ฟิค y นะคะ ใครหลงเข้ามาก็ขออภัยค่า
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
7 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
Short fic Let me take you in my arms [part 1] อคาเมะ และ เพื่อน



เส้นขนานที่ใคร ๆ คิดกันว่าไม่มีทางบรรจบพบเจอ
บางทีเส้นขนานเหล่านั้น อาจใกล้กันจนกลายเป็นเส้นตรงเส้นเดียวกันได้
คนที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน บางทีอาจอยู่บนถนนสายเดียวกัน
ใกล้กันจนคุณคิดไม่ถึง

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน แต่กลับอยู่ห่างกันเพียงถนนสายหนี่งกั้นกลางเอาไว้เท่านั้น ฝากหนึ่งของถนนเส้นนี้เป็นที่ตั้งของคอนโดสุดหรู ราคาแสนแพง ผู้มีอันจะกินเท่านั้น
ที่สามารถมีไว้ในครอบครอง
ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นชุมชนเล็ก ๆ มีบ้านเช่า และอพาร์ทเม้นท์เก่า
เก่าถึงขนาดถ้ามีแผ่นดินไหวแค่ 1 ริกเตอร์
ชุมชนแห่งนี้คงราบเป็นหน้ากลอง แต่ยังถือว่าโชคดี
เพราะอยู่ไกลจากเขตอันตราย จึงอยู่รอดปลอดภัยมาได้จนถึงทุกวันนี้

“ คาซึยะ ตื่นได้แล้วลูก สายแล้วนะเดี๋ยวไปเรียนไม่ทันหรอก “

ผู้หญิงหน้าตาและผิวพรรณบ่งบอกได้ว่าสมัยสาว ๆ คงสวยหาตัวจับยาก กำลังเคาะประตู
ห้องนอนหนึ่งในสองห้องภายในบ้านเช่าหลังเล็ก มีเพียงสองชีวิตอาศัยอยู่
เมื่อก่อนมีกันสามคนพ่อแม่ลูก แต่เนื่องจากหัวหน้าครอบครัวได้ล้มป่วยและเสียชีวิตลงเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

“ คาซึยะ “ เคาะประตูแรง ๆ อีกสองสามที ประตูบานเล็กจึงเปิดออกมาพร้อมกับหน้ายุ่ง และหัวฟู ๆ ของลูกชาย ใช่ลูกชายต้องย้ำคำนี้บ่อย ๆ
ก็คนตรงหน้าเธอมีใบหน้าสวยหวานเกินคำว่าลูกชายน่ะสิ ทำไมน้า
คาซึยะถึงไม่ได้ความหล่อ คมเข้มของคนเป็นพ่อมาบ้าง
แต่กลับได้ความสวยหวานของคุณย่า บวกกับแม่อย่างเธอมาเต็ม ๆ
จนเจ้าลูกชายตัวดีบ่นกระปอดกระแปดบ่อย ๆ จนเธออดขำเสียทุกครั้ง
เสียงบ่นที่ได้ยินเยอะที่สุดคงเป็น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีล่ะมั้ง เสียงบ่นที่มาพร้อมกับกล่องช็อกโกแลตมากมายในกระเป๋านักเรียน



“ แม่ดูสิ คาซึเป็นผู้ชายนะแม่ แต่ทำไมช็อกโกแลตวาเลนไทน์ถึงมีแต่ผู้ชายให้มาเยอะกว่าผู้หญิงเนี่ยอยากได้ของผู้หญิงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มเยอะ ๆ น่ะแม่ โอ้ยอยากจะบ้า “
ชินแล้วล่ะ ได้ยินมาตั้งแต่ลูกชายอยู่แค่ ม.ต้น จนตอนนี้อยู่มหาลัยปี 2 แล้ว

“ แม่อ่ะ เมื่อคืนกลับดึกนี่ ขอนอนอีกหน่อยไม่ได้เหรอ “ เสียงออด ๆ
ที่ส่งมาจากลูกชายหน้าหวานทำให้ผู้เป็นแม่ยิ้มออกมาน้อย ๆ

“ แม่บอกแล้ว อย่าทำงานพิเศษจนดึก ค่าเทอมน่ะแม่พอมี คาซึยะตั้งใจเรียนให้จบดีกว่าไหมแม่ไม่อยากให้ลูกเหนื่อย “

“ ไม่เหนื่อยหรอกฮะ คนที่เหนื่อยน่ะแม่ต่างหาก ตอนนี้คาซึยะโตแล้วนะแม่ คาซึยะจะเลี้ยงแม่เอง “

“ ก่อนที่จะเลี้ยงแม่ สงสัยคาซึยะของแม่ ต้องทำอาหารเลี้ยงตัวเองสักเดือนสองเดือนอีกแล้วล่ะ “
ยกมือขยี้ผมฟู ๆ ของลูกชายให้ฟูยิ่งกว่าเดิม เมื่อเห็นอาการหน้าบู้นั่น

