......Romancini......
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
28 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
Super Sunday : SuperBowl VI Dolphins v Cowboys 1972







หลังความปราชัยอย่างน่าเสียดายต่อทีมบัลติมอร์ โคลท์ส
ในศึกซุปเปอร์โบลว์ครั้งที่ 5 ที่ผ่านมา
ทำให้คำสาปที่ไม่เคยมีชัยชนะในเกมชิงแชมป์
ของ ดัลลัส คาวบอยส์ ก็ยังคงขลังอยู่ต่อไป
แต่สำหรับเหล่าพลพรรคผู้เล่นทีมดาวเดี่ยว
และหัวหน้าโค๊ชมาดนักบุญ ทอม แลนดรี้ นั้น
ไม่ยอมรับมันและหวังที่จะใช้ฤดูกาลแข่งขัน 1971 – 72 นี้
ลบล้างทุกอาถรรพ์ให้หมดไปจากทีมนี้เสียที......



[ คาวบอยส์ทีมที่ไม่เคยเป็นผู้ชนะในเกมใหญ่ ]


ทีมดัลลัส คาวบอยส์
ยังคงแข็งแกร่งเหมือนเช่นในฤดูกาลที่ผ่านมา
สไตล์การเล่นที่เน้นบอลคอนโทรล
ของโค๊ชแลนดรี้ มีลูกเล่นเพิ่มมากขึ้น
เขาใช้ตัววิ่งถึง 3 คน ร่วมกันลำเลียงบอล
ทำระยะใส่เหล่าทีมรับของคู่แข่งจนแตกกระจาย
คาลวิน ฮิลส์ , ดเวย์น โธมัส และ วอลซ์ แกร์ริสัน
สามประสานของทีมวิ่งทำระยะรวมกันตลอดฤดูกาลแข่งขัน 1971
ได้ถึง 1,690 หลา กับอีก 14 ทัชดาวน์



[ ตัววิ่งสามประสานของทีมคาวบอยส์ ]



โดยมี โรเจอร์ “ เดอะ ด็อดจ์เจอร์ “ สตอร์บาค
ควอเตอร์แบ็คจอมพลิ้วจากโรงเรียนนายเรือ
ที่ได้รับโอกาสจากแลนดรี้
ให้ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำทีมดาวเดี่ยว
แทนเคร็ก มอร์ตัน จอมทัพมือ 1 คนเก่า
ที่ครึ่งฤดูกาลแรกนำทีมทำผลงาน
ได้ไม่เป็นสัปปะรด ชนะ 4 แพ้ไป 3



[ โรเจอร์ สตอร์บาค ควอเตอร์แบ็คดัลลัส คาวบอยส์ ]



เมื่อโค๊ชแลนดรี้เปลี่ยนให้สตอร์บาค ลงมานำทัพแทน
โรเจอร์ สตอร์บาค ได้สร้างสรรค์ผลงานสุดยอดเยี่ยม
พาทีมเก็บชัยชนะรวดใน 7 เกมที่เหลืออยู่
จนได้เข้าไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ
ตำแหน่งจอมทัพมือ 1 ของทีมจึงตกเป็นของเขาตั้งแต่นั้นมา
สตอร์บาค ทำผลงานได้อย่างน่าทึ่ง
ขว้างได้ระยะไปทั้งหมด 1,882 หลากับ 15 ทัชดาวน์
และเสียอินเทอร์เซปป์ไปเพีงแค่ 4 หนเท่านั้นเอง
แถมยังได้เรตติ้งจากการขว้างสูงที่สุดในลีค
ถึง 101 . 8 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว



[ แลนดรี้ - สตอร์บาค ยอดจอมทัพ & ยอดโค๊ช ของดัลลัส คาวบอยส์ ]



สตอร์บาค มีอาวุธครบมือทั้งสองฟากฝั่งของสนาม
ปีกด้านหนึ่งนั้นยังคงเป็น บ๊อบ " บุลเลต " เฮย์
ปีกลมกรดราวกับลูกกระสุนปืนยืนประจำการอยู่เช่นเดิม
และเสริมด้วยเขี้ยวเล็บใหม่นาม แล๊นซ์ อัลเวิร์ต
ปีกจรวดใจเพชร อดีตผู้เล่นยอดเยี่ยมของลีค AFL
ซึ่งย้ายมาจากทีมสายฟ้าฟาด ซานดิเอโก ชาร์จเจอร์ส
คู่ดูโอปีกพระกาฬแสดงฝีมือได้อย่างเนี้ยบนิ้ง
ผลิตผลงานรับลูกรวมกันไป 69 หน ได้ระยะถึง 1,325 หลา
บวกกับอีก 10 ทัชดาวน์



[ คู่หูปีกพระกาฬ แล๊นซ์ อัลเวิร์ต และ บ๊อบ เฮย์ ]



เหล่าแนวเปิดทางและป้องกันของทีมบุกของดัลลัส
ที่เปรียบเสมือนผู้ปิดทองหลังพระ นั้น
นำทัพมาโดยจอห์น นิแลนด์ ราลฟ์ นีลี่ย์
และแท๊กเกิ้ลที่สุดแข็งแกร่ง เรย์ฟิลด์ ไรท์
เสริมด้วย ฟอร์เรสต์ เกร๊ก อดีตผู้เล่นซึ่งติดทีมรวมดารา 9 สมัย
และเป็นหนึ่งในขุนพลแพ็คเกอร์สชุด 2 แชมป์ซุปเปอร์โบลว์อีกด้วย




[ เหล่าผู้เล่นปิดทองหลังพระของดัลลัส คาวบอยส์ ]



จุดขายของทีมดัลลัส คาวบอยส์ยังอยู่ที่แนวรับเช่นเดิม
ด้วยทีมรับโลกาวินาศ ( Doom Day Defernce ) ที่มี
บ๊อบ ลิลลี่ ลูกพี่ใหญ่ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่เริ่มต้นเป็นหัวขบวน
ตามมาด้วยสามประสานไลน์แบ๊คเกอร์ขาโหด
ชั๊ค ฮาวลี่ย์ อดีต MVP จากซุปเปอร์โบลว์ ครั้งที่ผ่านมา
รีลอย จอร์แดน และ เดฟ เอ็ดเวิร์ด เป็นเพื่อนร่วมแก๊งค์



[ บรรดาสมาชิคผู้เล่นแห่งทีมรับวันโลกาวินาศที่แสนลือลั่น ]



