บทความ...เนื้อหา...ถ้อยคำ...ตำนาน...ยังไม่สมบูรณ์นัก ค้นหาปัจจัยอันแท้จริง อีกครั้งอ่ะ..... .....เพราะว่า อาย ลัฟ ญู

 
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 สิงหาคม 2552
 

" วันแม่ " 2552



สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2552 ความว่า

แผ่นดินนี้ปู่ย่าตายายสร้าง
เคยทอดร่างลงถมถิ่นแผ่นดินแม่
ขอลูกไทยรักษามั่นไม่ผันแปร
เป็นไทยแท้มิใช่แต่ในนาม


ประวัติความเป็นมา

ความเป็นมาของวันแม่แห่งชาติ หรือที่คนไทยทั่วไปนิยมเรียกกันสั้นๆว่า " วันแม่ "
ทุกคนรับทราบ และซายซึ่งกันดี เนื่องจากวันสำคัญนี้ตรงกับวันเฉลิมพระชนพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือวันที่ 12 สิงหาคม อันเป็นวันคล้ายวันเสด็จพระราชสมภพ และถือว่าเป็นวันแม่แห่งชาติ

ด้วยแต่ดั้งเดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาวันที่ 15 เมษายน ของทุกปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกศรับรองวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง และวัฒนธรรมแห่งชาติ ผู้ได้รับมอบหมายได้จัดงานวันแม่มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดีด้วยประชาชนให้การสนับสนุนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไปได้ การจัดงานไม่เพียงแต่จัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังให้มีการประกวดแม่ของชาติ ประกวดคำขวัญวันแม่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกียรติแก่แม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่งๆขึ้น ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาล ญพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ( สมัยนั้น ) แต่ทั่วไปเรียกกันว่าวันแม่ของชาติ

ต่อมา พ.ศ. 2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือวันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ. 2519 เป็นต้นมา
มีข้อความตอนหนึ่งเทิดพระเกียรติไว้ว่า " แม่ที่ดีย่อมรู้จักส่งเสริมธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เพราะแม่ทราบดีว่าท่าขาดสิ่งเหล่านี้แล้วความเป็นไทยที่แท้จริงจะมิปรากฏอยู่บนผืนแผ่นดินไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา แม่ที่ดีย่อมประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นพลเมืองดีตามระบอบของการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข โดยรักษาเคารพและเทิดทูลสถาบันชาติศาสนา และพระมหากษัตริย์ เหนือสิ่งอื่นใด หญิงไทยทุกคนย่อมจะมีคุณลักษณะต่างๆ ของแม่ดีดังกล่าวข้างต้นอยู่แล้ว จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการศึกษาและการฝึกหัดอบรม แต่จะหาหญิงใดที่มีคุณลักษณะครบถ้วนทุกประการเสมอเหมือน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ นั้นไม่ง่ายนัก ด้วยเหตุนี้เราจึงขอเทิดทูลพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ ว่าทรงเป็นแม่หลวงของปวงชน ผู้ทรงเป็นศรีสง่า ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของบ้านเมือง และของปวงชนชาวไทยทั้งมวล "