“ แม่จะทิ้งคาซึอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย “ โวยวายกับแม่เมื่อเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางใบย่อมวางอยู่บนโซฟาตัวเล็กกลางห้อง

“ มันเป็นงานนี่ลูก กลับมาคราวหน้าแม่จะอยู่ด้วยหลาย ๆ วันนะ “

“ พูดแบบนี้ทุกที เห็นกลับมาทีไร อยู่ได้ไม่เกินสองวัน “

“ อย่าบ่นเลยนะจ๊ะ มาให้แม่กอดที “ คว้าร่างบอบบางของลูกชายมากอดแนบอก จูบเบา ๆ บนแก้ม

“ อาหารอยู่ในครัวนะลูกแม่ทำไว้ให้แล้ว “

“ โชคดีครับแม่ ดูแลตัวเองด้วยนะฮะ ห้ามหาพ่อใหม่มาให้นะ “ กำชับกำชาด้วยใบหน้าขึงขังจนโดนผู้เป็นแม่ดึงแก้มใสเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว

“ เฮ้อ!!!!! อยู่คนเดียวอีกแล้ว “ บ่นพึมพำออกมาเบา ๆ หลังจากยืนส่งผู้เป็นแม่จนลับตาก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่ออาบน้ำแต่งตัว

รถสปอร์ตคันหรูขับมาด้วยความเร็วจากลานจอดสู่ถนนหน้าคอนโด
ร่างสูงด้านในกำลังหงุดหงิด ตื่นสาย ตื่นสาย
ไม่รู้จะไปทันชั่วโมงแรกหรือเปล่า เมื่อคืนกลับดึกไปหน่อย ไอ้ยู
ไอ้เพื่อนตัวแสบดันมาลากไปคลับเจ้าเรียว กว่าจะถึงคอนโดปาไปเกือบ
ตีสองยังแฮงค์อยู่เลยเนี่ย ส่ายหัวไปมาไล่ความง่วง จนไม่ทันสังเกตุมอเตอร์ไซค์คันเล็กที่เลี้ยวออกมาจากซอยฝั่งตรงข้าม
ขับเฉียดผ่านไปเส้นยาแดงผ่าแปด เป็นผลให้รถคันเล็กเสียหลัก
พุ่งขึ้นไปบนฟุตบาทล้มเค้เก้ไม่เป็นท่า ทั้งคนทั้งรถ

“ เฮ้ย!!! ซวยแล้วไง “ ร่างสูงอุทานเสียงดัง หักพวงมาลัยเข้าข้างทางอย่างรวดเร็วเปิดประตูวิ่งออกไปหาผู้เคราะห์ร้ายหน้าตาตื่น

“ เป็นอะไรมากหรือเปล่า เจ็บตรงไหนบ้าง “ ละล่ำละลักถามออกไป

“ ไม่เจ็บก็บ้าแล้ว ล้มซะขนาดนี้ นี่นาย!!!! จะยืนบื้ออีกนานไหมยกรถออกจากขาให้ที “

คนเจ็บตวาดออกมาเสียงดัง ก็ไอ้บ้าตรงหน้าได้แต่ยืนถาม โดยไม่คิดจะช่วยหรือไงกันส่วนคนโดนตวาดซึ่งกำลังตกใจ ขมาดคิ้วมุ่นขึ้นมาอย่างขัดใจ

“ พูดดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง คนมาช่วยแท้ ๆ “ เสียงเข้มออกมาจากปากคนที่กำลังก้มยกตัวปัญหาออกจากขาของคนที่นอนแอ้งแม้งอยู่ใต้รถ
รู้สึกรถมันคันเล็กแล้วนะ
แต่คนข้างใต้รถนี่ตัวเล็กกว่า คิดพร้อมกับช่วยพยุงร่างบอบบางอย่างแปลกใจ

“ อย่ามาทำปากดี นายไม่ใช่เรอะที่ขับรถห่วยแตก ไม่ดูคนอื่น ถนนเป็นของนายคนเดียวหรือไง “

“ ก็รถนายกับตัวนายมันเล็กจนแทบมองไม่เห็น ช่วยไม่ได้ “ ไอ้คนที่ด่าเขาปาว ๆ อยู่เนี่ย ผู้ชายใช่ไหม ดูจากการแต่งตัวน่ะ เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้น กับยีนต์ขาด ๆ ก็มองไม่เห็นหน้านิ
หมวกกันน็อกบังจนมิด แต่ทำไมผิวที่สัมผัสอยู่นี่ถึงได้นุ่มนิ่มนักล่ะ

“ เฮ้ยมันจะมากไป ตัวเล็กแล้วไง ต่อยนายฟันหลุดได้ก็แล้วกัน
หรือจะลองแล้วแขนนี่จะจับอีกนานไหม “

