ธันวาคม 2550

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
พิษณุโลกเมืองสองแคว ตอน วัดนางพญา&วัดราชบูรณะ
ต่อจากตอนที่แล้ว เมื่อเดินออกจากวัดใหญ่แล้ว เป้าหมายที่เราจะเดินทางต่อไปก็คือวัดราชบูรณะ แต่ก่อนที่เราจะไปที่วัดราชบูรณะกันนั้น เราต้องผ่านวัดนางพญาก่อนครับ (เพราะว่าเราเดินข้ามสะพานลอยข้ามถนนสายมิตรภาพ) โดยในการไปวัดนางพญานั้นไม่ยากเลยครับ เพราะเป็นวัดที่อยู่ติดกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเลยโดยมีเพียงถนนเส้นเล็กคั่นอยู่เท่านั้น โดยสามารถไปออกไปทางประตูด้านข้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (ที่มีขายของฝากเยอะๆ) หลังจากนั้นเราก็จะเจอกับวัดนางพญาแล้วครับ

ซึ่งวัดนางพญานั้นหลายๆคนอาจเคยได้ยินชื่อมาก่อนในฐานะเป็นวัดที่เป็นแหล่งกำเนิดของ 1 ในพระเครื่องเบญจภาคี ซึ่งเป็นวัดที่น่าจะสร้างขึ้นในช่วงสมัยอยุธยา ประมาณปี พ.ศ.2120 สันนิษฐานว่าสร้างโดยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระนางวิสุทธิกษัตรีย์ (พระราชชนนีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช)
ซึ่งสิ่งแรกที่เรามาถึงวัดนางพญาก็คือพระอุโบสถของวัดครับ ซึ่งเดิมทีพระอุโบสถนี้เป็นวิหาร ต่อมาวิหารทรุดโทรมลง ทางวัดจึงได้ให้มีการบูรณะใหม่แล้วเปลี่ยนเป็นพระอุโบสถแทน (บูรณะจนสูญเสียคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไปจนไม่สามารถศึกษาสภาพของวิหารเดิมได้เลย)


เมื่อเดินเข้าไปในเราก็จะพบกับพระประธานของพระอุโบสถ



พระประธานองค์นนี้เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 2 เมตร สูง 3 เมตร



ภายในพระอุโบสถยังมีภาพเขียนสีเรื่องไตรภูมิพระร่วง และพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช



หลังจากนั้นก็เดินออกมาด้านนอกพระอุโบสถกัน เดินไปรอบๆก็จะพบกับเจดีย์เก่าๆอยู่ 2 องค์ โดยเป็นเจดีย์ทรงย่อมุมไม้สิบสองในสมัยอยุธยาตอนปลายหรือไม่ก็ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น



เจดีย์องค์นี้เป็นเจดีย์ประธานครับ มีฐานกว้าง 8 เมตร ยาว 8 เมตร สูง 12 เมตร



ประติมากรรมรูปนาค 5 เศียรที่ครั้งหนึ่งเคยประดับองค์พระเจดีย์



ส่วนเจดีย์อีกองค์เป็นเจดีย์เล็ก มีฐานกว้าง 3 เมตร ยาว 2 เมตร สูง 10 เมตร



จากนั้นก็เดินออกจากเขตพระอุโบสถ ซึ่งพระอุโบสถของวัดนี้ก็จะมีพระระเบียงคตโดยรอบ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ขึ้นสร้างมาใหม่เมื่อไม่กี่สิบปีมานี้เอง



ด้านข้างของวัดฝั่งที่ติดกับถนนที่คั่นระหว่างวัดนางพญากับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุก็จะมีตำหนักของสมเด็จพระมหาธรรมราชาและสมเด็จพระวิสุทธิกษัตริย์



ภายในเป็นที่พระดิษฐานพระบรมรูปของทั้ง 2 พระองค์เพื่อให้ประชาชามาสักการะบูชา



ที่เห็นคุณป้านั่งอยู่ในภาพนั่น คุณป้าแกเป็นหมอดูครับ ที่ในวัดนี้มีหมอดูอยู่หลายคนอยู่เหมือนกัน แม่นไม่แม่นก็ลองมาแวะเวียนกันมาดูดวงกันได้ครับ



