กันยายน 2550

 
 
 
 
 
 
1
2
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
你好! 中国 เซี่ยงไฮ้ อู่เจิ้น หังโจว อู๋ซี ซูโจว ตอนที่ 3

หลังจากที่เราพักผ่อนที่เมืองซูโจวกันเมื่อคืน ซึ่งเมืองซูโจวนี้เป็นเมืองที่มีลำคลองมากมายจนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองเวนิสของจีน" เมืองซูโจวเป็นเมืองอนุรักษ์ครับ สิ่งก่อสร้างเก่าๆก็มี บางส่วนก็สร้างขึ้นใหม่เพื่อจำลองขึ้นมา แต่ในการเดินทางมาที่เมืองนี้เป็นที่น่าเสียดายที่ผมไม่ได้ไปเห็นสิ่งเหล่านั้นเลย เพราะบีบไปด้วยโปรแกรมต่างๆที่ทางบริษัททัวร์เซ้ทไว้แล้ว โดยในเช้าวันนี้เราก็จะมีเป้าหมายไปที่วัดซีหยวนกันครับ วัดซีหยวน เมื่อเราผ่านประตูของวัดแล้วเข้ามาก็จะเจอกับ วิหารของวัดครับ ซึ่งจะต้องเดินข้ามสะพานหินเสียก่อน



บริเวณลานหน้าวัด



เอ...กำลังสนใจอะไรกันอยู่นะ



ต้นอะไรไม่รู้สวยดีครับ สีเขียวสดเชียว



หลังคาของอาคารในมุมเงย



เมื่อข้ามสะพานมาหน้าวิหารจะมีกระถางทรงเจดีย์สูงใหญ่อยู่อันหนึ่ง เขามีความเชื่อกันว่าให้หันหลังแล้วอธิษฐาน แล้วโยนเหรียญถ้าเหรียญลงไปติดอยู่ในเจดีย์ได้แสดงว่าคำอธิษฐานจะเป็นจริง ในภาพพวกเรากำลังโยนกันอย่างเมามันเลย



เดินเข้าไปในวิหารกันเหอะ



เข้ามาใกล้ๆยิ่งเห็นรายละเอียดของตัวอาคารได้ชัดเจน



ด้านในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ โดยธรรมเนียมการไหว้สักการะนั้นจะต้องไหว้องค์ที่อยู่ทางซ้าย องค์ตรงกลาง และสุดท้ายคือองค์ทางขวา ตามลำดับ เนื่องจากเป็นตัวแทนของการไหว้ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต



สำหรับด้านข้างวิหารจะมีอาคารอยู่อาคารหนึ่ง ซึ่งอาคารนี้จะเป็นที่ประดิษฐานพระรูปเจ้าแม่กวนอิมพันมือ และพระอรหันต์จำนวน 500 รูป ซึ่งและละองค์พระพักตร์ก็จะไม่ซ้ำกันแม้แต่พระองค์เดียว โดยพระอรหันต์เหล่านี้สามารถให้เราเสี่ยงทายชีวิตและอนาคตได้ โดยให้นับพระอรหันต์ตามอายุ กล่าวคือ ให้อายุปัจจุบันของตนตั้งแล้วลบออกไป 1 (เช่น ผมอายุ 24 ก็ ลบด้วย 1 =23) แล้วให้นับพระอรหันต์ โดยเริ่มจากองค์ไหนเป็นจุดเริ่มต้นก็ได้ ซึ่งอาจะนับเรียงๆกันไป หรือเป็นแนวแทยงก็ได้ แต่ต้องเรียงต่อกัน ทั้งนี้ผู้ชายต้องนับเวียนไปจากทางซ้าย ผู้หญิงนับเวียนไปทางขวา แต่ทั้งนี้เนื่องด้วยอาคารนี้ห้ามถ่ายภาพเลยไม่สามารถนำภาพมาให้ทุกคนได้ชมกันครับ

เมื่อออกมาจากวัดแล้วพวกเราก็เดินทางต่อไปยังแหล่งผลิตผ้าไหมจีนชั้นดี ที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งคนไทย เกาหลี ฝรั่ง เดินทางมาดูกรรมวิธีการผลิต และเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์กลับไป ไกด์บอกว่าไหมจีนดีกว่าไหมไทย เนื่องจากไหมจีนไม่หยาบเหมือนไหมไทย และกรรมวิธีการผลิตที่ใช้เครื่องจักรทำให้ไหมจีนมีเส้นไหมที่สม่ำเสมอกัน ในขณะที่ไหมไทยใช้การผลิตแบบพื้นบ้านทำให้ไหมไม่เสมอกัน เรื่องนี้ผมไม่ออกความคิดเห็นครับ ของๆเขาต่างก็ว่าของเขาดี ที่เห็นในภาพเป็นกระบวนการผลิตคือการสาวไหมด้วยการใช้เครื่องจักร



ไหมที่ใช้เครื่องจักรสาวไปแล้ว จะมีบางส่วนที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ แต่ต้องทำด้วยมือเพื่อดึงเอาใยไหมที่เหลือออก ซึ่งจะต้องจุ่มน้ำแล้วค่อยดึงออกมา โดยในภาพเป็นการสาธิตให้เห็นว่า แม้ว่าคนงานจะเอามือจุ่มน้ำสาวไหมเป็นเวลานาน แต่มือก็ไม่เคยสากหรือด้านหรือเหี่ยวเลย แสดงให้เห็นว่าในใยไหมนั้นมีวิตามิน หรือสารที่มีคุณค่าต่อผิวพรรณด้วย สำหรับใยไหมในส่วนนี้จะนำเอาไปทำเป็นเส้นใยสำหรับยัดใส่ในหมอนหรือผ้าห่ม ซึ่งจะให้ความอุ่นได้ดีเลยทีเดียว


