Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2548
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
15 พฤศจิกายน 2548
 
All Blogs
 

ข้อคิดจากยาย

เมื่อคืนอ่านหนังสืองานศพของยาย แล้วขำปนซึ้งกับสิ่งที่ยายเขียน คิดว่าเป็นข้อคิดมุมมองที่แปลกๆดี น่าจะพิมพ์ให้คนสมัยนี้ได้อ่านกันบ้าง นี่คือความคิดของคนในสมัยก่อนคนหนึ่ง ที่มีความคิดไม่ค่อยจะโบราณเท่าไหร่ ลองอ่านดูค่ะ

...เกณฑ์ผู้ชายเลือกผู้หญิงที่พูดกันอย่างล้อๆว่า รูปสวยรวยทรัพย์ อับวิชา พ่อตาตาย แม่ยายโง่ นั้น ฟังออกว่าเป็นความเห็นแก่ตัวของผู้ชาย ถ้ามองลึกๆแล้ว จะพบว่ามีความจริงอยู่ในนั้น ผู้ชายรักเงินของผู้หญิง ผู้หญิงมีเงินที่ฉลาดจะไม่ยอมให้ผู้ชายได้เงินของตัวไปง่ายๆ ผู้ชายจึงชอบให้ภรรยาโง่กว่าตัว จะได้หลอกได้ง่าย พ่อตามักรู้เท่าทันลูกเขย เพราะเป็นผู้ชายด้วยกัน พ่อตาเป็นผู้ปกป้องไม่ให้ลูกสาวถูกหลอกได้มากกว่าแม่ยาย ถ้าพ่อตาตายแล้ว แม่ยายที่โง่มักหวังพึ่งลูกเขยให้เป้นผู้นำครอบครัวด้วย ผู้ชายได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง

สำหรับผู้หญิง ไม่มีใครตั้งเกณฑ์จริงเกณฑ์เล่นไว้ให้ ถือว่าผู้หญิงไทยโบราณไม่ได้รับการศึกษา ขาดความรู้ทำให้ด้อยความคิด ซึ่งไม่จริง ผู้หญิงไทยสมัยมีการศึกษาต้องการผู้ชายที่มีการศึกษาพอๆกับตน จะมีเงินมากน้อยไม่สำคัญเท่าความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพการงาน บวกกับความประพฤติในอันที่จะสร้างครอบครัวให้มีฐานะเป็นปึกแผ่นได้

ไม่ว่าจะเป็นสมัยใด รูปลักษณ์ที่พอตาพอใจมาก่อนอย่างอื่น ความพอตาพอใจอาจทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า รักแรกพบ รักเมื่อแรกพบอาจะเปลี่ยนเป็นพบบ่อยๆเข้าเลยเลิกรัก หรือยิ่งคบกันยิ่งรัก ได้ทั้งสองอย่าง เพราะความรักเป็นเพียงอารมณ์ แปรเปลี่ยนไปได้อยู่เสมอ ทั้งๆที่อยู่ด้วยกันว่ารักกันนักหนา ก็ยังมีเวลาที่ไม่ชอบหน้ากัน

ในเมื่อคุณชวาลา (คุณตาของรำเพยน่ะค่ะ) ไม่ได้มีอะไรที่ประทับใจเป็นพิเศษ เหตุใดจึงตกลงแต่งงานด้วย

ความประทับใจนำมาซึ่งความพอใจก็จริง แต่เป็นคนละอย่างกับความถูกใจหรือต้องใจที่หาเหตุผลไม่ได้

ตอนรับหมั้นหาเหตุผลไม่ได้ คิดว่าความรักไม่ต้องการเหตุผล แต่งงานกันแล้วจึงรู้เหตุผล ดิฉันเป็นคนเห็นแก่ตัวเรื่องแต่งงาน ถือคติว่าแต่งงานกับคนที่รักเราดีกว่าแต่งงานกับคนที่เรารัก อันที่จริง ใครจะรักใครมากน้อยกว่ากัน ไม่ใช่เรื่องจะเปรียบเทียบกันได้ เพราะความรักเป็นเพียงอารมณ์ ปรวนแปรอยู่เสมอ เมื่อเขาแสดงให้รู้สึกว่าเขารักเรามากกว่าเรารักเขาเป็นใช้ได้ แม้จะเป็นเหตุผลที่ชอบกลอยู่ เรื่องที่ใครจะแต่งงานกับใครมักชอบกลเสมอ