เมล เรนโฟล ก็ยังคงคุมเหล่าสหายตัวคุมปีกจอมขโมยบอล
ที่มี คลิฟ แฮร์ริส และ คอร์แนล กรีน
ที่ช่วยกันแย่งบอลมาครอบครองได้ถึง 4 หน



[ แก๊งค์ตัวคุมปีกของดัลลัส คาวบอยส์ ]



หลังจากเริ่มครึ่งฤดูกาลแรกได้อย่างไม่งดงามนัก
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจอมทัพของทีมใหม่แล้ว
อะไรๆก็ดูจะเข้ารูปเข้ารอย
สุดท้าย ดัลลัส คาวบอยส์ ก็จบฤดูกาล 1971
ด้วยสถิติ ชนะ 11 แพ้ 3
เป็นแชมป์NFC ของสายตะวันออก
เข้าไปเล่นในรอบต่อไป



[ โรเจอร์ สตอร์บาค ในเกมหักเขาไวกิ้งส์ ]



และเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมเพลย์ออฟที่หักเขาไวกิ้งไป 20 – 12
ก่อนที่จะมาเปิดสนามใหม่เอี่ยมอ่องเท๊กซัส สเตเดี้ยมในเออร์วิ่ง
ทุบทีมคนตื่นทอง ซานฟรานซิสโก โฟรตี้ไนายเนอร์
ในเกมชิงแชมป์สาย NFC ไปอีกหนด้วยสกอร์ 14 – 3
เดินหน้าล่าความฝันปฏิบัติการณ์ทำลายล้างคำสาปของทีม
ในเกมสำคัญครั้งที่ 6....................
“ ซุปเปอร์โบลว์ VI “



[ ยอดจอมทัพผู้คล่องแคล่วยังคงเยี่ยมในเกมชิงแชมป์ NFC กับ 49ers ]



ทางด้านของสาย AFC ทีมดาวรุ่งดวงใหม่ก็ปรากฏขึ้นมา
หลังจากที่ยอดโค๊ชไฟแรง ดอน ชูล่า
อำลาจากทีมบัลติมอร์ โคลท์ส
มาเมื่อ 2 ปีที่แล้วหลังการปราชัยในศึกซุปเปอร์โบลว์ 3
เขาก็มาหาความท้าทายอยู่ที่ชายฝั่งมหาสมุทรของฟลอริด้า
โดยทำการปลุกปั้นทีม “ โลมา มหาภัย “ ไมอามี่ ดอลฟินส์
ให้กลับกลายมาเป็นยอดทีมของลีคได้อย่างรวดเร็ว
เขาสร้างทีมขึ้นมาจากจิ๊กซอร์หลากหลายชิ้น



[ ควอเตอร์แบ็ค บ๊อบ กรีซี่ย์ และ อัฉริยะโค๊ช ดอน ชูล่า ]



เริ่มที่ตำแหน่งจอมทัพของทีมนั้นดอน ชูล่า ไว้วางใจให้
บ๊อบ กรีซี่ย์ ควอเตอร์แบ็คหนุ่ม
จากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู เป็นผู้นำทีม
และเขาก็ได้สร้างผลงานในฤดูกาล 1971 อย่างสวยสด
จากผลงานการขว้างไปทั้งสิ้น 145 ครั้ง ได้ระยะ 2,089 หลา
ทำทัชดาวน์ไปได้ถึง 19 หน
และเสียอินเทอร์เซปป์ไปเพียงแค่ 9 ครั้งเท่านั้น
และเขายังได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของลีคอีกด้วย



[ บ๊อบ กรีซี่ย์ ควอเตอร์แบ็คของทีมไมอามี่ ดอลฟินส์ ]



คู่หูผู้ร่วมสร้าผลงานทางอากาศของ บ๊อบ กรีซี่ย์ นั้น
ก็คือ พอล วอร์ฟิลด์ ปีกจอมเก๋าอดีตดาราของทีมคลีฟแลนด์ บราวน์ส
วอร์ฟิลด์ ทำผลงานได้สมราคา รับไป 43 ครั้ง
ได้ระยะไป 995 หลา
และทำสกอร์ไปได้ 11 ครั้งเป็นผู้นำของลีค




[ พอล วอร์ฟิลด์ ปีกพระกาฬที่เจนจัดของไมอามี่ ]



แต่กลไกสำคัญของทีมบุกดอลฟินส์นั้นอยู่ที่ตำแหน่งตัววิ่ง
ดอน ชูล่า ก็มีปรัชญาการเล่น
คล้ายๆกับทอม แลนดรี้ ของคาวบอยส์
คือเลือกแผนบุกที่เน้นไปที่เกมการวิ่ง
ชูล่าเลือกใช้ตัววิ่งพระกาฬ 2 คนในการขับเคลื่อนทีมบุก



[ ซองก้า - คิ๊กส์ บุช แคสซิดี้ & ซันแด๊นซ์ คิดส์ ของทีมดอลฟินส์ ]



หนึ่งนั้นก็คือ ลาร์รี่ ซองก้า
ฟูลแบ๊คหนวดงามจากมหาวิทยาลัยซีราคิวส์
ซองก้า ระเบิดฟอร์มทางภาคพื้นดินเมื่อทำระไปได้ 1,051 หลา
บวกกับการทำสกอร์อีก 7 หน
โดยสร้างระยะวิ่งเฉลี่ยต่อครั้งได้ถึง 5.5 หลาเลยทีเดียว



[ สไตล์การเล่นที่ดุดันของตัววิ่งหุ่นรถถังลาร์รี่ ซองก้า ]



นอกจากซองก้าแล้วดอลฟินส์ยังมี จิม คิ๊กส์
รันนิ่งแบ๊คตัวฉกาจจากมหาวิทยาลัยไวโอมิ่ง
ที่เด่นทั้งการวิ่งทำระยะและการรับลูก
คิ๊กส์ วิ่งไปได้ 738 หลา บวกกับอีก 3 ทัชดาวน์
และรับลูกไปได้อีก 40 หน กับอีก 338 หลาเลยทีเดียว
ทั้งสองคู่หูคือฝันร้ายทางภาคพื้นดิน
ที่ทีมรับทุกทีมในลีคสุดแสนจะขยาด



[ จิม คิ๊กส์ รันนิ่งแบ็คจอมเก๋าของทีมดอลฟินส์ ]


แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเกมการบุกดอลฟินส์นั้น
ก็ได้แก่ ลาร์รี่ ลิตเทิ่ล ยอดการ์ดที่ตัวไม่ได้เล็กเหมือนชื่อ
ที่คอยวิ่งเป็นแนวเปิดทางให้แก่ตัววิ่งทั้งสองคน




[ ลาร์รี่ ลิตเทิ่ล ยอดการ์ดของไมอามี่ ดอลฟินส์ ]



ดาราสำคัญในทีมรับของโลมามหาภัยก็คือ
นิค โบนิคอนติ ไลน์แบ๊คเกอร์จอมขยัน
จากมหาวิทยาลัยน็อทเทอร์เดม
ที่คอยไล่ล่ากดดันควอเตอร์แบ็คของทีมคู่แข่งได้อย่างน่ากลัว



[ ไลน์แบ็คเกอร์จอมโหดนิค โบลนิคอนติ ]



บวกกับผู้นำในแผงหลังนาม เจ๊ค สก๊อตต์ เซฟตี้จอมแกร่ง
ที่เคยไปเล่นอยู๋ในแคนนาเดี้ยนลีคมาก่อน
หลังจากจบจากมหาวิทยาลับจอร์เจีย
ในฤดูกาล 1971 นี้ สก๊อตต์ อินเทอร์เซปป์บอลจากฝ่ายตรงข้าม
ได้มากถึง 7 ลูกเลยทีเดียว !!!



[ เจ๊ค สก๊อตต์ สุดยอดเซฟตี้ของไมอามี่ ]



ไมอามี่ ดอลฟินส์ สร้างผลงานในฤดูกาล 1971 – 72
ได้อย่างสุดเหลือเชื่อ
ทีมมีสถิติชนะ 10 แพ้ 3 และเสมออีก 1 หน
เป็นแชมป์กลุ่มตะวันออกของสาย AFC
และในรอบเพลย์ออฟ นั้น
ทีมดอลฟินส์ก็ยังคงสร้างความประหลาดใจต่อไป
จากทีมที่ไม่เคยมีชัยชนะในรอบที่ 2 นี้มาก่อนเลย
พลพรรคโลมามหาภัยของดอน ชูล่า
กลับพลิกเอาชนะอดีตแชมป์ซุปเปอร์โบลว์ครั้งที่ 4
แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ด้วยคะแนน 27 – 24
ด้วยฟิลด์โกลในช่วงต่อเวลาครั้งที่ 2
จากฝีเท้าของตัวเตะ กาโล เยพลีเมี่ยน



[ กาโล เยพลีเมี่ยน ในจังหวะซัดฟิลด์โกลดับแคนซัสในช่วงต่อเวลาครึ่งที่ 2 ]



ก่อนที่จะมาระเบิดฟอร์มเทพถล่มแชมป์ซุปเปอร์โบลว์หนที่แล้ว
บัลติมอร์ โคลท์ส ไปแบบไข่ไม่แตก 21 – 0 ในเกมชิงแชมป์ AFC
โดยที่เซฟตี้ ดิ๊ก แอนเดอร์สัน เล่นแบบองค์ลง
สามารถที่จะขโมยบอลจากจอห์นนี่ ยูไนตัส ถึงสามครั้งสามหน
และหนึ่งในนั้น ก็ยังเป็นทัชดาวน์ระยะ 62 หลาอีกด้วย



[ บ็อบ กรีซี่ย์เล่นได้เยี่ยมในวันดอลฟินส์ดับโคลท์สครองแชมป์ AFC 1971 ]



ก้าวเท้ายาตราทัพเข้าสู่ศึกซุปเปอร์โบลว์ ครั้งที่ 6
ชนิดที่ทีมดัลลัส คาวบอยส์
แชมป์จากสาย NFC จะประมาทไม่ได้เลย !!!



[ Dolphins vs Cowboys Super Bowl VI ]


.......................................................



[ โปสเตอร์ซุปเปอร์โบลว์ครั้งที่ 6 ]

SUPER BOWL VI : Dallas Cowboys V Miami Dolphins
16 มกราคม 1972 สนามทูเลน สเตเดี้ยม เมืองนิวออร์ลีนส์




บ่ายวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม ค.ศ.1972
ผู้ชมจำนวนกว่า 81,025 คน ฝ่าความหนาวเย็นของอากาศ
เข้ามายังสนามทูเลน สเตเดี้ยม ในเมืองนิวออร์ลีนส์
เพื่อมาเป็นสักขีพยานของศึกแห่งศักดิ์ศรี
ระหว่างสองสุดยอดทีมแห่งยุค



[ ทูเลน สเตเดี้ยม ในเมืองนิวออร์ลีนส์ ]



ทอม แลนดรี้ หัวหน้าโค๊ชของคาวบอยส์
กล่าวกำชับลูกทีมก่อนที่เกมจะเริ่มต้นขึ้นว่า
“ เกมในวันนี้ จะต้องไม่มีคำว่าแพ้โดยเด็ดขาด “
หลังจากที่การแสดงก่อนที่เกมจะเริ่มจบลงไปพร้อมกับ
ที่ฝูงเครื่องบินไอพ่นที่มาเข้าร่วมแสดงโชว์
บินห่างออกจากสนามไปแล้ว



[ ฝูงเครื่องบินไอพ่น บินเหนือสนามทูเลน ]



เกมวัดศักดิ์ศรีก็เริ่มต้นขึ้น.....
ทั้งสองทีมมีรูปแบบการเล่นที่คล้ายกัน
คือการเน้นไปที่เกมการวิ่งเพื่อคอนโทรลบอล
ดังนั้นการป้องกันที่ดีของทีมรับจะเป็นตัวตัดสินของเกมนี้




[ การแสดงก่อนที่เกมจะเริ่ม ]



ลูกทีมดาวเดี่ยวของยอดโค๊ชแลนดรี้
เตรียมแผนการเล่นมาเป็นอย่างดี
ทีมรับโลกาวินาศของคาวบอยส์ได้รับคำสั่งมา
ให้ตัดเส้นทางการวิ่งทะลวงตรงกลาง
ที่เป็นจุดเด่นของทั้งลาร์รี่ ซองก้า และ จิม คิ๊กส์
สองคีย์แมนในการบุกของทีมโลมามหาภัย
ให้ได้ตั้งแต่เริ่มต้มเกม
เพื่อบีบให้ทีมบุกของไมอามี่ ต้องหันมาเปิดเกมการขว้าง
ที่ไม่ใช่การเล่นที่ถนัดนัก




