Group Blog
 
 
สิงหาคม 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
16 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 

ฮ่องกง-มาเก๊าวันที่ 1



ฮ่องกง-มาเก๊าวันที่ 1
ฮ่องกง-มาเก๊าวันที่ 2
ฮ่องกง-มาเก๊าวันที่ 3
ฮ่องกง-มาเก๊าวันที่ 4
ฮ่องกง-มาเก๊าวันที่ 5


ฮ่องกง-มาเก๊าวันที่ 1
หลังจากที่วางแผนการเดินทางไปฮ่องกงมานานล่วงหน้าสามเดือน ก็ถึงเวลาเดินทางเสียทีวันที่ 24 มิถุนายน 2551 ด้วยสายการบินแอร์เอเชียรอบเจ็ดโมงเช้า เวลาสี่โมงครึ่งเวลาท้องถิ่นก็เดินทางถึงมาเก๊าโดยสวัสดิภาพ ที่ท่าอากาศยานมาเก๊าพิธีการตรวจคนเข้าเมืองไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอะไรเลย เพียงแต่ต้องต่อแถวค่อนข้างยาว ถึงแม้จะเจ้าหน้าที่ ตม.จะเปิดหลายแถวพอสมควร ก็ตาม พอผ่าน ตม.ออกมาและรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็เร่งรีบเดินทางไปที่ท่าเรือ ด้วยแท็กซี่เนื่องจากต้องการเดินทางไปฮ่องกงด่วน โดนมิเตอร์ไปเกือบห้าสิบเหรียญ สงสัยโดนโกงมิเตอร์แน่เลยเพราะระยะทางไม่น่าจะแพงขนาดนั้น แต่ช่างเหอะรีบไปฮ่องกงโดยด่วน


เมื่อมาถึงท่าเรือเฟอร์รี่แล้ว ก็จัดการซื้อตั๋วเรือ 141 เหรียญฮ่องกง ได้รอบห้าโมงครึ่ง แค่ชั่วโมงเดียวหลังจากลงเครื่องก็ลงเรือเดินทางต่อไปฮ่องกง ระหว่างนั่งเรือก็ผ่านทะเลน้ำสีขุ่นแถวๆมาเก๊าผ่านเกาะน้อยใหญ่เข้าใกล้ฮ่องกงเรือยๆ ยิ่งเข้าใกล้ฮ่องกงน้ำก็ใสขึ้นเรื่อยๆ วันนี้อากาศไม่สดใสเท่าไหร่