พิสูจน์กันหน่อยว่าใยไหมมีความเหนียวแค่ไหน ใยพวกนี้เราจะเอามาทำเป็นไส้ของหมอนหรือผ้าห่ม



ดูแฟชั่นโชว์ชุดผ้าไหมจากนางแบบ(มือสมัครเล่น)ของที่นี่ครับ ผมสังเกตดูแล้วนะว่าพี่ๆหลายๆคนไม่ได้มองเสื้อเล้ยย.ย มองแต่นางแบบ



สำหรับสินค้าที่จำหน่ายถือได้ว่าราคาสูงมาก เห็นราคาแล้วหวดไม่ลง เลยแทบไม่มีใครซื้อกลับมาเลย อีกอย่างผมก็เห็นว่างานผ้าไหมของไทยก็ไม่ได้ด้อยไปเลย เลยไม่คิดจะซื้ออะไรกลับมา
หลังจากที่ชื่นชมผ้าไหมเสร็จ พวกเราก็ต้องตีรถกลับเข้ามาในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม.กว่าๆ เป้าหมายต่อไปคือตลาดเซี่ยงหยางใหม่ ซึ่งเป็นตลาดขายของก๊อป (ถูกใจคนไทยนักล่ะ)



สินค้าที่ขายข้างในก็ไม่มีอะไรมากนักในสายตาผม มีกระเป๋า ของที่ระลึก รองเท้า เสื้อผ้า ซึ่งผมมองว่ามันไม่ค่อยสวย เสื้อผ้าก็งั้นๆ ที่สำคัญมารยาทของพ่อค้าแม้ค้าไม่ดีเอามากๆ เราเองไปถามราคาเฉยๆว่า เท่าไร เขาก็บอกว่า 25 หยวน เราก็บอกว่าแพง เขาก็ถามว่าเราอยากได้เท่าไร ผมก็บอกว่า 10 หยวน เท่านั้นแหละโดยด่าเลย โดนนินทา ผิวปาก หัวเราะใส่ ทำหน้าทำตาเหมือนจะด่าว่าไอ้พวกไม่มีปัญญาซื้อ เคยโดนเอาเครื่องคิดเลขโยนใส่กระแทกพื้นก็มี เอามือมาทิ่มหัวเราก็มี ไอ้เราก็โมโหด่ามันไป แต่ก็ไม่ได้เรื่องมีมีไรดีขึ้น ไงซะก็ถิ่นพวกมัน ก็เลยไม่คิดจะซื้อของอะไรจากพวกมันอีกเลย ยิ่งผมได้ข่าวว่าตอนนี้ทางการจีนกำลังปราบปรามสินค้าพวกนี้อยู่ ก็ขอให้พวกมันโดนปราบปรามเสียโดยไวเถิด...สาธุ



หลังจากที่ไปมีเรื่องกับพ่อค้าแม้ค้าในตลาดเซียนหยาง ไกด์ก็นำพาเราไปสู่สถานที่ต่อไปคือ หอไข่มุก ซึ่งถือหอสถานที่วิทยุโทรทัศน์ที่สูงติดอันดับต้นๆของโลก ซึ่งมีความสูงถึง 468 เมตร โดยหอไข่มุกแห่งนี้จะประกอบไปด้วยตัวห้องที่ทำเป็นทรงกลมเลียนแบบไข่มุก โดยมีเม็ดใหญ่ๆทั้งหมด 3 เม็ด ซึ่งเป็นจุดชมวิว นอกจากนี้ยังมีห้องที่ทำเป็นทรงเม็ดไข่มุกเม็ดเล็กๆอยู่อีกอยู่หลายเม็ดด้วยกัน ซึ่งพวกของผมไปมุกเม็ดที่ 2 เพราะถ้าจะขึ้นไปมุกเม็ดบนสุดต้องเสียเงินเพิ่มอีกเยอะ (ไม่ไปซะดีกว่า)



โดยในการขึ้นไปชั้นบนนั้นสามารถทำได้ด้วยการขึ้นลิฟท์ความเร็วสูง โดยจะใช้ระยะเวลาเพียง 40 กว่าวินาทีเท่านั้น ซึ่งในการขึ้นด้วยความเร็วขณะนี้ แน่นอนว่าหูต้องอื้อแน่ๆ ถ้าไงก็เตรียมหมากฝรั่งติดไป หรือใช้เทคนิคเป่าลม(เหมือนดำน้ำ) มาช่วยได้นะครับ หรือใครมีเทคนิคอะไรก็งัดเอามาใช้ได้เลย



พื้นที่ภายนั้นจะเป็นวงกลมตามลักษณะของเสาของหอคอย โดยบริเวณรอบๆจะชั้นล่างก็จะมีร้านค้าขายของต่างๆ รวมถึงทำเป็นรูปภาพของสถานที่สำคัญๆต่างๆทั้งในจีนและต่างประเทศ



ขึ้นข้างบนเรียบร้อยแล้วครับ แล้วมองลงมาดูทิวทัศน์ข้างล่าง อ้อ! ที่สำคัญไกด์บอกว่าเรามีเวลาอยู่ข้างบนแค่ 20 นาที เพราะถ้าเราลงมาช้า ตัวไกด์เองจะโดดตัดคะแนนการเป็นมัคคุเทศน์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนขึ้นไปอยู่ข้างบนมากเกินไปอีกด้วย บนนี้คนเยอะมาก กว่าจะถ่ายรูปวิวข้างล่างได้ก็ต้องรีบๆถ่าย ภาพที่ได้เลยออกมาตามสภาพที่เห็น



