มกราคม 2551

 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ศึกษาดูงาน ณ จังหวัดงานเชียงรายกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
บล็อคนี้ขอแทรกเรื่องราวจากที่เดิมจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับเมืองพิษณุโลกสองแคว ด้วยเรื่องราวการที่ผมได้ไปศึกษาดูงานที่จังหวัดเชียงรายก่อนนะครับ เพราะเพิ่งได้ไปมาเมื่อวันที่อาทิตย์ก่อนนี่เอง เนื่องด้วยผมช่วยงานบำบัดยาเสพติดอยู่จึงได้มีสิทธิในการไปศึกษาดูงานครั้งนี้ด้วย โดยเราได้ออกเดินทางจากจังหวัดพิษณุโลกในคืนวันที่ 17 เวลา 22.00 น. แต่พอเอาเข้าจริงว่ารถจะออกก็ Late ไป 15 นาที เนื่องด้วยผู้ร่วมเดินทางบางคนญาติเยอะกว่าจะมากัน (ประชด) เลยกว่าจะออกจริงๆก็ 22.15 น.ได้ พอถึงที่หมายคือที่จังหวัดเชียงรายเราก็ได้มาเก็บข้าวเก็บของเพื่อพักกันที่นี่ครับ



คุณรถทัวร์ที่พาพวกเรามาที่นี่ครับ



ที่พักที่นี่เป็นรีสอร์ทครับ ซึ่งในสมัยก่อนถือได้ว่าเป็นรีสอร์ทที่มีชื่อแห่งหนึ่ง แต่เนื่องด้วยผู้จัดการรีสอร์ทได้เปลี่ยนมือไปจึงทำให้ไม่โดดเด่นเหมือนเมื่อก่อน ในภาพพวกเรากำลังหาห้องพักอยู่ครับ



ทางเดินไปสู่ห้องพักรวม



การตกแต่งสถานที่ถือว่าใช้ได้เลย บรรยากาศก็เย็นสบายพูดเป็นไอเลย(ผมชอบอากาศเย็น)



โปรแกรมแรกของวันนี้คือการเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด หน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นศูนย์บำบัดผู้ป่วยที่ติดยาเสพติดในระบบบังคับบำบัดแบบควบคุมตัวไม่เข้มงวดที่เพิ่งก่อตั้งมาเมื่อไม่กี่ปีมานี้



เมื่อมาถึงทางศูนย์ฯก็ต้อนรับเราด้วยอาหารเช้าให้กับพวกเราเลยครับ เป็นแกงเขียวหวาน กับผัดวุ้นเส้น กินกับข้าวสวยร้อนๆ ตบท้ายด้วยส้ม



จากนั้นก็ไปดูกิจกรรมและการบริหารจัดการของศูนย์ฯ ซึ่งในภาพเป็นการสาธิตกิจกรรมต่างๆของศูนย์ฯ ซึ่งใช้วิธีบำบัดแบบ FAST MODEL คือการให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการบำบัด การใช้กิจกรรมหรือเสริมทักษะชีวิต ให้รู้จักเห็นคุณค่าในตัวเอง การให้กำลังใจตลอดจนทักษะการปฏิเสธ และกระบวนการในการบำบัดรักษาต่างๆ ซึ่งในภาพเป็นกระบวนการเสริมทักษะทางด้านจิตใจ ซึ่งจะมีการเล่นดนตรีบำบัด รวมถึงกิจกรรมกลุ่ม



รองเท้าของผู้ป่วยที่เลอะไปด้วยฝุ่นผง แสดงให้เห็นถึงการฝึกและการบำบัดอย่างหนักตลอดระยะเวลากว่า 4 เดือน (เป็นระยะเวลาทีเหมาะสมในการบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด)