สะบัดแขนที่ยังอยู่ในอุ้งมือไอ้คนกวนโมโหอย่างแรง ไอ้คนที่จับอยู่ดันปล่อยมือไม่ให้สุ่มให้เสียง
คนบางคนเลยปีกหักลงไปกองกับพื้นอีกรอบ เพราะอะไรล่ะก็ข้อเท้าที่รับน้ำหนักตัวมันเจ็บจนน้ำตาแทบร่วง

“ โอ้ย!!!! เจ็บชะมัด “ บ่นพึมพำออกมาอย่างเจ็บปวด มือเล็ก แตะเบา ๆ บนข้อเท้าตัวเองเป็นเพราะไอ้บ้านี่ ทำเราขาเดี้ยง

“ ไหนดูซิ เจ็บเหรอ “

“ โอ้ย!!! เบา ๆ ไม่เป็นหรือไง เจ็บนะโว้ย “

“ ก็อย่าดิ้นยุกยิกดิ อยู่เฉย ๆ “ ไอ้ตัวเล็กนี่ฤทธิ์มากจริง ๆ

“ ไม่รู้จะหักหรือเปล่า ไปโรงพยาบาลกันดีกว่า “ พยุงร่างที่นั่งจุ้มปุ้กอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้นแต่ไม่มีปฎิกริยาตอบรับให้ความร่วมมือแต่อย่างใด
จากอีกคน

“ เดี๋ยวก่อนได้ไหม มันวิ้ง ๆ อ่ะ เหมือนจะเป็นลม “ เสียงอู้อี้ดังออกมาจากใบหน้าที่มีหมวกกันน็อกปิดมิดชิด ไม่รู้ว่าเสียฟอร์ม
หรือเพิ่งรู้สึกตกใจ เพราะเสียงเบาเหลือเกิน

“ หมวกน่ะถอดออกก่อนได้ไหม จะได้หายใจสะดวก “ ดุออกไปเสียงเข้มอย่างระอา

“ เออ ลืมไปเลย “ ได้ยินเสียงเบา ๆ ดังออกมา ไอ้คนพูดมันค่อย ๆ ถอดหมวกจากหัวช้า ๆ

“ เพราะนาย เป็นเพราะนาย ฉันไปเรียนไม่ทันแน่ ๆ แถมขายังเดี้ยงแบบนี้อีก “

พอถอดหมวกออกแล้วหายใจคล่องขึ้น ไอ้อาการหน้ามืดเมื่อกี้เลยหายไปด้วย เลยมีแรงด่าไอ้ตัวต้นเหตุแห่งความซวยต่อ
แต่คนที่หายใจไม่สะดวก แถมอกข้างซ้ายเต้นตุบ ๆ จนแทบจะทะลุออกมาน่ะ ก็คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นั่นแหละ ไอ้อาการแบบนี้เพิ่งจะเกิดเป็นครั้งแรก เลยทำให้คนตัวสูงอึ้งไปนานจนคนด่าปาว ๆ ต้องหยุดชะงัก
มองสบตาคมเข้มของร่างสูงข้างตัวงง ๆ

“ เฮ้ย!!!! จะทำอะไร ปล่อยลงนะไอ้บ้า บอกให้ปล่อยไงเล่า “ เสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากร่างบางที่ตอนนี้โดนอุ้มแนบอกกว้างตรงไปยังรถสปอร์ตคันหรู

“ เงียบเถอะน่า ไม่ไปหรือไงโรงพยาบาลน่ะ “ เสียงดุ ๆ ดังมาจากร่างสูงก่อนจะเปิดประตูรถ
แล้ววางคนที่กำลังดิ้นดุ๊กดี๊กลงบนเบาะอย่างนุ่มนวล ก่อนปิดประตูเดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม

“ เดี๋ยว!!! นี่นาย......แล้วรถฉันล่ะ “

“ มันไม่หายไปไหนหรอกน่า ไอ้รถกระป๋องนั่นเดี๋ยวโทรไปบอกคนมาเก็บให้ “

“ จะกระป๋อง หรือกระแป๋ง มันก็เป็นรถคันเดียวที่ฉันมี อย่างนายจะไปเข้าใจอะไรถ้ามันหายไปละก็ ฉันจะทำให้ชีวิตนายไม่สงบสุขอีกต่อไปคอยดู “

“ เอาน่า ถ้าหายไปจริง ๆ เดี๋ยวซื้อให้ไหม่ จะเอาสักกี่คันก็ได้ “
คนพูดน่ะพูดเรื่องจริง อยากจะได้รถมอไซค์คันจิ๋วนั่นสักกี่คัน หรืออยากได้รถราคาแพงเท่าไหร่จะซื้อให้ สำหรับคนที่นั่งหน้ามุ่ย ตาวาว ๆ ข้างตัวเขานี่อยากได้อะไรก็จะให้

“ อย่ามาทำอวดรวย ไม่ได้อยากได้ของนาย รถของนายนี่คงแบมือขอเงินพ่อแม่มาซื้อล่ะสิ แต่รถคันนั้นฉันซื้อเอง ทำงานหาเงินมาเอง “

“ ไม่ได้ขอ พ่อซื้อให้เมื่อวันเกิดปีที่แล้ว “ ตอบออกไปอย่างกวน ๆ ชอบจังเวลาเห็นคนข้าง ๆ อึ้ง

“ อึ๊ยยย ไม่อยากพูดด้วยแล้ว “ หันข้างให้ไอ้คนกวนประสาท มองออกไปนอกรถอย่างอารมณ์เสีย หน้าโบกด้วยปูนหรือไง
ด่าเท่าไหร่ไม่สะทกสะท้าน
..................................
.........................
...................