พอถึงฮ่องกงก็ต้องผ่าน ตม.ที่นี้ตามปกติ ปรากฏว่าแถวข้างๆ หนุ่มคนหนึ่งน่าจะมาจากอินโดนีเซียโดนสอบสวนใหญ่ แถมยังโดนเรียกเข้าไปสอบอีก ส่วนสาวจีนแผ่นดินใหญ่ด้านหน้าก็โดนแบบเดียวกันทำให้ชักหวั่นๆ แต่พอเอาเข้าจริงๆถึงเวลาเราไม่ยักกะถามซักคำเรียกว่าผ่านฉลุยเลย พอออกมาก็มองหารถไฟใต้ดินก้ไม่ยักกะเจอ เดินวนหาอยู่นานก็เจอป้ายทางไปรถไฟฟ้าใต้ดินก็ตามป้ายบอกไปเรื่อยๆ เดินตามป้ายนานมากๆเป็นกิโลเลยก็ว่าได้ ถึงได้เจอรถไฟใต้ดินสถานีเซ็นทรัล นี้เป็นข้อเสียของการทำการบ้านมาไม่ดี เพราะตอนแรกเข้าใจผิดว่าตรงท่าเรือจะมีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ทำให้ต้องเดินไปเซ็นทรัลซึ่งไกลพอสมควร พอถึงสถานีรถไฟใต้ดินแล้ว กลับหาออฟฟิศของรถไฟไม่เจอ เอาอีกแล้วนึกว่าจะเหมือนบ้านเราที่มีเจ้าหน้าที่หน้าทางเข้ารถไฟฟ้า แต่ที่นี้กลับเอาไปซ่อนไว้ไหนไม่รู้ กว่าจะหาเจอเล่นเอาเหงื่อตกพอสมควร แต่ในที่สุดเจอจนได้พร้อมกับซื้อบัตร Octopus ซึ่งใช้สำหรับจ่ายค่ารถทุกชนิดของระบบขนส่งมวลชนต่างๆในฮ่องกง หรือจะใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อต่างๆก็ได้ ไม่จำเป็นต้องพกเงินก็สะดวกดีเหมือนกัน เอาล่ะหลังจากได้บัตรพร้อมกับเติมเงินในบัตรเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางไปที่พักย่าน Mong Kok ตึกซินเซียที่นักเดินทางราคาประหยัดรู้จักกันดี เมื่อมาถึงก็ขึ้นไปที่ชั้น 7 Dragon Hostel ที่จองมากับ hostelworld.com มาก่อนเวลาเช็คอินราวๆ สิบนาที ปกติในฮ่องกงจะยอมให้เช็คอินบ่ายสองโมงเป็นต้นไป หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยได้ห้องพักเรียบร้อย ซึ่งเป็นห้องเล็กๆ เล็กมากๆแต่ก็ไม่ได้ใส่อะไรเพราะเอาแค่นอน ความสะอาดดี หลังจากได้วางสัมภาระเข้าที่เข้าทางแล้วก็พร้อมที่จะไปตะลุยฮ่องกง




จุดหมายแรกที่ต้องการคือ The peak ซึ่งเป็นจุดชมวิวยอดฮิต ที่สุด แต่ก่อนที่จะขึ้นไปนี้สิ เล่นเอาเหนื่อยอีกแล้วกับการหาป้ายรถเมล์สายสิบห้า เดินหาอยู่นานทำให้ได้เดินชมตึกสวยๆของฮ่องกงแถวๆ Bank of China สุดท้ายก็เจอจนได้ รถเมล์ที่นี้มักจะเป็นแบบสองชั้น กับอีกแบบหนึ่งคล้ายรถตู้คันใหญ่ๆซึ่งไม่เคยนั่ง รถเมล์สองชั้นพาผู้เขียนซอกแซกไปตามตึกสูงเฉียดฟ้า ลัดเลาะไปตามภูเขาคดเคี้ยว ดูท่าอันตรายกว่าจะตกลงไป ตึกสูงเฉียดฟ้าเหล่านี้ต่างก็ตั้งขึ้นไปตามภูเขาเป็นชั้นๆขึ้นไป แถมบางแห่งยังตั้งอยู่ริมเหว มองๆไปกลัวตึกล้มขึ้นมานี้น่ากลัวทีเดียว รถเมล์สายนี้ใช้เวลานานเพราะต้องซอกแซกไปตามบ้านคน ซึ่งต้องรวยมากๆทีเดียวถึงจะมีบ้านหรือคอนโดแถวนี้ได้ แต่สุดท้ายรถเมล์ก็พาไปส่งถึง The peak จนได้