[ สตอร์บาคเล่นอย่างสบายเมื่อแนวป้องกันของเขาทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ]




ซึ่งแนวตัวคุมปีกของคาวบอยส์
ก็จะเตรียมแผนสองมาเล่นงานซ้าเข้าให้อีก
โดยโค๊ชแลนดรี้จะใช้ให้คอร์แนล กรีน
ให้คอยตามประกบพอล วอร์ฟิลด์ ตรงกลางสนาม
และหากว่าปีกพระกาฬของดอลฟินส์ผู้นี้
สลัดหลุดกรีน โฉบหนีมารับบอลที่ด้านข้างสนามแล้วนั้น
ก็จะต้องเจอกับตัวประกบหมายเลข 2
เมล เรนโฟล ที่จะเข้ามาเสริมโดยทันที
ดังนั้น เกมการบุกของดอลฟินส์
ก็จะเป็นอัมพาต อย่างสมบรูณ์แบบ !!!



[ บ๊อบ กรีซี่ย์ บัญชาการเกมบุกของดอลฟินส์ ]



เมื่อมาเจอแผนเด็ดของทีมรับคาวบอยส์เข้าแบบนี้
ทีมบุกของดอลฟินส์ก็เปิดตำรารับแทบไม่ทัน
บ๊อบ กรีซี่ย์ เจอเหล่าแนวรับกระหายเลือดของคาวบอยส์
รุมกินโต๊ะ จนต้องวิ่งหลบหลีกออกนอกพ๊อกเกต
หาทางเอาตัวรอดตลอดทั้งควอเตอร์แรก
เกมการบุกก็เลยติดขัด
อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตลอดฤดูกาลนี้เลย…



[ บ๊อบ กรีซี่ย์ เจอกดดันจากทีมรับคาวบอยส์ ]



และจากการโดนกดดันนี้
ทีมบุกของดอลฟินส์ก็เริ่มพลาด
ลาร์รี่ ซองก้า ที่ตลอดการถือบอล 238 หนไม่เคยทำพลาด
ก็ดันดีแตกมาทำลูกหลุดมือ ให้ชั๊ค ฮาวลี่ย์ ไลน์แบ๊คเกอร์ตัวเก่ง
ของดัลลัสแย่งบอลมาครอบครองได้ที่บริเวณกลางสนาม
เปิดโอกาสให้กับโรเจอร์ สตอร์บาค
ได้ลงมาบัญชาการเกมบุกของทีมดาวเดี่ยว



[ โรเจอร์ สตอร์บาค ยอดควอเตอร์แบ๊คคาวบอยส์ ]



และจากเส้น 49 ที่กลางสนามนั้น
สตอร์บาค พาทีมบุกได้อย่างน่าตื่นตา
ทั้งวิ่งทำระยะเอง และ ขว้างบอลไปให้กับปีกอย่างแม่นยำ
ขับเคลื่อนทีมบุกจนเข้ามาถึงระยะหวังผล
ก่อนที่จะส่งให้ไมค์ คล๊าก ตัวเตะประจำทีม
ลงมาซัดฟิลด์โกลแรกของเกม
ให้คาวบอยส์ออกนำไปก่อน 3 -0
เมื่อควอเตอร์ที่ 1 จบลง.....



[ สตอร์บาคคอนโทรลเกมบุกให้ดัลลัสอย่างองอาจ ]



เมื่อดอลฟินส์ได้มีโอกาสกลับลงมาเป็นฝ่ายบุกบ้าง
ก็ยังคงโดนทีมรับโลกาวินาศจากการนำของบ๊อบ ลิลลี่
เข้าไปบีบกดดันกรีซีย์
ไม่ให้มีเวลาที่จะมองหาปีกเพื่อที่จะขว้างให้
และทำให้ควอเตอร์แบ๊คยอดเยี่ยมของลีค ต้องวิ่งหลบหนี
หาทางเอาตัวรอดไปมาหลังแนววางลูก
เหมือนหนูหนีแมว จนโดนไล่จนมุม
ถูกแซ๊คเสียระยะถอยหลังมโหราฬถึง 29 หลาเลยทีเดียว !!!



[ บ๊อบ ลิลลี่ แซ๊ค กรีซี่ย์ ทำให้ดอลฟินส์เสียระยะมหาศาลถึง 29 หลา ]



แผนการอุดแนวตรงกลาง
ไม่ให้สองตัววิ่งของดอลฟินส์ บุกตะลุยได้ผลชะงัก
ทำให้ทั้งซองก้า และ คิ๊กส์ต้องหันมาเล่นแผนวิ่งอ้อมแนว
ซึ่งไม่ใช่งานถนัดของทั้งคู่ จึงทำระยะได้น้อยนิด
ทำให้เกมทั้งหมดตกอยู่ในอุ้งมือของคาวบอยส์ ตลอดครึ่งแรกนี้




[ จิม คิ๊กส์ รันนิ่งแบ๊คไมอามี่พยายามวิ่งเจาะแนวรับของทีมคาวบอยส์ ]



แต่ทีมรับของดอลฟินส์ ก็ยังคงเหนียวแน่น
พยายามที่จะแก้เผ็ด
โดยใช้การเล่นไล่ล่ากดดันสตอร์บาคเช่นเดียวกัน
แต่ก็ต้องเจอกับการวิ่งที่แคล่วคล่องของยอดควอเตอร์แบ็คผู้นี้
ทำเอาทีมรับของไมอามี่ วิ่งกันลิ้นแทบห้อย




[ โรเจอร์ ” เดอะ ด๊อดจ์เจอร์ “ สตอร์บาคโชว์เดี่ยว ]



และหลังจากที่ โรเจอร์ ” เดอะ ด๊อดจ์เจอร์ “ สนุกอยู่กับการวิ่ง
พาทีมรับของดอลฟินส์ทัวร์จนลืมเกมการขว้างให้แก่ปีกไป
ทำให้ แล๊นซ์ อัลเวิร์ต ปีกจอมลุยถึงกับต้องไปโวยกับโค๊ชแลนดรี้
ให้สั่งให้ยอดควอเตอร์แบ็คผู้ว่องไว
หันหน้ามาเล่นเป็นทีมบ้าง
และก็ได้ผล......