ห้องน้ำของวัดครับสีชมพูน่ารักเชียว



เนื่องด้วยวัดนางพญาที่เห็นอยู่ในปัจจุบันถูกการบูรณะปรับปรุงจนแทบจะไม่เหลือสิ่งใดที่ให้ศึกษาได้มากนัก สิ่งก่อสร้างที่เห็นจึงเป็นปัจจุบันสถานเสียเป็นส่วนใหญ่เป็นที่น่าเสียดายมาก ผมเลยตัดสินใจออกจากวัดนางพญาเพื่อไปยังวัดราชบูรณะ โดยเดินออกทางประตูด้านหลังแล้วข้ามสะพานลอยครับ ซึ่งสะพานลอยนี้จะเป็นสะพานลอยที่ข้ามถนนมิตรภาพ

วิวเมื่อมองจากบนสะพานลอย ซึ่งจะเห็นสะพานสมเด็จพระนเรศวรอยู่เบื้องหน้า และวัดราชบูรณะอยู่ทางซ้าย



จากนั้นก็เดินเข้าประตูวัดกันเลยครับใหญ่โตเลยทีเดียว



วัดราชบูรณะเป็นวัดเก่า โดยไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใดแต่น่าจะมีอายุถึงสมัยสุโขทัยก็เป็นได้ โดยมีการบูรณะปฏิสังขรณ์อยู่เรื่อยมา ซึ่งเดิมทีเป็นวัดที่อยู่ติดกับวัดนางพญาเลย แต่ต่อมาเมื่อมีการตัดถนนสายมิตรภาพ ซึ่งรัฐบาลสมัยนั้นมีโครงการสร้างขึ้นมา จึงได้มีการรื้อและทุบสิ่งก่อสร้างโบราณของวัดออกเพื่อสร้างถนนตัดผ่าน (ในสมัยนั้นคงคิดได้แค่นั้น)

สิ่งแรกที่จะพาชมก็คือพระอุโบสถของวัดครับ ซึ่งอยู่ติดกับถนนมิตรภาพเลย ซึ่งพระอุโบสถนี้เป็นพระอุโบสถขนาด 6 ห้อง(นับตามช่วงเสา) เป็นศิลปะสมัยสุโขทัย



ใบเสมาแสดงให้เห็นถึงความเป็นพระอุโบสถ ใบเสมาคู่แสดงให้เห็นถึงความเป็นวัดหลวง



พระประธานภายในครับ



ภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนสีเป็นเรื่องราวต่าง เช่น เรื่องรามเกียรติ์



ภาพวิถีชีวิตผู้คนก็มี ในภาพน่าจะเป็นสตรีชาวจีน(รึเปล่า)



พอเดินไปทางด้านหน้าของพระอุโบสถ ก็จะเห็นเลยครับว่าถนนตัดผ่านเชียดพระอุโบสถไม่กี่เมตรเท่านั้น



ที่อยู่จากพระอุโบสถ ก็จะเป็นเรือนาวาเสด็จ ซึ่งครั้งหนึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงใช้เรือลำนี้ในการประพาสล่องเรือที่พิษณุโลก



จากนั้นก็จะเจอกับพระวิหารของวัดครับ เป็นวิหารขนาด 9 ห้อง ศิลปะสมัยสุโขทัย



ด้านหน้ามีรูปปั้นหุ่นกองทัพดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้จำลองครับ ทำหน้าที่เป็นทวารบาลคอยปกป้องรักษาคุ้มครองพระวิหาร ในภาพผมว่าเก๋ดีครับ ทางวัดเอาธงชาติมาให้หุ่นทหารถือธงชาติแทนถืออาวุธ



บานประตูไม้แกะสลักของวิหาร

K/center>

ภายในวิหารครับ



พระประธานภายในพระวิหาร คนพิษณุโลกเรียกว่า "หลวงพ่อทองดำ" ในความคิดของผมเองแล้วนั้นเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามมากที่สุดองค์หนึ่งในประเทศไทยเลยทีเดียว (เท่าที่ผมเคยได้เห็นมา)



มาดูพระพักตร์ขององค์หลวงพ่อกันชัดๆ



ภายในวิหารทางวัดยังได้ทำเป็นที่เก็บของเก่าจำนวนมาก



ธนบัตรในยุคสมัยต่างๆ



วิทยุรุ่นเจ้าคุณปู่



กระจกโบราณก็มี (เอ๊ะ! อะไรติดอยู่ในภาพน่ะ...อิอิ...)



