ฟิค y นะคะ ใครหลงเข้ามาก็ขออภัยค่า
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
16 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
Fic แอบหอม part 13-14 (จินเมะ*ยูพี)

..............................
....................
.............
“ เฮ้ยยู เห็นไอ้จินมันไหมวะ เลิกเรียนแม่งหายหัวไปเลย “
“ มันก็แว้บไปหาหวานใจมันน่ะดิ ตกข่าวหรือเปล่า คิ “ นั่งเท้าคาง
ตาลอย เอ่ยปากตอบไอ้เหลี่ยมไปด้วย เฮ้อ..... เมื่อไหร่จะได้สวีทหวานกะยามะจัง อย่างไอ้จินกับน้องเมะบ้างว้า เมื่อวานพอตื่นมาเห็นหน้า
ทุบซะจนแทบกระอักเลือด นี่ยังไม่ทันทำอะไรมากเลยนะเนี่ย
ถ้าเกิดหยุดไม่อยู่ขึ้นมา ปลาทองไม่กลายเป็นปลาปิรันย่าเรอะ เฮ้อๆๆๆๆๆ

“ เอ็งจะนั่งเป็นหัวหลักหัวตออีกนานเท่าไหร่ ไอ้ยู จะเล่นไหมบอล
น้องๆ มันรอ เล่นสองคนก็ได้ แล้วตกลงไอ้จินกะน้องเมะ
เป็นแฟนกันแล้วจริงเหรอวะ “

“ ก็เออดิ.....ไอ้โนะมันเอาใส่พานไปประเคนให้ถึงเตียง ปล่อยให้รอดมา
ก็แย่ดิ ไอ้จินมันเอาแต่ใจซะขนาดนั้น น้องเมะหลุดมือยาก “

“ เจ๋งไปเลยไอ้จิน....... แต่แม่งมีแฟนลืมเพื่อน “ คุณเหลี่ยมเดินส่ายหัวจากไปอย่างปลง ๆ

“ รอเอ็งเหอะไอ้คิ ดูซิจะต่างกันไหม “ บ่นตามหลังคุณเหลี่ยมไป

“ เออ....ข้าก็จะรอดูเอ็งอีกคนเหมือนกันว่ะไอ้ยู “ ไอ้เหลี่ยมมันตะโกนตอบมาจากกลางสนาม โหหูมันดีจริง ๆ

...........................

.....................

...............

“ นี่ ๆ พี่จินมานั่งอยู่ในนี้นานแล้วนะ ตกลงมาหาคาเมะใช่ไหม “
เสียงซุบซิบจากสาว ๆ ดังไม่ขาดระยะ ก็หนุ่มสุดป๊อปอันดับต้น ๆ
ของมหาลัยที่สาว ๆ พากันกรี๊ดสนั่น ตอนนี้มานั่งจุ้มปุ๊ก
อยู่ในห้องคหะกรรมเป็นนานสองนาน

“ แหงละสิหล่อน ดูตาสิหวานซะขนาดนั้น มองตามแต่คาเมะ
ไม่คลาดสายตา เค้กเนี่ยสงสัยไม่ต้องใส่น้ำตาล “

“ คาเมะ...พี่จินมาหาคาเมะเหรอ “ หนึ่งในบรรดาหลาย ๆ สาว
อดรนทนไม่ไหว ต้องเข้าไปกระซิบถาม แต่ต้องถอยห่างออกมานิดนึงเนื่องจากเจอสายตาพิฆาตจากคนมุมห้อง

“ พี่จินคงอยากมากินขนมน่ะ “ คนแก้มใสตอบออกไปเบา ๆ
ดูพี่จินทำเข้า อย่างนี้เค้าก็รู้กันหมด ทำหน้ามุ่ย ๆ
แถมส่งค้อนให้คนนั่งตาหวานอยู่มุมห้องไปทีนึง

“ อยากกินขนม หรือคนทำขนม “

“ มากินี่....” เลยโดนคนข้าง ๆ ซัดดังแปะ โทษฐานทำให้เขิน

“ ก็จริงไหมล่ะ ใส่ยาเสน่ห์ลงไปในขนมด้วยหรือเปล่าเนี่ย
หนุ่มป๊อปประจำมหาลัย ผู้ไม่เคยสนใคร ถึงได้มานั่งเฝ้าไม่ยอมห่าง

“ เปล่าซะหน่อยมากิ พูดอะไรน่ะ “ ก้มลงแต่งหน้าเค้กที่จวนจะเสร็จ
แก้เขิน

“ ไปดีกว่าไม่อยากอยู่เป็นก้าง พวกเรากลับกันเถอะ ขืนอยู่แถวนี้
ตกบ่อน้ำเชื่อมตายกันพอดี “ ยังไม่วายกัดคนแก้มใสที่ยืนหน้าแดงเล็ก ๆ

“ พี่จินกลับนะครับ , คะ ฝากลูกเต่าด้วยน้า “ คนหล่อประจำมหาลัย อมยิ้มพร้อมทั้งพยักหน้ารับ เลยได้เสียงกรี๊ดกระจายจากพวกสาว ๆ

..............................

.........................