[ แล๊นซ์ อัลเวิร์ต วิ่งเก้อบ่อยครั้งถึงกับมีเซ็งสตอร์บาค ]



หลังจากความพยายามที่จะส่องฟิลด์โกลตีเสมอ
จากระยะ 49 หลาของกาโล เยพลีเมี่ยน
ตัวเตะไมอามี่ไม่เป็นผลเพราะสั้นไป
เกมก็กลับมาเป็นทีของคาวบอยส์
และคราวนี้สตอร์บาค ก็หันหน้ากลับมาสู่เกมอย่างเต็มตัว




[ สตอร์บาคใช้ความคล่องแคล่วของตัวเองฉีกแนวรับของไมอามี่ ]



และจากเส้น 24 ในแดนตัวเอง
สตอร์บาคสร้างสรรค์ เกมบุกให้ทีมได้อย่างสวยงาม
ก่อนที่จะทำตามใจอัลเวิร์ต ปีกจอมลุยขาโวย
เมื่อเขาขว้างไกลระยะ 21 หลา
พุ่งตรงเข้าใส่อ้อมอกของปีกใจร้อนผู้นี้อย่างเหมาะเหม็ง
ให้ทีมบุกมาจนถึงเส้น 32 ในแดนไมอามี่




[ ดเวย์น โธมัส ตัววิ่งดัลลัสหาช่องเจาะแนวทีมรับดอลฟินส์ ]



และหลังจากที่เรียกแผนวิ่งให้คาลวิน ฮิลส์ สามหนติด
แนวรับของดอลฟินส์ก็เริ่มที่จะหลงทาง……
สตอร์บาคจึงขว้างอย่างรวดเร็วไปที่มุมซ้ายของเขตเอนด์โซน
เข้ามือของแล๊นซ์ อัลเวิร์ต ปีกคู่ใจอย่างเฉียบคม
ส่งให้ดัลลัส คาวบอยส์
ขยับหนีห่างไมอามี่ ดอลฟินส์ ออกไปเป็น 10 – 0




[ โรเจอร์ สตอร์บาค ขว้างสวนการบลิ๊ซของ เจ็ค สก๊อตต์ เซฟตี้ดอลฟินส์ ]



เจอหนีไป 10 แต้มทีมบุกของดอลฟินส์ก็เริ่มเร่งเครื่อง
คราวนี้วิ่งไม่ได้ก็ไม่วิ่งมันซะเลย
ยอดควอเตอร์แบ็คของลีคอย่างกรีซี่ย์
ก็ลงมาโชว์ว่ายังมีมืออยู่
เขาเปิดเกมขว้างแหลกพาทีมบุกจากเส้น 32 ของตัวเอง
มาจนถึงกลางสนาม



[ บ็อบ กรีซี่ย์ ควอเตอร์แบ็คจอมทัพของทีมไมอามี่ ดอลฟินส์ ]


ก่อนที่จะบอม์บ 23 หลา
ไปเข้ามือของพอล วอร์ฟิลด์
ปีกจอมเก๋าที่ฉีกหนีการคุมสองมารับบอลได้
ตั้งระยะที่เส้น 24 ของดัลลัส
ให้ตัวเตะเลือดไซปรัส กาโล เยพลีเมี่ยน
ลงมาหวดฟิลด์โกลตีไข่แตกไล่มาเป็น 3 – 10
ก่อนที่เครึ่งเวลาแรกของเกมจะหมดลงไป....



[ บ็อบ กรีซี่ย์พยายามขับเคลื่อนเกมบุกให้กับดอลฟินส์ ]




เมื่อครึ่งเวลาหลังเริ่มต้นขึ้น
ดัลลัส คาวบอยส์ ได้เป็นฝ่ายเริ่มบุกก่อน
และยอดโค๊ชแลนดรี้ ก็หันมาเล่นแผนวิ่งทำลายเวลาอย่างเต็มตัว
สามประสานรันนิ่งแบ๊คของคาวบอยส์ดาหน้าสลับกัน
วิ่งทะลุทะลวงกำแพงทีมรับของดอลฟินส์จนล้าไปหมด
ดัลลัสใช้เวลาบุกนานถึง 5 นาทีกว่ากินระยะไปได้ 71 หลา
ก่อนที่สตอร์บาค จะยัดบอลใส่มือของดเวย์น โธมัส
วิ่งอ้อมแนวไปทางซ้าย ฉลุยเข้าสู่เอนด์โซนของดอลฟินส์
ทำคะแนนนำห่างออกไปอีกเป็น 17 – 3



[ ดเวย์น โธมัส ใช้การวิ่งอ้อมไลน์ทำทัชดาวน์ให้กับดัลลัส คาวบอยส์ ]



ทีมบุกของไมอามี่ ไม่ได้เล่นในเกมถนัดของตัวเองก็เริ่มเล่ะ
การวิ่งจุดขายหลักก็ไม่เป็นผล เกมการขว้างก็โดนลืม
ต้องลงมาเล่น 3 หนออกแทบตลอดทั้งควอเตอร์ที่ 3 นี้
ทำให้บรรดาผู้เล่นทีมรับ ต่างพากันอ่อนแรงไปตามๆกัน




[ ดอน ชูล่าหัวหน้าโค๊ชไมอามี่มีเครียดเมื่อเจอการป้องกันที่เหนียวแน่นของดัลลัส ]



เกมเข้าสู่ควอเตอร์ที่ 4 ช่วงสุดท้ายของเกมนี้แล้ว
ดัลลัส คาวบอยส์ ก็ยังฉวยเอาความผิดพลาดของดอลฟินส์
มาแปรเปลี่ยนเป็นคะแนนได้อีกครั้ง
เมื่อลูกที่ขว้างโดยบ๊อบ กรีซี่ย์ ตั้งใจจะไปให้กับจิม คิ๊กส์




[ จังหวะที่ชั๊ค ฮาวลี่ย์ กระโดดตัดหน้าจิม คิ๊กส์อินเทอร์เซปป์บอลมาได้ ]



แต่กลับถูกยอดไลน์แบ๊คเกอร์อดีต MVP ซุปเปอร์โบลว์หนที่แล้ว
ชั๊ค ฮาวลี่ย์ ขโมยบอลมาได้ที่กลางสนาม
และจอมลุยรายนี้ก็วิ่งหน้าตั้ง 41 หลา
จนมาโดนผู้เล่นดอลฟินส์หยุดอยู่ที่เส้น 9 หน้าบ้านของทีมปลาโลมา




