพุทธเจ้า?”ในภายหลัง?..นั่นอยู่เลย?.. ใช่หรือไม่?..)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 7 มกราคม 2567 10:12:00 น.  

 

(K)10.”เรื่องที่กำลังเป็นข่าวฮือฮา?”,เรามองใน”มุมมองส่วนตัว?”,ก็คือเราพิจารณาว่า.. กรณี”การตั้งชื่อเล่น?”ที่อาจมีส่วน”วนจิต?,วนสมอง?”ของ”เจ้าของชื่อเล่น?”ให้ไปสู่การ”ตอกย้ำ?,หมกมุ่น?”ให้เกิดการ”ขาดสติ?”ในการ”ขบคิด?”ใน”วังวนเรื่องเพศตรงข้าม?”ตามมา?(เช่น”ชื่อเล่นบางคำ?”ที่ไปตรงกับชนิดของ”เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางชนิด?”,หรือ”ชื่อเล่น”ที่มี”ความหมาย?”ว่า”คบซ้อน?”หรือ”การเป็นชู้?”..เป็นต้น?)..
และยังคล้ายกับเป็น”บัตรเชิญ?”ที่เรียกหา”การผิดประเวณีทางเพศ?”ให้”เข้ามาสู่ตนเอง?”ได้โดยง่าย?..อีกด้วย?.. ซึ่งอาจเป็นเหตุให้”ตนเอง?”ผู้เป็น”เจ้าของชื่อเล่นต่างๆ?”(บางชื่อ?)เหล่านี้?,อาจต้องเจอ”วิบากกรรม?”ที่ทำให้”ตนเอง?”ต้อง”เสื่อมเสียชื่อเสียงในเรื่องทางเพศ,ชู้สาว?”ได้ในภายหลังอีกด้วย(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 7 มกราคม 2567 10:39:51 น.  

 

(L)11.และอีกอนึ่งของ”ความซิกแซ็กของสังคมไทย?”.. เช่น.. “กฎหมาย?”อาจมี”ข้อกำหนด?”ที่ไม่ได้ครอบคลุม”หลักศีลธรรม,จรรยา,มารยาท?”ของ”บุคคลในสังคม?”ไปเสียทั้งหมดก็ตาม?..
โดยอาจกำหนดว่า..”ภาพที่สื่อสารทางสาธารณะ?”จะต้องห้ามโชว์ให้เห็น”หน้าอก?”ของ”หญิง?”,ก็”หญิงบางส่วน?”ก็อาจเป็นเพราะ”ธรรมชาติ?”ของ”การอยากหาคู่ครอง?”พาไป(?)(ซึ่ง”บุพการีบางส่วน?”ก็มัก”ไม่สอน?”,หรือ”ไม่กล้าสอน?”ในเรื่อง”การวางตัว?”,หรือ”การแต่งตัวที่ยั่วยวนชาย?”,เพราะ..ก็เพราะอาจกลัวว่า..ถ้าไปบอกให้”แต่งตัวมิดชิด?,ปกปิด?,เรียบร้อย?”,ก็อาจคิดไปไกลถึงว่า..”ลูกจะหาคู่ครองไม่ได้?”..ประมาณนั้น?..ก็เป็นได้?..หรือไม่?)..
ก็เลย”หญิงสาว?”(บางส่วน)มักจะนึกคิดตาม”สัญชาตญาณ?”ที่”ไม่เคยถูกสั่งสอนอบรมใดๆ?”,ก็เลยมักต้อง”อยากโชว์ส่วนสัด?”หรือ”อวัยวะพึงสงวนบางส่วน?”ที่สื่อสารถึง”บริบททางเพศบางอย่าง?”เพื่อหวังให้เกิดนัยยะที่”ยั่วยวนชาย?”ให้อยากมา”ข้องแวะ?,คบหา?,สัมพันธ์ด้วย?”..
ก็จึงมักกลายเป็น”ปกปิดสรีระ?”หรือ”อวัยวะ?”เพียง”เล็กน้อย?”เฉพาะในจุด,แค่ที่มี”ข้อห้ามทางกฎหมายจังๆ?”เท่านั้น(?),แต่นอกนั้นก็พยายาม”เปิดเผยสัดส่วน?,อวัยวะบางอย่าง?”ให้มาก?ถึงมากที่สุด?,ให้ดู”ชะเวิบชะวาบ?,หวือหวา?”,ชวนให้”ชายหนุ่มทั้งหลาย?”พลอยรู้สึก”หวาดเสียว?”ไปด้วย?..
(รวมทั้ง”สื่อบางส่วน?”ก็ยัง”เป็นใจ?”,เพื่อ”สนองเรตติ้ง?”ของ”รายการของตน?”,ก็ยิ่งช่วย”นำเสนอภาพต่างๆ?”เหล่านั้น?..อีกด้วย?).. จนแทบจะเรียกได้ว่า..สามารถช่วย”สร้างจินตนาการ?”ให้กับ”ชายหนุ่มบางส่วน?”จนเหมือนเห็น”สรีระที่ไม่มีสิ่งปกปิดใดๆ?”ไปแล้ว?..ก็เป็นได้?..หรือไม่?.. ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 7 มกราคม 2567 11:16:56 น.  

 

(M)12.และเมื่อ”พระ?”ยิ่ง”ไม่สอน?”หรือ”ไม่กล้าสอน?”ว่า.. “คนชาวพุทธ?”โดยเฉพาะ”หญิงชาวพุทธ?”ควรแต่งกายอย่างไร?,ให้เหมาะสม?,ไม่ดูอุจาด?,อนาจาร?,จนอาจ”ดูไม่เหมาะสม?”กับ”บริบทของศีลข้อ3?”ไปแล้วก็เป็นได้?..หรือไม่?.. ใช่หรือไม่?..
หรือเหมือนเท่ากับเป็น”การเชิญชวน?”ให้”ผู้ชาย?”(บางส่วน)เกิด”ความต้องการมีอะไรๆ?”กับ”ตนเอง?”..ประมาณนั้น(?).. ดังที่มี”ดร.พิธีกรดัง?”(บางท่าน)ของ”รายการทีวีบางช่อง?”เคยพูดโดยใช้สำนวนว่า..”หญิงไม่ควรแต่งตัวคล้ายกำลังส่งบัตรเชิญ?”ประมาณนั้น(?).. ซึ่งเราก็เห็นด้วยมากๆ..
ซึ่งจริงๆเราไม่อยากให้”สังคมไทย?”เป็น”สังคมซิกแซ็ก?,ไม่ตรงไปตรงมา?”,ก็คือควรพิจารณา”ออกกฎหมาย?”ให้ตรงไปตรงมาตาม”บริบทของศาสนา?”(หรือ”เอื้อต่อหลักศาสนา?”).. คือ”หญิง?”ไม่ควร”แต่งกายโชว์ส่วนสัดวับๆแวมๆ?”ซึ่งอาจมีส่วนเป็น”เหตุผลเริ่มต้น?”ที่ทำให้”สังคม?”เกิด”อาชญากรรมทางเพศ?”,และ”การล่วงละเมิดทางเพศ?”ใน”หญิง-ชาย?”ที่มีการ”คลุกคลี?,ใกล้ชิดกัน?”อย่างไม่สมควรได้(?)..
“หลักศาสนา?”ที่ป้องกัน”การล่วงละเมิดทางเพศ?”ที่ดี.. ก็คือ”การคลุมฮิย้าบ?”ของ”มุสลิม?”,ซึ่งเราเห็นว่าน่าจะนำมา”ประยุกต์?”ในการออก”ข้อกฎหมาย?”(ที่เอื้อต่อ”หลักศีลธรรม,จรรยา?”)ให้กับ”สังคมไทย?”.. ซึ่งน่าจะช่วยให้เรื่อง”การประพฤติผิดหลักศีลธรรมทางเพศ?”คล้ายเช่นที่”กำลังเป็นข่าวพูดกันมากมาย?”อยู่ในทุกวันนี้?..ลดลงได้มากนะ?..เราว่า?..
...ด้วยความปรารถนาดีและด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 7 มกราคม 2567 12:32:56 น.  

 

“มหากาพย์คดีเมล่อน”.. งานนี้”อัจฉริยะปะทะเดชา?”.. เข้ากั๊น..เข้ากัน.. เข้าตำนาน”เสือพบสิงห์?”.. เรื่องจริงไม่ใช่อิงนิยาย..ครับผม..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 8 มกราคม 2567 19:56:30 น.  

 

(a)(ความคิดเห็นส่วนตัว..เพื่อเป็น”ประโยชน์แก่สังคม”โดยรวมครับ)..
“ข่าวด่วนร้อนๆ”.. มีความข้องใจมาเป็นสิบๆปีแล้ว.. ดังนี้..
1.กรณี”ผัว-เมีย”.. โดยมี”ผ่ายหนึ่ง”ยิง”อีกฝ่าย”ตาย,และยิงตัวเองตายตาม,สรุปคือ”ตายทั้งคู่”,แล้วจะต้องมี”การตัดสินคดีทางระบบศาล”ว่า..”ฝ่ายใดผิด”หรือไม่?..
เพราะถ้าสมมุติว่า”ไม่มีการตัดสิน”ว่า”ฝ่ายใดผิด?”,ดังนั้น..”ผู้เสียหายโดยตรง”ก็จะ”เรียกร้องการชดใช้”จาก”มรดกของฝ่ายผิด”(แม้จะตายไปด้วยกันได้อย่างไร?),เพื่อชดใช้ให้กับ”ฝ่ายที่เสียหายโดยตรง”,หรือ”ฝ่ายที่ถูกกระทำ”(ด้านเดียว?)ได้อย่างไร?.. ใช่หรือไม่?..
ซึ่งเคยได้ยินคำว่า”ฟ้องผี?”นั้นคืออย่างไร?.. คือ”ฟ้องทางอาญา?”หรือ”ทางแพ่ง?”ครับ?.. ดังนั้น.. สื่อควรจะนำ”รายละเอียดเหล่านี้”ออกมาขยายให้”ประชาชนได้เรียนรู้”,เพื่อเป็น”ประโยชน์”,เผื่อเกิด”เหตุไม่คาดคิด”กับ”ญาติพี่น้องของตัวเอง”..ด้วยนะครับ(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 10 มกราคม 2567 0:57:30 น.  

 

(b)2.อยากให้มีการ”ไขข้อสงสัย”ใน”ระบบการฝากเงิน”ไว้กับ”องค์กรการเงินของรัฐหรือเอกชน”ก็ตาม..ว่า.. กรณีที่มี”บัญชีการเงิน”ของ”ผู้เสียชีวิตใดๆ”ที่ฝากไว้กับ”องค์กรการเงินต่างๆ”,แต่”ญาติของผู้เสียชีวิต”อาจไม่ได้”รับรู้”หรือ”รู้เรื่องบัญชีเหล่านั้น”จาก”ผู้ตาย”มาก่อน(ซึ่งคาดว่าอาจมีอยู่จำนวนหนึ่ง,หรือไม่?),หรือ”สมุดบัญชีของผู้ตายใดๆ”อาจเก็บซุกซ่อนไว้จนที่สุด,อาจ”สูญหาย”หรือ”ถูกทำลายไป”โดยไม่ตั้งใจ..
แล้ว”เงินในองค์กรการเงินต่างๆ”ที่ผ่านมา,เคยมีการจัดการกันอย่างไร?,หรือควรจะมี”การจัดการเงินเหล่านี้”,หรือ”บัญชีล่องลอยเหล่านี้?”กันอย่างไร?..
และควรมี”ระบบธรรมาภิบาล”ในการ”จัดการเงิน”ที่”ไม่มีญาติของผู้ตาย”มา”เรียกร้อง”,หรือ”บัญชีที่ไม่เคลื่อนไหว”,และ”ไม่มีผู้มาถอนออก”เป็นเวลานานๆ(เช่น.. นับเป็นเวลา5ปี,10ปีขึ้นไป)อย่างไร?..
แต่เราเห็นว่า..ไม่ควรให้”เงินของผู้ตายนั้นๆ?”ถูก”ดูแลรักษา”ไว้ใน”องค์กรการเงินต่างๆ”(โดยไม่มี”เจ้าหน้าที่ทางรัฐ”มาช่วยตรวจสอบดูแลเพื่อนำจ่ายให้กับ”ญาติของผู้ตาย”)..ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 10 มกราคม 2567 1:28:26 น.  

 

(c)3.และน่าจะมีการ”ออกกฎหมายที่ชัดเจน”ประมาณว่า.. ให้”องค์การการเงินต่างๆ”ต้องไม่”เงียบเฉย?”,แต่ต้องมี”ส่วนงาน”ที่ต้อง”เผยแพร่ข้อมูล”สำหรับ”บัญชีเงินฝากที่นิ่งๆ”ที่คล้าย”ถูกแขวนไว้?”..
รวมทั้ง”ทุกองค์กรการเงินต่างๆ”,เมื่อมี”ข่าวสารสาธารณะ”ว่า”ผู้ตาย”(ด้วยเหตุต่างๆ)มี”ชื่อเป็นลูกค้า”หรือมี”ชื่อในรายนามบัญชีเงินฝาก?”ที่อยู่ในอาณัติของ”องค์กรแต่ละองค์กร”,ก็ควรมี”แผนก”หรือ”เจ้าหน้าที่เฉพาะกิจ”,เพื่อติดตาม,เพื่อ”แจ้งให้ญาติผู้ตายทราบ”หรือ”นำเงินฝากนั้นๆ”ไปให้กับ”ผู้รับมรดกของผู้ตาย”โดยเร็ว,ให้เรียบร้อยถูกต้อง.. อย่างนี้น่าจะถูกต้องตาม”หลักธรรมาภิบาล”ของการเป็น”องค์กรทางการเงินใดๆต่างๆ”อย่างดีที่สุด..ใช่หรือไม่?..
และควร”ออกกฎหมาย”ให้ต้อง”รีบเปิดเผย”โดยไม่ชักช้า,ประมาณว่า..มี”เงินที่ลอยๆ?”อยู่ใน”บัญชีเงินฝากของผู้ตายใดๆ”หรือ"ผู้สูญหายใดๆไปนานๆ”,โดยที่”องค์กรทางการเงินต่างๆ”เป็น”ผู้ดูแลเก็บรักษาเงินนั้นไว้”,ตั้งแต่”จัดตั้งองค์กรทางการเงินนั้นๆ”ขึ้นมานั้น,มีอยู่เป็น”จำนวนเงิน”รวมกันเท่าไหร่?,และมี”รายชื่อ”เป็นของผู้ใดบ้าง?..ดีหรือไม่?..ใช่หรือไม่?..
...ด้วยความปรารถนาดีและด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 10 มกราคม 2567 1:41:44 น.  

 

(A)(1)เราได้ดู”ข่าวช่วงนี้”,ทำไปทำมา,ดูท่า”เสือใต้”ก็คงฉลาด”รู้ทางปืนว่า..ถ้าขืนสู้หรือยุ่งกับ”เรื่องผลไม้บางชนิด”,ก็อาจต้องพลอย”ติดร่างแห”ในสถานะ”ผู้สมคิด,ร่วมรับรู้?”ไปด้วยกระมัง(?),จึงอาจชิงถอยฉากเสียก่อน..
ส่วน”ฝ่ายสิงห์เหนือ”หรือก็”ฉลาดไม่ต่างกัน”ทำท่าเปรยๆออกมาว่า..ก็ไม่ค่อยอยากยุ่ง(กับเรื่องชวนให้ปวดสมองเท่าไหร่?),เพราะคงอาจจะมองว่า”ท่านแม่(ย่า)นาง”เธอก็ดูน่าจะ”ไม่ใช่ธรรมดา?”(เหมือน”เพลงไชยาร้อง”)อยู่เหมือนกันนะ(?)..ประมาณนั้นเลย(?)..
เพราะสังคมเรา,”มนุษย์ฉลาดขึ้น”,และ”เทคโนโลยี่สื่อสารและอินเตอร์เน็ต”ก็ยังมาช่วยส่งเสริมให้”ความฉลาดของมนุษย์”ยิ่งมีพลังมากขึ้นอีกด้วย..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 10 มกราคม 2567 3:39:42 น.  

 

(B)(2)ดังนั้น.. เริ่มตั้งแต่”นักการเมืองทั้งหลาย”เป็นต้นมาเลย.. ที่ถ้าคิดว่า”จะเล่นการเมือง”,จึงจะต้อง”สร้างประวัติส่วนตัว”(โปรไฟล์),หรือต้อง”ทำประวัติของตน”ให้เป็น”คนที่ดีงาม,มีศีลธรรมตามหลักศาสนาต่างๆ”มาตั้งแต่”เริ่มเป็นเด็ก”ที่เริ่ม”รู้เดียงสา”มาเลยนั่นแหละ.. จะใช้ชีวิตแบบ”มั่วๆซั่วๆ”,หรือทำตัวแบบ”เสเพลบอย,เสเพลเกิร์ล”ไปวันๆคงไม่ได้..
(ดังนั้น..ใครที่รู้ตัวว่าเคยมี”ประวัติเทาๆ”จึงไม่ควร”ลงเล่นการเมืองในยุคนี้”เป็นอย่างยิ่ง.. ถ้าไม่ประสงค์ที่จะต้องมานั่ง”สางโจทย์”(หมือน”ลิงแก้แห”),ที่อาจทำให้คุณ”ดิ้นไม่หลุด”,หรืออาจต้อง”เสี่อมเสียชื่อเสียง”ไปตลอดทั้งชาติ..
ไม่งั้น..คุณก็อาจจะต้องเผชิญกับการ”สืบค้นประวัติชีวิต,พฤติกรรมของคุณ”ตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็ก,โดยสืบค้นมาจาก”อุปกรณ์การสื่อสาร”และ”คอมพิวเตอร์ทั้งหลาย”มาเลยนั่นเทียว..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 10 มกราคม 2567 3:54:21 น.  

 

(C)(3.)ต่อมาก็มีบรรดา”ทเนอะ,ทโนะ,ทเนะ”ด้วยก็ตาม,คุณก็จะต้อง”เปลี่ยนทัศนะ,ละความโลภ”,ที่แต่เดิม..ประมาณว่า..เมื่อเพิ่มเรื่องราว,ก็เท่ากับได้เพิ่มค่าใช้จ่าย,หรือจากหลัก10ล.ก็ทำให้กลายเป็นหลัก100ล.ขึ้นไปนั่นเลย..ประมาณนั้น..
แต่ทัศนะแบบใหม่,จะต้อง”ขายความซื่อสัตย์เป็นหลัก,ต้องพูดหรือทำอะไรแบบตรงไปตรงมา”ได้อย่างเดียวเท่านั้น.. คือจะต้องยึดถือ”การทำอะไรให้ตรงไปตรงมา”เป็นหลักการที่ยิ่งใหญ่(?)..(คือคล้าย”สังคมฝรั่ง”,ที่มี”ความซิกแซ้ก,คดเคี้ยว?”น้อยกว่า”สังคมของโลกตะวันออก”..นั่นแหละ)..
“การพูดใดๆ”ต้องยืนอยู่บน”หลักความจริง”เท่านั้น,ที่ตนเองต้องมั่นใจว่า”จะพูดกี่ครั้ง?”,หรือ”จะมีผู้สื่อข่าวถามกี่ครั้ง?”ก็จะต้อง”ตอบ(ให้)ได้ตรงกันทุกครั้ง”(เพราะ”ความจริงย่อมมีหนึ่งเดียว”..เท่านั้น)..
ซึ่งไม่ควรคิดใช้”ชั้นเชิง,ความแววไว”,หรือ”ไหวพริบ,ปฏิภาณ,ความฉลาด”,หรือถึงขั้นใช้”เท็คนิคสารพัด”,หรือหนักกว่านั้นอาจถึงขั้นใช้”เชิงแท็คติก”( =”แผนหรือเล่ห์กล,เหลี่ยมมุม)ใน”วงการพิจารณาถูก-ผิด?”ที่คุณได้ร่ำเรียนมา,โดยมองเห็นเรื่อง”ระบบถกเถียงถูก-ผิด?”เสมือนว่า..เป็น”การละเล่นในสนามบางอย่าง”ของ”เกมส์ต่างๆ”ที่อาจใช้”แท็คติกต่างๆ”ได้..
(ซึ่งคุณต้องตระหนักรู้ว่า.."ประชาชน"รวมทั้ง"สื่อมวลชนต่างๆ"ด้วย,ในยุคที่"เทคโนโลยี่สื่อสารเฟื่องฟูนี้",เขาสามารถตามทัน"ความคิดที่คดเคี้ยว?,มากเล่ห์กล?"ของ"บางคน"ได้ออกแทบทั้งหมดนั่นแหละ,อยู่ที่เขาจะ"กล้าพูด,กล้าแสดงออก?"ออกมาหรือไม่?..เท่านั้นเอง)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 10 มกราคม 2567 7:24:22 น.  

 

(D)(4)ซึ่งที่สุดแม้จะเป็นแค่”การแข่งขันการละเล่นหลายชนิด,บางชนิด”ก็จะมีถึงขั้นการใช้”ระบบเทคโนโลยี่เชิงกล้องถ่ายภาพ”และ”เทคโนโลยี่อื่นๆ”ที่เป็น”เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทันสมัย”เพื่อมาช่วย”ระบุความถูก-ผิด”ของ”ผู้แข่งขัน”,เมื่อ”กรรมการกำกับสนามหรือเวที”เกิดมี”ข้อสงสัย”,ซึ่งอาจทำให้”บางคน”ถึงกับต้อง”เสียคน,เสียชื่อเสียง”ไปตลอดชีวิตเลย,ก็เป็นได้ด้วย(?)..
ดังนั้น..”วิทยาการการสื่อสาร”และ”การเทคโนโลยี่ที่ล้ำยุค,ทันสมัย”ก็จะช่วย”ขัดเกลาสังคม,ผู้คน”ให้เรียนรู้ว่า..”โลกยุคหน้า”อันไม่ไกลนัก,คุณทุกคนจะต้อง”ยึดกรอบแห่งความซื่อสัตย์,ซื่อตรง,ตรงไปตรงมา”เท่านั้น,จะพูดอะไรกี่ครั้ง?,ก็ต้อง”พูดให้เหมือนกันทุกครั้ง”,และ”เคร่งในหลักศีลธรรม”ตามมาด้วย..
เพราะ”ชีวิต”และ/หรือ”อาชีพของคุณ”(บางคน,บางท่าน)อาจมีสิทธิ์”ล้มคะมำ?”ได้เสมอ(?),ถ้าเผอิญมีใครดึงเอา”ดิจิต้อลฟุตปริ๊นซ์ของคุณ?”ออกมา”โชว์ให้สังคมได้รับรู้?”ผ่าน”ช่องทางของสื่อสาธารณะ?”และ/หรือ”สื่อโซเชี่ยล?ซึ่งมีอยู่อย่าง”หลากหลายในทุกมิติ?”..นั่นเอง?..ไงล่ะ?.. ใช่หรือไม่?..
และถ้าถึงวันนั้น,แม้”บางคน?”จะร้องไห้จน”น้ำท่วมจอทีวี?”,หรือ”จอมอนิเตอร์?”เพื่อ"ขอโทษต่อสังคม,ประชาชน?"อย่างไร?,ก็คงจะสายเกินไปเสียแล้วล่ะ?..
...ด้วยความปรารถนาดีและด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 10 มกราคม 2567 7:48:22 น.  

 

(เสริม”ข้อความที่ตกหล่น”ครับ)..
(C.1)(ต่อจากCครับ)..
เช่น.. ใน”การแข่งขัน”ของ”การละเล่นบางอย่าง”.. อาจมีการอ้างว่า.. เป็น”หัตถ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์”บ้าง(?),หรือเวลา”ถูกชนล้มเจ็บเล็กน้อย”,ก็จะทำเหมือนว่า”เจ็บมากมาย?”,เพื่อจะให้”ฝ่ายตนเอง”ได้รับ”ประโยชน์ในเชิงกติกา?”ใน”การแข่งขัน”ของ”การละเล่นบางอย่าง”นั้น,ที่กำลังเป็นที่นิยมกันมาก,ใน”สังคมโลกเรา”ในขณะนี้นั้น..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.117 10 มกราคม 2567 8:10:11 น.  

 

(a)(ข้อคิดเห็น)..ดู”ข่าวบางข่าว-พวกขมังเวทย์?”ช่วงนี้แล้ว..รู้สึกเป็นห่วง”สังคมชาวพุทธไทย”มากๆ..
“สังคมไทย?”มันเป็นยังไงนะ?.. ทำไม”ผู้ใหญ่ๆ”(บางส่วน)โดยเฉพาะ”ผู้ใหญ่ๆ”(บางส่วน)ที่ป็น”คนพุทธ?”(ซึ่ง”ชาวพุทธไทย”มีถึง95%)พากัน”เอาตัวรอด?”(เฉพาะตัว?)กันแทบทั้งนั้น(?)..
ทำไมจึงทำเฉยๆกัน,คล้าย”นอนหลับไม่รู้?,นอนคู้ไม่เห็น?”..ประมาณนั้น.. แล้วปล่อยให้”สังคมพุทธ?”มีบรรดา”ผู้บางคน?”ที่ตั้งตัวเป็น”อาจารย์สารพัด?”,ที่สร้าง”ความงมงาย?”ให้แก่”สังคม?”,ให้”มัวเมา?”ในเรื่อง”กิเลส,ตัณหา?”,โดยเฉพาะ”กิเลสกามารมณ์?”(ที่ไม่ถูกตาม”ครรลองประเพณีที่ถูกศีลถูกธรรม?”แต่อย่างใด?)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.39 14 มกราคม 2567 21:15:41 น.  

 

(b)โดยที่สุด”ตนเอง?”( =”อาจารย์จอมขลัง?,ขมังเวทย์บางคน?”)ก็จะได้”ค่าครู?,ค่าบูชา?,ค่าทำพิธีกรรม?”(จิปาถะ?)ก่อนเป็นอย่างแรก[และมากกว่านั้น..ก็คืออย่างที่มักเห็นกันตามข่าว.. เช่น.. ที่อ้างชื่อเป็น”สรรพนามของนักบวชพุทธระดับเณร?”,แต่”ตัวเอง?”(บางราย?)กลับมีบทบาทเป็นแค่”ฆราวาส-ปุถุชน?”(ที่”หนา?,และมัวเมาในกิเลส?”).. เป็นต้น]..
ซึ่ง “ตัวอาจารย์ขมังเวทย์เหล่านั้นบางคน?”ก็ต่างก็พอรู้เรื่อง”หลักจิตวิทยามนุษย์?”อยู่แล้วว่า..โดยเฉพาะ”สตรีเพศ?”(บางส่วน,บางคน)มักมีแนวโน้มที่จะ”หูไม่หนักแน่น?”( =”หูเบา?”),มักเชื่อใน”พิธีกรรม?”ที่เป็นเรื่องของ”ศาสตร์ของขลัง?,คาถาภาษาบาลี?”กันง่ายๆ(?)..
ซึ่งเห็นกันอยู่เสมอ(?)(เผลอๆ”อาจารย์ขมังเวทย์บางคน?”ก็มี”สวดคาถาบางอย่าง?”ที่มี”คำในทางพุทธศาสนา?”มา”ผสมโรง?”ด้วยซ้ำไป(?).. อย่างนี้”ผู้ใหญ่ๆชาวพุทธ?”ของ”สังคมไทย?”ก็ยังทำเฉยๆอยู่ได้เนาะ(?),ไม่มีใครออกมาท้วงติงอะไรๆ?,ต่อเรื่องที่กำลังเป็น”ข่าวดัง?”,เรื่อง”อาจารย์ขมังเวทย์สายเทาๆ?”ใดๆเลย(?)..(ฟังเพลง”มันแปลกดีนะ?”ประกอบด้วยครับ)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.39 14 มกราคม 2567 21:39:03 น.  

 

(ก)(ข่าวใหญ่-ข่าวด่วน)..
ขอให้”สังคมไทย”ช่วยกัน”กระชากหน้ากากคนดีย์?”ออกมาให้ถึง”ต้นทาง?”(ขอบคุณครับ)..
เพราะ”บางคน,ประชาชนหรือนักข่าว”,ที่มี”เซ้นซ์การอ่านคน”,หรือ”คนที่เคยปฏิบัติธรรมด้านอ่านจิต”มาก่อน,ก็จะพอดู”หน้าตา,ท่าทาง,แววตา”,ก็พอจะอ่านรู้ได้ไม่ยากอยู่แล้ว,ว่า”คนบางคน?”เป็น”คนที่ตรงหรือคด?”อยู่แล้วได้ไม่ยาก(?)..
[ซึ่งเราอ่านดูส่วนตัว,จะมี1คน,ส่วนอีก1คนจะเป็นคนที่”อ่านยาก,เพราะเท่าที่ผ่านมา,ได้”สร้างเครดิตให้กับตัวเอง?”ว่า..เป็นคนที่”ทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ?”มาโดยตลอด(?),เป็นคนที่(แนบ)เนียน(?),ซึ่งยอมรับว่า”อ่านยากมาก?”,ซึ่งส่วนตัว,เราเคยคิดสับสนมาตลอดว่า..”คนคนนี้?”เป็น”คนดีแท้?”หรือเป็นเพียง”คนดีย์?”กันแน่(?)]..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.43 26 มกราคม 2567 20:32:01 น.  

 

(ข)และอยากขอให้มีการ”แก้กฎหมาย”ให้”ผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือความคิดเห็น”เพื่อการตรวจสอบ”บุคคลทางการเมือง”ที่เกี่ยวข้องทั้ง”โดยตรง?และโดยอ้อม?”กับ”การคอร์รัปชั่น?”,หรือแม้จะเป็น”ส่วนของภาคเอกชน?”โดยตรง(?)ด้วยก็ตาม(?)(เช่น..เบาะแสการ”หลีกเลี่ยง?,หลีกหลบ?”ใน”การจ่ายภาษีให้ภาครัฐ?”..เป็นต้น)ต่อ”หน่วยงานที่ป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่น”(ในกรณีที่ไม่ต้องการ”เปิดเผยชื่อผู้แจ้ง”)ให้”ไม่ต้องรับผิด?”หรือ”รับโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญาใดๆ?”ทั้งสิ้น(?)(เช่น..”คดีหมิ่นประมาทใดๆ?”..เป็นต้น)..
แม้ภายหลังจะมีหลักฐานออกมาว่า..เป็น”ความผิดพลาด?”หรือ”เข้าใจผิดใดๆ?”ก็ตาม.. เพราะถ้าอนุญาตให้มี”การฟ้องกลับ?”ได้.. “ประชาชน,คนธรรมดา”ที่ไม่มี”เศรษฐฐานะที่ดี?”ก็จะไม่กล้าที่จะให้”ความร่วมมือกับภาครัฐ?”เพื่อจะแจ้ง”เบาะแสการคอร์รัปชั่นใดๆ?”ได้เลย(เพราะเนื่องด้วยกลัวการ”ถูกฟ้องกลับ?”..นั่นเอง)..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.43 26 มกราคม 2567 20:44:11 น.  

 

(a)ทฤษฎี”หัวไม่กระส่าย,หางย่อมไม่ดิก?”..
1.ธรรมดาว่า”จิตวิทยามนุษย์?”.. ถ้าตัวเราเป็นคนที่มีอุปนิสัยทำงานตรงไปตรงมา,เราย่อมไม่เพิกเฉยต่อ”ความไม่ถูกต้องใดๆ(?).. เช่น.. “เมื่ออั๊วไม่รับเงิน,อั๊วก็ย่อมรับแต่ทรัพย์ที่ควรได้ตามกติกาเท่านั้น,อั้วก็ย่อมมีฐานะที่สมถะ,พอเป็นไป,ไม่ร่ำรวยผิดหูผิดตา,อันเนื่องมาจากการทุจริต,หรือรับเงินสีเทาโดยมิชอบใดๆ..
แล้วเมื่ออั๊วยอมเสียสละ,ไม่หวังรวยทางลัด(ทั้งตามน้ำ,ทวนน้ำใดๆ),อั๊วก็ย่อมจะไม่ยอมให้ใครมาทำทุจริต,แล้วมีทรัพย์สินมากมายเกินหน้าเกินตาอั๊ว,จนสังคมอาจดูว่า..ทำไมอั๊วจึงไม่ฉลาด(shipเป๋ง?)ที่ไม่จัดการกับ*ผู้ทุจริต*(ต่อหน้า,ต่อตา)ที่มีหลักฐานเห็นตำตาหรอก?..ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.43 26 มกราคม 2567 21:47:42 น.  

 

(b)2.บรรดา”ผู้กระทำทุจริต,คอร์รัปชั่น?”กรณีใดๆก็ตาม(บางคน).. ท่านต้องพึงสำเหนียกว่า..ไม่ว่าท่านจะเก่งแค่ไหน?,ฉลาดซิกแซ็กได้แนบเนียนปานใด?.. แต่อย่าลืมว่า..จะต้องมี”อย่างน้อย1คน?”ที่ท่าน(อาจ)”รับทรัพย์จากเขา?”(หรือบางกรณีอาจ”ให้ทรัพย์กับเขา?”ด้วยก็ตาม?)โดยมิชอบ(?)(แม้จะ”สมประโยชน์กัน?”ก็ตาม)..
[หรือบางกรณี.. เช่น.. “ลักทรัพย์ของทางราชการ?”หรือ”ลักทรัพย์ของนายจ้าง?”แบบเนียนๆ,โดยไม่มีใครรู้เลย(?),แต่อย่างน้อย,ต้องมี”คนที่ใกล้ชิดท่านที่สุด1คน?”,คือ”คนที่อยู่ในครอบครัวของท่านเอง?”ที่ต้องรู้สึก”ผิดสังเกต”ว่า”ท่านเอาเงินมาจากไหนมากมาย?”,และรู้ว่า”ท่านน่าจะได้เงินมาโดยไม่สุจริต?”เป็นแน่(?)]..
แต่เมื่อวาระใด?..ที่ท่านจะต้อง”พูดบางสิ่งบางอย่าง?”(เช่น..”การแสดงวิสัยทัศน์?”)ต่อสังคม,เพื่อ”แสดงตัวตน?”ว่า..”ท่านเป็นคนดี?,คนบริสุทธิ์,ไม่มีเรื่องทุจริตใดๆ?”ในกาละใดๆก็ตาม(?).. ย่อมจะมี”ผู้หนึ่ง?”(อย่างน้อย”1คน?”)ที่เขาเคยให้หรือรับ”เงินสีเทาๆ?”ต่อท่าน?นั้น?,จะต้องรู้ว่า..”ท่านกำลังพูดโกหก?”กับ”สังคม?”อยู่(?)..ณ ขณะนั้น(?)..
และโดย”จิตสำนึก?”(ตามธรรมชาติ?)ที่ท่านย่อมรู้แก่”จิตสำนึกตัวเอง?”ว่า.. กำลังมี”อย่างน้อย1คน?”ที่รู้ว่า..”เรา(กำลัง)พูดโกหก?”.. ซึ่งนั่นแหละ..จะทำให้”คำพูดที่ท่านพูดออกมา?”นั้น”ไม่หนักแน่น?”,และ”สายตา,และสีหน้า,ท่าทีของท่าน?”ก็จะมีลักษณะ”หลบๆ?”,ไม่กล้า”สบตา?”อย่าง”สนิทสนม?,เต็มที่?”กับ”สังคม?”หรือ”นักข่าว?”อย่าง”เต็มตา?”ได้(?)(เพราะท่านกำลังรู้สึก”ฟ้องผิด?”ภายใน”จิตใจของท่าน?”..นั่นเอง?)..ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.43 26 มกราคม 2567 22:22:40 น.  

 

(c)3.มี”คำสอนที่สำคัญ”ของ”พุทธ”ในระดับ”อบายมุข6”(ใน”ข้อที่5”)บอกอย่างชัดเจนว่า..”อย่าคบมิตรชั่ว”(?),เพราะธรรมชาติ”คนดีแท้จะไม่อยากคบคนชั่วเป็นมิตร?”,หรือให้มา”ทำงานอยู่ใกล้ชิดตนเอง?”อยู่แล้ว(?)..
เพราะจะตระหนักว่า..”บุคคล?”(บางคน)นั้น(?),อาจนำ”ภัย?”,หรือ”ความเสื่อมเสียชื่อเสียง?”มาสู่”ตัวท่าน?”ด้วยก็เป็นได้(?).. เช่น..อาจในฐานะ”รู้เห็นเป็นใจ?,สมรู้ร่วมคิด?,ทฤษฎีสมคบคิด?”,หรือ”หลับตา1ข้าง?”..ประมาณนั้น(?)..
เว้นแต่ท่านไม่รู้จริงๆ(?),หรือ”ไม่มีข้อมูล?”เกี่ยวกับ”บุคคลใกล้ชิด?”นั้นๆเลย(?).. แต่ถ้าท่านมารู้ภายหลังเมื่อไหร่?,ท่านต้องรีบขจัด”คนใกล้ชิด?”ที่มี”ชื่อเสียงไม่ดีในเรื่องทุจริต?”,ไปให้”พ้นจากตัวท่าน?”ในทันที(?)..
แต่ถ้าท่าน”ยังทำเฉยๆ?”,ปล่อยให้”สังคมเพ่งเล็ง?”และวิจารณ์”คนที่ใกล้ชิดท่าน?”(ที่”ทำงานร่วมกับท่าน?”)รวมทั้ง”ตัวท่าน?”,โดยไม่นำพา(?).. สังคมย่อมจะคิดได้ในทันทีว่า.. ที่ท่านมัก”โฆษณาตัวเอง?”ว่า..”ตัวท่านดี,ตัวท่านบริสุทธิ์?”ต่างๆนั้น(?),น่าจะไม่ใช่”ความจริง?”เสียแล้ว(?)..ใช่หรือไม่?..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.43 26 มกราคม 2567 22:43:18 น.  

 

(A)ฟัง”ช่อง8”รายการ”ไล้ฟ์สดเรื่องเด็กม.5ถูกล่วงละเมิด”(31-1-67).. มีความคิดเห็นดังนี้..
1.สังคมไทย,การเมืองไทยมักห่วงแต่เรื่อง”ด้านเศรษฐกิจการหาอยู่หากิน”,แต่ไม่ค่อยให้ความสำคัญในเรื่องของ”หลักศีลธรรม”,โดยเฉพาะ”หลักศีล5”ใน”บริบทของพุทธ”..
การบอกว่า..ใครทำผิด,ทำให้เสียชื่อเสียงองค์กรต่างๆ,ก็จะต้องจัดการเอาผิดอย่างเด็ดขาดนั้นก็ดีอยู่แล้วในส่วนหนึ่ง,แต่ไม่ค่อยมีการพิจารณากันถึงว่า..เวลาจะมีการ”(สอบ)สัมภาษณ์”ในตอนที่จะรับคนให้มาเป็น”เจ้าหน้าที่รัฐต่างๆ”นั้น..ว่าควรสกรีนให้ชัดเจนว่า..เขามี”อุดมการณ์,ทัศนะความคิด”ในด้าน”การทำงาน”และเรื่อง”การปฏิบัติตามหลักศีลธรรม”(ศีล5)อย่างไรบ้าง?..
ดังนั้น.. การ”แก้ปัญหาของสังคม”ที่เกิดจาก”เจ้าหน้าที่ของรัฐ”(บางส่วน)จึงมักเกิดขึ้นเหมือน”โรคระบาด”,ที่เป็นมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น.. และดูเหมือนว่า..นับวัน,จะมีเค้สที่หนักข้อมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.43 31 มกราคม 2567 13:45:59 น.  

 

(B)2.เราเห็นว่า.. “ฝ่ายการเมือง”ไม่ควรเน้นเรื่อง”เศรษฐกิจหรือGDP”ให้มากเกินไป(?).. เพราะจะทำให้มองข้าม”วัฒนธรรม”ของการเป็น”เมืองพุทธ”ที่ต้องคำนึงถึง”ประเพณีที่ดีงาม”ที่”อิงหรือสอดคล้อง”กับ”หลักศีลธรรมของพุทธศาสนา”ไปเสียหมด,ทำให้”สังคมไทย”ติดตามมาด้วย”ปัญหาทางศีลธรรม”ที่หลากหลายตามมา..
แม้เราเองจะเป็น”คนพุทธ”,แต่เราชอบ”แนวทางของมุสลิม”อยู่อย่างหนึ่งคือ”การคลุมฮิย้าบ”,ที่ทำให้”ลดปัญหา”ที่”หญิงจะถูกล่วงละเมิดทางเพศ”ได้.. ซึ่งทุกครั้งที่เราเห็น”หญิงมุสลิมที่คลุมฮิย้าบ”,เรามักจะรู้สึกส่วนตัวว่า.. “รู้สึกเกรงใจและเคารพมาก”,เพราะคล้ายว่าสัมผัสได้ว่า..พวกเธอกำลังได้รับ”การปกป้อง”จาก”พระเจ้า”ผ่านการ”คลุมฮิย้าบ”..นั่นเอง..
ซึ่งถ้าสามารถนำ”หลักมุสลิม”ในเรื่อง”สตรีของมุสลิม”มาประยุกต์กับ”สังคมพุทธ”(ซึ่งทุกวันนี้ปล่อยอิสระจนเกินไป)ได้.. เราว่าถ้าสามารถทำได้,น่าจะให้”ผลตอบรับทางสังคม”ที่ดีนะครับ..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.43 31 มกราคม 2567 14:29:54 น.  

 

(C)3.อย่างกรณี”เด็กม.5ถูกล่วงละเมิด”นี้.. เราเป็นคนที่ดูข่าวแบบ”มองละเอียด”,เรามีความเห็นส่วนตัวว่า.. อย่างกรณี”น้องเฟื่องฟ้า”(นามสมมุติตามข่าว)อ้างว่าถูก”แช็ตจีบ?”จาก”ชายคนนั้น?”ตั้งแต่อยู่”ป.3”,ซึ่งคล้ายในข่าวบางช่วง,จะมีคำหนึ่งว่า”เพราะน้องดูเป็นเด็กที่มีหน้าตาน่ารัก”..
ดังนั้น.. เรามองกระทั่งว่า.. การที่”พ่อ,แม่”(บางส่วน)พยายามเน้นอยากให้”ลูกสาวดูน่ารัก”ตั้งแต่เป็นเด็กมาเลยนั้น,น่าจะเป็น”ดาบ2คม(?)”มากกว่าหรือไม่?,เพราะแม้”ความน่ารัก”(ที่”พ่อแม่บางส่วน”อาจมุ่งเพื่อหวัง”ผลประโยชน์ต่างๆ”จาก”ความน่ารักของลูก”ก็อาจเป็นไปได้ด้วยก็ตาม?)นั้น.. แต่อีกมุมหนึ่ง..ก็คือการเรียกร้องหา”ภัยทางเพศ?”มาสู่”ตัวเด็ก”หรือ”ลูกของตนเอง”ด้วย..นั่นเอง..
ดังนั้น..”หลักการมุสลิม”เขาจึงคิดถูกแล้วที่วางหลักให้”สตรีต้องคลุมฮิย้าบ”เพื่อป้องกันภัย,เพื่อ”ลดการยั่วยวนทางเพศ?”ให้กับ”ลูกหลานของพวกเขา”..นั่นเอง(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.43 31 มกราคม 2567 14:55:56 น.  

 

(แทรก).1.เราดูข่าว”น้องP.”มี”อุทาหรณ์ส่วนตัวเตือนสังคม”(โดยเฉพาะสตรีเพศ)ว่า..”อย่าปล่อยตัวตามอารมณ์คนคู่พาไป”.. รวมทั้งเตือน”บุรุษเพศ”ด้วยว่า..”อย่าใจง่าย”..คิดว่าเป็น”ของฟรี?”มา”นำเสนอ,เชิญชวน?”.. เพราะเธอจะนำพา”ปัญหาสารพัด?”ตามมาจนทำให้”คุณเพศชาย”แทบจะต้อง”มุดดินหนี?”หรือ”แทบไม่มีที่ยืนในสังคม?”ไปเลย(?),เพราะจะเจอข้อครหา(จากสังคมรอบข้าง)ว่า”ลักขโมยของชาวบ้านกิน?”..นั่นเอง..
ทาง”พุทธศาสนาบางสำนักสีกรัก”,เราเคยเรียนมา,เขามองวิเคราะห์ว่า..”ผู้หญิง”ที่เกิดมาได้”สรีระเป็นหญิง?”ก็เพราะประมาณว่า..”เคยทำผิดศีลข้อ3”ใน”ชาติก่อน?”มาก่อน(?)..
สรุปว่า..”สำนักสีกรักดังกล่าว”เขาจะมองสรุปว่า..”อิตถีเพศคือเพศที่มีกิเลสกามารมณ์หนา,ยากต่อการที่จะตรัสรู้ธรรมะได้โดยง่าย?”..ประมาณนั้น(?)..(ซึ่งก็อาจมีส่วนจริงอยู่ไม่ใช่น้อย?)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.246 7 กุมภาพันธ์ 2567 6:02:31 น.  

 

2.เราเองส่วนตัวก็เคยทำงานใน”ร้านขายมอไซค์ร้านหนึ่ง”ในอดีต.. ก็เคยเจอ”หญิงประเภทนี้”(บางคน),คือเวลาที่ไม่มีลูกค้าเข้าร้าน,ก็จะมีลักษณะ”พูดจาล้อเล่น?”(เชิง”หยิก-หยอก?,ชู้สาว?”)กับ”ช่างหนุ่มๆ”ที่ทำงานซ่อมรถมอไซค์อยู่หน้าร้าน,ซึ่ง”พวกช่าง”ก็มักจะเดินไปมาที่”โต๊ะเสมียนหญิง”,เพื่อเบิกอะไหล่ต่างๆกับเธออยู่เสมอ..
ซึ่ง”หญิงประเภทนี้”(บางคน)(ซึ่งคนที่เรากล่าวถึง,สามีเธออยู่ไกล,ไปทำงานที่กทม.),มักจะมี”อัธยาศัยกันเอง?”กับ”ผู้ชายที่ร่วมงาน”,บางทีพูดไปก็มักจะชอบ”ใช้มือไปแตะตัวผู้ชาย?”.. ซึ่งเราเคยเห็นกระทั่งเอามือไป”ตบที่พุงของผู้ชาย?”(ซึ่งน่าจะ”สื่อสารบางอย่าง?”,ซึ่งผู้ชายน่าจะพอรับรู้ได้ว่า..”เธอส่งสัญญาณอะไร?”),ประมาณว่า”ฉันสนใจนะ?”..ประมาณนั้น)..
ซึ่งตอนหลัง..”หญิงผู้นี้?”(ทำนองนี้)ก็เลยมีอันต้องออกจากงาน,เพราะมี”พฤติกรรมเจ้าชู้?,กล้าผู้ชาย?”,ชอบ”อ่อยผู้ชาย?”(เจ้านายจึงอาจระแวงว่า..เธออาจ”สมคบกับช่าง?”,แล้วลักขโมยอะไหล่ของร้านไปขาย(?)..ก็เป็นได้(?)..ประมาณนั้น?).. ซึ่งหลังจากที่”หญิง?”(บางคน)ทำ”อาการเช่นนั้น?”,ทุกคนก็น่าจะคำนวณได้ว่า..เธอ(น่า)จะนัดแนะไปมี”สัมพันธ์ขั้นลึกซึ้ง?”กันต่อ”ในภายหลัง?”หรือไม่?..
[ปล.”วัฒนธรรมสังคมมุสลิม”,จึงไม่นิยมให้”สตรีของเขา”ไป”ทำงานนอกบ้าน?”,แล้วต้อง”พบปะ?,ข้องแวะ?,สัมพันธ์?,พูดจา?”กับ”ผู้ชายหลากหลายอุปนิสัย?”ในที่ทำงาน,ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่อง”ชู้สาว?,ผิดประเวณี?,ลักกิน?,ขโมยกิน?,ทรยศต่อสามีที่บ้าน?”,อาจเพราะด้วยเหตุทำนองนี้?..หรือไม่?..(ดังนั้น..สังคมนี้จะดี..ไม่ควรเน้น”จีดีพี?”.. แต่ควรเน้น”ศีลธรรมดี?”เป็นหลักมากกว่าหรือไม่?..ใช่หรือไม่?)..]
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.246 7 กุมภาพันธ์ 2567 6:23:32 น.  

 

3.อยากขอติงสังคม(โดยเฉพาะ”สื่อบางท่าน”).. คือ..มี”สื่อบางท่าน”พูดถึงข่าวกรณี”น้องP.”ประมาณว่า..”ผู้ชายทั้งหมด”ของ”น้องP.”อาจจะเป็น”ความรัก?”(พูดแบบเกรงใจ”คนทำผิดศีลธรรม?”มากไป?..หรือไม่?),แล้วพูดต่ออีกว่า..”อันนี้เราไม่ขอก้าวล่วง?”ก็แล้วกัน(?)..ประมาณนี้(?)..
เราขอแนะนำว่า..”สื่อบางท่าน”นี้,น่าจะต้องไปเรียนเรื่อง”ศีลข้อ3”(“การประพฤติผิดในกาม”)มาใหม่(?).. ซึ่งการ”ผิดศีลธรรมทางเพศ?”(ศีลข้อ3)หรือ”การเล่นชู้?,มีกิ๊ก?,คบซ้อน?”(“สารพัดศัพท์”ที่”สื่อบางส่วน”และ”สังคมบางส่วน”พยายามจะช่วย”พูดหลบเลี่ยง?”จาก”ความหมายที่แท้จริง?”,ในบริบทคล้าย”ศรีธนญชัย?”.. ซึ่งแท้ที่จริงก็คือ..”การคบชู้?”หรือ”การเล่นชู้?”ซึ่งเป็นคำที่ให้ความหมายที่”ตรงไปตรงมา?”มากกว่า?..นั่นเอง)..
ซึ่งสังคมต้องช่วยกันมอง,ช่วยกันพิจารณาว่า.. จะถือว่าเป็นแค่”เรื่องส่วนตัว?,ไม่ขอก้าวก่าย?,ไม่ขอก้าวล่วง?”,โดยมองว่าเป็น”อัธยาศัย,อุปนิสัยส่วนตัวของเขา?”นั้น?..คิดอย่างนี้ถูกไหม?..(ข้อมูลใน”สมัยพระคัมภีร์เดิม”ของ”คริสต์”,ยังมีข้อกำหนดถึงขนาดว่า..”ถ้าพบหญิงใดเล่นชู้,ให้เอาก้อนหินขว้างหญิงนั้นจนตาย?”ด้วยซ้ำไป?)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.246 7 กุมภาพันธ์ 2567 21:41:02 น.  

 

4.เพราะ”เรื่องเหล่านี้”แหละ,ที่เป็น”ต้นเหตุ?”ของ”การสร้างสังคม?”ที่”ไร้หลักการทางศีลธรรม?”,ซึ่งจะส่งผลเชื่อมโยง(โดยเฉพาะ”ถ้าหญิงนั้นมีบุตรสาว?”),ซึ่ง”บุตรสาว”ก็จะได้รับ”ตัวอย่าง?”ผ่าน”ภาพพฤติกรรมของแม่?”ประมาณว่า.. “ก็แม่ยังทำได้?,ทำไมหนูจะทำเหมือนแม่บ้างไม่ได้?”..ประมาณนี้?,และเป็น”สาเหตุหลัก”ที่ทำให้”ครอบครัวไทยล้มเหลว?,ล่มสลาย?”..
ซึ่งไม่ว่าจะมีลูกเป็น"หญิง?"หรือ"ชาย?"ก็ตาม,
ทั้ง”บุตร?,บุตรี?”ก็จะไม่เกิด”ศรัทธา?”ใน”ตัวบุพการี?”,ซึ่งอาจก่อให้เกิด”ครอบครัวแตกแยก?”(มี”สถิติตามหน้าข่าว”ว่า..”อาชญากรรมในวัยรุ่น?”,มักเริ่มต้นมาจาก”ครอบครัวที่แตกแยก?”อยู่ไม่ใช่น้อย?),บาดหมาง?,ไร้ความอบอุ่น?,ไร้ความมั่นคงในชีวิต?.. ลูกก็จะเริ่มไม่เกรงใจพ่อแม่?,ไม่เชื่อฟังพ่อแม่?,เพราะ”พ่อ?หรือแม่?”ไม่ทำตัวให้เป็น”ตัวอย่างที่น่าเคารพ?”(?)..
ทำให้เกิด”ภาวะสังคมไทยเหลวแหลก?,ไม่มีหลักยึด?”.. ซึ่ง“เด็กวัยรุ่นที่พ่อแม่แตกแยก?”(บางส่วน)มักหันไป”คบเพื่อน?”(ที่มี”พื้นฐานครอบครัว?”ที่คล้ายๆกัน?)ที่ชวนไปในทางเสียหาย(อาจเพื่อประชดชีวิต?,ประชดสังคม?,ต่อต้านสังคม?,หรือเพราะไม่มีทางออกใดๆ?)..
ซึ่งที่สุดมักไม่พ้นจาก”วงจรอุบาทว์?”ของ”กระบวนการดื่มเหล้า?,เมายา?,เสพยาเสพติด?,ร่วมกันก่ออาชญากรรมต่างๆ?”,รวมถึง”การมั่วสุมทางเพศ?,เกิดการสำส่อนทางเพศ?,สวิงกิ้ง?”,อย่างไม่รู้ว่า”คู่ใคร?เป็นคู่ใคร?”..ตามมา?..นั่นไง?..
แล้วอย่างนี้จะบอกว่า..”เป็นเรื่องส่วนตัว?,ไม่ขอก้าวก่าย?,ไม่ขอก้าวล่วง?”..ได้อย่างไร?..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.246 7 กุมภาพันธ์ 2567 22:03:28 น.  

 

5.ยอดสุดประดับดาว”สื่อนักสืบโคแนน?”.. วันนี้ดูคลิป”ลุยชนข่าว”กรณี”มนต์รักรถตู้ทึบ?”,ดูยอดการเข้าชม”จำนวน3คลิป1.6ล้าน,1.4ล้าน,1.2ล้าน”ตามลำดับ,สุดยอดจริงๆ,คนติดตามดูข่าวนี้กันจริงๆ.. ไม่ว่าวันนี้..การเมืองไทยจะหมดหวังอย่างไร?.. แต่ก็ยังพอมีหวังกับ”สังคมไทย”อยู่บ้าง(?)..ที่”สังคมไทย”(ทั้ง”หญิงและชาย”จำนวนมาก)ไม่นิยม”สตรีเพศบางคน?”ที่มีพฤติกรรม”คบชู้สู่ชาย?”หรือ”คบซ้อน?”หรือ”แย่งสามีชาวบ้าน?”,ไม่ว่าเธอจะออกมา”ยอมรับผิดต่อสังคม?”อย่างไรก็ตาม?.. เพราะ”เธอบางคน?”ได้ขึ้นชื่อ(เป็นตำนานต่อๆไป)ว่า.. เป็น”ผู้ที่มีส่วน?”(เป็น”ตัวอย่างที่ไม่ควรเอาเยี่ยง?”)ที่ทำให้”สถาบันครอบครัวไทย?”ถึงกาล*ล่มสลาย?*อย่างชัดเจน(?),เพราะเพียงเธอ”ไม่ยับยั้งความต้องการ?,ไม่รักดี?”ใน”หลักการของศีลข้อ3”(ที่ต้อง”ไม่ยุ่งเกี่ยวสามีชาวบ้าน?,ไม่นอกใจ?,ไม่นอกกาย?”ต่อ”สามีตนเอง?”)..นั่นเอง(?)..
“คำกลอน”ของ”ปราชญ์บางท่าน”(ในอดีต)จึงบอกว่า..”อย่าไว้(วาง)ใจ?”.. คือ...
...หนึ่งอย่าไว้ใจทะเลทุกเวลา...(เช่น..”มรสุมในทะเล”หรือ”ซือนามิ”..เป็นต้น)
...สองสัตว์เขี้ยวเล็บงาอย่าวางใจ...(เช่น..”ช้างขวิดคน,สุนัขพันธุ์ดุ,สิงโตท้ายรถปิ๊คอัพ?”..เป็นต้น)
...สามผู้ถืออาวุธสุดจักร้าย...(เช่น..”พวกเมายา,คลั่งตามเกมส์,ฆ่าฟันไม่เลือกหน้า?”..เป็นต้น)
...สี่*ผู้หญิง*ทั้งหลาย..อย่ากรายใกล้...(โดยเฉพาะ”หญิงอัธยาศัยดีบางคน?”ที่มักทำให้”ผู้ชายตายใจ?”จนเหลือเพียง”วิญญาณล่องลอย?”..หรือ”กกน.ติดตัวเพียงตัวเดียว?”..เป็นต้น)
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.246 8 กุมภาพันธ์ 2567 0:42:23 น.  

 

6.เมื่อกี๊ได้ดูรายการ”ทุบโต๊ะข่าว”(ตอนหนึ่ง).. ฟังว่า”หญิงบางคน”ติดต่อทางลับ,หวังจะให้”ชายบางคน”ที่เป็น”เพื่อนร่วมงาน”กับ”กิ๊กเก่า”ในที่ทำงาน,ให้มาเป็นพยานให้,ทำให้รู้สึกเหนื่อยใจแทน(?)..
เพราะเท่าที่เราเรียนรู้จัก”หญิงบางส่วน?”มาในชีวิต,เราก็พอรู้ว่า..ถ้า”ผู้หญิงใด?”ที่”ฝักใฝ่ในกามารมณ์?”มากเกินไป(?), “กามารมณ์นั้น?”ก็จะกลายเป็นเหมือน”ยาเสพติด?”ดีๆนี่เอง..
เพราะ”ภาษาไทยอีสานพื้นบ้าน?”จะมีคำหนึ่งเรียก”อักษรย่อ”ว่า”ง.”ประมาณว่า..เป็น”อารมณ์”ที่คล้าย”เสี้ยน(อยากเสพ)ยาเสพติด?”..นั่นแหละ(?)..
พอ”เสี้ยนยา?”ขึ้นมาแต่ละครั้งก็ต้องหา”ยาเสพติด?”มาเสพให้ได้(?),จึงคล้ายว่า..ต้องหา”ผู้ชายที่มีพลัง?”มาคอยสับเปลี่ยน(ยามต้องการ),เปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ(?),เพราะ”ผู้ชายคนเดียว?”,อาจไม่มี”พลังที่มากพอ?”ที่จะสามารถบริการ”ตอบสนองให้เธอ?”ใน”ทุกๆเวลาที่เธอมีความต้องการ?”ได้(?)..ประมาณนั้น(?)..
ถ้าคิดอยากประณาม,บางทีก็คิดอีกด้านก็เหมือนว่า..”น่าสงสาร?,เวทนา?,แกมสมเพท?”ต่อ”เพศหญิง”(บางจำพวก?)อยู่เหมือนกัน(?).. แต่มันไม่ใช่”ตัวอย่างที่ดี?”ในบริบท”วัฒนธรรม,ประเพณี?,ทางศีลธรรม?”ของ”สังคมไทย?”.. เช่น..”ตำนาน,วรรณคดี”ที่มีการประณามต่อ”หญิงที่สำส่อนทางเพศ?,มากชู้หลายสามี?”(ที่ทุกคนคงเคยได้เรียนผ่านระบบโรงเรียนมาแล้ว).. เช่น.. เรื่อง”โมรา,กากี,วันทองสองใจ,ฯลฯ”..เป็นต้น..(แต่ถ้าเป็น”สังคมฝรั่งบางชาติ?”,เขาอาจไม่ถือสาใน”เรื่องราวทางเพศ?”เหล่านี้?..ก็เป็นได้(?),เท่าที่เคยได้ยินเขาเล่าว่ามานะ?)..

