Group Blog
 
 
มิถุนายน 2550
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
29 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 

ตะลอนไปในเยอรมันตอนที่ 1 Hamburg



ตะลอนไปในเยอรมันตอนที่ 1 hamburg





วันที่ 1
เผอิญช่วงปิดเทอมของที่นี้เลยไม่ต้องทำงานและไม่ต้องเรียน เลยมีวันหยุดหลายวันพอสมควร แต่สตางค์มีจำนานจำกัด เลยมองหาที่เที่ยวที่พอจะเดินทางไปเที่ยวได้ภายใน 3-4 วัน ขีดเส้นรัศมีของการเดินทางทางบกแล้วและเรือแล้ว มองไปทางเหนือ ใต้ ออก ตก ก็ไม่หมดแล้ว ไม่อยากเดินทางซ้ำประเทศถ้าเป็นไปได้ ตอนแรกมองไว้ที่ประเทศเอสโทเนีย แต่ว่าเวลากระชั้นชิด ต้องขอวีซ่า แถมยังต้องจ่ายเงินค่าวีซ่าอีก เลยเลือกไปประเทศเยอรมัน ดูเมืองหลักๆทางเหนือก็มีฮามบวร์ก ที่น่าสนใจหน่อย ถ้าจะไปแบร์ลินก็ไกลจากรัศมีของการเดินทางมากเกินไป เพราะไม่ได้เดินทางทางอากาศ ถึงช่วงเวลานั้นฟ้าฝนไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการท่องโลก ซึ่งพอไปถึงที่ฮาร์มบวร์ก ช่วงเกือบ 1 ทุ่ม ท้องฟ้าสว่างไสว ฝนไม่ตก ก็ถือว่าโชคดีหน่อย
เนื่องจากการจ้องห้องพัก กระชั้นชิด จึงเลือกที่พักได้ไม่มากนัก โดยเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ จะเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวพอสมควร ดังนั้นจึงได้โรงแรม 3 ดาว ถ้าเทียบเป็นเงินไทยก็เพียงมาก ถ้าอยู่เมืองไทยล่ะ นอน 5 ดาวได้เลย แต่ยังไงก็จะมาเปิดหูเปิดตาแล้วนั้น ไม่ใช่อุปสรรค ด้านล่างเป็นภาพโรงแรมครับ


ส่วนนี้ก็เป็นสภาพห้องนอนที่ใช้ได้เหมือนกัน แต่ไม่มีตู้เห็น และเสียงห้องอื่นๆดังเข้ามารบกวนง่ายมาก ห้องใกล้ๆวัยรุ่นมาจากประเทศอื่น น่าจะเป็นเนเธอร์แลนด์มั้ง นอน 6 คนเสียงดังมาก


แต่ห้องน้ำสวยน่าใช้


เนื่องจากแสงแดดยังสว่างเลยเดินออกไปชมราตรี แต่เอ... จะบอกว่าชมราตรีก็ไม่ถูกเท่าไหร่ เพราะฟ้ายังสว่างอยู่เลย ปรากฏว่าไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่า ที่พักอยู่ซึ่งอยู่บริเวณย่าน St.Pauli มันเป็นย่านของถนนโกลีย์ดีๆนี่เอง ถนนสายหนึ่งตลอดทั้งสายเป็นย่าน ผับ บาร์ ร้านเซ็กช็อป ร้านวีดิโอ




ที่นี้คนจรจัด นอนข้างถนน หรือตามใต้สะพานเห็นมีเยอะแยะ แถมยังติดเหล้าเบียร์ด้วย ที่ซุกหัวนอนยังมีมี แต่ไม่รู้เอาเงินที่ไหนไปซื้อเหล้า เบียร์มากิน อย่างนี้เขาเรียก “จน เครียด กิน เหล้า” น่าจะไปกันได้ เห็นแล้วกลัวนิดๆ กลัวจะถูกจี้