“ ขอบัตรหน่อยสิ “ แบมือไปตรงหน้าร่างบางที่นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่บนม้านั่งหน้าเคาเตอร์ของโรงพยาบาลสุดหรู หลังจากโดนคนกวนประสาทอุ้มลงมาจากรถ
วางบัตรนักศึกษาที่หยิบมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ๊ตลงบนมือสวย ๆ นั่นอย่างกระแทกกระทั้น บอกให้รู้ว่ายังไม่หายโกรธง่าย ๆ

“ รอตรงนี้แป๊ปนะคาซึยะ “

“ ใครให้นายมาเรียกชื่อ “ เสียงตวาดแว้ดดังตามหลังคนที่เดินอมยิ้มตรงไปยังเคาเตอร์เพื่อทำบัตรคนไข้


ไอ้บ้า ไอ้บ้า ไอ้บ้าเอ้ย อับอายขายหน้า หันไปทางไหนมีแต่คนมองมายิ้ม ๆ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ ไอ้บ้านั่นมันอุ้มลงมาจากรถเดินดุ่ม ๆ เข้ามาท่ามกลางสายตามากมาย รถเข็นก็มี
ทำไมไม่ใช้ ผู้ชายเหมือนกันนะโว้ย ถ้าคนรู้จักมาเห็นเข้าจะทำไง
สาวที่เล็งไว้ไม่หนีหมดเรอะ โวยวายเสียงดังก็ไม่ได้ แค่นี้คนยังมองกันเป็นตาเดียว อายเป็นเหมือนกัน ไม่เหมือนไอ้คนหน้าหนาบางคนหรอก

“ ไปนั่งไกล ๆ ได้ไหมเล่า “ เสียงขู่ฟ่อดังมาจากคนหน้าบึ้งข้าง ๆ แต่มีหรือคนบางคนจะฟัง
แถมยังทอดแขนไปบนพนักเก้าอี้ด้านหลังเหมือนโอบกลาย ๆ หน้าตาเฉย

“ คุณจินคะ เชิญด้านในเลยค่ะ คุณหมอรออยู่ “ ประชาสัมพันธ์แสนสวยเดินตรงมาเรียก
พร้อมส่งยิ้มหวานให้ คนอะไรหล่อ รวย เห็นใกล้ ๆ แทบละลาย
เป็นถึงลูกชายหุ้นส่วนใหญ่ของโรงพยาบาล ตระกูลนี้คงหล่อกันทั้งบ้าน
ดูอย่างคุณหมอทาคิซาว่านั่นประไร หล่อขั้นเทพ
แต่ดูเหมือนสาว ๆ ทั้งหลายแห้วรับประทานซะแล้วล่ะมั้ง เพราะคุณหมอมีแฟนสุดรักสุดหวงอย่างคุณซึบาสะ คุณหนูตระกูลดังมารอรับกลับบ้านทุกวัน และคุณจินหัวใจคงไม่ว่าง ถ้าใครได้เห็นภาพอย่างที่เธอเห็นตรงหน้านี่ เจ้าของหัวใจคุณจินคงเป็นหนุ่มน้อยในอ้อมแขนนั่นสินะ
เห็นตั้งแต่อุ้มเข้ามา ทนุถนอมกันออกขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่คนในอ้อมแขนออกฤทธิ์ออกเดชมากมายแค่ไหน
แต่คนอุ้มกลับอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา คงงอนกัน น่ารักจัง

“ ไงเจ้าจิน ร้อยวันพันปีไม่เห็นแวะมาหาอา “ คุณหมอหน้าตาหล่อเหลาเอ่ยแซวหลานชาย
ซึ่งตอนนี้มีหนุ่มหน้าหวานอยู่ในอ้อมแขน ดูเหมือนคนในอ้อมแขนจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่ แค่เห็นท่าทางฮึดฮัดขัดใจ เมื่อถูกวางลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะก็พอจะรู้
แต่หลานชายเขาสิ ไม่เห็นมันจะรู้ร้อนรู้หนาวยังคงยิ้มระรื่น

“ คุณอาช่วยตรวจให้หน่อยสิฮะ ไม่รู้ข้อเท้าหักหรือเปล่า “ เอ่ยบอกผู้เป็นอาพลางบุ้ยใบ้ไปยังข้อเท้าของคนร่างบางที่นั่งหน้ามุ่ยไม่ยอมคลาย