“ คาซึยะ....เสร็จรึยัง พี่รอนานแล้วนะครับ “

“ ถ้าเสียเวลาไม่ต้องรอก็ได้นี่ฮะ “ คนตัวโตเดินเข้าไปกอดด้านหลัง
คนตัวเล็กขี้งอนดึงมาแนบอก กดจูบลงบนผมนุ่ม

“ โกรธอะไรพี่ครับ พี่ยังไม่ได้ทำผิดเลยนะ “

“ มานั่งอยู่ที่นี่จนเพื่อน ๆ พากันล้อไม่ผิดเลยใช่ไหมฮะ “

“ ผิดตรงไหน มารอแฟนผิดด้วยเหรอ “

“ แต่พวกเค้ายังไม่รู้กันเลย ยังไม่ได้บอกใครสักคน “ บ่นเสียงออด ๆ ออกมา

“ ก็นี่ไงรู้กันทั่ว ไม่ต้องบอกให้เหนื่อย “

“ เอ๋...พี่จินนี่ รู้กันทั่ว ยามะจังก็ต้องรู้ด้วยน่ะสิ “ หันกลับมาทำหน้านิ่ว
คิ้วขมวด มองคนตัวโตเขม็ง

“ รู้ก็รู้ไปสิ รู้กันทั่วมหาลัยยิ่งดี จะได้ไม่มีใครมายุ่งกับคาซึยะของพี่ “

“ แต่ถ้ายามะจังรู้ พี่ชายก็ต้องรู้ พี่ชายคงไม่ยอม “

“ ทำไมล่ะ พี่รักคาซึยะผิดด้วยเหรอ คาซึยะรักพี่ใช่ไหม “
คนในอ้อมแขนพยักหน้าน้อย ๆ ตอบรับอย่างน่ารัก
คนตัวโตรัดอ้อมกอดแน่นขึ้น จนร่างบางจมหายไปในอกกว้าง

“ แค่นี้พี่ก็ไม่กลัวอะไรแล้ว ต่อให้พี่ชายจะฆ่าจะแกง พี่ไม่ยอมจากคาซึยะไปไหนแน่ “ จูบลงบนหน้าผากเนียน เปลือกตา ปลายจมูกโด่ง
ก่อนจะถึงริมฝีปากแสนนุ่มเป้าหมายต่อไป มือเล็ก ๆ ยกขึ้นปิดปาก
ห้ามเอาไว้เสียก่อน

“ พอแล้วฮะ เดี๋ยวใครมาเห็น “ เอ่ยออกมาแก้มแดง

“ก็คาซึยะน่ะแหล่ะ พูดถึงพี่ทำไมไม่รู้ ขอกำลังใจหน่อยนะ
จะได้มีแรงต่อกรกับพี่ชาย ”

“ แน้....พี่จินนี่ “ แฮะ แฮะ เต่าขาดทุนอีกแล้ว ^///^

................................

..........................

………..

อยากบอกคนดีว่าพี่ปีสองรักน้องปีหนึ่งจังเลย
โฉมงามทราบเชย ได้โปรดเฉลยว่าถ้าพี่จีบ จะจีบติดไหม
อยากบอกคนดีว่าต่อไปนี้ ถึงใครยิงพี่ก็คงไม่ตาย
เพราะว่าดวงใจ พี่ฝากเอาไว้ให้มันอยู่ที่น้องคนเดียว


เสียงเพลงที่ดังมาจากม้านั่งข้างสนามฟุตบอลทำให้คนแก้มป่องที่เดินตรงไปยังห้องคหะกรรมชะงัก ยอมรับอยู่หลอกว่าเสียงคนร้องน่ะเพราะ
แต่มันคุ้น ๆ แถมเนื้อเพลงฟังแล้วมันจี๊ดขึ้นสมอง พอหันไปมอง
ก็เห็นอีตาห้อยเกาะม้านั่งยิ้มแฉ่งส่งมาให้ โดยมีพี่เหลี่ยมยืนอมยิ้ม
อยู่ข้าง ๆ หมั่นใส้คนหน้าระรื่นตั้งแต่เมื่อวาน ยังไม่หายแค้น
ที่บังอาจมานอนกอดเค้าหน้าตาเฉย พ่อกะแม่ยังรู้เห็นเป็นใจ หึ
(พี่ยูเค้าทำมากกว่ากอดอีกยามะจัง ) ก้มลงคว้าก้อนหินขนาดกำลังดี
ขว้างเปรี้ยงออกไป ไม่นึกว่าจะแม่นขนาดนั้น ตาห้อยหงายหลัง
ตกเก้าอี้ไปเลย เชอะสมน้ำหน้า

“ เฮ้ย...ไอ้ยูตายไหมวะ “ เสียงโวยวายของพี่เหลี่ยมดังตามหลังมา
ทำให้คนตาโตแก้มป่องหยุดเดิน ไม่เจ็บขนาดนั้นมั้ง สำออย
เรียกร้องความสนใจล่ะสิ

“ โห้ยเลือดออกเยอะเลยแก ไปห้องพยาบาลเร็ว “

“ ไอ้คิ๊...แกจะเอานิ้วมาจิ้มทำไมวะ มันเจ็บนะโว้ย ไอ้บ้านี่ “

“ เอ้า...ข้าจะสำรวจว่าแผลใหญ่ขนาดไหน “

“ หยุดทั้งสองคนนั่นแหล่ะ รีบไปห้องพยาบาลสิ เถียงกันอยู่เนี่ย
เลือดมันจะหยุดไหม ” คนแก้มป่องคว้ามือคนที่นั่งแปะอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้นเดินตามไป ส่วนคนเลือดอาบเอาเท้าเขี่ย ๆ ไอ้เหลี่ยมที่เดินข้าง ๆ
ให้พ้นทาง แถมหันหน้าเปื้อนเลือดมาขยิบตาให้ พร้อมรอยยิ้ม

“ โอ้เพื่อนตู มันโรคจิต มีความสุขบนความเจ็บปวด “ ส่ายหน้าเหลี่ยม ๆ ไปมาให้ความเพี้ยนของเพื่อน

..................................

........................