เครื่องถ้วยชาม เครื่องกระเบื้อง



จิตรกรรมภาพเขียนสี ซึ่งปัจจุบันลบเลือนไปมากแล้ว ซึ่งภาพเขียนสีเหล่านี้เป็นภาพเขียนสีที่วาดขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 3-4



พระเจดีย์รายเมื่อมองจากหน้าต่างพระวิหาร



ออกจากพระวิหารก็จะเจอกับหอไตร ซึ่งปัจจุบันเป็นหอคอนกรีตใต้ถุนสูง มีเสาปูนกลมเรียง 4 แถว แถวละ 4 ต้น ชั้นล่างเป็นหอระฆัง ชั้นบนเป็นหอไตร ใช้เป็นที่เก็บรักษาพระธรรมคัมภีร์ต่างๆ ตัวหอไตรนั้นทำด้วยไม้ ยอดของหอไตรเป็นยอดแหลม มีจั่ว มีหน้าบัน ซึ่งสันนิษฐานว่าหอไตรนี้น่าจะสร้างมาเมื่อประมาณกว่า 100 ปีที่ผ่านมา



ด้านฝั่งตรงข้ามของหอไตร มีกุฏิสงฆ์เก่า ซึ่งเป็นเรือนไม้สักใต้ถุนสูง ตัวเรือนทำเป็นเรือนไทยโบราณ เดิมทีเป็นกุฏิของเจ้าอาวาส ซึ่งคาดว่าน่าจะสร้างมาราวๆกว่า 100 ปี ปัจจุบันได้ใช้เป็นสถานที่นวดแผนโบราณ ตอกเส้น เพื่อให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวมาใช้บริการนวดผ่อนคลาย



พระเจดีย์หลวงตั้งอยู่ด้านหลังของพระวิหาร เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่ โดยมีเจดีย์ทรงกลมตั้งอยู่บนฐาน 8 เหลี่ยมขนาดใหญ่โต สูง 24 เมตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นเจดีย์ที่มีขนาดสูงใหญ่ที่สุดในจังหวัดพิษณุโลก เดิมทีส่วนยอดของเจดีย์ได้หักพังลงไปจนเหลือแต่ฐานบัลลังก์ และได้รับการบูรณะในเวลาต่อมา โดยภายในเจดีย์หลวงนี้เป็นที่บรรจุพระบรมสารีรักธาตุ แต่ปัจจุบันได้มีการนำเอาพระบรมสารีริกธาตุออกมาตั้งไว้ในศาลาการเปรียญเพื่อให้ประชาชนได้มาเคารพสักการะ



ศาลาการเปรียญ ซึ่งปัจจุบันได้เป็นสถานที่ตั้งในการจัดแสดงพระบรมสารีริกธาตุ



และนี่คือที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุครับ ในส่วนตัวของผมเองนั้นผมก็ไม่เห็นด้วยกับการที่ทางวัดทำเช่นนี้ประการหนึ่ง เพราะพระบรมสารีริกธาตุเป็นสิ่งสูงค่าและของสำคัญจึงต้องถูกบรรจุอยู่ในสถูป ตามหัวเมืองใหญ่ๆก็มักจะมีสถูปเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุกันทั้งนั้น การที่ทางวัดเอาพระบรมสารีริกธาตุนำออกมา ในสายตาของผมมองว่าเป็นการกระทำที่ผิดจารีตประเพณีและธรรมเนียมแต่โบราณ (แม้ว่าทางวัดอ้างว่าจะย้ายให้พระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานอยู่ในมณฑปหลังใหม่ก็ตาม)



ภาพพระบรมสารีริธาตุที่ถูกพบ



ภายในศาลาการเปรียญจะมีฆ้องใบใหญ่อยู่ใบหนึ่ง ซึ่งฆ้องใบนี้ไม่ได้ไว้ให้ตีนะครับ (สังเกตได้ว่าจะไม่มีไม้ให้ตี) แต่ใช้วิธีลูบครับ ถ้าลูบถูกต้องก็จะมีเสียงดังก้องกังวาลครับ ถ้าแวะมาที่นี่ก็ลองแวะลูบดูนะครับ