“ เป็นอะไรมาล่ะเรา “ เอ่ยถามหนุ่มน่ารักไปด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

“ นายนี่สิฮะ ขับรถไม่ดูตาม้าตาเรือ เฉี่ยวรถผมล้มอ่ะ “ ฟ้องซะเลย เห็นนายนั่นเรียกคุณอา จะได้มีคนร่วมด้วยช่วยด่าเพิ่มอีกแรง

“ จิน!!!! ขับรถยังไง มันอันตรายรู้ไหม ดีนะนี่ ไม่เป็นอะไรไป ถ้าเจ็บมากกว่านี้จะทำไง “
คุณหมอผู้ใจดีของคาเมะ หันไปใส่ไอ้คนยืนยิ้มแห้งข้าง ๆ เป็นชุด ดีสะใจ

“ โธ่.....อาอ่ะ มันเป็นอุบัติเหตุนี่ ผมไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย “ เอ่ยแก้ตัวอ้อมแอ้มพลางปลายตาคมมองใบหน้าใส ๆ ของคนบางคนที่นั่งยิ้มซะใจอย่างคาดโทษ

“ นั่นแหล่ะ ถ้าระมัดระวังขึ้นอีกนิดคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ ออกไปรอข้างนอกเลย “

“ ทำไมต้องไปรอข้างนอกล่ะครับ อยู่ดูด้วยไม่ได้เหรอ “

“ จะดูทำไม เป็นหมอหรือไง งั้นก็มาตรวจเองแล้วกัน “

“ ไปก็ได้ ไม่เห็นต้องทำเสียงดัง “ บ่นพึมพำเดินออกไปยังประตูห้องตรวจ แต่ยังไม่วายหันมาทำตาดุใส่อีกคนที่นั่งหัวเราะคิกคักให้ได้ยิน

“ เ อาล่ะ ไหนขอหมอดูหน่อยสิ “ พูดกับเจ้าตัวเล็กที่ยังนั่งหัวเราะไม่หยุด

“ ปวดหรือเปล่า “

“ ฮะ...ปวดมากเลย ลงน้ำหนักมากไม่ได้ “

“ ไม่หักหรอก แค่เคล็ดน่ะ แต่คงปวดไปอีกหลายวัน ทางที่ดีอย่าเดินมากนะ
เดี๋ยวหมอพันผ้าแล้วให้ยากินแก้ปวด กับยาทาไปแล้วกัน ถ้าไม่ดีขึ้นก็มาหาหมอใหม่ “

“ ขอบคุณมากฮะคุณหมอ “ ยิ้มจนตาปิดส่งให้คุณหมอแสนใจดี
……………….
…………….
…………

“ อ่ะเสร็จแล้ว จะเดินไปไหนมาไหน ตอนนี้คงลำบาก เดี๋ยวให้เจ้าจินมันไปรับไปส่งทุกวันลงโทษมันฐานขับรถไม่ระวัง “
ส่งทุกวันตายล่ะไม่ได้การ ส่งทุกวันก็อุ้มเราทุกวันน่ะสิ ใครจะไปยอม ว่าแล้วร่างบอบบางเลยลุกพรวดพลาดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขาน่ะเจ็บอยู่หรอก
แต่เทียบกับความอาย เลือกขาเจ็บจนเดี้ยงยังจะดีเสียกว่า

“ เอ่อ...คุณหมอฮะมีประตูด้านหลังไหมฮะ “ พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“ มีสินั่นไง “ ชี้ไปยังประตูด้านหลังโต๊ะตรวจคนไข้ อย่างงง ๆ ยังไม่ทันจะอ้าปากถามอะไรร่างบอบบางก็เผ่นพรวดหายไปหลังประตูอย่างรวดเร็ว

“ นี่!!!!! ยังไม่ได้ยาเลย แล้วไม่เจ็บหรือไง “ ตะโกนตามหลังไปเมื่อตั้งสติได้

………………..
……………
…………

“ เป็นอะไรไปวะ ไอ้ จิน ข้าเห็นเอ็งนั่งยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่มานานสองนาน แล้วนั่นอะไร แกจะจ้องให้มันกลายเป็นเพ็ชรขึ้นมาหรือไง “
นากามารุ ยูอิจิ เพื่อนรักตัวแสบของ อคานิชิ จิน คนที่สาวน้อย
สาวใหญ่ ค่อนประเทศหมายปอง อดรนทนไม่ไหวกับอาการผิดธรรมดา
คว้าของในมือเพื่อนรักมาดูอย่างข้องใจ เห็นมันนั่งจ้องเอา จ้องเอาอยู่เป็นนาน ชวนดูสาว ๆ ที่เดินผ่านไปมาให้น้ำลายสอมันยังไม่สนใจ
เออปกติมันก็ไม่สนอยู่แล้วนี่หว่า