“ นั่งรอตรงนี้แหล่ะ อาจารย์หมอไปไหน “ บ่นพลางเดินไปหยิบ
อุปกรณ์ทำแผลมาวางตรงหน้าคนเจ็บที่ยิ้มไม่หุบ ตั้งแต่ถูกคนแก้มป่อง
ลากมาพร้อมกันแล้ว

“ นายนี่โง่หรือเซ่อกันแน่ เห็นอยู่ว่าก้อนหิน ไม่รู้จักหลบ
เสนอหน้าจนได้เลือดเลยเห็นไหม “ ด่าพลางชุบน้ำยาฆ่าเชื้อกับสำลี
เช็ดทำความสะอาดแผลพร้อมทั้งเลือดที่เลอะเต็มหน้าออกเบา ๆ

“ บ้าเปล่าเนี่ยยิ้มอยู่ได้ ไม่เจ็บหรือไง “ ปากก็ด่าไม่หยุด
แต่มือที่ทำความสะอาดแผลกลับนุ่มนวลสมกับเป็นว่าที่คุณหมอ

“ โอ้ย...เจ็บซิครับยามะจัง “ เพิ่งรู้สึกตัว เพราะความแสบของยา

“ เชอะ ความรู้สึกช้าจริง ๆ “ ค้อนขวับให้คนตรงหน้าอย่างหมั่นใส้

“ แผลไม่ลึกเท่าไหร่ คงไม่ต้องเย็บ แล้วมาล้างแผลทุกวันล่ะ
จนกว่าจะหายรู้มั้ย “ คนเจ็บยิ้มอีกแล้วครับท่าน
ถ้าไม่เจ็บตัวคงไม่รู้ว่าคนแก้มป่องก็เป็นห่วงเราเหมือนกัน

“ เลิกยิ้มซะทีได้ไหม “ แว้ดออกไป ตาบ้านี่ยิ้มอยู่ได้
หรือกระทบกระเทือน จนสมองเสื่อมไปแล้ว

“ ก็ดีใจ ยามะจังเป็นห่วงพี่ด้วย “

“ ใคร ใครเป็นห่วงนายไม่ทราบ ที่ทำให้นี่น่ะ
เพราะกลัวพ่อกับแม่หรอกนะ แล้วไม่ต้องเสนอหน้าไปบอกล่ะ
ว่าโดนอะไรมา ถ้าฉันโดนด่าเพราะนายละก็ นายจะเจ็บกว่านี้อีกคอยดู “ อีตานี่กับเราไม่รู้ใครเป็นลูกกันแน่เข้าข้างกันซะ

“ คร้าบ ไม่บอกคร้าบ พี่จะบอกว่าพี่ซุ่มซ่ามเดินชนประตูเอง “

“ ดีมาก งั้นเรียบร้อยแล้วก็กลับบ้านไป ฉันจะไปรับคาเมะ “

“ เดี๋ยว...ยามะจัง ไม่กลับกับพี่เหรอ เสียเลือดไปตั้งเยอะเกิดเป็นอะไรตอนขับรถจะทำไง “

“ แล้วพี่โคคิล่ะ ให้ไปส่งสิ “

“ ไอ้คิมันคงกลับไปแล้ว ตอนเล่นบอลเห็นบอกว่ามีนัด “

“ นี่เป็นเพื่อนภาษาอะไร ไม่ห่วงกันบ้างหรือไง “ คนตาโตบ่นไม่หยุด
ขอโทษว่ะคิ เพื่อความรักของเพื่อน เอ็งเป็นคนไม่ดีวันนึงแล้วกัน
(แกน่ะสิไอ้ยู)
ช่วยทั้งข้าทั้งไอ้จินเลยนะเว้ย (ความคิดอันชั่วร้ายปนดีของยูอิจิ)

“ ก็ได้เดี๋ยวไปบอกคาเมะก่อน “

“ โอ้ย...พี่หน้ามืด “ โหยตุ๊กตาทองแล้วแกยูเอ๋ย

“ นั่งเฉย ๆ สิจะขยับยุกยิกทำไม โทรบอกคาเมะก็ได้มั้ง “
หยิบมือถือออกมากดเบอร์เพื่อนรัก โดยไม่ได้สังเกตคนเจ็บที่นั่งอมยิ้ม

..........................

.................

เสียงโทรศัพท์จากโต๊ะข้าง ๆ ทำให้คนตัวเล็กเอื้อมมือไปรับ
พร้อมหันไปตีมือคนตรงหน้า ที่ตอนนี้หยิบเค้กเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ

“ พี่จิน...ใช้ช้อนสิฮะ “ ดุคนตัวโตเบา ๆ

“ ยามะจัง ยังอยู่ห้องสมุดเหรอ เอ๋.... มีธุระกลับก่อนก็ได้
ไม่ต้องห่วงน้า เดี๋ยวเสร็จแล้วจะรีบกลับ ไม่เย็นมากหรอก อ๊า........ “
ก็คนตัวโตตอนนี้คว้านิ้วคนตัวเล็กจิ้มไปบนหน้าเค้ก
แถมยกขึ้นใส่ปากเฉยเลย

“ ปะ...เปล่า ไม่มีอะไรหรอกยามะจัง ทำเค้กค้างอยู่น่ะ บาย “
ส่วนคนตาโตแก้มป่องยังคงจ้องโทรศัพท์นิ่ง จนยูอิจิต้องทักขึ้นถึงได้รู้สึกตัว

“ ยามะจัง เป็นอะไรครับ “

“ เสียงคาเมะแปลก ๆ “ พึมพำตอบออกมา ยูอิจิคิดไปไกลแล้ว
เพื่อนกันทำไมจะไม่รู้ ไอ้จินมันต้องทำอะไรน้องเมะแน่ ๆ หึ หึ
ไอ้นี่เผลอไม่ได้ (เหมือนแกนั่นแหล่ะ)