สภาพเมืองทั่วๆไปก็ไม่ได้สะอาดสะอ้าน เท่าไหร่ บริเวณที่ไม่ใช่ดาวน์ทาวน์นี้ก็ดูรกๆไม่ต่างจาก กทม.เท่าไหร่นัก ถ้าจะเทียบกับเมืองในสวีเดนที่ค่อนข้างสะอาดกว่าและเป็นระเบียบกว่า แต่ก็เป็นสีสันอย่างหนึ่งที่ได้พบได้เห็นเจออะไรใหม่ๆ
คนที่เมืองนี้เท่าที่สังเกตด้วยสายตาแล้ว คนต่างชาติเยอะพอๆกับเจ้าของประเทศเลยมั้ง พวกตะวันออกกลางเยอะมาก ตอนแรกคิดว่าสวีเดนมีพวกแขกเยอะแล้ว แต่มาเจอที่ฮามบวร์ก พวกนี้เทียบจะครองเมืองเลยหรือเปล่า ได้ยินมาว่าคนไทยอยู่ในเมืองนี้เยอะ ก็พอจะเจอบ้าง แต่ที่เจอสินค้าไทยที่โกอินเตอร์ทีนี้ไม่ค่อยจะน่าภาคภูมิใจเท่าไหร่เลย นั้นคือ บาร์ไทยโกอินเตอร์ เห็นมีอยู่สองบาร์ที่ตามรูปภาพด้านล่าง




เห็นแล้วก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่เลยว่าทำไมผู้หญิงไทยถึงค่อนข้างมีปัญหาในการเข้าประเทศนี้ เพราะคงจะมาทำงานกันเยอะ เลยทำให้คนดีๆพลอยเสียไปด้วย อันที่จริงเห็นว่าแอบมาหากินที่สวีเดนด้วยนะ แต่กฏหมายของสวีเดนห้ามการขายตัว ใครว่าสวีเดนฟรีเซ็กซ์กันล่ะ ร้านวิดีโอต้องไปเปิดในหลืบมิดชิด แต่ที่นี้โจ่งแจ้ง ถูกกฏหมายด้วย ผู้หญิงหากินเข้าหาลูกค้าเองเลย ไม่ต้องรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหา โดนเธอก็ปะปนอยู่กับคนปกติทั่วๆไป นี้แหล่ะ หน้าตาหรือก็ไปวัดไปวาตอนเช้าได้อยู่



จะว่าไปก็ดีอย่างที่แหล่งอบายมุขมารวมอยู่ที่เดียวกันเลยทำให้การควบคุมดูค่อนข้างง่าย

วันที่ 2
ผ่านไปสำหรับวันแรก วันนี้ถือเป็นวันเที่ยวจริงๆวันเดียวในเมือง เนื่องจากเลือกเที่ยวโดยการเดินเท้า จึงต้องออกแต่เช้า แต่จริงที่นี้เขามี hamburg card ด้วยนะวันเดียวราคา 8 ยูโรสำหรับ 1 คน ไม่แพงเท่าไหร่ เดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชมท้องถิ่นได้ทุกประเภท แถมได้ลดราคาเวลาเข้าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งปกติเมืองท่องเที่ยวในยุโรปก็ทำกันอย่างนี้ อยากให้เมืองไทย หรือเมืองในเอเชียทำแบบนี้บางจะได้สะดวกเวลาไปเที่ยว
จากโรงแรมจากเดินลงไปบริเวณท่าเรือ ริมแม่น้ำ Elbe (ออกเสียงว่ายังไง รบกวนคนอยู่เยอรมันมาเขียนคำอ่านให้ด้วย ) ผ่านสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ใกล้ๆกับสะพานแห่งนี้ที่รูปปั้นใต้สะพานทำได้สวยดี