แต่ก่อนที่จะขึ้นเดอะพีคนั้นก็ได้ฝากท้องกับแม็คโดนัลก่อนเนื่องจากยังไม่ได้กินอะไรเลยหิวก็หิว และแล้วก็ขึ้นไปชมวิวที่จุดชมวิว ซึ่งต้องจ่าย 20 ดอลล่าร์ฮ่องกง ขึ้นไป จุดนี้เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นฮ่องกงได้ทั่วในบริเวณย่านธุรกิจที่มีตึกสวยๆรวมกันอยู่รวมถึงฝั่งเกาลูนด้วย ตอนที่ขึ้นไปนั้นเป็นตอนหัวค่ำอากาศยังไม่มืด ก็เลยเดินเล่นรอ เดินไปเดินมาลงบันไดเลื่อนมาหารู้ไม่นั้นมันทางออกไม่สามารถขึ้นบันไดไปได้อีก ซวยสุดๆอุตส่าห์ว่าจะรอดูวิวตอนเปิดไฟ เลยเดินเล่นแถวๆนั้นดูของที่ระลึก ซวยซ้ำสองไปทำแม็กเน็ตของที่ระลึกตกแตกอีก คนขายเลยให้จ่ายค่าเสียหาย 20 HKD จากราคาป้าย 25 HKD เดินไปเดินมาเริ่มค่ำมืดวิวกำลังดี เดินไปเข้าห้องน้ำตรงพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง เลยพบจุดชมวิวแห่งใหม่ที่เห็นวิวได้สวยเช่นกัน ไม่ต้องจ่ายเงินขึ้นไปด้านบนเลยปักหลักอยู่ตรงนี้ถ่ายรูปวิวสวยๆยามค่ำคืน จนจุใจ แล้วก็กลับมาลงรถเมล์สาย 15 เช่นเคย





เมื่อรถเมล์พาลงมาจากยอดเขาแล้วก็ผ่านมายังเซ็นทรัลเลยลงตรงนั้นเลย เพื่อเดินต่อไปยังถ้าเรือข้ามฟากโดยหารู้ไม่ว่ารถเมล์น่ะไปส่งถึงท่าเรือเลย เดินเหนือยฟรีอีกแล้วแต่ก็ได้แวะเข้าห้องน้ำแถวๆนั้น เมื่อเดินถึงท่าเรือก็ใช้บัตร Octopus แปะผ่านฉลุยไปลงเรือข้ามฝากที่ลำใหญ่กว่าเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ชอบอยู่อย่างหนึ่งคือพนักพิงของเรือสามารถปรับจากด้านหลังเป็นด้านหน้าได้ตามต้องการ เมื่อล่องเรือข้ามฝากไปก็สามารถมองชมวิวได้โดยเฉพาะทางด้านเกาะฮ่องกงที่มีตึกต่างๆเปิดไฟแสงสีอย่างสวยงาม

เมื่อเรือมาจอดอยู่ท่าเรือ จิมซาโจ่ย เป็นฝั่งที่ให้นั่งชมวิวมองเห็นฝั่งเกาะฮ่องกงได้ชัดเจนแถมยังทำทางเดินเลียบฝั่งไปยาวไกลชื่อว่าดาราแห่งดาราที่นำเอาดาราดังๆของฮ่องกงมาประทับฝ่ามือไว้ ใครชื่นชอบดาราฮ่องกงคนไหนก็สามารถมาตามหารอยฝ่ามือของดาราคนโปรดของตนเองได้ ซักพักหนึ่งในเริ่มโปรดปรายลงมา ก็ได้เวลากลับที่พักแล้ว เหนื่อนเต็มที่ ดังนั้นก็เลยลงรถไฟใต้ดินกลับหม่องก็อกซึ่งเป็นที่พัก พร้อมกับซื้อลูกชิ้นหน้าตึกนั้นเอง ซึ่งรสชาติก็ไม่ได้ถูกปากเท่าไหร่นักแต่ก็แก้หิวได้เปราะหนึ่งและนอนเอาแรงไว้ตะลุยเดี่ยวฮ่องกงต่อไปในวันพรุ่งนี้








 

Create Date : 16 สิงหาคม 2551
1 comments
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2554 4:57:06 น.
Counter : 897 Pageviews.

 

 

โดย: ปูเป็น 24 สิงหาคม 2552 19:09:57 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Louisson
Location :
Uppsala Sweden

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ชีวิตคือการเดินทาง จุดหมายปลายทางคือพระนิพพาน"
   

VISITOR COUNTER

Friends' blogs
[Add Louisson's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.