“ กลับกันเถอะครับ พี่ปวดแผล ตุบ ตุบ แล้วเนี่ย “

“ ไปสิ รถจอดอยู่ไหนล่ะ “ เดินออกไปตัวปลิว โดยไม่หันมาสนใจ
คนเจ็บด้านหลังสักนิด

“ ยามะจัง จะไม่ประคองพี่หน่อยเหรอครับ “

“ จะต้องประคองทำไม เจ็บหัวนะ ไม่ใช่เจ็บขา จะได้เดินเองไม่ได้ “

“ เสียเลือดไปเยอะ มันทำให้หวิว ๆ ขาสั่นอ่ะ “

“ ไม่ต้องมาสำออย ตามมาเร็ว ๆ เวลาเป็นเงินเป็นทองนะจะบอกให้ “

“ ไม่น่าไปรักคนใจร้ายเลย “ บ่นอุบอิบตามหลังคนแก้มป่องไป

“ จะบ่นอีกนานไหม เดี๋ยวให้กลับคนเดียวเลยนี่ “

“ คร้าบ ไปแล้วคร้าบ “




แอบหอม part 14

……………….

………

……


“ ยามะจัง ขึ้นรถสิครับ “ เห็นคนตาโตยังยืนนิ่งอยู่ข้างรถคันหรู ทำไมล่ะ ?

ก็หน้าบึ้ง ๆ แก้มป่อง ๆ นั่นมันบอกว่ากำลังไม่พอใจอีกแล้ว เฮ้อ...ยูเอ๋ย
ทำอะไรไม่ถูกใจอีกล่ะเนี่ย

“ นายเปลี่ยนรถอีกแล้วเหรอ ? “

“ เหลือคันนี้อยู่คันเดียวแล้วน้า ก็ยามะจังไม่ชอบให้มีรถเยอะ ๆ
ไม่ใช่หรือครับ พี่ส่งคืนพ่อกับแม่ไปหมดแล้ว คันนี้พี่ชอบที่สุดเก็บไว้ใช้
คันเดียวนี่แหล่ะ “ อธิบายเสียยืดยาวกลัวคนตาโตเอาประเด็นนี้มาเป็นอคติ ไม่ชอบหน้ากันเพิ่มขึ้น

“ แล้วขับไหวเหรอ ไหนบอกปวดหัวไง “

“ ค่อย ๆ ไปช้า ๆ ก็ได้นี่ครับ “

“ งั้นเอากุญแจมา ฉันขับเอง ไม่อยากให้นายขับเดี๋ยวถ้าเกิดนาย
เป็นอะไรขึ้นมาฉันจะซวย “ ยูอิจิยิ้มแป้นส่งกุญแจรถให้อย่างเต็มอกเต็มใจ คนตาโตเป็นห่วง (ใช่ไหม ? )

รถคันหรูแล่นเข้ามาจอดในคอนโดแพงแสนแพง อย่างที่ยามะพี
เคยข่อนขอดกับเพื่อน ๆ เวลานั่งรถผ่านว่าเป็นคอนโดของพวกเทวดาอยู่
ก็คนธรรมดาที่ไหนใครจะมีปัญญาต้องรวยติดอันดับอย่างคนที่นั่งข้าง ๆ
นี่แหล่ะ เหลือบมองคนข้างตัวด้วยหางตา จนคนที่หันมาเห็นถึงกับสะดุ้ง อะไรอีกล่ะทีนี้

“ ถึงแล้ว ไปล่ะ “ อ้าวง่าย ๆ เงี้ยะ มีหรือคนอย่างยูอิจิจะยอมปล่อยให้โอกาสหลุดมือ โถ่ก็เวลาอยู่กันสองต่อสองมันเยอะซะที่ไหน
มือไวเท่าความคิดยื่นไปคว้าข้อมือคนที่กำลังจะลงจากรถ

“ เดี๋ยวซิครับ...... ส่งแค่นี้เองเหรอ ไปส่งให้ถึงห้องก็ไม่ได้
ที่พี่เป็นอย่างนี้เพราะยามะจังนะ “ ยกเอาความผิดของคนตาโตมาตอกย้ำ

“ ก็ได้ ก็ได้ นายนี่หัวแตกแค่เนี้ยะ ทำจะเป็นจะตาย “ เปิดประตูรถออกไปอย่างกระแทกกระทั้น แต่คนในรถน่ะยิ้มจนปากฉีกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

ประตูลิฟท์เปิดออกที่ชั้น 25 คนตาโตเดินหน้าหงิกหน้างอตามหลัง
ไปหยุดหน้าห้องคนตัวสูงกำลังก้มค้นหาของในกระเป๋า
แต่ประตูห้องเปิดออกอย่างรวดเร็วจากด้านใน
พร้อมทั้งร่างบอบบางของหญิงสาวโถมเข้าหายูอิจิจนอ้าแขนรับไว้แทบไม่ทัน

“ ฮือ ๆๆ พี่ยู “ เสียงร้องไห้ของคนในอ้อมแขนทำให้ยูอิจิต้องลูบเบา ๆ
ไปบนหลังที่สั่นน้อย ๆ จากแรงสะอื้น

“ โมเอะเป็นอะไรครับ ไหนบอกพี่ยูสิ “ น้ำเสียงอ่อนโยนที่ร่างสูงเอ่ยถาม
คนในอ้อมแขน มีผลทำให้หัวใจคนยืนอยู่ด้านหลังเจ็บแปลบขึ้นมา
อย่างไม่รู้สาเหตุ มีคนรอดูแลอยู่ที่ห้องแล้วจะให้เราขึ้นมาทำไม
หันหลังกลับอยากออกไปจากตรงนี้เร็ว ๆ แต่มือถูกคว้าเอาไว้เสียแน่น
จากคนตัวสูงที่ตอนนี้ยังมีร่างของหญิงสาว อยู่ในอ้อมกอด