 

โดย: สมจิต IP: 171.96.156.229 8 กุมภาพันธ์ 2567 5:02:12 น.  

 

(A)(แทรกพิเศษ)..คุณอ.(เชอร์ล็อคไทย)พูดตอบ”คำถามผู้สื่อข่าวบางช่อง?”ได้อย่างฉลาด(เป็น”นักรู้จิตวิทยาการแสดงออก?”ของ”จนท.รัฐบางคน”).. เช่น.. การที่”จนท.รัฐบางคน?”ออกมา”พูดชี้แจงอะไรซ้ำๆ?”ใน”บางประเด็น?”นั้น.. ย่อมแสดงว่า.. น่า(อาจ)จะมี”วาระที่ไม่ปกติ?”(hidden a.)หรือไม่?ว่า..อาจ”เอื้อให้กับบางประเด็น?”อย่าง”ผิดสังเกต?”หรือไม่?..
และดูเหมือนว่า”คุณอ.”น่าจะชอบ(หรือเคย)”นั่งสมาธิ?”จึงมีโอกาส”ศึกษาเรื่องทางจิต?”(โดยไม่รู้ตัว,โดยอัตโนมัติ?).. จึงมักจับรู้”อากัปกิริยา?”ของ”จนท.รัฐบางส่วน?”ว่ามีอะไรที่”ผิดสังเกต?”และ”สรุปตรรกะ?”ว่า”สอดคล้อง?”หรือ”ไม่สอดคล้อง?”,ในการประเมิน”พฤติกรรมของบางบุคคล?”ได้เสมอ(?)..[เพราะ”มนุษย์มักปกปิดตัวเองไม่ได้?”จาก”ลีลา,ท่าทาง,สีหน้า,สายตา?”ที่”แสดงออกผ่านสื่อ?”.. จึงมักพบว่า”สื่อรุ่นเก๋าบางท่าน?”,เมื่อจะพูดประเด็นที่”เปราะบาง?,ล่อแหลม?”,จึงมักจะ”สวมแว่นตาดำสนิทอันใหญ่?”,เพื่อปกปิด”สีหน้าและแววตา?"ไว้อยู่เสมอ?,ลองสังเกตดูสิ?.. ส่วน”พิธีกรดังบางคน?”ที่มักเปิดเผย”ประเด็นเจาะลึก?”แบบ”ตรงๆ”ก็มักถูก”กดดัน?”(ผ่าน”ระบบการ(งด)ให้โฆษณาสินค้า?”)ให้ออกจากการ”จัดรายการ?”(ที่มีผู้ติดตามมากมาย)ไปตามที่คาด(ตามข่าว)?..หรือไม่?]..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.197 7 มีนาคม 2567 12:56:22 น.  

 

(B)แต่มีบางเรื่องที่”คุณอ.”(เชอร์ล็อคไทย)ยังไม่เล่น(?),เพราะอาจมองว่ายังต้องอาศัย”สื่อบางส่วน?”ในการ”นำเสนอข่าว?”, เพราะเราเองก็สังเกตว่ามี”ข่าวของบางรายการดังบางรายการ?”มักมีลักษณะ”ไบแอด?”พูด”ข่าวของการเมืองบางฟาก?”ที่ดู”ล้นเกิน?”,คล้าย”ช่วยเชียร์แบบลับๆ?”,แต่ก็มี”เชิงฉลาด?”ที่มัก”ปิดท้าย?”ด้วยการนำ”ข่าวการเมืองของอีกฟาก?”เพื่อกลบเกลื่อนว่า”ตนเองเป็นกลางนะ?”อยู่เสมอ(?),เพื่อจะไม่ให้ผู้ชม”จับความผิดปกติได้?”(หรือไม่?)..
แต่”คนช่างสังเกต”ในการ”ฟัง(ชม)ข่าว”ก็มักจะจับ”ภาวะผิดปกติ?”นี้ได้,ในแง่ของการนำเสนอข่าวของ”ฟากไหน?”ว่าใช้เวลามากกว่ากัน?,และมี”ลีลา,น้ำเสียง,เนื้อหา,การเน้นเสียงหนัก?”ที่ช่วย”อวย,โฆษณาผลงาน?”ให้กับ”บางฝ่าย?”ที่อาจมาสนับสนุน”การโฆษณา?”ให้กับ”รายการข่าวของตน?”หรือไม่?..ประมาณนั้น(?)..(เพราะ”เรื่องเงิน?”มักเป็น”ประเด็นหลัก?”สำหรับ”สังคมบ้านเรา?”เสมอ?..ใช่หรือไม่?)..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.197 7 มีนาคม 2567 13:05:14 น.  

 

(พิเศษ)วันนี้(7-3-67)ได้ดู”รายการคมชัดลึก”กับ”อ.มุนินทร์”.. เรามีความเห็นส่วนตัวสั้นๆว่า.. “สส.”(หรือ”สภาผู้แทนราษฎร”)ถือเป็น”ตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศ”(โดยชอบธรรม),ย่อมมีอำนาจที่จะตรวจสอบได้”ทุกๆองค์กร”(ไม่ว่าจะเป็น”องค์กรตัดสินถูกผิดต่างๆ”,หรือ”องค์กรบริหาร”,หรือ”องค์กรอื่นๆใดๆ”ที่อยู่ใน”ขอบเขตประเทศไทย”ก็ตาม)ในประเทศไทย.. ซึ่งจึงไม่ควรถือว่าเป็น”การก้าวก่าย?”ใดๆทั้งสิ้น(?).. เพราะถือเป็น”อำนาจสูงสุด?”ที่ได้รับ”การมอบหมายอำนาจ”มาจาก”ประชาชนทั้งประเทศ”นั่นเอง(?)..
(ปล.).. อยากฝาก”สื่อภาคสนามและสื่อเล่าข่าวบางคน”ที่ชอบ”ตั้งคำถาม”ต่อ”ผู้ให้สัมภาษณ์ต่างๆ”,หรือ”ผู้ร้องเรียน”(เช่น”คุณอัจ”),หรือ”ผู้ร่วมรายการ”(เช่น”ท่านชัยวัฒน์”)ในทำนองที่”กระตุ้นด้วยคำถาม”ที่ทำให้เขาอาจ”เกิดความหวาดหวั่น(กลัว)?”(ในการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม?)ต่อผลที่จะกระทบถึง”บริบทของตัวเอง?”หรือไม่?(อาจเพราะ”สื่อบางส่วน”ไม่รู้จะหาคำถามใดมาถามหรือเปล่า?..ก็ไม่ทราบได้?,ซึ่งเราพบเห็น”การถามคำถามทำนองนี้?”อยู่บ่อยมาก),ซึ่งเรามองว่า..”สื่อ”ไม่ควรถามด้วย”คำถามที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์กลัวใดๆ”(เพราะ”คำถามทำนองนี้”จาก”สื่อมวลชนบางส่วน?”นี่แหละ,จึงทำให้”สังคมไทย?”มีแต่”คนขี้กลัว?”เต็มไปหมด?..ไงล่ะ?,แล้วเช่นนี้จะเกิดคนอย่าง”ชาวบ้านบางระจัน”ได้อย่างไร?).. นี่แหละจึงทำให้แทนที่จะ”เสริมปลุกเร้าให้เกิดกำลังใจ?”ที่จะ”ต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรม”.. ก็เลยกลายเป็นไปถามให้เกิดการ”กลัวนั่น,กลัวนี่?”กันไปหมด?.. แล้วเช่นนี้..สังคมเราจะพัฒนาเป็น”สังคมศิวิไลซ์”ได้อย่างไร?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.197 7 มีนาคม 2567 19:35:25 น.  

 

(พิเศษ)อยากให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบ”สื่อมวลชนต่างๆ”(บางส่วน)ว่า.. ถูกกดดันโดย”เงินที่สนับสนุนการโฆษณาสินค้า?”ใน”ช่องของตน?”หรือไม่?.. เราจึงไม่พบ”คลิปการขึ้นเวทีกลุ่มคปท.และกทธ.”ของ”หมอวรงค์”ลงใน”โซเชี่ยลฯ”ใน”ช่องทาง”ของ”สื่อช่องต่างๆ”(บางส่วน)เลย(?)(มีพบในนาม”บุคคลธรรมดา”เพียงช่องเดียว,ซึ่งมีผู้เข้าชมแค่หลัก20000ครั้งในช่วง4วันที่ผ่านมานี้เท่านั้นครับ)..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.197 8 มีนาคม 2567 10:31:37 น.  

 

(พิเศษ)ได้ดู”ข่าวช่อง8”(8-3-67)กรณีสัมภาษณ์ผู้เสียหายในคลิปฉาว”..
อยากบอก”สตรีบางส่วน”เนื่องใน”วันสตรีสากล”ว่า..
1.อย่าไว้ใจ”ผู้ชายทุกคน”ที่สามารถทำให้”ผู้หญิงตั้งครรภ์ได้”,ไม่ว่าจะเป็น”ระดับญาติสนิท?”แค่ไหนก็ตาม(?)..
2."สตรีบางส่วน?"อย่าบอกว่า..”ศักดิ์ศรีกินไม่ได้,จำเป็นต้องทำนั่น,นี่(?)”,เพราะใน”ยุคดิจิตอลฟุตปริ๊นซ์”นี้,ศักดิ์ศรีนั้นกินได้,เพราะถ้าคุณ(บางคน)ขืนคิด”ปล่อยตัว,ขายศักดิ์ศรี?”เพื่อ”แลกเงินตรา?”,หรือ”ทรัพย์ศฤงคารนานา?”,ในวันหนึ่งในอนาคต,คุณอาจถึงกับ”ไม่มีที่ยืนในสังคม?”,ต้องอยู่(แต่)ในบ้าน?,ถ้าจะออกไปไหน?,อาจต้อง”ปิดแม้ซ?,ใส่หมวก?,สวมแว่นตาดำสนิท?”อยู่เป็นประจำก็เป็นได้(?)..
3.อย่าบอกว่า”กลัวอดมากกว่ากลัวเอดส์?”,ถ้าคุณยังไม่เคยไปลองถามว่า..”ผู้ป่วยภูมิฯบกพร่อง?”นั้นต้อง”ทนทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ?”ขนาดไหน?(โดยเฉพาะ”ผู้ป่วยที่เป็นหญิง?”)..
4.อย่าบอกว่า”ฉันมีสิทธิ์ในอวัยวะและสรีระของฉัน?”,เพราะนั่นคือ..คุณกำลังเป็น”ส่วนหนึ่ง”ที่กำลังร่วมทำลาย”ค่านิยมวัฒนธรรมที่ดีงามของหญิงไทย?”,อันเป็น”สาเหตุเริ่มต้น?”ของการทำให้”สถาบันครอบครัวไทยล่มสลาย?”[และ”ลูกหลานไทยในอนาคต?”เต็มไปด้วย”เด็กที่ขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่เลิกร้าง?”,จนอาจกลายเป็น”newอาชญากร?”ในอนาคตได้(?)]..นั่นเอง(?)..
5.อย่าอ้างการเลิกล้างจาก”สามีคนไทย?”(อาจเฉพาะ”สตรีบางคน”เท่านั้น),แล้วหลงคะนองว่า.. การมี”สามีเป็นคนต่างชาติ?”ที่แตกต่างจาก”วัฒนธรรมของเราแบบสุดกู่?”นั้น,จะเป็นสิ่งที่น่าดีอกดีใจเสมอ(?),และคิดว่าเป็น”คำตอบสุดท้ายของการมีชีวิตครอบครัว?”,เพราะเมื่อคุณมี”บุตรที่เกิดจากสายพันธุ์ตรงข้ามกันมากๆ?”,เมื่อเขาโตเป็นหนุ่ม,เป็นสาว,คุณจะพบว่าคุณจะควบคุม”ค่านิยมในเรื่องทางเพศ?”และ”ทัศนะต่อวัฒนธรรมที่เรียบร้อยแบบหญิงสาว(หนุ่ม)ไทย?”ได้ยากมาก(?)..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.197 8 มีนาคม 2567 21:58:08 น.  

 

(พิเศษ)กรณี”บุกรุกที่ดินสาธารณะ?”ทั้ง”ชายหาดและพื้นที่ป่าต่างๆ?”,รวมทั้ง”ที่ดินที่งอกเพิ่ม?”จาก”เนื้อที่จริงกว้างออกไปเรื่อยๆ?”นั้น.. มีคำถามว่า..
1. ถ้า”จนท.ที่เกี่ยวข้อง?”ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ,ไม่ยักคิ้วหลิ่วตา(?),หรือหลับตาข้างหนึ่ง(?),หรือมีเรื่องของ”กล้วยหอม,กล้วยไข่?”เข้ามาปะปน(?).. ถามว่าจะมี”เรื่องเหล่านี้?”เกิดขึ้นเป็น”ข่าวประจำวัน?”(ตามข่าว)ได้หรือไม่?..(“สื่อต่างๆ”จึงควรพยายาม”ตั้งคำถามเหล่านี้?”กับ”ผู้เกี่ยวข้อง”ให้มากๆ,ในฐานะ”สื่อเป็นตัวแทนปชช.”,โดยไม่ต้อง”เกรงอกเกรงใจผู้เกี่ยวข้อง?”มากเกินไป?..ใช่หรือไม่?)..
2.ควรออกระเบียบว่า.. ผู้ที่จะเข้ามาดูแลงานส่วนใด?,ก็ต้องให้มี”คณะกรรมการที่เชี่ยวชาญ,ทันเกมส์,และซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์”มาเป็น”ผู้สัมภาษณ์”(และร่วมพิจารณา,สังเกตท่าที)ด้วยคำถาม”เชิงตรวจสอบอุดมการณ์?”.. เช่น.. ถ้ามี”ผู้หยิบยื่นผลประโยชน์?”.. เช่น”กล้วย?”.. เช่น”ถุงขนมขบเคี้ยว?”ให้คุณ(ในที่ลับสายตาคน?,หรือใต้โต๊ะ?,บนโต๊ะ?ก็ตาม)เพื่อแลกกับ”บางสิ่ง?”.. คุณจะมี”วิธีจัดการ?”กับ”เหตุการณ์เหล่านี้?”(ซึ่งเชื่อว่า..อาจต้องได้พบเจอกันแทบทุกคน),ด้วย”เทคนิค,วิธีการ,ไหวพริบ?”แบบใด?..ประมาณนี้.. เป็นต้น..
(ซึ่งอาจต้องลองหา”ตั้งคำถามที่เช็คไหวพริบ?”และ”คุณธรรม?,จรรยาบรรณ?”ของ”ผู้ที่จะเข้ามาทำงาน”ใน”ส่วนที่ใกล้ชิดกับผปย.?”อันเนื่องจาก”ตำแหน่ง?”มาใช้สัมภาษณ์สัก10คำถาม,ก่อนที่จะดูว่า..น่าจะ”สอบผ่านเข้ามาทำงานดังกล่าว?”ได้หรือไม่?.. ประมาณนี้ครับ)..
(อย่างกรณี”ท่านสืบฯ”หรือ”ท่านชัยวัฒน์”,นับถึง ณ วันนี้,ก็ดูว่า”เข้าท่าและผ่านเกณฑ์ในสายตาปชช.”..เป็นต้น..นะครับ?)..
[อีกอนึ่งก็คือ.. “คณะกรรมการ”ที่เป็น”ผู้สัมภาษณ์”ควรใช้”ทฤษฎีBlindness”คือต้องไม่เปิดเผย”ชื่อจริง,หน้าตา”ต่อ”ผู้ถูกสัมภาษณ์”(เพื่อป้องกัน”การวิ่งเต้น,ติดสินบนกรรมการ?”ก่อนเวลา”การสัมภาษณ์”ด้วย),ทั้ง”ก่อนเริ่มกระบวนการตั้งแต่เริ่มมีการแต่งตั้ง”,และรวมทั้ง”ในเวลาที่กำลังสัมภาษณ์”ด้วย..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.197 9 มีนาคม 2567 14:20:53 น.  

 

(พิเศษ1).. อยากตั้งคำถามสำหรับ”สังคมบ้านเรา”,ซึ่งเป็นสังคมซิกแซ็ก,สังคมศรีธนญชัย,สังคมเจ้าเหลี่ยม,สังคมไม่ตรงไปตรงมา,สังคมที่หลับตาข้างหนึ่งเมื่อกระเป๋าตุงด้วยเงินที่มิชอบ,สังคมที่เต็มไปด้วยผู้ที่ชอบหา”ช่องว่างทางกฎหมาย?”เต็มไปหมด?.. ว่า..เราจะหาทางแก้ไข”คนแบบศรีธนญชัย?”กันอย่างไร?..
สมมุตินะ..(เพราะสมองที่ไม่ได้กินหญ้าของเรา..มันพาเราคิดแบบสมมุติๆน่ะ).. สมมุติว่า..เผอิญเราเป็นคนมีเงินจากเงินทองที่หามาได้โดยชอบหรือมิชอบก็ตาม(แต่สามารถหลบเลี่ยง”การตรวจสอบจากกฎหมาย?”มาได้),
และอยาก”ต่อยอด?”หรือ”ฟอกเงิน?”,หรือ”ให้เงินทำงาน?”,ก็ไปติดต่อ”ผู้แก่ผู้เฒ่าตามชนบท?”ที่เขาเคยครอบครองที่มาเนิ่นนาน,จนมี”ใบอนุญาตนั่น,นี่,นู่น?”.. เช่น..”สิทธิครอบครอง”(สค.),หรือ”สิทธิทำกิน”(สทก.),หรือ”ใบเสียภาษีบำรุงท้องที่”(ภบท.5),หรือ”ใบสิทธิอื่นๆใดๆ”อีกก็ตาม(?)..
ซึ่งมีวันหนึ่ง(ในอดีตอันนานมาแล้ว,แต่ก็ไม่นานนัก),มี”กลุ่มกม.”(บางกลุ่ม)ก็อาจต้องการ”หาเสียงกับชาวบ้าน?”ก็พยายามจะทำให้”เอกสารสิทธิ์ที่ดินต่างๆ?”มีศักดิ์มากขึ้น(?)(เช่น.. อาจสามารถ”เข้าธนาคาร,เปลี่ยนเป็นเงิน?”,หรือ”ซื้อ,ขาย,ถ่าย,โอน?”ได้โดยสะดวก),ก็ไปเขียน”นโยบายนั่น,นี่,นู่น?”ออกมาเสีย”เลิศหรูสแมนแตน?”(แต่ลืมสกัด”พวกนกรู้?”ที่เป็น”คนมีเงินเหลือเฟือ?”สมมุติเช่นเรา)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.197 9 มีนาคม 2567 18:03:45 น.  

 

(พิเศษ2).. ดังนั้น..”พวกคนที่พอมีเงินบ้าง?”(สมมุติเช่นเรา)ก็จึงไปปรึกษา”ทเนอะ,ทเนะ?”ว่า..อยากได้ที่ดินนั้นตาม”นโยบายหาเสียง?”บ้าง(?),แต่เราก็ไม่ใช่”เกษตรกรที่ยากจน?”แต่อย่างใด?,ก็จึงไปติดต่อ”อยากซื้อที่ดิน?”ต่อ”ผู้เฒ่าบ้านนอก?”..
แต่ก็พอรู้ว่าในทางกฎหมาย,”เอกสารการครอบครองบางอย่าง?”อนุญาตให้เฉพาะ”ลูกหลานสายตรงที่รับถ่ายทอดสิทธิ์นั้นได้”เท่านั้น(?).. เราก็เลยหาช่องไป”เจรจาต๊าอ่วย?”กับ”ผู้เฒ่าบ้านนอก?”ว่า..ผมขอจดทะเบียนเป็น”ลูกบุญธรรม-พ่อบุญธรรม?”กันกับ”พ่อเฒ่า?”(ด้วยความสิเนหา?สิได้บ่?)ได้ไหม?,แล้วอาจเสนอจำนวน”เงินค่าตอบแทน?”ที่”ผู้เฒ่าบ้านนอกพอใจ?”จนต้องยอมให้เราเป็น”บุตรบุญธรรมโดยกฎหมาย?”,เพราะไม่มีแรงที่จะปฏิเสธได้(?)
เมื่อตกลงกันได้,เราก็เริ่มมีสิทธิ์เป็น”ลูกหลาน?”โดย”ช่องลอดของกฎหมาย?”(ที่ไม่รัดกุมนั้น?),จนทำให้เราเป็น”ผู้ได้สิทธิ์?”ใน”ที่ดินผืนใหญ่โต?”มาเป็นของตนเองโดยง่าย,โดยฐานะเป็นนอมินีในนาม”ลูกบุญธรรม”ของ”พ่อบุญธรรม”ที่ครอบครองที่ดินอยู่ก่อนนั้น,โดย”วิธีซิกแซ็ก?”ตาม”ข้อกฎหมายต่างๆ?”นั้นก็ย่อมทำได้?(หรือก็อาจเป็นไปได้?)..ใช่หรือไม่?..
“ผู้รู้ทั้งหลาย?,ผู้ทรงคุณธรรมทั้งหลาย?”,ทำไมไม่ช่วยดูว่า..เราจะช่วยกันจัดการ”วาระประเทศไทย?”กันอย่างไร?..กันดี?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.197 9 มีนาคม 2567 18:07:50 น.  

 

(พิเศษ).. ดูข่าวที่..ลูกเอา”เหล็กแหลมที่ใช้แทงจมูกวัว,ควาย”มาแทงพ่อตัวเองเสียชีวิต,พอถามไปก็ไม่ได้สาเหตุอะไร,แต่ดูคล้ายหลอนบางอย่าง(?).. ซึ่งเรามีจุดวิเคราะห์ว่า.. สังคมไทยน่าห่วง.. เพราะเป็นสังคมที่อ้างว่า”นับถือพุทธ?”,แต่”สื่อมวลชน,สื่อสาร,หนังสือ”ในสมัยก่อนก็ยังมีการพูด,เขียนเรื่อง”กฎแห่งกรรม?”กันอยู่บ้าง..
แต่ยุคสมัยนี้..”สื่อมวลชนต่างๆ”แทบจะไม่มีเอ่ยถึง,หรือให้”ความคิดเชิงอุทาหรณ์”,เพื่อ”เตือนสติสังคม”ใน”ปรัชญาของศาสนาพุทธ”เรื่อง”กรรม(สนอง)”กันเลย..(หรือสื่อทั้งหลายอาจมองว่าถึงพูดไปก็แก้อะไรไม่ได้,เพราะไปขัดกับ”วิถีอาชีพของชาวบ้าน”,จึงปล่อยให้เป็น”วัฏจักรแห่งกรรม?”ไปอย่างนั้นแหละ?..เช่นนั้นหรือ?.. แต่เราอยากถามว่า..ทีเวลาเรื่องใบ้เลข,เพื่อให้ไป”ซื้อหวย,ซื้อเบอร์?”,ทำไม”สื่อบางส่วน”คล้ายร่วมส่งเสริมกันจั๊ง?)..
แต่ความรู้สึกตาม”senseส่วนตัวของเรา”,เรามองว่าธรรมดา”วัวควายเป็นสัตว์มีบุญคุณต่อคน”,ช่วย”ทำไร่,ไถนา”มาชั่วนาตาปี,แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นต้องใช้เงิน,สังคมไทยก็มักจะนำวัวควายไปขายให้เขานำไปฆ่าอีกที,อันเป็นมุมที่ดูโหดร้าย,คล้ายเท่ากับ”ฆ่าบุตรตัวเอง?”ปานฉะนั้น,ทั้งๆที่เลี้ยงดูมากับมือราวกับเป็นลูกแท้ๆ.. แต่ถึงเวลาก็นำเขาไปขายให้เขาไปฆ่า,มันก็เหมือนไร้”ความเมตตาและกตัญญู”,แต่เมื่อ”ภาครัฐ”ไม่มีหลักการที่เอื้อต่อ”ความเชื่อทางพุทธศาสนา”,ก็เลยปล่อยให้สังคมไทยทำตามๆกันมา..
นานเข้า..คนที่เคยมี”สำนึกเมตตาต่อสัตว์”อยู่บ้าง,ก็เลยพลอยชินชากับ”วิถีอาชีพของสังคมไทย?”,ซึ่งสร้าง”บาปกรรมต่อสัตว์?”,โดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่สร้าง”พลวัตแห่งเวรกรรม?”ที่อาจตามสนองกันไปไม่รู้จักจบสิ้น(?)..
ซึ่งเราวิเคราะห์ว่า..อาจเป็นไปได้ไหม?..ที่”วิญญาณอาฆาต?”ของ”สัตว์ที่เราเลี้ยงเขาจนโต?”แล้ว,ก็นำเขาไปฆ่าอย่างไร้ปรานี(?),เขาก็อาจมี”จิตใต้สำนึก?”ที่”อาฆาตแค้น?”จนมาเกิดเป็น”ลูกหลาน”หรือ”คนที่อยู่ใกล้ชิดกับเรา”,แล้ววันหนึ่ง,เมื่อ”กรรมเวรประจวบเหมาะ?”,ก็อาจปะทุขึ้นมาเป็นการทำ”ปิตุฆาต,มาตุฆาต?”,ในลักษณะคล้าย”วิญญาณอาฆาต,พยาบาท?”มาดลจิตใจให้กระทำไป”แบบงงๆงวยๆ?”โดยไม่รู้ที่มาที่ไป(?)..(ตามข่าว)..หรือไม่?..
ดังที่ยังมักมีการมองกันว่า”โรคบางอย่าง?”ที่”รักษาไม่รู้หาย?”,และ”ไม่รู้สาเหตุที่ชัดเจน?”.. นั่นก็คือ”โรคแห่งกรรมบาป?”ที่เคย”สะสมทำมาแต่ชาติปางก่อน?”..นั่นเอง?.. หรือแม้แต่จะแค่”สะสมมาในชาติปัจจุบันนี้?”แบบ”ทำต่อเนื่องมาเรื่อยๆ?”ก็ตาม?..ใช่หรือไม่?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.197 10 มีนาคม 2567 0:25:48 น.  

 

(พิเศษ).. “ยาบ้า”..ดูเหมือน”สังคมไทย”จะเห็นเป็นเรื่อง”คุ้นชิน?”จนไม่เห็นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอะไรไปเสียแล้ว(?)..หรือไม่?..
วันนี้..เราได้ดู”การจับผู้ค้ายาบ้ารายหนึ่ง”ในรายการ”เรื่องเล่าฯ,10-3-67”.. แล้วจึงมีคำถามว่า..
1.”การศึกษาในระบบโรงเรียนของไทย”จะเรียกว่า..”ล้มเหลวอย่างสมบูรณ์แล้ว?”..ได้หรือไม่?..
เพราะทำไม”ผู้ที่จบจากระบบโรงเรียน”(บางส่วน,จำนวนไม่ใช่น้อย)จึงไม่ตระหนักถึง”พิษภัยของยาบ้า?”และ”พิษภัยของยาเสพติดชนิดอื่นๆ?”ด้วย?..
ทำไมจึงยังพากันคึกคะนองในการ”เสพยาบ้า?”กันอย่างไม่นึกห่วงต่อ”สุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ?”(รวมทั้ง”เครดิตทางสังคม?”)ของตนเอง,ที่จะ”เสื่อมโทรมลง?”ในอนาคตอันไม่นาน?..
จนกระทั่งพบว่า..มีการ”ขายยาบ้าในเขตชุมชนต่างๆ?”ใน”สังคมไทย?”ไม่ว่าจะเป็นใน”เขตชนบท,ภูมิภาค?”หรือในเขต”ชุมชนเมือง?”,หรือใน”ส่วนกลางของประเทศ?”ก็ตาม(?),กันจนเกร่อเต็มไปหมด(?)..
และยังมีผู้ติดตาม”คอยซื้อหามาเสพ?”,เป็น”ลูกค้าขาประจำ?”,โดยเฉพาะ”ระดับเยาวชน?”(ผู้เคยผ่าน”ระบบการศึกษาในระบบโรงเรียน?”กันมาแล้วทั้งนั้น)อย่างมากมายกันอยู่เลย(?)..
2.ควรทำการ”ศึกษา,สำรวจ,วิจัย”ว่า.. ระหว่าง”DNAหรือยีนส์?”ของ”คนพื้นถิ่นในสังคมไทย?”,และ”DNAหรือยีนส์?”ของ”คนไทยที่มีเชื้อสายจีน?”นั้น,มี”ผลวิจัยออกมา”ที่แตกต่างกันอย่างไร?..
มิเช่นนั้น.. เราอาจจะหลงทางในการ”แก้ปัญหา?”เรื่อง”การหลงใหลในยาบ้า?”(และ”ยาเสพติดอื่นๆ?”),ที่ไม่สามารถสาวไปถึง”รากเหง้า?”ของ”ปัญหาที่แท้จริง?”ว่า.. ทำไม”คนพื้นถิ่นของสังคมไทย?”จึงพากัน”ติดหลงใหลในการเสพยาบ้า?”อะไรกันนักหนา?..
ซึ่งต่างจาก”คนไทยเชื้อสายจีน?”(อาจรวมถึง”คนเชื้อสายแขกขายผ้า?”ที่อยู่ในเมืองไทยมาเนิ่นนาน)ซึ่งน่าจะมีสถิติของ”ผู้เสพหลงใหลในยาบ้า?”มีจำนวนน้อยกว่า”คนไทยพื้นถิ่น?”กันมากต่อมากนัก?..หรือไม่?..(ใช่หรือไม่?)..
(มีคำถามว่า”คนไทยพื้นถิ่นบางส่วน?”ไม่รักใน”สุขภาพ?”และ”อนาคตทางการงาน?และสังคม?”ของ”ตนเอง?”กันหรอกหรือ?)..
...ด้วยความเคารพในทุกภาคส่วนครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.197 10 มีนาคม 2567 16:42:29 น.  

 

(พิเศษA).. ได้ดูข่าวเรื่อง”การครอบครองปรปักษ์”ตั้งแต่”ภาค1”มาจนถึง”ภาค2”.. มีความเห็นส่วนตัวดังนี้ครับ..
เราเคยได้ยินเรื่อง”กฎหมายครอบครองปรปักษ์”(รวมทั้ง”ที่ดินมือเปล่า”)มานานแล้ว.. ตั้งแต่ได้ยินรับรู้มา.. ก็มีความรู้สึกว่าไม่เห็นด้วยเลย.. เพราะเราเคยเรียนรู้ทาง”พุทธ”มาบ้าง.. “พุทธ”จะสอนเน้นเรื่อง”ความซื่อสัตย์สุจริต”,ไม่โลภ,ไม่แย่งชิงสิ่งอันไม่ใช่ของเรามาเป็นของเรา..
แต่"กฎหมายบางอย่าง?"ตั้งแต่อดีต,ดูเหมือนจะไม่เอื้อต่อ”หลักศีลธรรมของพุทธ”สักเท่าไหร่เลย(?).. ทำไมจึงมีผู้ไปออกกฎหมาย”การครอบครองปรปักษ์?”ว่าสามารถทำได้(?)(ถึงแม้ถ้าจะอ้างว่า..เพื่อไม่ต้องการให้มีการ”ทอดทิ้งให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่า?,ไร้ประโยชน์ใดๆ?”ก็ตาม)..
แต่เมื่อ”ที่ดินนั้น”ได้มี”หลักฐานเชิงประจักษ์”ว่ามี”เจ้าของ”เป็นที่ชัดเจนแล้ว.. โดยหลักการทาง”ศีลธรรมของพุทธ”ก็ไม่ควรถือโอกาสไป”แย่งชิงเอามาเป็นของตน?”อยู่แล้ว(?).. ใช่หรือไม่?.. อย่างกรณีของ”วัดสวนแก้ว”(กรณี“ถุงกล้วยแขก?”)นั่นก็ครั้งหนึ่งแล้ว,นี่ก็โผล่มาอีก2เหตุการณ์อีกแล้ว..
เราเห็นว่า..”สังคมไทย”ควรจัดการกับ”นิยายเชิงตำนาน”เรื่อง”ศรีธนญชัย”(?)[รวมถึง”วรรณคดีหลายเรื่อง?”ที่ชี้นำให้”ตัวเอก”ที่เป็น”ผู้ประพฤติผิดศีลข้อ3”,กลายเป็น”ฮีโร่”ของ”วรรณคดี”หลายๆเรื่อง(?),ซึ่งทำให้”คนในสังคมไทย”มองภาพผิด,เห็นผิดเป็นชอบ,เห็น”กงจักรเป็นดอกบัว?”กันไปหมด,และเกิดการเลียนแบบ,ทำตาม(?)..นั่นด้วย]..ด้วยวีธีใดวิธีหนึ่ง(?)..
เช่น.. คือต้องประณามหรือไม่สนับสนุน”พฤติกรรมเจ้าเล่ห์เจ้าเหลี่ยม?”ด้วยวีธีใดวิธีหนึ่ง(?).. เหมือนกับที่”ประเทศจีน”เขาเอา”รูปตุ๊กตา?”ที่สื่อถึง”คนคดโกง?”หรือ”คนไม่ดี?”,แล้วให้คนเข้ามาแสดงออกใน”การประณามต่างๆ?”..ประมาณนั้น(?)..เป็นต้น..(น่าจะดีมั้ย?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.197 11 มีนาคม 2567 20:33:27 น.  

 

(พิเศษB).. เพราะเรามองว่า.. การที่มี”กฎหมายบางอย่าง?”ที่”ไม่เอื้อต่อหลักศีลธรรม?”.. ในระยะยาวจะทำให้”สะสมอุปนิสัย”ของความเป็น”คนที่คดโกง?,บิดเบี้ยว?,เอาประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง?”.. จนมองว่า..”การชิงของผู้อื่นมาเป็นของตน?”เป็นสิ่งที่ยอมรับได้(?).. โดยอ้างว่า”กฎหมายบางอย่าง?”เปิดช่องให้ทำได้(?).. ซึ่งนานไปย่อมจะสร้าง”เผ่าพันธุ์?”(หรือDNA)ที่”ผิดเพี้ยน,บิดเบี้ยว?”ต่อ”หลักศีลธรรม?”ให้กับ”สังคมคนไทย”นะ(?)..เราว่า(?)..
แม้เรื่อง”ที่ดินมือเปล่า?”ก็มีนัยยะที่ส่งเสริม”ความเห็นแก่ตัว?”เช่นเดียวกัน(?)..หรือไม่?.. คือใครมี”กำลัง,อำนาจ,พรรคพวก,บริวาร?”ที่จะไปถือครองมากเท่าไหร่ได้?,ก็ทำได้เต็มที่(?)(อย่างนี้ก็”ไม่เป็นธรรม?”.. ใช่หรือไม่?)..
ที่จริงที่ดินไม่ว่า”เล็กน้อยเท่าไหร่(?)”ก็ถือว่าเป็น”สมบัติรวมของประเทศไทย”,จะให้”ใครทำประโยชน์?”ก็ต้องออก”นโยบายอย่างเสมอภาค,เท่าเทียม”ด้วย”ระเบียบวิธีการของภาครัฐ?”,ที่มี”ความชัดเจน”,ไม่ให้เกิด”ข้อครหา?”ว่า..”เลือกที่รัก?,มักที่ชัง?,ฝนตกไม่ทั่วฟ้า?”.. และที่สำคัญคือ..ต้องไม่ให้มีภาพของการไป”บุกรุกที่อนุรักษ์,ป่าไม้,ภูเขา,ลำธาร,แม่น้ำ?”หรือ”ชิงเอามาจากเจ้าของเดิม?”,ซึ่ง”ผิดหลักศีลธรรมโต้งๆ?”โดยเด็ดขาด(?).. ใช่หรือไม่?..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.197 11 มีนาคม 2567 20:37:33 น.  

 

(พิเศษสุดพิเศษ,แทรก)(A).. ธรรมดา..”วัฒนธรรมไทย”มักสอนให้ว่า..”ผู้ดี”ต้องไม่อวดโอ้เรื่อง”ฐานะความร่ำรวยของตัวเอง?”กันมาแต่โบราณ?..ใช่หรือไม่?.. แต่มีเรื่องแปลกๆ,ที่สื่อมักไม่ค่อยพูดหรือวิเคราะห์ถึง.. เช่น..
1.มี”ดาวอังคารสภา?”(บางท่าน),เมื่อราว40-50ปีก่อน,เคยอยู่ไม่อยู่,เจอผู้สื่อข่าว,ก็ออกมาพูดประมาณว่า”ผมนี่รวยนะ?”,เราดูตาม”ข่าวนสพ.”ก็ให้รู้สึก”งง?”เป็นอันมาก(?)ว่า..จะบอก”ผู้สื่อข่าว”ทำไม?..
2.เร็วๆนี้..ก็มี”นักร้อง(เรียน)?”(บางท่าน,มากกว่า1ท่าน)(ที่เป็น”คนดังติดอันดับหน้าสื่อ?”)ก็ออกมาพูดประมาณว่า”ยอมรับว่า’คู่เลิฟ?’หรือ’ตนเอง?’เป็นคนมีเงิน?”นะ(?)..
3.ไม่นานมานี้ก็มี”ทเนอะ,ทเนะ?”(บางท่าน)(ที่ก่อนหน้านี้,เป็น”คนดังในหน้าข่าว?”มาก(?),แต่ตอนหลังดูเงียบๆไป)ก็ออกมาพูดเปรยๆกับ”ผู้สื่อข่าว”ประมาณว่า..”ยอมรับว่าตนเองอยู่ในฐานะที่มีเงินมากอยู่พอสมควรนะ”(?)(ประมาณทำนองนี้)..(คือใช้”เครื่องอุปโภคส่วนตัว?”ในระดับ”หรูมาก?”..ประมาณนั้น..จน”สื่อจับตาและนำไปทำข่าว?”..ประมาณนี้..)
4.ล่าสุดก็มีข่าวว่า.. “พนง.รัฐบางสี?”(บางท่าน)ก็ออกมาพูดทำนองเดียวกันว่า..”ผมเป็นคนที่มีฐานะทางการเงินอยู่นะ”(?)(ประมาณนี้)..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 16 มีนาคม 2567 11:19:38 น.  

 

(B)5.เราเคยมี”เพื่อนรู้จักผิวเผิน”ที่เคยมากระซิบบอกเราว่า.. เขาเคยไปบ้าน”เพื่อนของเขาคนหนึ่ง”ที่มีชื่อคล้าย”ม่อฮ่อมบางท่าน?”(ที่มีชื่อเสียงว่า”ซื่อสัตย์ที่สุด”,ที่เคยเป็น”นักต่อสู้ทางการเมืองในอดีต”)(แต่เป็น”คนละนามสกุล?”),แล้วมีการ”เปิดตู้?”(ไม่แน่ใจว่าเป็น”ตู้เซฟ?”หรือ”ตู้เสื้อผ้า?”),และปรากฏว่ามี”เงินสดวางเป็นพับๆ,อัดแน่นอยู่เต็มตู้?”(ประมาณว่า..อยาก”โชว์ให้เพื่อนได้เห็น”ความร่ำรวยของตนเอง?”..ว่างั้นเถอะ?..หรือไม่?),ซึ่ง”คนที่มีเงินอัดอยู่เต็มตู้ภายในบ้าน?”คือ”อดีตตัวแทนปชช.ภาคการเมือง?”(บางท่าน)..นั่นเอง(?)..
(ข้อสังเกต).. “สังคมเรา?”ก็เป็นสังคม”ศรีธนญชัย?”ประมาณนี้(?)..นี่เอง?.. ใครใคร่จะนำ”ข้อมูลบางอย่าง?”ไป”ตรวจสอบต่อ?”,เราก็ยินดีนะ?..
อยากกระซิบบอกดังๆว่า.. อย่างน้อย..ก็จะมี”คนใกล้ชิด?”หรือ”คนที่ให้เงินสีเทาๆแก่บางท่าน?”(อย่างน้อยที่สุด1คน)นั่นแหละที่เขาจะรู้ว่า.. “คำพูดของท่าน?”ที่”พูดหรือแสดงออกต่อสื่อ,ต่อสังคม?”นั้นว่า.. จริงๆนั้น,”ท่านร่ำรวยมาแต่เดิม?”,หรือ”ท่านมีเงินมากมายมาจากอะไรเทาๆ?”ที่เกี่ยวเนื่องจาก”ตำแหน่งหน้าที่การงานของท่าน?”มากกว่า(?)หรือไม่?..[เพราะวันใดที่”คนใกล้ชิด?”หรือ”คนที่ให้เงินสีเทาๆแก่ท่าน?”เขาอาจเผลอ”หลุดพูด?”ออกมา(?),จะโดย”เจตนาหรือไม่เจตนา?”ก็ตาม(?),ท่านจะต้องมีปัญหาแน่ๆ(?).. และนี่คือ”กฎแห่งกรรม?”ที่อาจทำให้ท่าน,เมื่อจะ”พูดอะไรกับสื่อ?”,ก็ดูจะไม่ค่อยหนักแน่น(?),ดู”หน้าตาท่านเวลาออกสื่อ?”มักจะ”ดูหมองค้ำ,โนออร่า?”(ตาม”ความเชื่อ?,ความสังเกต?”ของ”คนโบราณ?”),เพราะท่านอาจระแวงว่า..คงมีคนล่วงรู้”ความทุจริตส่วนตัวของท่าน(บางคน)?”ไปแล้ว(?),จาก”คนใกล้ชิดบางท่าน?”ที่อาจ”ทรยศท่านไปแล้ว?”..หรือไม่?.. ประมาณนี้ครับ?]..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 16 มีนาคม 2567 11:24:48 น.  

 

(บทวิเคราะห์พิเศษ,แทรก)(1)..ได้ดูคลิปรายการ”เรื่องเล่าฯ16-3-67”เรื่อง”เหยื่อเพียบ..รวบครูหื่น”.. มีข้อคิดเห็นดังนี้..
น่าวิตก.. โดยเฉพาะ”หญิงไทย”,โดยเฉพาะ”วัยรุ่นหญิง”และ”เยาวชนหญิงไทย”.. อย่ามัวแต่มองเห็น”เทคโนโลยี่สื่อสาร”โดยเฉพาะการใช้”มือถือ”หรือ”สม้าร์ทโฟน”เป็น”ความสะดวก,ดูทันสมัย”ตามยุค(?)(โดยเฉพาะอย่างไม่ระมัดระวังด้วย?)..เท่านั้น(?)..
เพราะ”เทคโนโลยี่มือถือ?”หรือ”สม้าร์ทโฟน?”นี่แหละ,เป็นแหล่งที่จะนำคุณไปสู่”วงจรอุบาทว์?”ของ”อาชญากรรม,อาชญากรสมัยใหม่?”ได้อย่างง่ายดาย(?),ด้วยเช่นเดียวกัน(?)
และ”พ่อ,แม่”ต้องอย่าลืม”สั่งสอน,อบรมลูกหลาน”แบบ”ค้อร์ซพิเศษ,ลับเฉพาะ”ด้วย..(ซึ่งถ้าไม่พร้อมทางด้านครอบครัวจริงๆ,ยุคนี้เรายังเห็นว่าไม่ควรมีลูก,เพราะคุณอาจต้องชอกช้ำในอนาคต,เมื่อลูกโตขึ้น,โดยเฉพาะถ้ามี”ลูกสาว?”)..
อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุผิด,พลั้งพลาดไปแล้ว.. เช่น.. มีคน”แอบถ่ายคลิปมีเพศสัมพันธ์กัน?”(ของ”ลูกสาวของคุณ”),หรือเขามักมี”ข้ออ้างสารพัด?”ของ”ผู้ชายที่คบกันเป็นแฟน?”..ที่จะขอ”ถ่ายคลิปลับต่างๆ?”นั้น(?)..(เช่น..บอกว่า”ไว้ดูส่วนตัว?”บ้าง?..เป็นต้น)..
และ”หญิงบางส่วน?”(อยากบอกว่า”อาจส่วนมาก?”ด้วยนะ?)มักจะยินยอมได้ทุกอย่าง(?)ต่อ”ผู้ชายที่ตนมีเพศสัมพันธ์ด้วย?”,คล้ายประหนึ่ง”ติดเซ็กซ์?”หรือ”ติดใจในการมีเพศสัมพันธ์?”กับ”คู่ของตน?”เหมือนดั่ง”ติดยาเสพติด?”จนต้อง”ยินยอมตามแฟน?”(ซึ่งคบกันโดย”ไม่ถูกครรลองประเพณี?”,ประมาณตามสำนวนที่ว่า”ลักกิน,ขโมยกิน,มันอร่อย?”..ประมาณนั้น?..นั่นแหละ?)..
จึงมักมีการ”ขอถ่ายคลิปลับ?”กันโดย”หญิง?”(บางส่วน)มัก”ไม่ยอมขัดขืนใดๆ?”กันเป็นส่วนมาก(?).. แล้ว”สังคมเรา?”จะแก้ไขกันอย่างไร?..
ซึ่งถ้า”ลูกหญิง?”ที่ไม่มี”พ่อแม่เป็นที่ปรึกษา,ให้กำลังใจที่ดีพอ?”,ก็อาจถึงขั้น”คิดสั้น,ทำอัตตวินิบาตต่อตัวเอง?”(เพราะเหตุอับอาย,เมื่อ”ภาพลับถูกเผยแพร่โซเชี่ยลแล้ว?”)ตามมาก็เป็นได้ด้วยนะ(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 16 มีนาคม 2567 15:59:16 น.  

 

(2)จริงๆ.. การดึง”สังคมไทย?”ให้กลับสู่”ทางเกวียนสายเก่า?”ยังจะสามารถทำได้อยู่ไหม?.. คือ.. เช่น..ออกนโยบายให้มี”หน่วยงานสั่งสอนกันอย่างมีระบบ”(เช่น.. เกณฑ์ให้ทุกคน,ทั้ง”ผู้ใหญ่และเด็กที่เริ่มรับรู้เรื่องทางเพศ?”ทั้งหมด,ให้ต้องมาเข้ารับ”การอบรมจริยธรรมทางเพศ?”กันเลย..เป็นต้น)..
อย่าให้มีเรื่อง”ละเมิดเรื่องทางเพศกัน”(ทั้งชายและหญิง)ก่อนวัยอันควร(?)..
และกำหนดให้”พ่อ,แม่และครูอาจารย์”ควรสั่งสอน”ลูกหลาน,ลูกศิษย์”(และโดยเฉพาะ”ตัวบุพการีและครูอาจารย์บางส่วน?”ต้องอย่าเป็น”ผู้ชี้นำ,ชักชวน,ค้ามนุษย์กับลูกหลาน,ลูกศิษย์?”,หรือ”อย่าเป็นผู้ทำผิดเสียเอง?”โดยเด็ดขาด)ว่า..
“รสชาติของการมีเพศสัมพันธ์?”นั้น,จะมี”สารบางอย่าง?”(ซึ่งควรเรียนรู้และฝึกใจแข็งไม่ตกเป็นทาส,อาจใช้การนั่งสมาธิทดแทน,หรือที่สุดถ้าจะต้องปลดปล่อยเพราะเครียดมาก,ก็แนะนำให้ใช้การ”บำบัดตัวเอง?”,ซึ่งปลอดภัยและต้องไม่ถือว่า”ผิดศีลธรรมทางเพศ?”แต่อย่างใด?..เป็นหลัก?..หรือไม่?)..
เช่น..”สารเอ็นโดรฟิน?”(และ”สารสุขอื่นๆ?”)ที่หลั่งออกมา”ขณะและหลังจากมีเพศสัมพันธ์กันเสร็จสิ้นแล้ว?,และทำให้เกิดมี”อารมณ์ติดใจในความปลอดโปร่ง?,โล่งไปทั้งกายและอารมณ์?”เหมือนดั่งการ”เสพยาเสพติดบางชนิด?”ไม่ต่างกัน(?)..นั่นหละ(?)..
ว่า.. ควรต้องให้”บุตรหลาน,ลูกศิษย์”,ต้องรู้เท่าทัน”กลไกทางเพศ?”,โดยต้อง”ระวังจิตใจ,อารมณ์ให้ดีๆ?”,โดยเฉพาะไม่ควรตกเข้าไปใน”วงจรของการสังสรรค์,ดื่มสุรา?”,อันเป็น”เหตุเบื้องต้น?,บ่วงล่อ?”ให้”ขาดสติ,สัมปชัญญะ?”,จนทำให้ไม่สามารถ”ตัดสิน,ควบคุมอารมณ์?”ในการ”ยับยั้งตน?”ในทาง”ผิดศีลข้อ3ในเรื่องเพศ?”ได้?..(ประมาณนี้หรือไม่?)..ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 16 มีนาคม 2567 16:28:53 น.  

 

(3)และควรสอน”ลูกสาว?”(รวมทั้ง”ลูกชาย?”ด้วย)ให้ชัดเจนด้วยว่า.. “ความรักแบบหนุ่มสาว?”(แบบ”เชิงสร้างจินตนาการ?”ใน”ละครหลังข่าว2ทุ่ม?”)นั้น?..ไม่มีจริงหรอก(?)..
เพราะ”ทุกคน?”โดยเฉพาะ”ชาย?”มักต้องการการ”ตอบสนองอารมณ์ทางเพศตามวัย?”,ซึ่งเกิดจาก”ฮอร์โมนทางเพศชาย?”ที่เร่งเร้าตาม”ธรรมชาติกระตุ้น,บงการ?”เท่านั้นแหละ(?)..
และโดยเฉพาะ”หญิง?”(โดยมาก)มักต้องการทั้ง”เกียรติ?,ศักดิ์ศรี?,ฐานะทางการงาน?,การเงิน?,ความมีหน้ามีตาในสังคม?”(หลังจากที่”ยอมมีเพศสัมพันธ์กับชาย?”แล้ว),ที่มากกว่า..แค่การ”ต้องการมีเพศสัมพันธ์ด้วย?”จาก”ชายที่เป็นแฟน?”เพียงอย่างเดียวเท่านั้น?..เสมอ(?)..
และโดยมาก”ชาย?”มักจะ”ละเมิดทางเพศกับหญิง?”,โดย”อารมณ์ชั่ววูบที่รีบกระทำ?”(โดยไม่หา”สิ่งป้องกัน?”..เช่น..”ถุงยางอนามัย?”..เป็นต้น..เสียก่อน?),เพราะกลัว”หญิงจะเปลี่ยนใจเสียก่อน?”,เพราะกลัวว่า..”อารมณ์หญิงมักเปลี่ยนง่าย?”,จึงไม่ทันคิดไตร่ตรอง,รอบคอบว่า,เมื่อถ้า”หญิงเกิดต้องการเรียกร้อง?”,หลัง”ยอมมีเพศสัมพันธ์กันแล้ว?”,เขา(ตัวผู้ชาย)จะให้ตาม”คำเรียกร้องต้องการของหญิง?”ที่”ตนไปมีอะไรด้วย?”(หลังจาก”เสร็จกิจกันแล้ว?”)ได้หรือไม่?..
จนมักที่สุด,ทำให้เกิดการ”แตกร้าว?,ทะเลาะเบาะแว้ง?”,และ”เลิกจากกัน?”ตามมา(?)..(ซึ่งเป็น”ต้นเหตุเบื้องต้น?”ของ”ภาวะสถาบันครอบครัวล่มสลาย”ตามมาอีก(?)..นั่นเอง)...
ซึ่งเมื่อมี”เหตุการณ์เหล่านี้?”เป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ,ทำให้”หญิงไทย?”(บางส่วน,หรืออาจส่วนมากด้วย?)เกิด”ค่านิยม?”ที่”ไม่เห็นความสำคัญในการรักนวลสงวนตัว?”,ทำให้”กล้าผู้ชาย?”,กลับมองเห็นเป็นเรื่องการ”แสวงหาความสุขส่วนตัว?”เท่านั้น?(หรือไม่?)..
ซึ่งบางครั้งกับ”หญิงบางคน?”อาจเกิด”ทัศนะผิดๆ?”ว่า..”เสียให้กับผู้ชายคนแรกฟรีๆ?”ยังยอมได้?,ถ้าจะยอม”เสียตัวอีกครั้ง?”,แล้วได้”ทรัพย์ตอบแทนด้วย?”,ทำไมจะยอมไม่ได้?..
[นี่แหละ.. จึงเป็น”ความคิดเชิงจิตวิทยา?”,ที่”นักฉวยโอกาส?”,ใช้เป็น”จุดเริ่มต้น?”ของ”กระบวนการค้ามนุษย์?”,โดยมองเห็น”หญิงเป็นสินค้าทางเพศ?”ไปในที่สุด(?),โดยไม่”เคารพ?,คำนึงถึงศักดิ์ศรี?”ของ”ความเป็นหญิง?”ซึ่งเป็น”เพศแม่ของตนเอง?”เอาเสียเลย(?)..ไงล่ะ?]..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 16 มีนาคม 2567 17:04:14 น.  

 

(4)จนที่สุด..”สังคมไทย?”กลายเป็นสังคมที่”ส่งสัญญาณผิดๆ?”ว่า.. แม้สังคมจะรับรู้ว่า.. เขา(ทั้ง”หญิงและชาย?”)ได้”ประพฤติผิดทางเพศ?”หรือ”มากผัวมากเมีย?,คบซ้อน?,มีกิ๊ก?”,ไม่ว่าจะเป็นทั้งกับ”เพศหญิง?”หรือ”เพศชาย?”,ไม่ว่าจะมี”ฐานะทางการเงิน?และการงานที่ดี?ในสังคม?”อย่างไรก็ตาม(?),เขาก็ยังสามารถ”ยืนผงาดในสังคม?”ได้อย่างไม่ต้อง”หลบหน้า?”,โดยลืมคำว่า”ยาง....?”ไปเสียแล้ว(?)..ประมาณนี้หรือไม่?)..
แต่จริงๆ.. ไม่ว่าทั้ง”บุพการี?,ครูอาจารย์?”และ”ผู้ใหญ่ทรงคุณวุฒิ?,วัยวุฒิ?ทั้งหลาย?”ควรช่วยบอกสอนกันว่า.. จะมี”เพศสัมพันธ์กันได้?”ก็ต่อเมื่อมี”ความพร้อมทั้งร่างกาย?,การงาน?”,และควรให้”ถูกต้องตามหลักประเพณีไทย?”ก่อนการมี”เพศสัมพันธ์กัน?”นั้น,จึงจะเป็นเรื่องที่”ปลอดภัยที่สุด?”..
และควรต้องถาม”ภาครัฐ?”ด้วยว่า.. การที่พยายามส่งเสริมให้”คนมีบุตร?”,เพราะกลัวว่า”คนเกิดน้อย?,ประชากรจะลด?”นั้น(?).. “ท่านนักรู้?,นักนโยบาย,นักวิชาการทั้งหลาย?”(บางส่วน)ได้สำรวจดู”ความปลอดภัยของเด็กวัยรุ่นที่เกิดมา?”(โดยเฉพาะ”เด็กหญิง?”และ”เยาวชนหญิง?”)ว่า.. เมื่อเขาเริ่มโตขึ้นมา(?),เขามี”ความปลอดภัยทางเพศ?”อย่างเพียงพอแล้วหรือยัง?..
และได้มี”กระบวนการสอนความปลอดภัย?”ในการ”คบหาผู้ชาย?”เมื่อไม่พร้อม?,และ”ผิดประเวณี?”ว่า..”จะเกิดผลร้ายอย่างไร?หรือไม่?”..
และเมื่อเกิด”ผิดพลั้งพลาด?”โดยการ”ถูกยั่วยวน?,ครอบงำ?”จาก”สังคม,สิ่งแวดล้อม?”ที่มีแต่”สถานที่อโคจร?”ในความหมาย(บริบท)ของ”พุทธ?”,เพื่อให้”หลงใหล?,เมามัว?”ใน”เรื่องทางเพศ?”ใน”หมู่สังคมเพื่อนฝูง?”(หรือ”เพื่อนเลว?”)ไปแล้ว(?),ว่าจะหา”ทางออก?”ในการ”แก้ไขปัญหาเหล่านี้?”ให้กับ”ลูกหลานของพวกเขา?”อย่างไรกันดี?..แล้วหรือยัง?..หรือไม่?..ใช่หรือไม่?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 16 มีนาคม 2567 17:30:26 น.  

 

1.ควรแยกเป็น”โรงเรียนหญิงล้วน”,และ”โรงเรียนชายล้วน”,เพื่อไม่ให้”ชาย,หญิง,วัยเจริญพันธุ์”มาใกล้ชิดกันก่อนวัยอันควร,อันเป็นการเพาะ”เชื้อไฟ?”แห่งการ”ผิดศีลข้อ3”โดยใช่เหตุ?..
“โรงเรียนหญิง”ให้มีแต่”ครูหญิง”.. ส่วน”โรงเรียนชาย”ก็ให้มีแต่”ครูชาย”.. และ”เด็กนักเรียนหญิง,ชาย”ไม่ควร”ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์”(รถ4ล้อส่วนตัวใดๆ,จักรยานด้วย)ไปด้วยกัน,ไม่ว่าในกรณีใดๆ,หรือแม้แต่กับ”ญาติชาย”ก็ตาม..
2.”โรงแรม”ให้แยกเป็น”โรงแรมหญิง”,และ”โรงแรมชาย”.. โดย..”โรงแรมหญิง”,ชายห้ามเข้า,”โรงแรมชาย”,หญิงห้ามเข้า.. ยกเลิก”โรงแรมรูดม่าน”,ยกเลิก”อาบอบนวด”,และ”นวดทุกแผน”ซึ่งมักมีการ”ค้าประเวณีร่วมด้วย?”,และมักมี”ช่องเล็ดลอด?”ที่”ส่งเสริมการค้าประเวณี?”และ”ผิดประเวณี?”(ศีลข้อ3)ใน”หญิง,ชาย”ที่ไม่ใช่”สามีภรรยา”กัน.. ส่วน”โรงแรมแบบครอบครัว”ต้องแสดง”ทะเบียนสมรสตัวจริง”,ซึ่งสามารถสกรีน”ดับเบิ้ลเช็ค”(เพื่อป้องกัน”การปลอมแปลงเอกสาร”),ตาม”ระบบทะเบียนออนไลน์ของรัฐ”ได้..
3.สำหรับ”นวดเพื่อสุขภาพ”ยกให้”รพ.ของรัฐ”(เท่านั้น)เป็น”ผู้ดำเนินการ”เท่านั้น,และให้หญิงนวดได้เฉพาะหญิง,ชายนวดเฉพาะชาย,และให้จัด”สถานที่นวด”เป็น”ที่เปิดโปร่ง”,คนผ่านไปมาสามารถมองเห็นได้,เพื่อป้องกันการมี”ภาพที่ดูอนาจาร”แฝงเร้นอยู่..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 16 มีนาคม 2567 18:45:45 น.  