เดินลงไปเรื่อยมีเนินเล็กๆขึ้นไป บริเวณนั้นเป็นสถานีรถไฟฟ้า Landsungsbrücken นี้ที้เป็นจุดขายของที่ระลึก และเรือกับรถ sightseeing มีร้านอาหารริมน้ำ ท่าเรือ เยอะพอสมควร นักท่องเที่ยวบริเณนี้เยอะมาก เท่าที่สังเกตจะเป็นชาวเยอรมันเองมาเที่ยว ที่นี้เขาก้มีการตะโกนเรียกลูกค้าเหมือนเมืองไทย แต่พูดเยอรมัน ซึ่งไม่เข้าใจ แต่เวลาอ่านพอเดาได้เป็นบางคำ เพราะภาษามันคล้ายสวีเดนพอสมควร บริเวณนี้น่าจะเป็นจุดบังคับก็ได้มั้งว่าต้องมาชม






รถไฟฟ้าที่นี้มีทั้งส่วนลอยฟ้า และใต้ดิน สภาพดูเก่าหน่อยเพราะสร้างมานานมากๆ ที่สถานีรถไฟฟ้าจะติดภาพประวัติการสร้างอุโมงไว้ให้ดูด้วย รูปภาพแต่ละรูปนี้ขาวดำ ทั้งนั้น


จากตรงนี้ไปก็เชื่อมไปถึง Hafencity ได้เลย เสน่ห์ของที่นี้อยู่ที่สร้างด้วยอิฐ ไปทั้งเมือง ดูเป็นระเบียบ สวยงามดี บริเวณนี้มีพิพิธภัณฑ์สำคัญอยู่ด้วย แต่ไม่ได้เข้า เนื่องจากชอบเที่ยวแบบชมเมืองดูวิถีชีวิตคนมากกว่า นอกจากว่าจะสนใจเรียนรู้เรื่องนั้นๆจึงจะเข้าพิพิธภัณฑ์ อ้อ ที่นี้มีบ้านผีสิงห์ด้วยนะ เด็กๆเข้าไปดูกันเยอะเลย








เนื่องจากเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำใหญ่ มีทะเลสาป และคลอง เชื่อมทะเลสาป ทำให้เมืองสวยขึ้นเยอะเลย


จาก Hafencity เดินลัดเลาะต่อไปยัง Mahnmal St.Nicolai เจอที่นี้รู้สึกชอบอย่างจัง เพราะเป็นโบราณสถาน ซากโบสถ์ เก่าซึ่งปกติชอบดูโบราณสถานอยู่แล้ว แถมที่นี้ยังมีลิฟท์ในส่วนของหอคอยโบสถ์ด้วย เลยยอมเสีย 3 ยูโรเพื่อขึ้นลิพท์ไปชมวิวเมืองที่ สูง 76 เมตร ถ้าจำไม่ผิด ลิพท์เคลื่อนที่เร็วพอสมควร แต่พอขึ้นไปถึงแล้ว กลับมองเห็นทิวทิศน์ค่อนข้างยาก เพราะผนังโบสถ์บังวิวเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็พอเก็บภาพเมืองไว้ได้








จากจุดนี้ก็ไปชมศาลาว่าการเมือง หรือ Rathaus นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะพอสมควร แถมบริเวณนี้เป็นย่านช็อปปิ้งของที่นี้ด้วย คนเลยคึกคักเป็นพิเศษ








การเดินเที่ยวต้องเผชิญกับฝนที่ตกเป็นระยะๆ หยุดแล้วก็ตก แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้นั่งพักขาบ้าง ช่วงเที่ยงก็นั่งทานข้าวที่ริมทะเลสาป AuBenalster ซึ่งเป็นทะเลสาปใหญ่ใจกลางเมือง ราคาอาหารถูกกว่าสวีเดนมากๆ แต่ก็แพงกว่าเมืองไทยแง๋อยู่แล้ว


