(*^_^*).......ความเข้มแข็งของคนเรา ไม่ได้วัดกันที่พละกำลัง แต่ วัดกันที่จิตใจ ต่างหากล่ะ ........(^_^)V
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
10 กันยายน 2550

คนเข้าทำงานเพราะ " ชื่อเสียงบริษัท " แต่จากไป เพราะ " หัวหน้า " จริงหรือ .......


หลาย ๆ ท่านคงคงเคยได้ยินสำนวน ฝรั่งที่ว่า " People Organization But Leave their boss.” ที่มาของสำนวนนี้เกิดจากหลาย ๆ องค์กรที่พยายามสรรหาบุคคลากรเก่งๆ เข้ามาสู่องค์กร แต่ไม่สามารรักษาคนเหล่านั้นไว้ได้

ส่วนใหญ่เรามักเข้าใจว่าการดึงดูดและรักษาคนให้อยู่ทำงานกับองค์กรนั้นขึ้นอยู่กับเงินหรือค่าตอบแทนที่น่าพึงพอใจ แต่หากถามว่าเงินคือตัวแปรสำคัญอย่างเดียวหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ เพราะการจากไปของพนักงานมาจากหลายสาเหตุ


จากการพูดคุยกับผู้จัดการหรือหัวหน้างานในหลากหลายองค์กร พบว่าไม่ได้มีการเตรียมความพร้อม ให้กับผู้ที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้างานเท่าที่ควรนัก ส่วนใหญ่มักเลื่อนจากตำแหน่งพนักงานให้มาเป็นหัวหน้าโดยอาศัยเกณฑ์ Technical Skill มากกว่า People Skill หรือมักเลื่อนตำแหน่งจากชิ้นงานมากกว่าการบริหารจัดการคน ความเชื่อเหล่านี้ไม่ถูกต้องจริง เพราะหัวหน้าที่ดีต้องมี People Skill ประกอบด้วย

แต่องค์กรมักมองข้ามข้อนี้ไป มีไปไม่กี่องค์กรเท่านั้นที่มีการพัฒนาเรื่อง People Skill ให้กับคนที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้า บางองค์กรเลวร้ายกว่านั้นคือไม่มีการพัฒนา People Skill ให้กับคนที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าเลย จนทำให้เกิดปัญหาเรื้อรังและส่งผลให้คนดี คนเก่งในองค์กรต้องหลีกหนีหัวหน้างานเหล่านั้นไปเอง


ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่หัวหน้าควรหยุดทำสัก 5 อย่างมาให้ดูกันนะ


1. รับปากแล้วไม่ทำ
หรือรับปากในสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ด้วยอำนาจหรือหน้าที่ของตนคนเดียว เช่นรับปากจะขั้นเงินเดือนให้ หรือจะให้โบนัสต้นปี หรือปรับเลื่อนตำแหน่งให้เพื่อรั้งให้ลูกน้องทำงานให้ต่อไป เป็นต้น เพราะจะทำให้ลูกน้องเสียความรู้สึก เสื่อมศัทธานับถือในเรื่องที่รับปากแล้วทำไม่ได้ อาจทำให้ลูกน้องหมดกำลังในการทำงาน


2. รับชอบแต่ไม่รับผิด ไม่กางปีกปกป้องลูกน้อง ดร. เสรี วงษ์มณฑา เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การเป็นหัวหน้าที่ดีคือการรู้จักใช้มือ ใช้หัว และใช้หน้า หมายถึงการเป็นหัวหน้าต้องรู้จักที่จะใช้มือในการลงมือทำให้ลูกน้องได้เห็น ใช้หัวเพื่อสร้างสรรค์ความคิดใหม่ ไม่ใช่คอยจับผิดลูกน้อง และที่สำคัญใช้หน้าเพื่อใช้เอาไว้ยืดหน้ารับความผิดแทนลูกน้อง อย่างคำโบราณว่า “รับหน้า” ไม่ใช่ทุกอย่างโบ้ยว่า ไม่รู้ มอบหมายให้ลูกน้องทำแล้ว ลูกน้องเป็นคนทำ แล้วจะเรียกว่าหัวหน้าได้อย่างไร


3. ตัดสินโดยไม่ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น หรือไม่อธิบายเหตุผลใด ๆ

เป็นการตัดสินใจโดยยึดความคิดของตนเองเป็นหลัก อย่าบังคับลูกน้องทำในสิ่งที่เขาลำบากใจ ควรฟังเหตุผลส่วนตัวของลูกน้องบางหรือเมื่อตัดสินใจออกมาเบื้องต้นแล้วบอกว่ามันเป็น “นโยบาย” ซึ่งการอธิบายแค่นี้ไม่สามารถให้ลูกน้องเข้าใจได้กลับยิ่งจะทำให้เข่ารู้สึกไม่ดีต่อองค์กรมากขึ้นไปอีก


4. พูดจาไม่ให้เกียรติลูกน้อง หัวหน้างานจำนวนหนึ่งมักมีความคิดว่าตัวเองมีความสนิทสนมกับลูกน้องเป็นอย่างดี จึงไม่จำเป็นต้องระวังคำพูดมากนัก ยิ่งลูกน้องที่ทำงานด้วยกันมานานยิ่งสนิทคิดไปเองว่าลูกน้องคงรู้จักนิสัยของตนดีอยู่แล้ว ทำให้หัวหน้าหลาย ๆคนไม่ระวังคำพูดและปฏิบัติกับลูกน้องไม่ค่อยให้เกียรติกับลูกน้องอยู่บ่อย ๆ