 

(ข้อความที่ตกหล่นในโพ้สต์ข้างบนครับ)..

(5)(เพิ่มเติม).. เราเคยนำเสนอ”ความคิดเห็น”ในที่ต่างๆประมาณว่า.. น่าจะถึงเวลาแล้วหรือยังว่าควรจะพิจารณาว่า..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 16 มีนาคม 2567 18:50:46 น.  

 

(ข้อสังเกต).. กรณี”ข่าวคุณบ.”ที่ให้”ผู้ติดยา”พาไปดูว่า..”ซื้อยาบ้าจากใคร?”.. เราอยากให้”สื่อมวลชน”ช่วยกันวิเคราะห์.. เพราะเรามองว่า..น่าจะเป็นการ”ช่วยราชการ?”เพื่อ”จับกุมผู้ขายยาบ้าให้กับผู้ป่วย?”มากกว่า?..หรือไม่?.. ซึ่งถ้าไม่มีเรื่อง”นอก-ใน?”ใดๆใน”พื้นที่?”.. เรามองว่า.. ถ้ามี”ผู้ป่วย100รายในพื้นที่?”,ก็น่าจะต้อง”สืบถามกับผู้ป่วย?”,จนได้ชื่อของ”ผู้ขายยารายย่อย?”อย่างน้อย”100ราย?”หรือ”100เค้ส?”ของ”ผู้ต้องหาขายยาบ้า?”มาเพิ่มเติมอีกด้วย?..หรือไม่?..ใช่หรือไม่?.. ดังนั้น..”จนท.ส่วนกลาง?”ควรต้องไปตรวจสอบว่า.. กรณีของ”คุณบ.”นี้..น่าจะมี”ซัมธิ่งวรอง?”หรือไม่?..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 17 มีนาคม 2567 2:39:24 น.  

 

(เพิ่มเติม).. กรณี”ข่าวคุณบ.”ที่ช่วย”ชี้เบาะแสผู้ขายยาบ้ารายย่อยในบางพื้นที่?”.. ดูเหมือนเป็น”เรื่องง่ายๆ?”,ที่”สังคมไทย?”(บางจุด?)กลับทำให้กลายเป็นเรื่องที่”ดูซับซ้อน,ยุ่งยาก?”.. นั่นเพราะอะไร?..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 17 มีนาคม 2567 2:49:56 น.  

 

(พิเศษ)..(A)(ถามว่า..”ประเทศไทยเป็นของใคร?”).. “กีฬาสี?”ของ”คนหลายกลุ่ม?”ที่เคยเป็น”นักต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรม,มาตรฐานเดียว?”.. มาวันนี้คล้ายจะมีการพูด(หรือเคยได้ยินจาก”สื่อบางส่วน”)ถึง”คำพูดหนึ่งตรงกันในทุกกลุ่ม?”ว่า..”สู้ไปแล้วได้อะไร?,สุดท้ายก็ต้องติดคุก?,ถูกฟ้องล้มละลาย?,ถูกยึดทรัพย์?,สู้เป็นคนดูการแย่งชิง”ผลปย.ของคนแต่ละกลุ่ม?”ตามคำพังเพยว่า”นั่งบนภู..ดู...?”ดีกว่า?,ไม่เปลืองตัวดี?..เช่นนั้นหรือไม่?..
อีกประการหนึ่ง.. คือสังเกตว่า..”คนไทยส่วนมาก?”(ยุคนี้)จะเป็นคนมีทัศนะ”ขี้กลัวขึ้นสมอง?”(จนอาจเข้าใกล้อาการที่เรียกว่า”Phobia?”กันไปแล้ว?)หรือไม่?.. เช่น.. กลัว”คนที่มีเงินมากๆ?”(ที่มา”เล่นการเมือง?”)..
แม้จะเห็นอยู่ว่า..สังคมไทยมี”หลายอย่าง?,หลายเรื่อง?”ที่ชี้บ่งถึง”ความไม่ชอบธรรม?,หลายมาตรฐาน?,ดีลนั่น?,ดีลนี่?”,แต่ก็ไม่มีใครกล้าจะออกมาพูด,ออกมากล้าชนกับ”ปัญหาสังคมในขณะนี้?”อย่างตรงไปตรงมา(?)..
เพราะอาจคิดว่า..”ตนหรือกลุ่มตน?”มีเงินไม่ถึง?,หรือมีไม่มากเท่า”บางกลุ่มการเมือง?”,ถ้าขืนมา”พูดโต้งๆ,ตรงๆ,ไม่อ้อมค้อม?”ก็กลัว”ฝ่ายกลุ่มคนที่มีเงินมาก?”เขาจะให้”นักกม.ฝ่ายเขา?”ไปแจ้ง”ข้อหาหมิ่นประมาท?”เอา?.. ประมาณนั้น(?)..หรือไม่?..
แม้แต่”สื่อ?”(จำนวนไม่น้อย?)ก็ไม่กล้าพูดแบบ”ชี้ประเด็น?”และ”ชี้ตัวบุคคล?”แบบตรงๆ(?),เพราะน่าจะ”เกรงอำนาจบารมี?”,และ”เกรงอำนาจทรัพย์?”ของ”คนบางกลุ่ม?,บางคน?”ด้วยเช่นกัน?..หรือไม่?..(ใช่หรือไม่?)..
[เช่นอย่าง..”สื่อน้ำดีบางท่าน?”.. เช่น.. “สื่อสุนัขเฒ่า?”..คนก็มองกันว่า.. เพราะเหตุ”พูดตรงเกินไป?”นั่นเอง?,จึงถูก”เขี่ยออกนอกกระดาน?”ไปแล้ว(?)..ประมาณนั้น?..นั่นเลยเทียว(?)..หรือไม่?..เป็นต้น]..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 17 มีนาคม 2567 23:49:28 น.  

 

(B)และวันนี้(17-3-67).. เราได้ดู”รายการหนึ่ง”เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว,ของ”พิธีกรเน็ตไอด้อลท่านหนึ่ง”ที่คุยกับ”ดร.ก.”(ชายหนุ่มดีกรีด็อกเต้อร์)ที่มี”ทัศนะ,มุมมอง,การพิเคราะห์การเมือง”ที่น่าสนใจและแยบยลมาก.. (เราเชื่อว่า..ยุคถัดไปจะมี”คนหนุ่ม”ที่มี”แนวคิด,มุมมองเช่นนี้”มากยิ่งขึ้น)..
ฟังดูเขาสรุปปิดท้ายแบบ”ตบลูกเข้าโกล”ได้ยอดเยี่ยมมาก..ที่พูดด้วยประโยคที่ว่า..”คือคุณท.แกไม่ใช่ซุปเป้อร์ฮีโร่,แกบินไม่ได้,แกไม่ได้เป็นไอร้อลแมน?”.. ซึ่งทำให้เราฉุกคิดถึงคำพูดของ”ลุงหมัก”ในอดีตหลายสิบปีก่อนที่บอกว่า..”ความกลัวทำให้เสื่อม”นี่เอง(?)..
เราจึงอยากมโนเอาเองนะว่า.. ถ้าวันหนึ่ง..เราตื่นขึ้นมา,แล้วสังคมไทยราว”50-60ล้านคน”ออกมาส่งเสียงตรงกันว่า..”การยุบพรรคนั้นไม่เกิดประโยชน์”.. เราว่า..”สังคมไทยน่าจะมีอะไรที่ดีขึ้นกว่านี้?”..หรือไม่?..(คุณว่ามั้ย?)..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 18 มีนาคม 2567 0:00:19 น.  

 

(ข้อคิดพิเศษ).. (1)เราเผอิญได้เปิดดู”คลิปยูทู้ป”ของ”สื่อบางสื่อ”ที่”ผู้ก่อตั้งเคยเป็น”คอลัมนิสต์”ของ”สื่อหัวสี?”มาก่อน..
“การเมืองช่วงนี้”ทำให้เรานึกถึงมิติของคำว่า”ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร?”(แม้แต่จะแค่เป็น”มิตรเพียงชั่วคราว”ก็ตาม).. ซึ่งอาจกำลังมี”ทัศนะเช่นนี้”อยู่ใน”หลายกลุ่มก้อนทางการเมือง?”เหลือเกิน?(แม้แต่”สื่อบางฉบับ?”หรือ”บางช่องในโซเชี่ยล?”ก็มีด้วย?)..
ก่อนหน้านี้จะเห็น”นสพ.เลือกข้างบางฉบับ?”(ที่มาทำคลิปใน”ช่องโซเชี่ยล?”)จะมีจุดยืนที่”เอาเรื่องเอาราวอย่างจริงจัง?”กับ”กลุ่มที่มีทัศนะ”เชิงต่อต้าน”จุดเปราะบางของสังคมไทย?”อย่างชัดเจน(?),แม้แต่กับ”เด็กเยาวชนบางคน,บางกลุ่ม?”ก็ยังมีเนื้อหาที่ต่อว่า”พวกเขา”อย่างจริงจัง(?)..
แต่มาช่วงหลังๆ(เร็วๆนี้).. “นสพ.บางฉบับ?”(ที่นำทัพโดย”สื่ออาวุโสบางท่าน?”)กลับเหมือน”ตาสว่างชั่วคราว,เฉพาะกิจ?”หรือไม่?.. ที่กลับเริ่มนำเอา”คำพูดของนักการเมืองดัง?”และ”นักต่อสู้ฟากปชต.?”บางคน,บางกลุ่ม(?)(ซึ่งก่อนหน้านี้,”สื่อของตนเอง?”ก็เคย”ต่อต้านอย่างเอาเป็นเอาตาย?”มาก่อนอย่างหนักหนาสาหัส?..เช่นเดียวกัน?)เข้ามาเป็น”ข้ออ้างอิง,พูดถึง”แบบ”คัดมาเต็มๆ”เพื่อมาลงใน”เนื้อหาของสื่อของตน”,เพื่อชี้ให้เห็น”จุดอัปยศ?,ไร้เกียรติ?,ไร้สัจจ์?,ไร้จุดยืน?”ของ”ศัตรูความคิดทางการเมืองกลุ่มเก่า?”..คล้ายว่า.. จะ“ยืมมือ(คำพูด)ของศัตรู(รุ่นใหม่?)เพื่อฆ่าศัตรู(รุ่นดั้งเดิม?)”ประมาณนั้น(?)..หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 19 มีนาคม 2567 10:36:31 น.  

 

(2)ยังมีอีก.. ที่มี”ช่องโซเชี่ยล”(ใต้ดิน)(บางช่อง),แต่กลับปรากฏหราใน”โลกโซเชี่ยล?”เต็มไปหมด(?),ที่ใช้ยุทธวิธี”โจมตีจุดอ่อนไหวของสังคมไทย?”(อย่างรุนแรง?)มาเป็นเวลามากกว่า3ปี(?)..
แต่ดูเหมือน”ผู้เป็นจนท.ที่เกี่ยวข้อง?”(บางส่วน)จะวางตัวเงียบกริ๊บ(?),หรืออาจจะรอให้มีกระแส?,ให้สื่อทำเป็นข่าวออกมาเสียก่อน?,จึงจะค่อยเคลื่อนไหวตาม?..หรือไม่?..
(ทำให้รู้สึกว่า..คล้ายรู้เห็นเป็นใจ?,ยอมให้”กลุ่มโซเชี่ยลบางกลุ่ม?”กระทำเช่นนั้น?,ที่มีการ”สื่อสาร,ปลุกปั่นมวลชนในโลกโซเชี่ยล?,เพื่อหวังหาพวกที่คิดเหมือนกัน?ไปเรื่อยๆ?..หรือไม่?.. หรืออีกที,ก็อาจกลัว”อิทธิพลจากกลุ่มอำนาจดั้งเดิม?”ใน”บางมุม?,บางบริบท?”ซึ่ง”ซ่อนเงื่อน?,ซ่อนปม?”บางอย่างไว้?,ที่คล้ายรอจังหวะ”ฉกฉวยอำนาจกลับมาคืน?”เหมือน”ตาอยู่?”หรือเปล่า?..ก็ไม่ทราบได้?)..
เพราะเหมือนไม่(อยาก)รับรู้,รับเห็นใดๆทั้งสิ้น?,แม้มีคนหวังดีแจ้งเบาะแสไป?,ก็เหมือนจะใส่ลิ้นชักไว้?,ไร้แอ๊คชั่นตอบสนอง?,ซึ่งกลับไม่แอ๊คถีฟ?เหมือนในกรณีของ”กลุ่มการเมืองกุ๊กไก่?”.,และกรณีของ”น้องตว.?”แต่อย่างใดเลย?(เพราะนั่นคือ”มีข่าวออกเป็นสื่อ?”แล้ว?)..
ซึ่งคล้ายยอมปล่อยให้”ช่องใต้ดิน?”(บางช่องดังกล่าว?),ได้”สื่อสาร?,ปลุกระดม?”เพื่อ”ล้มล้างระบอบเดิม?”กระนั้นแหละ?..หรือไม่?..
โดย”ช่องใต้ดิน?”(บางช่องดังกล่าว?)ก็มักแอบอ้างว่า.. มี”อดีตผู้บริหารสังคมบางท่าน?”(2-3ท่าน?)ที่สนับสนุนให้”เปิดช่องสื่อใต้ดิน?)ของ”กลุ่มของตน?”.. ซึ่ง”ผู้ที่ถูกแอบอ้าง?”ก็ไม่เคยออกมา”แก้ข่าว?หรือแก้ตัว?”แต่ประการใดเลย?..
เราซึ่งติดตามฟัง,ก็เลยทำให้รู้สึกว่า..จะเข้าบริบทของคำว่า”ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร?”เช่นเดียวกันอีก?..หรือไม่?..
คล้ายประมาณว่า.. ขอยืมใช้”ปาก?”ของ”กลุ่มคนที่มีทัศนะต่างจุดยืนกับของตน?”ใน”บางเรื่อง?”(คือในเรื่อง”โจมตีจุดอ่อนไหวของสังคมไทย?”),แต่กลับต้องการใช้”ประโยชน์?”เพื่อให้เป็น”เครื่องมือ?”ใน”อีกบางเรื่อง?”,เพื่อให้เป็น”กระบอกเสียง?”เพื่อโจมตี”ศัตรูทางการเมือง?”,ที่เผอิญดันเป็น”ศัตรูทางการเมืองคนเดียวกัน?”กับ”ทัศนะของตน?”ไปก่อน?..ประมาณนั้น?..หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 19 มีนาคม 2567 11:09:13 น.  

 

(3)เพราะสิ่งนี้ทำให้”สังคมไทย?”เกิดความสับสน?,ไม่มั่นคงในการใช้ชีวิตในสังคมไทย?.. และเกิดความรู้สึกว่า”กลุ่มใด?”เป็นพวกเดียวกันกับ”กลุ่มใด?”กันแน่?..(ที่มี”คนที่ต่างกัน?”ใน”จุดยืนที่สำคัญ?”กลับคล้ายมาสนับสนุน”ข้อมูลลึกๆบางอย่าง?”ให้แก่กัน”แบบลับๆ?”อย่างดูผิดสังเกต?)..
ซึ่งในระยะยาวจะทำให้”หน่วยย่อยๆของสังคมไทย?”จะไม่สามารถจริงใจต่อกันได้เลย(?),หรือไม่เชื่อมั่นต่อ”กลุ่มใดๆ?”ได้เลย(?)(เพราะเกิด”ความระแวงซึ่งกันและกัน?”ไปหมด?)..
และยังคล้ายมี”ผู้แอบแฝงตัวในมุมมืดแบบลับๆ?”เพื่อ”ส่งข้อมูล?”แบบ”อินไซ้ต์ในวงราชการ?และการเมือง?”ให้กับ”กลุ่มที่มีจุดยืนพิเศษ?”เพื่อ”โจมตีจุดอ่อนไหวของสังคมไทย?”ดังกล่าว(ซึ่งเป็น”จุดยืนที่ตรงข้ามกัน?”กับ”จุดยืนของสื่ออาวุโสของอีกบางช่อง?”,ซึ่งเป็นช่องที่มี”อิทธิพลทางความคิด?”ต่อ”สังคมไทย?”อย่างมาก?)..
แต่”บุคคลที่แอบแฝง?”นั้น,กลับคล้ายคอย”สนับสนุน?,เสี้ยมสอน?,ให้กำลังใจ?,ช่วยวิเคราะห์นั่นนี่?”ให้กับ”ช่องโซเชี่ยลใต้ดิน?”ดังกล่าว?,อยู่ข้างหลัง?.. และคล้ายคอย”ส่งข้อมูล,เนื้อหาข่าว?”จาก”ช่องข่าวที่มีมุมขุดคุ้ยเบื้องลึกของนักการเมืองและวงราชการไทย?”ให้กับ”ช่องใต้ดินดังกล่าว?”,เพื่อให้เขานำมา”พูดวิเคราะห์,ใส่สี,ตีไข่?”ผสมเพิ่มขึ้น?”(ทั้งๆที่”ช่องสื่ออาวุโสดังกล่าว?”นั้นก็มี”จุดยืนสำคัญบางจุด?”ที่”ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง?”)..
ซึ่งเลือกคัดเอาแต่เฉพาะที่มี”เนื้อหาที่มีประสงค์ตรงกัน”ใน”บางเรื่อง?”มาให้เท่านั้น?(แต่โดยไม่ยอมอ้างถึง”แหล่งที่มาของข้อมูลนั้นๆ?”ว่ามาจาก”สื่อมวลชนช่องใด?”(เพื่อคล้ายหลีกเลี่ยง”คำวิจารณ์”ในเรื่องของ”จุดยืนจุดสำคัญ?”ที่ย้อนแย้งกันอย่างสิ้นเชิง?)..อีกด้วย(?)..
ปล.ถ้ามี”บ่อนการพนัน?”ใกล้บ้านคุณ,แล้วคุณก็ทำเฉยๆ?,ไม่เดือดร้อน?,มัวคิดว่าไม่กล้าแจ้งเจ้าหน้าที่?.. วันหนึ่ง..ถ้า”บ่อนนั้น?”เขาเกิดเรื่องขึ้นในบ่อน?,อาจมีเหตุมารุกราน,ลุกลาม?,ทำให้ทรัพย์สินหรือชีวิตของคนในบ้านคุณพลอยเดือดร้อนเสียหายไปด้วย?..ก็เป็นได้?..ใช่หรือไม่?..
...ฝาก”ข้อมูลพิเศษนี้?”กับทุกๆท่านด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.126 19 มีนาคม 2567 11:40:34 น.  

 

“วิบากกรรมใดของสังคมไทย?”.. (เราได้ดูคลิป”คำหลวงตา”ของ”คอลัมนิสต์อาวุโสบางท่าน”.. แล้วได้ข้อคิดส่วนตัวดังนี้ครับ..
1.”หลวงตาบ.”บอก”คนร่ำรวยผู้หนึ่ง?”คือ”ลูกศิษย์?”,แต่กลับทำให้”อาจารย์เสียชื่อ?”(?)..
2.”หลวงตาบ.”บอกประมาณว่า..”ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย,จะไม่เกิดอีก”.. ชาวบ้านฟังตีความว่า..”ท่านบรรลุแล้ว”..
3.”คนร่ำรวยผู้หนึ่ง?”(เดียวกันนี้)เคยไปกราบ”นักบวชสีกรัก?”(แถวๆอุบล),ด้วย”วิถีจริตเพื่อหาเสียงสนับสนุน?”แบบ”นักการเมือง?”..
4.”นักบวชสีกรัก?”ประกาศว่า..”ตนบรรลุธรรมแล้ว”..เช่นเดียวกัน..
5.”สังคมไทยแปลก?”,เพราะมี”คนฉลาดแบบเหลี่ยมๆบางคน?”(ที่เชี่ยวชาญชั้นเชิงธุรกิจ,กระสันเข้าสู่การเมือง),ที่ดูเผินๆเหมือนคนที่ฝักใฝ่,คลุกคลี,วนเวียน,อยู่กับ”ศาสนา,พระ,นักบวช?”,เพื่อสร้าง”ภาพลักษณ์?”ว่า..”ตนเองเป็นคนดี?”(รวยแล้วไม่โกง?),ที่ควรให้การสนับสนุนนะ(?)..ประมาณนั้น(?)..
6.ขนาด”2พระ,นักบวช?”(ผู้บรรลุธรรมแล้ว)ยัง”หลงคารม?”ของ”คนร่ำรวยบางคน”นี้..ทั้ง2ท่านจนได้(?)..
7.ที่สุด..”พระและนักบวช2ท่านนี้?”ก็ภายหลังมีการต่อว่า”มุมมองทางธรรมะ?”ของ”อีกฝ่าย”,โต้กันไปมาผ่าน”ลูกศิษย์ของแต่ละท่าน”(?)..
8.แปลกมากที่”ทั้ง2ท่านต่างบรรลุธรรม?”,แต่ต่างก็”ตกหลุมล่อ?”ของ”ผู้ร่ำรวยบางคนดังกล่าว?”พร้อมๆกันจนได้(?)..
9.”เทวทัต?”ด้วย”แรงริษยา?”และ”ใคร่เป็นใหญ่?”,จึงแอบแฝงมาเป็น”สาวกของพระพุทธเจ้า?”,และภายหลังก็กลับ”ทรยศ?”,หวังแย่ง”ความเป็นใหญ่?”จาก”พระพุทธเจ้า”อีกที(?)..
10.”ผู้ร่ำรวยบางคนนี้”ก็อาศัยตีซี้,เข้ามาสนิทกับ”พระและนักบวช2ท่าน?”เพื่อหวังให้”ทั้ง2ท่าน?”เป็นแบ๊ค,สนับสนุนทางการเมือง,เพื่อให้สม”ความโลภในทรัพย์?”และ”ความยิ่งใหญ่ทางการเมือง?”ของตน(?)..
11.”เราท่านทั้งหลาย?”มองเห็น”บางสิ่ง,บางอย่าง?”ที่มีอะไร?ที่ดู”ละม้ายคล้ายกัน?”..หรือไม่?..
12.หรือนี่คือ”วิบากกรรม?”ของ”ดินแดน?”ที่มี”นิยายตำนาน”เรื่อง”ศรีธนญชัย?”..หรือไม่?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.114.150 20 มีนาคม 2567 3:46:36 น.  

 

(พิเศษ)..(A)ทำไมเราจึงมองว่าพุทธอาจเป็นแค่”ปรัชญาความคิด”ที่ไม่ครอบคลุม”ทุกบริบท”ในการ”แก้ปัญหาชีวิต”?,โดยเฉพาะนำมาใช้”แก้ปัญหาทางการเมือง”ได้ยากมาก(?)..
“พุทธ”และ”คริสต์”สอนคล้ายกันเรื่อง”ให้อภัยคนที่เคยทำผิด”(และขอให้เขา”อย่าทำผิดอีก”,หรือถ้าเป็นการทำผิดครั้งแรก..ประมาณนั้น)..
แต่”ศาสนายิว”สอนว่า”ตาแทนตา,ฟันแทนฟัน”.. ซึ่งส่วนตัวเรามองว่า.. บางกรณีของ”ชีวิต”(จริง)อาจจำเป็นต้องใช้”หลักปรัชญาของศาสนายิว”ข้อนี้ก็เป็นได้(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.98 25 มีนาคม 2567 12:40:38 น.  

 

(B)กรณีของสังคมไทย.. “บางองค์กร”มีคำพูดต่อๆกันมาวา”อย่าฆ่าน้อง อย่า...”,หรือมักอ้างเรื่อง”ความกตัญญู”.. เช่น.. เมื่อสมัยไม่นานก็มี”คติของบางท่าน”บอกว่า”ได้ดีเพราะ......ให้”..ประมาณนั้น..(ซึ่งก็น่าจะมีนัยยะเรื่อง”ความกตัญญู”,ทำนองว่า..”เมื่อได้ดีเพราะใคร?..ก็ต้องตอบแทนคนคนนั้น”..ประมาณนั้น)..
ดังนั้น.. พอถูกกล่อมเกลาด้วย”คำคติส่วนตัว”เหล่านี้บ่อยๆ.. ก็เลยกลายเป็นว่า.. “แม้น้อง,แม้นาย,แม้เพื่อน”จะ”ทำความผิดต่อสังคมบ้านเมือง”อย่างไร?,ก็จะต้องคอยปกป้อง(ปกปิด)ไว้,ทั้งๆที่น่าจะสามารถออกมา”คัดค้าน,ตู่ท้วง,ชี้แนะ,แซงชั่น,บอยคอต”ได้ดีกว่า”บุคคลอื่น”ที่ไม่ได้ใกล้ชิด”กับพี่,กับน้อง,กับเจ้านาย,กับเพื่อนสนิทของตน”?ได้มากเท่ากับตน(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.112.224 25 มีนาคม 2567 13:02:30 น.  

 

(C)เราเคยฟัง”นักการเมืองดัง”(บางท่าน)ที่จบจาก”ม.ดังที่อังกฤษ”เคยพูดในสภาเมื่อหลายสิบปีก่อน(แล้วมีคนคัดค้านมากมาย)ประมาณทำนองว่า.. “บางทีการอกตัญญู(?)หรือทรยศ(?)ต่อ’บางบุคคล?’(ที่กระทำความผิดต่อบ้านเมือง)ที่เคยมี’สัมพันธ์เชิงบวก?’กับตน,น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่า’การเข้าข้างเพื่อทดแทนบุญคุณ?’หรือไม่?”..
ซึ่งทำให้เรานำมาฉุกคิดมาจนถึงทุกวันนี้ว่า.. ที่สังคมไทยไม่พัฒนาในเชิง”การเมือง,คุณธรรม,ยุติธรรม”ก็เพราะมัวพากันอ้าง”ปรัชญาบางอย่างของพุทธ?”หรือปรัชญาของนิยายบู๊ลิ้ม”ที่ว่า”บุญคุณต้องทดแทน?”,ที่อาจ”ไม่เวิ้ร์ค?”ต่อ”การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น?”สำหรับ”สังคมมะกอก3ตะกร้า?,ปลาไหลใส่สะเก็ตวิ่งบนลานน้ำแข็ง?”,รวมทั้งการที่ยังเห็น”นิยายตำนานศรีธนญชัย?”เป็นเรื่อง”มุมบวก?”(ที่น่าชื่นชม,น่าเอ็นดู),ที่อาจมีบางคนยกย่องว่า..เป็น”บุคคลที่ฉลาดมาก(?)”จนนำไปเป็น”ต้นแบบ”(ไอด้อล)เพื่อ”เจริญรอยตาม?”ได้อีกด้วย(?)..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.112 25 มีนาคม 2567 13:47:26 น.  

 

(ทัศนะของหญิงและชายที่มักไม่ลงตัว).. (1)เราได้ดูข่าว”ชาย-หญิงบางคู่”ที่คบหากันผ่าน”เฟซบุ๊ค”(ชายอายุมากกว่าหญิงราว8-9ปี)..
[ซึ่งโดยทั่วไป..จากการสังเกต,จะหา”ผู้หญิงอายุน้อย,หน้าตาดี”ที่จะ”รักอย่างจริงใจ”กับ”ผู้ชายที่อายุมากกว่ากันมากๆ”ได้ยากยิ่งนัก.. เพราะหญิงนั้นเปรียบเหมือน”นางแมว?”,ที่”ผู้ชาย”จะหวังควบคุมให้”จิตใจเธออยู่แต่กับเรา?”ได้ยากนัก(?).. โดยเฉพาะสมัยนี้,ยิ่งมี”ยาคุมกำเนิด”เพื่อป้องกัน”การตั้งครรภ์”,ยิ่งทำให้”หญิงบางคน?”อาจคิดว่า..อย่างน้อยก็ได้”ค่าสินสอดก้อนโต?”เพื่อ”ทดแทนพระคุณ”ให้กับ”พ่อแม่ที่เลี้ยงดูมา(?).. และมักคิดต่ออีกว่า..ถ้าอยู่กันไม่ได้จริงๆ,ก็ค่อยขอเลิกทีหลัง(?).. เพราะ”สรีระร่างกาย”ก็ไม่ได้”บอบช้ำ,สึกหรอ?”อะไรมากมาย(?)..ประมาณนั้น?]..
แต่พอ”แต่งงานกันได้เพียงไม่กี่วัน?”(ราว4-5วัน)ก็กลับต้องมีเหตุ”ชวนกันเลิก?,ท้ากันเลิก?”,จนถึงขั้น”ฟ้องร้องกันเป็นคดีความ?”ซะอย่างงั้น(?).. [เพราะ”ผู้ชายดี,มีระเบียบ”มักจะอยู่กับ”ผู้หญิงยุคนี้?”ได้ยาก(?).. ดังที่เคยได้ยินเขาพูดกันมาว่า..”ผู้หญิงมักชอบผู้ชายเลว,เพราะมันเร้าใจและท้าทาย?”,ส่วน”ผู้ชายที่ดี,มีศีลธรรม”นั้น”มันจืดชืด?,ทำให้ชีวิตคู่ไม่สนุก?”(เพราะ”ผู้หญิงบางส่วน?”หรือ”ส่วนมาก?”มัก”ติดสนุก?”..นั่นเอง?)..อย่างที่มักได้ยินเธอมักหา”ข้ออ้าง?”ว่า..”เพราะผู้ชายนั้นดีเกินไป?,เธอจึงต้องเลิก?”..นั่นแหละ?]..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.114.194 25 มีนาคม 2567 18:34:38 น.  

 

(2)เพราะ”ผู้ชาย”สู้อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบ,เพื่อจะ”จัดงานแต่งงาน”ให้”เป็นเกียรติแก่ฝ่ายหญิง”.. ซึ่ง”เกียรติจากการได้จัดงานแต่งงาน”ที่”หญิงทุกคนต้องการ”มักเป็น”สาเหตุสำคัญ”ที่ทำให้”ผู้ชาย”ต้อง”สาละวน,ลำบากยาวนาน”ไปอีกหลายปี(?)..,
แต่เรามองว่า..ถ้า”รักกันจริง”แค่”จดทะเบียนสมรส”หรือ”ผูกข้อต่อแขนเล็กๆน้อยๆ”พอเป็นที่รับรู้ทั้ง”ญาติฝ่ายชายและญาติฝ่ายหญิง”ก็น่าจะเพียงพอแล้ว..
การ”จัดงานใหญ่โต”เพื่อให้”มีหน้ามีตา”,แล้วมีหนี้สินตามมาพะรุงพะรัง,ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าจะทำให้”อยู่กันยืด?”,แต่หลายครั้ง,หลายคู่,การ”จัดงานแต่งงานใหญ่โต”,และมี”ค่าใช้จ่ายสูง?”กับเป็น”สาเหตุเบื้องต้น”แห่งการ”ชวนทะเลาะเบาะแว้ง?”,และที่สุดต้อง”เลิกร้างกันไป?”เสียมากกว่า(?)..นั่นต่างหาก(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.114.226 25 มีนาคม 2567 19:02:56 น.  

 

(3)”หญิงหลายคน”มักชอบ”ทดสอบความใจถึงพึ่งได้”ของ”ชายคนรัก”ด้วยการ”แสร้งงอนนั่น,นี่”(ซึ่งบางครั้งกลายเป็น”งอนเป็นพิษ?”,หรือ”การลองใจเล่นๆกลายเป็นพิษ?”ก็มีอยู่บ่อยๆ)..
หลายครั้ง..”ผู้ชายที่อยากได้ผู้หญิงมากๆ”ก็อาจจะ”ทำแสร้งโง่,ไม่รู้ทัน,ยอมๆไป”เท่านั้น,แต่ไม่ใช่เขาจะไม่รู้ทันความคิดของเธอ,และไม่นึกหวาดระแวงเธอหรอกนะ(?)..
ส่วน”ผู้หญิงบางคน?”ก็มักมี”ระบบคิดลวกๆ”(ตัดสิน”ผู้ชาย”แบบง่ายๆ)ว่า.. ถ้า”เรื่องเล็กน้อยแค่นี้?”เธอ(ผู้ชาย)ก็ยังไม่ผ่านๆไป(เช่นเรื่อง”เงิน,ทอง”นั่น,นี่),แล้วเธอจะดูแลฉันไปตลอดชีวิตได้อย่างไร?(และ”หญิงเหล่านี้?”มักประสบ”ชะตากรรม?”,ที่อาจต้องไปเจอ”ผู้ชายเลวสมใจ?”ในที่สุด?)..
ซึ่ง”ทัศนะอย่างนี้”เป็น”ทัศนะที่ผิด?”,เป็น”ทัศนะที่เอาเปรียบ?,เห็นแก่ตัว?”,หวังได้แต่”ประโยชน์แก่ตัวถ่ายเดียว?”,เพราะ”ให้ราคาตัวเองสูง?”อย่างที่เขาพูดกันประมาณว่า.. “ผู้หญิงมักชอบผู้ชายที่รวย,ไม่ฉลาด,และใจป้ำ,ชอบเปย์เรี่ยราด?”..นั่นแหละ(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.114.226 25 มีนาคม 2567 21:16:29 น.  

 

(4)นี่แหละ..คือเรื่อง”ทัศนะระหว่างหญิงและชาย”ที่มักคิดกันคนละอย่าง.. ส่วน”ทัศนะของเรา”,เรามองว่า.. “ผู้ชายที่เขามีระเบียบสูง,ตรงไปตรงมา”นั้น.. ถ้าเราเป็น”หญิง”เราจะเลือก”ผู้ชายเช่นนั้น”,เพราะเขาเป็น”คนรอบคอบ,พึ่งพาได้ในยามคับขัน”,และในชีวิตภายภาคหน้า(ซึ่งเขามักชอบ"เคลียร์เรื่องการเงิน"ไม่ให้สับสน,แม้จะดูจุกจิก,วุ่นวายบ้าง)..
แต่ตามประสบการณ์ของเรา.. เราพบว่า”หญิงโดยมาก?”มักไม่ชอบ”ผู้ชายที่มีหลักวิธีการครองชีวิตที่ดี?”(แต่กลับมักชอบ”ผู้ชายNgoๆ?”ที่”ยอมเสียเปรียบให้กับเธอเสมอ”,เหมือน”คำพังเพย”ที่ว่า”พ่อแม่รังแกฉัน?”นั่นแหละ?)..
ซึ่ง”หญิงบางส่วน”มักจะชอบ”ผู้ชายลวกๆ,สะเพร่า,หละหลวม?”,เพราะเธอไม่ต้องการ”ถูกตรวจสอบเรื่องเงินๆทองๆ”..เพราะ”หญิง”มักมีเรื่องที่เป็นเรื่อง”หยุมหยิม?,เยอะแยะ?”อยู่มาก,ที่มักไม่ต้องการให้”ผู้ชายมาร่วมรับรู้”..
เพราะ”หญิง”ก็รู้นัยๆว่า.. “ค่าใช้จ่ายของหญิงบางเรื่อง”เป็นเรื่องที่”ผู้ชายมักไม่ค่อยเข้าใจ”,และ”บางเรื่องผู้ชายอาจรับไม่ได้เลย”,เพราะมองว่าเป็น”เรื่องฟุ่มเฟือย”.. เช่น..จะแต่งให้เลิศหรูไปทำไมกันนัก?,ก็นี่มีสามีแล้วนี่?,จะต้องสิ้นเปลือง”ค่าแต่งตัว,ค่าเสริมสวยนั่น,นี่?”เพื่อจะไป”ยั่วยวนชายใด?”อีก?..ประมาณนั้น(?)..แต่ควรเก็บเงินไว้เผื่ออนาคตดีกว่ามั้ย(?)..ประมาณนั้น(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.114.226 25 มีนาคม 2567 21:45:04 น.  

 

(5)เพราะ”หญิงยุคนี้”(บางส่วน)เธอมักนิยม”มีแฟนแค่คบกันไปก่อน?”,แต่ไม่ต้องการมี”สามี?”(ผัว)แบบ”เป็นตัวเป็นตน?”ที่ต้อง”ผูกมัด,ควบคุมกัน?”อยู่ตลอดเวลา(?)..
เพราะเธอจะรู้สึกว่า.. เธอไม่มีอิสระ(?),จะคุยกับ”ผู้ชายอื่น?”ใน”ฐานะเพื่อน?”เพื่อให้รู้สึก”มีชีวิตชีวา?,และได้บริหารเสน่ห์?”(เพื่อ”ความกระหยิ่ม,ครึ้มใจ?”)บ้าง?,ก็กลัว”ผู้ชายที่ผูกมัดกัน?”นั้นจะ”คอยตามหึงหวง?,ดูน่ารำคาญ?”..ประมาณนั้น(?)..
แต่ถ้าวันใด..ที่เธออาจเผลอ”ไม่ได้ควบคุม?”,และรู้ว่า”เมนไม่มา?”,และ”กำลังตั้งครรภ์?”,เมื่อนั้นแหละ(?)..ที่เธอจึงจะเริ่มคิด”อยากแต่งงาน?”จริงๆจังๆ?,และต้องการมี”คู่สามีเป็นกิจจะลักษณะ?”ขึ้นมาละ?,เพื่อจะได้”แสดงออกต่อสังคม?”ในยาม”เธอตั้งครรภ์?”..นั่นเอง(?)..
และอีกกรณี.. คือเมื่อเธอเริ่ม”ส่องกระจก?”,แล้วเห็น”ริ้วรอยที่หางตา?”,หรือเริ่มมี”สีเทาๆแซมอยู่ที่ผมของเธอ?”(เหมือนรู้ว่า”ดอกกุหลาบเริ่มหมดอายุ?”),เธอจึงจะเริ่มได้คิดว่า..”คงจะต้องหยุดอยู่ที่ใครสักคน?”(เพื่อให้มารองรับ”ตัวเธอ?”เมื่อถึงวัยยาม”อาทิตย์อัสดง?”)แล้วล่ะ(?)..ประมาณนั้น(?)..
สรุปว่า..”หญิง?”(บางส่วน)มักฉลาดที่จะไขว่คว้าหา”ประโยชน์ต่างๆ?”มาสู่ตน(?)..(ตาม”วาระแห่งวัย?”ที่เคลื่อนไป?).. ส่วน”ผู้ชาย?”(บางส่วน)ก็มัก”ไม่ค่อยฉลาด?”(Ngo?)ที่มักคาดหวัง”ความจริงใจ?”จาก”เพศหญิง?”(เหมือน”เรื่องจินตนาการเพ้อฝัน?”ใน”นิยายหรือละครหลังข่าว?”),ที่ต้องการ”ได้เธอมาครอบครองเป็นภรรยา?”แบบ”รักเดียว,ใจเดียว?,ภักดีต่อสามีเดียวตลอดไป?”..
ดังนั้น..อยากบอก”ผู้ชายไทยทั้งหลาย?”ว่า.. ถ้ายังคิดหวังที่จะได้”หญิงอายุน้อย,ที่หน้าตาดี?”ที่มี”ใจเที่ยงแท้ที่จะอยู่กับคุณไปตลอด?”.. นั่นคือ..”คุณกำลังคิดผิด(เสีย)แล้ว?”..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.114.226 25 มีนาคม 2567 23:50:37 น.  

 

(พิเศษด่วน).. “ไล้ฟ์สด”(11.00น.)ขณะนี้.. “คุณ....”เปิดเผย”เส้นเงิน?”ของ”บุคคลสำคัญบางคน”,และบอกว่า..ตนเองไม่ใช่คนดีที่ไม่มีจุดเสียเลย..
ในทัศนะของเรา.. เราก็ว่า”คุณ....”เป็น”คนกล้ามากคนหนึ่ง”,ที่กล้าพูดว่าตนไม่ใช่คนดีเยี่ยมอะไร(?).. ซึ่งประชาชนคงพอรับได้ในระดับหนึ่ง(แม้รู้ว่าจะไม่ถึงกับเป็นคนที่”ขาวบริสุทธิ์”ก็ตาม)..
แต่น่าชื่นชมตรงที่กล้าตอบคำถาม”ผู้สื่อข่าว(ตัวตึง)”แบบตรงๆ,โดยไม่มีการ”กั๊กข้อมูล?”เพื่อหวัง”ผลประโยชน์ส่วนตัวบางอย่าง?”ใดๆเลย(?)..
ซึ่งหายากมาก..สำหรับ”คนที่กล้าพูดอะไรตรงๆ”,ทั้งๆที่รู้ว่าอาจมีผลกระทบมาถึง”ตนเองและครอบครัว”..
เราขอ”สดุดีวีรกรรม”ของ”คุณ....”(เฉพาะ)ในครั้งนี้(?),และหวังว่าจะมีโอกาสได้ชื่นชม”ความกล้าหาญ”ของ”คุณ....”ในครั้งต่อๆไปด้วย..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.106 26 มีนาคม 2567 12:38:27 น.  

 

(พิเศษจากข่าว”พธม.”ถูกยกฟ้อง).. เคยได้ยิน”ตัวแทนบางฝ่าย”(บางท่าน)ซึ่งดูเป็น”ผู้กระทำการเมือง”แบบ”รูปทรงเรขาคณิต”(มักพูดแบบมี”Hidden”),ชอบพูดประมาณว่า..ถ้าไม่หนุน”แดง(คนสำคัญ)”,แล้วจะให้ใครมาสู้กับ”กุ๊กไก่”(?)[ซึ่งเป็นการปลุกกระแสที่อาจทำให้สับสนว่าท่านยึดหลักการอะไร?.. เพราะโดยธรรมชาติ..”ดีกับไม่ดี”จะมาสนับสนุนอีกฝ่ายได้อย่างไร?.. เพราะ”น้ำยอมไม่อาจรวมตัวกับน้ำมัน?”ได้อย่างสนิทเนียนเป็นแน่แท้?..ใช่หรือไม่?]..ประมาณนั้น(?).. ซึ่งทำให้”ส้ม”อาจรอดและเฟื่องฟูได้(?)..
และยังเคยมีกระแสในโซเชี่ยล,”บางคน”พูดประมาณว่า.. อาจต้องใช้”แดง+เหลืองเพื่อปิดทางส้ม?”.. แต่เรากลับคิดใหม่(แบบเรา)ว่า..ในเมื่อ”พธม.”(ตัวแทนเหลือง,ซึ่งวันนี้ถูก”ยกฟ้องคดีปิดสนามบิน”)และ”กุ๊กไก่”(ตัวแทนส้ม)ก็ถูกคดีต่างๆมากมายไม่ต่างกัน(?)(ซึ่ง”ทั้ง2ฝ่าย”ต่างเห็นว่า”ฝ่ายตนต้องคดีที่ไม่เป็นธรรม?”,ก็เท่ากับเป็น”ผู้ถูกกระทำ?”จาก”กระบวนยธ.(บางช่วงน้ำ)ไม่ต่างกัน(?).. ก็อย่ากระนั้นเลย,ทำไมไม่มาร่วมกันปรับปรุงประเทศไทย(เหมือนเช่นที่”จตุพรจับมือกับนกเขา”เพื่อ”หลอมรวมประชาชน”นั่นไง?)..นั่นเล่า?..
ทำไมไม่”พลิกความคิด”เสียใหม่(เปิดรับฟัง”คนรุ่นใหม่แบบส้ม”)ประสานไมตรีกัน,เปลี่ยนเป็น”เหลือง+ส้มช่วยกันขย่มแดง”(ซึ่ง”บางกลุ่ม?”เคยมีเรื่องฟ้องร้องกรณี”คอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย?”,และ”ประโยชน์ทับซ้อน?”มาโดยตลอดในอดีต(?).. ซึ่งไม่ว่าทั้ง”เหลืองและส้ม”ก็ไม่อาจยอมรับได้..ตรงกัน?).. อย่างนี้น่าจะดีกว่ามั้ย?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.106 29 มีนาคม 2567 19:18:05 น.  

 

(พิเศษสุด.. ได้ดูรายการ”โชว์ข่าวเช้านี้PPTV,31-3-67”)..
ขอชื่นชม”ความกล้าหาญ”ของ”คุณ.....”ที่นำคลิปการสั่งการเก็บส่วย”ออกมาเปิดเผย”..(เพราะขยะควรเก็บกวาด,และสิ่งหมักหมมควรนำออกมาผึ่งให้แห้ง,เพื่อให้ปราศจากเชื้อโรค)..
สมัยก่อนจะมีคำว่า..”หน้าต่างมีหู,ประตูมีตา”(เป็นการเตือนให้”ผู้กระทำการในที่ลับ?”พึงระวังให้มาก,แม้บางเรื่องที่เป็น”เรื่องชอบธรรม”ระหว่าง”คู่ผัวเมียในเรื่องทางเพศ”ก็ยังต้องระวังเช่นเดียวกัน..ประมาณนั้น)..
แต่เดี๋ยวนี้คือ..”หน้าต่างมีกล้อง,ท้องฟ้ามีโดรน,ในเน็ตมีดิจิตั้ลฟุตปริ๊นซ์(+กูเกิ้ลแม็ป,หรือแผนที่ดาวเทียม)”ที่คอยจับความเป็นไปในโลกแทบทุกตารางนิ้วก็ว่าได้..
นึกขอบคุณ”เทคโนโลยี่สื่อสาร”ที่มีทั้งคุณและโทษในเวลาเดียวกัน..(แต่มองดูแล้วก็น่าจะมี”ส่วนที่เป็นคุณ”ต่อการ”กำกับ,ควบคุมสังคม”ให้อยู่ใน”ครรลองที่ดีงามตามหลักศีลธรรม”อยู่มิใช่น้อย)..
ดังนั้น..”คนที่คิดเป็น”น่าจะต้องกลับสู่”ทางเกวียนสายเก่า”..คือ..”เรื่องใดเป็นเรื่องลับส่วนตัว”(ที่ไม่ต้องการให้สาธารณะรับรู้)ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการใช้”ระบบมือถือ”หรือ”ออนไลน์ต่างๆ”,แต่ควรต้องไปพบหา”คุยกันเป็นส่วนตัว”น่าจะดีกว่า(?)..หรือไม่?..
และถ้าจะให้ดี,ก็ต้องมี”เครื่องตัดสัญญาณการอัดเสียง”ผ่าน”ระบบโทรศัพท์มือถือ”ที่”บางฝ่ายอาจแอบอัดเอาไว้”ด้วย(เช่น..กรณี”นักร้อง?”อย่าง”คุณศ.”ก็เคยโดนมาแล้ว.. เป็นต้น)..
แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด.. อยากบอกเป็นกลางๆว่า.. ไม่ว่าฝ่ายใดก็ตาม.. ก็ขอว่าให้ยุติเถอะ,เลิกเถอะ..ในการทำใน”สิ่งที่ไม่ถูกต้องตามหลักศีลธรรมใดๆ”ทั้งปวง(?)(เช่น..การ”พบปะพูดคุยในเรื่องดีลต่างๆ?”,เพราะอย่างน้อย”คนที่ตกลงดีลกับคุณ?”นั่นแหละ..ที่เขาจะรู้ว่า..”คุณที่เขาตกลงด้วย?”นั้น..ที่แท้เป็นคนเช่นไร?)..
เพราะคุณจะได้ไม่ต้องกลัวว่า..แม้จะมีใคร”แอบอัดเสียงคุณไว้?”,ก็จะมีแต่”คำพูดของคุณ”ที่”บริสุทธิ์”อยู่ใน”ครรลองที่ถูกต้องตามหลักศีลธรรมที่ดี”ทั้งนั้น..เท่านั้น,ซึ่งไม่มีใครจะนำเอาไปเป็นแง่เงื่อนเพื่อ”ฟ้องร้อง,จับผิด?”ต่อคุณๆทั้งหลายได้.. ใช่หรือไม่?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.4 31 มีนาคม 2567 10:32:58 น.  

 

(ข้อคิดพิเศษเร่งด่วน)..
“เมืองไทย”คือ”เมืองพุทธ”.. ควร”ให้เกียรติ”และ”เอื้อต่อหลักศาสนาพุทธ”ที่ถือว่า.. “อบายมุขการพนัน”คือ”ทางแห่งความเสื่อม”(โจรปล้น10ครั้งไม่เสียหายเท่ากับไฟไหม้1ครั้ง,ไฟไหม้10ครั้งไม่ฉิบหายเท่ากับการเข้าบ่อนพนันเพียง1ครั้ง)..
ฉะนั้น.. “ทุกภาคส่วนของสังคม”ต้องอย่า”ส่งสัญญาณผิด?”เรื่องการพยายามจะมี”การพนันที่ถูกกฎหมาย?”,ไม่ว่าจะอ้าง”เรื่องเศรษฐกิจใดๆ?”ก็ตาม(?)..
(นี่เป็นเหตุที่เราอยากให้มีการออกกฎหมาย”ห้ามนักธุรกิจใหญ่ๆมาเล่นการเมือง”,เพราะโดยมาก”นักธุรกิจ”ก็ย่อมอดไม่ได้ที่จะต้องนึกถึง”เรื่องธุรกิจ”ที่ตนมีส่วน”สัมพันธ์ร่วมด้วย?”ไม่ว่า”ทางตรง?”หรือ”ทางอ้อม?”อยู่แล้ว,โดยไม่นึกถึง”ภาพใหญ่ของสังคม?”ที่อาจถูกทำลายถึง”ก้นบึ้งของDNA?”,เพียงเพราะ”ข้ออ้างเรื่องเงินๆทองๆ?”หรือ”เรื่องทางเศรษฐกิจ?”เท่านั้น)..
หรือถ้าจะใช้”ตรรกะ”ว่า.. “การพนัน”ห้ามไม่ได้สำหรับ”สังคมไทย”,หรือจริงๆเพราะคุณไม่ตั้งใจ”รณรงค์ให้ประชากรยึดในหลักการของศาสนา?”(มากกว่า?)หรือไม่?,จึงต้องปล่อยไปตาม”กระแสโลก?”ที่มักอ้างว่า..”ประเทศใดๆ”ก็มีเรื่อง”การพนันที่ถูกกฎหมาย?”กันทั้งนั้น(?)..ไม่ต่างกัน(?)..
ถ้างั้น..ก็ต้องตั้งคำถามว่า.. ถ้าเช่นนั้น.. ก็ยกเลิกกฎหมายเรื่อง”การเสพยาเสพติด?”และ”การขายยาเสพติด?”(ทุกๆชนิด?)เลยดีหรือไม่?.. เพราะ”ยาเสพติดก็ห้ามไม่ได้สำหรับสังคมไทย?”..เช่นเดียวกัน(?).. หรือแม้”การโกง,คอร์รัปชั่น?”ก็ห้ามไม่ได้สำหรับ”สังคมไทย?”,ถ้างั้นก็ควรปล่อยให้มี”การคอร์รัปชั่น?”กันโดยอิสระไปเลย(?)..อย่างนั้นหรือไม่?.. ถามว่า..”ตรรกะความคิดเช่นนี้?”..ถูกต้องหรือไม่?..
เพราะตาม”หลักการของพุทธ”.. การ”เล่นพนัน”คือ”อบายมุขตัวร้าย?”ที่ไม่เคยทำให้ใครมี”ความเจริญ”ทั้งทาง”ด้านวัตถุ”,และทาง”ด้านจิตใจ,จิตวิญญาณ”อย่างแท้จริง(?).. เท่ากับเป็นการส่งเสริม”ความคิดแบบมักง่าย”,ที่ต้องการ”ได้เงินมาแบบง่ายๆ”(โดย”ใช้เงินต่อเงิน”,อยู่แบบสบายๆในที่ร่ม,ไม่ต้องออกแดด),ซึ่งถ้าเกิดกับ”เพศหญิง”(บางส่วน)ก็อาจนำไปสู่การ”ค้าประเวณี?”,เพราะต้องการ”ทรัพย์”มาเพื่อใช้”เล่นการพนัน”ในที่สุด(?).. และยังทำให้ผลระยะยาวคือ..”สถาบันครอบครัวไทยล่มสลาย?”อีกด้วย(?)..ใช่หรือไม่?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.190 1 เมษายน 2567 1:03:42 น.  

 

(หลักการสำคัญของศาสนาพุทธ)..
อบายมุข 6 ได้แก่
1. ติดสุราและของมึนเมา
2. ชอบเที่ยวกลางคืน
3. ชอบเที่ยวดูการละเล่น
4. ติดการพนัน
5. คบคนชั่วเป็นมิตร
6. เกียจคร้านการงาน

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.137 5 เมษายน 2567 14:58:14 น.  

 

(ข้อคิด).. “สังคมไทย”ต้องการ”คนกล้าหาญ”.. เช่น แบบชาวบ้านบางระจัน พันท้ายนรสิงห์ พระยาพิชัยดาบหัก คุณหญิงโม ท้าวศรีสุริโยทัย และศรีปราชญ์ ฯลฯ..
ดังนั้น.. “สื่อมวลชนบางส่วน”ไม่ควรถาม”ผู้ที่ให้ข่าวและเป็นข่าว”ด้วยคำถามทำนองว่า..”กลัวมั้ยว่าจะเกิดอันตรายนั่นนี่กับตัวเอง?”(ซึ่งเข้าใจว่า..อาจเป็นเพราะ”สื่อมวลชนบางส่วน,บางคน”อาจหาประเด็นถามไม่ได้?..หรืออย่างไร?)..
และถ้าเกิดเขาคิดตาม”คำถามของคุณ”และ”เกิดความกลัวนั่นนี่ขึ้นมา”และ”งดให้ข่าวกับคุณ”.. แล้วคุณจะได้”ข่าวที่เป็นสาระสำคัญ?”ที่”ต้องการรู้?”มั้ย?..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.137 5 เมษายน 2567 15:13:34 น.  

 

ชมรายการของ”คุณจตุพร”(5-4-67).. ตอน”ควันหลง”.. สรุปส่วนตัวได้ว่า..
“จตุพร..คำพูดอันทรงพลังที่คนที่เคยสนิทไม่กล้าฟ้องร้อง?”..
สมัยหนึ่ง.. เคยมี”คำพูด”ที่ว่า..”ยอมเสียสัตย์เพื่อชาติ”..
มาอีกช่วงหนึ่ง.. มี”คำพูด”ที่ว่า..”จะอดน้ำและอาหาร,จนกว่าจะชนะหรือจนตาย?”..
แต่เราอยากจะสรุปซ้ำเพิ่มเติมอีกว่า.. ไม่ว่าจะกรณีใด(?).. รวมทั้งใน”การศึกสงครามต่อศัตรูของประเทศ”ก็ตาม.. “ความชัดเจน”มีอยู่กรณีเดียว.. คือ.. ”เสียคำพูด?”..คือ”เสียคน?”..เท่านั้น(?).. เท่านั้นจริงๆ(?)..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.137 5 เมษายน 2567 21:32:38 น.  

 

(A)ดูรายการโหนฯ(5-4-67)เรื่อง”สาวตัวปลอม”.. เราวิเคราะห์ดังนี้..
1.”สุรา,ยาเสพติด”ถ้าไม่พยายามระงับยับยั้งให้ลดน้อย, อาจทำให้”สังคมไทยสับสน”ไปจนถึงระดับ”การถ่ายทอด”สู่”ระบบDNA”ของ”เผ่าพันธุ์คนไทย”ได้เลยทีเดียวนะ..เราว่า(?)..
2.จะสังเกตว่า.. ทุกวันนี้มีคนเป็น”โรคจิตสับสน?”ใน”สังคมไทย”เพิ่มขึ้นมาก.. เช่น.. “ตัดศีรษะมารดาหิ้วติดมือ”(ตามข่าว).. เป็นต้น..
3.”เทคโนโลยี่ความเจริญสมัยใหม่”ทำให้คนดิ้นรนเพื่อแสวงหา”ความถูกต้องเป็นธรรม”สำหรับตัวเองมากเป็นพิเศษ,อันเกิดขึ้นเนื่องจาก”การสวมรอยเป็นคนอื่น”ทำได้ง่ายเกินไป?.. หรือไม่?..
4.เป็นเรื่องที่มีจริงที่อาจมี”คนบางคน”ที่นิยมตัด”ความยุ่งยาก”,โดยการยอมรับว่า”ตนผิดเอง?”(เพราะไม่อดทนที่จะคุยกับ”อีกฝ่าย”,จนกว่าจะกระจ่าง),เพราะ”บางเรื่อง”อาจมี”ความซับซ้อนแบบซ้อนไปซ้อนมา?”,จนอาจถูกมองแบบเหมารวมว่า..เป็นเรื่อง”แผนการที่ไม่ดีของบางฝ่าย?”,ซึ่งบางจุดเรามองว่า..อาจเป็นเรื่องของ”ความไม่เจตนา”หรือ”เจตนาดี”ที่จะช่วย”ทำบางเรื่องให้จบๆไป”ก็เป็นได้?..หรือไม่?..
5.เท่าที่สังเกตการพูด,เสียงที่ต่อเนื่อง,ไม่ตะกุกตะกัก.. เราก็มองไม่เห็น”จริตที่ไม่ปกติ?”ของ”บางฝ่าย”นะ,แต่ดูจะอธิบายถึง”เหตุผลที่ไปทำบางอย่าง”ได้ไม่คล่องนัก..(หรืออีกที.. มนุษย์อาจมี”ความสับสนบางอย่าง”ในตัวเอง,จนต้องทำเรื่องที่”ซับซ้อนไปมาจนน่าเวียนหัว”เช่นนั้น,ดังที่วิเคราะห์ใน”ข้อ1”ก็เป็นได้?..หรือไม่?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.112.203 6 เมษายน 2567 2:21:41 น.  