ดังกล่าวนี้เป็นเรื่องของวันแม่ของชาติตามเหตุผลของทางราชการส่วนที่เกี่ยวข้องกับวันแม่ของไทยตามความรู้สึกนึกคิดทั่วไปของคนไทยผู้เป็นแม่ คำว่าแม่นี้เป็นคำซาบซึ้ง ไม่มีการกำหนด วัน เวลา แต่มีความหมายลึกซึ้งกินใจของผู้เป็นแม่และลูกมานานแล้วดังสำนวนไทยประโยคหนึ่งว่า " แม่ใครมาน้ำตาใครไหล " ซึ่งพระวรเวทย์พิสิฐได้อธิบายไว้ในหนังสือวรรณกรรมเรื่อง " แม่ "
ว่าเด็กไทยตามหมู่บ้านในสมัยที่ข้าพเจ้าเป็นเด็กมักเล่นกันเป็นหมู่ๆ เด็กคนไหนแม่อยู่บ้านเวลาเขาเล่นอยู่ในหมู่เพื่อนน่าตาก็ยิ้มแย้มแจ่มใส เด็กคนไหนแม่ไม่อยู่บ้าน ต่างว่าไปทำมาหากินไกลๆ หรือไปนานๆ ก็มีหน้าตาเหงาหงอย ถึงจะเล่นสนุกสนานไปกับเพื่อนในเวลานั้นก็พลอยสนุกไปแกนๆ จนเด็กเพื่อนๆ กันก็รู้กิริยาอาการ เพราะฉะนั้นพอเด็กๆ เพื่อนๆ แลเห็นแม่เดินกลับมาแต่ไกล ต่างก็พากันร้องขึ้นว่าแม่ใครมาน้ำตาใครไหล แล้วเด็กคนนั้นผละจากเพื่อนเล่นวิ่งไปหาแม่ กอดแม่ พร้อมน้ำตาไหลพรากๆ ด้วยความปลื้มปิติแล้วจึงหัวเราะออก ลักษณะที่เด็กแสดงอาการออกมาจากน้ำใจอันแท้จริงอย่างนี้ ย่อมเกิดจากความสนิทสนม ชิดเชื้อมีเยื่อใยต่อกัน แม่ไปไหนจากบ้านก็คิดถึงลูกและลูกก็เปล่าเปลี่ยวใจเมื่อแม่ไม่อยู่บ้าน นี่คือธรรมชาติที่ไม่มีใครสร้างสรรค์บันดาลมันเกิดขึ้นเอง

และอีกตอนหนึ่งในหนังสือเล่มเดิมที่อ้างข้างต้นให้ความหมายของคำว่า " แม่ " ว่า " เสียงที่เปล่งออกมาจากปาก เป็นคำที่มีความหมายว่า แม่ เป็นเสียงและความหมายลึกซึ้งใจ มีรสเมตตาคุณ กรุณาคุณและความรักอยู่ในคำนี้บริบูรณ์ เด็กน้อยที่เหลียวหาแม่ไม่เห็นก็ส่งเสียงร้องเรียก แม่ แม่ ถ้าไม่เห็นก็ร้องไห้จ้า ถ้าเห็นแม่ก็หัวเราะได้ทั้งน้ำตา นี้เพราะอะไร เราเดาใจเด็กว่าเมื่อไม่เห็นแม่เด็กก็รู้สึกใจหาย ดูเหมือนเขาจะรู้สึกว่าเขาขาดผู้ที่ปกปักรักษาให้ปลอดภัย แต่พอเห็นแม่เข้าเท่านั้นก็อุ่นใจไม่กลัวเกรงอะไรทั้งหมด
เราที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว เมื่อเอ่ยคำว่าแม่ขึ้นทีไร ก็มักจะรู้สึกเกินออกไปจากความหมายที่เป็นชื่อเท่านั้น ย่อมนึกถึงความสัมพันธ์ที่แม่มีต่อเราเกือบทุกครั้ง แม่รักลูกถนอมลูก หวังดีต่อลูก จะไปไหนจากบ้านไปก็ห่วงลูก ถึงกับแบ่งของรับประทานนั้นไว้ให้ลูก ลักษณะเหล่านี้ย่อมตรึงใจเรามิวาย

อย่างไรก็ตาม การที่ทางราชการประกาศกำหนดวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันแม่แห่งชาติ ย่อมก่อให้เกิดวันอันเป็นที่ระลึกที่สำคัญยิ่งของไทยเราวันหนึ่ง และกำหนดให้ถือว่า ดอกมะลิ สีขาวบริสุทธิ เป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงามของแม่ผู้ให้กำเนิดตัวเรา




Create Date : 12 สิงหาคม 2552
Last Update : 12 สิงหาคม 2552 15:41:07 น. 0 comments
Counter : 677 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Kasaem
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ปกติเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ เพราะจะอ่านกระโดดแล้วไม่รู้เรื่องจึงหันมาบังคับตัวเองให้เขียนลงในบลอค
[Add Kasaem's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com