พูดอย่างเป็นงานเป็นการน่าจะเป็นว่าเมื่ออยู่กับเขา ได้ความรู้สึกอบอุ่นว่ามีคนที่รักเรา ก็เท่านั้น

ที่จริงระยะนั้น ดิฉันมีคนมาเสนอตัวให้เลือกอยู่แล้ว ยังไม่ทันตกร่องปล่องชิ้นกับใครแน่นอน ก็พอดีคุณชวาลาเข้ามารวบรัดตัดความเสียก่อน ด้วยการเข้าถึงผู้ใหญ่เป็นเรื่องเป็นราว ข้อนี้เป็นแรงหนุนที่ทำให้คิดว่าเขาเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ไม่ใช่แค่ติดพันผู้หญิงเล่นแบบได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร

เย็นวันหนึ่งพ่อนั่งเล่นอยู่ที่ระเบียง คุณชวาลา เห็นเป็นโอกาสเหมาะ จึงเข้าไปพูดจาขอลูกสาวของท่านอย่างไม่พูดพล่ามทำเพลง เมื่อเห็นผู้ชายมาขอลูกสาวท่านง่ายๆ ท่านก็ตอบง่ายๆว่า ไปพาผู้ใหญ่มาพูดจาตามประเพณี

พ่อและแม่รักใคร่ชอบพอและแต่งงานกันเอง โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากปู่ย่า ท่านจึงเห็นใจหนุ่มสาวเรื่องเรียนและความรัก ท่านไม่ได้บังคับลูก ยกให้อยู่ในวิจารณญาณของลูกเอง

อันที่จริง ประเพณีไทยที่เนื่องกับการแต่งงาน ล้วนเป็นไปเพื่อให้เกียรติแก่ผู้หญิงว่าไม่ใช่สิ่งของที่จะหยิบฉวยโอกาสได้ตามอำเภอใจ ต้องขออนุญาตจากพ่อแม่หรือผู้ปกครอง มีผู้ใหญ่เป็นพยานรับรู้

คุณชวาลาบอกทีหลังว่า วันนั้นใจเต้นโครมครามอยู่เหมือนกัน กลัวท่าจะไล่ตะเพิด หาว่าทะลึ่ง

ผู้ใหญ่ของคุณชวาลาที่มาหมั้น คือ พระยาสัจจาภิรมย์ ผู้เป็นลูกเขยท่ามาพร้อมกับมีแหวนหมั้นพกอยู่ในกระเป๋าเสื้อนอก ไม่มีพิธีรีตรองอะไร ทั้งคุณชวาลาและดิฉันไม่ได้ปรากฏตัว คุณชวาลาไปทำงาน ดิฉันไปโรงเรียน

เมื่อครั้งพี่สาวคนโตของดิฉันรับหมั้น มีขบวนขันหมากและผู้เชิญขันหมากเต็มที่ทาง เขาและผู้ชายก็ไม่ได้ปรากฏตัว ไม่ได้สวมแหวนหมั้นกันต่อหน้าแขกเหรื่อและพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายเหมือนการหมั้นสมัยนี้

แหวนวงนั้นไม่มีราคาค่างวดอะไร ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้แหวนเพชรเม็ดใหญ่ เป็นคนไม่ชอบใช้เครื่องอาภรณ์อะไรหนักหนา เพราะคิดว่า เพชรจริงๆนั้นควรอยู่ในหัวคน

หมั้นกันแล้วจึงมีโอกาสได้ไปไหนมาไหนด้วยกันตามลำพัง คนที่รักกันจะเข้าใจว่า การไปเที่ยวที่ไหนไม่สำคัญเท่ากับการได้ไปด้วยกัน สถานที่เที่ยวมีไม่มากนัก มักไปดูหนัง และไปเดินเที่ยวแถวบ้าน ส่วนใหญ่นั่งคุยกันที่บ้าน ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรคุยกันนักหนา

การเดินไปเที่ยว ทำให้รู้ว่าชอบเดินเที่ยวตรงกัน เป็นกิจกรรมที่คงปฏิบัติอยู่จนทุกวันนี้ ตลอดเวลาที่อยู่กันมา ๕๓ ปี คือตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๕ จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๓๘

การเดินไปเที่ยวจะสนุกแค่ไหนขึ้นอยู่กับผู้ที่เดินด้วยกัน ความสนุกอยู่ที่ใจ เพราะฉะนั้น การเดินเที่ยวจึงอาจใช้เป็นเครื่องทดสอบใจได้อย่างหนึ่ง ยังได้ความสนุกจากการเดินเที่ยวด้วยกัน หมายความว่ายังรักกัน เป็นข้อสรุปที่แปลกหูอยู่บ้าง แต่พูดจากความจริงที่ได้แก่ตัว

เย็นวันหนึ่ง...

ระหว่างที่เป็นหัวหน้ากองหนังสือพิมพ์ที่กรมโฆษณาการ คุณชวาลาเป็นผู้แทนของสำนักข่าวยูไนเต็ดเพรส ไปออกข่าวท่าไหนไม่ทราบ ทำให้ได้รับจดหมายซองขาวจากนายกรัฐมนตรี คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่ยังไม่ทันจะออกจากงาน ซองขาวก็เลิกล้มไป มีผู้บอกตอนหลังว่า นายกรัฐมนตรีเพิ่งรู้ว่า นายชวาลาเป็นว่าที่ลูกเขยของพระยาอนุมานราชธน ท่านเกรงใจพระยาอนุมมานราชทน ท่านเลยยกโทษให้

เพราะฉะนั้น ในงานแต่งงาน จอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงเป็นเจ้าภาพงานจัดขึ้น ณ ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ เป็นวันแต่งงานระหว่าง นางสาวสมศรี อนุมานราชธน กับนาย ชวาลา สุกุมลนันทน์

รำเพยลอกมาให้อ่านค่ะ ยายเขียนไว้สิบปีที่แล้ว แต่หลานคนนี้อ่านก็ยังรู้สึกว่าได้ประโยชน์สำหรับคนทั่วๆไปได้ดี อ่านแล้วได้ข้อคิดอะไรกันบ้างไหมคะ




 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2548
34 comments
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2548 11:15:25 น.
Counter : 2805 Pageviews.

 

อ่านแล้วเช่นกันครับ

 

โดย: P4PEACE IP: 203.144.135.18 15 พฤศจิกายน 2548 11:21:15 น.  

 

ได้เยอะเลย

แต่เราก็เป็นแฟนผลงานของ อ. สมศรีอยู่แล้วอ่ะนะ
ชอบภาษาของอาจารย์ เป็นภาษาที่กระชับ เรียบง่าย สละสลวย ไม่รุงรัง อ่านแล้วนิ่ง
คือเหมือนนั่งอ่านอยู่ริมสระน้ำน่ะ เรียบรื่น และได้ข้อคิดต่างๆ

ทัศนคติของอาจารย์เป็นทัศนคติที่ทันโลก และแสดงความเป็นตัวตนในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่เท่าเทียมได้โดยไม่ต้องเรียกร้อง Feminism เลยแหละ

 

โดย: ปป IP: 203.154.148.50 15 พฤศจิกายน 2548 11:25:24 น.  

 

พี่รำเพยคะ...ลบ comment ข้างบนที่ ผิดเวปค่ะ หนูจะบอกว่า
ซึ้งสุดสุดเลยพี่รำเพย... เดี๋ยวเด็กสมัยนี้ไม่ได้คิดแบบนี้แล้วพี่...เฮ้อ แต่อ่านดูแล้วแบบซึ้ง ภาพก็สวยค่ะ veil ยาวมากเลย สมัยนั้นคง' เดิ้นน่าดูเลยอ่ะ... ภาพ classic สุดสุด

 

โดย: nu_noiy 15 พฤศจิกายน 2548 11:33:25 น.  