[ และฮาวลี่ย์ยังวิ่งย้อนกลับมายังแดนดอลฟินส์อีก 41 หลาอย่างยอดเยี่ยม ]



โรเจอร์ สตอร์บาค ก็จัดการตอกตะปูตัวสุดท้ายส่งโลมาลงหลุม
เมื่อขว้างอย่างแม่นยำไปให้กับปีกใน ไมค์ ดิ๊ทก้า ในเอนด์โซน
ทำคะแนนเพื่อการันตีชัยชนะของทีมดาวเดี่ยวในวันนี้เป็น 24 – 3




[ ไมค์ ดิ๊ทก้าปีกในของคาวบอยส์ทำทัชดาวน์ปิดกล่องส่งไมอามี่ลงสู่ก้นหลุม ]



ทีมบุกของไมอามี่ต้องทำงานแข่งกับเวลา
ปฏิบัติการณ์ทวงคะแนนคืนมาโดยเร็ว จึงเดินหน้า
หลังจากที่พาทีมบุกคืบหน้ามาได้อย่างสวยงาม
บ๊อบ กรีซี่ย์ ก็มาทำมันพังที่หน้าบ้านของคาวบอยส์ที่เส้น 16 หลา
เมื่อเขารับบอลที่สแน๊บมาจากเซ็นเตอร์ไม่อยู่
ลูกหลุดออกมาให้ลาร์ลี่ โคล
ผู้เล่นของทีมคาวบอยส์แย่งบอลมาได้
โอกาสทองครั้งสุดท้ายในเกมนี้
ของทีมโลมามหาภัยจึงหมดลงไป




[ แนวรับคาวบอยส์ไล่กดดันกรีซี่ย์ไม่ให้มีเวลาทำเกมบุกได้ถนัด ]



เมื่อบอลกลับมาอยู่ในมือของคาวบอยส์อีกครั้ง
การวิ่งที่ได้ผลของสามประสาน
กำลังฆ่าทั้งเวลาและทีมไมอามี่ด้วย
จากเส้น 20 ในแดนของดัลลัสเอง
ทีมบุกของคาวบอยส์วิ่งทะลุทะลวงกินแดนมาเรื่อยๆ
ผ่านกลางสนาม , เส้น 30 , เส้น 20 , และเส้น 10 .......
มาจนถึงที่เส้น 1 หลาหน้าประตูบ้านของไมอามี่แล้ว
แต่คาลวิน ฮิลส์ ก็ยังกล้ามาทำลูกหลุดออกมาที่เส้นเอนด์โซน
โยนทิ้งโอกาสเพิ่มคะแนนให้กับทีมไปอย่างน่าเสียดาย




[ คาลวิน ฮิลส์ โดนแซนด์วิชเต็มๆจากเจ็ค สก๊อตต์ และ นิค โบนิคอนติ]



เกมจบลงที่ 24 – 3
โค๊ชทอม แลนดรี้ และลูกทีมดาวเดี่ยวของเขาทำได้สำเร็จ
คำสาปที่เคยตามหลอกหลอนทีมคาวบอยส์ถูกลบล้างออกไปแล้ว
หลังจากที่ผิดหวังมาตลอด 5 เกมใหญ่
ในที่สุดมันก็โดนหยุดลงที่เกมที่ 6......
ในเกมซุปเปอร์โบลว์ครั้งที่ 6 นี้เอง




[ โรเจอร์ สตอร์บาค และ ทอม แลนดรี้ สองคีย์แมนต่างวัยผู้อยู่เบื้องหลังชัยชนะ ]



ผลงานยอดเยี่ยมของทีมคาวบอยส์ในวันนี้นั้น
มาจากความร่วมมือของหลายฝ่าย....
หนึ่งคือ ทีมรับโลกาวินาศ ที่ช่วยกันลั่นดาลปิดประตู
เกมการวิ่งที่ขึ้นชื่อของสองคู่หูดูโอ ซองก้า & คิ๊กส์ เสียสนิท
ทำระยะตลอดเกมไปได้เพียง 80 หลาเท่านั้นเอง
ผิดกับเกมการวิ่งของทีมคาวบอยส์
ที่สามประสานรันนิ่งแบ๊ค โธมัส , แกร์ริสัน และ ฮิลส์
วิ่งกันระเบิดเถิดเทิงทำระยะถล่มทลายเป็นสถิติของซุปเปอร์โบลว์
เมื่อวิ่งไปได้ทั้งหมดถึง 252 หลาเลยทีเดียว
โดย ดเวย์น โธมัส คนเดียววิ่งไป 19 หนได้ระยะทางไปถึง 95 หลา




[ ดเวย์น โธมัส รันนิ่งแบ็คจอมตะลุยของดัลลัส คาวบอยส์ ]



สำหรับตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกม ( MVP ) นั้น
ได้แก่ โรเจอร์ สตอร์บาค ยอดควอเตอร์แบ็คของคาวบอยส์
ที่เป็นผู้ที่คอยควบคุมจังหวะ
การขับเคลื่อนของเกมการบุกของทีมได้อย่างยอดเยี่ยม
วันนี้เขาสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างน่าทึ่ง
เมื่อขว้างไปทั้งสิ้น 19 ครั้ง ปีกรับได้ 12 หน ได้ระยะทางไป 119 หลา
บวกกับอีก 2 ทัชดาวน์ โดยไม่เสียอินเทอร์เซปป์เลย



[ โรเจอร์ สตอร์บาค MVP ซุปเปอร์โบลว์ครั้งที่ 6 ]



ด้านของผู้แพ้นั้น
โค๊ช ดอน ชูล่า กล่าวว่า “ ทุกก้าว ทุกหลา ในวันนี้
ที่ดเวย์น โธมัส วิ่งไปนั้น ...มันได้ฆ่าทั้งเวลาและทีมของเราไปด้วย “




[ ดอน ชูล่า หัวหน้าโค๊ชไมอามี่ ดอลฟินส์ ]