โรงนอนที่พักของผู้ป่วยตลอดเวลาที่เข้ารับการบำบัดฯ



พื้นที่ของศูนย์ฯตั้งอยู่บนเนินเขาครับ ด้านหลังก็เป็นแนวภูเขา บรรยากาศดีเลย และเนื่องด้วยที่ศูนย์ฯตั้งอยู่บนเนินเขาจึงต้องประสบปัญหาเรื่องน้ำครับเพราะไม่สามารถดึงน้ำมาใช้ได้สะดวก ถือเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของศูนย์ฯ สำหรับปัญหาด้านการบำบัดรักษาของที่ศูนย์ฯนี่ถือว่ายังคงมีปัญหาอยู่พอสมควร เนื่องด้วยยังเป็นศูนย์ฯที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ และยังขาดการสนับสนุนจากหลายฝ่ายอยู่พอสมควร ทั้งยังประสบปัญหาด้านอาคารสถานที่และภูมิประเทศที่เป็นปัญหา ซึ่งจากการศึกษาดูงานทำให้เราได้เห็นถึงปัญหาอุปสรรคของศูนย์บำบัด เพื่อก่อให้เกิดแนวทางการแก้ไขและพัฒนาต่อไป



จากนั้นจึงเดินทางไปศึกษาดูงานชุมชนเข้มแข็งที่ชุมชนเกาะทองครับ ซึ่งถือได้ว่าเป็นชุมชนที่มีการบริหารจัดการที่ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะในเรื่องของการลดการพึ่งพาจากปัจจัยภายนอก เช่น ในชุมชนจะบังคับให้ทุกครัวเรือนใช้น้ำที่ผลิตจากชุมชนที่มีราคาถูกกว่า ฯลฯ การส่งเสริมกิจกรรมชุมชนที่มุ่งให้คนทุกคนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความผูกพันกัน อันเป็นเหตุที่ทำให้ชุมนแห่งนี้ได้รับรางวัลต่างๆมากมาย



รางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่ชุมชนนี้ได้รับ



อาหารมื้อเที่ยงที่ได้รับการสนับสนุนจากชุมชน เป็นขนมเส้น หรือขนมจีนในภาษากลาง



หลังจากที่เราเดินทางออกจากชุมชนเกาะทองแล้ว ซึ่งต่อไปนับแต่จากนี้ก็เป็นโปรแกรมท่องเที่ยวกันแล้วครับ โดยเราจะเดินทางไปยังแม่สายและข้ามไปฝั่งพม่ากัน ซึ่งแม่สายจะอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 60 กว่ากิโลกเมตร ซึ่งก่อนที่เราจะข้ามไปฝั่งพม่าเราต้องมาทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวก่อน ซึ่งผมได้มาทำที่ที่ว่าการอำเภอแม่สาย



สิ่งที่เราต้องเตรียมมีแค่บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกับเงินค่าธรรมเนียม 30 บาท เมื่อเราทำตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้วเราก็จะได้หนังสือผ่านแดนชั่วคราวออกมา ซึ่งหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ



ถึงแล้วด่านศุลกากรแม่สาย



จากนั้นก็เดินเข้ามาตรวจหนังสือผ่านแดนชั่วคราวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ประทับตรา



พอผ่านปุ๊บก็ตามสูตรครับเดินเริงร่าออกมาเตรียมตะลุยซื้อของกันเลย สายตาก็เหลือบไปเห็นอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมพม่าอยู่เบื้องหน้าซึ่งเป็นภัตตาคาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าใช่แม่น้ำสายรึเปล่า ซึ่งคงจะเป็นพรมแดนกั้นระหว่างไทย-พม่า



และแล้วก็ถือด่านของพม่ากันบ้างแล้วครับ



ซึ่งที่นี่เราให้เจ้าหน้าที่ของพม่าปั๊มตราอีกครั้ง และจะต้องเสียค่าธรรมเนียมทางฝั่งพม่าอีก 10 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ของพม่าพูดภาษาไทยครับว่า "สิบแบดๆ" คือ ฟังเหมือนว่าจะเป็น สิบ-แปดเลย แต่ก็พออนุโลมได้ว่า คงหมายถึง สิบบาทนั่นเอง



ถึงแล้วครับฝั่งพม่า ต่อไปนี้จะช้อปล่ะน้า...