 

(B)6.ต้องยอมรับนะว่า..อาจมี”บางคน”ที่”เคยชินคิดลวกๆ”เพื่อความสะดวกในการทำ”นิติกรรมบางอย่าง”(เพราะเหตุอยู่กันคนละพื้นที่),โดยการ”เซ็นชื่อในเอกสาร”แทน”คนในครอบครัว”(เช่นลูกหรือพี่ๆน้องๆ),เพราะคิดว่า..เขาคงไม่มาฟ้องร้องกันในภายหลังหรอก(?)..
7.เรื่องเช่นนี้คงต้องใช้เวลาคุยกันให้กระจ่าง.. เวลาเพียงชั่วโมงในรายการ,อาจทำให้”เรื่องบางเรื่อง”ยังไม่สามารถทำความกระจ่างได้.. และอาจต้องมี”นักจิตวิทยาสาขาการสื่อสาร”มาร่วมในการพูดจาสื่อสารกันด้วย.. เพราะฟังดูคล้ายมี”บางฝ่าย”พยายามบอกว่า..ที่ตนต้องไป”ลงชื่อเพื่อทำนิติกรรมบางอย่างแทน”,เพราะมาจากการคิดว่า..อยากจะทำให้เรื่องมันง่ายขึ้น(เนื่องจากมีการ”เปลี่ยนชื่อของทุกฝ่าย,หลายรอบ”และยังมีการ”แฮ็กเฟ้ซ”อีกด้วย),หรือต้องการช่วยเคลียร์ให้กับ”อีกฝ่ายที่เป็นญาติห่างๆกัน”ด้วย(ซึ่งอาจยังต้อง”ซักถามบางจุด?”เพิ่มขึ้น,แต่ก็ต้องให้เวลาใน”การตอบคำถาม?”มากขึ้นด้วย)..
8.ควรต้องมีการ”สืบค้นความจริงอย่างละเอียด”,เพราะไม่เช่นนั้น..อาจมีการ”คิดตัดบท?”ของ”บางฝ่าย”แบบ”ยอมรับผิดเสียเอง”,เพื่อตัดความยุ่งยากอีกครั้งหรืออีกหลายครั้งก็เป็นได้(?)..
9.”แพล็ตฟอร์มในเน็ต”มักมีลักษณะที่สามารถแฮ็กเพื่อไป”สวมรอย”เป็น”คนนั้น,คนนี้”ได้โดยไม่ยากนัก.. จึงต้องระวังและทางการต้องช่วยเข้ามาจัดการใน”ช่องว่าง,ช่องทาง?”ในการทำ”ข้อมูลเท็จ?”,หรือ”โพรไฟล์ที่บิดเบี้ยว?”ที่มีลักษณะ”สวมรอยเป็นบุคคลอื่น?”เหล่านี้ด้วย..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.112.203 6 เมษายน 2567 2:27:35 น.  

 

ชมรายการ”มีเรื่องมาเคลียร์,6-4-67”,ตอน”หมอวาโย+ทนายแจม”.. เราเองมีความเห็นดังนี้..
“พรรคการเมือง”เป็นเรื่องของ”นามธรรมและอุดมการณ์”.. เราจึงเห็นว่า..ไม่ควรมี”กฎหมายยุบพรรค”(หรืออาจขอให้”งดใช้”กฎหมายมาตรานี้”ไปก่อน)..
ใครทำผิดก็ให้”ลงโทษเป็นรายบุคคล”.. เพราะ”พรรคการเมืองทุกพรรค”.. เจ้าของคือ”ประชาชน”.. ถ้า”พรรคการเมืองใด?”ที่ทำไม่ดี,นโยบายใช้ไม่ได้.. อยากบอกว่า..ประชาชนทุกวันนี้เขาฉลาดมากแล้ว.. ให้เขาตัดสินชะตากรรมของ”พรรคของพวกเขา”,และ/หรือให้พวกเขาเป็นผู้ตกลง”ยุบพรรคของพวกเขา”ด้วย”ตัวพวกเขากันเอง”.. อย่างนี้น่าจะดีกว่ามั้ย?.. สำหรับ”บริบทประเทศไทย”..(?)..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.112.203 6 เมษายน 2567 22:09:20 น.  

 

ดูรายการ”เรื่องเล่าฯ7-4-67”ช่วง”ข่าวต่างประเทศ”..มีความเห็นดังนี้ครับ..
(“ข้อคิดจากการดูข่าว”..เป็นแค่การคาดเดา.. แต่เราไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงนะ?)..
1.นาฬิกายี่ห้อ”ล้อเหล็ก?”(ชื่อแฝง).. อาจเป็น”ข้อสังเกตต้นทาง”ของการ”ทุจริตคอร์รัปชั่น,ติด(ให้)สินบน”ของ”นักการเมือง”(บางส่วน)ทั่วโลก(?)..
2.”พระเครื่องไทย”(บางรุ่น).. อาจเป็น”ข้อสังเกตต้นทาง”ของ”เทคนิคการคอร์รัปชั่น,ติด(ให้)สินบน”(แบบแฝงเร้น)ใน”สังคมไทย?”..(หรือไม่?)..
3.”รถหรูบางรุ่น?”อาจถูกใช้เพื่อบอกว่า”จะให้พูด?”หรือ”ไม่ให้พูดบางเรื่อง?”ใน”สังคมไทย?”..ก็เป็นได้?..(หรือไม่?)
4.การ”ขายทรัพย์สินบางอย่างที่ได้ราคาแพงเกินจริง?”.. อาจเป็น”ข้อสังเกตต้นทาง”ของ”การคอร์รัปชั่นที่แยบยลที่สุด?”ก็เป็นได้?..(หรือไม่?)..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.101 7 เมษายน 2567 13:55:15 น.  

 

(A)“ความยุติธรรมที่ล่าช้า..คือความอยุติธรรม("Justice delayed is justice denied" )..(“ประชาชนไทยทุกภาคส่วน”..ควร”ท่องภาษิตนี้ให้ขึ้นใจ”ในทุกๆวัน)..
“สังคมไทย”ไม่ตระหนักถึง”ประโยชน์ชาติในภาพรวม”(มักคิดแบบ”ตัวใครตัวมัน?”).. เราไม่เห็นด้วยกับการให้”นักธุรกิจ”(บางส่วน)ที่”รวยมากๆ”มาลง”เล่นการเมือง?”(รวมถึง”ญาติของนักธุรกิจนั้นๆ?”ที่เกี่ยวพันกันด้วย?)..
แต่เราเห็นด้วยว่า..”หลักคิดของระบบข้าราชการ”ทั้ง(ข้าราชการประจำ”และ”ข้าราชการการเมือง”)ควรเอา”หลักวิธีบริหารบุคคล”ด้วย”ความรวดเร็ว”แบบ”นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในทางธุรกิจ”มาปรับใช้กับ”ระบบทางการเมืองและทางราชการไทย”ด้วย..
เพราะ”ระบบทางราชการและการเมือง”จะทำอะไรก็มีแต่ต้องตั้ง”คณะกรรมการ”และมี”หน่วยงานต่างๆ”ที่”ซับซ้อน,ซ้ำซ้อน”(จนอาจต้องคอยหรี่ตามองซึ่งกันและกัน,เพื่อไม่ให้”ข้อสรุปออกมาขัดแย้งกันเอง?”)อยู่”มากมายหลายคณะ?”,ทำให้เป็นเรื่องที่”เสียเวลารอนั่น,นี่”..(เช่น..รอการสรุปตัดสินอย่างเนิ่นนาน)อยู่มากมาย(?)..(ซึ่งบางครั้งอาจใช้เวลาถึง3ปีก็ยังได้)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.101 10 เมษายน 2567 13:33:50 น.  

 

(B)ซึ่งถ้าเอาแนวคิด”การบริหารบุคคลแบบบริษัท”หรือ”แบบนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ”มาใช้,ซึ่งเรารับรองว่า..”ผู้บริหารใหญ่ของบริษัท”เขาจะสามารถตัดสิน”เค้สที่มีปัญหาขัดแย้งต่างๆ”ใน”บริษัทที่เขาเป็นCEO”ได้โดยไม่ยาก,ซึ่งบางกรณีอาจใช้เวลาตัดสินใจ”สั่งการ,โยกย้าย,หรือให้ออก”โดยใช้เวลา”คิดและไตร่ตรอง?”เพียง”15นาที”เท่านั้น..ก็อาจทำได้(?)..
เพราะเขาต้องคิดถึง”ผลกำไรของบริษัท”เพื่อนำมาเป็น”ค่าใช้จ่าย”ของทั้ง”ค่าจ้างพนักงาน”และ”ค่าอื่นๆ”เพื่อให้”บริษัทสามารถเคลื่อนต่อไปได้”.. ซึ่งถ้าต้องมาเสียเวลาตั้ง”คณะกรรมการนั่น,นี่”โดยต้อง”ใช้เวลาเป็นเดือนๆหรือเป็นปี”,ซึ่งต้องมี(เสีย)”ค่าป่วยการ”เป็น”เงินจำนวนมาก”,เราเชื่อว่า..”บริษัทนั้นๆ”ย่อมจะไม่สามารถ”บริหารตัวเอง,หรือดำเนินกิจการ”ต่อไปได้แน่ๆ(?)( =”บริษัทต้องขาดทุน,เลิกกิจการ”แน่ๆ)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.101 10 เมษายน 2567 13:45:37 น.  

 

(C)แต่”สังคมไทย”มักไม่คิด”เรื่องนี้”ในแบบ”นักธุรกิจคนจีน”[เพราะฉะนั้น..”คนจีน”เขา”คิดได้ลึกซึ้ง”..เขาจึงร่ำรวยไงล่ะ(?).. เพราะ”คนจีน”มักมีคติว่า..”เป็นความกัน..ยิ่งนานยิ่งล่มจม?”..นั่นไง?.. เขาจึงเลือก”ยอมเสียเล็กน้อย?”เพื่อ”จบเรื่องให้เร็วที่สุด?”.. แต่”ค่านิยมสังคมไทย”นั้น.. ต้องยอมรับว่า..”สังคมไทย”ติด”ละครหลังข่าว”,จึงมักมา”คอยดูละครอย่างต่อเนื่อง?”,เพื่อตามลุ้นว่า..”ฝ่ายใดจะเป็นผู้ชนะ?”ในที่สุด(?)..ประมาณนั้น(?).. ซึ่งประเทศจึงไม่เจริญ,เพราะเป็นการ”เสียเศรษฐกิจ?”กับการ”เสียเวลา”ในการ”ตามลุ้นดูละครตอนจบ?”อย่างมากมาย(?)..นั่นไง?]..
จึงมักไม่ได้คิด”ห่วงใย,เดือดร้อน?”กับการ”เยิ่นเย้อ,เสียค่าใช้จ่าย,เสียเวลามากมาย?”กับการ”สรุป,ตัดสินปัญหาต่างๆ?”.. เพราะอาจคิดแต่ว่า..”ค่าใช้จ่ายต่างๆเป็นของทางรัฐ?”,เราเลยไม่ต้องเดือดร้อนอะไร?..(เพราะไม่ใช่เป็น”เงินของบริษัทที่ตัวเองเป็นเจ้าของกิจการอยู่?”),ซึ่งจริงๆ..”ทางรัฐ”เขาก็ได้”เงินค่าใช้จ่ายมากมาย?”มาจากการ”เก็บภาษีราษฎรโดยรวม?”..นั่นเอง..(จึงที่สุด..”ประชาชนทุกคน”จึงต้อง”เดือดร้อน,ยากจนกันถ้วนหน้า?”ดังที่เห็น?..ไปโดยปริยาย?..นั่นเอง?)..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.101 10 เมษายน 2567 14:03:02 น.  

 

ชมรายการ”เที่ยงวันฯ,ช่อง3,10-4-67”ตอน”สุดเสื่อมเด็กหญิง11ถูกครูชายล่วงละเมิด”.. เรามีความเห็นดังนี้..
ก็เราบอกอยู่เรื่อยๆแล้วไงว่า.. สังคมไทยมันเสื่อมมากแล้ว,ศีลธรรมก็กู้ไม่ไหว,ไม่เห็นพระหรือครูสอนเรื่องศีลข้อ3กันเลย..
เราก็เลยเสนออยู่หลายครั้งแล้วว่า.. ให้”โรงเรียนทั่วประเทศ”แยกเป็น”โรงเรียนแยกหญิง,แยกชาย”..ซะ(?)..(ขอถาม”ผู้ปกครองทั้งหลาย”ว่า..คุณไม่คิดห่วง”ลูกหลานของคุณ”ว่าจะเสียอนาคต,ซึมเศร้า,เพราะ”ถูกล่วงละเมิดทางเพศ?”ดอกหรือ?)..
“โรงเรียนหญิง”ก็ให้มี”ครู”รวมทั้ง”ภารโรง,รปภ.”เป็น”ผู้หญิงทั้งหมด”.. ส่วน”โรงเรียนชาย”ก็ให้มี”ครู”รวมทั้ง”ภารโรงและรปภ.”เป็น”ผู้ชายทั้งหมด”..นั่นไง?.. จึงจะช่วยลด”ปัญหาเรื่องทางเพศ”ระหว่าง”ชาย-หญิง?”ลงได้บ้างบางส่วน..นั่นไง?..
...ด้วยความเคารพทุกท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.101 10 เมษายน 2567 17:05:33 น.  

 

(ข้อสังเกตเพิ่มเติม)..
“นโยบายทางรัฐ”มักส่งเสริมให้เด็ก”ดื่มนมวัว”,ซึ่งทำให้”ร่างกายโตเร็ว?”และ”ฮอร์โมนทางเพศผลิตเร็วขึ้น?”,ซึ่งอาจมี”ผลที่ไม่พึงประสงค์?”.. คือ..อาจกลายเป็น”ผลมุมลบกับเด็ก?”(โดยเฉพาะกับ”เด็กผู้หญิง”)ซึ่งอาจเกิดการไปกระตุ้น”สัญชาตญาณทางเพศโดยธรรมชาติ?”ที่”อยากรู้,อยากลอง?”ด้วย(?)ก็เป็นได้?..หรือไม่?..(รวมทั้ง”เทคโนโลยี่มือถือ?”ซึ่งช่วยเร่งเร้าให้เกิด”กระบวนการผิดประเวณีทางเพศ?”กับ”คนใกล้ชิดต่างเพศ?”ต่างๆง่ายขึ้นด้วย?)..
แต่เรื่องการส่งเสริมให้เด็กได้รู้จักกับ”ระบบสัญชาตญาณทางเพศ?”ที่จะเกิดขึ้น,และการรู้จัก”ควบคุม,จัดการ,หรือยับยั้งชั่งใจ?”เมื่อ”ยังไม่ถึงเวลาอันควร”ว่า..ควรจะจัดการกับ”ความรู้สึกทางเพศ?”อย่างไร?..นั้น..กลับไม่มี”การอบรม,สั่งสอน”กันอย่าง”เข้มข้น,จริงจัง,อย่างพิเศษ?”.. จึงทำให้”การพัฒนาการทางจิตใจ,อารมณ์”(EQ),และ”ทางศีลธรรม”(MQ)วิ่งไม่ทัน”พัฒนาการทางด้านร่างกายและสมอง”(IQ)..นั่นไง?..
แต่ก็มีการถกเถียงกันว่า.. ถ้าลองเปลี่ยนมาใช้การส่งเสริมด้าน”น้ำนมถั่วเหลือง”น่าจะช่วยทำให้การพัฒนา”ด้านฮอร์โมนเพศ?”อยู่ใน”เกณฑ์ปกติ”ใน”บริบท”ของ”ความเป็นมนุษย์ที่มีจิตสำนึกทางศีลธรรม”ที่ดีกว่าการให้ดื่ม”น้ำนมวัว?”(ซึ่งเป็น”น้ำนมสำหรับลูกวัว?”เท่านั้น?),ซึ่งน่าจะดีกว่ากันหรือไม่?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.101 10 เมษายน 2567 17:53:43 น.  

 

ดูรายการ”ช่องอัมรินทร์,11-4-67”ตอน”เปิดใจสามีถูกเมียคบชู้กับพระ”.. มีความเห็นดังนี้ครับ..
สลด.. “สังคมพุทธไทย”(ไร้หลัก)..
“กามทางเพศ”ทำให้เกิด”ความเสียหาย”ทั้ง”เกียรติยศ,ชื่อเสียง”และ”ทรัพย์สินต่างๆ”มากมายเหลือคณานับ..
“พุทธศาสนา”มีหลักเรื่อง”กาลามสูตร”คือ”หลักการอย่าเชื่ออะไรง่ายๆ”.. แต่คนในระดับ”มีความรู้”(บางส่วน),ระดับ”นักการเมือง”(บางส่วน)ก็ยัง”หลงเชื่อ,งมงาย”กับ”คำพูด?,คำสอน?”ที่มักอ้างเอา”บริบทของคำสอนพุทธที่บิดเบี้ยว?”มาเป็น”ข้ออ้างอิง”.. เช่น.. เรื่อง”ชาติปางก่อน?”(“พระพรหมลิขิต”)ซึ่ง“พิสูจน์อะไรใดๆไม่ได้?”..เป็นต้น..
อันเป็น”ต้นเหตุสำคัญ”แห่งการ”หลอกลวงกัน?”(หรืออาจ”สมยอมให้เขาหลอก?”,เพราะอาจมี”ความพึงพอใจ,หรือติดอกติดใจทางเพศ?”เป็น”ปัจจัยร่วมด้วย?”..ก็เป็นได้ด้วย?..หรือไม่?)ของ”อลัชชีในคราบผ้าเหลือง?”อย่างมากมายจากอดีตมาจนถึงยุคปัจจุบัน(?)..
จนทำให้เราข้องใจมากๆว่า.. “หลักการในทางพุทธศาสนา”ช่วยเหลือสังคมไทยได้?..จริงหรือ?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.101 11 เมษายน 2567 18:17:14 น.  

 

(เสริมเพิ่มเติม)..
มี”คำพูด”ที่”สังคมไทย”พูดแซวกันเล่นมาโดยตลอดว่า..”หญิงชาย(วัยฉะ-กรรจ์)อยู่ด้วยกันในห้องตามลำพัง.. คงจะไม่ได้ไป’สวดมนต์,นั่งสมาธิ?’ด้วยกันหรอกกระมัง?”..ประมาณนั้น(?)..
“คำพูด”ของ”บางฝ่าย”ที่บอกว่า”มันไม่ได้เป็นอย่างที่พี่คิด”.. อยากขอ”ไขให้คิด”.. ก็คือ.. ถ้าคุณก็ยังคิดคาดเดาออกว่า..”สามีคุณ”เขาน่าจะคิดอย่างไร?(เมื่อเห็นภาพอุจาดนั้น).. แปลว่า..”จิตใต้สำนึกของคุณ”ที่ทำให้”คุณรีบพูดแก้ตัวออกมา”นั้น.. ก็คือ.. คุณก็ย่อมพอจะรู้อยู่ว่า”คุณกำลังกระทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม?”อย่างไร?..นั่นเอง(?)..ใช่หรือไม่?..
ประสบการณ์ของเราเองเมื่อราว30ปีก่อน.. “เด็กในบ้านของเรา”เอา”ของเล่นที่บ้านหลายชิ้น”ไปเล่นกับ”เด็กข้างบ้าน”(ห้องแถว).. พอเล่นกันเสร็จ,เราตรวจเช็คว่า”มีของเล่นหายไป1อัน”.. เราก็ไปถามหากับ”แม่ของเด็กคนนั้น”ซึ่งลูกเขาอยู่หลังบ้าน.. แม่จึงเรียกลูกออกมาเพื่อจะถาม.. พอ”เด็ก(อายุราว2-3ขวบ)คนนั้น”ออกมา.. เรายังไม่ทันได้พูดอะไรเลย.. “เด็ก”ก็รีบสะบัดมือไปมาและบอกว่า”ไม่ได้เอาไป..ไม่ได้เอาไป”.. สุดท้าย..แม่เลยพาเด็กไปเอา”ของเล่นอันนั้น”ออกมาให้เราคืน..(จบเรื่อง)..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.101 11 เมษายน 2567 20:26:02 น.  

 

(เพิ่มเติม)..
สมัยตั้งแต่ปี2500เป็นต้นมา.. มี”พระนอกรีต,ทำปาราชิก”กันอยู่บ้างประปรายเพียงนานๆครั้ง.. เช่น.. นามสมมุติว่า.. นิกรโณ ยันตโร ภาวโนพุทธา และเณรค. เป็นต้น..
แต่มาช่วงราว30ปีให้หลัง.. ก็มีเพิ่มมากขึ้นตาม”ข่าวหน้าหนังสือพิมพ์”เป็นระยะๆ.. แต่มักเป็น"พระทั่วๆไป"เป็นส่วนมาก..
มาช่วง10ปีมานี้นี่แหละ.. ที่ข่าวเรื่อง”พระและสีกาทำผิดต่อพระศาสนา”กลับมีเป็นข่าวมากขึ้นแทบไม่เว้นแต่ละวัน(?)..(ไม่กลัวนรกจะลงโทษกันเลย?)..
จึงมีคำถามว่า.. แล้ว”องค์กรพุทธศาสนาต่างๆ”จะไม่ออกมาแอ๊คชั่นอะไรบ้างเลยหรือ?.. ถ้าอ้างว่า”กฎหมายไม่เอาโทษ?”ทั้ง”พระและสีกา?”ที่ร่วมกัน”ทำผิดต่อพุทธศาสนา?”.. ก็ทำไมไม่หาทาง(เร่ง)”ออกกฎหมายหรือกฎกระทรวง?”ให้”การกระทำความผิดต่อพุทธศาสนา”ถือเป็นความผิดต่อ”ความมั่นคงของชาติ”ที่ต้องได้รับ”โทษปรับหรือจำคุก?”ขึ้นมาเสียทีล่ะ(?)..
ส่วน”ผู้ใหญ่ๆของสังคม?”(บางส่วน)ก็พากัน”เงียบฉี่”หรือเพราะ”น้ำท่วมปากพูดไม่ออก?”,เพราะคงกลัวจะถูก”ขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัว?”(ในบริบท”เรื่องทางเพศที่ไม่เหมาะสม?”)เข้าให้บ้าง?..เช่นนั้นหรือไม่?..
หรือ”บางองค์กร”เช่น”กลุ่มตัวแทนคนมีอายุ”(บางกลุ่ม)ก็พากันทำเหมือน”ทองไม่รู้ร้อน?”.. แทบไม่มีใครออกมา”แสดงความเห็น”ต่อ”การทำผิดต่อพุทธศาสนา”ใน”สังคมไทย”ในกรณีที่มี”พระบางรูป?”มั่วกับ”สีกาบางคน?”(ที่แค่”ลาสึกส่วนตัว?”ออกไปเท่านั้น?,โดยที่ยัง”ไม่มีความผิดต่อพระศาสนา”ใดๆเลย?..แล้วอย่างนี้จะมีใครกลัวต่อ”การทำผิดต่อศาสนา?”ด้วยเล่า?)ที่กำลังเป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้กันเลย(?).. หรือกลัวจะกระทบกับคนที่มี”โลกหลายใบ?”ที่อยู่ปะปนใน”องค์กรเดียวกันกับตัวเอง?”หรือไม่?..ก็ไม่ทราบได้(?)..
เพราะถ้า”องค์กรที่มีคุณวุฒิ,วัยวุฒิสูง”(บางองค์กร)ยังไม่สามารถเป็น”ตัวอย่างที่ดี”ในเรื่อง”สถาบันครอบครัว”ที่ควรต้องมี”สามีเดียว-ภรรยาเดียว?”(เพื่อป้องกันการแสวง”ประโยชน์ส่วนตัว?”หรือ”คอร์รัปชั่น?”เพื่อไปแบ่งปันให้กับ”หลายครัวของตน?”),แล้วจะไป”แนะนำการเมืองที่ดี”ให้กับ”ประชาชน”ผู้มี”ความรู้ที่ด้อยกว่า?”ได้อย่างไร?..เช่นนั้น?..ใช่หรือไม่?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.101 12 เมษายน 2567 12:23:40 น.  

 

ได้ดูรายการ”คนดังฯ10-4-67”ตอน”แฉต่อ...”แล้ว.. มีความคิดเห็นดังนี้ครับ..
อยากบอกว่าได้ดูคลิปนี้แล้วประทับใจมาก,เหมือนได้ดู”เซียนหมากรุก2ท่าน”ที่มาเดินหมากคู่กัน.. “ท่านหนึ่ง”เป็น”เซียนคำถาม”,และ”อีกท่าน”เป็น”เซียนคำตอบ”..
อยากบอกว่า.. เราไม่เคยเจอ”ผู้ถามแขกรับเชิญ”ที่”ทำการบ้านมาดีมาก”,และมีคำถามที่”ถ้วนถี่,รัดกุม,คลอบคลุมทุกมุม(ที่มีผู้ข้องใจ),ทันเกม”,และมี”ความจริงใจลึกๆต่อสังคม”เท่ากันกับ”นักถามคำถามผู้ทรงภูมิท่านนี้”มาก่อนเลย(?)..(ถึงแม้”ความกล้าลุย?”อาจไม่มากเท่ากับ”แขกรับเชิญ”ที่เป็น”ผู้ตอบคำถาม”ก็ตาม(?).. เพราะก็คือ”บริบทของการทำงาน”ใน”ฐานะและสถานะของท่าน”ที่ไม่สามารถจะกล้ามากกว่านี้ได้.. เพราะถ้ากล้าแอ๊คชั่นมากกว่านี้,อาจจะทำงานต่อไปได้ไม่นานก็เป็นได้?)..
ส่วน”ผู้ตอบคำถาม”(ซึ่งเป็น”แขกรับเชิญ”)ก็ต้องยอมรับว่าเป็น”ผู้กล้า”ที่หาผู้เปรียบได้ยาก,ซึ่งตอบคำถามได้อย่าง”เยี่ยมยุทธ์,ไร้ที่ติ,ไร้เทียมทาน”,ไม่มีหลุดในสิ่งที่ไม่ต้องการให้หลุด,และอาจกลายเป็นผลลบตามมา,รวมทั้งยังมีหน้าตาที่”ยิ้มแย้ม,ผ่องใส”เหมือนตระหนักรู้ว่า..”ตนเอง”กำลังทำสิ่งที่เป็น”ภาวะบุญ(กุศล)ต่อสังคม”ที่ตนเองรู้สึก”เกิดปีติอยู่ในใจ”กระนั้นเลยเชียว(?)..
แต่เราไม่ได้สรุปว่า.. อนาคตต่อไปท่านจะสามารถ”ดำรงตนได้อย่างบริบูรณ์ไปตลอดช่วงชีวิต”หรือไม่?.. แต่เฉพาะในกรณี,ในช่วงเวลาปัจจุบันนี้,ในเค้สปัจจุบันนี้.. เราต้องยอมรับว่า.. ทั้ง”ผู้ตั้งคำถาม”และ”ผู้ตอบคำถาม”ล้วนเป็น”ผู้ที่ดีเยี่ยม”(ใน”บริบทของแต่ละท่าน”)อย่างที่เราๆท่านๆคงไม่เคยเห็นกันมาก่อนจริงๆ(?).. ขอคารวะ”ทั้ง2ท่าน”นี้ด้วย..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.101 13 เมษายน 2567 16:53:21 น.  

 

(ข้อคิดส่วนตัว)..
“มุมมองของมนุษย์”เพื่อจะดิ้นรนเพื่อให้”ชีวิตอยู่รอด”นี่..บางทีก็เหมือนว่าจะทำให้”สังคมมนุษย์สับสน?”.. เพราะแม้ว่า..”มนุษย์ก็คือสัตว์โลกชนิดหนึ่ง”ที่มี”กิเลสทางเพศ?”ฝังแน่น(“ติดเซ็กซ์?”)ไม่ต่างจากสัตว์ก็จริง(?).. แต่มนุษย์ก็ได้พัฒนาทางสรีระ”ยืนตัวตรง”,และพัฒนาทาง”วัฒนธรรม,ประเพณี”ให้เป็น”ผู้เจริญกว่าสัตว์โลกชนิดอื่นๆ”มาแล้ว(?).. จนกระทั่ง..มี”หลักศาสนา”ไว้ยึดเหนี่ยว(ต้องมี”ผัวเดียวเมียเดียว”,ต้อง”ไม่นอกกาย,นอกใจกัน”)..
แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีเรื่อง”ผิดหลักศีลธรรมทางเพศ?”ระหว่าง”พระกับสีกา”(บางคู่)ขึ้นมาแล้ว.. บางที..”ศาสนาก็ไร้ผล?”กับ”คนบางคน?”ที่”กำเนิดดูโลกมานานแล้ว”,แต่อยากพยายามทำตัวเป็น”ฮีโร่?”(ที่พยายามจะอยู่เคียงข้าง”คนผิดศีล?”),ที่ตนเองพยายามจะออกมาพูด”สวนกระแส?”หรือ”ขวางโลก?”เพื่อ”เข้าข้างสิ่งที่ผิดศีลธรรม?”(โดยอ้าง”ความหวังดี”เพื่อจะช่วยให้”คนที่ทำผิดศีลธรรม?”เอาตัวรอด?,สามารถใช้ชีวิตแบบ”หน้าไม่บาง?”ต่อไปเรื่อยๆได้(?).. เหมือนกับ”การเข้าข้างโจร?”,หรือ”ชี้ช่อง(ทางเอาตัวรอด)ให้โจร?”ประมาณนั้น(?)..นั่นแหละ(?)..
และถ้ามีคนที่”หน้าไม่บางเช่นนี้?”เพิ่มจำนวนเพราะ”การสนับสนุน,ชี้ช่องของคุณบางคน?”มากขึ้นเรื่อยๆ(?).. เราก็ยังนึกไม่ออกว่า”สังคมไทยเมืองพุทธ”ในยุคต่อๆไปจะเป็นสังคมเช่นไร(?).. นี่คือ”ภาวะแผลงๆ?”ของ”สังคมที่มีคนผิดศีลธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ”แต่ก็ยังอยาก”มีชีวิตอยู่รอดในสังคม?”อีกต่อไป(?)..
ถ้าอย่างนั้นพวก”นักการเมืองสายเอเชียทางเหนือของเรา”(หลายๆประเทศ),ที่ประเทศเขามีการ”พัฒนาเจริญรุดหน้า”อย่างมาก,ในบริบทที่เมื่อ”นักการเมือง”ถูกจับได้ว่า”ทำผิด”ก็มักจะพากันละอาย,ลาออกบ้าง,หรือหนักหน่อยก็ถึงกับคิดสั้นกระโดดเหวบ้าง,เพราะเกิด”ความละอายในใจตนเอง”(ตามที่เป็นข่าวผ่านๆมา).. ดังนั้น..”คนเหล่านี้”ก็จะต้องเปลี่ยนเป็นถูกประณามว่า.. หน้าไม่ฉลาด,แค่นี้ก็คิดสั้น,หน้าบางเกินไป,ควรจะหน้าไม่บางให้มากกว่านี้(?).. เช่นนั้น? ..ใช่หรือไม่?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.63.101 13 เมษายน 2567 21:17:27 น.  

 

(A)(ความเห็นส่วนตัว)..
มี”คำกล่าวของคนจีน”พูดกันในสมัยที่เราเป็นเด็ก,บอกว่า..”ซานี้ต๊าแป๋-แป๋ฮัวฮี่,ซาจับนี้ต๊าแป๋-แป๋คี้ซี่”.. แปลว่า..”3ขวบด่าพ่อ-พ่อดีใจ,30ขวบด่าพ่อพ่อโมโหแทบตาย”.. คือหมายความว่า.. ถ้ายังเป็นเด็ก,จะทำอะไรผู้ใหญ่ก็ให้อภัย,เพราะเด็กทำอะไรก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูไปหมด,ยิ่งเป็นช่วงหัดพูด,ถ้าสามารถด่าพ่อแม่ได้,ก็ถือว่า”พัฒนาการในการพูด”ใช้ได้แล้ว.. แต่ถ้าโตจน30ปีแล้ว,ยังมาด่าพ่อแม่,ก็แปลว่าเป็นคนที่ไร้กตัญญู,เป็นคนใช้ไม่ได้อย่างมาก..ประมาณนั้น(?)..
ช่วงนี้มีข่าวของ”เด็กที่อ้างว่าเทวดาให้มาเกิด?”(บางคน)ก็มีเรื่องที่ไปพูดจา”ตำหนิผู้ใหญ่คราวพ่อ,คราวลุง”(ที่เป็น”พิธีกรรายการดัง”)ด้วย”คำพูดที่ดูหนัก?”.. ซึ่งบางคนอาจจะมองว่า..ก็เป็นสีสัน,น่าสนใจ,ชวนตื่นเต้น,น่าติดตาม.. แต่เรามองว่าอาจเป็น”ผลลบ?”(อาจเกิด”ภาพฝังใจ?”ของ”ผู้คนในสังคม”ในทางลบ)ต่อเด็กในอนาคต,เมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่ก็เป็นได้(?)..
พ่อแม่ที่จะคิดแต่ว่า..”ลูกตนเอง”ทำอะไรก็ดูว่าน่ารัก,น่าเอ็นดู,น่าอวด,น่าโชว์,น่าชื่นชมไปเสียหมด,ก็จะทำให้เด็กได้ใจ,เหมือนมีพ่อแม่คอยเชียร์,ทำให้ไม่รู้จัก”มารยาทสังคม?”.. เท่ากับตรงกับ”คำพังเพย”ว่า”พ่อแม่รังแกฉัน?”นั่นแหละ(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.208.102 13 เมษายน 2567 23:51:01 น.  

 

(B)สมัย”โธมัส อัลวา เอดิสัน”(ซึ่งเป็น”เด็กอัจฉริยะ”).. แต่ถ้าไม่ควบคุมให้ดี.. ครั้งหนึ่งก็ถึงกับ”ทดลองเผาบ้านเผาช่อง?”เสียด้วยซ้ำไป(?).. ดังนั้น.. แม้จะดูว่า..”ลูกเรา”เป็น”เด็กอัจฉริยะ”ก็ตาม.. “พ่อ,แม่”ก็ควรจะต้อง”ดูแล,ควบคุม,สร้างกรอบ”(ตามสมควร)ให้เขามี”หลักยึด”ไว้บ้าง(?)(ควรระวังเรื่อง”อัตตาหลงตน?”ให้มากๆด้วย),ก็จะทำให้เป็น”เด็กอัจฉริยะ”ที่ทุกคนรู้สึกเอ็นดู..ไม่นึกตำหนิในใจ(?)..นะจ๊ะ(?)..
ส่วนตัว..เราไม่ได้มองว่า..”เด็กปัญญาพิเศษบางคน?”นั้นเป็น”เด็กบรรลุธรรม?”ที่”เบื้องบนให้มาเกิด?”อะไรทำนองนั้นหรอก(?)(เพราะเป็นเรื่อง”กึ่งนามธรรม,ไร้รูปลักษณ์?”ที่พิสูจน์อะไรได้ยาก?).. เพราะถ้า”บรรลุธรรมสูงสุดจริง”ก็คงจะไม่กลับมาเกิดใน”โลกมนุษย์?”อีก(?)..
แต่เขาเป็นเพียง”เด็กอัจฉริยะ”ที่เผอิญพ่อแม่จับสังเกต”ทักษะ,ความถนัดเฉพาะตัวของเขา”,และให้การส่งเสริม,จนดูมี”เอกลักษณ์ที่โดดเด่น”เป็นพิเศษ,ที่”ผู้ใหญ่บางส่วน”และ”สังคม”รู้สึกทึ่งใน”พรสวรรค์บางอย่าง?”(เช่น “การสัมผัสอ่านรู้ใจคน?”)ของเขา..เท่านั้น(?)..
แต่ก็มิใช่ว่า..จะ”ทายแม่นถูกต้อง100%”หรอกนะ(?).. เพราะแม้”พระพุทธเจ้า”เอง..ก็ยังตรัสว่า.. แม้”สัญญาหรือความจำหรือสมอง”ก็ล้วน”ไม่เที่ยง”( =“สัญญาอนิจจา”),คือ”ผิดพลาด,คลาดเคลื่อน”ได้ด้วยปัจจัยของ”สรีระ,จิตอารมณ์,และสิ่งแวดล้อม”ได้(?).. และ”สภาวะของวิญญาณ”ก็”ไม่เที่ยง”(วิญญาณังอนิจจัง),คือ”ผิดพลาด,คลาดเคลื่อน”ได้ด้วยปัจจัยทั้ง”ภายในและภายนอกร่างกายสารพัด”(?)..ได้เช่นเดียวกัน(?)..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.208.102 13 เมษายน 2567 23:54:42 น.  

 

(เสริม)..
เพราะต้องยอมรับว่า..”สังคมพุทธไทย”ยังคงมี”ความเชื่อ”และ”ความยึดถือ”เกี่ยวกับเรื่อง”ภูมิพญานาค”กันอยู่มาก.. จนดึงมาโยงกับ”พุทธศาสนา”,จนทำให้สับสนยุ่งเหยิงว่า..”นาคกับพุทธ”คือ”สิ่งเดียวกัน?”,หรือ”สิ่งเชื่อมโยงกันจนแยกไม่ขาด?”..หรือไม่?..
และลึกๆคนไทยมัก”ติดใจ,ประทับใจ?”กับอะไรที่มีลักษณะของ”ฮีโร่-ผู้ปกป้อง?”,ซึ่ง”นาค”ก็ได้ชื่อว่าคือ”ผู้(ตั้งสัจจะเพื่อ)ปกป้องพุทธศาสนา”เสียอีกด้วย(?).. จึงมักได้รับ”ความเกรงใจ”หรือ”ยำเกรง,ให้เกียรติ,ไม่กล้าลบหลู่”จาก”ชาวพุทธในประเทศไทย”ทั้งปวง(?).. นั่นแหละ(?)..
อย่าง”พระพุทธรูป”ก็ยังมี”ปางนาคปรก”,และโดย”รูปลักษณ์ของนาค”ตาม”จินตนาการของศิลปิน”ก็จะมีลักษณะที่ดูยิ่งใหญ่,ลำตัวยาว,มีหงอน,มีเกล็ด,มีมงกุฎ,ดูน่าเกรงขามเสียนี่กระไร(?).. ดังนั้น..โดยการอนุมาน..”ภูมิจิตที่สัมพันธ์กับเรื่องนาค?”ก็เป็น”ธรรมชาติทางจิตวิญญาณ”ที่มักจะวนเวียนมาถือกำเนิดกับ”กายสังขารของมนุษย์”ในแถบ”ดินแดนอาคเนย์”โดยเฉพาะในประเทศไทย..
ดังนั้น.. “เพชร-ภัทร-นาคา-นาคราช”คำนี้ตามที่พอมีความเข้าใจ”บาลี”อยู่บ้าง.. “เพชร”นี่ก็คือ”เก่ง,แกร่ง,แข็ง”,”ภัทร”คือ”ดี,ประเสริฐ,เจริญ”,”นาคา”ก็คือ”นาค”,และยังมี”นาคซ้อนนาค”คือคำว่า”นาคราช”,คือ”ราชาแห่งนาคทั้งปวง”.. คำนี้โดยรวมจึงสื่อถึง”การยึดถือ”ใน”อัตตาความเป็นใหญ่(ยิ่งใหญ่)ใกล้เคียงกับระดับ”พระพรหม”นั่นเลยเทียว(?).. คือพูดแบบภาษาชาวบ้านง่ายๆคือ..ไม่กลัวใครอีกแล้วในโลก,ในจักรวาลนี้.. ยกเว้นแต่”พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์”..เท่านั้น(?)..ประมาณนี้ครับ..
ก็ตรงกับ”นิมิต”และ”บุคลิก,หน้าตา”ของ”เด็กที่เป็นข่าว”นะครับ.. แต่ยังไม่ถึงขั้น”หมดกิเลสสิ้นเกลี้ยง”.. แต่เท่าที่ประเมินตาม”หลักการพุทธ”..คือ”ฐานเรื่องกามคุณ”มีเหลือน้อยมาก.. แต่”ความมีอัตตา,ถือตัว,ไม่กลัวใคร”กลับมีสูงมากยิ่ง.. แต่เรื่อง”กามคุณ,รูป,รส,กลิ่น,เสียง,สัมผัส”และ”เรื่องทางเพศ”ยังสรุปยาก(?).. ต้องรอดูตอนโตเป็นหนุ่มเต็มตัวก่อน,จึงจะพอบอกได้ว่าเป็น”ของแท้?”หรือไม่?..
...ด้วยความเคารพครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.208.102 14 เมษายน 2567 1:37:34 น.  

 

(a)สังคมเรามันเป็นยังไงนะนี่?..
เราได้ดูรายการของ”คุณพิม.....”(8-4-67)ตอน”เที่ยว.....?”..
เรามีความรู้สึกจากการ”ศึกษาข้อมูลต่างๆส่วนตัว”ประกอบด้วย.. แล้วพบว่า”sample”พูดในสิ่งที่ใกล้เคียงความจริงจากประสบการณ์ที่เราก็เคยได้รับรู้มาเช่นเดียวกัน..(มีคำถามว่า..“ผู้หญิงไทยบางส่วน”มีประสบการณ์กับ”คนใกล้ตัวและครอบครัว?”ที่เลวร้าย,มากมายเช่นนี้เชียวหรือ?)..
“บางราย”มักจะบอก(อ้าง)ว่าถูก”พ่อเลี้ยงข่มขืน”มาก่อน.. “บางราย”ก็บอก”เคยถูกข่มขืน?”หรือ”ถูกรุมโทรม?”มาก่อน.. “บางราย”คือ..พ่อแม่แตกแยก,ไม่มีหนทางหากิน.. มองว่าเป็น”วีธีหากินที่ง่ายๆ”และ”ตนก็พึงพอใจด้วย”(?).. “บางราย”ถึงกับสารภาพ(คล้ายกลายเป็น”คนติดเซ็กซ์”)ว่า..กลับรู้สึกพอใจใน”การมีเพศสัมพันธ์ที่เปลี่ยนคนใหม่ๆไปเรื่อยๆ?”.. และซ้ำหนักกว่านั้น.. ยังกลายเป็นคนที่มี”ความพอใจ?”กับ”ความรุนแรงทางเพศ?”ที่กระทำต่อ”ตัวเธอ”(ในขณะที่”มีเพศสัมพันธ์กัน”ใน”อาชีพที่เธอทำ”,เมื่อได้รับทั้ง”เงิน?และความสุขทางเพศ?”ด้วยซ้ำไป(?)..
โชคดีนะ.. ที่พวกเธอยังไม่ประสบภาวะ”ติดลูก?”หรือ”ติดโรคร้าย?”,ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น,ก็คงไม่มีโอกาสมาเป็น”sample”ในรายการให้เรารับรู้,ศึกษาได้..
(มีเรื่องน่าคิด,น่าวิจัยว่า.. เรื่อง”การติดเซ็กซ์?”ก็ไม่ต่างจาก”การติดยาเสพติดบางชนิด?”.. ที่เมื่อปล่อย”การพึงพอใจ”ให้”เตลิด,เพลิดเพลินไปตามการเร่งเร้าจากคู่ของตน”นั้น,ถ้ามากไปก็อาจกลายเป็นถลำลึกเป็น”การติดเซ้กซ์?”.. ประมาณว่า”ขาดเรื่องเซ็กซ์ไม่ได้?”,กระทั่งแม้ต้องทำในสิ่งที่”ผิดขนบ,ประเพณี”ที่รู้ว่า”สังคมต้องประณาม”,ก็ยังยอมตาม”อารมณ์ของตนเอง?”ที่พาไปจนได้?)..(เช่น ในกรณีของ”น้องพ.”ที่เป็นข่าวเมื่อ2-3เดือนก่อนมานี้,ซึ่งทำให้”เสียชื่อเสียง?”อย่างมากมาย?.. เป็นต้น)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.208.102 15 เมษายน 2567 12:53:05 น.  

 

(b)มีข้อเปรียบเทียบว่า.. “ผงชูรส”(ซึ่งเป็น”ตัวกระตุ้นประสาทรับรส”)(เปรียบคล้าย”ประสาทสัมผัสในการร่วมเพศ”),เมื่อนำไปปรุงอาหารร่วมกับ.. เช่น..”แกงขี้เหล็ก”ซึ่งโดยธรรมชาติคือ”รสขม”(ซึ่งอาจเทียบกับ”ความเจ็บในขณะมีเพศสัมพันธ์”),ก็กลับไปทำให้”แกงขี้เหล็ก”(ที่มี”รสแกมขมเล็กน้อย”)นั้น,กลมกล่อมเป็นที่ติดอกติดใจได้(?).. หรือถ้าคุณลองกิน”ส้มตำที่ไม่ใส่ชูรส”(ซึ่งมีแต่”รสเปรี้ยว,หวาน,เผ็ด?”เท่านั้น),และ”ไม่ใส่ปลาร้า”.. คุณก็จะไม่รู้สึก”ซาบซ่า,ติดอกติดใจ”ซักเท่าไหร่?..
แต่ถ้าลองใส่ทั้ง”ปลาร้า”ซึ่งโดยธรรมชาติคือ”มีกลิ่นที่บางคนอาจรู้สึกเหม็น”(ซึ่งเปรียบเทียบเท่ากับ”ความรุนแรงที่สร้างอารมณ์ตื่นเต้น”,เหมือนว่ากำลังเป็น”ผู้ถูกกระทำทางเพศ”,ในขณะมี”เพศสัมพันธ์กัน”),แต่เมื่อมี”ชูรส”(เทียบกับ”ความพอใจในสัมผัสทางเพศ”)ใส่ร่วมไปด้วย.. ก็กลับทำให้”ปลาร้าโดดๆ”(ที่เคย”รู้สึกเหม็น”)นั้น,กลับกลายเป็น”กลิ่น?และรส?”ที่น่าพึงพอใจไปได้(?)..
นั่นก็เพราะดันมี”ชูรส”,หรือเทียบกับ”การติดสัมผัสพอใจในเรื่องเพศ”เป็น”ตัวกลาง?”,หรือเป็น”สารตั้งต้น?”ที่เหนี่ยวนำให้”รสอื่นๆ?”ที่เดิม”อาจจะเคยปฏิเสธ?”กลับกลายเป็นมา”ผสมโรงกัน?”กลายเป็น”รสชาติที่สร้างความพึงพอใจ?”ร่วมกันไปด้วย(?)..ประมาณนั้น(?)..เช่นเดียวกัน(?).. เป็นต้น..
แต่ถ้ามองให้ดีๆ..นี่”เมืองไทย”เป็น”เมืองพุทธ?”นะ(?).. ไหนบอกว่า..”คนในสังคมไทย”(ซึ่งรวมทั้ง”นักการเมืองทั้งหลาย”ด้วย)มีแต่คนที่”จิตใจมีเมตตา”นั่นไง?.. แล้วทำไม”แต่ละภาคส่วนของสังคมไทย”จึงปล่อยให้สังคมมีแต่”ความเลวร้าย”(ใน”เรื่องทางเพศ”รวมถึงการละเลยให้มี”การแอบแฝงขายบริการทางเพศ?”)ตั้งแต่”อณูเล็กๆ?”ใน”สถาบันครอบครัว?”,จนที่สุดต้องมาเลือกใช้ชีวิตในการ”มีอาชีพ?”ที่เกี่ยวกับการ”ให้บริการบำบัดความพึงพอใจทางกามารมณ์?”หรือ”ขายสรีระของตนเอง?”อย่างมากมาย,ทั่วทุกหัวระแหง?..เช่นนี้ด้วยเล่า?..
หรือ”คนไทย”(บางส่วน)และ”สังคมไทย”(บางส่วน)มีแต่เรื่องของ”การสร้างภาพ?”ว่า..เป็น”คนดี,มีเมตตา”,เป็น”สังคมที่ดี”ที่”ชาวต่างชาติ”มักอยากมาอยู่?..แค่นั้นหรือไม่?.. แต่ในความเป็นจริง(?).. อาจเต็มไปด้วย”เล่ห์เหลี่ยม?,กลโกง?”?,มี”กลไกค้ามนุษย์?”แอบแฝง?,มี”ความไม่จริงใจ?”ต่อ”เพื่อนร่วมสังคมเดียวกัน?”?,และมี”ความโหดร้าย?”ที่คุณทั้งหลายอาจคาดไม่ถึง(?)แฝงอยู่ด้วย(?)..ก็เป็นได้(?).. หรือไม่?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.208.102 15 เมษายน 2567 13:37:23 น.  

 

(ประสบการณ์เตือนสติ,เตือนใจ)..
“พ่อ,แม่”มักเป็น”ต้นเหตุ”ในการ”สอนให้ลูกมีพฤติกรรมตามอย่าง”โดยไม่ต้อง”บอกสอนด้วยคำพูด”ก็ได้.. เช่น..
1.”นักแข่งขันบางชนิด”(บางคน)ที่เป็นข่าว”เชิงเจ้าชู้”(พาสาวเข้ารร.).. อีกระยะ,ลูกก็ออกมาแสดงพฤติกรรม”เชิงกล้าเกี้ยวพาราสี?”คล้ายๆกัน(?)[ซึ่งอาจวิเคราะห์ได้ว่า.. เขาอาจคิดว่า..พ่อคงไม่กล้าว่าอะไร(?),เพราะพ่อเองก็เป็นเช่นเดียวกัน(?)]
2.”นกม”(บางคน)ที่สังคมมองว่าเป็นคนที่มี”กลเชิง”ที่ไม่ตรงไปตรงมาในเรื่องการ”ออกนโยบาย”ในการ”จัดการสังคม,ประเทศ”(ในยุคอดีตที่ผ่านมา).. ภายหลังลูกก็ได้ตัวอย่าง,คล้ายซึมซับ,หรือมีลักษณะ”แนวคิด,แนวปฏิบัติ”ที่คล้ายๆกันออกมา,อย่างที่สังคมมักชอบพูดกันวา”ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น”[เพราะอาจซึมซับจาก”พ่อ,แม่”,จนอาจหลงผิดคิดว่า..การมี”พฤติกรรมคล้ายๆกับพ่อ,แม่”ที่กระทำต่อ”สังคม,บ้านเมือง”,อาจทำให้พ่อแม่รู้สึก”ภาคภูมิใจ?”,ว่า”ตนเอง”มี”เชื้อสายที่แท้”ของ”พ่อ,แม่”(?).. และที่สุด..”พ่อ,แม่”ก็คง”ไม่กล้าตำหนิ?”,หรือก็คงจะ”ต่อว่าอะไรไม่ได้?”..ประมาณนั้น?]
3.”เด็กราว7,8ขวบที่มีลักษณะพิเศษบางคน”(ที่สังคมกำลังแตกตื่น,เพ่งมอง),ก็ดูว่าจะมีลักษณะ”เชื่อมั่นตนเองสูง?”และ”มีอัตตาสูง?”(ซึ่งอาจมีลักษณะแฝง”ประโยชน์ส่วนตัวบางอย่าง?”)ที่ดู”บุคลิกลักษณะ,แววตา,โหงวเฮ้ง?”ไม่ต่างจาก”บุคลิกของพ่อแม่ของตนเอง?”ที่มี”ลักษณะอุปนิสัยเดียวกัน?”.. ซึ่งอาจถูกมองว่านี่แหละ.. คือการ”เลี้ยงดู”ในลักษณะ”ให้ท้าย?,สนับสนุนสิ่งที่ผิดๆ?”ที่”ตัวพ่อ,แม่”(อาจมีเรื่องผลประโยชน์),จึงอาจมองไม่ออกว่า.. นั่นคือ..การกำลัง”ทำร้ายชีวิตในอนาคต?”ของ”ลูกของตนเอง?”,ที่ชาวบ้านมักเรียกกันว่า”พ่อแม่รังแกฉัน?”โดยไม่รู้ตัว(?)..นั่นเอง(?)..
ดังนั้น.. “พ่อ,แม่ทุกคน”จึงต้องพยายามทำตัวเป็น”คนดี,มีศีลธรรม,ไม่โลภจนเกินไป”และควร”ฝึกลดละกิเลสตัวเอง”ให้มากๆ,เพื่อป้องกันไม่ให้”ลูกที่เกิดมา”ซึมซับ”พฤติกรรมดังกล่าว”ตาม”พ่อ,แม่”,โดยอาจหลงเข้าใจว่า..”พ่อแม่คงภูมิใจ?”,และ/หรือ”คงจะมาว่าอะไรตนเองไม่ได้?”,เพราะอาจมองว่า..เป็นการช่วย”สืบทอดเชื้อสายเดียวกัน?”.. นั่นเอง(?)..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.16.200 18 เมษายน 2567 17:39:42 น.  

 

(A)ถ้าเราสามารถกำหนด”กฎเกณฑ์ของโลก”ได้.. เราจะกำหนดให้มี”ศาสนากลางเพียงศาสนาเดียว”เท่านั้น.. เพราะใครๆก็มักพูดกันว่า”ความจริงย่อมมีสิ่งเดียว”(ต้องไม่มีความจริงที่”ขัดแย้งกันเอง”..ประมาณนั้น)..
เพราะอย่าง”คริสต์”ก็บอกว่า..”คนเราจะเกิดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น”(ไม่มีการ”เวียนว่ายตายเกิด”อีก).. แต่”พุทธ”บอกว่า..มีเรื่องของ”การเวียนว่ายตายเกิด”อย่างแน่นอน.. ส่วนทาง”มุสลิม”ก็มีหลักประมาณว่า.. การจัดการกับ”ผู้ที่รุกรานศาสนา”ถือว่าเป็น”บุญ”..ประมาณนั้น..
ซึ่งทั้ง”คริสต์และพุทธ”ก็สอน”หลักการแห่งการไม่เบียดเบียน”และ”การให้อภัยให้ได้ถึงที่สุด”,ซึ่งเป็น”หลักการที่ตรงกัน”ทั้งของ”พุทธและคริสต์”.. ซึ่งเมื่อกลัว”การขัดแย้งระหว่างศาสนา”และ”ไม่มีผู้มีอำนาจจริง”ที่จะ”กำหนดหลักการในโลกให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้”,ก็เลยต้องปล่อยให้”ต่างคนต่างสอน,ต่างคนต่างเชื่อ”ซึ่งมี”หลักการของแต่ละศาสนาไม่ตรงกัน”,ทำให้เกิด”ความสับสน”ว่า”อะไรคือความจริงแท้กันแน่?”สำหรับคนในโลกเดียวกันได้..
ดังที่มี”บางคน”พูดว่า.. “ถ้าไม่ชอบหรือเห็นไม่ตรงกันก็ต่างคนต่างอยู่”..เป็นต้น.. นั่นแหละ.. ดังนั้น..”สังคมไทย”จึงมี”เหตุข้อขัดแย้ง”มากมาย,ก็เพราะคิดว่า..”ถ้าเห็นไม่ตรงกันก็ต่างคนต่างอยู่?”..นั่นแหละ..
เช่น.. “บางคน”มี”ฝาท่อระบายน้ำทิ้ง”อยู่หน้าบ้าน,”เพื่อนบ้าน”ก็เลยเอาน้ำสกปรกมาราดใส่เปรอะเปื้อนหน้าบ้าน.. “เจ้าของบ้าน”ก็เลยไม่พอใจ,ก็มีเหตุทะเลาะกัน.. นี่ก็เพราะมี”บางคน”มองว่า.. “ถ้าเห็นไม่ตรงกันก็ต่างคนต่างอยู่?”,ซึ่งความเป็นจริงนั้น,มันต่างคนต่างอยู่ไม่ได้หรอก(?)..
หรืออย่าง”บางคนเลี้ยงหมา”แต่ไม่ดูแลให้ดี,ชอบปล่อยหมาให้ไป”ขี้หน้าบ้าน”ของ”เพื่อนบ้านใกล้เคียง”.. หมามันก็ฉลาดนะ,ที่ไม่ยอม”ขี้หน้าบ้านของเจ้าของตัวเอง”ซะด้วย.. ก็ทำให้เป็นเหตุให้คับแค้นเป็นเรื่องเป็นราวกันมากมาย..เป็นต้น..
หรืออย่างกรณี”จอดรถหน้าบ้านคนอื่น”.. มี”บางคน”ก็อาจมองว่า..”ถนนหลวง”ใครจะจอดหน้าบ้านใครก็มีสิทธิ์(?).. แต่”อีกคน”ก็บอกว่า..”หน้าบ้านใครคนนั้นก็ต้องเป็นผู้ดูแล”,มีรถเข้าๆออกๆ,การไป”จอดรถหน้าบ้านคนอื่น”โดยไม่ขออนุญาตไว้ก่อน,ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ(?).. ก็ทำให้ระหว่าง”เพื่อนบ้านใกล้เคียง”มักมีเรื่องขัดแย้งกันในเรื่อง”จอดรถขวางหน้าบ้าน”อย่างมากมายใน”สังคมไทยเดียวกัน”.. เป็นต้น..เช่นนี้แหละ..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.16.200 20 เมษายน 2567 10:40:33 น.  

 

(แทรก1)..ได้ดูคลิปของช่อง”เชอร์ล็อกฯ”.. อยากบอก”แม่ของน้องน.”ว่า.. สิ่งที่คุณเห็นน่ะมันน่าจะเป็นเพียง”ภาพในอุปาทานจิต”,ซึ่งถ้ามี”อุปาทานที่เข้มข้น”หรือมี”ความเชื่อ,ความศรัทธาสูง”,ก็สามารถปรุงแต่งเป็น”ภาพต่อเนื่องเรื่องราว”,แล้วนำมาเล่าต่อได้..
ซึ่งปกติคนทั่วไปก็มี”ภาพเคลื่อนไหว”แบบ”เป็นเรื่องเป็นราวต่อเนื่อง”ในยาม”หลับฝัน”ได้อยู่แล้ว.. แต่ของคุณนั้น,น่าจะเรียกว่า”เป็น”ภาพฝันในขณะตื่น”(แต่ตาหลับ)มากกว่า(?)..
เพราะ”หน้าผากนั้นเป็นบริเวณที่โยงหากระบวนการคิดนั่นนี่”,หรือ”สภาวะสมาธิ”ที่กำหนดโดย”กลไกสมองภายใน”ได้ง่ายมาก..
ซึ่งคนทั่วไปก็เป็นได้,คนที่หมกมุ่นคิดในสิ่งใดมากๆในเวลาลืมตา,เมื่อเวลาที่”หลับตาลงไม่สนิท”และ”มีแสงภายนอกรำไร”ก็สามารถ”ปรุงแต่งให้เป็นภาพต่างๆ”ใน”ยามหลับตา”ได้(?)..(ซึ่ง”บางคน”หรืออาจถูกหลอกจาก”เจ้าลัทธิบางคน”มักเคลมว่าเป็น”ความวิเศษ?”.. เช่น..”ลัทธิจานบิน?”.. เป็นต้นเช่นนั้นได้?)..
เพราะเราเองก็ยังเป็นได้แบบเดียวกัน.. เพราะเราอยู่”หน้าจอคอมพ์บ้าน”บ่อยๆ.. ชอบดู”ช่องยูทู้ป”อยู่เป็นประจำ.. เมื่อเวลาอยากพักผ่อน,เอนกาย.. พอ”หลับตาลง”ก็จะเห็นเป็น”ช่องกรอบสี่เหลี่ยม”และมีด้านข้างเป็น”กรอบย่อยๆ”เหมือนใน”ช่องยูทู้ป”นั่นเลย..(“สำนักสีกรักบางสำนัก”ยังเคยพูดประมาณว่า.. สิ่งที่คุณเห็นในตอนหลับตานั้น,คุณเห็นจริงๆ,แต่สิ่งที่เห็นนั้นไม่ใช่เรื่องจริง,เป็นเพียง”ภาพที่ถูกสร้างขึ้นในจิตที่ฟุ้งซ่านไปเอง”,เรียกว่าเป็น”ภาพมโนมยอัตตา”หรือ”ภาพอุปาทานในจิต”เท่านั้นเองครับ)..
แต่เราเข้าใจ”หลักการสมาธิ”อยู่บ้าง.. บางทีเราก็ใช้”วิธีนี้”เพื่อทดลอง”ฝึกการบังคับภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏ”เพื่อให้เป็นไปตามที่ต้องการได้เหมือนกัน(เหมือนอย่างที่สมัยก่อนเรียกว่า”การฝึกกสิณ40อย่าง”.. เช่น.. เพ่งดิน,น้ำ,ลม,ไฟ,ฯลฯ..นั่นแหละ),แต่เราอยู่ในขั้น”กำลังฝึกหัด”,ดังนั้น..”ภาพต่างๆ”มักจะตัดภาพเร็วมาก,ยังควบคุมได้ไม่ดี.. คือ”ภาพต่างๆ”จะเปลี่ยนไปมาอย่างเร็ว,เพราะ”สมาธิเรายังไม่ค่อยนิ่ง”เท่าไหร่..นั่นเอง..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.14 27 เมษายน 2567 8:38:29 น.  