ทั้งยังทีร้านค้าเช่าพระเพื่อให้ประชาชนเช่าบูชา



นี่ไงครับมณฑปที่ทางวัดจัดสร้างขึ้นใหม่เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งมณฑปนี้ตั้งอยู่ข้างๆกับศาลาการเปรียญเลย



ตัวอาคารก่อสร้างโดยศิลปะสุโขทัยประยุกต์ สังเกตได้จากบนยอดของมณฑปที่ทำเป็นทรงดอกบัวตูม



อันนี้เป็นของแถมนะครับสำหรับผู้ที่ชอบการอบสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ด้านหลังของมณฑปมีห้องสำหรับอบสมุนไพรด้วยครับ สังเกตได้ง่ายๆตรงที่ห้องอบสมุนไพรจะต้องอยู่ท่ามกลางหมู่ไม้



ห้องอบสมุนไพรจะแยกชาย-หญิง ที่เห็นอยู่ในภาพเป็นฝั่งผู้ชายครับ ซึ่งจะมี 2 ห้องด้วยกัน (มีบริการห้องอาบน้ำด้วยครับ)



ที่ใกล้ๆกับประตูทางออกของวัดอีกฝั่งหนึ่ง (ทางด้านหน้าริมแม่น้ำ) จะมีสถูปองค์สวยงามแปลกตาอยู่องค์หนึ่ง ซึ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่นานมานี้ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสร้างไว้เพื่ออะไร



พอดูป้ายด้านหน้าก็พอจะทราบได้เล็กๆว่า น่าจะเป็นสถูปเพื่อสร้างไว้เกี่ยวกับเรื่องความรักแน่ๆ(มั้ง) เพราะดูจากความหมายของคำแล้วน่าจะเป็นเช่นนั้น ไม่รู้ว่าถ้าใครมากราบไว้แล้วจะประสบความสำเร็จในความรักหรือเปล่า?



ตรงประตูทางออกด้านหน้าในตอนนี้จะเป็นคอกกระบือหรือควายครับ หากใครติดตามข่าวเมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่า มีควาย 3 ตัวพ่อแม่ลูกหลุดหนีออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ในจังหวัดพิษณุโลก ภายหลังประชาชนชาวบ้านสงสารจึงร่วมกันลงขันเพื่อไถ่ชีวิตกระบือ 3 ตัวนี้แล้วนำมาถวายให้แก่ทางวัด ทางวัดจึงได้จัดให้ควาย 3 ตัวนี้มาใช้ชีวิตอยู่ในตรงจุดๆนี้ครับ



ออกมาด้านนอกวัดแล้วครับ แล้วหันย้อนกลับไปมอง



จากจุดนี้แหละครับก็จะเป็นเป้าหมายต่อไปคือ สวนสาธารณะของชาวพิษณุโลกซึ่งเป็นนอกจากจะเป็นสถานที่ในการพักผ่อนหย่อนใจแล้วยังเป็นสถานที่ที่ไว้ในในการจัดงานหรือกิจกรรมต่างๆของคนที่นี่อีกครับ แต่คงไม่ได้ดูในตอนนี้นะ ไว้ตอนหน้าล่ะกันครับ (ไม่ว่ากันใช่มั๊ยครับ )










Create Date : 10 ธันวาคม 2550
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2551 10:04:16 น.
Counter : 8545 Pageviews.

31 comments
  
เข้ามาเที่ยวด้วยค่ะ ช่วงนี้บล๊อคตัวเองก็ถูกดองอยู่ เพราะว่ายังไม่มีใจจัอัพสักกะที

ขอไปเที่ยวบล๊อคคนอื่นก่อนนะคะ
โดย: SIMAKHA วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:13:35:22 น.
  
ว๊าว...พาเที่ยวอย่างละเอียดแบบนี้เด็กพิด'โลกอย่างเราอายม้วนไปเลยค่ะ
โดย: tuktikmatt วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:13:42:31 น.
  
แต่ละวัดล้วนมีประวัติยาวนาน..น่ารักษาไว้ครับ น่าไปเที่ยวด้วยสิ..
โดย: oO (yosa ) วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:14:39:32 น.
  
วัดสวยจัง และ ถ่ายรูปมาสวยด้วยล่ะ เล่าเรื่องก็ดี ทำให้ทราบประวัติดีๆ ไปด้วย
โดย: mamminnie วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:15:18:49 น.
  