 

สมัยก่อน เวลาเลือกคู่นี่เรื่องใหญ่เนาะ ถึงจะเดิ้นขนาดไหน แต่ยังงัยก็ต้องฟังพ่อฟีงแม่แหละ เพราะเค้าเห็นมากกว่าเรา อาบน้ำร้อนมาก่อนเรา...

ใจแพ็คอะ ไม่เคยอยากแต่งเลย แพ็คว่างานแต่งมันไม่ใช่งานของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเลยฟร่ะ แต่เป็นของพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ฯลฯ ไม่รู้สิ แค่ไม่ชอบน่ะ มันดูเนือยๆ ปาหี่งัยไม่รุ

ส่วนว่าที่ ผะ เอ้ย สามีในอนาคตเหรอ ไม่ขอไรมากอะ ขอหล่อหน่อย อบอุ่น เป็นผู้ใหญ่แต่ก็ยืดหยุ่นกะชีวิต พ่อตายแม่ตาย และมีมรดกมากมาย ก็พอแร้วววว


.................................................

ป.ล. ชอบตรงนี้มาก
การเดินไปเที่ยวจะสนุกแค่ไหนขึ้นอยู่กับผู้ที่เดินด้วยกัน ความสนุกอยู่ที่ใจ เพราะฉะนั้น การเดินเที่ยวจึงอาจใช้เป็นเครื่องทดสอบใจได้อย่างหนึ่ง ยังได้ความสนุกจากการเดินเที่ยวด้วยกัน หมายความว่ายังรักกัน เป็นข้อสรุปที่แปลกหูอยู่บ้าง แต่พูดจากความจริงที่ได้แก่ตัว

ใช่เลย...ใช่จริงๆ อยู่ที่ไหนก็ได้ แค่ได้อยู่กะคนที่ถูกคอถูกใจ ที่ไหนก็มีความสุขได้ทั้งนั้น... (แต่ตอนนี้อยากอยู่คนเดียวอย่างแรง)

 

โดย: patsypacky 15 พฤศจิกายน 2548 11:45:57 น.  

 

โอ้โฮ เห็นแค่รูปก็สุดยอดละครับ เก่ามาก

อ่านแล้วได้อะไรเยอะเลยครับคุณ rebel

ป.ล. พึ่งสังเกตว่ามีคนเข้ามาดูเวบนี้หลักแสนแล้วหรอ

 

โดย: I will see U in the next life. 15 พฤศจิกายน 2548 14:23:53 น.  

 

ขออภัยครับ พิมพ์ชื่อผิด อาการอัลไซเมอร์กำเริบ จะพิมพ์ชื่อคุณรำเพย กลายเป็นคุณ rebel เฉย

ท่าจะบ้าเสียแล้วเรา

 

โดย: I will see U in the next life. 15 พฤศจิกายน 2548 14:25:14 น.  

 

ขอบคุณค่ะคุณรำเพย
ที่นำมาให้อ่าน
อยากอ่านฉบับเต็มไปหาอ่านที่ไหนคะ



...

 

โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) 15 พฤศจิกายน 2548 16:22:30 น.  

 

ขอบคุณค่ะที่เอามาฝากกันอ่าน

 

โดย: zaesun 15 พฤศจิกายน 2548 16:54:03 น.  

 

อ่านแล้วชอบครับ

^^

 

โดย: เชษฐภัทร 15 พฤศจิกายน 2548 18:51:15 น.  

 

อ่า blueberry_cpie จ๋า งานนี้ตอบไม่ได้ค่ะ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ยายเขียนไว้แล้วเค้าเอามารวมในหนังสืองานศพน่ะ แล้วก็บังเอิญว่ารำเพยไม่ค่อยได้อ่านงานรวมเล่มของยายเท่าไหร่เลย (ที่จริงไม่อ่านเลยมากกว่าน่ะ) ส่วนมากอ่านจากหนังสือตอนที่ยายเขียนมากกว่าค่ะ

 

โดย: รำเพย 15 พฤศจิกายน 2548 19:13:39 น.  