“ พี่ยูมีเพื่อนมาด้วยหรือคะ “ ร่างบอบบางของหญิงสาว
ผละออกจากอ้อมแขนพลางหันหน้าที่ยังมีน้ำตาเปื้อนแก้ม
มองตาไม่กระพริบ คนที่ถูกจ้องเขม็งพยายามดึงมือตัวเองออก
เรื่องอะไรมาจับกันไว้แบบนี้เดี๋ยวแฟน ก็เข้าใจผิดหรอก

“ เข้าห้องกันก่อนเถอะ โมโมเอะมีอะไรไหนบอกพี่สิ
ร้องให้ขี้มูกโป่งมาเนี่ย “

“ นี่นายปล่อยฉันนะ จะปรับความเข้าใจหรือปลอบใจกัน ก็เรื่องของนายสิ
ทำไมต้องให้ฉันเข้ามาด้วยเล่า “ กระซิบเบา ๆ พยายามแกะมือ
ออกจากคนตัวสูง

“ เอ๋....พี่ยูไม่ใช่เพื่อนแล้วมังคะเนี่ย “ มองคนตัวสูงที่จับมืออีกคน
ไม่ยอมปล่อยกับอาการกระเง้ากระงอดของคนข้าง ๆ
เหมือนแฟนงอนกันเลย

“ มีแฟนแล้วไม่บอกโมเอะได้ไง “ เดินไปดึงมือคนตาโตที่ยืนงง
กับคำพูดของสาวน้อยตรงหน้า ใบหน้าเปื้อนน้ำตาเมื่อครู่กลับยิ้มแป้น
เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

“ ยามะพี นี่โมโมเอะน้องสาวพี่ “ เอ๋ที่รู้มาเป็นลูกชายคนเดียวไม่ใช่เหรอ สายตาที่มองมาเหมือนจะถามแบบนั้น คนตัวสูงจึงต้องรีบอธิบาย

“ เป็นลูกของน้าน่ะ อยู่กับพี่มาตั้งแต่เด็ก ๆ จนกลายเป็นน้องสาวไปแล้ว “

“ พี่ยูนิสัยไม่ดี จะเก็บพี่พีไว้คนเดียวใช่ไหมล่ะ “

“ ไม่ใช่นะโมเอะ พี่ไม่ได้เป็นอะ......... “ ยังไม่ทันจะพูดจบสาวน้อย
ฉุดมือคนตาโตให้ตามไปนั่งข้าง ๆ กันบนโซฟานุ่มเรียบร้อย

“ พี่พีรู้อะไรไหม พี่ยูน่ะขี้หวงมากเลยของ ๆ พี่ยูทุกอย่าง
ชอบแอบไม่ให้โมเอะเห็น “

“ นี่ก็เราน่ะ จะหยิบจะจับอะไรแต่ละอย่าง ก็ตกแตกเสียหายไปซะหมด
จะมาว่าพี่ได้ยังไง แล้วนี่ตกลงมันเรื่องอะไรถึงได้ร้องไห้งอแงมาหาพี่ “
ยูอิจิรีบเปลี่ยนเรื่องกลัวเจ้าน้องตัวแสบเผาเขาให้ยามะจังฟัง
แค่นี้ก็ไม่ค่อยจะปลื้มเขาอยู่แล้ว

“ แม่น่ะสิ จะส่งโมเอะไปเมืองนอก เค้าไม่อยากไป เรียนที่นี่ก็ได้

“ แล้วคุยกับคุณน้าหรือยัง บอกเหตุผลไปหรือเปล่า ไม่ใช่พอรู้ก็ตุปัดตุป่องออกมาหาพี่ก่อนนะ “ รู้นิสัยคนตรงหน้าดี ชอบร้องไห้มาหาเขาทุกที
แล้วก็เป็นเขาต้องรับหน้าที่ออกหน้าพูดทุกครั้งไป

“ พี่ยูไปคุยกับคุณแม่ให้หน่อยนะ น้าพี่ยูคนดี โมเอะไม่อยากไปเมืองนอก
พี่ยูอยู่ที่นี่ เพื่อน ๆ ก็อยู่ที่นี่ ไปที่โน่นคงเหงาแย่ พี่ยูไม่ห่วงโมเอะเหรอคะ “ เข้าไปกอดแขนพี่ชายอย่างประจบ รู้อยู่ว่าพี่ชายน่ะใจดี แถมใจอ่อน

“ ไม่ต้องมาประจบเจ้าตัวแสบ เดี๋ยวพี่ไปพูดให้ก็ได้ “ ลูบผมนุ่มอย่างอ่อนโยน การกระทำของสองพี่น้องทำให้คนที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ แอบอมยิ้ม
(ตาบ้านี่เวลาอยู่กับน้องก็น่ารักดีเหมือนกัน)

“ ยิ้มทำไมครับยามะจัง ? “

“ ปะ...เปล่า ฉันจะกลับได้หรือยัง นายไม่ได้เป็นอะไรแล้วนี่ “

“ เอ๋....พี่ยูหัวไปโดนอะไรมา โมเอะเพิ่งเห็น “

“ หัวแตกน่ะ เดินไปชนประตูยังปวดอยู่เลย “ ทำหน้านิ่ว
ยกมือแตะไปบนผ้าปิดแผล

“ อย่างนี้นี่เอง มีพี่พีคอยดูแล เฮ้อ...ดีจังน้า พี่ยูน่ะออกมาอยู่คนเดียว
ไม่ค่อยดูแลตัวเองเท่าไหร่ คุณป้าอุตส่าห์ให้แม่บ้านมาทำอาหารให้
ดูเรื่องเสื้อผ้าให้ ยังไล่กลับไปหมดถึงได้ผอมแห้ง จะปลิวลมอยู่แล้วเนี่ย “