“ ใครน่ะ น่ารักเป็นบ้าเลยว่ะ “ อุทานออกมาแถมทำตาโต ทั้งที่มันคงไม่โตไปกว่าเดิมเท่าไหร่เมื่อเห็นรูปในบัตรที่ฉกมาจากมือไอ้หล่อ

“ ไม่ต้องเลยไอ้ยู แกจะไปหม้อที่ไหน เรื่องของแก แต่คนนี้ไม่ได้ “ กระชากบัตรในมือเพื่อนกลับคืนอย่างรวดเร็ว

“ เห เห ไม่ธรรมดา อ๊ะ อ๊ะ ไม่ธรรมดา “

“ อะไรของแก “ ส่ายหน้าให้กับอาการแปลก ๆ ของคนแปลก ๆ
อย่างยูอิจิ

“ ไอ้จิน แกอย่ามาทำหน้ามึน บอกมาซะดี ๆ “ สายตาเจ้าเล่ห์ของเพื่อนแสบข้างตัวบอกจินได้ดีต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย เรื่องไม่จบ
และไม่มีการถอยไปไหนถ้าไม่ได้คำตอบที่อยากรู้

“ บัตรน่ะของมหาลัยเราไม่ใช่เรอะ “ ตาไวจริง ๆ ยูอิจิ

“ คาซึยะ “ ตอบออกไปเบา ๆ หงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้ว เหตุการณ์เมื่อเช้ายังทำให้โมโหคนตัวเล็กอยู่เลย หนีกันไปหน้าตาเฉย
ยาก็ไม่ได้เอาไปด้วย อุตส่าห์ตามไปถึงมหาลัย
ไม่เห็นแม้แต่เงา กว่าจะถามที่อยู่จากเพื่อนสนิทตาโตมาได้แทบฆ่ากันตาย
นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นคู่กรณีจะชดใช้ค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาล
แถมจะได้เอาไอ้รถกระป๋องไปคืน
เจ้าตาโตเพื่อนของ คาซึยะคงไม่บอกแน่ ที่เขามานั่งจิบเบียร์ใจเย็นอยู่กับเจ้ายูตอนนี้เพราะอยากยืดเวลาให้เต่าน้อยตายใจเสียหน่อย อยู่ใกล้กันแค่ปลายจมูกเท่านั้นเองคิดว่าจะหนีกันพ้นหรือไง หึ หึ หึ

“ ไอ้จิน ข้ากลัวนะโว้ย อย่าทำแบบนี้ “ กระเถิบหนีให้ห่างออกมาจากเพื่อนที่ทำตัวแปลก ๆ ดูมันดิหัวเราะคนเดียวก็ได้

“ ไอ้เรียว มาก็ดีแล้ว กินเหล้าเป็นเพื่อนไอ้ยูมันหน่อย กลับแล้ว “ พูดกับเรียวที่เดินมาสมทบหลังจากเสร็จงาน

“ อ้าวเฮ้ย..... จะไปแล้วหรือไง ทำไมกลับเร็ว “ เรียวร้องถามด้วยความแปลกใจปกติกว่าจะกลับบางทีเกือบสว่าง

“ นั่นดิไอ้จิน ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย คาซึยะอะไรของแก ข้าไม่เข้าใจ “ ยูอิจิตะโกนตามหลังร่างสูงของเพื่อนไปอย่างงงกับพฤติกรรม

“ มีเรื่องอะไรกันวะ ไอ้ยู “ หันไปถามเพื่อนข้างตัว

“ สงสัยไอ้จินมันคงพบใครบางคนเข้าแล้ว “ ทำไมเขาจะไม่รู้ก็อาการแปลก ๆ ที่แสดงออกน่ะ
มันอาการคนตกหลุมรักเห็น ๆ ที่ถามแค่อยากได้ยินจากปากให้แน่ใจเท่านั้น ร้อยวันพันปีไอ้หล่อมันเคยเป็นแบบนี้ที่ไหน

..............................................
...............................
........................

“ โอ๊ย....ทำไมปวดแบบนี้เนี่ย “ ร่างบอบบางนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่บนโซฟากลางห้อง
คงเป็นผลจากการวิ่งหนีไอ้คนบ้านั่นแหล่ะ มันถึงได้ปวดมากกว่าตอนแรก ยาก็ไม่ได้เอามา
แถมยังออกไปซื้อก็ไม่ได้ เรื่องซวย ๆ เนี่ยเป็นเพราะนายนั่นคนเดียว
ชื่ออะไรนะ จินเหรอ
เห็นคุณหมอกับประชาสัมพันธ์เรียกแบบนั้นนี่ กระโดดหยองแหยง
ไปที่ตู้เย็นมุมห้องหยิบน้ำแข็งออกมาสองสามก้อนวางลงบนผ้าขนหนูผืนเล็ก “ ประคบน้ำแข็งเสียหน่อยคงดีขึ้น “
แต่เสียงเคาะประตูหน้าบ้าน ทำให้ต้องชะงักพลางขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ ดึกป่านนี้ใครมาหา