 

ขอบคุณที่เอามาให้อ่านนะคะ

 

โดย: bangjang 15 พฤศจิกายน 2548 19:50:03 น.  

 

ชอบจังพี่สาว ชอบที่บอกว่า
"เพราะความรักเป็นเพียงอารมณ์ ปรวนแปรอยู่เสมอ เมื่อเขาแสดงให้รู้สึกว่าเขารักเรามากกว่าเรารักเขาเป็นใช้ได้ "

หุหุหุ
ขนาดเขียนไว้นานแล้ว
ความจริงก็คือความจริงเนอะ
ไม่เปลี่ยนตามเวลา...

 

โดย: ปล่น้อยหน่า IP: 61.47.111.43 15 พฤศจิกายน 2548 21:04:33 น.  

 

Love story ของคนรุ่นคุณยาย น่าประทับใจดีจังคะ

 

โดย: กิ่งไม้ไทย 15 พฤศจิกายน 2548 21:42:10 น.  

 

ขอบคุณมากค่ะคุณรำเพย


สุขสันต์วันลอยกระทงนะคะ ...

 

โดย: ขอบคุณที่รักกัน IP: 203.170.231.230 16 พฤศจิกายน 2548 7:14:26 น.  

 

อ่านแล้วขนลุกค่ะ
เพราะได้ยินชื่อ
คุณสมศรี สุกุมลนันท์
มานานมาก
อ่านแล้วเหมือนได้ย้อนยุค
แล้วที่ดีกว่านั้นคือ
เป็นคนที่ใกล้ตัวมากๆของ
คุณรำเพยนะเอง
ดีใจที่ได้รู้จักค่ะ

 

โดย: Bee1st 16 พฤศจิกายน 2548 10:34:41 น.  

 

อ่านบทความของคุณสมศรี สุกุมลนันท์เป็นประจำ

และก็แวะเข้ามาอ่านบล๊อกของคุณรำเพยก็หลายครั้งหลายครา

ไม่เคยทราบมาก่อนจริงๆ ค่ะ ว่าคนเขียนที่น่ารักสองคนนี้ มีความผูกพันที่ใกล้ชิดกันขนาดนี้

ดีใจจังเลยค่ะ ที่ได้เจอตัวแทนของนักเขียนผู้ชื่นชม

ขอมาเยี่ยมบ่อยๆ นะคะ

 

โดย: My Memory 16 พฤศจิกายน 2548 16:18:18 น.  

 

คนสมัยก่อนกว่าจะรักกว่าจะแต่งงานกันได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

การแต่งงานไม่ใช่เรื่องระหว่างคนเพียง 2 คนเท่านั้น พ่อแม่และญาติจะเป็นผ้ากรองอย่างดี ช่วยเป็นหูเป็นตาแทนลูก

การที่อะไรที่ได้มาด้วยความยากลำบากมักจะมีค่ามากคนสมัยก่อนจึงมักไม่ค่อยเลิกร้างกันง่ายๆ ต่างกับสมัยนี้ความรัก (สำหรับบางคน) เป็นเรื่องฉาบฉวย จึงเลิกรากันง่ายๆ

 

โดย: salami girl (salami girl ) 16 พฤศจิกายน 2548 17:24:19 น.  

 

โอ เยี่ยมไปเลยค่ะ ขอบคุณป้าและคุณยายมากๆ

แต่ว่า.. พูดถึงข้อคิดเรื่องแต่งงาน.. แสดงว่า ใกล้จะมีข่าวดีแล้วใช่ม้า อุอุ

 

โดย: โนเกีย IP: 202.126.96.100 17 พฤศจิกายน 2548 3:20:56 น.  

 

ขอเขียนเป็นภาษาปะกิจแล้วกันนะครับ

I see now the similarities between you and your grandmother, even more so than in the past. What a beautiful piece of writing.

Not only does it give you a feeling of what type of person your grandmother was but it also gives you a great idea of your Grandfather and of the roots of your family.

I like so many parts of this I don't know which one I would call my favourite. What I like most about this is the simplicity of the language, the food for thought and the feelings whic eminate from within the words just unbelievable.

I feel really blessed to know and be with you.....