ตลาดตั้งอยู่ใกล้กับด่านเลยครับ



มาถึงร้านแรกที่เข้าตาผมเลย ร้านขาย CD-DVD หนังครับ มาถึงร้านนี้ผมก็ต้องเสียเงินไปกว่า 300 บาทเพื่อซื้อหนัง (ไม่โป๊นะ) ที่สำคัญหนังมีทั้งบรรยายไทย และเสียงพากษ์ไทยด้วย แนะนำนะครับว่าซื้อเป็นแผ่น DVD จะได้ราคาถูกกว่า คือคิดแผ่นละ 20 บาท ส่วน CD แผ่นละ 8 บาท ทั้งนี้หนังที่เป็น DVD จะใช้จำนวนแผ่นน้อยกว่าหนังที่เป็น CD ที่ต้องใช้จำนวนแผ่นมากกว่า



พ่อค้าพม่าที่คอยเดินตามตื้อให้เราซื้อบุหรี่กับหนังโป๊ ซึ่งบุหรี่นี่เราก็ไม่สูบอยู่แล้ว (คนอะไรเหล้าก็ไม่กินบุหรี่ก็ไม่สูบ เป็นคนดีจริงๆ) ส่วนหนังโป๊คงไม่ได้แอ้มหรอก โหลดเอาก็ได้ไม่ต้องเสียตังค์ อุ๊บ...พูดอะไรไปเนี่ย



และร้านต่อไปก็คือร้านผลไม่แปรรูปครับ ซึ่งเป็นของโปรดของผมเลย ร้านนี้ถือได้ว่าถูกที่สุดแล้วนะครับเท่าที่ผมเห็น คือได้ 15 ห่อ 100 บาท ส่วนร้านอื่นๆ จะอยู่ที่ 12-14 ห่อ ถูกจริงๆครับ ผลไม้แปรรูปจากจีนนี่พอเอามาขายแถบๆบ้านเราขายอยู่ที่ห่อละ 35 คนขายนี่กำไรเห็นๆ



ร้านแว่นตานี่ก็คือเป็นร้านที่มีอยู่มากเลยทีเดียว ราคาแว่นตากันแดดของประมาณ 40 บาทจนไปถึง 70 บาท แถวๆบ้านเราขายอันละ 99 บาท แพงกว่าเท่าตัว



ร้านขายเครื่องไม้ฝีมือที่อยากซื้อแต่ขนเอากลับไปไม่ได้



ร้านผลไม้แปรรูปอีกร้านที่ผมต้องเสียเงินให้กับคุณป้าคนนี้ไป



ร้านเสื้อผ้า สินค้าก๊อปปี้เพียบเลย มีทั้งลาคลอด (ลาคอส) ป้าดา (พราด้า) หลุยติงต้อง (หลุยวิกตอง) และอื่นๆอีกมามาย



สินค้าละลานตาให้เลือกมากมาย ไปซื้อแถวบ้านเราคงไม่ได้ราคานี้แล้ว



สภาพตลาดที่เหมือนกับตลาดนัดบ้านเราเลยถ้าไม่มีคนพม่าเดินไปเดินมานึกว่าไม่ได้มาเมืองนอกซะแล้ว



ซื้อของที่นี่ไม่ต้องกลัวเลยครับมีป้ายร้านภาษาไทย และคนขายก็พูดไทยได้ชัด จนพาผมคิดไปได้ว่าคนพวกนี้อาจจะเป็นคนไทยที่มาลงทุนที่นี่ก็ได้ พอถามก็ได้ความว่าเป็นคนพม่าแต่ได้เรียนภาษาไทยมาตั้งแต่เด็กๆเลยพูดได้ชัด



อยากรู้จักว่าคุณป้าคนนี้ขายอะไร



พวงกุญแจ เครื่องรางนำโชค ขายอันละ 10 บาท 12 ตัว 100 ยิ่งปีนี้เป็นปีชวด เลยมีพวกกุญแจหรือเครื่องรางเป็นรูปหนูเยอะ



ช่วยบอกหน่อยว่ามันเป็นเครื่องรางรูปอะไรอ่า...