หาดไว่ทันซึ่งเดี๋ยวเราจะลงไปที่นั่นกันครับ



มุมต่างๆครับ ไม่ขออธิบายนะครับเพราะไม่รู้จะอธิบายว่าตึกๆนั้นคือตึกอะไร



อีกมุม




ด้านบนยังมีร้านขายสินค้าที่ระทึก(กับราคา) เอ๊ย!ระลึกอีกด้วย สินค้าก็มีทั้ง พวงกุญแจ หอไข่มุกจำลอง ตุ๊กตา และอื่นๆอีกมากมาย



จากนั้นพวกเราก็เดินลงมาชั้นล่างเพื่อชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง โดยพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งแห่งนี้ได้แสดงและจำลองวิถีชีวิตและเหตุการณ์สำคัญๆต่างๆเกี่ยวกับเมืองเซี่ยงไฮ้

รูปแรกผมไม่แน่ใจว่าคืออะไรแต่น่าจะไว้ใช้ในขบวนแห่



การเดินทางด้วยรถม้าของคนในยุคนั้น



ถ่ายกับภาพวาดเมืองเซี่ยงไฮ้ในสมัยก่อน



วิถีชีวิตชาวบ้าน



สีหน้าบ่งถึงความเหน็ดเหนื่อยในฐานะสตรีผู้เป็นแม่



ทอผ้าเครื่องนุ่งห่มให้คนในครอบครัวได้ใช้ และสร้างความอบอุ่น



มือนึงก็ปั่นฝ้าย แต่มิวายคอยดูแล



คุณนายจ่ายตลาด



ซื้อยาหน่อยครับ



ห้องต่อไปเป็นการแสดงถึงสภาพของเมืองเซี่ยงไฮ้ ในฐานะเมืองท่าแหล่งการค้าที่สำคัญตั้งแต่สมัยก่อน ซึ่งจะเห็นเรือสำเภาขนส่งสินค้าเป็นจำนวนมาก



เมืองที่เคยมีการรบพุ่งกับต่างชาติ ปืนใหญ่และป้อมปราการที่เคยได้ทำหน้าที่ของมัน



ในฐานะเมืองที่เคยอยู่ในอาณัติจากชาติตะวันตก เป็นธรรมดาที่ฝรั่งจะครองเมือง และพวกฝรั่งเหล่านี้ที่เป็นผู้สร้างสถาปัตยกรรมอาคารรูปทรงตะวันตกต่างๆไว้อย่างสวยงาม



แม้แต่ผู้คนชาวจีนไม่เว้นแม้แต่ชาวเซี่ยงไฮ้ก็ต้องปรับตัวตามกระแสชาติตะวันตกจะเห็นได้จากวัฒนธรรมการกิน วัฒนธรรมการแต่งตัว เริ่มใส่สูท ผูกไท้ ทรงผม



เซี่ยงไฮ้เมื่อยามอัสดง



พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่โตมาก ผมไม่เคยเห็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่มีหุ่นขี้ผึ้งเป็นจำนวนมาก และมีพื้นที่กว้างขนาดนี้มาก่อนเลย ขอชื่นชมรัฐบาลจีนจริงๆครับ พิพิธภัณฑ์นี้ในสายตาผม ผมคิดว่ารัฐบาลจีนได้สร้างไว้นอกจากจะให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์แฝงเพื่อแสดงให้เห็นถึงความโหดร้าย ของชาติตะวันตกที่เข้ามาครอบงำ ดูถูก เหยียดหยาม คนจีนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของแผ่นดิน

จากนั้นพวกเราจึงออกจากพิพิธภัณฑ์ เพื่อไปชมวิวยังหาดไว่ทานหรือที่ชาวต่างชาติจะเรียกว่า เดอะบันด์ (The Bund) เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียง โดยลอดอุโมงค์เลเซอร์ ซึ่งเป็นอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำ ซึ่งเมื่อลงไปก็จะมีรถกระเช้าไฟฟ้าขนาดเล็กมารับ แล้วค่อยๆขับไปตามทางจนถึงอีกฝั่ง ภายในก็จะมีการแสดง แสง สี เสียง (เหมือนในเธคน่ะครับ) ซึ่ง เดอะบันด์นี้ตั้งอยู่บนถนนจงซาน ถนนที่มีทิวทัศน์งดงาม เนื่องจากเป็นถนนกว้างที่โค้งไปตามริมแม่น้ำหวงผู่ โดยด้านหนึ่งเป็นตึกเก่าแก่ที่มีรูปทรง สถาปัตยกรรม เป็นแบบตะวันตก ทั้งนี้ก็เพราะครั้งหนึ่งแถบนี้เคยเป็น เขตเช่าของชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติชุดแรกของเอเชีย ในยามกลางวัน บริเวณเดอะบันด์ก็เป็น ที่ที่ผู้คนนิยมเดินเล่นทอดน่อง ในขณะที่ในยามราตรี บริเวณดังกล่าวนี้ก็คลาคล่ำไปด้วย หนุ่มสาวชาวเซี่ยงไฮ้ ที่บ้างก็จูงมือกันเดินชมวิวทิวทัศน์ หรือนักท่องเที่ยวที่พากันเดินชม เมืองเซี่ยงไฮ้กันเป็นกลุ่มๆ