“ ยายตัวแสบเป็นน้องพี่ หรือเป็นแม่พี่ บ่นอยู่นั่นแหล่ะ “

“ ก็มันจริงหรือเปล่าล่ะ “

“ พอ จะกลับได้หรือยัง เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไปคุยกับคุณน้าให้ “

“ โห...ไล่น้องเลยนะ จะอยู่สวีทกันสองคนล่ะสิ รู้หรอกน่า “

“ เอ่อ...พี่ก็จะกลับเหมือนกัน “ คนตาโตที่นั่งฟังสองพี่น้องอยู่นาน
หาโอกาสพูดบ้าง

“ กลับได้ไงคะ พี่พีต้องอยู่ดูแลพี่ยูสิคะ “

“ เดี๋ยวก่อน.....พี่ไม่ได้เป็นอะไรกับนายนี่ แล้วแผลก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก
ซะหน่อย คงไม่ต้องคอยดูแล “ ได้พูดสักที นายห้อยนี่ก็เหมือนกัน
ปล่อยให้น้องเข้าใจผิดอยู่ได้ ไม่รู้จักบอกนั่งหน้ามึนอยู่นั่นแหล่ะ

“ อ้าวงอนกันอยู่เหรอคะ พี่ยูไปขัดใจอะไรพี่พีล่ะคะ “

“ พี่เปล่านะ ดูซิโมเอะ พี่เจ็บขนาดนี้ เค้ายังใจร้ายกับพี่เลย “

“ เอ๊ะนาย “ ทุบอักลงไปบนไหล่กว้างเสียทีนึง จนคนตัวสูงคลำป้อย ๆ
มือหนักจริง ถ้าอยู่ด้วยกันมีหวังต้องกินน้ำใบบัวบกแทนข้าวแน่ ๆ

“ ท่าทางพี่ยูจะรักพี่พีมาก ถึงยอมให้ขนาดนี้ “ คำพูดของสาวน้อยทำเอา
คนแก้มป่อง เปลี่ยนเป็นแก้มแดงขึ้นมาทันทีทันใด ส่วนอีกคนยิ้มกว้างขวางรับคำอย่างชอบใจ พูดถูกอย่างนี้ต้องให้รางวัล

“ โมเอะกลับดีกว่า ทนอิจฉาไม่ไหว เดี๋ยวจะไปบอกคุณป้า พี่ยูน่ะเก็บเงียบ
มีแฟนแล้วไม่ยอมบอก เชอะหวงล่ะสิ บายนะคะพี่พี “

“ โมเอะ เดี๋ยวก่อน “ ร้องเรียกเสียงหลง ดูสิปุ๊บปั๊บไปซะแล้ว ยังไม่ทันรู้เรื่อง
หันไปมองคนข้าง ๆ ตาเขียว

“ นายน่ะ ทำไมไม่บอกโมเอะไป นายกับฉันไม่ได้เป็นแฟนกัน เดี๋ยวแม่นายเข้าใจผิดอีกคนก็แย่สิ “

“ ใครบอกไม่ได้เป็น ยามะจังน่ะเป็นแฟนพี่ตั้งแต่เราเจอกันครั้งแรกแล้ว “

“ เฮ้ย...นายมั่ว จะบ้าเรอะ “

“ ไม่ได้มั่ว ยามะจังเป็นแฟนพี่ แล้วเมื่อไหร่พี่จะได้เป็นแฟนยามะจัง
ซะทีล่ะ “ (ซะงั้นยูอิจิ แกหน้าด้านเหนือคำบรรยายจริง ๆ )

“ รับพี่เป็นแฟนนะครับ พี่จะทำตัวดี ๆ ไม่ก่อกวน ไม่งอแง ว่านอนสอนง่าย
จะตามใจยามะจังทุกอย่างเลย “ ถือโอกาสดึงมือคนข้าง ๆ ที่นั่งอ้าปากค้างมาแนบแก้มหน้าตาเฉย แถมทำหน้าละห้อยหวังคะแนนสงสาร

“ คิดจะมาเป็นแฟนฉัน ดีพอแล้วเหรอนายน่ะ “ ดึงมือออกจากมือคนตรงหน้า
หลังจากหายอึ้งจากการขอเป็นแฟนแบบสายฟ้าแลบของอีกฝ่าย

คราวนี้คนที่อึ้งกลับเป็นคนที่โมเมเสนอตัวเองให้เขารับเป็นแฟนเมื่อกี้
โห...ที่เขาบอกมา ว่าคนน่ารักมักใจร้าย เพิ่งประจักษ์แจ้งแก่สายตา
ก็ตอนนี้แหล่ะ

“ นายน่ะคงได้อะไรมาง่าย ๆ ตลอดใช่ไหม คิดว่าฉันจะง่ายด้วยล่ะสิ “

“ ไม่ใช่นะยามะจัง อย่าคิดกับพี่อย่างนั้นสิ “ คว้าคนตาโต
ที่กำลังจะลุกขึ้นจากโซฟาเข้ามากอดอย่างรวดเร็ว “