เมืองแห่งสามเหลี่ยมทองคำ



ซื้อของไปพอสมควรก็ได้เวลากลับเนื่องด้วยถูกบีบไปด้วยเวลา เพราะเราต้องเดินทางต่อไปยังอ.เชียงแสน เพื่อไปดูสามเหลี่ยมทองคำ ก็เดินกลับกันตามทางเดิม



พอจะเข้าประเทศไทยก็จะมีเจ้าหน้าที่มาเก็บหนังสือผ่านแดนชั่วคราวของเราไป



กลับสู่ประเทศไทยภายในพริบตา ณ ตลาดแม่สาย



นั่งรถจนกลับไปได้ตื่นนึงตื่นมาก็ถึงแล้วครับ สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ซึ่งบริเวณนี้เป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำสายกับแม่น้ำโขง ในภาพที่เห็นเป็นอาคารอยู่ลิบๆเป็นคาสิโนของพม่าครับ ส่วนทางขวามือที่เป็นแผ่นดินเป็นประเทศลาว ของไทยอยู่ทางด้านซ้าย (ในภาพมองไม่เห็น)



มาถึงสามเหลี่ยมทองคำแล้วเย้ๆ!



พระพุทธรูปที่เป็นที่สักการะของคนที่นี่ แปลกๆดีนะครับพระพุทธรูปเป็นนิกายเถรวาท แต่ได้ยินบทสวดเจ้าแม่กวนอิมดังมาแต่ไกล



บริเวณนี้มีร้านค้าขายของพื้นเมืองที่ระลึกอยู่เหมือนกันครับ สินค้าก็เหมือนๆสินค้าพื้นเมืองทั่วไป เนื่องด้วยผมไปถึงกว่า 5 โมงเย็นแล้วร้านรวงเลยเริ่มเก็บกันบ้างแล้ว



ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเหมือนกันแต่สีทองต้องกับแสงแดดยามเย็นแล้วเหลืออร่ามสวยงามมั๊กๆ



หลังจากนั้นเราก็กลับที่พักกัน รับประทานอาหารเย็นเป็นอาหารพื้นเมือง แล้วก็ราตรีสวัสดิ์ นอนกันแต่หัวค่ำเพราะเมื่อคืนที่เดินทางก็แทบไม่ได้นอนกันเลย ตื่นเช้ามาก็มารับประทานอาหารเช้าเป็นข้าวต้มร้อนๆ ปาท่องโก๋และกาแฟ และถ่ายรูปเก็บบรรยากาศก่อนที่จากที่นี่ไป



โปรแกรมเช้านี้เราก็มาสักการะพ่อขุนเม็งราย หรือพญามังราย (ถ้าไม่ได้มาสักการะก็เหมือนไม่ได้มาเชียงราย) วันนี้ฟ้าสีสวยเชียว



ตุงหลวง ที่ทางจังหวัดได้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่อยู่รัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนม์พรรษาครบ 6 รอบ



รายงานสภาพอากาศครับ ที่ที่ยืนอยู่นี่ประมาณ 24 องศา อากาศสบ๊ายสบาย เหมือนกับทางเทศบาลนครใจดีติดแอร์กันทั้งเมือง



ขอลาพ่อขุนก่อนนะครับ หวังว่าผมคงจะได้มาสักการะท่านอีก



จุดหมายต่อไปคือวัดร่องขุ่น โปรแกรมยอดฮิตในยุคนี้



แค่ป้ายวัดก็อลังฯ ซะแล้ว



ของจริงสวยงามมากๆครับ เพราะตามตัวอาคารจะมีการประดับประดาด้วยกระจก และเมื่อกระจกเหล่านี้ได้สะท้อนกับแสงแดดแล้วก็จะส่องประกายระยิบระยับไปหมด