 

โดย: ไข่ย้อย (ไข่ย้อย ) 18 พฤศจิกายน 2548 1:04:23 น.  

 

PS I will tell my parents to read this for sure!!!

 

โดย: ไข่ย้อย (ไข่ย้อย ) 18 พฤศจิกายน 2548 1:05:57 น.  

 

ชอบเข้ามาอ่านเรื่องความงามค่ะ
ไม่ได้เข้ามานาน
วันนี้มาดู มีเรื่องของคุณยาย เลยถือโอกาสย้อนไปดูรูปคุณยายด้วย
คุณยายพี่(ขออนุญาตเรียกว่าพี่รำเพยนะคะ)ท่านสวยมากเลยค่ะ และดูสวยทันสมัยด้วย

จริงๆหนูไม่รู้จักท่าน แต่เคยได้ยินชื่อ เลยหันไปถามคุณพ่อ คุณพ่อรู้จักค่ะ บอกว่าท่านเคยเป็นอาจารย์ร.ร.เตรียมอุดม(ใช่มั้ยคะ)


 

โดย: หง IP: 58.10.41.134 18 พฤศจิกายน 2548 20:43:39 น.  

 

เป็นแฟนหนังสือของ อ.สมศรีมาเนิ่นนานจ้า ชอบที่สุดก็ตอนที่คุณตาเสีย แล้วคุณยายมาเล่าเรื่องที่ต้องนั่งทานข้าวคนเดียว และนึกถึง อาหารวันไปฮันนีมูนที่หัวหินคือ แกงส้มมะรุม

คุณตาคุณยายพี่รำเพยช่างเป็นคู่ที่เป็นตัวอย่างได้ดีมากๆเลยค่ะ น่าประทับใจมากๆ

 

โดย: ขวัญน้อย IP: 58.136.207.198 19 พฤศจิกายน 2548 12:39:43 น.  

 

สวัสดีวันหยุดค่ะคุณรำเพยขอบคุณเรื่องราวดีๆที่นำมาให้อ่านนะคะมีความสุขกับวันหยุดนะคะ

 

โดย: oryzaja 20 พฤศจิกายน 2548 13:36:57 น.  

 

อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ....
ฮั่นแน่ ..

 

โดย: กึ่งยิงกึ่งผ่าน 21 พฤศจิกายน 2548 1:48:31 น.  

 

อืม ชอบจังครับ

ขอบคุณที่นำมาให้ได้อ่านครับ ^^

 

โดย: เดินสองดวงจันทร์ IP: 147.243.218.4 21 พฤศจิกายน 2548 13:17:09 น.  

 

ดิฉันที่เป็นแฟนอาจารย์สมศรีติดตามอ่านตั้งแต่เด็กเพิ่งอ่านหนังสือเป็น ชอบสำนวนการเขียน ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ อ่านแล้วรู้เลยว่าเป็นท่าน

 

โดย: tum IP: 203.172.176.195 12 ธันวาคม 2548 12:58:09 น.  

 

เพิ่งเคยมาอ่าน Blog ของคุณรำเพยวันนี้เองค่ะ ไปอ่านเจอใน Pantip มาว่าคุณรำเพยเป็นหลานอาจารย์สมศรีจึงตามมาอ่านดูค่ะ ดิฉันเป็นแฟนสตรีสารและอ่านคอลัมน์ของอาจารย์สมศรีมาตั้งแต่เด็กๆ (จริงๆ นะ) ชื่นชมแนวคิดและวิธีเขียนหนังสือ รวมทั้งบุคลิกส่วนตัวของท่านมากค่ะ

จำได้ลางๆ ว่าอาจารย์เคยเขียนถึงหลานชื่อปิ๋ม ใช่คุณรำเพยหรือเปล่าคะ :-)

โอกาสหน้าจะแวะมาอ่าน Blog อีกนะคะ คุณรำเพยเขียนได้สนุกเช่นกันค่ะ มุมมองต่างๆ น่าสนใจดี

 

โดย: แทน IP: 210.1.7.38 23 กุมภาพันธ์ 2549 8:55:05 น.  