อาคารรูปทรงตะวันตก



ครั้งนึงตึกอาคารเหล่านี้เป็นชาวตะวันตก แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นของจีน โดยมีการแสดงความเป็นเจ้าของด้วยการปักธงชาติจีนไว้บนยอดตึกเหลานี้



สมแล้วที่ได้รับสมญานามว่า"นครปารีสตะวันออก"



แถวๆริมหาดยังมีรถขายลูกชิ้นปิ้ง ทำให้หวลนึกถึงบ้านเราเลย



มองจากริมหาดเห็นตึกสำคัญๆต่างๆรวมถึงหอไข่มุกที่เราเพิ่งขึ้นไปเมื่อสักครู่นี้ด้วย (ขออภัยที่มือสั่น ไว้หารูปใหม่ได้จะเอามาเปลี่ยนให้ครับ)



จากนั้นก็เดินทางกลับโรงแรม เพื่อจะได้ตื่นมาทำกิจกรรมในวันต่อไป (หลับฝันดี)

เช้าวันต่อมาซึ่งถือเป็นเช้าวันสุดท้ายที่จะได้อยู่ยังเซี่ยงไฮ้และประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจีน จุดแรกที่เราไปชมคือ ไปดูงานด้านการวางผังเมืองของเซี่ยงไฮ้
ที่พิพิธภัณฑ์ผังเมืองเซี่ยงไฮ้ โดยเมื่อเข้าไปเราก็จะเห็นแบบจำลองของเมืองเซี่ยงไฮ้อยู่ตรงจุดแรกเลยครับ(อันนี้ยังถือว่าขนาดเล็ก มีขนาดใหญ่อยู่ด้านบน)



model จำลอง Landmark สำคัญๆของเมืองเซี่ยงไฮ้



ขึ้นชั้นบนก็จะเจอแบบจำลองขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าจำลองเกือบทั้งเมืองเลย ทั้งนี้แบบจำลองนี้เป็นจำลองให้เห็นถึงผังเมืองที่จะเกินขึ้นในอนาคต เป็นการวางแผนไว้ว่า จะต้องสร้างตึกอะไรรูปทรงแบบไหนในอนาคต โดยในอนาคตตึกทุกตึกตามแผนผังจะต้องถูกสร้างขึ้น(ชัวร์ๆ) บ้านเราก็น่าจะเอาแบบอย่างมาบ้างนะครับ



ภาพบนเป็นภาพเซี่ยงไฮ้ยามกลางคืน ภาพล่างเป็นเซี่ยงไฮ้ยามกลางวัน



แบบจำลองสนามบินผู่ตง ซึ่งถ้าสร้างเสร็จก็จะเป็นสนามบินที่ใหญ่มากๆ และคงเป็นคู่แข่งกับสนามบินสุวรรณภูมิแน่นอนครับ



ทดลองขับเรือชมเมืองด้วยระบบ simulater



นอกจากนี้แล้วยังมีแบบจำลองต่างๆอีกมากมายครับ เช่น ระบบขนส่งมวลชน ระบบรถไฟใต้ดิน ระบบพลังงาน เป็นต้นครับ(ถ่ายหมดไม่ไหว)

จากนั้นก็เดินออกมาโดยเป้าหมายต่อไปคือถนนนานจิงลู่ ซึ่งเป็นถนนคนเดิน บรรยากาศคล้ายๆกับสีลมบ้านเรา เมื่อออกมาจากพิพิธภัณฑ์ผังเมืองก็จะเห็นวิวตึกสูงข้างทางตลอด



ถ่ายอีกทีซิ



โดยจากพิพิธภัณฑ์ผังเมือง จนถึงถนนนานจิงลู่นั้นใช้เวลาเดินเพียงไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้น เอาล่ะเริ่มเดินไปกันเลย



จากมุมนี้สามารถเห็นหอไข่มุกด้วย



ต้องเดินข้ามถนนก่อน คนเยอะมากครับ



ผู้คนล้นหลาม วันนี้เป็นวัดหยุดด้วยคนยิ่งเยอะ



ถึงแล้วครับถนนนานจิงลู่



ถนนเส้นนี้มีความยาวกว่า 5 กิโลเมตร เลยต้องมีเก้าอี้และที่พักผ่อนหย่อนใจอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งวันนี้เป็นนิมิตหมายอันดีที่เป็นวันที่อากาศเย็นที่สุดในช่วงฤดูร้อนของที่นี่ คืออุณหภูมิประมาณ 29 องศา เลยได้สัมผัสกับลมเย็นๆที่พัดโกรกเข้ามา ยิ่งได้มานั่งพักแล้วกินขนมกันไปคุยกันไปแล้วนี่สุดยอดเลยครับ แต่ถ้าอากาศเย็นกว่านี้ก็คงจะดีกว่านี้ ซึ่งถนนเส้นนี้สองข้างฝั่งถนนเต็มไปด้วยร้านค้า และห้างสรรพสินค้าต่างๆมากมาย สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าแบรน สำหรับนักช้อปทุนน้อยคงง่อยไปตามกัน



วัยรุ่นชายชาวจีนต่างก็แต่งกายใส่เสื้อผ้า ทำทรงผมเหมือนเกาหลีญี่ปุ่นกันไปหมดแล้ว ผมว่าคนจีนส่วนใหญ่เป็นคนผมเส้นใหญ่และตรง โครงหน้าและหน้าตาดูดี เลยทำทรงผมแบบนี้เหมาะ ซึ่งต่างกับคนไทยที่ผมมีทั้งเส้นใหญ่และเล็ก หยักศก เลยทำให้บางคนตัดมาก็ดูดี บางคนตัดมาก็งั้นๆ ดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไร



วันนี้เป็นวันเสาร์ผู้คนจึงมาเดินกันมากเป็นพิเศษ ทั้งวัยรุ่น และครอบครัว



ตอนค่ำ เป็นเวลาที่เราจะต้องอำลาเมืองเซี่ยงไฮ้และประเทศจีนซะที โดยการเดินทางไปสนามบินในขากลับนี้เราเดินทางไปด้วย รถไฟหัวกระสุน โดยใช้พลังงานแม่เหล็ก โดยมีความเร็วสูงสุดในการวิ่งถึง 440 กม/ชม. แต่ความเร็วที่ใช้วิ่งโดยทั่วไปคือ 301 กม./ชม. ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากสถานีในตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ไปถึงสนามบินผู่ตงที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ 30 กว่ากิโลเมตร ได้ในระยะเวลาเพียง 8 นาทีเท่านั้น(ตัวรถไฟไม่ได้ถ่ายครับ ขอโทษอีกรอบ)



ถึงสนามบินแล้วครับ พอมาถึงเราก็พบกับข่าวดีที่ว่า สายการบิน AI จะ delay ไปจนถึง ตี 1 ครึ่ง เล่นเอาเซ็งเลยครับ แต่โชคดีที่ทางสายการบินพอรับผิดชอบบ้างด้วยการให้เราไปนั่งพักผ่อนและรับประทานอาหารรอได้ในโรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจากสนามบินนัก พอประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ พวกเราก็กลับมาที่สนามบินอีกครั้งเพื่อโหลดกระเป๋า และตรวจเอกสารต่างๆ แล้วไปรอขึ้นเครื่อง



รอนานแล้วน้าเมื่อไรจะมาสักที สายการบินไฟร์ทที่เราจะไปนี้เป็นไฟร์ทสุดท้ายที่จะออกจากสถามบินแห่งนี้ด้วย(น่าดีใจมั๊ยเนี่ย)



ในที่สุดเวลา 1.30 น. ประตูก็เปิดตรงเวลาเป๊ะ แต่เอาเข้าจริงเครื่องออก 2.20 ไม่ไหวแล้วครับเพลียมากๆ ผมนี้หลับป๊อกไปตั้งแต่เครื่องยังไม่ออก ตื่นเอาอีกทีก็สะดุ้งตอนที่มีสัญญาณเตือนให้รัดเข็มขัดอยู่บ่อยครั้งเลย เนื่องจากสภาพอากาศไม่ดี และตื่นอีกครั้งตอนที่ได้ยินเสียงประกาศว่า We are landing to Bangkok! นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเรากำลังถึงบ้านแล้ว

นี่คือภาพถ่ายสุดท้ายของการเดินทางในครั้งนี้ครับ ภาพถ่ายจากบนเครื่องบินสายการบิน AI



ทริปนี้จบแล้วครับ เจอกันเมื่อโอกาสหน้าฟ้าใหม่ ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางไตรภาคครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ












Create Date : 04 กันยายน 2550
Last Update : 27 กันยายน 2550 16:50:31 น.
Counter : 4909 Pageviews.

57 comments
  
ผ่านมาติดตามครับ คุณปืนแก๊ป

ถ่ายภาพได้เจ๋งมากเลยครับ โดยเฉพาะหาดไว่ทันที่ถ่ายจากมุมสูง สวยจริงๆ ครับ ฝีมือมาก ๆ

ไตรภาคยังกับลอร์ดออฟเดอะริงส์เลย อิอิ

ดูแลตัวเองมาก ๆ นะครับน้อง จะไปเที่ยวไปอีกบอกกันบ้างนะครับ จะคอยมาติดตามคร้าบ

ปล.เพลงเพราะจัง
โดย: DAN_KRAB วันที่: 6 กันยายน 2550 เวลา:1:05:00 น.
  
อยากไปเที่ยวจังเลย น่าสนๆๆ

ภาพสวยค่ะ ชอบภาพต้นเขียวๆ ที่ปลูกอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่จัง..
โดย: คนไม่เจียม.. วันที่: 6 กันยายน 2550 เวลา:10:28:28 น.
  
เขียนได้ดีเหมือนเราได้ไปด้วยเลย

แอบติดตามมาตลอดเงียบๆนะเนี่ย
โดย: บิ๊กกี้ IP: 61.19.25.2 วันที่: 7 กันยายน 2550 เวลา:20:33:13 น.
  
ยังไม่เคยไปเที่ยวจริงๆ ซักทีประเทศนี้ วันนี้เลยมาขอเกาะแขน จขบ เที่ยว ว้าย

ภาพบรรยากาศสุดๆ ไปเลยนะคะเนี่ย

ชอบภาพนี้ง่ะ




โดย: Malee30 วันที่: 11 กันยายน 2550 เวลา:13:54:20 น.
  
มาเที่ยวค่ะ ถ่ายภาพกลางคืนสวยดีจัง
โดย: เยี่ยมรุ้ง วันที่: 11 กันยายน 2550 เวลา:21:49:02 น.
  