และไมอามี่ ดอลฟินส์ของเขาก็ยังได้สร้างสถิติใหม่ในซุปเปอร์โบลว์
ที่คงไม่อยากมีใครคิดจะทำตาม นั่นก็คือ
การเป็นทีมแรกและทีมเดียวที่เข้ามาเล่นซุปเปอร์โบลว์
แต่ไม่สามารถที่จะทำคะแนนจากการทำทัชดาวน์ได้เลย
โดยทีมได้มาเพียง 3 แต้มจากการเตะฟิลด์โกลเท่านั้นเอง




[ ทอม แลนดรี้ ฉลองชัยชนะที่รอคอยมาแสนนานอย่างยิ่งใหญ่ ]



แต่อย่างไรก็ตามทีมไมอามี่ ดอลฟินส์ทีมนี้ยังมีอนาคต
ที่จะต้องตามความฝันอยู่อีกมากมาย
เหล่าผู้เล่นในทีมต่างให้สัญญากันว่า
พวกเขาจะกลับมาเป็นยอดทีมอีกโดยเร็ว
และเมื่อถึงวันนั้นศึกซุเปอร์โบลว์ก็จะต้องเปิดประตูต้อนรับ
ยอดทีมของสาย AFC ไมอามี่ ดอลฟินส์ อีกครั้งอย่างแน่นอน !!!



[ ลูกทีมคาวบอยส์แบกหัวหน้าโค๊ชของพวกเขาขึ้นบ่าหลังเวลาในเกมหมดลง ]




[ พีท โรลเซลล์มอบลอมบาร์ดี โทรฟี่ให้แก่ทอม แลนดรี้ ]



สถิติของทั้งสองทีม :
[ Dolphins ]

กรีซี่ย์ ขว้าง 23 สำเร็จ 12 , 134 หลา , 1 อินเทอร์เซปป์
คิ๊กส์ วิ่ง 10 ครั้ง ระยะ 40 หลา
วอร์ฟิลด์ รับ 4 ครั้ง ระยะ 39 หลา

[ Cowboys ]

สตอร์บาค ขว้าง 19 สำเร็จ 12 , 119 หลา , 2 ทัชดาวน์
โธมัส วิ่ง 19 ครั้ง ระยะ 95 หลา 1 ทัชดาวน์
อัลเวิร์ต รับ 2 ครั้ง ระยะ 28 หลา 1 ทัชดาวน์



[ ดัลลัส คาวบอยส์ แชมเปี้ยนซุปเปอร์โบลว์ VI ]



[ แหวนแชมป์ของคาวบอยส์ และ ตั๋วเข้าชมการแข่งขัน ]


.............................................................................
~ พบกับ SuperBowl VII ระหว่าง Redskins V Dolphins
ได้ืี่ที่นี่ อีกไม่นานครับ........................................^_^






เครดิต : SuperBowl.com , google , hworth , mghelmets



Create Date : 28 ธันวาคม 2551
Last Update : 26 สิงหาคม 2555 14:04:51 น. 20 comments
Counter : 928 Pageviews.

 
ช่วงนี้อัพ " SUPER SUNDAY " ถี่นิดนึง

อย่าเพิ่งว่ากันนะคร๊าบบบบบ....

เพราะว่าใกล้จะถึงซุปเปอร์โบลว์แล้วในเดือนหน้า

เลยอยากให้เข้ากับบรรยากาศ

แต่รับรองว่าเรื่องอื่นๆ ก็ยังคงมีคิวจ่อติดอยู่

ทั้งหนัง ทั้งบอล จะกลับมามีเหมือนเดิม อย่างแน่นอนครับผม


~ ใครเข้ามาก่อนนอนก็ขอให้หลับฝันดี " ราตรีสวัสดิ์ "
แต่ถ้าใครหลงมายามรับอรุณ แล้วล่ะก็
ขอกล่าวคำว่า " อรุณสวัสดิ์ " นะครับผม.....


โดย: Romancini วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:2:07:12 น.  

 
สวัสดีจ้ะขอบคุณฮะที่อยู่เชียร์เป็นเพื่อน ไวกิ้งนำอยู่ฮะแต่ก็ไว้ใจไม่ได้เลยคะ NYG กำลังตมามาติดๆ เฮ้ออออ


โดย: Opey วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:2:32:49 น.  

 


โดย: HastaLaVista วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:6:59:37 น.  

 
Image Hosted by !!!###$$$ 1h3R3 1m@g3H0st $$$###!!!

ช่วงนี้ไม่รู้จาบอกอารัย
บอกด้วยภาพแล้วกันนะคะ อิอิ ^ ^


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:21:36:15 น.  

 
เหมือนจาไม่ติดซะแล้ว

หนีดีฝ่า

อิอิ......................


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:21:39:18 น.  

 
ขี้เกียจพิมพ์อ่ะ

เบื่อคนบล็อกนี้มาก

เซ็ง!!!

อยากทำร้ายคนมีอายุ

แบร่!!!!



โดย: HastaLaVista วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:22:02:14 น.  

 
งานเข้าแล้วพี่น้อง!!!



อย่างนี้ให้เทพเคาท์มาเป็นกัปตันเลยดีไหม

ก๊ากกกกกกกกกกกกกก


โดย: HastaLaVista วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:6:04:50 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

สวัสดีจ้ะ เพิ่งเข้าไปที่บล็อกกีฬาเจอคุณนะเม้นท์ไว้

ขอแสดงความเสียใจกะทีมคาวบอยด้วยนะค่ะ

โอพีชมเกมคะ ส่วนไวกิ้งนะมากะดวงจริงๆคะชนะมาแบบงงๆ

ก็ปีใหม่แล้วมีความสุขมากๆนะจ้ะ


โดย: Opey วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:9:55:17 น.  

 
สวัสดี

วันสบายๆ ค่ะ อิอิ



โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:12:30:43 น.  

 
ฮึ้ย!!! ร๊อกกี้ อยากบอกว่า

ตอนแรกอ่านที่เม้นท์มา ฮามากเลยอ่ะ

คิดได้เน๊อะ!! คนเรา

แต่...หลังจากแซวทีมที่รักแล้ว

อยากกลับไปเตะเหมือนเดิมอ่ะ

จะปีใหม่แล้วนะ อะไรๆ ที่สัญญาไว้น่ะ

ก็ทำบ้าง พูดแล้วก็ต้องทำ ผิดคำพูดมันไม่ดีนะจ๊ะ

อย่าให้โมโห..โมโห แล้วมันอยากอ๊วกนะเฟ้ย!!!