5. ตำหนิลูกน้องต่อหน้าธารกำนัล หัวหน้าจำนวนมากไม่ไว้หน้าลูกน้อง ถ้าทำพลาดก็ซัดกันตรงนั้นเลย พูดเสียงดังในสิ่งที่เป็นปมด้อยและความผิดพลาดของลูกน้องต่อหน้าพนักงานแผนกอื่น ทำให้ลูกน้องรู้สึกอายและไม่อยากทำให้งาน ที่สำคัญไม่เคยชม นัยว่ากลัวเหลิงอะไรทำนองนั้น


อย่างหนึ่งสำคัญคือความเสมอภาคเท่าเทียม ความยุติธรรมและความเป็นกลาง การให้สิทธิพิเศษกับลูกน้องคนใดคนหนี่งจนทำให้เห็นความแตกต่าง คือ ลูกน้องบางคนทำดีและทำหน้าที่ของตัวเองไม่มีข้อบกพร่อง แต่อีกคนทำผิดระเบียบบ่อยครั้ง แต่ได้รับผลงานและผลตอบแทนเท่ากันหรือดีกว่า
ทำให้ลูกน้องอีกคนที่ทำดีอยู่แล้วไม่มีกำลังใจในการทำงานและเสียความรู้สึกได้ คุณควรจะเป็นหัวหน้าที่มีความยุติธรรมมากกว่านี้ไม่ควรเอาความรู้สึกส่วนตัวตัดสินมากเกินไป


นี่คือพฤติกรรม 5 อย่างที่หัวหน้าหลาย ๆ คน สั่งสมไว้ ถ้าคุณเป็นหัวหน้าลองย้อนมองดูตัวเองด้วยใจเป็นกลาง แล้วประเมินว่า “ มีสักกี่ข้อแล้ว ”?? และหวังว่าคุณจะรู้ตัวเองนะครับ


ที่มา : ขอบคุณ forward email นะจ๊ะ .........






Create Date : 10 กันยายน 2550
Last Update : 10 กันยายน 2550 15:46:43 น. 5 comments
Counter : 468 Pageviews.  

 
ชอบเรื่องของพี่คะ


โดย: เอ (เออีไอโอยู ) วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:15:06:32 น.  

 
อันนี้คอนเฟิร์มว่าเป็นเรื่องจริงที่เจอกับตัวเลยอ่ะ และกำลังจะเปลี่ยนงานด้วย ก้อลุ้นอยู่ว่าหัวหน้าที่ใหม่จะเป็นยังไง


โดย: bowysv วันที่: 18 กันยายน 2550 เวลา:12:59:55 น.  

 
เป็นลูกน้องน่ะมันง่ายใคร ๆ ก็เป็นได้ แต่เป็นหัวหน้าที่ดีมีแต่คนรักน่ะเป็นยาก อยากให้นึกถึงใจเขาใจเรา เคยอ่านมาว่าเราควรให้อภัยต่อเพื่อนร่วมงาน เพราะบางทีเค้าก็กำลังต่อสู้กับความทุกข์เรื่องอื่น เหมือน ๆ กับเรา ยิ้มได้เมื่อภัยมา ยากที่สุด แต่ก็ต้องยิ้มไว้นะ


โดย: jeabyeah007 วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:13:14:11 น.  

 
เพิ่งโดนกับตัวเองเมื่อกี้นี้เลย เบื่อเจ้านาย


โดย: SIMAKHA วันที่: 29 กันยายน 2550 เวลา:11:14:24 น.  

 
ก้อน่าเห็นจัยทั้ง 2 ฝ่ายน่ะถ้าเป็นเรื่องจริงที่คิดแล้วไม่เข้าข้างตัวเอง เพราะคนหมู่มากต้องคิดถึงความถูกต้องและความเหมาะสมด้วยไม่ใช่ว่าไม่ถูกใจแล้วไปหาว่าหัวหน้าไม่ดีหรือลูกน้องไม่ดี ต้องมีการถามไถ่เหตุผลกันด้วย ต้องพูดกันอย่างเปิดใจ และจริงใจ และอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้งคือการฟังความข้างเดียว...(เพราะเท่าที่เคยเจอถ้าตัวเองได้เปรียบจะเฉย แต่ถ้าเมื่อไหร่ตัวเองเสียเปรียบจะโวยวาย แต่ไม่คิดว่าทุกอย่างจะตรงแป๊ะไม่ได้ เค้าบ้าง เราบ้าง ก้อน่าจะหยวนๆๆ .....เฮ้อ)


โดย: คิดดี IP: 203.144.188.7 วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:13:20:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

มาเฟียหัวใจง้องแง้ง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...(T_T)...คอยปลอบตัวเองว่ามีสักวัน ที่เจอคนที่เขาจริงใจ
ยังคอยบอกตัวเอง ว่าต้องมีสักวัน แต่ว่ามันก็ไม่รู้เมื่อไหร่ (^_^)/~~~~
[Add มาเฟียหัวใจง้องแง้ง's blog to your web]