ว้าว สวยมากๆเลยนะครับ ไปเที่ยววัดที่เมืองสองแคว ที่จริงได้ยินมานานว่าสวยมาก แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ไปเลยครับ วันนี้ขอตามไปเป็นลูกทัวร์นะครับ
โดย: ซอร์บอนน์ (ซอร์บอนน์ ) วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:16:07:33 น.
  

สงสารควายครับ เห็นแบบนี้ยิ่งต้องสัญญากับตัวเองว่า จะไม่ทานเนื้อต่อไป

ผมไปพิษณุโลกหลายครั้งครับ แต่ทราบข้อมูลน้อยมากเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เพราะคนที่คอยต้อนรับ เขาก็แค่ชวนไปกราบพระที่วัดใหญ่เท่านั้น กราบเสร็จก็มาปล่อยไว้ที่โรงแรม

อ่านแล้วได้ข้อมูลมากทีเดียวครับ
โดย: yyswim วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:21:28:20 น.
  
มาเที่ยววัดภาคสองครับผม

--

ดูแล้วก็สงสัยอย่างนึงครับ

วิหาร กับอุโบสถ ต่างกันยังไงเหรอ?

แล้วทำไมถึงบางวัดมีทั้งวหารและโบสถ์ล่ะครับ?

อืมๆ

--

ฝากคำถามเสร็จก็บ๊ายบายไปแระ
โดย: esprit_pawin วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:23:25:23 น.
  
ประตูวัดใหญ่มากๆๆ
โดย: คนไม่เจียม.. วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:7:54:07 น.
  
ละเอียดมากๆ...แทบทุกซอกทุกมุมเหมือนได้ไปเองเลยครับ....
โดย: big-lor วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:11:20:16 น.
  
หล่อๆ
โดย: BESTINO วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:14:45:34 น.
  
อ่านจบแล้ว เหมือนได้ไปเองเลยนะครับเนี่ย
โดย: CDCR265 วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:15:38:55 น.
  
ง่า... ดูแล้วนึกถึงตอนเรียนอยู่ ม. เลยอ่า ถ่ายภาพมาเยอะเชียววว ว่าแต่ภาพกระจกโบราณอ่ะ ตกใจหมด

แล้วก็รูปองครักษ์ ที่ถือธงชาติไทย มันดูขัดๆกัน ยังไงพิกล

ครั้งแต่ไปจะมาดูภาพสวนนะ นึกแล้วก็อยากไปขับรถเล่นแถวๆนั้นม่างงงงง
โดย: deffy-melody วันที่: 16 ธันวาคม 2550 เวลา:8:59:15 น.
  
หูยยย ลืมมม ในรูปควายมันน้ำตาไหลรึเปล่าง่า... ตาเป็นคราบๆ น่าสงสารง่ะ แต่ดีแล้วเนอะ ที่รอดชีวิต

แล้วฆ้องที่เค้าให้ลูบอ่ะ ได้ไปลูบอ่ะเป่า ปืนแก๊ปปป แล้วดังมะ??
โดย: deffy-melody วันที่: 16 ธันวาคม 2550 เวลา:9:02:00 น.
  
ขอบคุณที่พาเที่ยว
โดย: coming soon (The Yearling ) วันที่: 16 ธันวาคม 2550 เวลา:10:27:49 น.
  
มาแว้ว มาช้ายังดีกว่าไม่มาน๊า
โดย: DAN_KRAB(ไม่ได้ล็อคอินครับ) IP: 125.26.53.57 วันที่: 16 ธันวาคม 2550 เวลา:21:31:46 น.
  
ยังอยู่ที่วัดอีกเหรอครับน้องปืนแกร๊ป

อ่ะว้า ถึงว่าดิ ร้อนๆยังไงไม่รู้แฮะ

เพราะอยู่ในเขตวัดนี่เอง ...


ปล. เห็นหน้ากระบือแล้วสะท้อนใจ

นึกว่าพี่กำลังส่องกระจกอยู่อ่ะ




ปล.1 อัพบล็อกแล้วเด้อ

ไปเม้นต์ให้หน่อยดิ
โดย: esprit_pawin วันที่: 17 ธันวาคม 2550 เวลา:11:53:36 น.
  