 

(แทรก2).. พึงตระหนักว่า..”ศรัทธาของปชช.”นั้นมักมีมุมที่น่าสะพรึง.. โลกแต่โบราณนานมามักมีการกำหนดสังคมจาก2ฝ่ายเสมอ.. ถ้า"ฝ่ายรัฐ"กำลังไม่ดีหรือไม่เชื่อมั่นตนเอง,ก็อาจถูก"ฝ่ายกลุ่มเจ้าลัทธิ"หรือ"ฝ่ายศาสดาใหม่"มาควบคุม,ล้มล้างอำนาจเก่าได้เช่นกัน.. แต่ถ้า"ฝ่ายรัฐหรือผู้กุมอำนาจเดิม"เข้มแข็ง,"ฝ่ายเจ้าลัทธิ"ก็มักถูกกำจัดให้สูญสลายไปในที่สุดได้เช่นเดียวกัน.. เช่นในอดีต .. เช่น..สำนักปู่สวรรค์,หุบผาสวรรค์,ลัทธินิกร,ลัทธิยันตระ,ลัทธิพุทโธ,ลัทธิเณรคำ,ฯลฯ เป็นต้น..
หรือแม้แต่”พระเยซู”ที่สมัยนั้นเคยมี”ผู้ติดตามท่าน”(เปรียบเทียบกับ”Subscribe”ใน”ยูทู้ป”นั่นแหละ)อยู่มากมาย,จนดูเหมือนไม่มีใครที่จะกล้ามาทำอะไรตัวท่านได้.. แต่เมื่อ”อำนาจรัฐเรืองอำนาจ”,และกอปรกับ”อุดมการณ์ของพระเยซู”คือจะ”ไม่ปลุกให้ผู้ศรัทธาขึ้นมารบราฆ่าฟันกับฝ่ายรัฐ”.. ดังนั้น.. ในที่สุด.. เมื่อท่านถูกจับกุม,แม้ทางรัฐประสงค์ที่จะปล่อยตัวท่านไป,จึงให้ประชาชนมาโหวตกันว่าจะปล่อยพระเยซูไปมั้ย?.. ก็ประชาชนเอง,ที่อยู่ในที่นั่น,นั่นแหละ,ที่ถูกการเร่งเร้าจาก”ตัวตึงในที่ชุมนุม”นั่นเองว่า..”ให้ตรึงเขาเสีย,ให้ตรึงพระเยซูนั่นเสีย”.. และก็พากันว่าไป(ตาม”วิถีจิตวิทยาหมู่ชน”)ตามๆกัน,จนในที่สุด”พระเยซู”ก็ถูกนำไป”ตรึงบนไม้กางเขน”จนได้..นั่นเอง(?)..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.14 27 เมษายน 2567 9:13:08 น.  

 

(แทรก3)..1.ได้ดู”ช่องไทยนิวซ์”ตอน*เผยโฉม”นารี....?”*.. อยากบอกว่า.. เรื่องของ”อุปาทานจิตของมนุษย์”ที่มี”ความเชื่อ,ความศรัทธาต่างๆ”นั้นมักมีได้แปลกๆแตกต่างกันไปมากมาย..(ยกตัวอย่างเช่น.. “เห้งเจีย”เป็นเพียง"นิยายที่แต่งขึ้น"ของ"นักเขียนนิยาย"เท่านั้น.. แต่พอนำมาเป็นการ”เข้าทรงเห้งเจีย”,ก็ยังอุดส่าห์มี”วิญญาณเห้งเจีย”มา”ลงทรง”,และแสดงท่าทาง,อาการเหมือน”ลิงหรือวานร”กระโดดโลดเต้นต่างๆได้,ดูเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ,ไปตาม”จินตนาการ,มโน,อุปาทานจิต”ของ”ผู้เป็น”ร่างทรง”ที่ตนเคยได้”รับรู้,เรียนรู้”มาจากการ”อ่านนิยายนั้นๆ”..นั่นเอง)..
ตอนสมัยที่เรายังเรียน”ระดับมัธยมต้นประจำจังหวัดที่บร.”(ราว50กว่าปีก่อน),ก็มี”อาจารย์ใหญ่ท่านหนึ่ง”เป็นผู้สนใจในธรรม”,และก็มีบอกต่อๆกันไปใน”หมู่นักเรียนและครู”ว่า.. ที่”บ้านอาจารย์ใหญ่”จะมีการจัด”พิธีครองธรรม”วันนั้น,วันนี้นะ.. ก็เลยพากันไปร่วมพิธี,ก็คล้ายจะให้มีการ”บริกรรมคำบางคำ”แบบเร็วๆ,เพื่อเรียกสมาธิให้เกิดขึ้น..
ซึ่งก่อนเริ่ม,ก็จะมีการสวด”บทสวดบาลี”.. เช่น.. นโมตัสสะ..เป็นต้น.. แล้วก็จะมีให้ทุกคน”หลับตา,บริกรรม”.. เราเองก็เคยไปเข้าร่วม.. พอหลังจากนั้นโตมา,ก็มาพิจารณา,วิเคราะห์ว่า..ก็น่าจะเป้นคล้าย”การเข้าทรง”ของ”ชาวไทยในส่วนภูมิภาค”ที่สมัยก่อนมีกันมากนั่นแหละ..
(ซึ่งสมัยก่อนจะมีการจัด”พิธีกรรมบางอย่างในหมู่บ้าน”.. แล้วจะมีการผูกคล้าย”ผ้าขาว”ที่”ขื่อของบ้าน”ยาวลงมาถึงพื้นที่จัดพิธี,แล้วคล้ายจะให้มี”ผู้อาสา”ที่จะเข้ามา”โหนผ้า”แล้วแกว่งตัว,เกาะพันผ้าไปมา,คล้ายเชื่อมให้เกิดสมาธิจิต,จนกว่าจะเกิดอาการเหมือนมี”วิญญาณเข้ามาทรง”,และแสดง”สิ่งแปลกๆ”ออกมา..ประมาณนั้น.. ซึ่งเราก็ชอบไปนั่งดูอยู่เป็นประจำ)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.14 27 เมษายน 2567 17:23:11 น.  

 

2.แต่สำหรับของ”อาจารย์ใหญ่ท่านนี้”จะ”แปลงชื่อใหม่”(เช่นคล้ายๆ..”ลัทธิเทพจาตุมจุติ?”ที่กำลังเป็นข่าวฮือฮา?)ว่า..เป็นการ”ครองธรรม”.. และมี”ครูประจำชั้นของเราเอง”เป็น”ครูหญิง”(หน้าตารูปไข่สวยงาม)ท่านหนึ่ง,ที่ก็มี”รูปโฉมและสรีระ”,ที่”สะโอดสะอง”,ดูก็ไม่ต่างจากคุณ”นารี.....-ผู้ร่ายรำถวาย”(ในข่าว)ซักเท่าไหร่?..นี่แหละ(?)..
ก็คือเป็นการ”บริกรรมหมู่?”แบบ”ออกเสียงดัง?”,คล้ายเป็น”เคล็ดวิธีสะกดจิตหมู่?”หรือ”สร้างอุปาทานหมู่?”(หรือ”เชื่อมจิตหมู่?”นั่นแหละ?..ประมาณนั้น?).. และพอ”บางคน”บริกรรมได้ที่.. รวมทั้ง”ครูประจำชั้นหญิงท่านนี้”ก็เหมือนมีอาการ”ครองธรรม?”เข้ามาสถิต(?),แล้วลุกขึ้นร่ายรำต่างๆ.. ไปจนกว่าจะถึงวาระ”ตัวครองธรรม?”นั้นจะออกจากร่างไป(?)..ประมาณนั้น(?)..
คือเท่าที่ทราบคือ.. ผู้เป็น”ร่างที่ถูกครอง(ทรง)?”นั้น,เขาก็จะพอ”รู้ตัวเอง?”อยู่ทุกอย่าง,แต่คล้าย”จิตมีศรัทธาสูง?”,และยอมรับ”สิ่งลี้ลับในที่นั้น?”ให้เข้ามา”ครอบครอง?”เพื่อแสดง”สิ่งอภินิหารต่างๆ?”ออกมาได้(?),เพื่อมุ่ง”สร้างศรัทธา?”ให้กับ”กลุ่มผู้มาร่วมพิธีในที่นั้น?”..ประมาณนั้น(?)..
เพียงแต่ในสมัยก่อน..มักไม่มีการ”เรียกร้องเงินทอง,หรือค่าจัดการให้บริการต่างๆ”เหมือนในสมัยนี้(?)..เท่านั้น(?)..(คือมี”ความบริสุทธิ์ใจ”ตาม”ความเชื่อของผู้จัดตั้งพิธีกรรม”เกือบจะเรียกได้ว่า100%ก็ว่าได้)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.14 27 เมษายน 2567 17:55:03 น.  

 

3.แต่ก็มี”จุดพี้ค”ที่ทำให้เราจำ”ภาพครูประจำชั้นหญิงท่านนี้”ได้ไม่ลืมเลย.. คือถึงจุดหนึ่ง,ท่าน(หลับตา)ร่ายรำไปมา(คนที่นั่งแวดล้อมก็ดูเหมือนจะนั่งหลบทางให้,เพราะท่านหลับตาอยู่),แล้วท่านก็เอามือทั้งสองจับกัน,แล้วยกชูแขนขึ้น,แล้วไพล่แขนที่มีมือจับกันอยู่นั้น,ให้ข้ามศีรษะไปทางด้านหลังลงไปจนถึงช่วงเอว,แล้วสักครู่ก็สามารถยกแขนที่มีมือจับกันอยู่นั้น,ให้ข้ามหัวกลับมาสู่ในจุดเดิมได้.. ซึ่งดูแล้วก็เป็น”สิ่งที่ชวนอัศจรรย์ใจยิ่งนัก?”ว่า..”มันเป็นไปได้อย่างไร?”..
แต่ที่สำคัญคือมาทราบตอนโตมาแล้วว่า.. นี่ไม่ใช่”วิถีทางการเผยแพร่หลักธรรมของศาสนาพุทธ?”(ที่ถูกต้อง)แต่อย่างใดเลย(?).. ซึ่งก็ดูไม่ต่างจาก”พิธีการครอบครู?”ของ”อาจารย์ไสยเวชต่างๆ?”ที่มักมี”พิธีการกึ่งจูงใจ,ครอบงำจิต?”,ที่ทำให้มี”ผู้เข้าพิธีครอบครู?”(บางคน)มักเกิดอาการที่”แสดงออกแปลกๆ?”(ที่เรียกว่า”องค์ลง?”),นั่นก็มีลักษณะต่างๆคล้ายๆกัน(?)..นั่นเอง(?)..
แต่”แทบทุกอาจารย์?”มักมี”จุดหลัก?”ที่มักอ้างเอา”บทสวดบาลี?”หรือ”คาถาบาลี?”(ซึ่งฟังแล้วไม่รู้ความหมาย,คือให้ดูงงๆ,งมๆเข้าไว้?,ประมาณนั้น?)มาเป็น”ตัวกลาง?”,เพื่อดึงให้เกิด”แรงศรัทธา?”กันไว้ก่อน(?)..แทบทั้งนั้น(?)..
[ซึ่งเท่ากับเป็นการใช้”เครื่องมือ?,อุปกรณ์?,หรือภาษา?,ศัพท์แสง?”ของ”ทางพุทธ?”มาเพื่อใช้เป็น”สิ่งเชื่อมโยง?”หรือ”เชื่อมจิต?”..นั่นเอง?.. แล้วอย่างนี้”สำนักพุทธ?”(ซึ่งมีหน้าที่เพื่อ"ปกปักพุทธศาสนา?"โดยตรง?)จะมาหลีกเลี่ยงว่า.. เป็น”เรื่องของฆราวาส?”,ที่”สำนักพุทธ?”ทำอะไรไม่ได้?..ได้อย่างไร?.. เพราะไม่เช่นนั้น.. เดี๋ยวก็จะเริ่มมีผู้”ตั้งคำถามยอดฮิต?”ว่า”สำนักพุทธมีไว้ทำไม?”ซะอีกหรอก?.. ประมาณนั้นครับ?]..
มีข้อน่าสังเกตว่า.. ถ้า”ลัทธิใด?”[ซึ่งต่อไป”พญานาค?”อาจจะมีท่วมเมือง(แม้แต่กรณี”ลุง..บ้านกกกอก?”)หรืออาจมีมากกว่า”พระพุทธรูป?”ไปแล้ว?..ก็เป็นได้?],ที่โดยมาก,มักมีเรื่องของ”เงินบริจาคด้วยศรัทธา?”ของ”ผู้เข้าร่วมเป็นสมาชิก?”ที่มักหวังผลที่จะได้รับทาง”นามธรรม?,คุณวิเศษ?”ที่”พิสูจน์ไม่ได้?”(และ”ลัทธินั้นๆ?”มี”พฤติกรรมงุบงิบ?,ทับซ้อน?,ไม่โปร่งใส?,ไม่ชัดเจน?”ใน”รายการบัญชีบริจาค?”และบัญชีใช้จ่ายต่างๆ?”).. ย่อมจะพิจารณาได้ว่า..”ลัทธินั้นๆ?”มักเป็น”ลัทธิที่ไม่บริสุทธิ์?”หรือเป็นแค่”สัทธรรมปฏิรูป?”,เพื่อให้เกิด”ผลประโยชน์ทางการเงิน?”,เพื่อไปสู่”คณะของเจ้าลัทธิต่างๆ?”เป็น”ส่วนตัว?”..นั่นเอง(?)..หรือไม่?..(ใช่หรือไม่?)..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.14 27 เมษายน 2567 18:45:23 น.  

 

(แทรก4).. 1.คุณ”เชอร์ล็อก”(“ช่องเชอร์ล็อกฯ”)ดูเหมือนจะเป็น”คนที่รู้เท่าทัน”ต่อ”ความประสงค์ภายใน?”ของ”คนบางกลุ่ม?”ที่กำลังเป็นข่าวไปเสียหมด(?).. เราฟังดู,เราก็คิดคล้ายๆกับ”คุณเชอร์ล็อก”เป็นส่วนมากอยู่นะ.. ซึ่ง”คุณเชอร์ล็อก”ดูจะมี”แนวคิด”ที่คล้ายกับ”อ.เจษฎา”ที่เป็น”นักวิทยาศาสตร์ของจุฬา”..ที่เป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆเช่นกัน.. และมักมีบริบทในการ”พิสูจน์ความจริงในเรื่องที่แปลกๆ”,โดยอิงกับ”หลักวิทยาศาสตร์”อยู่เสมอ..
อย่างเช่น..เรื่องของ”บ้องไฟพญานาค”นั้น.. ท่าน”อ.เจษฎา”ก็เคยมาวิเคราะห์พิสูจน์ไว้มาก.. แต่ครั้งนี้ท่านกลับไม่ออกมาช่วยวิเคราะห์กรณีที่”บางกลุ่ม?”ที่อ้างถึง”พญานาคกลับชาติมาเกิด?”ที่กำลังเป็นข่าว(และยังมีอ้างถึง”ภูมิอนาคามี”,ซึ่งตามตัวอักษรแปลว่า”ผู้ไม่กลับมาเกิดในโลก”อีกแล้ว.. ซึ่งทำให้สังคมเริ่มสับสนว่า..นี่มันเป็นเรื่องอะไรกันแน่?)”.. เราว่า..ถ้าท่านออกมาร่วมวิเคราะห์,น่าจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและชวนติดตามมากนะครับ..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.14 27 เมษายน 2567 21:02:21 น.  

 

2.กรณีคำว่า”เพชร-ภัทร-นาคา-นาคราช?”,เรามองว่า..น่าจะมีการ”มโน,ผสมโรงของคำบางคำ?”.. ซึ่งมีบริบทของการนำเอาคำว่า”นาคา”มาโยงกับคำว่า”อนาคามี”..
จริงๆเท่าที่เรารู้มานิดหน่อย.. คือ..คำว่า”คามี” จริงๆก็คือ”คาม”(ผู้รู้ช่วยออกมาเสริมให้บริบูรณ์ผ่านสื่อต่างๆได้นะครับ)ในคำว่า”เขตคาม”นั่นเอง.. คือต้องการสื่อถึง”บ้านช่อง,เรือนชาน”(หรือ”ครอบครัว”หรือ”คนคู่”หรือ”กามเมถุน”)นั่นเอง..
และ”อนาคามี”(ซึ่ง"คำเดิม"ก็คือ”อาคาม”หรือ”อาคามี”,ซึ่งเมื่อต้องมาสนธิกับ”อะ”ซึ่งแปลว่า”ไม่”,มีหลักภาษาบอกว่า..ต้องเปลี่ยน”อะ”ให้เป็น”อนะ”,แล้วจึงนำมา”ประกอบคำใหม่”ขึ้นมาได้.. เพราะ”อะ”มาชน”อะ”,ก็มีหลักว่าไว้อย่างนั้น.. ดังนั้น.. คำว่า”อนาคา”หรือ”คำเต็ม”ที่ว่า”อนาคามี”จึงน่าจะไม่เกี่ยวกับคำว่า”นาค”หรือ"พญานาค”แต่อย่างใดเลย?).. จึงน่าจะแปลว่า”ไม่มีเรือนชาน,ไม่มีครอบครัว,ไม่มีคู่ครอง,ไม่มีเรื่องคนคู่,หรือไม่มีเรื่องเมถุนทางเพศอีกแล้ว”..นั่นต่างหาก..
นี่แหละ..เราจึงว่า..น่าจะเป็นเรื่อง”ผสมผเส”ใน”เรื่องของคำ”กันไปมา(แบบผิดๆ?)เท่านั้นเอง(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.14 27 เมษายน 2567 21:35:15 น.  

 

3.ซึ่งคำว่า”นาค”ก็มีตำนานว่า..เป็น”ผู้ติดหลับ?”หรือ”ติดในสมาธิ?”ใน”ระดับพวกฤาษีตาไฟ”ในยุคพุทธกาล”,ที่วันๆเอาแต่”นั่งหลับตาสถานเดียว?”นั่นแหละ(?)..
ดังนั้น.. “พระพุทธเจ้าทุกพระองค์”เมื่อ”ตรัสรู้แล้ว”จึงมีนัยยะของการต้อง”ลอยถาดทองคำ”เพื่อให้”ลอยทวนน้ำ?”แล้วให้ไปจมลงที่”วังบาดาลของพวกนาค?”,ซึ่งมี”พระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ”ก็ได้เคยมา”ลอยถาดทองคำ”ไว้แล้ว,ให้ไปกระทบกับ”ถาดของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ”จน”มีเสียงดังกิ๊ก?”,แล้วบรรดานาคซึ่งเอาแต่”นอนในสมาธิ?”แบบ”พวกฤาษีตาไฟ?”ทั้งหลายก็จะพลันลืมตาขึ้นมา,แล้วพึมพำว่า..”พระพุทธเจ้าเกิดขึ้นมาในโลกอีกองค์แล้วรึ?.. พระพุทธเจ้าทำไมเกิดบ่อย,เกิดถี่เหลือเกิน?,รบกวนเวลานอนของเราชะมัด?”..ประมาณนี้ครับ..
ดังนั้น..”ผู้รู้ที่แท้”จึงมักวิเคราะห์ว่า..”บรรดานาคทั้งหลาย”(ผู้มักหลับใหลในสมาธิ)จึงย่อมมิใช่”โคตรเง่าของความเป็นพุทธ”(คือ”ความเป็นผู้ตื่น,รู้”,ซึ่งแตกต่างจากความเป็น”ผู้หลับ”)แต่อย่างใดเลย(?)..นั่นเอง(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.14 27 เมษายน 2567 22:22:11 น.  

 

4.และยังมี”ตำนานเล่าขานอีกเรื่อง”ที่ว่า.. “พวกฤาษีตาไฟ?”(ที่เน้นแต่เรื่อง”สมาธิหลับตา?”)บางองค์,ก็”บำเพ็ญฌานฤาษีหลับตา?”มานาน,ถึงขั้น”มีฤทธิ์เดช,เหาะเหินเดินอากาศได้”(ซึ่งจริงๆ..แม้”ฌานฤาษี?”ก็ไม่เที่ยง?,เสื่อมได้?,โดยเฉพาะเมื่อพบกับ”บริบทเรื่องทางเพศ?”)..
ซึ่งมาสมัยหนึ่ง..ก็ลองเหาะไปดู”เขตคามประเทศพาราณาสี?”ดูบ้าง.. พอบินผ่าน”ราชวังของพระราชา”,ก็พลันไปเห็น”นางสนมเปลื้องผ้าอาบน้ำ”,ก็เลยทำให้”สมาธิแตกซ่าน?”(สมอง”วนอยู่ในกามเมถุน?”,”พลังจิต?,พลังสมาธิแบบฤาษี?”จึงตกฮวบลงในทันที?),จนตกลงมา,และไม่สามารถ”ตั้งสมาธิใหม่?”(เพราะ”จิตครุ่นคิดในกำหนัดทางเพศ?”อยู่ตลอดเวลา?),เพื่อจะเหาะกลับไปยัง”ถ้ำที่พำนัก”ได้.. จึงต้องใช้”วีธีเดินเท้า”กลับไป,ซึ่งชาวบ้านที่พบเห็นจึงพากันครหากันอื้ออึง,เป็นที่น่าอับอายยิ่งนัก(?)..
เท่าที่เราสังเกตดู..จะมีการให้มีคล้าย”นางฟ้อนมารำถวาย”,และตัว”น้องที่เป็นข่าว”ก็มีอาการ”จ้องผู้ฟ้อน?”อย่างจดจ่อ(?).. เราจึงมองวิเคราะส่วนตัวว่า.. จริงๆสมัยนี้..แม้”เด็ก8-9ขวบ”ก็น่าจะเริ่มมี”เฮอร์โมนเพศ?”ในระดับที่”มลำเมลือง”ในจิต?,ในสมอง?ขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ(?).. อยากให้รอดูไปอีกสักหน่อย,ประมาณ4-5ปี..จึงจะพอรู้ว่า..ถ้า”ฮอร์โมนทางเพศ?”เกิดขึ้นเต็มที่,ยังจะสามารถเอาชนะต่อ”เรื่องทางเพศ?”ได้หรือไม่?.. ถ้าสามารถ”เอาชนะได้?”,ก็อาจจะเป็น”ของแท้”(?),แต่ถ้า”พลาดถลำ?”ใน”เรื่องทางเพศ?”.. นั่นก็ต้องสรุปว่า..เป็นเพียง”ของปลอม?”ที่ไม่ใช่”ระดับอนาคามีกลับชาติมาเกิด?”แต่อย่างใด?..อย่างแน่นอน?..นั่นเอง(?).. เพราะมนุษย์อาจ”หลงผิด”ในการ”บรรลุธรรม?”หรือใน”ตัวตนที่แท้จริงของตนเอง?”โดย”หลงผิดไป?”ก็เป็นได้(?).. ใช่หรือไม่?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.14 27 เมษายน 2567 22:30:44 น.  

 

(แทรก5).. 1.เรื่องของการ”เรียกฝน”,หรือการให้”ฝนหยุดตก”อะไรเหล่านี้,ที่มีการพูดกันในกรณีข่าว”การเชื่อมจิต”ที่”นางฟ้อน”นำมาเล่า.. เราอยากแบ่งปันประสบการณ์ที่เคยสังเกต,เรียนรู้มาหลายแง่หลายมุม,เพื่อไม่อยากให้เกิด”ความเชื่อแบบตามๆกันไป”(ที่งมงาย)เกินไป..
ซึ่งจริงๆ..ก็ยังไม่มีใครทำการ”พิสูจน์หรือวิจัย”ว่า..”สิ่งแปลกๆ”นั้นเป็นเรื่องจริงแค่ไหน?,และเป็นได้ทุกครั้งเสมอไปหรือไม่?..
ทาง”คริสต์”เราก็เคยเรียนรู้มาอยู่พักหนึ่ง,ก็พอทราบมาว่า.. ”พระเยซู”เองก็เคยยกมือ”ห้ามพายุในทะเลที่รุนแรง”ให้สงบลงได้,และเคยเรียก”ลูกศิษย์”ให้”เดินบนผิวน้ำมาหาพระองค์ที่อยู่บนเรือ”ได้..
(แต่ก็เป็นแค่การ”ยกตัวอย่าง”แค่”บางตอน,บางครั้ง”,ใน”คัมภีร์คริสต์”..เท่านั้น..(คือคล้าย”ใช้ในเวลาคับขัน,จำเป็น”เท่านั้น)(เหมือนกับที่”ร่างกาย”จะหลั่ง”สารอดรีนาลีน”ในเวลาตกใจ.. เช่น..”ไฟไหม้บ้าน”แล้วสามารถ”แบกตู้,แบกตุ่ม”ได้เหมือนมี”พลังพิเศษ”ตามที่เคยได้ยินเล่าต่อๆกันมา..ประมาณนั้น)..
และยังเคยทราบมาว่า.. มี”เด็กวัยรุ่นนักศึกษาในเกาหลี”ก็คล้าย”สร้างความเชื่อให้กับตัวเอง”,แล้วก็พยายามจะ”เดินบนผิวน้ำ”,เพื่อจะ”ข้ามแม่น้ำ”ไป..(คล้ายว่าอยากทดลอง).. ในที่สุดก็ถูก”กระแสน้ำที่เชี่ยวในแม่น้ำ”พัดจมหายไป.. เป็นต้น..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.111.14 29 เมษายน 2567 7:56:23 น.  

 

(แทรกยกกำลัง2)..
กรณี”ความหลงแซ่บ?”ของ”หนุ่มบางคน?”ต่อ”สาวบางคน?”ที่กำลังเป็น”ข่าวดัง”.. เรามีความเห็นดังนี้..
“ความสวย,แซ่บ,เร้าใจทางเพศ?”,ถ้าไม่มี”ความดีอื่นๆ”เป็น”ส่วนประกอบ”.. บางที(หรืออาจส่วนมากด้วย)ก็เป็นเพียง”เรื่องชั่วคราว”ที่ทำให้”ชายหลายคน”หลงไปพักใหญ่ๆได้(?)..
แต่ก็นั่นแหละ.. “งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา”.. เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับ”นิสัยบางอย่าง”(ที่”หญิงแซ่บทางเพศ?”บางส่วน,มักเป็นเช่นนั้นโดยธรรมชาติ)เพราะอยู่ด้วยกันนานซักหน่อย,ก็จะเริ่มเห็น”พฤตินิสัยบางอย่าง?”ที่ค่อยๆผุดขึ้นมา,ซึ่งจะมีผลทำให้”ความพึงพอใจทางเพศ”ที่”คุ้นชินและซ้ำซาก”เริ่ม”ลดความสำคัญ”(หรือ”ลดดีกรีความเร้าใจ”)ลงไปเรื่อยๆ..
“ความรัก”หรือ”ความหลง”หรือ”ความใคร่”ใน”รสเพศสัมพันธ์”(ต่อ”บางอนงค์นาง”หรือ”บางบุรุษ”)จึงมี”วาระและเวลา”เฉพาะช่วงสั้นๆ,แล้วก็ค่อยๆเสื่อมลงไป,หรือที่เรียกว่า”ช่วงโปรโมชั่น”นั่นแหละ..
ดังนั้น.. “มด”ที่หลงใน”น้ำเชื่อม,น้ำหวาน”จนไม่อาจไปไหนได้,จึงมักที่สุดต้องจมอยู่ใน”น้ำหวานนั้น”จน”สิ้นชีวิต”นั่นแล..นั่นเอง..
ดังนั้น..”ชาย”(หรือ”หญิง”)จึงควรใช้บริบท”ความดีต่อกัน”ให้มากกว่า”การหลงความแซ่บทางเพศ”(ที่เสื่อมได้)เพียงอย่างเดียว..
เพราะ”หญิงแทบทุกคน”ที่เมื่อวันใดที่เธอเริ่มเห็น”รอยประทับ”ของ”เท้าของสัตว์ปีกบางชนิด”ที่”หางตา”,หรือเริ่มเห็น”ผมเปลี่ยนสีบนศีรษะ”ที่”เพิ่มจำนวนมากขึ้น”(จนถอนไม่ทัน),เมื่อนั้น..”ความเชื่อมั่น”ใน”ความสวยแซ่บทางเพศ”ของเธอ,ก็จะเริ่มลดลงทันที..(เพราะ”ความสวยไม่คงที่..แต่ความดีซิคงทน”.. นั่นเอง)..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.16.34 12 พฤษภาคม 2567 3:31:23 น.  

 

(แทรกยกกำลัง3)..
เชื่อมั้ย?...ว่า..อาจมี”บางคน”ที่เล็งเห็น”ความหมายของเงิน”มากๆ,กระทั่งอาจท้าทายว่า.. ผมยอมให้คุณด่าว่าอย่างเสียหายหยาบคายใดๆก็ได้.. แต่ขอเพียงว่า..เมื่อคุณด่าจนพอใจแล้ว,คุณก็วางเงินไว้ให้ผม”สักปึกเล็กๆ”ก็พอ(และยินดีจะถูกด่าเพื่อแลกกับ”เงินจำนวนหนึ่ง”ได้เสมอ..อีกด้วย)..
ดังนั้น.. การ”ตอบโต้น้อย?”หรือบางทีแทบ”ไม่ตอบโต้ใดๆเลย?”เพื่อตอบกลับ”นักวิพากษ์วิจารณ์”อย่างเช่น.. คุณเดี่ยวโน้ฯ,ทนายเดฯ,จตุฯ,ศิโรฯ,คปท.,กองทัพธรรม,หมอว-รฯ.. ก็อย่าไปมองแค่เผินๆว่า..”บางคณะ?”นี่”เขาดูเป็นผู้ดี?”ที่ยอมให้”คนวิพากษ์วิจารณ์ได้?”(ในมุมของ”ระบอบปชต.?”)ดีจังเลยนะ(?)..(เพียงมุมมองเดียวเท่านั้น?)..
แต่เรากลับกังวลว่า.. “บางคณะ?”เขาอาจกำลังซุ่มจัดสรร”กระบวนวีธีการบางอย่าง”(ซึ่งต้องอาศัยเวลาในช่วงหนึ่ง)เพื่อจะบริหาร”เงินภาษีของพวกเราทุกคน”แบบมี”กลไกซับซ้อน?”เพื่อ”......?”หรือเปล่า?..นั่นต่างหาก(?)..หรือไม่?.. เพราะ”การเงียบเชียบโดยไม่ตอบโต้ใดๆ?”แบบมี”จุดประสงค์พิเศษ?”นั้น,มักมี”บางสิ่ง?”ที่”น่าวิตกกังวล?”ซ่อนเร้นอยู่เสมอ(?)..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.16.34 13 พฤษภาคม 2567 3:59:40 น.  

 

(แทรกยกกำลัง4)..
กรณี”ลัทธิน้องน.”สรุปได้ว่า..
“มนุษย์ทุกคน”ที่อยู่ในพื้นฐานการแสวงหา”ความเชื่อในทางพุทธศาสนา”(หรือแม้”ลัทธิต่างๆ”ที่เกี่ยวกับ”ความเชื่อและปาฏิหาริย์อื่นๆ”ด้วยก็ตาม)มาก่อน,ล้วนมี”รากฐานส่วนลึกในจิต”ที่ต้องการแสวงหาความที่จะได้เป็น”ผู้มีพลังวิเศษ?”ใน”บริบทต่างๆ?”มา”ครอบครองเป็นของตนเอง”(ซึ่งเป็นเรื่องของ”อัตตา,ตัวตน”ที่ทุกคนมักต้องการ”ความสำคัญของตน”เปนธรรมดาอยู่แล้ว)ด้วยกันทั้งนั้น..
จึงทำให้ง่ายต่อการ”ถูกชักจูง,กล่อมเกลา”โดยใช้”เทคนิค,กลวิธี,ศิลปะการจูงใจคน,เชิงจิตวิทยาต่างๆ”(รวมทั้งอาจใช้”เทคนิคจิตวิทยาหมู่กลุ่ม?”หรือ”การสะกดจิตหมู่?”,รวมถึง”นิสัยการชอบอยากลอง”ใน”เรื่องแปลกประหลาดต่างๆ”ของ”สังคมคนไทย”ด้วย),เพื่อให้เกิดการ”มโน,อุปาทาน,ปรุงแต่งทางจิต”(ซึ่งเหมือน”อาการฝัน”หรือ”ภวังค์ทางจิต”หรือ”การเบลอๆทางจิต”)ผสมผเสหรือผสมโรง,ปั้นแต่งใน”จิตและสมอง”,ให้เกิด”ภาพในจิต”ว่าเป็นเหมือน”องค์สำคัญต่างๆ?”ที่มีตำนานเป็น”สิ่งศักดิ์สิทธิ์”ในยุคอดีตกาล,นานมาแล้วทั้งนั้น..
“สำนักพุทธและพม.”จึงควรเป็นผู้ออกมาแอ๊คชั่น,และสรุปให้ชัดเจนลงไปว่า..”หลักการพุทธที่แท้”นั้นเป็นอย่างไรกันแน่?,และ”แต่ละลัทธิ,ความเชื่อ”มีเชิงของการ”หลอกลวง,หรือล่อลวง”เพื่อการ”ศาสนาพาณิชย์?”(ที่มองเห็น”ผู้อ่อนแอทางจิตใจ”ที่ต้องการหาที่พึ่ง,โดยมองเห็น”คนเหล่านั้น”เป็น”เหยื่อทางธุรกิจนามธรรมต่างๆ”)หรือไม่?.. เพื่อช่วยกันดูแล”หลักพุทธศาสนา”ไม่ให้ผิดเพี้ยนไปตามกระแสของการ”แสวงหาประโยชน์?”จาก”หลักธรรมของพุทธ”ไปเรื่อยๆ,ไม่มีสิ้นสุด.. อย่างนี้จะดีหรือไม่?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.218 17 พฤษภาคม 2567 16:31:29 น.  

 

(ข้อสังเกต)..”มุมแตกต่าง”ของ”ผู้ที่อ้างว่าบรรลุธรรม”(ตั้งแต่เป็นฆราวาส)ที่น่าสังเกต..(ศาสนาพุทธจะเน้น”ความเรียบง่ายในการใช้ชีวิต”ของ”ผู้ปฏิบัติ”หรือ”ผู้ที่อ้างว่าบรรลุธรรม”ใน”แต่ละขั้น”แล้ว..เป็นหลักเสมอ)..
1.”ท่านพ.”แห่ง”สันติอโศก”ในช่วงที่อ้างว่า”บรรลุธรรม”ตอนยังเป็น”ฆราวาส”,จะแต่งกายด้วยชุดที่เรียบง่ายมากๆ..คือ”เสื้อคอกลมสีขาวและกางเกงขาสั้น”.. จนภายหลังจึงได้มาบวชเป็น”พระในพุทธศาสนา”เพื่อให้เหมาะกับสภาวะที่จะเผยแพร่ธรรมะที่ตนบรรลุนั้น..
แต่”น้อง.....”ซึ่งอ้างว่า”ตนบรรลุระดับอนาคามีแล้ว?”กลับมีลักษณะของ”การแต่งกายที่ดูอลังการ?”(คล้าย”คนแขก”,หรือ”วัฒนธรรมปักษ์ใต้”ของไทย),ประดับประดาเพื่อ”จูงศรัทธาผ่านภาพ?”ว่าเป็นฐานะของ”อัคระ?”(เอก,เยี่ยม,พิเศษ,วิเศษ)ซึ่งมิใช่”ทางแห่งความเรียบง่าย”ของผู้ที่อ้างว่าตนได้”บรรลุธรรมในระดับสูง?”(ใน”เจตนารมณ์,หลักการความเรียบง่าย”ตาม”แนวทางของพุทธ”)เลย(?)..
2.”ท่านพ.”ไม่ว่าจะถูกโจมตีตามหน้าสื่อมวลชนต่างๆ,ถึงระดับพาดหัวข่าวว่า”ศาสดามหาภัย”ก็ตาม.. แต่เท่าที่ทราบท่านก็วางตัวสงบ,มีท่าทีที่สงบ,ไม่ใช้อารมณ์,ไม่มีเรื่องที่จะต้องไป”ฟ้องร้องทางคดี”กับ”สื่อมวลชนต่างๆ”ที่ทำให้”ภาพลักษณ์ของท่านดูเสียหาย”เพื่อ”ตอบโต้คืน”แต่อย่างใดเลย.. แต่ยังคงใช้หลักการแสดง”ดุษณียภาพ”.. เช่นเดียวกับที่”พระพุทธเจ้า”เคยแสดงกับ”นางจิณจมาณวิกา”ที่มากล่าวตู่ว่า”ตนตั้งท้องกับพระพุทธเจ้า”,โดย”พระพุทธองค์”พูดสั้นๆเพียงว่า”มีเธอกับเราที่รู้กันเพียง2คน”(ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง)เท่านั้น..
แต่กรณี”น้อง.....”นั้น.. กลับเห็นว่า..มี”คนรอบข้าง”ก็ไปสู้รบปรบมือกับสื่อ,ตั้งป้อมจะฟ้องร้องต่อสื่อ,และผู้ที่ทำให้คณะตนเสียหายอย่างเต็มสูบ,ซึ่งน่าจะมิใช่วิสัยของผู้ที่ตั้งใจจะมา”กอบกู้พระพุทธศาสนา?”แต่อย่างใดเลย(?)..หรือไม่?..ใช่หรือไม่?
3.ไม่เคยมีปรากฏว่า”ท่านพ.”จะมีพฤติกิริยาที่เรียกร้อง”อาหารบางอย่างเป็นพิเศษในความหมายว่า”ยังติดใจในรสชาติอาหารบางอย่าง”(ซึ่งผู้บรรลุธรรมในระดับอนาคามีขึ้นไป,จะต้องไม่มี”ความติดรสเหล่านี้”แล้ว)แต่อย่างใดเลย..
แต่กรณี”น้อง......”จะสังเกตว่ายังมีที่แสดงออกว่า..มีความพึงพอใจใน”เครื่องดื่ม”(บางอย่าง)รวมทั้ง”ช็อคโกแล็ต”,ซึ่งแสดงออกว่าจะ”นิยมหรือติดใจเป็นพิเศษ?”จนถึงขั้น”มีอารมณ์บางอย่าง?”กับ”อาหารเหล่านี้?”.. ซึ่งน่าจะไม่ใช่วิสัยของ”ผู้บรรลุธรรม?”ในระดับ”อนาคามิผล?”แต่อย่างใดเลย..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.218 18 พฤษภาคม 2567 13:32:29 น.  

 

กรณี”สำนักฌานพระพุทธเจ้า5พระองค์”มาอีกแล้ว(จากการดู”ข่าวช่อง8”).. ซึ่งต้องอยากขอให้”สำนักพุทธ,พม.,รวมทั้งสธ.”เข้ามาช่วยตรวจสอบแล้วล่ะ.. การประเมินเท่าที่เราพอทราบมาบ้างคือ..
1.”ความเชื่อ”นั้นบังคับกันไม่ได้,ถ้าใครอยากเชื่ออะไร?,แต่ต้องไม่”ทำผิดกฎหมายบ้านเมือง”เป็นหลัก..
2.การ”สั่งสอน,แนะนำ,จูงใจใดๆ”ต้องไม่มีการ”เรียกร้องเงินทอง”,หรือเป็นเหตุให้ได้มาซึ่ง”ผลประโยชน์”สู่”บุคคลหรือคณะบุคคล”ของ”สำนัก(ลัทธิ)ความเชื่อนั้นๆ”ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม..(และต้องระวัง”การฟอกเงิน?”โดย”วีธีซิกแซ็กต่างๆ?”ด้วย)..
3.”ลัทธิความเชื่ออภินิหารต่างๆ”ต้องไม่นำ”หลักการ,คาถาบาลี,หรือคำสอนของพุทธ”(รวมทั้ง”พระพุทธรูปปางต่างๆ”)ไปอ้างอิง,เพื่อร่วมเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของ”คำสอนของลัทธิความเชื่อของตน”(โดยเฉพาะการอ้างถึงแบบผิดๆ)โดยเด็ดขาด..
4.”สำนักพุทธ”ย่อม”มีสิทธิ์และมีส่วน”อย่างเต็มที่,ที่จะไปยุ่งเกี่ยวหรือตรวจสอบ,เมื่อมี”หลักฐาน”หรือ”การโจษจันอย่างเซ็งแซ่”ว่า”สำนักความเชื่อ?หรือลัทธิใด?”ที่ได้นำ”คำสอนพุทธ”ไป”แอบอ้าง,เชื่อมโยงแบบผิดๆ?”หรือ”โดยมีเจตนาที่มิชอบ?”เพื่อให้ได้ไปซึ่ง”ผลประโยชน์ต่างๆ?สู่”สำนักลัทธิความเชื่อนั้นๆ”..
5.ถ้ามีการอ้างถึง”การรักษาโรค”โดย”กระบวนวิธี”ที่ไม่ใช่”หลักการทางการแพทย์แผนปัจจุบัน”ว่า”มีผู้หายจากโรคร้ายแรงต่างๆ”(ซึ่งมักไม่ได้พูดถึง”ผู้ที่ไม่หายโรค?”ว่ามีจำนวนมากมายเท่าไหร่?).. ย่อมเป็นหน้าที่ของ”สธ.”ที่ต้องรีบตั้ง”คณะทำงาน”เพื่อไปตรวจสอบ,เพื่อ”ป้องกันความเสียหาย”ที่จะเกิดกับ”ผู้ป่วยที่ขาดที่พึ่ง”,และการ”เสียโอกาส”ในการ”รักษาในทางการแพทย์ที่ถูกต้อง”..ในทันที..ด้วย..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.113.218 18 พฤษภาคม 2567 14:50:42 น.  

 

“คนบางกลุ่ม”เขาเชื่อใน”อำนาจของเงิน”หรือ”การให้ยศตำแหน่ง”ว่า.. สามารถ”ทำงานแทนได้ทุกๆอย่าง”( =”จ้างผีโม่แป้งก็ได้”)..
และ”คนกลุ่มนี้”มักมีทัศนะที่จะดึงเอา”คนของฟากที่เป็นศัตรูทางการเมือง”ให้”แปรพักตร์”มาสยบ,ทำงาน,หรือรับใช้”กลุ่มของตน”เพื่อให้สังคมมองว่า..”กลุ่มของตนแน่มั้ย?”..(คือกระสุนนัดเดียว,ได้ประโยชน์2ส่วน..1.ได้เย้ยฝ่ายตรงข้าม 2.ได้คนของฝ่ายตรงข้ามมาทำงานรับใช้ฝ่ายของตนอีกด้วย..เล่ห์เหลี่ยมตาม”ตำนาน3ก๊ก”..ประมาณนั้นครับ)..
โดยที่สุดก็เคยมีตัวอย่างของ”ตำแหน่งสำคัญ”(บางคน)ที่เป็น”ผู้กำหนดถูกผิด”เพื่อดำเนินการใน”คดีทางการเมือง”กับ”บางฝ่าย”,แต่เมื่อได้”แปรพักตร์”มาอยู่กับ”อีกฝ่าย”แล้ว.. ในที่สุดเมื่ออำนาจนั้นสิ้นสุดลง,ก็กลับถูกดำเนินคดี,จนบัดนี้ก็ได้ถูกลงโทษจำคุกไปแล้ว..นั่นไง?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.96.158.223 28 พฤษภาคม 2567 15:08:43 น.  

 

(เราว่าเป็นเรื่อง”ตลกที่ไม่ตลก”)..
เรามองว่าประเทศไทยมู้ฟออนยาก,ตราบใดที่ยังไม่ยกเลิกหรือแอนตี้”ตำนาน”ของ”หลวงศรีธนญชัย”(โดยยังมองว่า”น่ารัก,น่าตลก”เท่านั้น)..
ช่วงนี้มีการกล่าวถึงคำว่า”ที่ปรึกษา”กันให้ได้ยินถี่ๆ.. จึงทำให้นึกถึง”ประวัติศาสตร์ยุคหนึ่ง”ที่มี”ที่ปรึกษาทางบัญชีการค้า”ของ”คนสำคัญคนหนึ่ง”ที่มี”สื่อที่ชอบค่อนแคะ,ขุดคุ้ย”ถึง”นักการเมืองคนดังท่านนั้น”..
เนื้อหาประมาณว่า.. สื่อถามว่า..”ทำไมคุณจึงมารับใช้นักการเมืองท่านนี้?”.. โดย”ที่ปรึกษาทางบัญชีท่านนี้”ก็ได้พูดแก้ตัวไปแบบ”น้ำไม่ค่อยใส?”ทำนองว่า.. “ผมแค่มาเป็นที่ปรึกษาทางบัญชีการเงินเท่านั้น.. แต่ผมไม่ได้มาเป็นที่ปรึกษาในเรื่องหลักทางศีลธรรมนะครับ”.. ประมาณนี้ครับ..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.96.158.223 28 พฤษภาคม 2567 15:51:03 น.  

 

(ภาษาที่ประดิษฐ์จาก”ต้นความคิด,DNA”ของ”ตำนานหลวงศรีฯ”)..
1.ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย..แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม(เท่านั้น)..
2.ไม่ใช่น้ำท่วม..แต่เป็นแค่”น้ำที่รอการระบาย”เท่านั้น..
3.ไม่มีเจตนาหลบเลี่ยง..แต่เป็นแค่”การบกพร่องโดยสุจริต”เท่านั้น..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.96.158.223 28 พฤษภาคม 2567 16:12:10 น.  

 

(เกร็ดคารมคมคิด)..
มีคำกล่าวแต่โบราณนานมาว่า.. “กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี”.. แต่ ณ วันนี้,มีคำถามหรือข้อท้าทายว่า.. จะมึคนกล้าคนไหน?,ที่จะยอมเสี่ยงชีวิตเหมือน”เฮอร์คิวลิส”ที่จะมาเป็น”ผู้จับเสือเข้ากรง”ได้จริงๆ.. หรือ”กรุงศรีอยุธยา”จะหมดผู้กล้าไปเสียแล้ว?..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.96.158.223 29 พฤษภาคม 2567 2:02:47 น.  

 

(ข้อสังเกตเชิงตรรกะ)..
“ธรรมชาติของโลกโซเชี่ยล”และ”ธรรมชาติของมนุษย์”,ถ้ามีใครมาพูดหรือมองว่า”บางกรณี”ที่เป็น”ท้อล์คอ๊อฟเดอะทาวน์”ว่า”ต้องมีการดีล”(ซึ่ง”สื่อแทบทุกช่อง”และ”อินฟลูเอ็นเซ่อร์นักวิเคราะห์หลายท่าน”ก็นำมาพูดถึงอย่างกว้างขวาง)..
ซึ่งถ้า”ผู้ที่เกี่ยวข้องในข่าว”,ถ้าเห็นว่า..เป็นการพูดมโนไปเอง,ที่ไม่ใช่เรื่องจริง,ก็โดยธรรมชาติ,ก็ต้องมีการออกมาโวยวาย,หรือบอกว่า..ที่”พวกสื่อ”พากันวิเคราะห์นั้น”ไม่ใช่เรื่องจริง”..
แต่เท่าที่ผ่านมา(เกือบจะเป็นปี),กลับไม่เห็นมี”ผู้เกี่ยวข้องในข่าว”(ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม)แม้แต่สักคนเดียวที่จะออกมาพูดปฏิเสธหรือชี้แจงว่า..ที่พากันพูดๆวิเคราะห์”เรื่องดีล”นั้นไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด(?)..
แต่กลับพากันเงียบเชียบกันไปหมด,ไม่มีการออกมาแก้ตัวใดๆเลย(?).. นี่แหละ..จึงเป็นเหตุให้ประชาชน(ผู้รับฟังข่าวสาร)ทั้งหลาย,จึงเชื่อว่า..”เรื่องการดีล”นั้น..น่าจะมี”มูลความจริง”อย่างน้อย80%ขึ้นไปอย่างแน่นอน(?)..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.234 30 พฤษภาคม 2567 6:02:18 น.  

 

สังคมไทยมักมี”เรื่องประหลาด”ที่น่าสังเกตใน”กระบวนชี้ถูกผิด”อยู่เสมอ..ดังนี้..
1.มักมีข่าวพูดหรือลือกันว่า.. ก่อนที่จะมีการ”แสดงตาชั่ง?”ว่า”ใครถูก,ใครผิด?”ใน”บางกรณีที่สำคัญ”(ที่มีผู้ติดตามมากๆ)ว่า..มีข้อมูลหลุดว่า”ใครผิดหรือไม่?”ออกมาก่อน”วันจริง”ก่อนเสมอ(?)..(เพราะใน”กระบวนชี้ถูกผิด”,ก็ใช่ว่าจะมี”อุดมการณ์ที่เคร่งเปรี๊ยะ”กันทุกคน,แต่ก็ย่อมมีเรื่องของ”คอนเน็คชั่น?”กันอยู่บ้าง?)..
2.จึงเป็นเหตุให้บางกรณีดังกล่าว.. ถ้ากรณีไหน”ผู้ถูกกล่าวหา”แสดงออกอย่างหน้าชื่นตาบานว่า,ยินดีไปรับฟัง”การชี้ถูกผิด”โดยดี.. นั่นก็มักแสดงว่า..ได้ล่วงรู้มาก่อนว่า”ตนรอด”,หรือมี”โทษที่เบามาก”,โดยอาจแค่”เสียค่าปรับเล็กน้อย”เพียงไม่กี่บาท(?)..เท่านั้น,และเป็นที่รู้กันว่า..มักจะไม่มีการแย้ง,ให้ชี้ถูกผิดรอบใหม่,ในลำดับต่อไป(คือมีลักษณะคล้าย”สมรับ?”กัน(?),และมีผลให้”ยุติเรื่องเหล่านั้น”ไปเลย(?)..
3.แต่ถ้ามีลักษณะขอเลื่อน,โดยอ้างเหตุนั่นนี่,ประวิงเวลา,ขอไปต่างประเทศ,ไม่เข้าร่วมฟัง”ข้อสรุปถูกผิด”ใน”วันเวลาที่กำหนด”ในกรณีใดๆ.. มักที่สุดจะมีการลือกันว่า..มี”ข้อมูล”ของ”ข้อสรุปถูกผิด”ที่หลุดออกมาว่าเป็น”ผลลบต่อผู้ถูกกล่าวหา?”เล็ดลอดออกมาก่อนเสมอ(?)..
4.เช่น.. บางกรณี.. มีข้อสังหรณ์ว่า..อาจมี”การหลบหนี”,ก็จะมีการดำเนินการเพื่อป้องกันการหลบหนี(?).. แต่ก็มีการลือกันว่า..เมื่อมีการเคลียร์”ถ.ถุงแบกขน?”(บางอย่าง?)กันได้ลงตัว,ก็กลับปรากฏว่า.. มีการปล่อยให้เกิด”ช่องว่าง,ช่องโหว่?”ในการ”ป้องกันการหลบหนี?”.. จน”ผู้ถูกกล่าวหา”(ที่ล่วงรู้ก่อนว่าจะมี”ผลสรุปถูกผิด”ที่เป็น”ผลลบแก่ตน”)ก็สามารถหลบหนีออกไปตามช่องทางต่างๆ.. เช่น.. “ช่องทางธรรมชาติ?”,หรือ”ช่องเทคนิค?”.. เช่น.. ทำทีขอออกไปดู”การจัดงานอีเว้นที่สำคัญที่ต่างประเทศ?”(แล้วก็ไม่กลับเข้ามาอีกเลย)ออกไปได้ก่อนเสมอ(?).. เช่นนี้เป็นต้น..(หรือรวมทั้ง.. เช่นกรณี.. “เจ้าสำนักจานบิน?”.. ที่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่า”อันตรธานไปอยู่ที่ไหน?”..นั้นก็ด้วย?..ใช่หรือไม่?)..
...ด้วยความเคารพทุกๆท่านครับ...

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.234 30 พฤษภาคม 2567 18:14:45 น.  

 

ได้ดูรายการ”น้องน.”รีวิวเทพฯ”ทาง”ช่องท็อปนิวส์,29-5-67”แล้ว.. มีความคิดเห็นส่วนตัวดังนี้ครับ..
1.จริงๆ..คนเราขาด”ที่พึ่งทางใจ”,และอยากรู้”เรื่องลี้ลับ”กันทั้งโลกนั่นแหละ.. แต่หนักหน่อยที่”เอเชีย”นี่แหละ.. เพราะทาง”โลกตะวันตก”หรือ”แถบสแกนดิเนเวีย”นั้น,เขาก็อาศัยพึ่งระบบ”รัฐสวัสดิการ”แทน.. เขาจึงไม่เดือดร้อนในเรื่อง”ความเป็นอยู่”มากนัก..
2.เคยได้รับรู้ผ่าน”สื่อโซเชี่ยล”เมื่อไม่นานมานี้ว่า.. มีกรณีที่บอกว่า..”วิญญาณ”สามารถติดต่อ”มนุษย์”มาทาง”โทรศัพท์”ได้ด้วย(จริงไม่จริง,ไม่ได้รับรองนะ,เพราะข่าวก็เงียบๆไป,ไม่มีใครติดตามพิสูจน์ต่อ).. แต่ฟังว่าไม่สามารถทำได้บ่อย.. เพราะต้องใช้”พลังงานของวิญญาณ”ที่สูงมาก..ประมาณนั้น..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.234 30 พฤษภาคม 2567 23:32:33 น.  

 

3.เราเองก็มีประสบการณ์เยอะพอสมควรในเรื่อง”สิ่งเร้นลับ”ใน”โลกของวิญญาณ,ความเชื่อ”อยากเล่าสู่กันฟัง.. เราเคยอ่านหนังสือของ”กลุ่มอนุตตรธรรม,จี้กง”.. โดยมี”ภาพถ่าย”ออกมาว่า..”สิ่งศักดิ์สิทธิ์”สามารถเนรมิตให้”เห็นภาพที่ผนัง”เป็นภาพของ”ชายชาวต่างชาติ”ที่อยู่ใน”นรกภูมิ”(เพื่อสื่อเจตนาให้”มนุษย์กลัวบาปกรรม”)ก็ได้ด้วย..
4.เราเคยเป็นสมาชิก”โบสถ์คริสต์สายความหวัง”(ราวๆ34ปีก่อน),แต่ไม่เคยเห็น”การอัศจรรย์ครั้งนี้”กับตาตนเอหรอกนะ.. แต่ฟังว่าเขาใช้”พลังอธิษฐาน,ภาวนา”ใน”ความเชื่อแบบพระเจ้า”(ต่อหน้า”สมาชิกจำนวนมาก”),แล้วทำให้”คนที่ขา2ข้างไม่เท่ากัน”,แล้วทำให้”ข้างที่สั้น”ยืดออกมาให้เท่ากัน,ภายในเวลา”เพียงไม่กี่นาที”ก็ได้ด้วย.. แต่ภายหลัง”คริสต์สายความหวัง”ก็ดูจะเงียบๆไป,ไม่มี”ข่าวทำนองฤทธิ์เดช”ที่ช่วยเรื่อง”อาการพิการเหล่านี้”เผยแพร่ออกมาอีก(ประมาณว่ามันก็ไม่ใช่จะใช้”เรื่องฤทธิ์เดชอัศจรรย์”กันได้ง่ายๆ,ทุกครั้ง,ทุกเวลาที่ต้องการได้เสมอ..แต่อย่างใด(?).. คล้ายต้องอาศัย”พลังความเชื่อที่มากเพียงพอ”เป็นหลัก,จึงจะ”ได้ผล”เฉพาะเป็น”บางราย”,และเป็น”บางครั้ง,บางกาละ”เท่านั้น.. ซึ่งต่างกับ”การรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน”, ซึ่งถ้า”หมอวินิจฉัยอาการ”และ”ให้ยาหรือการรักษาที่ถูกต้อง”(ตาม”หลักวิชาการ”),ก็มักจะ”ได้ผลที่คาดการณ์ได้”ทุกครั้ง,ทุกเค้สเสมอ..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.234 31 พฤษภาคม 2567 3:35:22 น.  