“ ครับ มาแล้วครับ “ ตะโกนบอกออกไป เมื่อยังได้ยินเสียงเคาะประตูไม่หยุดแต่ร่างกายไม่เอื้ออำนวยเอาซะเลย กว่าจะถึงเล่นเอาเหงื่อซึม

“ อ๊ะ.....นาย “
อีกแล้ว โดนกอดอีกแล้ว ร่างเล็กที่ทรุดลงหน้าประตูบ้าน ถูกคว้าไว้แนบอกกว้าง เมื่อความตกใจทำให้เผลอทิ้งน้ำหนักลงบนเท้าที่เจ็บเต็ม ๆ เสียหลักจนเกือบล้ม แต่จินไวกว่าคว้าเอวบางไว้ได้ทัน
เป็นผลให้ตอนนี้ร่างนุ่มของคาซึยะ ถูกกอดแนบอกไว้ไม่ยอมปล่อย

“ ถ้ารู้ว่าจะออกมาต้อนรับกันแบบนี้ มาตั้งนานแล้ว “ พูดเสียงนุ่มข้างหู จมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับผมหอม ๆ ไม่ห่าง

“ อะไรของนาย ปล่อย “ ผลักอกหนาอย่างโมโห ไอ้บ้าเอ้ย

“ หนีให้ได้สิ อยากหนีนัก เต่าน่ะ ยังไงก็ยังต้วมเตี้ยม หึ หึ “

“ ไอ้โรคจิต ไอ้คนนิสัยไม่ดี ปล่อยนะโว้ย จะปล่อยได้หรือยัง ปวดขาจะตายอยู่แล้ว “
โวยวายได้ไม่กี่คำ แต่น้ำเสียงหลัง ๆ นี่บ่งบอกว่าเจ็บจริง จนทำให้คนอยากแกล้งต้องคลายอ้อมกอดออก
แต่กลับตวัดแขนอุ้มร่างบอบบางขึ้นมาแนบอกเดินไปวางลงบนโซฟาแทน

“ อวดเก่ง ขาเดี้ยงยังไม่เจียม “ พูดใส่หน้ามุ่ย ตาขวาง อย่างกวน ๆ ก่อนจะผละไปเก็บของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นหน้าประตู

“ เอ้ายา กินซะ “ ยื่นถุงยาให้ร่างบางก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็น รินน้ำใส่แก้วมาวางตรงหน้าเชอะ ทำเหมือนอยู่บ้านตัวเอง คาซึยะนึกข่อนขอดอยู่ในใจ

“ นายน่ะ แค่เอายามาให้ใช่ไหม ให้แล้วก็กลับ.......”

“ อคานิชิ จิน “

“ อะไร ? “ ถามออกไปงง ๆ อยู่ ๆ ก็พูดขัดขึ้นมา

“ ชื่อไง เรียกจินเฉย ๆ ก็ได้ “

“ บอกทำไม ไม่เห็นอยากรู้ “ ก้มหน้าก้มตาอ่านฉลากยาในมือ อย่างไม่สนใจคนตรงหน้าสักนิด ยาทำไมมันเยอะแยะอย่างนี่เนี่ย แค่ปวดขานะ ไม่ได้เป็นโรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน

“ เห็นเรียกแต่นาย นายอยู่นั่น “ บอกออกมาเสียงขุ่นอย่างไม่พอใจ
อะไรมีแต่คนอย่างรู้จักเราทั้งนั้น แต่คนตรงหน้านี่ทำเอาความมั่นใจตัวเองลดลงกว่าครึ่ง

“ คนที่ทำให้คนอื่นเจ็บตัวเพราะความประมาท ทำให้เค้าไปเรียนไม่ได้ ไปทำงานก็ไม่ได้จะอยากรู้จักไปทำไม “ เอ่ยบอกด้วยเสียงขุ่นไม่แพ้กัน

“ ขอโทษ.....พอใจหรือยัง ไม่ได้ตั้งใจทำให้เจ็บตัวสักหน่อย “

“ ไม่เต็มใจพูด ไม่ต้องพูดก็ได้คำขอโทษน่ะ ไอ้คำขอโทษห้วน ๆ นี่
น่าฟังจังนะ “ สวนกลับไปอย่างเร็วเหมือนกันแหล่ะ

จินถึงกับถอนหายใจเบา ๆ ช่างประชดประชันจริง ๆ คนอะไร นี่เห็นว่าน่ารักหรอกนะเลยยอมให้นิดนึง