ประติมากรรมที่สื่อให้เห็นถึงนรกภูมิ ถ้ามากลางคืนคงน่ากลัวดีแท้



ทางเดินขึ้นไปยังพระอุโบสถ มีป้ายเขียนสะกิดหัวใจเอาไว้หน่อยว่า "ห้ามลงขุมนรก"



หน้าบันของพระอุโบสถถูกตกแต่งด้วยลายปูนปั้นอันพริ้วไหว ตามสไตล์ผลงานของ อ.เฉลิมชัย



น่าจะเป็นมณฑป



ใบเสมาของวัด สุดยอด!!!



อาคารหลังใหม่ที่กำลังก่อสร้างขึ้น



จุดขายสินค้าที่ระลึก มีทั้งชา กาแฟ หมูยอ แค๊บหมู น้ำพริก เสื้อผ้า ตลอดจนของที่ระลึกอื่นๆ



จากนั้นเราก็เริ่มย้อนกลับมาเส้นทางเดิมลงใต้เพื่อไปยังจังหวัดพะเยาเพื่อไปรับประทานอาหารเที่ยง จากนั้นจึงได้แวะที่วัดศรีโคมคำ



ทางเข้าวัดและเห็นพระวิหารอยู่ด้านหน้า



ตรงประตูทางเข้าวัดมีรูปปั้นสิงห์ตั้งอยู่ด้านหน้า ซึ่งเป็นความเชื่อของทางเหนือที่นิยมสร้างสิงห์ไว้ด้านหน้าประตูของวัด



พระประธานในพระวิหารที่ถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนล้านนา



ประวัติของวัดครับ อ่านแล้วก็งงๆ ใครพอแปลความหมายจากไทยให้เป็นไทยได้ก็เชิญเลยครับ



ด้านนอกมีพระพุทธบาทจำลอง



ประวัติของพระพุทธบาทจำลอง



ด้านหน้าพระวิหารมีวิหารน้อยหลังหนึ่งอยู่ แต่ทางวัดไม่ได้เปิดให้เข้าชม (ถ่ายภาพเหมือนวิหารเอียงเลย)



หลังจากออกจากวัดแล้วก็คงต้องลาทีกับโปรแกรมการศึกษาดูงานในครั้งนี้ครับ ท้ายที่สุดก็ขอฝากภาพถ่ายบ้านโบราณที่ จ.พะเยา ซึ่งผมเคยฝันว่าอยากมีบ้านแบบนี้เป็นของตัวเองจังเลย

อ้อ! พี่โอ้ครับสำหรับบล็อคนี้ขอให้เป็นของฝากแก่พี่เลยนะเนี่ย ฝากภาพ(คิดว่า)สวยให้พี่เชียวน้า...











Create Date : 23 มกราคม 2551
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2551 10:01:57 น.
Counter : 4466 Pageviews.

14 comments
  
ขอบคุณที่มีภาพสวยๆ มาฝากนะค่ะ ได้เห็นชัดเจนเลย
โดย: น้ำใส IP: 203.113.115.141 วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:14:22:31 น.
  
เล่าได้ละเอียดดีจัง
โดย: SIMAKHA วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:15:03:56 น.
  
ไม่เคยไปเลยอ่ะพม่า อยากไป๊อยากไป

วัดร่องขุ่นดูสวยดีนะคะ
โดย: BeachBum วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:15:26:42 น.
  






มาเยี่ยมครับ

แต่แอบเสียดายที่ไม่ได้เจิมอ่ะ


---

ภาพบัตรประจำตัวฯ พอไปคาดตาสีดำแล้วน่ากลัวเนอะ

หึๆ

---

ตัวเล็กนะเราน่ะ

---

ภาพเยอะมาก

เยอะจนตาแฉะ ดูไม่หมดซักที

---

เดี๋ยวกลับไปดูต่อที่ห้องละกันนะครับ

---

อืม ขอบคุณสำหรับของฝากจากเชียงรายนะคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

---

ปล. อาคารที่กำลังก่อสร้างใหม่ที่วัดร่องขุ่น ---- นั่นไม่ใช่ห้องน้ำเหรอตะเอง??? งง

---
โดย: esprit_pawin วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:17:03:22 น.
  