หอใข่มุกสวยมากมายยยยย เลยง่ะ

ชอบไอ้ต้นอะไรเขียวๆใต้ต้นไม้มั่กๆเลยอ่ะ โหยเขียวแบบ freshyyyyyyyyyyyyyyy สุดๆๆๆๆๆ แว๊บๆไปดู-ภาพแรกๆ มีรูปคนแจวเรือ รู้สึกเหมือนเวนิสจีนๆเหมือนกัน

มีบล็อคตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย พ่อคุ๊ณณณณณณณณ
โดย: deffy-melody วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:22:33:27 น.
  
ภาพสวยค่ะ ดึงดูดมาก
โดย: sweet sacrifice วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:23:57:22 น.
  
แวะเข้ามาเที่ยวคะ..ภาพสวยจัง
โดย: ก่าแป๊ง วันที่: 15 กันยายน 2550 เวลา:11:07:09 น.
  
ตามมาเที่ยวและต้อนรับกลับเมืองไทยคร้าบผม

และที่สำคัญ มาแบมือรอรับของฝากอ่ะ

อิๆ

ชอบหอคอยบรรหาร ... เอ๊ย ไม่ช่าย

ชอบหอคอยไข่มุกเหมือนกันครับ สวยและสูงดีอ่ะ



ปล. ไปไหนก็ไม่ทิ้งลายเลยนะเนี่ย

ต้องไปมีเรื่องมีราวกับชาวบ้านเค้า

ที่เซี่ยงไฮ้ก็ไม่เว้น เหอๆ

โดย: esprit_pawin วันที่: 15 กันยายน 2550 เวลา:14:03:54 น.
  
รูปสวย บล็อคสวยจังค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ

ชอบอยุธยามาก
โดย: ลั่นทมขาว วันที่: 15 กันยายน 2550 เวลา:23:08:14 น.
  
สวยมากค่ะ ไว้จะหาโอกาสไปค่ะ

มาชวนไปเยี่ยม blog อีกค่ะ

วันที่สอง disney sea tokyo ค่ะ

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sea-angel1&month=15-09-2007&group=3&gblog=2
โดย: sea angel วันที่: 16 กันยายน 2550 เวลา:15:57:59 น.
  
มาทักทาย คิดถึงนะน้อง

เบื่ออะไรอีกอะ เด๋วจะโทรไปหานะคร้าบ
โดย: DAN_KRAB(ไม่ได้ล็อคอินครับ) IP: 125.26.50.149 วันที่: 16 กันยายน 2550 เวลา:23:51:18 น.
  
จขบ
ตี๋ได้ใจมากคับ

อิอิ

ลป...ขอบคุงที่แวะไปเยี่ยมเด้อ
โดย: Kurt Narris วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:1:37:37 น.
  
หวัดดีวันจันทร์นะครับผม
โดย: esprit_pawin วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:12:04:09 น.
  

ถ่ายภาพวิวกลางคืน ถ่ายยากมั๊ย? ถ่ายได้ชัดมากๆ เรื่องในบล๊อกก็เขียนอ่านสนุก อ่านเพลินไปเลย

บรรยากาศตอนซื้อของจากตลาดขายของก๊อป ทำให้ไม่อยากซื้อนะ ปากร้ายเกินไป

เรื่องแนวเซี่ยงไฮ้ผมใจตรงกะคุณปืนแก๊ปเลย คือเคยเขียนไว้ แต่เทียบกันแล้วสู้บล๊อกนี้ไม่ได้


โดย: yyswim วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:21:12:29 น.
  
ตามไปเที่ยวครับ เดี๋ยวตามกลับไปอ่านตอนก่อนหน้านี้ด้วยดีกว่า...


อืมม... เวลาผมดูแฟชั่นโชว์ ผมก็ดูแต่นางแบบ ไม่ค่อยได้สนใจเสื้อผ้าเหมือนกันแฮะ
โดย: คนทับแก้ว วันที่: 19 กันยายน 2550 เวลา:11:21:39 น.
  
สวัสดีหลานปืนแก็ป
แวะมาชมรูปสวย ฝีมือถ่ายภาพเยี่ยมมาก ยายถ่ายบางรูปไม่ได้เรื่องไม่สวยเลย

แล้วจะแวะมาเยี่ยมนะ
โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 19 กันยายน 2550 เวลา:21:52:31 น.
  
แวะมาตอบจากที่บล็อกครับ....ผมว่าหมาบ้านๆมีเสน่ห์อีกแบบนึง บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าคืออะไร ผมเองก็ชอบมากเช่นกันครับ


เซี่ยงไฮ้กำลังโตน่าดูเลยครับ ไม่นานคงจะมีแต่อาคารสูงมากมายไปหมดแน่ๆ


ผมชอบสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของจีนครับ ชอบที่เขานำเอาแนวความคิดทางด้านความเชื่อเข้ามาประยุกต์ใช้กับโครงสร้างและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมได้อย่างงอดงามอย่างน่าทึ่งครับ ถ้าได้ไปเยีย่มชมอย่างที่จขบ.ได้ไปคงจะเป็นบุญมิใช่น้อยเลย
โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 20 กันยายน 2550 เวลา:0:27:00 น.
  
ดูภาพแล้วก็อยากไปเที่ยวบ้างจังเลย
โดย: pangfoto วันที่: 20 กันยายน 2550 เวลา:10:54:13 น.
  
เล่าเรื่องได้ละเอียดดีจังเลยค่ะ เชี่ยงไฮ้นี่เจริญจริงๆเลย เป็นเมืองที่โตเร็วมากกกก ชอบพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งเค้าจังเลยค่ะ

ขอบคุณที่พาเที่ยวนะคะ
โดย: KOok_k วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:0:39:29 น.
  