“ นี่นาย ทำบ้าอะไร ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ “ ทุบตุ้บ ๆ ลงไปบนอก
คนฉวยโอกาสส่วนคนโดนทุบน่ะจุกจะตายอยู่แล้ว ก็มือน่ะหนักมากๆๆๆ
แต่ปล่อยไม่ได้หรอกต้องพูดกันให้รู้เรื่องก่อน

“ ไม่ปล่อย ทุบพี่ให้ตายคามือก็ไม่ปล่อย พี่รักยามะจังมากรู้หรือเปล่า
พี่ไม่ได้คิดว่ายามะจังง่ายเลยนะ พี่รักยามะจังคนเดียว รักตั้งแต่แรกเจอ
ในเนี้ยมีแต่ยามะจังเต็มไปหมด “ คว้ามือบางวางลงบนอกข้างซ้าย
หน้าที่เคยทะเล้น กวนประสาท ตอนนี้กลับดูจริงจัง

“ พี่รู้ พี่ไม่ใช่คนดีเลิศอะไร แค่ยามะจังเห็นพี่อยู่ในสายตาบ้าง
ไม่ต้องถึงขนาดรับพี่เป็นแฟนก็ได้ “ เห็นคนในอ้อมกอดนิ่งสนิทก็ใจแป้ว ทำไมเงียบล่ะโวยวายอะไรบ้างก็ยังดี แบบนี้มันน่ากลัวรู้ไหม

“ นายพูดจบแล้วใช่ไหม จะปล่อยได้หรือยัง “ น้ำเสียงเรียบ ๆ
ที่คนตาโตเอ่ยออกมา ทำให้คนบางคนคลายอ้อมกอดออกอย่างหมดแรง แค่นี้ก็รู้คำตอบแล้ว

ร่างบางลุกขึ้นเดินตรงไปยังประตูก่อนจะหันกลับมามองคนที่นั่งนิ่ง
แข็งเป็นหินอยู่บนโซฟา

“ พรุ่งนี้ไปรับด้วยล่ะ ถ้าไปสายนายตายแน่ “ ปิดประตูตามหลัง
ได้ยินเสียง ตึงตังโครมครามอยู่ในห้องก็อมยิ้ม

ถ้าใครเปิดประตูห้องยูอิจิเข้ามาตอนนี้จะเห็นเจ้าของห้องลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นหลังจากเตะเข้ากับโต๊ะตัวเล็กที่ตั้งอยู่หน้าโซฟา
เพราะรีบร้อนจะตามคนตาโตไปแต่แทนที่จะเจ็บกลับหัวเราะ
แถมนอนกลิ้งไปกลิ้งมา (บ้าไปแล้วครับท่าน)

...............................

................

.........

ในห้องทำงานบนตึกสามชั้นซึ่งภายในจำหน่าย jewelry สุดหรู
ที่พวกไฮโซ ไฮซ้อทั้งหลายต่างเดินเข้าออกกันเหมือนเข้าไปซื้อผัก
ในตลาดสด ชายหนุ่มผู้เป็นนายยืนพิงโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ฟังลูกน้อง
รายงานความคืบหน้าเรื่องร้านสาขาถูกแก๊งวายร้ายเข้าไปลูบคม
ฉกเพชรราคาแพง ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรมากเพราะมีประกันอยู่แล้ว

แต่มันหยามกันนี่สิปล่อยให้ลอยนวลไปง่าย ๆ ก็ไม่ใช่คุณชายใหญ่
แห่งตระกูล คาเมะนาชิน่ะสิ ไอ้พวกสวะมันไม่รู้หรือไงว่าร้านนั้น
ใครเป็นเจ้าของ

“ รู้ตัวหรือยังว่าเป็นใคร “ เสียงทุ้ม ๆ ที่เอ่ยถามลูกน้องเหมือนคุยกันเรื่อง
ทั่วไป ท่าไม่ใช่คนสนิทจริง ๆ จะไม่รู้เลยว่าตอนนี้เจ้านาย
กำลังอยู่ในอารมณ์โกรธ เพราะท่าทาง และสีหน้าเป็นปกติ

“ รู้แล้วครับ มันเป็นแก๊งใหม่หัวหน้ามันกลับมาจากรัสเซียเมื่อไม่นาน
ฝีมือปลอมเพชรเก่งมากครับ พวกมันส่งคนเข้ามาเป็นลูกค้าแอบลอกแบบพอสบโอกาสมันก็ใช้ของปลอมสลับกับของจริงของเรา ถ้าไม่สังเกตุ
และตรวจสอบดี ๆ แบบจะคล้ายกับของเรามากแต่ต่างกันที่เป็นเพชรปลอมเท่านั้น โดนมาหลายร้านแล้วครับ “

“ แล้วมันจะเริ่มอีกเมื่อไหร่ “

“ คงอีกไม่นานครับ “

“ ตามพวกมันอย่าให้คลาดสายตา ถ้าจับมันได้ล่ะก็ ยังไม่ต้องส่งตำรวจ
พามันมาที่นี่ “

“ ครับคุณชายใหญ่ “

.............................


...................


.............