 

5.เคยได้ยินมานานเรื่องที่มีการเชื่อกันว่า.. ถ้าได้”กลิ่นธูป”หรือ”กลิ่นหอม”,โดยไม่มีที่มา,ก็สื่อถึงว่า”มีเทพหรือเทวดามาเยี่ยมเยี่ยน”,แต่ถ้าได้”กลิ่นเหม็นเหมือนศพ”ก็แสดงว่า”ภูติผีมาเยือน”เช่นเดียวกัน(?)..
ซึ่ง”จิตมนุษย์”(โดยเฉพาะ”คนเอเชีย”)มีแนวโน้มที่จะเชื่อใน”สิ่งแปลกๆ”ในเรื่อง”เทพ”,เรื่อง”วิญญาณ”,ตามที่เคยได้ยินได้ฟังเขาเล่าต่อๆกันมา,แล้วเราก็มักจะ”ผูกอุปาทาน”ไว้ใน”จิตส่วนลึกของตนเอง”ไว้เสมอโดยอัตโนมัติ(โดยไม่รู้ตัว)..
ดังนั้น..เมื่อเกิด”สัญญาณกลิ่นแปลกๆ”ตามที่เคยได้ยินมา,”จิตของเรา”ก็มักมีแนวโน้มที่จะ”สร้างอารมณ์,ความนึกคิด”ที่จะคล้อยตามไปด้วย(ก่อน,ไปแล้วล่วงหน้า)เสมอ..
ซึ่งแม้แต่เราเอง,ก็มี”ประสบการณ์เรื่องกลิ่น”ที่มัก”ผูกอุปาทาน”(หรือคือ”ใจเรามันเอาใจช่วย”,หรือ”อยากจะเชื่อ”ว่า”สิ่งศักดิ์สิทธิ์”คงต้องการ”สื่อสารกับเรา”ที่ทำให้เราดูเหมือนเป็น”คนที่สำคัญ”อยู่แล้ว)ว่าคงเป็น”กลิ่นของเทพเทวา”มาอยู่ใกล้,อยู่เป็นบางครั้งบางคราว..เช่นเดียวกัน..
แต่ก็นั่นแหละ.. จริงๆเราก็ไม่สามารถพิสูจน์ให้กระจะกระจ่างใน”ทางวิทยาศาสตร์”(ว่าใช่เป็น”กลิ่นของจิตวิญญาณที่มาเยือนเรา”จริงหรือไม่?..)ได้(?)..แต่อย่างใด(?).. บางครั้ง..จึงดูเหมือนว่า..เราน่าจะ”มีอุปาทาน?,งมงายไปเอง?”มากกว่า(?)..ก็เป็นได้(?)..(หรือไม่?)..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.234 31 พฤษภาคม 2567 4:12:40 น.  

 

6.ส่วนตัว..สมัยหนึ่งที่เคยไป”ศึกษาคริสต์”ที่”สายโปรแต๊ซแต๊นท์แห่งหนึ่ง”ทาง”อิสานใต้”,เคยมี”อาจารย์ฝรั่งฟินแลนด์”มาร่วมอธิษฐานเพื่อ”สื่อสารขอสัมผัสอัศจรรย์จากพระเจ้า”.. และก็”ตัวเราเอง”นี่แหละ,ที่ถูก”พลังภายนอก”(ที่เหมือนกระแสลมเคลื่อนไหวอยู่รอบตัว)โดย”เทผ่านลงมาบนศีรษะ”,แล้วทำให้เรารู้สึกเหมือน”ตัวเองหมุน”และ”ลอยเรี่ยๆเหนือพื้น”เหมือน”นักเต้นบัลเล่ย์”(ซึ่งขณะนั้น”เราหลับตา,ชูแขนอธิษฐานอยู่)ก็ได้ด้วย..ประมาณนั้น(ราว40ปีมาแล้ว,สมัยนั้นยังไม่มี”มือถือที่ถ่ายรูปได้”,จึงไม่มีใครถ่ายรูปนั้นไว้)..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.234 31 พฤษภาคม 2567 14:14:06 น.  

 

(แทรก1)..ชีวิตนี้..หัวจะปวด.. ณ กะลาแลนด์..
1.”อนาคามี”ยังสามารถกลับมาเกิดได้ถ้า”ปรารถนาพุทธภูมิ”(จากคำสัมภาษณ์ของ”บางท่าน”ที่กำลังเป็น¬ข่าว)....จริงหรือไม่?..
2.”อนาคามี”สามารถ”ลดชั้นของตนเอง”มาเป็นแค่”เทพระดับพญานาค?”ได้ด้วยหรือ?..
3.มีการพูดว่า.. ถ้าได้รับ”(พระ)บัญชา?”(จากใคร?)ก็สามารถ”กลับลงมาเกิด?”ได้อีก(?).. ซึ่งนั่นก็แสดงว่า..ใน”ชั้นฟ้า?”ยังมี”อีกมิติหนึ่ง?”ที่สามารถ”สื่อสารพูดคุยกันได้”(แบบเป็น”อัตตา,ตัวตน?”ที่”สัมผัสรับรู้กันได้?”),เหมือนคล้าย”สภาผู้แทน?”ใน”โลกมนุษย์”ที่มีการ”สรุป,ตกลง,สั่งการ,สั่งงาน?”ใน”เรื่องราวต่างๆ?”,เพื่อมาเชื่อมโยงกับบริบทของ”ความเป็นไปในสังคมโลกมนุษย์?”นี้อยู่ตลอดเวลา(?)..ใช่หรือไม่?..(ซึ่งฟังดูแล้ว,น่าจะคล้าย”คติความเชื่อ”ของทาง”มหายาน”,หรือทาง”ลัทธิพราหมณ์ฮินดู?”.. ซะมากกว่าละมัง?)..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.234 23 มิถุนายน 2567 2:34:16 น.  

 

(แทรก2)..4.แล้วก็อาจมี”พระพุทธสิทธัตถะ”(ซึ่ง”ยังไม่ดับสูญ?”)นั่งอยู่เป็น”องค์ประธานสภา”อยู่ที่”เบื้องบน?”(คล้ายแนวคิด”ดินแดนพุทธเกษตร”หรือ”ที่รวมของพระพุทธเจ้า”ของทาง”มหายาน”..ประมาณนั้น?),คอยบัญชาให้”เทพองค์นั้น,องค์นี้”(รวมทั้ง”พญานาค,พญาครุฑ?”บางจำพวก),ให้ลงมาเกิดใน”โลกมนุษย์”เพื่อรับใช้”พุทธศาสนา”อย่างนั้น?..หรือไม่?..
5.ซึ่งนี่มันดูจะขัดแย้งกับ”หลักพุทธศาสนา”ที่เคยเรียนมาไปกันใหญ่(?).. คือที่เคยรู้มานั้น..ท่านว่า”พุทธ”เป็น”อเทวนิยม”( =”ไม่ให้ความสำคัญกับ”โลกนอกกาย”หรือ”วิญญาณนอกกาย”,แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่า”วิญญาณนอกกายนั้นไม่มี”,เพียงแต่มองว่า”ไม่สามารถสื่อสารกันได้?”ประมาณนั้น?[คือใครตายแล้ว,ก็ไปอยู่”ภพภูมิส่วนตัว?”แบบ”ภพใครภพมัน?,สวรรค์ใครสวรรค์มัน?,นรกใครนรกมัน?”,แล้วแต่”อุปาทานของแต่ละบุคคล?”ที่จะสร้างขึ้น(?).. เช่น.. “เทวดาของฝรั่ง?”กับ”เทวดาของไทย?”ก็จะแต่งกายไปเป็น”ชุดคนละอย่าง?”ไม่เหมือนกัน,แล้วแต่”จินตนาการของบุคคลนั้นๆ”ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่(?),หรือประมาณว่าอยู่”ห้องใครห้องมัน?”ไม่สามารถเกี่ยวข้องใดๆกันได้,เพื่อรอ”วาระวิบากกรรม”ที่จะ”เคลื่อน”(จุติ)ไป”อุบัติ”(เกิด)ใน”ภพใหม่”ตาม”คิวของกรรม?”ที่ตนเองได้สร้างไว้(?)..นั่นเอง(?)]..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.234 23 มิถุนายน 2567 4:31:42 น.  

 

(แทรก3)..6.ส่วนเรื่องของ”เทพเทวา”(ที่มี”บางลัทธิศาสนา”ยึดเป็นตุเป็นตะ,เป็นตัวเป็นตน”,ที่แสดงตัวได้,อวตารลงมาเกิดเป็นมนุษย์ได้)นั้น,เป็นเรื่องของ”ศาสนาแบบเทวนิยม”ซึ่งได้”คติความเชื่อ”มาจาก”ลัทธิหรือศาสนาพราหมณ์”,ซึ่งยัง”เชื่อ,ฝักใฝ่,ยึดถือ”ใน”ความมีตัว,มีตน?”ของ”โลกหลังความตาย?”,แบบปักมั่น,เป็น”สังขารธรรม”แบบ”แท่งก้อนนิรันดร์กาล,ไม่มีวันดับสูญสลายได้”,ซึ่งเขามองว่า”วิญญาณนอกร่างกาย”สามารถ”เชื่อมโยง,สื่อสารกันได้”,ใน”มิติของความเชื่อนั้นๆ”,ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องทิ่ขัดกับ”หลักการของศาสนาพุทธเถรวาท”แบบโต้งๆเลย?..หรือไม่?..
7.เพราะ”ศาสนาพุทธเถรวาท”เน้นที่การ”ปฏิบัติในชาตินี้”ให้”หลุดพ้นเป็นสุญญตาในชาตินี้?”ไปเลย(?).. ส่วนผู้ที่ยังไม่สามารถ"หลุดพ้นในชาตินี้”แล้วจะ”ต่อภพภูมิ,ชาติหน้า,ชาตินู้น”,ก็ให้ถือเป็นเรื่องของ”กรรมในชาตินี้”ที่จะนำพาไปตาม”วิถีของวิบากกรรม”,ซึ่ง”พุทธเถรวาท”มองว่า..”บางคนที่ตายจากชาตินี้แล้ว”ก็จะไป”เกิดใหม่ในทันทีเลย”ก็มี,และอีกจำนวนมากซึ่ง”ยังหาที่เกิดไม่ได้”ก็อย่างที่เรียกว่า”สัมภเวสี?”หรือ”วิญญาณเร่ร่อน?”(ซึ่งไม่สามารถ”สื่อสารกับมนุษย์”หรือ”สื่อสารกับวิญญาณอื่นๆ”ได้,เพราะไม่มี”อายตนะ”ที่จะรับรู้”สัมผัสใดๆ”ทาง”สัมผัส5”ได้แล้ว),ซึ่ง”ต่างตัว,ต่างองค์”ก็จะอยู่ใน”ภพ”( =”กรอบ,ครอบ,อุปาทาน”)ของ”ตนเอง”,ซึ่งไม่อาจจะไป”รับรู้ใดๆ?”กับ”สิ่งที่อยู่นอกอุปาทาน”ที่นอกเหนือไปจากที่”ตนเองเคยสั่งสมมา”จาก”กรรมต่างๆของตนเอง”ได้.. ประมาณนั้นครับ(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.234 23 มิถุนายน 2567 5:15:24 น.  

 

(แทรก4)..8.เท่าที่เคยเรียน”หลักพุทธ”มาบ้าง.. เราเข้าใจส่วนตัวตาม”ภูมิปัญญาส่วนตัว”ว่า..”ฐานอนาคามี”พอจะพิสูจน์รู้ได้บ้าง,โดยคนที่อยู่ใกล้ชิด(ไม่ใช่ว่าจะพิสูจน์อะไรใดๆไม่ได้เลย).. เช่น.. ถ้ามี”นารี”แต่งกาย”ชุดโบราณ”(เหมือนภาพ”นางอัปสรสวรรค์”ตาม”จินตนาการของจิตรกร”แต่ครั้งโบราณ),ที่มีเน้น”ทรวดทรง,องค์เอว”มาร่ายรำต่อหน้า,แล้วถ้าเรา”จ้องตาเขม็ง”,นั่นก็เป็นข้อแสดงว่า..ส่วนลึกเรายัง”ถูกครอบงำ”ด้วย”อำนาจของกามคุณ”อยู่บ้างไม่มากก็น้อย(?)..
แต่ถ้าเป็น”อนาคามีแท้”ก็จะสามารถ”ปล่อยวาง,คลายความติดยึดกามคุณภายนอก”ได้เด็ดขาด,และจะรู้ว่า..การ”เพ่งมองอิสตรี”ใน”ผู้ปฏิบัติธรรม”ใน”ระดับอนาคามี”นั้นย่อมไม่เหมาะสม,อาจเป็น”โลกะวัชชะ”( =”โลกเพ่งเล็งติเตียน”),ซึ่งอาจทำให้”สังคมครหา”ได้ครับ(จึงอาจต้อง”หลบสายตาลงต่ำ”ก็ได้ครับ)..
หรือแม้เรื่อง”กามคุณ”ที่”ติดในรสชาติอาหาร”หรือ”เครื่องดื่มบางอย่าง”ที่มี”สารคาเฟอีน”.. เช่น โดยธรรมชาติที่สังเกตได้จากสัญชาติญาณของ”เด็กแอ๊คถีฟ,สมองไว”(บางคน)ที่มีเชิงพูดแบบอ้อมๆ,เชิงแนะนำให้”ผู้ศรัทธา”นำ”ช็อคโกแล็ต”หรือ”เครื่องดื่มบางชนิด”ที่”ตนเองชอบทาน,ชอบดื่มอยู่เป็นประจำ”มาให้,และถ้ามีใครทำหกราดลงพื้น,ก็จะเกิดอารมณ์โกรธ,นั่นก็น่าจะถูกมองว่า”ยังติดในรสชาติของอาหารหรือเครื่องดื่มเหล่านั้นอยู่มาก”,ซึ่งย่อมไม่ใช่”ฐานะ,วิสัย”ของ”ภูมิอนาคามี”ที่จะมาแสดงออกให้สังคมเพ่งเล็งใน”ภาพมุมลบ”เช่นนี้..แต่อย่างใดเลย(?).. รวมทั้ง”อนาคามี”ย่อมจะไม่มี”ความรู้สึกชอบ,ชัง”ใน”ดอกไม้สวยงามใดๆ”ไม่ว่าจะเป็น”สีเหลือง”หรือ”สีอื่นใดๆ”ก็ตาม..แล้วครับ..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.234 23 มิถุนายน 2567 21:00:31 น.  

 

(แทรก5)..9.เท่าที่เคยศึกษาเรื่อง”ชั้นภูมิธรรม”มาบ้างพอประมาณ.. เราเข้าใจส่วนตัวว่า.. “ระดับจิต”ที่เป็น”ภูมิอนาคามี”,แม้ยังไม่หมด”โกรธ”(โทสะ)อย่างสิ้นเชิงก็ตาม,แต่การแสดงอารมณ์หยาบๆใน”มุมไม่พอใจเรื่องจุกจิก,มโนสาเร่ต่างๆ”น่าจะไม่มี(แสดงออกมาภายนอก)แล้ว,แต่อาจยังมี”มานะถือตัว”อยู่บ้าง ..
คือถ้ารู้สึกว่ามีใครมา”พูดสบประมาท”ที่ไม่ให้เกียรติ,ก็อาจจะพูดประมาณว่า.. เช่น.. “อาตมา(ผม)คงไม่สามารถอธิบายให้คุณเข้าใจได้ดอกนะ.. ขออภัย..อาตมา(ผม)ขอตัว,พอดีมีธุระ,ขอโทษด้วย”.. อะไรประมาณนี้ครับ..
แต่น่าจะไม่มีเรื่องการไปตระเวน”ฟ้องร้อง”ต่อ”สื่อต่างๆ”หรือ”ผู้ที่พูดจาเชิงตำหนิหรือต่อว่าใดๆ”ต่อ”ตัวท่าน”หรอกครับ.. แต่กรณีเรื่องที่เกิดขึ้น,จะมีลักษณะของการไป”ตั้งป้อม,ตอบโต้”แบบ”ถึงพริกถึงขิง,ตาต่อตา,ฟันต่อฟัน”(ซึ่งน่าจะมิใช่”อุปนิสัย,วิสัย”ของ”ผู้ที่ตั้งใจจะมาทำงานรับใช้พุทธศาสนา”แน่ๆ).. เช่นนี้..ส่วนตัวเรามองว่าน่าจะยังไม่ถึงระดับ”ภูมิอนาคามี”หรอกครับ(?)
[และที่จับสังเกตจาก”สีหน้า,แววตา”,จะเห็นว่า..เวลาที่นั่งอยู่ต่อหน้า”ผู้ที่เข้ามาแวดล้อม”,จะมีลักษณะของ”อาการแห่งความกระหยิ่ม,ภูมิใจ”(สะท้อนทาง”สายตา”,และ”กล้ามเนื้อใบหน้า”,คือยังดูไม่สงบ)ประมาณว่า..”ตัวเอง”มีภูมิที่เหนือกว่า”ผู้คนที่มาศรัทธา”จนทำให้มี”ลูกศิษย์จำนวนหนึ่ง”ที่มา”ยอมรับ,นับถือ,ซูฮก”(เหมือนยอมเป็น”ข้ารับใช้?”),เสมือนหนึ่งยอมรับ,ให้เกียรติ,ให้นั่งแท่นในสถานะของ”ครูบาอาจารย์”ของ”คนที่มาเข้าหา”เลยนั่นเทียว.. ประมาณนี้ครับ]..

 

โดย: สมจิต IP: 171.97.73.234 26 มิถุนายน 2567 6:04:54 น.  

 

(แทรก6)..10.พูดถึง”ท่านจีวรสีเปลือกขนุนบางท่าน”ที่บอก”อนาคามี”กลับมาเกิดอีกได้).. ท่านก็คิดตรรกะแบบท่าน,เราก็ขอคิดตรรกะแบบเรา(ทั้งท่านและเรา,ยังไม่มีใครเป็นอนาคามี,หรือยังไม่มีข้อยืนยัน).. คนจะ”เป็นพุทธ์”หรือ”ไม่เป็นพุทธ?”นั้น,ตั้งต้นจาก”มิจฉาทิฐิ?”หรือ”สัมมาทิฐิ?”( =”คิดผิด?”หรือ”คิดถูก?”)เป็นหลักก่อน(?)..
ถ้าคิดว่า”ทุกอย่าง,ทุกเรื่อง?”ต้องมี”ผู้สอน”มาก่อน(?)นั้นก็ไม่จริง(?),อย่าง”เอดิสัน”ที่”ประดิษฐ์หลอดไฟได้”ก็เกิดจากการ”ลองผิดลองถูก”,”ช่างตี๋”เก่งการ”ซ่อมมอไซค์”ก็เกิดจากประสบการณ์การเรียนรู้(การทดลอง)ที่ยาวนานมาก่อนเช่นเดียวกัน..
“โจร”ขอให้เริ่มต้น”คิดผิด”(มิจฉาทิฐิ)ก็สามารถเป็นโจรได้แล้ว,ไม่จำเป็นต้องมี”อาจารย์ที่เป็นโจร”มาบอกสอน(ก่อน)ก็ได้(?)..
[ส่วนมาก”คนทำผิด”มักมี”ตรรกะ”(ข้อแก้ตัว)ของการ”เริ่มทำผิด”.. เช่น..”โรบิน....?”ก็อ้างว่า”ปล้นคนรวยไปช่วยคนจน?”,จริงๆคุณจะอ้าง”กุศโลบายใดๆ”ก็ตาม,การเริ่มต้น”คิดปล้น?”นั้น,ก็คือ”จิตคิดชั่ว?”(ไม่ใช่”จิตกุศล”)ถือเป็น”เถยยจิต”ไปแล้ว(?)(คือผิดแต่”ต้นทาง?”แล้ว)]..
หลายคนที่ไป”ลักขโมยของ”ตาม”ห้างใหญ่ๆ”หรือ”ปล้นร้านทอง”,หรือ”โกงเจ้านาย”ก็มักคิด”ตรรกะทำนองนี้”ก่อน,คือ มักคิดว่า..”คนพวกนี้รวยแล้ว,เราหยิบยืม,แบ่งมาใช้,เขาคงไม่ถึงกับจนลงสักเท่าไหร่หรอก?”(แต่มักไม่คิดถึง”กรรมวิบาก”ที่จะ”ติดจดจำ?”ไปใน”จิตของตัวเอง”ไปจน”ข้ามชาติ?”ได้ด้วย)..ประมาณนั้น(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.17.202 29 มิถุนายน 2567 7:49:45 น.  

 

(แทรก7)..11.“นามธรรม”ที่เป็น”อนาคามีหรืออรหันต์”นั้นเป็นเรื่อง”ภายในจิต,พิสูจน์ได้ยาก”,ไม่มีสิ่งยืนยันใดๆ.. แต่”ท่านบางองค์นี้”พูดเสมือนว่า..”ตนเองเป็นอนาคามี(up)”แล้ว,และ”กลับมาเกิดในโลกนี้หลายครั้งแล้ว?”,อย่างนี้จะเรียกว่าเป็นการทำผิด”ปาราชิกข้อที่4?”คือ”อวดอุตริมนุสสธรรมที่ไม่มีในตน?”(หรือไม่?)..
จึงมีธรรมเนียมไม่ให้”ภิกษุเถรวาท”อวด”คุณวิเศษใดๆ”(ที่พิสูจน์ไม่ได้)อย่างไม่เหมาะสม?(โดยเฉพาะ”อวดผ่านโซเชี่ยล?”,ซึ่งเป็น”สาธารณะ?”นั่นไง?..
เพราะมันเป็น”ตรรกะส่วนตัวของท่าน”ว่า.. “ถ้าไม่มี’อนาคามี’หรือ’อรหันต์’กลับมาเกิดเพื่อสอนคน,แล้วจะมาสอนคนให้เป็น’โสดา,สกิทา,อนาคา,อรหันต’ได้อย่างไร?”.. เพราะถ้าใช้”ตรรกะแบบท่าน”.. ดังนั้น..ขอตั้งคำถามว่า.. แล้วใครเป็น”ผู้สอนพระพุทธเจ้า(องค์แรก)หรืออรหันต์(องค์แรก)ให้เป็น”พระพุทธเจ้า”หรือเป็น”อรหันต์”ล่ะ?..
ดังนั้น..เรา(ทั้งหลาย)จึงต้องเชื่อ”การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า”และเชื่อ”พตปฎ.เถรวาท”ว่า”อนาคามี”แปลว่า”ผู้ไม่กลับมาเกิดในโลกนี้แล้ว”ไว้ก่อนเป็น”พื้นฐานของพุทธเถรวาท”..ไงล่ะ?..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.17.202 29 มิถุนายน 2567 7:57:27 น.  

 

(แทรก8)..12.”ชาวพุทธไทยเถรวาทของเรา”ต้องช่วยกันชำระ”พตปฎ.”ให้เป็นที่เข้าใจตรงกันอย่างชัดเจน,เพื่อไม่ให้”เหลือบ,ไร?”มา”แฝงเร้น,เกาะกิน?”กับ”หลักพุทธเถรวาท”และ”การตีความพตปฎ.”ที่ไม่ชัดเจน(?),เพื่อหวังให้เป็น”ประโยชน์แอบแฝง?”แก่”กลุ่มของตน?”(บางกลุ่ม?)ได้อีก(?)..
เท่าที่เราเคยศึกษา”พุทธ”มาบ้าง.. คือ”พุทธเถรวาท”จะเน้นที่”การปฏิบัติในชาติปัจจุบัน”เพื่อให้”มุ่งหลุดพ้นไปเลย?”เป็นหลัก(?),ส่วนถ้ายัง”ไม่หลุดพ้น,ต้องกลับมาเกิดอีก”นั้น,”สายปฏิบัติ”นั้นท่านไม่ได้เน้นอะไรมากมาย(?).. เพราะถ้านำมาพูดกันมาก,จะกลายเป็นเรื่อง”ดราม่า,ดรามาติก?”หรือ”พุทธการละคร?”มากไปกระมัง?..
ซึ่ง”พุทธเถรวาท”นั้นมักไม่ค่อยพูดถึงเรื่อง”ภาวะโพธิสัตว์”,[ซึ่งมักจะมีมากทาง”สายมหายาน”,ซึ่งก็มักถูกพูดแซวว่าเป็น”สายยานโตงเตง?”(คือ”หย่อนยาน?”)ประมาณนั้น(?).. คือหาหลักยึดไม่ค่อยได้..(เช่น.. “บางนิกาย”ก็ให้”นักบวชมีเมียได้?”.. เป็นต้น)]..
ซึ่งทาง”พุทธเถรวาท”มักไม่ค่อย”มีสอนหรือระบุไว้อย่างชัดเจน”,เห็นมีพูดถึงแต่เรื่องการ”บำเพ็ญบารมี”ในบริบทของ”พระเจ้า10ชาติ”(หรือ”ทศชาติชาดก”)เท่านั้น..
ซึ่งอย่าง”ชาติสุดท้าย”คือ”มหาเวสสันดรชาดก”นั้น,ก็ยังเห็นชัดๆว่า..”พระเวสสันดร”ก็ยังมี”อารมณ์โกรธ”จนถึงขั้น”มุ่งประทุษร้ายต่อชูชก?”ถึงขั้น”ง้าวคันธนู?”ต่อ”ชูชก”ที่มาเฆี่ยนตี”กัณหา,ชาลี”ต่อหน้าต่อตา(อันซึ่งตนได้ยกให้”ชูชก”ไปแล้ว)นั้น(?)..นั่นไง?..
ก็แสดงว่า..”โพธิสัตว์เวสสันดร”นั้น,ก็คือ”ยังไม่ได้บรรลุอรหันต์”ดังที่”ภิกษุบางองค์”ใช้”ตรรกะแบบผิดๆ?”เช่นนั้นเลย(?)..
หรือแม้ใน”ชาติสุดท้าย”ที่เป็น”สิทธัตถะ”,ก็ก่อนที่จะ”ตรัสรู้”เป็น”พระพุทธเจ้า”ก็ไม่ได้เป็น”อรหันต์”มาก่อน(?),เพราะไม่เช่นนั้นจะไป”เสพเมถุน?”กับ”นางพิมพา”จนมีบุตรชื่อ”รากุล”( =”บ่วงเกิดขึ้นแล้วหนอ?”)ได้อย่างไร?.. ใช่ไหมล่ะ?..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.17.202 29 มิถุนายน 2567 9:10:48 น.  

 

(แทรก9).. 13.”กฎหมายไทยบางประการ”ที่สมควรมีการ”แก้ไข”ให้ทันสมัย,หรือ”ยกเครื่อง”เสียใหม่.. คือ..
(1)การ”สอนธรรมะ”ที่”ผิดหลักการตามพตปฎ.เถรวาท”,แต่กลับไม่มี”เจ้าภาพทางราชการ”เพื่อมา”แจ้งความเอาผิดตามกฎหมาย”(ซึ่งเป็น”ต้นเหตุ”ที่ทำให้”ศาสนาพุทธเสื่อม?”),โดยเฉพาะถ้าเป็น”ลัทธิใหม่ๆ”ที่มี”ฆราวาสเป็นผู้สอน”,ยิ่งแทบไม่มีการดำเนินการใดๆเพื่อระงับยับยั้งให้เป็นกิจจะลักษณะเลย..
(2)นำ”คำสอนพุทธ,คาถาพุทธ,รูปปั้นพุทธ,บทสวดพุทธ”เพื่อไปใช้ผสมผเส,แอบอ้าง,ในการทำ”พิธีการ(กรรม)”ต่างๆ,ที่มีเชิงของ”คาถาอาคม,มนต์ดำ,มนต์ขาว,ไสยศาสตร์,ไสยเวท,เข้าทรงองค์เทพ”,ซึ่งไม่ใช่”วิถีทางแห่งศาสนาพุทธ”ที่”พระพุทธเจ้าทรงสอน”แต่อย่างใดเลย(?)..
และเป็นเหตุให้”ประชาชนหลงเชื่อ”,จน”เจ้าลัทธิ,ครูทรงเจ้า”ได้ไปซึ่ง”ทรัพย์สินของประชาชนผู้ที่หลงเชื่อ”นั้นเป็นจำนวนมาก(ซึ่งเป็นเหตุให้”ประชาชนผู้หลงเชื่อ”มี”สถานะทางเศรษฐกิจที่จนลง”)..
(3)”นักบวช”(ภิกษุ)ที่ทำผิด”ปาราชิกข้อเสพเมถุนกับสีกา”(รวมทั้ง”ปาราชิกข้ออวดอุตริมนุสสธรรมที่ไม่มีในตน”ด้วย)และ”สีกา”ที่ร่วมในการ”ทำผิด”ฐาน”เสพเมถุนกับพระ”,กลับไม่มีการ”เอาผิดใดๆทางคดีความ”ฐาน”ทำให้ภาพลักษณ์ของศาสนาพุทธเสื่อมลง”,เมื่อ”ภิกษุผู้นั้น”ได้”สึกจากการเป็นพระ”ออกไปแล้ว,โดยอ้างว่าเป็น”การสมยอมกัน”(เพื่อ”ร่วมกันทำผิดศีลข้อ3”),จึง”ไม่มีความผิดใดๆ”ซะอย่างงั้น(?)..
(4)กรณี”หวยทิพย์90ล้าน”,ที่อ้างว่า”แค่กล่าวเท็จ,แต่ยังไม่มีผู้ได้รับความเสียหายมาแจ้งความ”,จึงยัง”ไม่มีความผิด?”,จึงเกิด”ภาพของเมืองไทย”,ที่มี”ผู้พูดเท็จ”(มุสาวาทา)กันเต็มเมือง(?)..นั่นไง?..
ที่จริง”ผู้เสียหาย”ก็คือ”รัฐ”ไง?.. คือ..ทำให้”สังคม”เกิด”ตัวอย่าง”ของ”คนกล่าวเท็จ”ลวงโลก,ลวงสังคมไปเรื่อยๆ,แล้ว”ไม่ต้องรับโทษ?”.. คือทำให้”สังคม”เต็มไปด้วย”คนทำผิดศีล”,แล้วก็”ทำตามอย่างกันไป”อย่างมากมาย(?)..นั่นไง?.. คือ..”กฎหมาย”ไม่ได้”เอื้อต่อหลักศีลข้อ4”ของ”พุทธศาสนา”เลย(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.17.202 30 มิถุนายน 2567 14:50:39 น.  

 

(แทรก10)..14.ได้ดู”ช่องครูพี่แอน”(เมื่อ6-4-65)ที่พูดภาษาอังกฤษล้อกับ”แก๊งคอล”แล้วก็ยอมรับว่าเป็น”โจ๊ก”ที่สนุกผ่อนคลายอารมณ์ดีมาก(“แก๊งคอล”ก็รับมุกได้เข้าล็อคกันเหมือน”การ์ตูนทอมเจอร์รี่”..ประมาณนั้น),เราดูไปก็ฮาไปด้วย.. แต่เราก็อยากขออนุญาตวิเคราะห์(ในอีกมุม)ว่า..
“สังคมไทย”จะเหมือนเป็น”ไบโพลาร์”หรือ”ภาวะอารมณ์2ขั้ว”หรือไม่?.. เพราะเรามองแล้วกลับนึกถึงคำว่า”ภาวะจำยอม?”และ”ต้องปรับตัว?”(เพื่อไม่ให้”ประชากรบางคน”รู้สึกเครียดจน”เสียสติ?”?),เพื่อประคับประคองชีวิตให้อยู่รอดต่อไป(?)..
ที่เหมือนกับ”ประเทศหนึ่ง”ข้างบ้านเรา,ที่สมัยหนึ่ง..ถูก”บางระบบ”เข้ามายึดครอง.. ซึ่งในสมัยนั้นจะมี”การปรับตัว?”ที่เรียกว่า”การนอนสามัคคี”(ซึ่งจริงๆถือว่าเป็นการ”ละเมิดสิทธิมนุษยชน”อย่างรุนแรง?).. แต่”ปชช.ของเขา”ก็จำต้อง”ยอมรับสภาพ?”(ซึ่งถ้ามอง”ข้อดี”ก็เหมือนกับว่า”คนของประเทศเขา”ไม่รู้จัก”การโศกเศร้าและเคร่งเครียดใดๆ”),เหมือนว่าเขา”ไม่ยึดมั่นถือมั่น”ใน”อัตตาตัวตน”(ที่เหมือนอยู่ใน”หลักการสำคัญของพุทธศาสนา”..กระนั้น?)..
แต่ถ้าคิด”เรื่องของศักดิ์ศรี”คือเขาก็แทบ”ไม่เหลือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ใดๆ?”เลย(?)[ซึ่งจึงเป็นเครื่องชี้ว่า..”การปรับตัวบางประการ?”ใน”บางภาวะที่ถูกบีบบังคับ?”จน”ไร้ศักดิ์ศรี?”เช่นนั้น(?),จึงทำให้เขาไม่สามารถพัฒนา”หลักคิด?”(DNAสมอง)ของ”ประชาชนในประเทศ”ได้มากไปกว่า..แค่”การดิ้นรนเอาตัวรอด?”(ใน”เหตุการณ์คับขันเฉพาะหน้า?”)ไปวันๆ(?)..ได้เท่านั้น(?)]..
จึงเป็น”เหตุผลที่น่าคิด?”ว่า.. ทำไม”ค่าเงินของประเทศเขา”จึงลดลงอย่างมากๆ,จน”ประเทศใกล้จะล้มละลาย?”อยู่มะรอมมะร่ออยู่แล้ว(?).. นั่นเพราะ”สกุลเงินของประเทศเขา”ไม่ได้รับ”การยอมรับในสังคมโลก?”ไปแล้ว?..นั่นไง(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 124.122.17.202 3 กรกฎาคม 2567 3:39:50 น.  

 

(แทรก11)(ต่อจากแทรก9).. 15.มีความเห็นกรณี”หญิง2-3คน”ออกมา”เปิดโปงกันผ่านโซเชี่ยล”.. เรามองว่า.. “การทำงาน”ผ่าน”โลกโซเชี่ยล”เดี๋ยวนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย..
(1)ถ้าคุณจะ”แฉเพื่อสังคม”.. ตัวคุณเองต้อง”ไม่มีแผลใดๆในอดีต”(หรือต้องแก้ไขให้ลุล่วงไปก่อน)..
(2)คุณต้องทำงานแบบไม่มี”ผลประโยชน์ส่วนตัว”มาทับซ้อนกับ”งานที่คุณทำ”ใดๆเลย..
(3)”ธรรมชาติหญิง”โดยทั่วไป,ย่อมไม่อยากให้ใครที่อยู่ใน”ฐานะลูกน้อง”หรือแค่”เพื่อนร่วมงาน”มา”ออกหน้า”,หรือ”อั๊พเลเว้ล”(หรือ”เกินสเกล”),จนดูว่า”เด่นกว่า”หรือ”เด่นเกินหน้า”อยู่แล้ว,เป็นเรื่องธรรมดาเลยล่ะ..
(4)”ผู้ร่วมงานหรือลูกน้อง”(โดยเฉพาะที่เป็น”ผู้หญิง”)ที่”ฉลาด,เก่ง,มีไหวพริบ,ช่างสังเกต,จดจำดี”ไล่ๆกับคุณ,หรือเก่งกว่าคุณ.. ที่สุดเขาอาจกลายเป็นผู้ที่เอา”ข้อมูลส่วนตัวเชิงลึกของคุณ”มาเปิดเผยได้ในภายหลัง,เมื่อรู้สึก”ผิดใจในบางประเด็น”,หรือจาก”คำพูด”หรือ”การแสดงออกบางอย่าง”ของคุณ..
(5)”เพศชายหรือผู้ชาย”มักจะไม่ค่อยเป็นดัง”ข้อ(4)”,เพราะ”ผู้ชาย”(ส่วนมาก)มักใจคอหนักแน่น,ไม่ค่อยคิดเล็กคิดน้อยกับ”คำพูดบางคำของคุณ”.. คือสรุปว่า.. ถ้าคุณเป็น”หญิง”(ซึ่งต้องการเป็น”ผู้นำ”ในเรื่อง”จิตอาสา”),คุณควรหา”ลูกน้อง”หรือ”ผู้ร่วมงาน”ที่เป็น”เพศชาย”หรือ”ผู้ชาย”เท่านั้น.. จึงจะลด”ปัญหาหยุมหยิม,จุกจิก”,หรือการ”แทงข้างหลัง,ทรยศ”ต่อตัวคุณได้ครับ..
6.”ทริคพิเศษ”.. ถ้าคุณเป็น”หญิง”อย่าเอา”เพศหญิง”ที่เป็น”เพื่อนสนิทรักกันมาก”,หรือ”หญิงที่เป็นญาติสนิทหรือญาติห่างๆ”(ยกเว้น”ลูกแท้ๆ”)ของคุณ,มาทำงานแบบ”ใกล้ชิดกับตัวคุณ”เป็นอันขาดครับ..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 4 กรกฎาคม 2567 13:59:41 น.  

 

(แทรก12)(ต่อจากแทรก10).. 16.เช่นกัน..”แก๊งค์คอลฯ”ก็เข้ามา”รุกรานสังคมไทย”,โดยที่ทาง”รบ.”ก็ยังหาหน”ทางแก้ที่สัมฤทธิ์ผล”ยังไม่เจอ,จนทำให้”สังคมไทย”ต้องปรับตัวให้กลายเป็น”เรื่องตลกขบขัน”,ทำไปทำมาก็คล้าย”แก๊งค์คอลฯบางส่วน”จะรับ”เล่นมุกตลก”ด้วย..
คือเราอยากอธิบายว่า.. เวลาที่เรารู้สึก”ตลก,ขบขัน”กับ”เรื่องใด”,เราก็จะมอง”ตัวละครในเรื่องนั้น”กลายเป็นเหมือน”เด็กเปิ่นๆ,เด๋อๆ,ไร้เดียงสา”,ที่”น่ารัก,น่าเอ็นดู”,เหมือนกับเรื่อง”สภาจ.”ใน”รายการทีวีบางช่อง”ในสมัยหนึ่ง(?)..นั่นแหละ..ไม่ต่างกัน(?)..
แต่ที่จริงคือการ”ส่งสัญญาณผิด”ที่”บิดประเด็น,บิดความรู้สึก”ให้พลาดไปจาก”เนื้อหาที่สำคัญ”.. เพราะขนาดระดับ”เป็นหมอ,เป็นพิธีกรดัง”,ซึ่งอยู่กับ”ข่าวสารต่างๆตลอดวัน,ก็ยังสามารถที่จะ”ถูกหลอกให้โอนเงิน”ให้กับ”แก๊งค์คอลฯ”เป็นเงิน”หลักล้านบาท”ได้,ซึ่งนับเป็นเรื่อง”น่าเศร้า,น่าเห็นใจ”(กับ”เงินที่เขาสะสมมาทั้งชีวิต”ที่ต้องสูญเสียไป),และเป็นเรื่องที่มี”น้ำตา”,ซึ่ง”เหยื่อหลายราย”ก็อาจไม่อยากเปิดเผย”ความทุกข์ระทมใจของตนเอง”มากนัก..(เพราะอาจกลัวว่าจะถูกซ้ำเติมไปกันใหญ่)ก็เป็นได้..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 4 กรกฎาคม 2567 14:36:02 น.  

 

(แทรก13).. 17.หรืออย่างที่มี”นักเรียนหญิงคนหนึ่ง”ซึ่งรู้สึก”ผิดหวัง”(กับสังคม),ที่ทำให้”ตนเอง”ต้องถูกหลอกเรื่อง”โอนเงินเพื่อซื้อมือถือ”,จนถึงกับ”คิดสั้น”,จนถึงกับ”ผูกคอตนเองจนเสียชีวิต”(ตามข่าวเมื่อหลายเดือนก่อน)..นั่นปะไร?..
ดังนั้น.. “การปรับตัว?”ของ”สังคมไทย”ให้มอง”ปัญหาบางเรื่อง”กลายเป็น”มุกตลก?”ที่ทำให้”คนร้าย?”(ซึ่งควร”ถูกประหารชีวิต”,เพื่อ”ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง?"ของการ”ทำร้ายผู้คนร่วมชาติ”ที่เป็น”ผู้บริสุทธิ์”,จนอาจทำให้”ผู้อื่น”คิดอยากมา”ทำเลว?”ตามกัน?),กลับกลายเป็นเห็นเป็น”ตัวละครในมุกตลก”ที่เกิด”อารมณ์เอ็นดู,ไม่ถือสา?”ไปซะอย่างงั้น(?).. แล้วเช่นนี้เราจะแก้ไข”ปัญหาแก๊งค์คอลฯ”ให้สิ้นเกลี้ยงลงไปได้อย่างไร?.. ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 4 กรกฎาคม 2567 14:55:15 น.  

 

(แทรก14)(ต่อจากแทรก11).. 18.สังคมไทยทุกวันนี้จะตรงกับ”พุทธภาษิต”ที่ว่า..”ความรักอื่นเสมอด้วย(รัก)ตนไม่มี”นั่นหละ.. ที่จริงคนที่เคยเรียน”ศาสนาพุทธ”มักจะรู้ตรงกันว่า.. “หญิง”มักจะมีลักษณะ”จิตอ่อน”และ”ขี้อิจฉา”.. ดังนั้น..พูดตามตรง,เราจึงมักมอง”หญิง”ใน”คติความคิด”เช่นเดียวกันนี้..
เราเองเคยมี”คนใกล้ชิด”,แต่เขาเสียไปแล้ว,และเราไม่คิดอยากหา”คนใหม่”อีกเลย.. เพราะจากประสบการณ์,เราพบว่า..”ความรักแท้”นั้นไม่มีจริงหรอก..
แต่ก่อนเคยคิดว่า.. มีแต่”หญิง”เท่านั้นที่ไม่เคยจริงใจกับใคร(?),แต่มายุคนี้..เรากลับพบว่า..ไม่ว่า”หญิง”หรือ”ชาย”ต่างล้วนไม่มี”ความจริงใจ”หรือ”รักแท้”ต่อกันหรอก(?)..
อย่างที่มี”คลิปยูทู้ป”(คลิปหนึ่ง)ที่มี”หมอญ.คนหนึ่ง”มา”ออกรายการ”บอก”อดีตสามี”พูดว่า”อยากโง่เอง”(จึงถูกฉันหลอกให้รัก,และยอมกู้เงินให้กับฉัน)..ประมาณนั้น..
คือเรามองว่า.. สมัยอดีตโบราณ..อาจมี”ความรักแท้”อยู่บ้าง,เพราะยังมี”บางคน”ที่ยึดใน”อุดมคติของความรัก”,แต่เดี๋ยวนี้หายากมาก,เพราะ”ทุกคน”ติดใน”ความสุขสบาย”ของ”โลกวัตถุนิยม”(ทำให้ใครๆก็คิดเห็นแก่ตัวเองไว้ก่อนเสมอ).. ไม่มีใครคิดเรื่องการที่จะยอม”กัดก้อนเกลือกิน”เพื่อ”บูชารักแท้”กันหรอก(?)..
ส่วนมาก..มีแต่การ”หวังประโยชน์”จาก”หน้าที่การงาน,ความร่ำรวย”ของ”อีกฝ่าย”ด้วยกันทั้งนั้น(?).. ประมาณว่า..ถ้า”เธอมีเงินมากพอ”ที่จะ”ดูแลให้ฉันสุขสบายได้”,ฉันก็พร้อมจะเป็นภรรยา(สามี)เธอได้เสมอ..ประมาณนั้น..(แต่อย่าได้หวัง”ความซื่อสัตย์,จริงใจ,ภักดี”ต่อกันนะ.. เพราะถ้าเธอ”เผลอ,หรือโง่,ตายใจ”,หรือ”ไว้วางใจฉันมากเกินไป”.. ฉันอาจ”นอกใจเธอได้เสมอ”,ถ้าจังหวะ,เวลาและโอกาสเป็นใจ(?)..ประมาณนั้นครับ(?)..
หรือกรณี”หญิงบางคน”(ที่กำลังเป็นข่าว)ที่ออกมา”แฉหญิงเพื่อนสนิท”ที่เคย”รักใคร่,ใกล้ชิดกัน”,ก็ยังมีการเล่าถึงประมาณว่า..เพราะอยาก”แข่งขันเกียรติและศักดิ์ศรี”(แข่งดี)กับ”อดีตสามี”ที่เป็น”ผู้มีเกียรติ,มีหน้ามีตา,มีตำแหน่ง”ในทางการเมืองเหมือนเขาบ้าง(?).. ดูซิว่า.. แม้แต่กับ”สามีตัวเอง”(ซึ่งต่างเพศกัน,ซึ่งโดยมากมักไม่อิจฉากันโดยธรรมชาติอยู่แล้ว)ก็ยังคล้ายไป”คิดอิจฉาความมีเกียรติของเขา?”.. จึงมองว่า..”หญิงเลเว่ลนี้”ก็ยังมีให้เห็นกันมากในยุคนี้(?).. งงใจจริงๆ(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 6 กรกฎาคม 2567 2:20:11 น.  

 

(แทรก15).. 19.ไม่ว่าใครผ่านชีวิตมาปูนนี้,ก็ย่อมผ่านทั้ง”ความสกปรก”และ”ความสะอาด”กันมาแล้วทั้งนั้น.. กรณี”หญิง2-3คน”แฉกันไปมา(ตามข่าว).. เราอยากบอกว่า..”ไม่มีใครที่บริสุทธิ์สะอาดจนไม่มีที่ติเลย”กันทั้งนั้น.. “บางคน”ทั้ง”ชายและหญิง”คิดแต่จะ”แฉผู้อื่น”,แต่ไม่มองว่า..”ตัวเอง”มี”ความไม่สะอาดส่วนตัว?”อยู่มากเท่าไหร่?
ดูแต่”โหงวเฮ้งจากใบหน้า”ก็พอดูออกว่า”ใครเล่นบทเป็นตัวอิจฉา?”และ”ใครเป็นตัวนางเอก?”.. แต่เท่าที่ดู.. ณ นาทีนี้.. ก็เห็นแต่”ทนายด.”และ”ทนายอ.”ที่ออกมาปกป้อง”หญิงบางคน”(ที่ถูกรุมสกรัม)อย่างเต็มที่,เต็มกำลัง.. ดูจะเป็น”สุภาพบุรุษ”ที่สุดนะครับ.. เราว่า..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 6 กรกฎาคม 2567 4:57:53 น.  

 

(แทรก16).. 20.(จาก”คัมภีร์คริสต์”).. แต่พระเยซูเสด็จไปยังภูเขามะกอกเทศ พอรุ่งสางพระองค์ทรงมาที่ลานพระวิหารอีก คนทั้งปวงพากันมาชุมนุมอยู่รอบพระองค์และพระเยซูประทับนั่งเพื่อสั่งสอนพวกเขา เหล่าธรรมาจารย์และพวกฟาริสีนำตัวหญิงคนหนึ่งมา นางถูกจับฐานล่วงประเวณี พวกเขาให้นางยืนอยู่ต่อหน้าคนกลุ่มนั้น แล้วทูลพระเยซูว่า “ท่านอาจารย์ หญิงผู้นี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี ในหนังสือบทบัญญัติโมเสสสั่งให้เราเอาหินขว้างหญิงที่ทำอย่างนี้ ท่านจะว่าอย่างไร?” เขาใช้คำถามนี้เป็นกับดักเพื่อหาเหตุกล่าวโทษพระองค์
แต่พระเยซูทรงโน้มพระกายลงและทรงใช้นิ้วพระหัตถ์เขียนที่พื้น เมื่อพวกเขายังถามไม่หยุด พระองค์ก็ทรงยืดพระกายขึ้นแล้วตรัสกับพวกเขาว่า “ถ้าผู้ใดในพวกท่านไม่มีบาป ให้ผู้นั้นเอาหินขว้างนางเป็นคนแรก” แล้วทรงโน้มพระกายลงเขียนที่พื้นอีก
ถึงตรงนี้พวกที่ได้ยินก็ทยอยออกไปทีละคน เริ่มจากคนเฒ่าคนแก่จนเหลือแต่พระเยซูกับหญิงคนนั้นซึ่งยังคงยืนอยู่ พระเยซูก็ทรงยืดพระกายขึ้นตรัสถามว่า “หญิงเอ๋ย พวกเขาไปไหนกันหมด? ไม่มีใครเอาโทษเจ้าเลยหรือ?”
นางทูลว่า “ไม่มีเลย พระเจ้าข้า”
พระเยซูประกาศว่า “เราก็ไม่เอาโทษเจ้าเช่นกัน บัดนี้จงไปเถิด และจงทิ้งวิถีชีวิตที่ผิดบาปของเจ้า”
ปล.ฝาก”ข้อพระธรรมนี้”สำหรับคุณ”reed grass”,”ทนายด.”และ”ทนายอ.”ด้วยครับ..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 6 กรกฎาคม 2567 5:20:18 น.  

 

(แทรก17).. 21.มี”ข้อคิดหลายอย่าง”จาก”กรณีที่เกิดขึ้น”ในมุม”เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด?”,ต่อไปสังคมจะไม่มีใครไว้ใจอะไรกันได้เลย(หรือไม่?).. จริงๆถ้า”เพื่อนรักกันจริง”,ก็ควรแนะนำกันเป็นการภายใน(ส่วนตัว).. เช่น..บอกว่า”อันไหนไม่ควร”หรือ”ควรเลิก,ควรหยุดเสีย,อย่าทำเช่นนั้นเลย”,ไม่ใช่ออกมาแฉใน”ลักษณะของศัตรู,ตั้งป้อมห้ำหั่นกัน?”เหมือนว่า..ไม่เคยเป็น”เพื่อนสนิท”กันมาก่อนเลย..อย่างนี้มันใช่หรือไม่?..(เพราะจริงๆก็คือ..ใครก็ดูออกว่า”คุณก็ต้องการแสงเพื่อตัวคุณเองด้วย?”.. ใช่หรือไม่?)..
มี”หลักการบางอย่าง”ที่เคยรับรู้มาบ้าง(“ผิด-ถูก”,ผู้รู้กว่าเพิ่มเติมได้ครับ).. เช่น..
1.”คดีอุทลุม”คือลักษณะคล้าย”คดีลูกฟ้องพ่อแม่”,ที่รู้มาคือถือว่า”ไม่ถูกต้องตามหลักประเพณี”ที่”ลูกหลานต้องมีกตัญญู”,ถ้า”ไร้ความกตัญญู”เสียแล้ว,ก็ย่อมถือว่า”คนเช่นนี้คบไม่ได้?”..ใช่หรือไม่?..(ธรรมชาติ”ผู้สื่อข่าว”ก็ย่อมนำเสนอไปเรื่อย,เพราะอยากได้”คอนเท้นต์”,จริงๆ”สื่อควรแบนบางบุคคล?”,ไม่ควรสนับสนุน”บุคคลผู้ไร้จริยธรรม”หรือ”ความไม่รู้คุณคน”มากกว่า?..หรือไม่?)..
2.ถ้า”คุณอายุเกิน18”,ไม่ใช่”ผู้เยาว์”แล้ว,คุณจะอ้างว่า..”ถูกหลอกโดยความเขลา?”ทั้งๆที่คุณก็มีสติรู้ตัวอยุ่ตลอดเวลา,อย่างนี้จะได้ไหม?..
3.การที่คุณ”ได้หลักฐานมาโดยมิชอบ?”.. เช่น.. “การดักฟัง”,หรือการ”แอบอัดเสียง”,โดยที่”อีกฝ่าย”ไม่ได้”อนุญาตให้คุณนำมาเปิดเผย?”.. อย่างนี้จะถือว่าใช้ได้หรือไม่?..
4.การที่คุณเคย”คบหา,มีประโยชน์ต่างๆร่วมกัน?”(ทั้งๆรู้?),แล้วภายหลังเมื่อ”ขัดใจ?”หรือ”ขัดผลประโยชน์บางอย่าง?”.. เช่น.. อ้างว่า”ถูกกันซีน?,กลัวคุณดังกว่า?”(แล้วผิดหวัง,แต่ถ้าเขายอมให้คุณดัง,ส่งเสริมคุณ,คุณก็อาจทำเฉยๆ,ไม่ออกมาเปิดเผยอะไร?,อาจไม่ได้คิดเรื่อง”คุณธรรม?”อะไรนักดอก?..ประมาณนี้หรือไม่?)..
แล้วก็เลยหาเรื่องออกมา”แฉเรื่องภายในบางอย่าง?”(ซึ่งอาจเป็นการ”พูดทีเล่นทีจริง,ทีหยอกกันเองในครอบครัว”,หรือ”มองแนวทางหารายได้?”,ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาใน”ทุกๆครอบครัว”(หรือไม่?),เพราะไม่มีใครที่เป็น”คนที่ดีบริสุทธิ์”ไปทั้งหมดหรอก(?),จึงอาจถูกมองว่า”คุณก็มีส่วนเป็นผู้ร่วมในการทำความผิดนั้นๆ”ด้วยหรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 6 กรกฎาคม 2567 11:32:42 น.  

 

(แทรก18).. 22.มี”คำพูดหนึ่ง”(ของบางคน)ที่เรารู้สึกสะดุดใจ.. เช่นคำว่า”เขาเห็นเราเป็นเพื่อนมั้ย?”หรือ”เราเป็นเพื่อนเขามั้ย?”,แม้จะเป็นแค่”คำพูดสั้นๆ”,แต่อาจกลายเป็นเหมือน”กับระเบิด”ที่ใช้”วางยา”ไว้กับ”ผู้หญิงบางคน”ที่”ดูฉลาด,เก่ง,หิวแสง,แต่ขี้ระแวง”ได้(?).. รวมทั้ง”ตัวผู้วางยา”(ด้วย”คำพูดสั้นๆบางคำ”ที่”ชวนให้คิดเล็ก,คิดน้อย”)ก็อาจจะเป็น”ผู้หญิงที่หิวแสง?”และ”ขี้หวาดระแวง?”เช่นเดียวกันด้วย(?)..
ไม่เช่นนั้นถ้าเราลองไปสำรวจดู”โปรไฟล์ของบางคน”,เราจะต้องคิดว่า.. ถ้าเขาเป็น”คนที่ดีพอ”,แล้วเขาจะล้มเหลวในเรื่อง”ชีวิตครอบครัว”ได้อย่างไร?..(และเขาจะอยาก”ชิงดีชิงเด่นกับสามี”,และยินดี,ยอมรับในการที่จะ”ได้วุฒิการศึกษามาแบบง่ายๆ”ได้อย่างไร?..เช่นกัน?)..
แต่ถ้า”คำพูดเดียวกันนี้”,ถ้าไป”พูดกับผู้ชาย”ที่ปกติเป็น”คนหนักแน่น,และไม่คิดมาก”,เขาก็อาจจะคิดนิดหน่อย,แล้วก็ปล่อยให้”คำพูดนั้น”ผ่านเลยไป,โดยไม่มีผลอะไร,เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น(?)..ใช่หรือไม่?..
ดังนั้น.. เราจึงเคยแนะนำไปแล้วประมาณว่า.. ถ้าคุณวางตัวเป็น”คนละชั้นกับลูกน้อง”,แบบว่าเป็น”CEOที่มีสิทธิ์ขาด”,และเป็น”ผู้จ่ายเงินเดือนในบริษัท”,และ”ไม่สุงสิงคลุกคลีกับลูกน้องเลย”,คุณก็สามารถมี”ลูกน้องที่เป็นผู้หญิง”ได้,โดยคุณไม่จำเป็นต้องแคร์ว่า..”ลูกน้องของคุณ”จะนินทาคุณอย่างไร?,ในยามลับตาคุณ(?)..
แต่ถ้าคุณเป็น”คนที่ให้เกียรติต่อลูกน้อง”หรือ”เพื่อนร่วมงาน”เหมือนว่าเป็น”เพื่อนที่อยู่ในระดับเดียวกัน”,คุณต้องห้ามมี”ลูกน้องหรือทีมงาน”ที่เป็น”ผู้หญิง”โดยเฉพาะที่มีลักษณะ”ฉลาด,มีไหวพริบ,ช่างจดจำ”,และ”มีแววตาขี้หวาดระแวง?”ที่”คอยจับจ้องต่อตัวคุณอยู่ตลอด?”เป็นอันขาด(?)..(เพราะ"คนลักษณะนี้",อาจพร้อมที่จะ"แทงคุณข้างหลัง?"เมื่อมีโอกาส,หรือแม้กระทั่ง"แทงคุณซึ่งๆหน้า?",ถ้าเขาต้องการแก้แค้นคุณจริงๆ?..ก็เป็นได้ด้วย?)..
ถ้าจะให้ดีคือ.. เปลี่ยนให้”ทีมงานของคุณ”ให้เป็น”ผู้ชายทั้งหมด”,และมี”เฉพาะคุณ”ที่เป็น”ผู้หญิงคนเดียว”ที่เป็น”ผู้นำในทีมงานของคุณ”เท่านั้น.. แล้ว”งานจิตอาสาของคุณ”ก็น่าจะราบรื่นขึ้นครับ..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 6 กรกฎาคม 2567 14:29:45 น.  

 

(แทรก19).. 23.“สังคมที่ไร้ศาสนากำกับ”เป็น”สังคมที่น่าเป็นห่วง”.. อย่างเราจะพบว่ามี”บางภูมิภาค,บางเชื้อสาย”ที่อยู่ไปทางเลย”แผนที่ประเทศไทย”ทางด้านบนๆขึ้นไป,จะเคยเห็นข่าวบ่อยๆว่า,บางทีเขาอยากทำ”พฤติกรรมอุจาดทางเพศแบบไหน?”,เขาก็จะทำในที่สาธารณะเลย..(จริงๆแม้แต่ใน”สังคมไทย”ก็มีบ้างใน”หมู่คนไร้บ้านบางคน”,แต่ก็มีเป็นข่าวนานๆครั้ง,และก็จะถูกจับไปปรับตามระเบียบ)..
วันนี้ก็ได้ดูข่าวหนึ่ง(ของ”ช่อง8,7-7-67”)ที่”มหาลัยแห่งหนึ่ง”ทางเหนือของไทย,ก็มี”คนเชื้อสายดังกล่าว”ก็มา”ทำพฤติกรรมอุจาดทางเพศ”(คือ”ร่วมเพศกันในเวลากลางวันในที่สาธารณะ”,แบบ”ไม่มียาง....?”เลย)ในประเทศไทย,ที่เขตถนนสาธารณะ(ในมหาลัยดังกล่าว),ซึ่งมีคนสัญจรไปมา..(เช่นกัน)..
เรามองเห็นเลยว่า.. “โลกเรานี้”(และแม้แต่ในสังคมไทย),ด้วยอำนาจของการ”หลงวัตถุนิยม”,จน”เมินหลักศาสนา”.. ก็คือสังคมที่เรียกว่า”สู่กลียุค”อย่างค่อนข้างสมบูรณ์แล้วล่ะ(?).. คือเมื่อ”บางเชื้อสายพันธุ์”ที่”ชนชาติเขา”ไม่มี,หรือไม่เน้น,หรือไม่ให้ความสำคัญกับ”เรื่องของศาสนา”(โดยเฉพาะไม่มี”ศาสนาพุทธ”,ซึ่งสอนเรื่อง”ยางอาย”หรือ”ศีลข้อ3”),เราก็จะพบว่า.. เริ่มจะมีการ”ทำพฤติกรรมทางเพศบางอย่าง”(ที่ควรจะ”ทำเฉพาะในที่ลับ”กับ”คู่ครองของตนเอง”เท่านั้น)ที่เหมือน”สัตว์โลกทั่วไป”(ที่ยังไม่พัฒนาในเกณฑ์ของ”อารยธรรมทางศีลธรรม”แบบ”ของมนุษย์”.)มากขึ้นเรื่อยๆ..
แต่เมื่อเรา( =”บางสังคมในโลก”)เริ่มไม่ให้”ความสำคัญของศาสนา”,เราจึงเริ่มวนกลับไปสู่”พฤติกรรมทางเพศ”แบบ”สัตว์โลกชนิดอื่น”,โดยคิดแค่ว่า..”อิสระดี”,ทำตามสัญชาติญาณแบบ”สัตว์โลกอื่นทั่วไป”,ก็ดูน่าจะมี”ความสุขแบบหวือหวา?”และ”น่าตื่นเต้น,เร้าใจดี?”(หรือไม่?),โดยไม่ต้อง”ปิดกั้นอารมณ์ตัวเอง”โดย”ความยับยั้งชั่งใจ”อะไร(?).. ประมาณนั้นครับ..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 7 กรกฎาคม 2567 20:15:05 น.  