แล้วมาเที่ยวที่เชียงรายใหม่นะคะ
ถ้าชอบอากาศหนาว ก็ไปเที่ยวที่ภูชี้ฟ้า หรือว่าบนดอยก็ได้
คนเชียงรายยินดีต้อนรับค่ะ
โดย: ryuzaki วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:17:16:52 น.
  
ขอปิ๊กไปแอ่วบ้านตวยคน บ่ได้กลับบ้านนานแล้วเน้อ
โดย: กระต่ายไม่ขูดมะพร้าว IP: 125.26.167.229 วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:17:50:52 น.
  
อุ้ยตาย!! ว๊าย!! กรี๊ดๆๆๆๆ...

นั่นมันรูปสามเหลี่ยมทองคำ หรือ สามหล่อ(คอ)ทองแดง กันแน่อ่ะ!! คริคริ

เอ่อออ...ลืมบอก เบียร์พม่าอ่ะ แรงสุดติ่งเลยยยย...ป๋องเดียวถึงกับมึนเลยคร่า ได้ลองบ้างป่าวคร๊า

แหม่ๆๆ...เข้ามา blog นี้เลยนึกถึงบรรยากาศเก่า ๆ สมัยไปเยือนเชียงรายเลยนะเนี่ยยยยย
โดย: เจกเบ่ง วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:17:57:04 น.
  
ว้าวคราวเดียวเที่ยวสองประเทศ

เจ๋งอะน้องเรา

อธิบายได้ดีเยี่ยม เอาไปเลย สิบห้าเต็มสิบ

คิดถึงนะน้อง
โดย: DAN_KRAB(ไม่ได้ล็อคอินครับ) IP: 125.26.57.59 วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:20:12:06 น.
  


มาทักทายก่อนนอนครับ
โดย: คนไกล...สุดขอบฟ้า วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:23:06:32 น.
  

โดย: คนไกล...สุดขอบฟ้า วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:23:12:40 น.
  
ตอนแรกนึกว่ารูปไม่ขึ้นเลยโพสซ้ำ


ปล. จะบอกว่า ไปเที่ยวกันก็ไม่ยอมชวนกันเลยนะ ได้ไปต่างประเทศด้วย อิจฉา จัง
โดย: คนไกล...สุดขอบฟ้า วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:23:17:15 น.
  
ดีครับ ที่รัก ก๊ากกกกกกกกกก ผิด น้องรัก

เนื่องด้วยพี่ไปเที่ยวมา แถมอัพบล็อกช้ามาก

เลยถูกกระหน่ำถามว่าจะอัพอีกเมื่อไร

วันนี้ได้ฤกษ์ อัพตอนที่สองแล้วนะ

ว่าง ๆ ผ่านไปทักทายนะน้อง

ปล.รูปที่ส่งมาให้ น่ารักโคตะระ บิดาเลยนะครับ
โดยเฉพาะพี่สาวและน้องสาวสุดสวยนะครับ

ดูแลตัวเองนะ คิดถึงนะคร้าบท่านน้อง อิอิ
โดย: DAN_KRAB วันที่: 25 มกราคม 2551 เวลา:20:50:44 น.
  
เพลงเพราะ
โดย: UmzZ IP: 180.183.67.9 วันที่: 11 เมษายน 2553 เวลา:9:40:15 น.
  
อยากได้รองเท้าลาคอส มือ2 เบอร์41-42 ของแท้

0867665529 ติดต่อด้วยนะ
โดย: Bancha IP: 180.183.212.100 วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:14:57:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ปืนแก๊ป
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Google