 

เพิ่งได้เข้ามาอ่านblogนี้เพราะอ่านแต่ความสวย ความงามที่พี่รำเพยได้กรุณาเขียนไว้ ..
ชอบบทความของคุณยายจังเลยค่ะ ตอนนี้กำลังลังเลกับความรักแต่พอได้อ่านเดี๋ยวจะลองไปนอนคิด นั่งคิด ตีลังกาคิดทบทวนอีกรอบนึง
ขอบคุณนะคะที่พี่แบ่งปันให้อ่าน เพราะหนูไม่เคยได้อ่านบทความของคุณยายพี่ค่ะ

 

โดย: oh_จานสีน้ำ IP: 124.121.159.225 11 ธันวาคม 2549 20:34:08 น.  

 

ได้รู้จักblog นี้จากคำแนะนำของเพื่อนค่ะ เนื่องจากพวกเราได้ติดตามอ่านงานเขียนของ อ.สมศรีมาตั้งแต่เด็ก ๆ ในสตรีสาร (โอ้ว ไม่อยากย้อนความหลังเลย ดูเป็นคนแก่จัง) งานเขียนของท่านเป็นบทความแรก ๆ ที่แม่ให้หัดอ่าน ชอบงานเขียนของท่านที่ใช้ภาษาเรียบง่าย อ่านง่าย เข้าใจง่าย ทำให้เด็กอย่างเราที่เพิ่งเริ่มจะหัดอ่านบทความต่าง ๆ เข้าใจง่าย และทำให้อยากที่จะอ่านหนังสือ จนเป็นหนอนหนังสือมาทุกวันนี้ค่ะ


 

โดย: นู๋Poopy 28 มกราคม 2550 21:56:44 น.  

 

เข้ามาเพราะชื่อชวาลา

 

โดย: ชวาลา IP: 124.157.197.130 27 พฤษภาคม 2550 8:50:19 น.  

 

อยากได้ประวัติของอาจารย์ สมศรี สุกุมลนันท์ มากๆ เพราะจะเอาไปทำโปรเจคค่ะ ช่วยหน่อยนะคะ ทราบมาว่าท่านได้เรียนเพิ่มเติมงานด้านศิลปะและดีไซด์จากอเมริกา และเป็นงานถนัดของท่านด้วย จึงอยากรู้ว่าผลงานด้านการดีไซด์ของท่านมีอะไรบ้าง กรุณาด้วยนะคะ (เด็กราชมงคลเทคนิคกรุงเทพ)
(chomphunut3@hotmail.com)

 

โดย: ชมพูนุท IP: 124.120.96.44 3 กรกฎาคม 2550 23:50:33 น.  

 

อ่านเรื่องของคุณรำเพย

พอทราบว่าเป็นหลาน ยายหลานตา

ท่านเป็นอาจารย์ของดิฉัน ท่านเป็นหัวหน้าคณะผ้า-เครื่องแต่งกาย อยู่ที่วิทยาลัยเทคนิค สมัยที่ยังไม่เป็นวิทยาเขตต์


ท่านเก๋ที่สุด ท่านเก่งที่สุด

 

โดย: ยายเก๋า ,ชมพร (ชมพร ) 28 พฤศจิกายน 2550 14:03:43 น.  

 

เพิ่งจะได้อ่านค่ะ เชยจริงๆ

แต่ชอบพี่รำเพยและเรื่องของพี่มาตั้งนานแล้วค่ะ

ตั้งแต่ห้องสวนลุมยังไม่มีคลับลดความอ้วน จะมีเวปบอร์ดที่อัพทุกอาทิตย์

เอมก็เข้าค่ะ แต่ว่าตอนนั้นเป็นแบบบัตรผ่าน..ทำเวปยังไม่เป็น...อ่านแล้วชอบเรื่องของพี่รำเพยค่ะ

 

โดย: ชะเอมหวาน 26 กุมภาพันธ์ 2552 0:55:15 น.  

 

หนังสืองานศพมีเรื่องราวน่าสนใจมากมาย ผมก็ชอบอ่านเหมือนกันครับ

 

โดย: gotobook 27 ธันวาคม 2553 15:51:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


รำเพย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add รำเพย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.