 

(แทรก20).. 24.กรณี”ดาราสาวต่างประเทศท่านหนึ่ง”ที่แถลงข่าว”ถูกยืมเงิน”(แล้วที่สุดคล้ายถูกหลอก?).. เท่าที่ฟังดูอยากช่วยสรุปว่า.. “เพศหญิง”มักมีลักษณะ”จิตอ่อน”,หรือ”ใจอ่อน,ขี้สงสารคนอื่นง่าย”(เอ็นดูเขา,เอ็นเราขาด),อยากมีสังคม,อยากมีเพื่อน,อยากมีตัวตน,นี่คือเท่ากับ”เผยจุดอ่อน”ให้คนเห็นปั๊บ,ก็จะมองออกเลยว่า..”ผู้หญิงคนนี้จิตใจอ่อน,ถูกหลอกง่าย..
โดยเฉพาะการ”คบใครยังไม่นาน”,ก็ไปเปิดเผย”ทรัพย์ส่วนตัว”ว่า”มีมากเท่าไหร่?”,โดยแสดง”บัญชีเงินส่วนตัว”ให้”คนอื่น”เห็น”ยอดเงิน”ใน”บัญชีของเรา”,ซึ่งอาจเป็น”นิสัยเปิดเผย”,เพื่อ”แสดงความจริงใจของตนให้คนอื่นเห็น”,แต่”คนอื่น”อาจเห็นเราเป็น”เหยื่อ”,เพื่อหวัง”เอาเปรียบ”ก็เป็นได้(?)..
[ซี่ง”คนเชื้อสายจีน”เขาจะถือมาก,ที่จะไม่แสดง”ทรัพย์ส่วนตัว”..เช่น..”เงินสดที่เราพกติดตัว”หรือ”ยอดเงินในบัญชี”ให้ใครเห็นเลย.. แม้แต่”ทองหยิบ,ทองหยอง”ก็เช่นกัน,”คนเชื้อสายจีน”ก็ยังไม่นิยม”ใส่อวดโชว์ฐานะ”(โดยไม่มีเหตุจำเป็น)เลยนะ..
เพราะ”คนเชื้อสายจีน”เขาจะมีเซ้นซ์ว่า.. อาจจะเป็นช่องให้”บางคน”(หรือ”มิจฉาชีพ”)คิดหาหนทางที่จะ”ดึงเอาเงินจากเรา”ไปเป็น”ประโยชน์เฉพาะหน้า”แก่”ตัวมิจฯ”ได้(?)]..
โดยเฉพาะเราไม่ควร(ไม่น่า)จะ”เชื่อง่าย”ว่า..จะมี”ใครหวังดีมากมาย?”กระทั่งจะรีบ”โอนเงินส่วนตัว”เพื่อ”ช่วยเหลือผู้อื่น”ไปก่อน,ทั้งๆที่ยังรู้จักกันไม่นาน,และยังรีบเอา”สลิปเงินโอน”มาโชว์,โดยที่”อีกฝ่าย”(ที่ตกเป็นเหยื่อ)ก็ยังไม่ได้ตกลงให้เอาเงินของ”ตัวมิจฯ”มาโอนให้ก่อนเลย(?)(ซึ่งดูคล้าย”มัดมือชก?”หรือไม่?)..
ซึ่งควรระแวงว่า..อาจเป็น”สลิ้ปปลอม”หรือสลิ้ปทิพย์”ที่อาจมีการ”ตกลงบางอย่าง?”กับ”ผู้รับโอนปลายทาง?”(ซึ่งเป็น”มิจฉาชีพ?”ที่ทำงานร่วมกัน?)ไว้ก่อนแล้ว,เพื่อมาแสดงให้เป็น”ข้อผูกมัด”ให้กับ”เหยื่อ”,เพื่อให้”เหยื่อตายใจ?”,และ”ถูกกดดันให้ไม่มีทางเลือกอื่น”,เพื่อให้”ดูสมจริง”,จน”เหยื่อต้องยินยอมทำตาม?”ก็เป็นได้(?).. “ผู้หญิง”จึงควร”ถ่วงตุ้มหู”ไว้ให้หนักๆ(?).. และควรท่องไว้เสมอว่า..”อย่าเชื่อคนง่าย”นะครับ..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 7 กรกฎาคม 2567 21:45:33 น.  

 

(แทรก21).. 25.มีการปะทะกันใน”หลักปรัชญาเชิงพุทธ”,ระหว่าง”ทนายอ.”เรื่อง”มิตรดี3แบบ”คือ”กัลยาณมิตร,ปาปมิตร,และพันธมิตร”,และ”ทนายอ.,ทนายด.”สรุปคล้ายกันว่า..”ต้องช่วยปกปิดความลับของเพื่อน”.. แต่”อีกฝ่าย”ก็สวนกลับด้วย”ตรรกะของตนเอง”ทำนองว่า”รักเพื่อนจะต้องปกปิดความผิดของเพื่อนด้วยหรือ?”.. เราจึงไปช่วยค้นในเว็บของ”สำนักงานราชบัณฑิตยสภา”.. เพื่อมาช่วยไข”หลักพุทธ”ให้ฟังดังนี้ครับ..

คุณมี “มิตร” ประเภทใด
คนทุกคนที่อยู่บนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะยากดีมีจน ล้วนแล้วแต่ต้องมีมิตรด้วยกันทั้งนั้น แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามิตรที่เราคบหาอยู่นั้นเป็น “มิตร” ประเภทใด
ในทางพระพุทธศาสนาได้จำแนกมิตรออกเป็น ๒ ประเภท คือ มิตรแท้ และ มิตรเทียม
มิตรแท้ แบ่งออกเป็น ๔ พวก ได้แก่
๑. มิตรมีอุปการะ มีลักษณะคือ ป้องกันเพื่อนผู้ประมาทแล้ว ป้องกันทรัพย์สมบัติของเพื่อนผู้ประมาทแล้ว เมื่อมีภัยเป็นที่พึ่งพำนักได้ เมื่อมีธุระช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก
๒. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ มีลักษณะคือ ขยายความลับของตนแก่เพื่อน ปิดความลับของเพื่อนไม่ให้แพร่งพราย ไม่ละทิ้งในยามวิบัติ แม้ชีวิตก็อาจสละแทนได้
๓. มิตรแนะประโยชน์ มีลักษณะคือ ห้ามไม่ให้ทำความชั่ว แนะนำให้ตั้งอยู่ในความดี ให้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง บอกทางสวรรค์ให้
๔. มิตรมีความรักใคร่ มีลักษณะคือ ทุกข์ทุกข์ด้วย สุขสุขด้วย โต้เถียงคนที่พูดติเตียนเพื่อน รับรองคนที่พูดสรรเสริญเพื่อน

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 7 กรกฎาคม 2567 23:50:20 น.  

 

(แทรก22).. 26.มิตรเทียมหรือคนเทียมมิตร แบ่งออกเป็น ๔ พวกเช่นกัน ได้แก่
๑. คนปอกลอก มีลักษณะคือ คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว เสียให้น้อยคิดเอาให้ได้มาก เมื่อมีภัยแก่ตัวจึงรับทำกิจของเพื่อน คบเพื่อนเพราะเห็นแก่ประโยชน์ของตัว
๒. คนดีแต่พูด มีลักษณะคือ เก็บเอาของที่ล่วงแล้วมาปราศรัย อ้างเอาของที่ยังไม่มีมาปราศรัย สงเคราะห์ด้วยสิ่งหาประโยชน์มิได้ ออกปากพึ่งไม่ได้
๓. คนหัวประจบ มีลักษณะคือ จะทำชั่วก็คล้อยตาม จะทำดีก็คล้อยตาม ต่อหน้าว่าสรรเสริญ ลับหลังตั้งนินทา
๔. คนชักชวนในทางฉิบหาย มีลักษณะคือ ชักชวนดื่มน้ำเมา ชักชวนเที่ยวกลางคืน ชักชวนให้มัวเมาในการเล่น ชักชวนเล่นการพนัน
เมื่อได้อ่านจบแล้ว ตอบคำถามได้หรือยังคะว่า มิตรที่คุณคบอยู่ จัดเป็น “มิตร” ประเภทใด.
(โดย.."พรทิพย์ เดชทิพย์ประภาพ")

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 7 กรกฎาคม 2567 23:57:32 น.  

 

(แทรก23).. 27.สังคมทุกวันนี้อยู่ยากมาก.. ทั้งๆที่ต้องยอมรับว่า”ศาสนาพุทธเป็น”ศาสนาที่มีเหตุมีผลมากที่สุด”ก็ตาม.. แต่ต้องยอมรับว่า”เรื่องบางเรื่อง”.. เช่น.. “การบรรลุคุณวิเศษ”ใน”ระดับต่างๆ”เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ยาก(?)..
อย่าง”บางสำนัก”.. เช่น.. “สำนักสีกรักแถวๆคลองกุ่ม”,บรรดา”ลูกศิษย์”ก็มักจะยอมรับว่า..”เจ้าสำนักของตน”ได้บรรลุ”ภูมิธรรมชั้นสูงสุด”แล้ว.. แต่บางกรณีที่มีเหตุชวนสงสัยว่า..”ท่านบรรลุสูงสุด”จริงหรือไม่?.. เหล่าบรรดา”ลูกศิษย์”ก็จะพากันออกมาช่วยปกป้องว่า.. กับ”พระอรหันต์”ต้องใช้”สติวินัย”กับท่าน.. ประมาณว่า.. ถ้าท่านผิดเล็กๆน้อยๆ,ก็ไม่ต้องไปเอาผิดท่าน..ประมาณนั้น(?)..
แต่จริงๆ..”เรื่องบางเรื่อง”ก็ไม่ใช่”เรื่องเล็ก”.. เช่น..บางโอกาส,ท่านยังมีการ”หลั่งน้ำตา”ต่อหน้า”สานุศิษย์เป็นจำนวนมาก”และ”หลายวาระ”ด้วย(?),จะมาอ้างว่าเป็น”อุเพงคาปีติ”ก็ดูจะ”ฟังไม่ขึ้น?”(หรือไม่?).. หรืออาจมีคำถามว่า..”อรหันต์”จะยังมีการ”ขาดสติบ่อยๆ?”จนต้องใช้”สติวินัย”กับท่านอยู่อีกหรือ?..
แล้วก็ยังมี”บางสำนัก”ที่ลาออกจาก”สำนักสีกรักคลองกุ่มนี้”(เมื่อปี55),แล้วก็นำคำสอนบางอย่างไป”พูดต่อยอด”จนเป็นประเด็นเรื่อง”อนาคามีสามารถกลับมาเกิดในโลกได้อีก(?)”,ซึ่งผิดจาก”หลักคำสอน”ของ”พระไตรปิฎกของเถรวาท”อย่างโต้งๆ(?),ซึ่งเป็นเรื่อง”มิติของจิตวิญญาณ”ซึ่งพิสูจน์ใดๆได้ยากมาก(?).. แต่”พระผู้ใหญ่ดังๆ”ก็พากันวางเฉย,ไม่เห็นมี”ท่านองค์ใด?”ที่จะออกมา”ไขข้อข้องใจ”ให้กับ”พุทธศาสนิกสายเถรวาท”ว่า”ความจริงคืออย่างไรกันแน่?”..แต่อย่างใดเลย(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 8 กรกฎาคม 2567 23:15:52 น.  

 

“ปรัชญาของพุทธ”ต้องยอมรับว่า..”หลายเรื่อง,หลายกรณี”ทำให้สับสน(ในโลกยุคนี้)ที่มีการ”แฉกันไป,แฉกันมา”อย่างมากมาย(?),โดยเฉพาะกลายเป็น”อาหารอันโอชะ?”ต่อ”สื่อมวลชนบางส่วน”(ที่ต้องการ”เรตติ้ง?”ของ”ผู้เข้าชม”)..
ใครที่อดีตเคยทำอะไรไว้?,ก็จะถูกขุด(?),ถ้าคุณขืน”อยากมีแสง?”,และ”ทำตัวโดดเด่นเกินไป?”.. เพราะ”ไม่มีใครอยากเห็นคุณเด่นเกิน?”..นั่นไง?..
อย่างกรณี”ทางพุทธเถรวาท”(ตาม”พตปฎ.”)ก็มีสอนอยู่ว่า.. “เพื่อนแท้”ต้องไม่”เปิดเผยความลับของเพื่อน”.. แต่”บางคน”ก็มา”พูดสวน”(เพราะอ่านใจที่”ชิงดีชิงเด่น”แบบ”ผู้หญิงๆ”ที่”ตนเอง”มีต่อ”เพื่อน”ไม่ออก?)ว่า..”ถ้ารักเพื่อนแล้วต้องปิดบังความผิดของเพื่อนด้วยหรือ?”..ประมาณนี้(?)..
แต่เราคิดว่า.. ก็ควรตักเตือนเพื่อนได้,แต่ถ้าเขาไม่ฟังเรา,เราก็แค่ถอยออกมา,”กรรมของเขา”ก็คือ”กรรมของเขา”,เราไม่จำเป็นต้องมา”ร่วมแฉ?”หรือ”ร่วมขยี้?”.. เพราะถ้าเช่นนั้น..เราก็ไม่ชื่อว่าเป็น”เพื่อนแท้”..ใช่หรือไม่?..
อย่าง”คำสอนพุทธ”นั้น,สอนกระทั่ง”ธรรมะของความเป็นโจร”ก็มีด้วยนะ.. คือสอนว่า..ถ้าคิดจะเป็นโจร,ควรต้องมี”คุณธรรมของโจร”อย่างไร?.. เป็นต้น.. คือสรุปว่า.. “พระพุทธเจ้า”ไม่ได้มองว่า..จะต้องให้โลกนี้มีแต่”คนผู้มีจิตใจที่ดีบริสุทธิ์”ไปทั้งหมด..ประมาณนั้นไงครับ(?).. หรือ”มิตรภาพของความเป็นเพื่อน”ที่”ต้องมี”ก็คือ”ต้องจริงใจต่อเพื่อน,ไม่อิจฉาเพื่อน,ไม่เปิดเผยความลับของเพื่อน”..เป็นต้น..
หรือเช่น.. มี”คำสอนพุทธ”ว่า..”กตัญญูคือเครื่องหมายของคนดี”นั่นไง?.. คือถ้าคุณ”ไร้กตัญญู”ต่อ”เพื่อนที่เคยช่วยเหลือคุณมาก่อน”,แล้วคุณก็ไป”แฉเขา”นั่น,นี่,นู่น(?),คุณก็จะไต่เต้าเป็น”คนที่ดีขึ้นกว่านั้น”ได้ยาก(?)..
เหมือนที่”หลักศาสนาพุทธ”สอนว่า..”คนที่ฆ่าพ่อแม่”ก็จะถูก”ปิดกั้นต่อการบรรลุธรรม”แม้ระดับแค่”พระโสดาบัน”ก็ตาม(?)..นั่นไง?..ใช่หรือไม่?.. หรือก็คงไม่มีใครอยากจะ”คบกับคุณ”แล้ว(?),เพราะเขาก็กลัวว่า.. วันหน้า,วันหลัง,คุณก็อาจจะ”ทรยศเขา”ได้เช่นกัน?,หรืออาจไป”แฉ”ใน”สิ่งที่เขาเปิดเผยกับคุณ”เพราะ”สนิทกันเป็นการส่วนตัว”..ได้เช่นเดียวกัน?.. ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 8 กรกฎาคม 2567 23:52:16 น.  

 

ต้องยอมรับว่า”ปรัชญาพุทธหลายเรื่อง”มีความสับสน.. แต่เรามักจะนำมาขบคิด,และทำตาม”ดุลยพินิจของตนเอง”.. เช่น..
1.อย่างเรื่อง”การไม่แพร่งพรายความลับของเพื่อน”ก็ถือว่าเป็น”กัลยาณมิตร”นั้น,เราเชื่อ”ปรัชญาพุทธ”(ซึ่งมีใน”พระไตรปิฎก”เรื่อง”มิตรแท้4พวก,มิตรเทียม4พวก”นั่นไง?)..
คือ..ถ้าเรารู้ว่าใครชอบ”ปากสว่าง”,หรือชอบ”นำความลับของเพื่อนไปขยายในทางที่ทำให้เสื่อมเสีย”.. แน่นอน!..ถ้าเรารู้,เราไม่คบแน่นอน..(ซึ่งคนเรามีทั้ง”มุมบวก,มุมลบ”.. ดังนั้น..เพื่อนแท้ก็ควรให้โอกาสเพื่อนในการ”เรียนรู้,ปรับปรุงแก้ไข”,เพราะไม่มีใครที่”ดี,บริสุทธิ์,เพอร์เฟ็ค”ทุกประการหรอก(?).. และเราเชื่อว่า..มีคนจำนวนมากที่คิดเหมือนเรา.. แต่ถ้าใครมีรสนิยมที่ชอบ”เพื่อนทรยศ”,ก็ขอให้ได้”เพื่อนแบบนั้น”ก็แล้วกันนะครับ..
2.”พุทธ”แม้จะสอนเรื่อง”ความกตัญญู”,แต่ถ้า”คนที่มีบุญคุณกับเรา”,แต่กลับ”ทำร้ายชาติหรือส่วนรวม”ที่เป็น”มูลค่ามหาศาล”(ถึงขนาดที่อาจทำให้”ประเทศล่มจม”ได้)ล่ะ?,เราควรคิดว่าต้อง”กตัญญูต่อเขา”อย่าง”เถรตรง”(จน”ชาติพินาศ”)หรือไม่?..
แม้แต่”นักการเมืองดังบางคน”(ที่จบ”อ๊อกว่อร์ด”)ก็ยังเคยพูดทำนองว่า.. ถ้าเรา”ยอมทรยศ”(อกตัญญู)ต่อ”นาย”,เพื่อช่วยลด”ความสูญเสีย”ที่นายไป”โกงชาติมหาศาล”,ก็น่าจะยอมทำนะ?..ประมาณนั้น(?)..
ซึ่งตอนนั้น..เราฟังแล้ว,เราก็เก็บมาคิด,และคิดว่า..น่านำมาพิจารณาเหมือนกันนะ(?).. แต่เรามองว่า..มันต้องเป็น”ประเด็นใหญ่เพื่อชาติ”จริงๆ..ไม่ใช่เป็นเรื่อง”วิธีเทคนิคหาเงินเล็กๆน้อยๆ?”ที่มีกันเกร่ออยู่แล้วเป็นธรรมดาของ”ระบบเสรีนิยม”,ที่รัฐปล่อยให้มีการ”ดิ้นรนหากิน,แข่งขันสร้างฐานะแบบอิสระ”ใน”สังคมวัตถุนิยม”,ซึ่งมุ่ง”แสวงเงินเป็นหลัก”,ซึ่งอาจมีเรื่อง”ขาวบ้าง,เทาบ้าง”,แล้วแต่”สติปัญญาของแต่ละบุคคล”(ซึ่งแต่ละคนอาจคิดได้ไม่เท่ากัน?)หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 9 กรกฎาคม 2567 2:41:36 น.  

 

3.อย่างเรื่อง”การขายอาหารเสริม”(ซึ่งอาจ”โฆษณาเกินจริง”)ที่กำลังเป็นข่าว..เป็นต้น.. ก็มี”การทำอาชีพนี้”(โดยอาศัย”เครดิตความดังส่วนตัว”,เพื่อ”แสวงหาทรัพย์,เพื่อแข่งฐานะกัน”อยู่เป็นจำนวนมาก.. เป็นต้น).. ซึ่งบางครั้ง..ก็เป็นเรื่องที่สาละวนปนเป,ขาวๆเทาๆ(?).. ซึ่งถ้าเราเป็นเพื่อน,เราก็อาจแค่ถอยห่างออกมา,ถ้าเห็นว่าแนะนำหรือห้ามแล้วเขาไม่ฟัง..เท่านั้น..(และอาจหาวิธีให้ความรู้กับประชาชนในช่องทางต่างๆก็ได้.. เป็นต้น)..
และถ้าจะโทษ,ก็ต้อง”โทษที่ระบบ”,ธรรมดาเมื่อ”ระบบ”ส่งเสริมให้”คนเห็นแก่เงิน”,ให้”แข่งขันกันสร้างฐานะ”แก่”ครอบครัวตนเองเฉพาะหน้า”,ก็จึงมักจะมีเรื่องของการ”หารายได้”แบบ”แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ต่างๆ”ทั้ง”ขาวบ้าง,เทาบ้าง”..
เช่น..”วิธีขายตรงได้หัวคิวจากลูกทีม”บ้าง,ชวนลงทุนในหุ้น,ในทองคำ,เล่นแชร์,ในวิธีการแปลกๆสารพัด,ก็เป็นเรื่องธรรมดา..นั่นแหละ?.. ซึ่งถ้าจะแก้,ก็ต้อง”แก้ที่ระบบ”,ให้เป็น”ระบบสังคมฯ”,หรือให้เป็น”ระบบรัฐสวัสดิการ”,ซึ่งถ้าคุณ”ตกงาน”,รัฐก็ดูแล,และไม่ต้องให้”ประชาชน”ต้องแข่งฐานะกันมาก,แต่มันจะสามารถทำได้มั้ยล่ะ?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 9 กรกฎาคม 2567 2:48:43 น.  

 

(แทรก24).. 28.เราส่วนตัว.. ยอมรับว่าไม่คอยเชื่อเท่าไหร่ว่า..”คนเรา”จะสามารถ”ละขาด”(โดยไม่ถวิลหาใดๆ)ใน”เรื่องทางเพศ”ได้อย่างเด็ดขาดได้เลย.. เพราะดูแต่”นักบวชพุทธไทย”ตั้งแต่ในอดีตมา.. เช่น.. “ท่านนิกรโณ,ยันตโร,พุทธาภาวโน”.. กระทั่ง”เณรค.”และ”ท่านมิตซูบิโช”ก็เจอ”กลเม็ดอันเดียวกัน”ที่เรียกว่า”นารีพิฆาต”นั่นเอง(?)..
กระทั่งวันนี้.. ก็ได้ดู”ข่าวช่องวัน,6-7-67”,ก็ยังพบว่า.. แม้ผู้ที่มุ่งแสวงความต้องการ”ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า”อย่าง”ลามะหนุ่มชาวเนปาล”ด้วยการ”บำเพ็ญ,เคี่ยวกรำ,ทำทุกกรกิริยาในป่า”อย่างหนักก็ตาม.. ก็ที่สุดไม่อาจพ้นไปจาก”กลเกม”ของ”นารีพิฆาต”ไปได้เลย(จนต้องถูกจับใน”คดีข่มขืนเด็ก14ปี”,และถูกลงโทษจำคุกไปแล้วมั้ยล่ะ?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 9 กรกฎาคม 2567 10:20:08 น.  

 

เราส่วนตัวจึงสรุปว่า.. “มนุษย์นั้น”ยังคงดำรง”สัญชาตญาณทางเพศ”เหมือน”สัตว์โลกทั่วไป”ที่ต้องการ”การผสมพันธุ์”.. โดยไม่อาจ”หลุดพ้น”ไปจาก”ปลักตมของกามารมณ์”จากการ”ถูกยั่วยวน”ด้วย”เรือนร่างที่อ่อนช้อย,พลิ้วไหว”,และรวมทั้ง"จริต,กิริยาอาการของสตรี”ไปได้เลย.. เพราะ”หญิง”นั้นเป็น”เพศ”ที่สามารถ”ยั่วเย้าให้ชายใดๆ”เกิด”อารมณ์ทางกามารมณ์”ได้มากที่สุด..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 9 กรกฎาคม 2567 10:25:47 น.  

 

และใน”คลิปที่มีการนำเสนอจากสื่อต่างๆ”ออกมานั้น.. เรายังสังเกตพบเห็นในคลิปที่มี”นางรำสวรรค์”(บางคน)ที่แต่งกายด้วย”ชุดรัดรูป”มาร่ายรำ,และมี”เด็กชาย8-9ขวบ”(บางคน)มองด้วย”สายตาที่ไม่ละวางเลย?”..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 9 กรกฎาคม 2567 10:33:15 น.  

 

เราจึงมองว่า.. เมื่อ”เด็กบางคน”เจริญ”เต็มวัย”เสียก่อน.. ซึ่งเราเชื่อว่า..เมื่อถึงวันนั้น..”เด็กผู้ถูกปั้นแต่ง”และถูกสร้างให้มี”จินตนาการ”ที่”เว่อร์วังอลังการ?”(บางคน).. เมื่อถึงวาระนั้น,ก็คงไม่พ้นไปจาก”มิติพิศวง”แห่ง”กลนารีพิฆาต”..ไปด้วยเช่นกัน(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 9 กรกฎาคม 2567 10:36:49 น.  

 

(แทรก25).. 29.ดูสื่อทุกวันนี้..ก็ไว้วางใจค่อนข้างยากเหมือนกัน.. บางทีก็ชอบ"ถามนำ”คล้าย”เสี้ยมให้เกิดการขัดแย้ง”,บางทีก็อ้างว่า”ถามแย้งแทนอีกฝ่ายที่ไม่มา”.. เท่าที่เห็นมี”4ช่องสื่อ”(ชาย2,หญิง2)..
กรณี”ตอ.”ที่กำลังเป็นข่าว,เวลาที่เขายังไม่ถูกกล่าวหา,พวก”สื่อ”ก็ไป”หาข่าว,หาคอนเท้นต์”กับเขา,แต่พอเขามีกรณี”ถูกกล่าวหา”ขึ้นมาใหม่(ซึ่งจริงๆ..บางส่วนเป็น”ข่าวเก่า”หลายปีมาแล้ว),ก็พากันรุมทึ้ง,โดยอ้างว่า”ตนถามอย่างเป็นกลาง”(แต่ฟังดูแล้วมันไม่กลางเลย,คุณไม่ใช่ศาล,อย่าพึ่งไปตัดสินใครเร็วนัก?),แต่ดูค่อนข้างไร้น้ำใจ.. จริงๆไม่สำคัญว่า”ต้องเป็นกลาง”,แต่ที่สำคัญคือ”ต้องเป็นธรรม”มากกว่า..
1.สื่อชาย1ช่อง,พอเชิญให้”ตอ.โฟนอิน”,พอเขาไม่เข้ามาตามนัด,พอฟังดูการพูดแล้ว,ก็เหมือนกับจะแฉเขาอย่างเต็มสตรีม(คล้ายแก้แค้นที่ไม่รับสายประมาณนั้น)..
2.ชายอีก1ช่อง(ที่มีขายสินค้าของตัวเองไปด้วย)ก็ไปสัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์กับ”ทนายด.”,ฟังดูแล้วก็เหมือนไปถามแบบจับผิดทั้ง”ตอ.และทนายด.”ไปด้วย..(คล้ายเอียงข้าง,ตั้งธงไว้แล้ว,และช่องนี้เคยมีมวลชนไปประท้วงเมื่อหลายปีมาแล้วด้วย)..
3.หญิงสื่ออิสระอีกช่อง,ที่ชอบสัมภาษณ์แบบผ่านวีดีโอคอล, ก็ถามแบบคล้าย”ล้วงหาข้อมูล”(คล้ายมี”วาระในใจซ่อนอยู่?”)กับ”ทนายด.”,จนทำให้ท่านอึดอัด,และคนดูก็พลอยอึดอัด,จนต้องคอยเตือนให้”ทนายด.”ว่า”อย่าหลุดข้อมูลนะ”..ไปด้วย..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 9 กรกฎาคม 2567 20:07:17 น.  

 

4.หญิงอีก1ช่อง,ตอนสมัยช่วง”เชื่อมจิต”,ก็มีนำเสนอ”ข่าวของตอ.”อยู่เรื่อยๆตามปกติแบบ”ให้เกียรติ”(ก็คือ..ก็ได้ประโยชน์จากเขามาโดยตลอด),แต่พอมีเรื่อง”ตอ.ถูกแฉนั่น,นี่”,แล้วก็เริ่มเปิดเผย”ธาตุแท้”ของ”สื่อช่องนี้”ออกมา..
คล้ายมี”รายการตั้งขึ้นใหม่”,เชิญคนที่อยู่”ตรงข้ามกับตอ.”มาร่วมรายการ,และถามคล้าย”ชี้นำประเด็น”,แบบ”เอียงข้างบางฝ่าย”,เดาว่า..คล้ายๆว่าพอไปดู”โปรไฟล์ของตอ.”(ที่”บางช่อง”นำมาเปิดเผย)ว่า..คล้ายในอดีต,”ตอ.”เคยอยู่”สีแดง,สีส้ม”มาก่อน,ซึ่ง”ช่องที่ว่านี้”เขาเป็น”ช่องเชียร์สีเหลือง”อยู่แล้ว,ก็เลยเข้าทาง,มักตั้งคำถามที่ทำให้เกิด”ภาพลบแก่ตอ.”(กึ่งกล่าวหาไว้ล่วงหน้า?)แบบ”ไม่เกรงใจกันเลย”เป็นส่วนมาก..
อยากบอก”สื่อบางช่อง”ว่า..”ประชาชนเขากินข้าว”ครับ.. อย่ามองว่า”ประชาชนไม่รู้ทันสื่อ”นะครับ.. เขาสังเกตออกไม่ยาก,จากการ”ชมรายการ”แล้ว,เขาก็สามารถจำแนกแยกออกได้ว่า.. “คุณผู้สื่อข่าว”(บางช่อง)กำลัง”ถือตาช่าง”เอียงไปข้างไหน?นะจ๊ะ..
(คือดูจากการ”ตั้งคำถาม”,ปชช.คนดูเขาก็แยกแยะได้เลยจ้ะ.. ไม่มีใครที่”ดีบริสุทธิ์”ทั้งหมดหรอก,”ความดีที่ตอได้ทำไป”ก็ควรเอามาถ่วงดุลด้วย,ไม่ใช่จะพากัน”รุมทึ้ง”อย่างเดียวเท่านั้น,และไม่ควรไปถือหาง”คนที่ทรยศเพื่อน”..ด้วยนะครับ.. เพราะไม่เช่นนั้น.. ต่อไป..”สังคมไทย”จะไม่มีใครที่จะไว้ใจต่อกันได้เลยครับ)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 9 กรกฎาคม 2567 20:37:42 น.  

 

(แทรก26).. 30.(ข้อคิด)..“สังคมไทย”เป็น”สังคมที่ตลก(ร้าย)?”และ”ไม่พัฒนา?”..หรือไม่?.. เช่น..
1.”ที่ดินของประเทศไทย”( =”ของรัฐ”),ถ้าไป”ครอบครองเกิน1ปี”,ก็จะได้”กรรมสิทธิ์”,เรียกว่า”ที่ดินมือเปล่า?”..ประมาณนั้น(?)..( =ส่งเสริมการทำผิด”ศีลข้อ2”หรือไม่?.. ทำให้”ประชากรนิสัยไม่ดีเพิ่มมากขึ้น?”หรือไม่?)..
2.การ”ครอบครองปรปักษ์”( =”แย่งของผู้อื่นมาเป็นของตน?”),ก็เท่ากับส่งเสริมการ”ผิดศีลข้อ2”ด้วยเช่นกัน?..หรือไม่?.. ทำให้เกิดปัญหาเป็น”คดีความมากมาย”,จนถึงขั้นมี”ผู้คิดสั้น”เพราะ”รู้สึกอับอาย,ที่เป็นข่าวอื้อฉาว?”,จนเสียชีวิตไปแล้ว(?).. จริงๆ..”ความผิด”น่าจะมาจาก”กฎหมายที่ไม่เอื้อต่อหลักศีลธรรม?”หรือไม่?.. ไม่รู้ว่า”ออกกฎหมายบางอย่าง?”มาได้อย่างไร?..[อย่าง“พระพ.”ก็ยังเคยมีถูกโกง,กรณี”นำโฉนดมาทำถุงกล้วยแขก?”มาแล้ว(?)..นั่นไง?]..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 12:26:33 น.  

 

3.”สังคมไทยบางส่วน”ดันไปมี”คติเบี้ยวๆ”ว่า”ไม่มี,ไม่หนี,ไม่จ่าย”,จึงไป”สร้างค่านิยมผิดๆ”ให้กับ”สังคม”(?),ทำให้”สังคม”เต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์”หลวงศรีฯ”(?),มีแต่คนที่”หน้าหยิกไม่เจ็บ?”,สร้างปัญหาให้”คดีรกศาล?”เต็มไปหมด(?)..
(อาชีพเกี่ยวกับกฎหมาย”จึงเป็น”อาชีพที่สร้างฐานะ”ได้ดี”อีกอาชีพหนึ่ง?”(ในยุคนี้),รองๆจาก”อาชีพ”ที่เกี่ยวกับ”การดูแลสุขภาพ?”เลยเชียวนะ?).. ดังนั้น.. จึงมี”ทยายด.”และ”คุณเอ่”ต้องออกมาโต้ว่า”เป็นหนี้ก็ต้องใช้สิ?”..นั่นไง?..
4.มี”ลูกหนี้บางจำพวก”,เป็นหนี้แล้วไม่จ่าย,รอให้”เจ้าหนี้อึดอัดมากๆ”,แล้วออกมา”แถลงข่าว”,พอเข้า”ข้อหาหมิ่น”,ก็เลยทำท่าจะไป”ฟ้องศาล?”..
“คนดูคือประชาชน”เขาก็พอมองออกว่า.. “บางฝ่าย”มีเจตนาต้องการฟ้อง,เพื่อเอา”ค่าเสียชื่อเสียง?”เพื่อมา”หักกลบลบหนี้?”,เพื่อจะได้”ไม่ต้องชดใช้หนี้?”..ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 12:45:40 น.  

 

5.”บางคน”มีการทำผิดเกี่ยวกับ”เรื่องร้ายแรงบางเรื่อง?”,แทนที่จะ”ยอมรับผิดไปเลยให้คดีง่ายขึ้น”,แต่ความที่”รู้กฎหมาย”(เพราะ”ตนอยู่ในวงการกฎหมาย”),ก็เลยไปเล่นเรื่อง”เทคนิควิธีการการเอาผิดกับตน”ว่า..”ไม่ถูกต้อง?”.. ปัญหาก็เลยลุกลามไปกันใหญ่.. ฝ่าย”ผู้ใหญ่คนดีๆในสังคม”ก็พากันเฉยเสีย(?),ไม่มีใครอยากเปลืองตัว(?),เพราะถ้าขืนออกมา”แสดงความเห็น”,ก็อาจจะ”ถูกฟ้องหมิ่น?”ได้อีกเช่นเดียวกัน(?)..
6.”คนบางคน”(ซึ่งเคยมี”ตำแหน่งใหญ่”),ซึ่งสังคมเคยดูว่า.. เป็นคนแบบ”ฮีโร่,วีรบุรุษ”),แต่ทำไปทำมา,ก็ดันไปคบหากับ”บางคนที่มีมลทิน?”,และคล้าย”ไปประสาน?,ไปดีลด้วย?”,ทำให้”กระบวนการยธ.”เกิดการ”บิดเบี้ยว?”.. ทำให้”กลุ่มคนที่เคยเชียร์บางท่านมาก่อน?”(เพราะเห็นว่าเป็น”ผู้กล้าชน”กับ”คนใหญ่คนโต”มาก่อน),ก็เลยพากันงง?.. ไม่รู้จะ”วางตัว?,แสดงออกต่อท่าน?”..กันอย่างไรดี?..เลยล่ะ?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 13:06:59 น.  

 

(แทรก27).. 31.เรามี”ความเห็นส่วนตัว”ว่า.. “สังคมไทย”ที่ไม่พัฒนา(และ”เสียเศรษฐกิจชาติในภาพรวม”)อย่างมาก.. เพราะ”กฎหมายหมิ่นบุคคลต่างๆ?”นี่เอง(?).. ซึ่งเราว่า..น่าจะมีการแก้ไขว่า.. ให้”คดีหมิ่นบุคคลทั้งหลาย”จะต้องไม่มีการ”เรียกเงินค่าเสียหายต่างๆ”.. ซึ่งทางสังคมมักจะเรียกกันว่า..คือเท่ากับเป็นการ”ฟ้องเพื่อปิดปาก?”..(เพราะไทยเคยเสีย”ที่ดินเขาพระวิหาร”ก็เนื่องจากเจอกรณีของ”กฎหมายปิดปาก?”,ซึ่งอาจเป็น”เหตุผลอีกมุมหนึ่ง”,แต่”มีชื่อคล้ายๆกัน?”มาแล้ว?.. นั่นไง?)..
เพื่อไม่ให้พูดถึง”ความผิดของบางคน?”(ซึ่ง”หลายกรณี”ที่มี”การเปิดเผยความผิด”แทบทั้งหมดนั้น,มักเป็น”ประโยชนต่อสังคม?”(ในทางใดทางหนึ่ง?)เสมอ(?).. คือถ้ามีการพิสูจน์ว่า..”สิ่งที่เปิดเผยไม่มีมูล,เป็นการกล่าวเท็จ,หรือใส่ร้าย”,ก็แค่ให้”ทางรัฐ”เป็น”เจ้าภาพ”(ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด)เพื่อจัดให้มีการ”ถ่ายทอดต่อสาธารณะ”โดยทำเป็น”คลิปวีดีโอการแสดงการขอขมา,ขอโทษกัน”,เพื่อให้”สื่อมวลชนนำการขอโทษ,ขอขมาต่อผู้เสียหาย”,ไปนำเสนอต่อประชาชน..เท่านั้นก็พอ(?)..
ที่สำคัญคือ”กระบวนยธ.”ต้องตระหนักว่า..”อย่าให้คดีล่าช้า..เป็นอันขาด?”.. เพราะยิ่ง”กระบวนยธ.”เร็วได้เท่าไหร่?,ยิ่ง”เสียเศรษฐกิจของประเทศชาติโดยรวม”และ”เสียสุขภาพจิต,ความเครียดของทั้ง2ฝ่าย”น้อยลงได้มากเท่านั้น..(ซึ่ง”คนไทย”จะได้”ลดอัตราคนวิกลจริตเพราะความเครียด”ลงได้มาก).. และยังอาจ”ลดการวิ่งเต้น?”ใน”กระบวนยธ.”,เพื่อให้”ตนเองเป็นฝ่ายชนะ?”ได้อีกด้วย(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 14:22:17 น.  

 

(แทรก28).. 32.“ทนาย”ที่เราชื่นชม(เฉพาะ ณ วันนี้นะ.. อนาคตไม่รู้นะ)ว่าเป็นทนายที่”ค่อนข้างตรงไปตรงมา”.. คือ..
1.”ทนายอ.”,เราชื่นชม.. คือที่ท่านสู้เรื่อง”พุทธศาสนาเถรวาท”อย่างเต็มที่,ไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆทั้งสิ้น.. ซึ่งยากหรือมีน้อยที่จะหาคนที่"กล้าทำในเรื่องเหล่านี้"ได้.. ขอให้กำลังใจท่านด้วย.. และอีก1ท่าน.. คือ..
2.”ทนายด.”,เราก็ชื่นชม.. คือท่านเป็นคนที่”พูดตรงไปตรงมา”อย่างมาก,และไม่ใช่”ซื่อแบบบรื๋อๆ?”ด้วยนะ(?).. แต่ท่านมัก”รู้ทันทุกคน”,รวมทั้งรู้ทัน”สื่อบางคน”ที่เป็น”สื่อที่มีเหลี่ยมเยอะ?”,รวมทั้ง”สื่อที่จะมาล้วงความลับทางคดี?”กับท่านด้วย(?).. อยากบอกว่า..มีประชาชนชอบท่านมากนะ.. เพราะดูท่านจะกล้า”พูดถึงทุกคนที่เป็นข่าว”,แต่ก็เห็นมี”2คน”ที่ดูท่าน”ทนายด.”จะไม่ค่อยอยากพูดถึง..(หรือไม่อยากไปรบด้วย?),คือ..“บางคน”ใน”ค่ายผ...?”,และ”บางคน”ที่มีเครดิตของ”ความเป็นฮีโร่?”(ในอดีต)..นั่นน่ะ?..เท่านั้น(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 15:04:40 น.  

 

(แทรก29).. 33.(การวิเคราะห์สังคมไทย)..
1.เพราะ”สังคมโลก”ให้”ความสำคัญเรื่องเงิน”.. ดังนั้น.. “สังคมไทย”ก็ต้องตาม”สังคมโลก”,เป็นเหมือน”ไฟ้ต์บังคับ”ที่ต้อง”ใช้เงินเป็นความสะดวก”,จะไป”ใช้ของแลกกันไปมา,พะรุงพะรัง”เหมือน”คนสมัยโบราณ”ได้ยังไง?..
จึงทำให้”สังคมเริ่มซับซ้อน”,มุ่ง”หาแต่เงิน”,เพื่อ”แก่งแย่ง,ประชันฐานะกัน”,เพื่อ”ความสุขสบายแห่งตน”,และเพื่อให้”คนรอบข้างนับหน้าถือตา”และ”เกรงใจ”..
จริงๆมี”อาชีพกสิกร”และ”อาชีพผู้ใช้แรงงาน”( =“วรรณะศูทร”ในคติของ”อินเดียโบราณ”)เท่านั้น,ที่ดูเป็น”อาชีพที่ค่อนข้างบริสุทธิ์”ใน”สายตาของพุทธศาสนา”..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 19:07:11 น.  

 

2.อย่าง”อาชีพค้าขาย”( =”วรรณะแพศย์”ในคติของ”อินเดียโบราณ”)ก็เป็น”อาชีพของเงินต่อเงิน”(หาส่วนต่าง,กินกำไรต่อกันไปมาเท่านั้น),ซึ่งไม่ได้เป็น”ผู้ผลิตพืชผล”อันเป็น”รากฐาน”ของ”ความอยู่รอดด้านอาหาร”ของ”สังคมมนุษย์”เป็น”หลักใหญ่”..แต่อย่างใด?..
แต่”เรื่องส่วนต่าง”แบบ”ซื้อมา,ขายไป”,ซึ่งมีลักษณะของ”เหลี่ยมคู”หรือ”กลเม็ดการค้า”,ที่จะหาทางให้ได้”ส่วนต่างมากๆ”(โดย”ไม่ให้ลูกค้ารู้ตัว”.. เช่น.. “การโกงเครืองชั่งต่างๆ”.. เป็นต้น),ซึ่งถือเป็น”การเอาเปรียบ”ต่อ”ลูกค้า”ที่มาซื้อขายด้วย..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 19:19:23 น.  

 

3.ต่อมาก็มีการ”โฆษณา,สร้างภาพ”,โดยผนวกการ”ขายชื่อเสียง?”ของ”คนดัง(เซเล่บ)ต่างๆ?”,ทำให้”สินค้าและการทำเรื่องร่วมลงทุน?”นั้นมีลักษณะ”สินค้าทิพย์?”ขึ้นมา,ซึ่งทำให้”หลายๆคน”,ทั้ง”คนดัง”(บางคน)ที่เป็น”พรีเซ็นเตอร์?”และ”ผู้ลงทุนร่วมกับคนดัง?”สามารถ”สร้างฐานะความร่ำรวย”,ให้แก่”เฉพาะกลุ่มใกล้ชิดพวกตนเอง”ได้”รายได้เป็นเงินจำนวนมาก”(?)..
กอปรกับ”สังคมไทย”มีพื้นฐานเป็น”ชาวพุทธ”ซึ่ง”สอนเรื่องบุญ,ทาน”,โดยมักอ้างว่า..จะทำให้ได้”ฐานะที่สุขสบายเป็นเศรษฐี”ในชาติหน้า(?),ก็เลยพากัน”หลงใหล?”ในการ”ทำบุญ-ทำทาน?”ไปกันใหญ่(?).. จึงเป็นช่องให้”กลุ่มธุรกิจเงินต่อเงินต่างๆ?”(บางส่วน),รวมทั้ง”กลุ่มลัทธิความเชื่อ?”(บางส่วน)พากัน”แอบแฝงเข้ามา”โดยมักอ้าง”การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม?”และ"การช่วยเผยแพร่ศาสนา?"มาเป็น”ภาพบังหน้า?”เพื่อให้ดู”น่าศรัทธาช่วยเหลือ?”(ด้วยเพราะต้องการ”หาเงิน?”เป็นหลัก?),โดยมี”รายได้ของผู้นำกลุ่ม?”เป็นเรื่องของ”ตัวเงิน”เป็นหลักใหญ่(?).. ซึ่งเป็น”เท็คนิค,แท็คติกการหาเงิน?”..เท่านั้นเอง(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 19:43:48 น.  

 

4.ต่อมาอีก..เป็นที่รู้กันเป็นธรรมดาว่า.. ถ้าไม่อ้างเรื่อง”มูลนิธิ”ก็จะมาหาเงินด้วย”วิธีซิกแซ็ก”ที่จะอ้าง”เรื่องศรัทธา,ความเชื่อ?”ในการ”ทำบุญกุศล?”โดยใช้ในนามของ”ตัวบุคคล?”(ที่เป็น”เอกชนเดี่ยวๆ?”)ได้โดยยาก(?).. จึงมีการทำเรื่อง”จิตอาสา?,ความเชื่อ?,ความศรัทธา?,องค์กรศาสนา?”ในรูป”มูลนิธิ”กันเป็นจำนวนมาก(?)..(โดยแนะนำกันแบบ”ปากต่อปาก?”ก็มี,และมี”จนท.รัฐบางส่วน?”คอยแนะนำ”ช่องทางการทำมูลนิธิ?”ด้วยก็มี?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 19:53:37 น.  

 

5.จริงๆ.. ก็คือ..อย่าง”บางกรณี”.. เช่น.. “ระบบบริษัท”มักจะ”เสียภาษีมาก?”,แต่ถ้าเป็น”ห้างหุ้นส่วน”(ทั้งๆที่มักจะมีแต่”พี่ๆน้องๆ”ใน”ครอบครัวตนเอง”เท่านั้น?,ที่เข้ามา”ลงนามเป็นหุ้นส่วน?”)ก็จะ”เสียภาษีน้อยลง?”,ซึ่ง”จนท.รัฐ?”มักเป็น”ผู้แนะนำ?”ให้กับ”ผู้ที่คิดจะก่อตั้งบริษัท”เสียเองด้วย(?)..
คือ”สังคมไทย”ต้องยอมรับว่า..มักจะมีเรื่องของการ”หลบเลี่ยงภาษี?”(เช่น..”การทำบัญชี2เล่ม?”..เป็นต้น?)เป็นจำนวนมาก(?).. แม้แต่ในเรื่อง”ระบบเทคนิคการซื้อขาย?”ใน”ตลาดหุ้น?”ด้วย?..ก็ตาม?..
เพราะ”คนไทย”(บางส่วน)แม้จะชอบ”การทำบุญทำทาน”,แต่ก็มักมีเรื่องของ”การขี้เหนียวภาษี?”ที่จะ”เสียให้รัฐ?”.. ดังนั้น.. เมื่อดูว่า..”ตนเอง”ต้อง”เสียภาษีให้รัฐ”ปีหนึ่ง,ปีหนึ่ง,เป็นจำนวนมาก,ก็จึงมักหาทาง”หลีกเลี่ยง,หลบเลี่ยง?”(ให้ได้มากที่สุด?)กันเป็นเรื่องธรรมชาติ,ในแบบฉบับของ”ตำนานหลวงศรีฯ”หรือ”บักเซียงเหมี่ยง”?..นั่นเอง(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 20:10:55 น.  

 

6.มี”2เรื่อง”ที่เป็น"ข้อสังเกต".. คือ.. “สังคมไทย”มี”ภาพที่ดี”ในเรื่องการมี”องค์กรบางองค์กร”สำหรับ"ดูแลสังคมให้ปลอดภัย".. คือ..
(1)”องค์กรอย.”และ”สคบ.”ซึ่งมีหน้าที่”ให้ความปลอดภัยแก่ประชาชน”,.. แต่เมื่อ”สังคมนี้”มีแต่”อุดมการณ์หรือนโยบาย?”(ทาง"การเมือง?")ที่จะให้”ประชาชนหารายได้?”เพื่อ”ประชันฐานะกัน?”,เพื่อหวังผลทาง”เศรษฐกิจในภาพรวมใหญ่ของประเทศ?”.. ดังนั้น.."ต่างคน,ต่างครอบครัว"จึงมักหาช่องทาง,ในการ”ผลิตสินค้า”(เพื่อ”ธุรกิจหารายได้?”)ที่มี”ลักษณะสีเทาๆ?”ที่อาจ”เป็นภัยต่อผู้บริโภค?”อยู่เป็นจำนวนมาก(?)..
แล้วถามว่า..เฉพาะ”องค์กรดังกล่าว”ข้างต้นนั้น.. จะมี”คนทำงาน?”และ”งบประมาณ?”ที่มากเพียงพอที่จะไปตรวจสอบ,สกัดกั้น”ความไม่ชอบธรรม?”ในการ”ผลิตสินค้าสีเทาๆ?”,ซึ่งอาจมีเป็น”จำนวนมากทั่วประเทศไทย?”ได้หรือไม่?..
เพราะ”สังคมไทย”ไม่มี”พันท้ายนรสิงห์?”หรือ”ชาวบ้านบางระจัน?”อีกต่อไปแล้ว(?).. จะมีก็แต่”พันธุ์ศรีธนญชัย”(ซึ่งมี"DNAเจ้าเล่ห์,เห็นแก่ตัว?”),ซึ่งมีเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก?..เท่านั้น(?)..ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 20:38:07 น.  

 

(2)และ”อีกองค์กรหนึ่ง”ก็คือ”องค์กรที่อนุญาตให้มีการจัดตั้งมูลนิธิต่างๆ”ทั่วประเทศไทย.. ก็มีคำถามว่า.. คุณจะสามารถไปตรวจสอบ”ระบบการบริหารมูลนิธิต่างๆ?”และ”บัญชีค่าจ่ายของมูลนิธิต่างๆ?”ทั่วประเทศไทย(?)..ได้อย่างทั่วถึง(?)..ได้หรือไม่?..
แล้ว”กำลังคน”ที่จะเข้ามาตรวจสอบนั้น,มีมากเพียงพอหรือไม่?(เช่นเดียวกัน?).. คือสรุปว่า.. “นโยบายขององค์กรตรวจสอบเหล่านี้”นั้นอาจ”ดูสวยหรู”และ”มีอุดมการณ์ที่ดี”ก็ตาม.. แต่ถามว่า..จะมี”กำลังคน?,กำลังเงิน?”เพียงพอที่จะทำ”อุดมการณ์ที่สวยหรู”ให้”บรรลุผลเป็นรูปธรรม?”..ได้แค่ไหน?..หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 20:48:16 น.  

 

7.ขอเพิ่มเติมว่า.. อย่าง”บางลัทธิ?,ศาสนา?,และความเชื่อ?”ที่เป็นของ”ต่างชาติ”ที่เข้ามาในประเทศไทย,ก็มักจะมีการจัดตั้งใน”รูปแบบ”ที่เป็น”มูลนิธิ”(?)..เช่นเดียวกัน(?)..
แต่เท่าที่เคยทราบมาบ้าง.. ซึ่งมี”บางส่วน”ก็คล้ายจะมีการทำแบบ”แนบเนียน?”.. คือมีการสร้างเป็น”สถานประกอบพิธีกรรมบูชา?”(?),โดยมีการ”รับเงินบริจาค?”,แต่มักจะมา”สร้างสถานดังกล่าว?”ใน”ที่ดิน”อันเป็น”กรรมสิทธิ์?”ของ”ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ?”นั่นเอง(?)(ซึ่งไม่ได้เป็น”นักบวช”)..
เสร็จแล้ว.. เมื่อภายหลัง..ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงใดๆ.. ”อาคารต่างๆ”เมื่อไม่ได้ใช้งานแล้ว,ก็จะตกเป็นของ”เจ้าของที่ดินคนเดิม?”..ในที่สุด(?)..ใช่หรือไม่?.. เป็นต้น..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 21:03:11 น.  

 

(แทรก30).. 34.เรื่องที่เราสังเกตอีกเรื่อง.. คือ..”สื่อบางสื่อ?”(สื่อดัง).. คล้าย”เล่นไพ่2หน้า?”(และมีบริบทที่”เลือกข้างทางการเมือง?”,ซึ่ง”ใครๆก็ดูออก?”),ซึ่งสังคมต้องใช้”วิจารณญาณ”ในการ”รู้ทันสื่อ?”..(“สื่อ”เป็น”อาชีพ”ที่มี”มุมลี้ลับ?”เกี่ยวกับ”ประโยชน์ทับซ้อน?”และ”ผู้สนับสนุนช่อง?”อยู่มากมาย?)..
[เช่น.. “ช่องสื่อดัง?”อีก”บางช่อง?”,ที่มี”เครดิต,ต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง”ใน”ทางการเมือง”มาเนิ่นนาน(?),เป็น”สื่อเก่า”ที่มีคน”เชื่อถือและศรัทธาในจุดยืน”อยู่มากมาย.. แต่ภายหลัง.. ก็เห็นว่าไป”รับสปอนเซอร์?”จาก”บางบริษัท?”,ที่”ผลิตสินค้าบางชนิด?”ที่”ทำลายสติสัมปชัญญะ?”ให้ลดลง(?).. ทำให้ลด”ศรัทธาของผู้ชม?”ได้ด้วยเหมือนกัน(?).. เป็นต้น]..
คือ”บางสื่อ?”คล้ายมี”หลายรายการ?”ที่”ทำข่าว,ทำรายการ”แบบ”สวนทางกัน?”(คล้าย”ไบโพล่าร์?”ประมาณนั้น?),แต่มาอยู่”ช่องข่าวเดียวกัน?”เหมือน”ละครตบๆจูบๆ?”..(ซึ่งมี“รายการหนึ่ง?”คล้าย”โหนตอ.?”,แต่”อีกรายการ?”คล้าย”โจมตีตอ.?”อย่าง”สุดลิ่มทิ่มประตู?”ไปเลย?,ทำให้”คนดู”เข้าใจ”ช่องของคุณ”ได้ยากนะครับ?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 22:34:51 น.  

 

(แทรก31).. 35.คือ.. ก่อนหน้านี้..ที่”คุณตอ.”มี”ข่าวเชิงบวก”ที่”ร่วมต่อต้านบางลัทธิความเชื่อ?”ที่”ไม่ตรงกับหลักพุทธ”.. ก็เห็นว่า”สื่อช่องนี้”ก็ไปอาศัย”คอนเท้นต์จากเขา?”มาออกรายการตลอด,และได้”เรตติ้งในบางรายการ?”ใน”ช่องของตน”เป็นจำนวนมาก(?)..
[จึงควรพิจารณาตนเองว่า.. มีน้ำใจใน”จรรยาบรรณการเป็นสื่อ?”หรือไม่?.. เพราะ”สื่อ”ก็คือ”มนุษย์คนหนึ่ง”ที่มี”กิเลส”เท่าเทียมกันกับ”ประชาชนทั่วไป?”(?),ไม่ได้วิเศษกว่ากัน(?),และ”ไม่ควรตัดสินใครไปก่อนศาล?”..นะครับ?]..
แต่พอต่อมา..ที่มี”บางคน”ที่”ขัดผลประโยชน์?”(โดยอ้างว่า”ถูกกันซีน?”ไม่ให้”เห็นแสง?”)แบบ”หญิงๆ?”.. แล้ว”สื่อดังกล่าว?”ก็คล้ายไปสร้าง”รายการใหม่”คล้าย”เล่นไพ่อีกหน้า?”,ถามแซะ,แกะ,เกา,ถามด้วย”คำพูดที่รุนแรง?”,เหมือนใช้”เพลงดาบไร้น้ำใจ?”..(ทั้งๆที่..แต่ก่อนเคยพึ่ง”คอนเท้นต์จากเขา?”เพื่อ”หาเรตติ้ง?”ให้กับ”ช่องของตน?”มาโดยตลอด?)..
ซึ่งดูแล้วทำให้ไม่สบายใจ,ใน”วิธีการการทำสื่อ?”ของ”ช่องคุณ?”.. ซึ่งจริงๆเราก็ถือเป็น”FC”ด้วยก็ได้,เพราะติดตาม”ข่าวสาร”จาก”บางรายการ”ของ”ช่องคุณ”มาโดยตลอด..(ด้วยความเคารพครับ)...

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 10 กรกฎาคม 2567 22:43:01 น.  

 

(แทรก32).. 36.โดย”หลักการ”ตาม”ความคิดส่วนตัวของเรา”,เรามักจะดูคนจาก”โหงวเฮ้ง,หน้าตา,ท่าทาง”เป็นหลัก.. ส่วน”ประวัติ,โปรไฟล์ต่างๆ”,เราถือว่าเป็นเพียง”ข้อมูลประกอบ”บ้างเล็กน้อยเท่านั้น..
คือเรารู้ว่า..”แสง”คือ”สิ่งที่ทุกคนต้องการ”,เพราะ”การมีแสง”จะทำให้”เรามีตัวตน”,ได้”ดื่มด่ำกับความรู้สึก”ว่า..”เรามีคนรู้จักไปทั่วประเทศและอาจจะทั่วโลกแล้วหนอ”..ประมาณนั้น.. ซึ่งมันเป็น”ความประทับใจ”ใน”ส่วนลึก”(เมื่อนึกถึงเมื่อไหร่ก็ตาม?)ของ”ผู้ที่ไม่เคยมีแสงมาก่อน”อย่างมากถึงมากที่สุด.. ดังนั้น.. “ทุกคน”จึงพยายามจะ”แย่งหาแสง”ให้”ส่องมาหาตนเอง”ให้มากที่สุด..นั่นไง?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 11 กรกฎาคม 2567 0:14:57 น.  