ร่างบางของชายหนุ่มหน้าสวยเดินตรงไปยังร้าน jewelry สุดหรู
หลังจอดรถเรียบร้อย คุณท่านโทรข้ามประเทศมาให้ไปรับแหวนที่สั่งทำไว้ก่อนบินไปทำธุรกิจ โวยวายมาตามสายว่าไม่ได้ใส่อวดพวกภรรยานักธุรกิจ
ที่โน่น เห็นคุยนักคุยหนา ว่าสวยมาก ส่ายหัวไปมาให้กับคอเลคชั่นใหม่
ที่คุณท่านสะสม ตอนนี้ตู้เซฟ ทั้งที่บ้าน กับธนาคารเต็มไปด้วยเครื่องเพชร แต่ละอย่างที่ซื้อมาใส่นับครั้งได้ คนรวยนี่ล่ะน้า ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร


เดินจนจะถึงร้านแล้วนึกได้ว่าใบรับของลืมไว้ในรถ หันกลับไป
แต่ถูกชนเข้าอย่างแรงจากคนเดินสวนทางมาทำให้เสียหลักล้มลง
กำลังจะลุกขึ้นสายตาเหลือบไปเห็นกระเป๋าหนังใบเล็กตกอยู่ข้างตัว

“ เฮ่คุณ.....กระเป๋าตกครับ “ เห็นแต่หลังไว ๆ จะรีบร้อนไปไหนเนี่ย

“ นี่พวกนายจะทำอะไร “ ร่างบางถูกล๊อคไว้ด้วยชายชุดดำหน้าโหดสองคน
โดนลากตรงไปยังรถตู้ที่แล่นมาจอดเทียบ ดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่สามารถ
หลุดออกจากมือแข็งแรงของทั้งคู่ได้

“ จะพาฉันไปไหน “ ถูกผลักเข้าไปในรถอย่างไม่ปราณีปราศรัย
มีผู้ชายอีกคนนั่งอยู่ด้านในหนึ่งในสองคนที่จับเขาขึ้นนั่งขนาบข้าง
ส่วนอีกคนวิ่งไปนั่งข้างคนขับรถแล่นออกจากลานจอดรถอย่างรวดเร็ว

นี่มันอะไรกัน จับตัวเรียกค่าไถ่เหรอ เป็นไปไม่ได้ เราไม่ใช่คนร่ำรวย
มาจากไหน หรือพวกค้ามนุษย์ คิดมาถึงตรงนี้ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที
ไม่นะ...... ผวาลุกขึ้น แต่ถูกกระชากลงไปนั่งบนเบาะอย่างแรง

“ พวกนายเป็นใคร จับฉันมาทำไม “ จ้องเขม็งไปที่หน้าของหนึ่งในสองคนร้าย ขอจำหน้าไว้ก่อน

“ คิดจะมาล้วงคองูจงอางไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ “

“ นายพูดเรื่องอะไร “

“ ยังจะทำเป็นไม่รู้เรื่อง มืออาชีพนะเรา ไม่รอดไปได้หรอกน่า “

“ เรื่องบ้าอะไร ปล่อย “ ชกไปเต็มหน้าของไอ้คนพูดทำให้หน้าหงายไปเลย

เพราะไม่ทันระวังตัว เห็นร่างบาง ๆ ตัวเล็ก ๆ แต่หมัดหนักชะมัด
ยกมือแตะไปบนริมฝีปากที่มีเลือดซิบ ๆ อย่างนี้ต้องให้เจอกับคุณชายใหญ่ ดูซิจะมีฤทธิ์ซักแค่ไหน

“ คุณคุซาโนะ เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ “

“ ไม่เป็นไรหรอก จับไว้ดี ๆ ก็แล้วกัน หมัดหนักเป็นบ้า หึ หึ “

ร่างบางถูกลากถูลู่ถูกังลงจากรถตู้ เข้าไปยังประตูด้านหลังตึกสามชั้น
แต่มีหรือจะยอมให้ลากกันได้ง่าย ๆ ทั้งดิ้นทั้งเตะ ทั้งถีบไปตลอดทาง
ขนาดสองคนที่จับไว้ตัวไม่ใช่เล็ก ยังจับไว้แทบไม่อยู่ คนที่โดนต่อยปากเมื่อกี้เดินไปหยุดหน้าประตูบ้านใหญ่ ยกมือเคาะเบา ๆ

“ คุณชายใหญ่ ได้ตัวมาแล้วครับ “

“ เข้ามาสิ “ เสียงทุ้ม ๆ ที่ตอบกลับมาทำให้ร่างบางหยุดดิ้น
แต่ยังถูกลากผ่านประตูเข้าไปด้านใน โดนผลักไปข้างหน้าอย่างแรง
แทบหัวคะมำ พอตั้งตัวได้ก็มองสำรวจไปทั่วห้องสุดหรู แล้วหยุดสายตานิ่งอยู่ที่เก้าอี้หลังโต๊ะตัวใหญ่

“ พวกนายจับฉันมาทำไม “ ตะโกนถามออกไปอย่างโมโหเห็นช้างตัวเท่าหมู
แล้วตอนนี้

เก้าอี้หลังโต๊ะตัวใหญ่ค่อย ๆ หมุนกลับมา ตาคมของคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้
สบเข้ากับสายตาวาววับของคนหน้าสวยตรงหน้า
จ้องนิ่งจนอีกคนแทบยืนไม่ติด

“ พวกนายออกไปก่อน “

“ ครับคุณชายใหญ่ “






TBC น่ะคะ

href="//www.bloggang.com/data/mamesu/picture/1232115872.jpg" target=_blank>



Create Date : 16 มกราคม 2552
Last Update : 27 มีนาคม 2552 23:38:35 น. 2 comments
Counter : 228 Pageviews.

 
มาลงต่อนะคะ รออยู่จร้า^^


โดย: Yao IP: 114.128.98.99 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:17:50:25 น.  

 
จินหวานกับน้องจังเลย
คู่ยูกับพีโหด ได้เลือดเลย
คู่กี้มาแล้ว


โดย: ilovejinme IP: 61.90.80.164 วันที่: 11 มกราคม 2553 เวลา:19:49:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Mamesu
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ถ้าใกล้กว่านี้ก็กลัวว่าเธอจะถอยไป ห่างใจฉันไปไกลไม่กลับมา
Friends' blogs
[Add Mamesu's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.