ปล.2 อ้อ ... แทกน่ะ

ทำมาส่งด้วยนะจะบอกให้

ห้ามทำเนียนจนให้พี่ลืมแล้วไม่ทำนะเฟร้ย
โดย: esprit_pawin วันที่: 17 ธันวาคม 2550 เวลา:11:54:22 น.
  
ยังไคยไปพิษณุโลกเลยคับ ขอบคุณที่นำเที่ยวชมนะคับ
โดย: K_chang วันที่: 17 ธันวาคม 2550 เวลา:16:11:17 น.
  
บ้านเก่าผมเอง

อ่านและดูรูปจากบ๊อกพี่
ทำผมคิดถึงบ้านเลยอ่ะ...
โดย: Kurt Narris วันที่: 17 ธันวาคม 2550 เวลา:19:04:28 น.
  
ค้าบบบบ
โดย: Kurt Narris วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:9:35:17 น.
  
เหรอครับ ถ้างั้นก็ขอให้โชคดีละกันนะครับ ได้เป็นข้าราชการอย่างที่หวัง
โดย: CDCR265 วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:5:39:39 น.
  
มาทักทายยามสายครับผม
โดย: esprit_pawin วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:9:40:52 น.
  
มาบล็อกนี้ทีไร ...

เห็นควายแล้วก็สะดุ้งทุกที

นึกว่ากำลังส่องกระจก ...

เง้ออออ


ไปแระ
โดย: esprit_pawin วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:1:09:58 น.
  
น้องปืนแก๊ป

พี่อัพบล็อกแล้วนะ

เมื่อไหร่เราจะอัพบล็อกซักทีอ่ะ?
โดย: esprit_pawin วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:14:08:22 น.
  
ว้า ...

มีเรื่องอะไรไม่สบายใจเหรอ?

บอกพี่ได้นะ ถ้าอยากระบาย ...

เป็นห่วงเด้อ
โดย: esprit_pawin วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:22:13:53 น.
  


Merry Christmas
and Happy New Year 2008


มาเยี่ยมเยียน ทักทาย ทึกทัก ถักทอ ท้วงติง สิงสู่ .... (หลังๆชักมั่วแฮะ)

เย็นนี้ไปวิ่งออกกำลังกายกันนะครับน้องปืนแก๊ป
โดย: esprit_pawin วันที่: 23 ธันวาคม 2550 เวลา:15:21:33 น.
  








Merry Christmas
and Happy New Year 2008


มีความสุขมากๆในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองนี้นะครับ

มาอวยพรวันคริสต์มาสแบบตรงวันเป๊ะๆเลยอ่ะคร้าบบบบบบ
(หลังจากที่เห่อ อวยพรมาตั้งแต่เมื่อ 2-3 วันที่แล้ววววว)

โดย: esprit_pawin วันที่: 25 ธันวาคม 2550 เวลา:16:07:44 น.
  
โดย: oO (yosa ) วันที่: 29 ธันวาคม 2550 เวลา:17:49:48 น.
  
ขอให้มีความสุขทุกวันในปีใหม่นี้ครับ

ขอให้มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นในชีวิตครับผม

Photobucket
โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 1 มกราคม 2551 เวลา:2:55:42 น.
  
ภาพง้ามงามเน๊าะ เคยไปนอนนวด และฟังผลหวยออกอยู่ที่วัด ราชบูรณะ แล้วก็เคยสงสัยว่า กู่สวยงามดังกล่าวเป็นกู่อะไรเหยอ ถามหมอนวด และคนดูแล เขาว่าเป็นของคนมีกะตังค์ ตาตายก่อนก็เอากระดูกมาไว้ แล้วกระดูกยายก็ตามมา ทุกวันนี้ จ้างให้คนทางวัดดูแลทุกวันเอย.............
โดย: ป้า IP: 58.8.6.254 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:3:15:27 น.
  
อิอิ คิดถึงพิษณุโลกจังเลย *-*

อยากกลับไปหาพ่อบ้างจัง -.-

พ่อคงสบายดีนะครับ อยากไปเที่ยว เพราะตอนนี้ผมอยู่เชียงใหม่

ที่นี่ก็สนุกดีอะนะ

คิดถึงนะครับ จาก นาย ชนก บุญเกิดบึงพร้าว

สวัสดีครับ
โดย: รักพ่อครับ IP: 118.172.38.97 วันที่: 22 ธันวาคม 2551 เวลา:12:31:55 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ปืนแก๊ป
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Google