ขอบคุณที่พาเที่ยวครับ
ภาพสวย เรื่องเล่าสนุกสนาน พาผมเที่ยวอีกเยอะๆน๊ะครับ
ขอคุณที่แวะไปเยี่ยมที่บล็อกครับ
โดย: ตี๋น้อย (Zantha ) วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:5:35:57 น.
  
มาชวนไปเที่ยวยุดยากันต่อนะคร้าบ
โดย: DAN_KRAB วันที่: 22 กันยายน 2550 เวลา:2:01:35 น.
  
ยังไม่เคยไปเลย
อยากไปมั่งอ่ะ
โดย: ทาสบอย วันที่: 23 กันยายน 2550 เวลา:8:11:58 น.
  
ยังไม่เคยไปเลย
อยากไปมั่งอ่ะ
โดย: ทาสบอย วันที่: 23 กันยายน 2550 เวลา:8:15:40 น.
  
ลุงหมีตามาเที่ยวเมืองจีนครับ

เอ่อ ลุงหมีอยากจะบอกว่าเจ้าของบลอกหล่อมากๆemo
โดย: ลุงหมี-JaYGUY IP: 222.123.27.132 วันที่: 23 กันยายน 2550 เวลา:20:11:20 น.
  
คงเพราะไปกลางวันมั้งค่ะ เลยไม่เจอ และก็ไม่อยากเจอด้วยค๊า..

เจ้าของบล็อกคิ้วเข้มมากกกกกกกกกก
โดย: คนไม่เจียม.. วันที่: 24 กันยายน 2550 เวลา:16:16:27 น.
  
ตามไปเที่ยวด้วยคนนะครับ

รายละเอียดดีมากเลยครับ เหมือนกับเราไปด้วยตัวเอง

"อยากไปมั่งจัง แต่ตังค์ยังไม่พอ"

โดย: พิกกี้เม้าส์ วันที่: 24 กันยายน 2550 เวลา:21:13:41 น.
  

ในภาพ นั่งคิดอะไรอยู่ครับ??
โดย: yyswim วันที่: 24 กันยายน 2550 เวลา:23:48:55 น.
  
ดีครับผมแวะมาตอบคำถามครับ
บังเอิญไม่ทราบครับ จะหาให้นะครับ แล้วจะบอกอีกทีนะครับ
โดย: จูมงแห่งกูกูยอ วันที่: 25 กันยายน 2550 เวลา:12:24:15 น.
  
ดูภาพซะจนเพลิน เหมือนได้ไปเที่ยวเองเลยค่ะ
โดย: กระจิบหญ้าสีเรียบ วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:17:53:07 น.
  
อิจฉาจัง...
เห็นแล้วอยากเที่ยวอ่ะ

โดย: i-palmy (palmy_yoyo ) วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:20:41:31 น.
  
ดีคับ...เหมือนได้ไปด้วยคนเลยนะเนี่ย
ชอบคับชอบ
รายละเอียดเยอะดี
วันหลังเอาอีกนะคับ

เรื่องที่ถามว่า...เป็นสจ๊วตแล้วเห็นว่าหนามบินที่ไหนสวยผมตอบแล้วนะ....อิอิ(หลอกให้กลับไปหาผมอีกรอบบบบ)
โดย: Kurt Narris วันที่: 28 กันยายน 2550 เวลา:9:31:49 น.
  
ตอบแร้ว....ลองหาดูอีกทีดิคับ
โดย: Kurt Narris วันที่: 28 กันยายน 2550 เวลา:12:03:55 น.
  
ตามมาดูครับ สวยมากเลยครับอยากไปจังเลยครับ
โดย: กระเหรี่ยง (suwitchot ) วันที่: 28 กันยายน 2550 เวลา:23:47:26 น.
  
ตามมาชมเมืองสวยๆด้วยครับ ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่จะไปเที่ยวชมดูบ้างสักครั้ง
โดย: เขาพนม วันที่: 29 กันยายน 2550 เวลา:10:05:27 น.
  
ขอบคุณที่แวะเยี่ยมค่ะ ถ่ายรูปและอธิบายได้เข้าใจทำให้นึกถึงตอนที่ตัวเองไปเที่ยวบ้าง แต่ความฝันสูงสุดในชีวิตเรา คือการได้ไปเที่ยว จิ่วไจ้โกว หากได้ไปจะเอารูปมาฝาก
โดย: อุ๋ม (chantima_oum ) วันที่: 29 กันยายน 2550 เวลา:10:35:31 น.
  
มาต่อตอนสามครับผม
* อ่านเรื่องพ่อค้าสถุลแล้วปลงเลยครับ
* หอไข่มุกน่าขึ้นจัง ดูจากวิวที่ถ่ายมาคงสูงน่าดู
* อาคารรูปทรงตะวันตกจัดไฟสวยดีครับ
* model Landmark สวยนะนี่ ละเอียดน่าดูเลย
ถ้าผมเป็นคนที่นั่นคงเข้าไปดูว่าบ้านผมอยู่ตรงไหน 555+

ขอบคุณที่พาเที่ยวสามตอนเลยครับ
โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:12:17:45 น.
  
แวะมาเยี่ยมอีกรอบค่ะ และแจ้งข่าวว่า
up blog แล้วค่ะ เชิญนะคะ

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sea-angel1&group=3
โดย: sea angel IP: 125.25.163.223 วันที่: 2 ตุลาคม 2550 เวลา:18:03:35 น.
  