โดย: HastaLaVista วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:13:47:58 น.  

 
coke girl

ลาทีปีเก่า.....
ปีแห่งความเศร้า...ว้าวุ่น
ปีใหม่ขอให้เทวา....เกื้อหนุน
ผลบุญนำชาติ...ก้าวไกล

เหลืองแดง..แดงเหลืองจงสิ้นสุด
เลิกยื้อยุดฉุดชาติ...ให้มลาย
ละอัตตาตัวตน...ยังไม่สาย
คำว่า ” ไทย “ จึงจะอยู่...คู่โลกา

ประเทศชาติล้วนของใคร....ที่ไหนเล่า
แต่ก่อนเก่าสามัคคี....มีกันมา
ฤาจะยอมให้สิ้นผืนดิน...พสุธา
จงหันมาพินิจ...คิดกันบ้าง

ปีใหม่นี้ขอไทย...จงเป็นไทย
มีหัวใจรักชาติ....อย่าแอบอ้าง
ศาสน์กษัตริย์ดำรงไว้...ใช่ลบล้าง
ช่วยกันสร้างชาติไทย...ให้เจริญ

สิ่งเก่า ๆ คนเก่า ๆ ...ลืมเสียเถิด
มันไม่เกิดผลดี....ให้สรรเสริญ
อะไรดีอะไรชั่ว....ควรประเมิน
อย่าห่างเหินความจริง...จึงจะงาม

สองห้า..ห้าสอง...ผองไทย
จงก้าวไกลไร้ทุกข์...สุขทั้งสาม
ขอประเทศก้าวไป...ให้ลือนาม
ยิ้มสยามคือไทย...จงเจริญ /


วันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้ายของปี 2551
ปอ ป้า ก็เลยมาอำลาปี...หนูดื้อ
และต้อนรับปี...วัวทอง....ที่กำลังจะมาถึง
ขอให้ประเทศไทยของเราจงเจริญ...แย้

พบกันใหม่ปีหน้า 2552 …นะคะ Bye


โดย: พรหมญาณี วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:14:33:23 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณร๊อก ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมค่ะ
คุณแม่จะออกจากโรงพยาบาลวันพรุ่งนี้ค่ะ
วันนี้ตุ้ยเลยแวะมาเคลียร์งานตอนสิ้นปี แล้วจะพยายาม up blog เที่ยวเมืองน่านให้จบวันนี้ค่ะ
แวะเอาดอกไม้จากเมืองน่าน มาฝากคุณร๊อกตามสัญญาค่ะ

ขอให้คุณร๊อกมีความสุขในทุก ๆ วันนะคะ



โดย: กองฟอน วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:15:07:40 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: Kra_tai (stardift ) วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:15:12:41 น.  

 
อ้าว ไม่ใช่ ไม่ใช่

โทดทีลุง

เดี๋ยวส่งให้ใหม่


โดย: Kra_tai (stardift ) วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:15:14:31 น.  

 
อันนี้ๆ แน่นอน

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: Kra_tai (stardift ) วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:16:54:59 น.  

 
อ้าวๆๆๆๆๆๆๆๆ

อันนี้ก็ไม่ใช่นิ


โดย: Kra_tai (stardift ) วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:16:58:18 น.  

 
อันนี้แน่นอนคร๊าบลุง



คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: Kra_tai (stardift ) วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:17:01:09 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าเลยนะครับ

เผื่อไม่อยู่ ออกไปซิ่งอ่ะ

อายุมั่น ขวัญยืนนะจ๊ะ ร๊อกกี้

แบร่!!!!



โดย: HastaLaVista วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:21:40:49 น.  

 
..แวะมาเยือนส่งท้าย ณ ปลายปี
รับดิถีกาลเปลี่ยนเวียนมาหา
รีบมาส่งรอยยิ้มพริ้มนัยนา
รื่นเริงร่าเร็วรี่ปรี่ทักทาย..

..ในโอกาสวาระ ณ ปีใหม่
ขออวยชัยส่งสุขทุกข์สลาย
ขอเพื่อนพ้องน้องพี่สุขสบาย
ฤดีหมายสิ่งใดได้ภิรมย์..

..ความโศกเศร้าล่วงพ้นหล่นปีเก่า
อย่าได้เนาแผ้วผ่านสานสุขสม
ไร้ทุกข์โศกสลดเศร้าเหงาระทม
ให้รื่นรมย์สมฤทัยไร้โรคา..

สวัสดีวันส่งท้ายปีเก่า นะคะ ร๊อกกี้
สุข สดชื่น และสมหวัง ค่ะ
พบกันปีหน้านะคะ


โดย: พ่อระนาด วันที่: 31 ธันวาคม 2551 เวลา:12:44:39 น.  

 
Image Hosted by !!!###$$$ 1h3R3 1m@g3H0st $$$###!!!

ไม่รู้ว่าภาพจะใหญ่ไปมั้ย
ขอส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่วันนี้เลยนะคะ

มีความสุขมากๆ ค่ะ ^ ^


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 31 ธันวาคม 2551 เวลา:14:27:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Romancini
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้ชายธรรมดา มีความฝันที่ยังไปไม่ถึง แต่ไม่เคยคิดท้อที่จะทำความฝันนั้น ให้เป็นจริง...

" SHINE ON YOU CRAZY DIAMOND "

Remember when you were young, you shone like the sun.
Shine on you crazy diamond.
Now there's a look in your eyes, like black holes in the sky.
Shine on you crazy diamond.
You were caught on the crossfire of childhood and stardom, blown on the steel breeze.
Come on you target for faraway laughter, come on you stranger, you legend, you martyr,
and shine!

You reached for the secret too soon, you cried for the moon.
Shine on you crazy diamond.
Threatened by shadows at night, and exposed in the light.
Shine on you crazy diamond.
Well you wore out your welcome with random precision, rode on the steel breeze.
Come on you raver, you seer of visions, come on you painter, you piper, you prisoner,
and shine!

Nobody knows where you are, how near or how far.
Shine on you crazy diamond.
Pile on many more layers and I'll be joining you there.
Shine on you crazy diamond.
And we'll bask in the shadow of yesterday's triumph, and sail on the steel breeze.
Come on you boy child, you winner and loser, come on you miner for truth and delusion,
and shine!

Totó and Alfredo - ENNIO MORRICONE
Friends' blogs
[Add Romancini's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.