 

(แทรก33).. 37.แต่ส่วนตัวนั้น.. เราไม่รู้หรอกว่าใน”3บุคลิกตัวตน”(ที่เป็นข่าว)นั้น,มีใคร”ผิดบ้าง?,ถูกบ้าง?”แค่ไหน?.. แต่เราสมมุติว่าถ้าเราเป็น”ผู้จัดละคร”.. เราเห็นแล้วว่า.. ถึงอย่างไร..”หญิงคนหนึ่ง?”ที่มี”บุคลิกดี,หน้าตาสะอาด,เกลี้ยงเกลา”,มีลักษณะเป็น”คนน่ารัก,สมเป็นหญิง”.. ยังไงเสียเราก็ต้องให้เล่น”บทนางเอก”อย่างแน่นอน..
แต่สำหรับ”หญิงคนอื่น?”,เราคงจะเสนอให้เขาเล่น”บทนางอิจฉา?”,เพราะดู”บุคลิก,หน้าตา”น่าจะเล่น”บทบาทดังกล่าว”ได้สมกับ”หน้าตาและบุคลิกลักษณะ”ของเขา,เป็นอย่างมาก(?)..
คนเรานะ..โบราณเขาบอกว่า..”แข่งวาสนาบารมีนั้นแข่งกันยาก?”.. แม้สมัยนี้จะมี”ศัลยกรรมใบหน้า”อย่างไร?.. แต่ถ้า”นิสัยตัวตนเดิมของคุณ”มีปัญหา?,วันหนึ่งคนก็จะเห็น,และอ่านออกว่า..”มันไม่ตรงกับหน้าตาของคุณหรอก?”..
แต่คนที่มี”หน้าตา,บุคลิกที่ดีตามธรรมชาติ”ย่อมถือเป็น”ทรัพย์ที่ดีของเขา”,ที่ใครก็ไม่อาจ”เทียบรัศมีของเขา”ได้(?).. คือต่อให้เขา(เธอ)ต้องตกเข้าไปอยู่ใน”ดงโจร”,ที่สุดเขา(เธอ)ก็จะได้เป็น”ราชินีในหมู่โจร”อยู่ดี(?)..ว่างั้นเถอะ?..(ด้วยความเคารพครับ)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 11 กรกฎาคม 2567 0:21:28 น.  

 

(แทรก34).. 38.(“รู้ทันสื่อ?”).. สังคมที่ต้องดิ้นรนเพื่อ”สถานะ,อาชีพ,และปากท้อง”ของ”ตัวเอง”ทำให้ยากที่จะหา”ความจริงใจ”จากใครได้(?)..(นะครับ”คุณตอ.”).. “ตัวผู้เป็นข่าว”บางครั้งก็ต้องการ”แสงจากสื่อ”ให้ช่วย”โปรโมตกิจกรรมของตน”,ก็ต้อง”อาศัยสื่อ”เพื่อ”ขับดันตัวเอง”..(คล้ายว่า..”แต่ละฝ่าย”ก็ต้องการ”ประโยชน์จากอีกฝ่าย” = “แลกกัน?”..ประมาณนั้น)..
ส่วน”สื่อบางคน,บางช่อง”(โดยเฉพาะ”ช่องอิสระบางช่อง”)ก็ต้องการ”เรตติ้งจากผู้ชม?”เพื่อเป็น”รายได้ของช่อง?”.. เมื่อเป็น”สื่ออิสระเล็กๆ?”(ที่ไม่ได้”ลงทุนในการทำช่อง”อะไรมาก?),จึงต้องใช้”ระบบวีดีโอคอล”หรือ”ระบบซูม”(ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายให้กับ”แหล่งข่าว”,หรือ”ผู้เป็นข่าว”),ก็จึงคล้ายว่า..อาจเพียงใช้”จริตแบบหญิง?”ที่มี”หน้าตาสะสวย,ดูดี?”(ถ้า”เจ้าของช่อง”เป็นหญิง?),เพื่อ”ล้วงหาข้อมูล?”จาก”ผู้ที่ตนวีดีโอคอลด้วย?”..
จนบางที..”การแสดงออก”(เพื่อต้องการดึงดูด,ให้มีผู้อยากเข้าชมช่องของเธอ),จึงดูเหมือน”ต้องการแต่ข้อมูล”แบบ”ถามแซะนั่น,นี่?”,แบบคล้าย”ไม่มีความจริงใจต่อแหล่งข่าว?”ที่เธอ”สัมภาษณ์หรือถามไถ่?”ซักคนเลย(?),เพียงมีเป้าหมายให้”รายการของเธอ”เป็นที่”น่าสนใจ?”ของ”ผู้เข้าชม”,เพื่อจะ”ติดตามช่องของเธอต่อไปเรื่อยๆ?”..เท่านั้น(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 11 กรกฎาคม 2567 13:07:22 น.  

 

(แทรก35).. 39.เราว่า.. “ช่องที่ไม่สนใจพื้นฐานทางจรรยาบรรณในความเป็นมนุษย์?”(บางช่อง),และมักใช้”กลเชิงต่างๆ?”ในการ”หาข้อมูล?”จาก”แหล่งข่าว?”แบบลวกๆง่ายๆ(?)(แบบ”ปะเหลาะ,ตามน้ำ?”เหมือน”พูดเสริมไปกับแหล่งข่าว?”,ที่มี”ข้อมูลที่เป็นลบ?”กับ”อีกฝ่าย?”,เพราะ”แหล่งข่าว?”อาจ”เกรงใจต่อเธอ?”ในฐานะที่”เธอเป็นสื่อสาวสวย?”..ก็เป็นได้?..หรือไม่?),โดยเธอไม่ต้องลงทุนอะไรมากนั้น(?).. เราว่าก็น่าจะ”เลิกทำช่อง?”ไปเลยก็ดี(?)..(เพราะถ้าเธอใช้”วิธีการนี้?”ในการ”หาคอนเท้นต์?”อีกต่อไป.. วันข้างหน้า..เธออาจจะหา”ความจริงใจจากใคร?”ไม่ได้เลย?..เช่นเดียวกันนะจ๊ะ?)..
จริงๆ..มีช่องที่มี”ผู้ชายDuo?”อีก”บางช่อง?”ที่ใช้”วิธีการคล้ายกัน?”,แต่แค่ไม่มี”จริตการถามแหล่งข่าว?”แบบ”หญิง?”เท่านั้น.. แต่ก็ทำให้”คนดู”ชวนสงสัยว่า.. จะต้องการแต่”คอนเท้นต์จากแหล่งข่าว?”และ/หรือ”ผู้เป็นข่าว?”เท่านั้น?..(หรือไม่?)..
โดยที่ไม่สนใจว่า.. ก่อนหน้านี้..เคย”คบหาแบบเป็นมิตร?”กับ”ผู้เป็นข่าวบางคน?”มาก่อนอย่างไร?,กระทั่ง”ทีมอเวนเจอร์บางท่าน”ก็ยังเคย”กล่าวขอบคุณ”ต่อ”ช่องดังกล่าว?”นี้ด้วยซ้ำไป(?).. แต่วันหนึ่ง..เมื่อมี”ข่าวทางลบ?”กับ”ผู้เป็นข่าว?”(เช่น..”คุณตอ.”).. “สื่อบางท่าน?”ก็กลับพากัน”ร่วมรุมทึ้ง?,รุมขยี้ข่าว?”,จน”คุณตอ.”แทบไม่มีที่ยืนในสังคมไปเลย(?)..
(คืออยากบอกว่า.. “คนดูข่าว,เขากินข้าว?”,ไม่ได้”กินหญ้า?”,เขาฟังดู”ท่วงทีของการนำเสนอ?”หรือ”การตั้งคำถาม?”,เขาก็ดูออกไม่ยากว่า.. คุณนำเสนอแบบ”ถือตาชั่งเอียง?”หรือไม่?.. เช่น.. ควรถาม”ผู้ที่มาตั้งป้อมแฉคุณตอ.?”ก่อนว่า.. แล้วคดีที่”แหล่งข่าวก็ถูกฟ้องเหมือนกัน?”นั้น,เขาได้เคลียร์หมดหรือยัง?.. เป็นต้น?.. ด้วยนะครับ?.. เพราะ”ทนายด.”ก็ยังเคยพูดว่า..”ถ้าตัวเองก็มีแผล..ก็อย่าพึ่งไปแฉใคร?”..นั่นไง?..ล่ะครับ?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 11 กรกฎาคม 2567 13:37:01 น.  

 

(แทรก36).. 40.(“คนฝรั่ง”มัก”ผลิตสินค้าวิทยาศาสตร์”ได้อย่าง”ละเอียด,รอบคอบ,และระวัง,รัดกุม”.. แต่สำหรับการ”เก่งการดัดแปลง”,และ”คิดค้นสิ่งใหม่ๆ”มักเป็น”คนไทย”.. นั่นเพราะมาจาก”รากฐาน”ของเรื่องการ”มีภาษา”ที่”สะดวกในการสื่อสาร”ที่”แตกต่างกัน”,ระหว่าง”ภาษาไทย”กับ”ภาษาE”.. นั่นเอง)..
ช่วงนี้มีการทดสอบ”สกิลการพูดภาษาอังกฤษ”กับ”คนดังบางคน”.. เราอยากบอกว่า..”รากฐานการพูดภาษาอังกฤษ”(ภาษาE)กับ”ภาษาไทย”นั้น,มันคนละอย่าง(?)..
ตราบใดที่คุณยังต้องคิดเป็น”คำไทย”,และต้องผ่านการแปลงเป็น”ภาษาอังกฤษในสมอง”เสียก่อน,แล้วจึงค่อยพูดออกมา.. คุณไม่มีทางที่จะพูด”ภาษาE”ได้”คล่องปรื๋อ”ได้เหมือนกับ”คนเมกาหรืออังกฤษ”ที่เป็น”เผ่าพันธุ์ของต้นทางภาษา”ได้หรอก(?)..
(เพราะการ”ฝึกพูดฝรั่ง”ให้ได้เร็วและดี,จะต้องสร้าง”บรรยากาศ,สิ่งแวดล้อม”ที่มี”คนไทย”น้อยกว่า”คนฝรั่ง”,จึงจะทำให้คุณ”ฝึกพูดฝรั่ง”ได้ดีและคล่องขึ้นมาก)..
แต่เท่าที่สังเกต.. “คนไทยที่พูดภาษาE”ได้คล่อง,ได้เร็ว,มักเป็น”หญิง”,เพราะ”หญิงมีความจดจำที่ดี”ทั้ง”ศัพท์แสงและรูปประโยค”),และมักมีความ”กล้าแสดงออก”มากกว่า”ผู้ชาย” (เพราะสังคมมักไม่ค่อย”เอาโทษกับหญิง”,ในการแสดงออกที่”ผิดพลาด,พลั้งเผลอ”ใดๆ,ดังนั้น.. จึงมี”หญิง”ที่พูด”ติดอ่าง”เป็นจำนวนน้อยกว่า”ผู้ชาย”มากๆ)..
เพราะหญิง”ไม่กลัวอาย”ต่อ”ผู้ฟัง”,จึงมีโอกาส”ฝึกฝนการพูดภาษาE”ได้ดีกว่า.. แต่”ชาย”มักอายว่าจะ”พูดผิด,กลัวคนหัวเราะใส่”.. ซึ่งสังเกตว่า.. “นักการเมือง”ที่”พูดภาษาEได้คล่องหน่อย”..ก็คือมักผ่าน”การเรียนที่ต่างประเทศ”มาก่อนแทบทั้งนั้น.. แต่ถ้าเทียบกับ”ฝรั่งพันธุ์แท้”แล้ว,”คนไทย”ก็ยังคง”พูดฝรั่ง”ได้ไม่คล่องเท่ากับ”คนฝรั่ง”ของเขาเองหรอก?..อยู่ดี(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 12 กรกฎาคม 2567 9:47:32 น.  

 

(แทรก37).. 41.แม้แต่”คนฝรั่ง”เอง,สังเกตไหมว่า.. เวลาเขาจะพูดอะไร?,มักจะใช้การ”ขยับมือ,ใช้สายตา,ท่าทาง,เลิกคิ้ว,ส่ายหัวไปมา”ร่วมด้วยอยู่เสมอ(?).. นั่นเพราะ”ภาษาฝรั่ง”(นั้นพูดได้ไม่สะดวก)เป็น”ภาษา”ที่”มีสำเนียงไม่คมชัด”,ไม่มีเรื่อง”วรรณยุกต์กำกับ”ที่”ชัดเจน,ตายตัว”,แต่สามารถ”ผันวรรณยุกต์ของศัพท์”ให้”สูง-ต่ำ”ไปตาม”อารมณ์”,และ”ประโยคบอกเล่า-ประโยคคำถาม”ได้,และ”โทนเสียง”มักจะเป็น”เสียงทุ้ม”,เพื่อ”ประหยัดพลังงานร่างกาย”,เพราะ”พื้นฐานของคนฝรั่ง”มักเป็น”ประเทศเมืองหนาว”ที่ต้อง”ออมพลังงานของร่างกาย”ไว้อยู่แล้ว(?)..
แต่ที่สุดแล้ว.. แม้”คนไทย”จะเคยอยู่,หรือไปศึกษาใน”ประเทศฝรั่ง”,ก็คงยังพูดสู้กับ”คนที่เกิดที่ฝรั่งแต่กำเนิดเลย”ไม่ได้อยู่ดี(?).. ถามว่า..”คนไทยทำไมจึง’พูดภาษาE’ได้ไม่เก่งซักที?”.. นั่นเพราะ..”คนไทย”เคยชินกับ”เสียงพูดภาษาไทย”ที่มี”ความคมชัด”,ที่ไม่มี”เสียงS”มา”พรางเสียง”,และทั้ง”แบบแผนวรรณยุกต์ของแต่ละคำ”ก็ชัดเจนด้วย.. “หูของคนไทย”จึงเคยชินกับ”สำเนียงที่คมชัดแบบไทย”.. การที่จะ”ปรับลิ้น,ปรับหู”เพื่อ”รับเสียงภาษาE”จาก”ชนชาติฝรั่ง”ให้ชัด,จึงทำได้ยากกว่า(?)..
เมื่อฟัง”ภาษา”จาก”คนฝรั่งแท้”ได้ไม่ชัด,โอกาสที่จะตอบ”ให้เร็ว,ให้คล่อง”ยิ่งเป็นไปได้ยาก.. นับเป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว..”คนไทย”จึงไม่สามารถ”พูดฝรั่ง”ได้ดีเท่า”คนฝรั่งเอง”ได้ซักที(?)..
“บางคน”จึงอาจ”พูดติดตลก”ว่า..ถ้าได้ลองเป็น”เมืองขึ้นของฝรั่ง?”เหมือน”บางประเทศในเอเชีย”(ในบางสมัยในอดีต).. น่าจะทำให้สามารถ”ฝึกการพูดภาษาฝรั่ง?”ได้ดีกว่านี้?..ละกระมัง?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 12 กรกฎาคม 2567 10:28:20 น.  

 

(แทรก38).. 42.กรณีที่มี”ผู้มาขบเกลียว?”กับ”ทนายด.”นั้น.. เรามีความเห็นว่า..
(1)ต่อไป”คุณตอ.”จำให้แม่นว่า.. “ผู้ชายฉลาด”,คุณนำมาร่วมทีม,ร่วมงานได้(เพราะเขาจะยอมให้คุณนำ,ให้คุณเป็นใหญ่ได้,โดยไม่คิดเล็กคิดน้อย).. แต่”ผู้หญิงที่ฉลาด,ขี้อิจฉา,ขี้ระแวง”(บางคน)นั้นคุณต้องห่าง.. และอย่าได้นำมาร่วมงานด้วยเลย..
คือ”บางคน”(หญิง)เขาก็ยอมรับว่า..”ตัวเขาต้องการแสง”,ซึ่งถ้าคุณ”ให้แสงเขาน้อย”,เขาก็จะไม่ยอม.. หรือถ้าคุณได้10,คุณก็ต้องให้เขาได้10ด้วย,เท่ากันเป๊ะ,หรืออย่างน้อยก็ให้เขาได้9,แต่เขาจะคิดแบบทดไว้ในใจว่า..คุณยังค้างเขาอยู่1..ประมาณนั้น..เสมอ..
คือคน”บางคน”(หญิง)นั้น ,เขาจะไม่ยอมให้ใครได้เปรียบตนเองไปง่ายๆ,และมักชอบคิดทวงบุญคุณเล็กๆน้อยๆ(ไว้ในใจ)เสมอ..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 12 กรกฎาคม 2567 14:12:11 น.  

 

(2)ซึ่งถ้าเป็นชาย,เขาจะไม่คิดอะไรมาก.. แต่ก็มีนะ”ผู้ชายบางคน?”(ที่มีนิสัยไม่แมน),แต่”คนพวกนี้”คงไม่มาร่วมงานกับ”คุณตอ.”หรอก(?).. แต่เขาจะคอย”เล่นงานคุณอยู่วงนอก?”,เพราะ”มีจิตใจที่คล้ายหญิง?”(คือ”จิตขี้อิจฉา,ไม่อยากเห็นใครดี,โดด,เด่นกว่า?”)..เช่นเดียวกันครับ(?)..
ซึ่งตอนนี้..มี”สื่ออิสระชายหลายคน?”,รวมทั้ง”สื่อค่ายดัง?”,และ”สื่อเก่า?”ที่มี”อิทธิพลชี้นำสังคม?”(เพราะถือว่า”ตัวเองอาวุโส,เก๋า,เก่าเก็บ,คนเกรงใจ?”)(และยังมี”นักวิชาการบางคน?”ที่”หลงตัวเองว่าเก่ง?”)ก็มาร่วมเล่นงาน”คุณตอ.”,เพราะเห็นว่า..คุณเคยคบหากับ”สีแดง?และสีส้ม?”มาก่อน(?)..(แต่ตนเองเคย”เชียร์มุมเหลือง?”)..
จริงๆเราอยากบอกว่า.. เท่าที่ติดตามข่าวสารมานาน,ก็เห็นว่ามี”การปูดข่าว?”ว่า..”สื่อบางคน?”(จำนวนหนึ่ง)ของ”บางค่าย?”ก็ไม่ใช่ว่าจะ”ขาวสะอาด,เกลี้ยงเกลา?”อะไร?,ก็มีการรับ”ประโยชน์เทาๆ?”อยู่บ้างเหมือนกัน(?)..
แต่คนเหล่านี้ก็ไม่มองความ”ไม่ขาวสะอาด?”ของตนเอง,แต่คอยที่จะมา”แฉผู้อื่น?”(ซึ่งไม่รู้ว่าแค่”หาคอนเท้นต์มาทำรายการ?”หรือมี”วาระอะไรซ่อนอยู่?”).. ซึ่งอาจมี”วาระซ่อนเร้นในทางการเมือง?”แบบ”เลือกข้าง?”,โดยมองว่า..”ตนเองอยู่เหลือง?”,แต่”คุณตอ.เคยอยู่แดง,ส้ม?”.. ดังนั้น.. จะต้อง(แอบจิต?)คิดห้ำหั่นกันให้บรรลัย,เมื่อมีโอกาส?.. ประมาณนั้นหรือไม่?..ครับ?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 12 กรกฎาคม 2567 15:40:56 น.  

 

(3)เราว่า”สื่อบางส่วน”ควรระวังท่าที?”และ”การตั้งคำถามที่มีธง?”และ”ตั้งหัวข้อในปกข่าว?”ในการ”นำเสนอข่าว?”,ควรต้องระลึกว่า.. วันก่อนๆก็ได้ประโยชน์”ได้คอนเท้นต์?”จาก”คุณตอ.”มาทำข่าว?,ทำให้ได้”เรตติ้ง”อยู่อย่างยาวนาน?.. แต่มาวันหนึ่ง..ก็กลับมา”เล่นงานเขา?”,เหมือนกับ”คนที่ยังกับเป็นศัตรูต่อกัน?”มาอย่างยาวนาน?..อย่างนั้นแหละ?..
บางที”สื่อที่ทำเช่นนี้”,ประชาชนเขาก็รับไม่ได้(?).. บางทีประชาชนเขาก็”รักคนที่ทำเพื่อประโยชน์ให้กับสังคม”,โดยเฉพาะประเด็น”เด็ก,สตรีที่ถูกกระทำ?”.. ซึ่งแม้ในอดีต(เช่น”คุณตอ.”),เขาจะเคยทำบางอย่างที่ผิดพลาดมาบ้าง(?),(แต่สื่อก็รู้มาก่อนนานแล้วไม่ใช่หรือ?.. ว่าอดีตเดิมเขาคืออย่างไร?),แล้วทำไมไม่แอนตี้เขา?,ตั้งแต่ตอนที่เขามาร่วมใน”กลุ่มอเวนเจอร์”เพื่อ”พิทักษ์พุทธเถรวาท”ตั้งแต่ตอนนั้นเลยล่ะ?..(ปล่อยเขาไว้ทำไมตั้งเนิ่นนาน?)..
ซึ่งว่าที่จริง.. มันมีเรื่องเหล่านี้เต็มไปหมดใน”สังคมไทย”(ที่”ทุกคน,ทุกครอบครัว”ต้อง”ปากกัดตีนถีบ,ดิ้นรนทำมาหากันกันแบบง่วนๆ?”),จนประชาชนก็มองว่าเป็น”เรื่องธรรมดา”ของ”การดิ้นรนหารายได้?”(ซึ่งมีเรื่องที่”ขาวบ้าง?,เทาบ้าง?”ปนเปกันไปหมด?,เพื่อหวัง”ทำเพื่อเลี้ยงครอบครัว?”..นั่นแหละ?)..
[“ผู้หญิงตัวเล็กๆ,หุ่นบางๆ?”,ดิ้นรนเพื่อครอบครัว.. แต่ในเวลาเดียวกัน,ก็ยังออกมา”ทำเพื่อสังคมและพุทธศาสนา”อีก?(บางครั้ง..แทบไม่ได้หลับได้นอนก็มีบ่อยๆ?).. ก็ควรจะมอง”มุมที่ดีของเขา?”ประกอบกันไปด้วยมั้ย?.. ควรให้โอกาสเขาเพื่อ”กลับตัว?”ในสิ่งที่”ผิดพลาดไปบ้างในอดีต?”..น่าจะดีกว่ามั้ย?..(เพราะแม้แต่”บางคนที่มีมลทินต่อบ้านเมือง,ที่เห็นตำตา?”.. เราก็เห็น”สื่อบางส่วน?”(จำนวนหนึ่ง?)ก็ยังยินดีต้อนรับให้เขา”มีที่ยืนในสังคมได้?”.. ไม่ใช่หรือ?]..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 12 กรกฎาคม 2567 16:24:24 น.  

 

(4)อยากบอกว่า..ไม่มีใครที่บริสุทธิ์ทั้งหมดหรอก?(แม้แต่”นักบวช?”บางส่วน?..ก็ตาม).. ซึ่งแม้แต่”ผู้ร่วมในวงแชร์?”หรือ”แชร์ลูกโซ่?”หรือ”การลงทุน?”ที่เป็น”เรื่องทิพย์ๆ?”หรือ”สินค้าทิพย์ต่างๆ?”(ที่”อย.,สคบ.”อาจตรวจไม่ทัน?),ก็ใช่ว่า..”ผู้ร่วมลงทุนด้วย?”จะบริสุทธิ์เสมอไป?.. จริงๆแค่”เอากำไรมากๆ?”ต่อ”ผู้บริโภคปลายทาง?”ก็ถือว่า”เอาเปรียบ?”และ”ไม่บริสุทธิ์แล้ว?”?..ใช่หรือไม่?..(ซึ่งเข้าข่าย..”ค้ากำไรเกินควร?”..นั่นไง?)..
เพราะถ้าจะมองให้ลึกๆ.. ถ้าคุณมีเงิน,คุณก็นำเงินไป”ฝากธนาคาร,กินดอกเบี้ยตามระบบ”ก็ได้,แต่ทำไมคุณต้อง”นำเงินมาลงทุนนั่น,นี่”ที่อยู่”นอกระบบ?,และมีความเสี่ยง?”ซึ่งคุณก็รู้อยู่..[เหมือนหญิงชายสมยอมกัน,แล้วจะไปแจ้งความว่า”เขาข่มขืน?”ในภายหลัง?(ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเนิ่นนานแล้ว?)ได้อย่างไร?.. เช่นนี้เป็นต้น]

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 12 กรกฎาคม 2567 16:47:51 น.  

 

(5)เราเคยพบ”บางคน”,เขาถึงกับบอกว่า.. เขารู้อยู่ว่า..”การลงทุนนั้น?”ที่คล้าย”แชร์ลูกโซ่แบบเทาๆ?”นี้,พอถึงจุดหนึ่ง,ถ้าไม่รีบถอนทุนออกมาให้ทัน,”คนมาลงทุนคนหลังๆ?”ก็จะไม่ได้รับเงิน?..(เหมือนการ”เล่นเกมเก้าอี้ดนตรี?”,เมื่อ”เพลงหยุด”,จะมี”ผู้เล่นส่วนหนึ่ง?”ที่จะ”ไม่มีเก้าอี้นั่ง?”..ก็คือ..เป็น”ผู้รับเคราะห์ขาดทุน?”,เพราะเป็น”ชุดสุดท้าย?”ที่”ถอนทุนออกไม่ทัน?”..นั่นเอง)..
ดังนั้น.. เขาก็จะรีบเข้ามา”ตักตวงผลกำไร?”เป็น”คนแรกๆ?”ก่อน?,แล้วเขาก็พูดว่า..”ก็จะรีบออก?”หรือ”รีบถอนทุนคืน?”ก่อน”วงแชร์ลูกโซ่?”จะล้ม?,อย่างนี้ก็มีเยอะแยะ(?)..
เพราะ”คนที่มีเงินจำนวนมาก”เพื่อมา”ร่วมลงทุนแบบนอกระบบ”เช่นนี้,เขาก็ไม่ได้เป็น”คนโง่ที่ไม่รู้จักคิด”หรอก?,เพราะ”ข่าวสาร”เรื่อง”แชร์ลูกโซ่ล้ม?”มีให้ศึกษาค้นคว้าเต็มไปหมด(?)..
แต่เพราะ”ตัวเราเอง”ก็”มักง่าย?,อยากได้เงินมาแบบง่ายๆ”ที่ไม่ต้องไป”ออกแดด,ตากลม?”อะไร?..อยู่แล้ว?.. นั่นก็เพราะ..”คุณเอง?”ก็ต้องการ”ผลตอบแทน?”ที่มากกว่า”อัตราดอกเบี้ย?”ที่”ธนาคารเขาจะให้?”ด้วย?..ใช่ไหมล่ะ?.. แล้วคุณจะมองว่า..”ตัวคุณ”เป็น”ผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียว?”ได้อย่างไร?..(คือ..”ส่วนที่คุณเคยได้ผลประโยชน์?”ไปก่อนที่”วงแชร์ลูกโซ่?”จะล้ม?,คุณก็มักจะไม่พูดถึง,แต่มักจะพูดแต่ใน”มุมที่ตนเองเสียหาย?”เพียงด้านเดียว?..เท่านั้น?..ใช่หรือไม่?)

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 12 กรกฎาคม 2567 17:14:05 น.  

 

(6)”คนบางคน?”(ในข่าว)พูดว่า..”ตนเองก็ดำเนินการต่างๆตามครรลองของกฎหมาย?”.. แต่คุณลืมคิดไปว่า..” สังคมนี้”ไม่ใช่มีแต่เรื่อง”การทำตามกฎหมายแบบเถรตรง?”(แบบ”ไร้มิตรภาพใดๆ?”)เพียงอย่างเดียว?,แล้วสังคมจะยอมรับว่า..”เราเป็นคนที่ดีมากแล้ว?”ได้เสมอไป(?)..
เพราะ”สังคมเรา?”ยังมีเรื่อง”บริบทของคุณธรรม?”,และ”การมีน้ำใจต่อกัน?”(เช่น.. เมื่อมี”คนบางคน”เพลี่ยงพล้ำใน”เกมชีวิต?”,ก็จะมี”เพื่อนแท้ของเรา?”,คอยฉุดให้ลุกขึ้น,ตบไหล่เบาๆ,ยื่นน้ำให้ดื่ม?,และบอกว่า..”ตั้งสติใหม่,แก้ไขสิ่งผิด,แล้วสู้ชีวิตต่อไปนะ,เพื่อนรัก”),ซึ่งเป็น”คุณสมบัติของความเป็นมนุษย์?”,ซึ่งอาจไม่ได้”ถูกแบบเป๊ะๆตามกฎหมาย?”เสมอไป?..
มีโคลงบทหนึ่ง”.. เราเคยเรียนมาตั่งแต่ใน"ระดับชั้นมัธยม".. ความว่า..
“เพื่อนกินสิ้นทรัพย์แล้ว... แหนงหนี
หาง่ายหลายหมื่นมี... มากได้
เพื่อนตายถ่ายแทนชี-... วาอาตม์
หายากฝากผีไข้... ยากแท้จักหา”...
เราจะรู้น้ำใจ”เพื่อน”(และ”สื่อที่เคยรักใคร่”)..ว่าใครที่เป็น”มิตรแท้และเพื่อนตาย”.. ก็จะรู้ได้ตอนที่เราประสบกับ”ความยากลำบาก”..นี่หละ(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 12 กรกฎาคม 2567 17:41:28 น.  

 

(7)(ปล.).. เช่น..”การให้หยิบยืมเงิน,การตอบแทนเงินที่ยืม,การตั้งวงแชร์ต่างๆ”..เป็นต้น.. “ประสบการณ์ของเราเอง”,สมัยเมื่อ”ราวๆ30ปีก่อน”,มี”แม่ค้าปอกสับปะรดขายในตลาด”(ซึ่งเราก็มองออกว่า..”เป็นคนไม่ค่อยซื่อนัก?”),แต่รู้จักกันเผินๆ,ก็อยู่ๆก็กล้าเดินเข้ามาขอยืมเงินเรา600.. บอกจะเอาไป”จ่ายค่าเทอม”ให้กับ”ลูกของเธอ”,เราก็เวทนาเห็นแก่”เด็กที่กำลังศึกษาเล่าเรียน”,ไม่อยากให้เสียอนาคต,ก็เลยให้เงินไปทันที,เธอ(แม่ค้า)ก็บอกว่าเดี๋ยวหมุนเงินได้ก็จะเอามาให้คืน.. แต่เราก็พูดตัดบทไปเลย(เพราะดูออกว่า..”คงจะไม่มาคืนหรอก?”),โดยเราพูดว่า.. “เอาไปเลย,ไม่ต้องมาคืนหรอก”.. พอ30ปีให้หลัง,จนลูกเธอเรียนจบ,มีครอบครัว.. เราไปเจอเธออีกครั้งในตลาด,เธอก็ไม่เคยทักถาม,ที่จะมาแสดงความรู้จักว่า.. “จำได้ว่าฉันเคยขอยืมเงินเฮียไปจ่ายค่าเทอมลูกเมื่อ30ปีก่อน.. ขอบคุณเฮียมากๆนะ”ประมาณนี้..ก็ไม่มีซักคำ..(เราก็ไม่ได้ไปว่าอะไร..คิดในใจแต่ว่า ..เราคงทำคุณคนไม่ขึ้น..แม้แต่”คำขอบคุณสักคำ”ก็ยังไม่มี.. “เอ็นดูเขา..เอ็นเราขาด..ช้ำใจเอง?”.. เป็น”บทเรียน”ว่า.. “คนเรานี่คบยาก?”.. ทุกคนล้วน”เห็นแก่ตัวเองก่อน”เสมอ.. และ”ความรักผู้อื่นจะเสมอด้วยรักตนเอง..นั้นไม่มี”..เป็น”พุทธพจน์”ฝากไว้ครับ)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 12 กรกฎาคม 2567 18:02:01 น.  

 

(แทรก39).. 43.เราไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดในเรื่อง”คนไทยพูดภาษาE”นะ.. แต่เราอยากบอกว่าอย่าไปเป็นประเด็นเลย.. “คนไทยพูดภาษาEได้ไม่คล่อง”เหมือนกับ”คนเผ่าพันธุ์ฝรั่ง”กัน(แทบ)ทั้งนั้นแหละ(?)..
มันเป็นเรื่องของ”พื้นฐาน”ของ”ภาษาที่ตนเองเคยฟังและใช้พูด”มาตั้งแต่เกิด..นั่นต่างหาก.. ยังมีอีก..แม้ต่อให้เมื่อโตขึ้นเคยไปอยู่,หรือไปศึกษาที่ต่างประเทศ.. แต่พอกลับมาไม่มีโอกาสได้พูด”ภาษาE”กับใครอีกเลย,ความที่เคยพูดภาษาฝรั่งมาก่อน(ในช่วงหนึ่งของชีวิต)มันก็จะเรื้อๆ,ติดๆขัดๆบ้างเป็นธรรมดา..(เหมือนกับคนที่ไม่ได้”ถีบจักรยานหรือขับรถ”มานาน,พอจะมาเริ่มถีบหรือขับใหม่อีกที,มันก็มีติดๆขัดๆบ้างเช่นกัน),คือ”ความเคยชินเดิม”มันหายไปนั่นไง?..
เรามองว่า..”ภาษาหรือคำพูด”ของการ”ให้แนะนำตัว”นั้น,ถ้าจู่ๆ,ไม่ได้บอกข้อสอบไว้ก่อน,แล้วให้พูดทันที,แม้ต่อให้”แนะนำตัวเป็นภาษาไทยเอง”ก็ตาม,ก็จะแนะนำตัวได้”ไม่สมู้ท”เช่นกัน..นั่นแหละ..(ยกเว้น”บางคนที่สมองไบ๊รท์เป็นพิเศษ”ที่สามารถ”คิดลำดับเรื่องที่จะพูด”ได้ไวจริงๆเท่านั้น)..
เพราะ”สังคมไทย”ไม่เคยชินกับ”การให้แนะนำตัว”อยู่แล้ว,มีแต่ต้องมีอีกคน”ตั้งคำถามให้ก่อน”.. เช่น.. ดูแต่อย่าง”หนังโฆษณาขนมกรุบกรอบอันหนึ่ง”,ที่”เด็กมีพลังนิ้วพิเศษ?”นั่นไง?.. ที่เวลาแนะนำตัว,ขนาดมีคนถามเป็นช่วงๆ,ก็ยังใช้เวลาคิดเพื่อตอบคำถามไม่ได้เร็วหรือคล่องเท่าไหร่เลย(?)..นั่นไง?..
คือสรุปว่า.. ต่อให้มี”คนถามทีละประโยค”,ก็ยังต้องคิดนิดนึงก่อน,และถ้ายิ่งให้”แนะนำตัว”แบบ”ต่อเนื่อง”ด้วย”ตัวเองทั้งหมด”,ก็ยิ่งต้องคิดก่อนซักครู่.. มันคงไม่ได้”ลื่นไหล?”เท่าไหร่หรอก(?).. ถ้าไม่เอา”สคริป”ไปให้”ฝึกพูดเตรียมตัวไว้”เสียก่อน..
ดูแล้ว..สังคมไทย,อะไรๆก็เป็นประเด็นได้หมด.. ควรเปลี่ยน”ทัศนะของคนไทย”เสียใหม่,ควรให้กำลังใจกันเป็นหลัก?..ดีกว่าหรือไม่?.. ดัง”โคลงโลกนิติ”ตอนหนึ่งที่ว่า.. “7วัน(ว่าง)เว้นดีดซ้อมดนตรี.. อักขระ5วันหนีเนิ่นช้า”..นั่นไงครับ?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 13 กรกฎาคม 2567 22:37:54 น.  

 

(แทรก40).. 44.(เกร็ดข้อคิด).. วันนี้(13-7-67)ได้ฟัง”คุณตอ.”เธอออกมาไล้ฟ์.. ซึ่งเรามองว่าเธอเหมือนว่า.. คล้าย”หญิงไทย”ใน”สมัยโบราณ,ยุคคุณหญิงโม,และท้าวเทพสตรี,ท้าวศรีสุนทร”ที่ตรงกับคำว่า..”ดาบก็แกว่ง,เปลก็ไกว?”,ที่คล้าย”กลับชาติมาเกิด?”เลยนั่นเทียว(?).. “ผู้หญิงพวกนี้”ไม่กลัวกระทั่ง”ผู้ชายอกสามศอก”,”เธอทันคนและไม่กลัวคน”.. ซึ่งเรามองว่า..”ชาติใดจะรอด?”ต้องมี”ผู้หญิงที่มีDNAพันธุ์อย่างนี้”อยู่ด้วย,เพราะ”ผู้หญิงที่อ่อนแอเกินไป”จะช่วย”ประเทศชาติให้รอด”ไม่ได้(?)..
ดังนั้น.. แม้เธอจะมี”ความบกพร่อง”ในเชิง”วิธีการดิ้นรน”เพื่อให้”ครอบครัวอยู่รอด”,ที่อาจมีลักษณะบิดเบี้ยวไปตาม”กระแสในสังคมไทย?”อยู่บ้าง(?)..(ซึ่งจริงๆ..”สังคมไทย”ก็มี”ความบิดเบี้ยว?”ในการ”ดำรงชีวิตแบบนี้?”อยู่มากมายมานานแล้ว,ไม่ได้มีแต่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น),จนทำให้ใครต่อใคร?, รวมทั้ง”สื่อบางคน?”ที่เคยได้อาศัย”คอนเท้นต์จากเธอ?”กลับพากันมาร่วม”รุมสกรัมเธอ?”จนเธอแทบ”.....แตก....แตน?”..ก็ว่าได้?..
แต่เราก็ยังเห็นว่า..”DNAของหญิงพันธุ์อย่างนี้”ควรมีการอนุรักษ์ไว้,เพื่อเป็น”ต้นกำเนิด”ของ”ผู้หญิงนักต่อสู้”แบบ”ระห่ำ,รำหัก?”ที่มีทั้ง”ความฉลาดและไหวพริบดี”อีกด้วย..ประมาณนั้น,โดยเฉพาะเธอดูจะเป็น”นักสู้ทางโซเชี่ยล?”ที่”ปากจัดเต็ม?”(ไม่สร้างภาพ?),และ”ไม่เคยยอมแพ้ใครเลย?”ในยุคนี้(?)..อีกด้วย(?)..
อนึ่งวันนี้(13-7-67).. เธอได้ออก”สื่อโซเชี่ยล”,โดยมี”เสียงในฟิล์ม”(สำเนียง”ลาวสกล”)แทรกเป็นระยะๆ,ซึ่ง”สำเนียงพูดของเธอ”,เราฟังแล้วรู้สึกเห็น”ความมีเสน่ห์”ของ”ภาษาลาวสกล”( =”ซ้อฟพาวเว่อร์”ด้าน”สีสันภาษาถิ่นของไทย”)ขึ้นมาเลยทันที.. คือเป็น”สำเนียงภาษา”ที่มี”วิญญาณ”ของ”ความจริงจัง,จริงใจ,เข้มแข็ง,ไม่อ่อนแอ,ถึงลูกถึงคน”..อย่างชัดเจนมาก(?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 14 กรกฎาคม 2567 3:26:58 น.  

 

(แทรก41).. 45.“สังคมไทย”ควรจะต้องพิจารณาตนเองไหม?.. ว่า..เราเป็น”พุทธศาสนิกชน”กันจริงหรือไม่?.. ทำไมจึงติดเรื่อง”เมถุนธรรมคนคู่?”กันมากมายขนาดนี้?.. กระทั่ง”สีกาบางคน”ก็ยังกล้าไปนอนกับ”พระโกนหัวโล้น?”(บางรูป),ก็ยังไม่นึกละอายใจต่อ”หลักศีลธรรมใดๆ?”,หรือที่ได้ดูข่าวที่มี”หญิงบางคน?”พยายาม”หลบกล้องวงจรปิด?”,เพื่อจะแอบไปนอนกับ”สามีชาวบ้าน?”(ที่พัทลุง)(ข่าว14-7-67,ช่องอัมรินทร์)..ก็เช่นเดียวกัน(?)..
[ถ้าเฉพาะเป็น”ผู้ชาย”ที่มี”สัญชาตญาณของเพศผู้?”ที่มัก”เจ้าชู้,หาเศษหาเลย?”,สังคมไทยก็ยังพอเข้าใจได้,และบางทีก็มองข้ามไป(?).. แต่ถ้าเป็น”ผู้หญิง”(บางส่วน)เป็น”ฝ่ายเจ้าชู้?,มักมากในกาม?”,จนต้องลักลอบ”ทำผิดศีลธรรมประเพณี?”ใน”หลักศีลข้อ3”นี่สิ?.. เราควรจะคิดกันยังไง?.. เพราะ”สังคมไทย”ไม่ใช่”สังคมฟรีเซ็กซ์?”เหมือนกับ”บางภูมิภาค?”ใน”สังคมอีกซีกโลก?”เขานะ?..จะบอกให้?]..
“องค์กร?ที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา?”ทั้งหลาย(?)(รวมทั้ง”องค์กรทางระบบการศึกษา?”นั่นก็ด้วย?),ท่านควรพิจารณาตัวเอง?,ถามตัวเองไหม?.. ว่า..ท่านได้ทำงานด้านการ”เผยแพร่พุทธศาสนา?”หรือ”การอบรมชาวบ้าน?”ที่เป็น”ชาวพุทธ?”ได้อย่าง”เต็มที่,ทั่วถึง?”กันหรือไม่?,ที่ปล่อยให้เรื่องราว”การผิดศีลข้อ3?”เกิดขึ้นอย่างมากมายใน”สังคมไทย?”?..
ถ้าเป็นแบบนี้.. จะถือว่า..”องค์กรเกี่ยวกับพุทธศาสนาทั้งหลาย?”(และ”ระบบการศึกษาไทย?”)ทำงานล้มเหลวได้หรือไม่?..(และ”เด็กที่เติบโตมาในสังคมไทย?”,เขาจะภาคภูมิใจใน”ตัวพ่อแม่ของเขา?”ที่ทำ”ผิดศีลข้อ3?”,จนมี”ฟุตปริ๊นซ์ในโลกโซเชี่ยล?”ได้อย่างไร?..ใช่หรือไม่?),แล้ว”สังคมไทย”จะต้อง”จ่ายเงินเดือนให้กับพวกท่าน?”ไปเปล่าๆ?..ทำไม?,ให้เปลือง”เงินภาษีของประชาชน?”?.. ใช่หรือไม่?..(ดูข่าวเหล่านี้แล้ว.. ช่างเป็น”ภาพข่าว”ที่”แสลงใจชาวพุทธไทย?”..กันจริงๆนะ?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 15 กรกฎาคม 2567 6:32:46 น.  

 

(แทรก42).. 46..เท่าที่เราดูตามข่าว(แบบกลางๆ).. กรณี”คุณตอ.”.. อยากจะช่วยวิเคราะห์เพื่อเป็น”ข้อคิด”ดังนี้..
(1)”บางเพจ”ที่เป็น”เพจดัง”,เขาก็เป็น”หญิงที่มีหน้าตาดี”พอๆกับ”คุณตอ.”เลยนะ..(เรียกว่า”พอฟัดพอเหวี่ยง?”..ประมาณนั้น?),แต่ใน”มุมของผู้ชาย?”ที่มองเปรียบเทียบ,”คุณตอ.”เขามี”มุมของหญิง?”(ที่ทางฝรั่งเรียกว่า”Sexy”),และน่าสนใจมากกว่า(?),ซึ่ง”สายตาของผู้ชาย?”ก็มักจะมองออกว่า..เป็น”เรื่องของหญิง”(บางส่วน),ที่ถ้าใครที่มี”คุณสมบัติหญิง”ใกล้เคียงกัน,แล้วแค่ทำงานยังไม่นาน,ก็กลับมา”โดดเด่นกว่า?,สื่อจับตามากกว่า?”,ก็อาจต้องมีมุมของ”หัวร้อน?,ตาร้อน?”บ้าง?..เป็นธรรมดา?..ใช่หรือไม่?..[และยังมี”สื่ออิสระหญิง?”(บางท่าน),ก็มีลักษณะเดียวกัน?,ที่เป็น”หญิงที่มีความสวย,Sexy?”,จนถูก”เพ่งเล็ง,จับจ้อง?”จาก”สังคม”ใน”มุมเดียวกัน?”กับ”เพจดังบางท่านดังกล่าว?”ว่า”เอียง?”..เช่นเดียวกันอีกด้วย?]..
“สายตาของผู้ชาย?”จึงไม่ได้เห็นเป็นเรื่องแปลก(?), อีกทั้งฟังว่า.. ที่ผ่านๆมา..เขา(หญิง)ก็เคยมี”เรื่องส่วนตัวขัดๆ,ไม่ลงรอยกัน?”มาก่อนอีกด้วย(?)..(ดังนั้น.. สมมุติว่า..ถ้ามีใครแอบไปยุหน่อย?..ก็เรียกว่า”ยุขึ้น?”..ว่างั้นเถอะ..)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 15 กรกฎาคม 2567 10:41:25 น.  

 

(2)ในการที่มีการถ่าย”คลิปเด็กบางคน”เพื่อนำไปเป็น”หลักฐาน?”เพื่อโจมตี”คุณตอ.”(ให้”หมดที่ยืน?”)นั้น,เรามองตาม”เซ้นซ์ของตัวเอง?”(ตามแบบของ”คนไทยกินข้าว?”)ว่า..เด็กน่า(อาจ)จะไม่ได้พูดตาม”ธรรมชาติที่อิสระ?”โดย”ไม่มีคนถามนำ?”(แบบ”มีบรรยากาศกดดัน?”),หรืออาจถูก”จูงใจให้ต้องพูดตามนั้น?”..หรือไม่?..
ซึ่งธรรมดา”เด็กวัยนี้”,ย่อมต้อง”รู้สึกรักแม่”และ”ให้ความสำคัญกับแม่”มากกว่าใครอยู่แล้ว(?)..(แม้จะเคย”ถูกแม่ตี?”มาก่อน?..ก็ตาม?.. แต่ก็คง”ลืมบาดแผลทางใจ?”ที่เคยรู้สึก”ตอนที่เกิดเหตุ?”ได้โดยไม่ยาก?).. โดยเฉพาะ”เด็กวัยประมาณนี้”ของ”ยุคสมัยนี้”,จะมีความ”เข้าใจชีวิต?”และ”พลิ้วไหวตามกระแสสังคมที่จูงใจต่างๆ?”มากกว่า”เด็กสมัยก่อน?”อยู่แล้ว(?)(ที่เรียกว่า”....แดด?”นั่นไง?)..
เราเองคิดโดย”เซ้นซ์ส่วนตัว?”ว่า.. ”คุณตอ.”เขาน่าจะไม่ได้มีเจตนา”อยากแกล้งเด็ก,หรือแม่เด็กหรอก?”?,เราว่ามันเป็น”บุคลิก,จิตวิทยา,ท่าทางของเขา?”ที่”จริงจังในการช่วยแก้ปัญหา?”,หรือ”มุ่งทำเค้สให้สำเร็จ?”,จนอาจทำให้”บางคนเข้าใจผิด?”..เท่านั้น(?)..
เราแค่เป็นห่วงว่า.. ต่อไป..ที่เมื่อมี”เค้สคล้ายกัน?”คือ”มีเด็กถูกกระทำ?”จาก”คนในครอบครัว?”หรือ”บุพการี?”ที่”ดูรุนแรง?”และ”กระทำอย่างต่อเนื่อง?”,ก็จะมีการพูดกระซิบต่อกันว่า.. ไม่ต้องไปยุ่งเค้าหรอก(?),เดี๋ยวก็จะเจอ”ถูกฟ้องกลับ?”,เหมือนกับ”ยัยตอ.”..นั่นไง?..(ประมาณนั้น?..หรือไม่?)..
เหมือนที่บางกรณี..ที่”คนบางคน”อาจระแวงว่า..ถ้าไปช่วยคนที่เจอ”อุบัติเหตุอยู่ข้างทาง,แล้วอาจจะโดนถูกหาว่า..”เป็นคนขับรถชนเสียเอง?”..หรือไม่?..ประมาณนั้น?.. ที่ทำให้สังคมเต็มไปด้วย”ความไม่ไว้วางใจกัน?”และ”หวาดระแวงกันไปหมด?”,จน”โลกยุคหน้า?”,อาจ”ไม่มีใครอยากช่วยใครอีกเลย?”..หรือไม่?.. ใช่หรือไม่?..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 15 กรกฎาคม 2567 11:29:23 น.  

 

(3)กรณีของ”เรื่องแชร์”นั้น.. เรามองว่า..เป็น”วิถีของเงินต่อเงิน”แบบง่ายๆ(?)..(เราแค่อยู่ในห้องแอร์?,ไม่ต้องไปออกแดด?,หรือออกกำลังให้เหน็ดเหนื่อยอะไร?),ของ”ผู้พอมีเงินสะสม”หรือ”ผู้ที่พอมีอันจะกิน”ที่ต้องการ”ทวีดอกผล”ให้กับ”เงินสะสมของตัวเอง”..
มีคำถามมากมายว่า.. เรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งนานมาแล้ว,ซึ่งคุณอ้างว่า.. เขาอ้าง”นักการเมืองนั่น,นี่?”,คุณเลยไม่ได้ไปแจ้งความ?..นั้นมันใช่มั้ย?.. เพราะเขาเป็นแค่”ผู้หญิงตัวเล็กๆ”[ซึ่งต้องแบกภาระ”หาเลี้ยงครอบครัว?”,ซึ่งอาจมี”ขาวบ้าง?,เทาบ้าง?”(แล้วแต่สติปัญญาที่จะคิดได้?),เหมือนกับอีก”หลายๆครอบครัว?”เช่นกัน?,จะให้ไปทำอาชีพ”ขายแรงงาน?”,ก็คงจะยาก?),ตัวแค่นี้จะไปมี”อำนาจ,ศักยภาพ?”อะไรได้นักหนา?]..
ก็เห็นว่า..มีการพูดถ้อยทีกันไป,คุณก็ไม่ได้โต้แย้ง,จนวันหนึ่งเมื่ออีกหลายๆปีผ่านไป,คุณจึงได้รวมกันเพื่อจะไปแจ้งความ(?)..(ซึ่งจริงๆ”เรื่องแชร์?”นั้นเป็นลักษณะที่”เทาๆ,มีความเสี่ยงสูง?”,และดูจะเป็น”ทางแพ่ง,พาณิชย์?”เสียมากกว่าหรือไม่?).. สังคม(บางส่วน)มองว่า..”กลุ่มคุณ?”อาจถูกปลุกปั่น?,จาก”กระแสบางอย่าง?”หรือจาก”กลุ่มคนบางกลุ่ม?”หรือไม่?..
ทำไมจึงไม่คิดว่า.. เราเองก็มีส่วนที่มองว่า..ต้องการใช้”เงินสะสมมาลงทุน?”,เพื่อให้ได้”เงิน?”,ที่มากกว่า”ดบ.จากธนาคาร?”ด้วย"วิธีไว้วางใจกัน?",ซึ่งเป็นวิธีการที่”กฎหมาย”เข้าจัดการได้ไม่ง่ายนัก(?),แต่คุณก็”ยินดี,ยอมเสี่ยงเอง?”กับสิ่งที่เหมือนว่าเป็น”การลงทุนร่วมกัน?”(หรือ=”สมยอมกัน?”)..ด้วยหรือไม่?.. แต่พอมี”ความผิดพลาด?”ด้วย”เหตุใดก็ตาม?”,เราก็จะ”ยกความผิด?”ไปให้กับ”คนคนเดียว?”,โดยไม่มองว่าเป็น”ความผิดของเราเอง?”ร่วมด้วย”ส่วนหนึ่ง?”..หรือไม่?.. ใช่หรือไม่?..(เราสรุปว่า..น่าจะใช้”วิธีประนอมหนี้กัน?”..จะดีกว่าหรือไม่?)..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 15 กรกฎาคม 2567 12:32:51 น.  

 

(4)”นิทานอุทาหรณ์สอนใจ”.. ใครเป็นใครใน”กระแสตำนานต้นอ้อ”.. นำมาฝาก”ตีความกันเอาเอง”นะจ๊ะ..(ขอบคุณ..”เบบี้กระปุกดอทคอม”..ด้วยนะจ๊ะ)..
นิทานอีสป ต้นโอ๊กกับต้นอ้อ เรื่องราวสอนใจดี ๆ ที่จะปลูกฝังเรื่องความอ่อนโยนไม่แข็งกระด้างให้ลูกน้อยได้ฟังก่อนนอน..
การอ่านนิทานให้ลูกน้อยได้ฟัง นอกจากจะได้ใช้เวลาร่วมกันและสร้างความอบอุ่นในครอบครัวแล้ว นิทานหลาย ๆ เรื่องยังช่วยเสริมจินตนาการให้เด็ก ๆ กลับไปคิดต่อยอดถึงเรื่องราวในนิทานนั้นได้อีกด้วย วันนี้กระปุกดอทคอมจึงนำเอา นิทานอีสป ต้นโอ๊กกับต้นอ้อ มาฝาก นอกจากจะมีเรื่องราวสนุกสนานน่าติดตามแล้ว ยังนับว่าเป็นนิทานสอนใจเรื่องความอ่อนโยนไม่แข็งกระด้างได้อีกหนึ่งเรื่อง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น มาติดตามกันได้เลย..
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว กลางผืนป่าอันแสนร่มรื่นอุดมสมบูรณ์ มีต้นโอ๊กใหญ่ยืนแผ่กิ่งใบอย่างสง่างาม จนสัตว์ป่าที่ผ่านไปมาได้อาศัยพักพิง อีกทั้งสัตว์เหล่านั้นก็ชื่นชมในความแข็งแกร่งของมัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ต้นโอ๊กรู้สึกภาคภูมิใจ นานวันเข้าจากการภูมิใจก็แปรเปลี่ยนเป็นความลำพองตน คิดว่าตัวเองมีอำนาจถึงขั้นเป็นที่พึ่งพาแก่คนอื่นได้..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 15 กรกฎาคม 2567 13:24:01 น.  

 

(4)"เจ้าโอ๊กน้อยเอ๋ย ดูสิ ในป่าผืนนี้ไม่ว่าใครต่างก็ต้องพึ่งพาเราทั้งนั้น นกน้อยก็บินมาเกาะพัก สัตว์ป่าก็อาศัยหลับนอนที่โคนต้น ข้าภูมิใจเหลือเกิน" ต้นโอ๊กใหญ่กล่าวกับต้นโอ๊กน้อยที่ขึ้นอยู่ใกล้ๆ
"เพราะเราเกิดมาโชคดีกว่าใครเลยตัวใหญ่จนไม่มีผู้ใดมาทำอันตรายได้" โอ๊กน้อยตอบกลับ
"ใช่แล้ว ในป่าแห่งนี้ ไม่มีอะไรมาทำลายเราได้แน่นอน ฮ่าๆ" ต้นโอ๊กใหญ่กล่าวพร้อมหัวเราะอย่างทะนงตน
ผ่านไปไม่กี่ปี พื้นที่ตรงนั้นเริ่มมีสายน้ำแผ่ขยายมา ทำให้ต้นอ้อที่ชอบขึ้นบริเวณชุ่มชื้นได้เติบโตขึ้น ต้นโอ๊กใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจึงกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงโอ้อวด
"สวัสดีเจ้าต้นอ้อน้อย เจ้านี่ช่างตัวเล็กบอบบางเหลือเกินนะ สบายดีหรือไม่ล่ะ"
"สวัสดีคุณต้นโอ๊กสูงใหญ่ ฉันสบายดีและสุขใจมาก ถึงจะตัวเล็กบอบบางแต่ก็ไม่เป็นอะไร" ต้นอ้อกล่าวตอบต้นโอ๊กด้วยน้ำเสียงสดใสและถ่อมตน
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ อย่างนั้นหรือ ทั้งรากอันแสนสั้นกับลำต้นที่เปราะบางจนปลิวไป-มาแม้ลมพัดเบา เจ้าจะมีความสุขได้อย่างไร" ต้นโอ๊กกล่าวด้วยความสงสัยพลางขำขันไปด้วย พร้อมหันมาพูดต่อ
"ลองยืดรากลงดินแล้วยืดลำต้นให้สูงเท่าฟ้าแบบเราดูสิ ต่อให้มีอันตรายมาถึงตัวแค่ไหนก็ทำอะไรเราไม่ได้หรอก ฮ่า ๆ ๆ ๆ" ต้นอ้อได้แต่รับฟังเงียบ ๆ ไม่โต้ตอบอะไรสักนิด

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 15 กรกฎาคม 2567 13:33:28 น.  

 

(6)อยู่มาวันหนึ่ง พายุลูกใหญ่ได้เคลื่อนผ่านป่าแห่งนี้ ทั้งลมและสายฝนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำเอาสิ่งมีชีวิตในป่าต่างหนีหลบภัยด้วยความหวาดกลัว เหลือแค่ต้นโอ๊กใหญ่ที่เชื่อมั่นว่าพายุจะทำอะไรตนไม่ได้ "ลมพัดแค่นี้ทำอะไรเราไม่ได้หรอก ต้นเราใหญ่โตแข็งแกร่งขนาดนี้ ไม่มีทางล้มลงแน่นอน"
ด้านต้นอ้อผู้บอบบางไม่นึกหวั่นอะไรมาก เพราะตัวมันเองก็ลู่ไปตามลมได้ตลอดเวลา ไม่คิดขัดขืนอะไร ลมแรงแค่ไหนก็ทำอันตรายต้นอ้อไม่ได้ ต้นโอ๊กใหญ่เห็นต้นอ้อเอนไปเอนมาแบบนั้นเลยหัวเราะใส่พร้อมพูดถากถาง
"โธ่ เจ้าต้นอ้อกระจิริดเอ๋ย ยอมแพ้เสียเถิด ลมแรงขนาดนี้เจ้าคงไม่รอดหรอก มัวแต่เอนไปเอนมาเสียเวลาเปล่า" พูดไม่ทันขาดคำ ต้นโอ๊กใหญ่ก็ล้มลง รากที่ฝังอยู่ใต้ดินลึกก็โผล่มาให้เห็นด้วย ส่วนต้นอ้อก็ยังปลิวไหวไปตามลมจนกระทั่งพายุพัดผ่านไป
อีก 2-3 วันต่อมา ชาวบ้านผ่านมาเห็นต้นโอ๊กที่ล้มลงจึงเอาเลื่อยมาตัดไม้ออกมาเพื่อเอาไว้ใช้สอยและสร้างบ้านเรือน ทิ้งไว้เพียงพื้นที่ว่างเปล่าอันเคยมีต้นโอ๊กตั้งอยู่ ด้านต้นอ้อผู้อ่อนโยนและโอนอ่อนไปกับลมก็ยังคงยืนต้นอย่างสำราญไปอีกนานแสนนาน
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :
คนที่รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนและยอมโอนอ่อนผ่อนตามสถานการณ์ ย่อมผ่านพ้นเรื่องต่างๆ ไปได้ด้วยดี กลับกันคนที่แข็งกระด้างไม่ยอมปรับตัวมักจะต้องแพ้ภัยจนไปไม่รอดเอง..

 

โดย: สมจิต IP: 27.145.110.170 15 กรกฎาคม 2567 13:45:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

space

ผักกาดดองเน่า
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add ผักกาดดองเน่า's blog to your web]
space
space
space
space
space