“ รถล่ะ นายเอามาส่งหรือยัง “ ถามออกไปเมื่อนึกขึ้นได้

“ ยัง เอาไปซ่อม หลุดไปตั้งหลายชิ้น รถเก่าก็เงี้ย “

“ เมื่อไหร่เสร็จ แล้วจะไปเรียนยังไง กระเผลกไปถึงสถานีรถไฟไม่ไหวหรอกนะ “

“ ไม่ปล่อยให้ไปเองหรอกน่า แต่เมื่อเช้ายังทำได้ “

“ อยู่คนเดียวหรือไง มาตั้งนานแล้วไม่เห็นใครเลย “ รีบเปลี่ยนเรื่องก่อนเมื่อเห็นสายตาคนตัวเล็กตอนโกรธน่ะน่ารักดีหรอก แต่เก็บไว้แกล้งนาน ๆ ท่าจะดีกว่า

“ เห็นอยู่ยังจะถาม ตกลงนายจะกลับได้หรือยัง จะนอนแล้ว “ เอ่ยปากไล่อย่างไม่มีการเกรงใจแขกไม่ได้รับเชิญ

“ อยู่คนเดียวจริงเหรอ “ ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ เมื่อเห็นรูปที่วางอยู่บนตู้ และอีกหลาย ๆ ที่ภายในห้องรับแขก

“ แล้วนั่นใคร “ ชี้นิ้วไปยังรูปบนหลังตู้เย็น

“ พ่อกับแม่ จะถามทำไม เรื่องของนายหรือไง “ เห็นคนตรงหน้าทำหน้าทำตาประมาณคำตอบไม่เป็นที่น่าพอใจ เลยทำเสียงจิ๊จ๊ะออกไปอย่างรำคาญ

“ ตอนนี้อยู่คนเดียว แม่ไปทำงานนอกเมือง กลับไปได้แล้ว จะนอน “

“ แล้วพ่อล่ะ “ ถามเหมือนทำงานสำรวจสำมะโนประชากร

“ อยู่บนนู้น ไปหาไหมล่ะ จะได้สงเคราะห์ให้ “
คำตอบและใบหน้าที่เงยขึ้นไปด้านบน ทำเอาคนอยากรู้อยากเห็นเงียบลงได้ทันทีทันใด
แต่กลับเปลี่ยนเป็นเดินสำรวจตรวจตรา ไปทางนั้นที ทางนี้ที เรียกอารมณ์โมโหให้อีกคนได้อย่างมาก

“ นี่!!!! บอกว่าง่วงแล้ว กลับบ้านนายไปเลย ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง “ ตะโกนปาว ๆ ตามหลังคนที่เดินหายเข้าไปในครัวเล็ก ๆ ด้านใน

“ บ้านคาซึยะน่าอยู่ดีนี่ ขออยู่ด้วยได้ไหม “ คนพูดโผล่แต่หน้าออกมาจากครัว พร้อมด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ทำเอาคนได้ฟังอ้าปากค้างไปเลย

แม่จ๋าช่วยคาซึยะด้วยยยยยยยยย

TBC นะจ๊ะ

ฟิคป่วย ๆ ของเราเรื่องนี้ จะมาต่อให้เร็ว ๆ นะ

แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ แฮะ แฮะ



Create Date : 07 มิถุนายน 2552
Last Update : 9 กรกฎาคม 2552 15:48:29 น. 4 comments
Counter : 289 Pageviews.

 
น่ารักมากกกกกกกกกกก

ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ว่างๆมาอัพเพิ่มเร็วน่ะ

จาค่อยค่ะ

เป็นกำลังใจให้

สู้ๆๆๆๆๆๆ


โดย: ฟ้าใส IP: 58.147.58.91 วันที่: 9 มิถุนายน 2552 เวลา:17:15:07 น.  

 
สนุกจังเลย sf น่ารักทุกตอนด้วย บอกว่าจะมาอัพไวแปลว่าพรุ่งนี้มาแระใช่ป่ะ...อยากให้รวมเล่มจังงง


โดย: เจ IP: 202.149.25.236 วันที่: 10 มิถุนายน 2552 เวลา:21:36:01 น.  

 
น่ารักมากเลย จินคอยดูแลน้อง
ขออยู่ด้วยคน น่ารักไม่ไหวแล้ว
ชอบเรื่องนี้นะสนุกและน่ารัก
แต่งแนวชอบค่ะ


โดย: ilovejinme IP: 58.11.40.117 วันที่: 10 มกราคม 2553 เวลา:21:06:42 น.  

 
หลุดเข้ามาอ่าน โอ๊ะ...ฟิคสนุกมากกกกกก จินเมะน่ารักทั้งคูู่เลย เมะดูกวนๆดี ินก็กวนพอกัน สดใสๆๆ น่ารักมากๆๆเลยค่ะ ภาษาก็ดีด้วย เป็นธรรมชาติ ^^


โดย: MaEwA IP: 122.154.33.87 วันที่: 23 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:36:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
Mamesu
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ถ้าใกล้กว่านี้ก็กลัวว่าเธอจะถอยไป ห่างใจฉันไปไกลไม่กลับมา
Friends' blogs
[Add Mamesu's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.