มาพาไปอยุธยากันต่อครับ

สบายดีไหมครับ
โดย: DAN_KRAB วันที่: 2 ตุลาคม 2550 เวลา:23:05:43 น.
  
ดีค้าบ
ผมเพิ่งบินกลับมาคับ
คิดถึงเด้อออออออ
โดย: Kurt Narris วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:0:29:34 น.
  
น่าไปเที่ยวจังเลยครับ
โดย: กุมภีน วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:21:05:06 น.
  
มีพาเที่ยวเมืองจีนด้วย ตั้ง 3 ภาคแล้วแน่ะคะ
เดี๋ยวต้องไปตามอ่านก่อนแต่ละตอนนะค่ะ
แต่ตอนนี้แวะมาบอกว่า ร้านอาหารที่แปะเอาไว้
ที่เรื่องเมืองตากนั้น เราว่าน่าจะเป็นร้านเดียวกัน
นี่ล่ะคะ เพราะว่าข้ามจากฝั่งในเมืองไปแล้ว ฝั่ง
กระโน้นมันก็มีแค่ร้านเดียวอ่ะคะ .. ร้านอาหารมัน
จะมีนั่งแบบริมน้ำ ... โห คิดถึงค่ะอยากไปอีกจัง
โดย: JewNid วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:17:49:32 น.
  
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะครับ
บล็อกสวยดีครับ เล่าเรื่องได้สุดยอดเลย ภาพก็เยอะดี ชอบครับ
โดย: sak (psak28 ) วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:12:25:35 น.
  
หวาดดีค่ะ

ขอเชิญเยี่ยมชมงาน EDUCA 2007 ที่ ไบเทค วันที่ 25-28 ตค. นี้ค่ะ



//www.bangkok-educa.com
โดย: zMee วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:22:50:43 น.
  
แวะมาเยี่ยมนะปืนแก๊ป ช่วงนี้งานยุ่งเหรอ ไม่ได้อัพบล็อคเลย
โดย: deffy-melody วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:12:36:38 น.
  
น่าไปเที่ยวอีกสักรอบ
โดย: wildbirds วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:16:12:01 น.
  
คิดถึงนะครับ คุณปืนแก๊ป สบายใจขึ้นบ้างไหม ...
โดย: DAN_KRAB วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:20:45:19 น.
  
หวัดดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมและชวนไปเที่ยวต่อค่ะ https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sea-angel1 ขอบคุณค่ะ
โดย: sea angel IP: 125.25.215.222 วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:15:38:00 น.
  
อยากไปเมืองจีนจังคับ
ประเทศรอบ ๆ เมืองจีนไปมาหมดแล้วง่ะ
แต่แปลกจัง โอกาสไปเมืองจีนไม่เห็นมาถึง
จะว่าไกลก็ไม่ไกลเท่าไหร่เนอะ
โดย: Nagano วันที่: 23 ตุลาคม 2550 เวลา:2:13:12 น.
  
อยากไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้บ้างจัง สถานที่สวยๆ น่าเที่ยวเยอะแยะเลย ขอบคุณที่นำมารีวิวให้ชมกันจ้า
โดย: LEE (lyfah ) วันที่: 26 ตุลาคม 2550 เวลา:5:21:26 น.
  
ช่างไห่
มหานคร ที่น่าไปเยือนอีกที่นึงสำหรับโลกตะวันออก
มีการผสมผสาน กลมกลืนความเป็นตะวันออกกับตะวันตกไว้ด้วยกัน
ถ้ามีเวลาเอื้อ และทรัพย์อำนวย คงได้ไปเยือนสักครั้ง

ชอบรูปพวกวีถีชีวิต
การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์
โมเดลและผังเมือง เป็นพิเศษครับ

ขอบคุณที่พาเที่ยวและสาระน่ารู้จาก ช่างไห่ ครับ
โดย: กุมภีน วันที่: 26 ตุลาคม 2550 เวลา:15:42:26 น.
  
ไม่มีเวลาอัพบล็อคเลยสิเนี่ย ตาปืนแก๊ป
โดย: deffy-melody วันที่: 27 ตุลาคม 2550 เวลา:23:56:03 น.
  
แวะมาบอกว่า up blog แล้วค่ะ
วันที่ห้าในญี่ปุ่นค่ะ

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sea-angel1&group=3

ขอเชิญทุกท่านนะคะ ขอบคุณค่ะ
โดย: sea angel วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:0:59:21 น.
  
ตอนไปเมืองจีน หอไข่มุกผมขึ้นไปตอนบ่ายอ่ะ เซ็งเลย มีแต่หมอก
โดย: ชาย2เพลท IP: 124.157.211.89 วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:14:27:12 น.
  
น่าสนุก น่าเพลิดเพลิน ทั้งสวยงาม...ดีจังครับ
โดย: bite25 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:37:28 น.
  
ว๊าววว ไปเที่ยวเมืองจีนเหมือนกันเยย
ปักกิ่งเค้าทันสมัยจังนะคะ
แม่บีไปแถบหูหนาน ธรรมชาติป่าเขาทั้งนั้นค่ะ ถูกใจ

ที่ถามมาว่าถ่ายรูปเองอ๊ะป่าว ถ่ายเองทั้งหมดค่ะ ยกเว้นรูปแรก เพราะตัวเองเป็นนางแบบ อิอิอิ
โดย: Bee1st วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:25:59 น.
  
เมื่อไหร่จะอัพเรื่องใหม่อ่ะครับคุณ
โดย: BESTINO วันที่: 26 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:07:44 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ปืนแก๊ป
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Google