นั่งพักหลบฝนนานพอสมควรแล้วก็เดินรอบทะเลสาปและชมเมืองบริเวณรอบๆ




วันกลับมายัง Rathaus อีก Window shopping ไปเรื่อยๆ เพราะไม่ตัง อิอิ จะกลับไปที่ท่าเรืออีกครั้งหนึ่ง แต่ปรากฏว่าเดินหลงอยู่นาน เลยทำให้ได้เห็นอะไรใหม่ๆไปได้อีกเยอะ แต่ตอนนี้สิขาจะลากอยู่แล้ว แต่ก็ยังสู้ต่อไป อิอิ เดินกลับมาที่ท่าเรือ และเลยไปถึงบริเวณตลาดปลา แต่ว่าช่วงบ่ายใครจะมาขายกันล่ะ เขาขายกันแต่เช้าตู่แล้วก็วายเร็วด้วย เลยเห็นที่ลานโล่งๆดีๆนี้เอง

บริเวณนั้นมีบ้านพักเยาวชนด้วย ที่ทราบเพราะมันเขียนเหมือนภาษาสวีเดน จริงๆจะบอกว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่นอย่างเป็นหลักแหล่งก็น่าจะได้ เพราะโทรมมากๆ เห็นแล้วเลยนึกถึงที่เดนมาร์กที่รัฐบาลสั่งให้ทุบบ้านเยาวชนทิ้ง แล้วมีการประท้วงเผาสถานที่กันขนานใหญ่ ซึ่งมาเห็นที่นี้แล้ว รู้สึกเห็นด้วยกับรัฐบาลเดนมาร์กที่สั่งทุบตึกพวกนี้ทิ้ง


เสร็จจากนี้แล้วก็เดินลัด บริเวณถนนโลกีย์กลับไปที่โรงแรม พร้อมกับขาที่สั่งการไม่ได้ อิอิ นอนพักขาอยู่นานลงมาหาของกิน ปรากฏว่าเห็นร้านเคเอฟซี ซึ่งไม่ได้กินนานมาก เพราะที่สวีเดนมันไม่มีขาย ก็เลยกินเคเอฟซีนี้แหล่ะ ดูสิมาถึงเยอรมันมากินเคเอฟซี ปรากฏว่ารสชาติค่อยข้างมาตรฐานเหมือนกับกินที่เมืองไทย อืมม อร่อยดีสมกับไม่ได้กินนาน ราคาก็ไม่ได้แพงมากเท่าไหร่

วันที่ 3
ตื่นแต่เช้ากินอาหารที่โรงแรมแล้ว รีบไปดูตลาดปลาก่อนที่ตลาดจะวาย และจะต้องรีบเดินทางไปเมืองอื่นด้วย พอไปถึงตลาดปลา ปรากฏว่ามันไม่ได้ขายแต่ปลานี้หน่า มันก็เหมือนตลาดนัดบ้านเราเลยมีของขายหลายๆอย่าง แม่ค้าร้องเรียกลูกเหมือนที่เมืองไทยเลย จริงๆมันก็ไม่แปลกหรอกที่ร้องเรียกลูกค้า เพียงแต่ที่สวีเดนเขาไม่ค่อยตะโกนเรียกลูกค้า นอกจากที่ตลาด Hötorget ซึ่งคนขายเป็นพวกแขก





ต่อตอนที่ 2





 

Create Date : 29 มิถุนายน 2550
9 comments
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2554 4:45:55 น.
Counter : 3053 Pageviews.

 

เข้ามาบอกว่า ช้านอยากปายยยยย

ภาพสวยค่ะ

อิจฉาจัง

กร๊ากกกกก

 

โดย: Piterek 29 มิถุนายน 2550 22:37:07 น.  

 

ขอบคุณครับ

 

โดย: Louisson 29 มิถุนายน 2550 22:48:30 น.  

 

ถ่ายภาพสวยจัง

 

โดย: kom_guis 29 มิถุนายน 2550 23:22:38 น.  

 

ภาพสวยครับ

ตามไปเที่ยวด้วยคน

รถสามล้อเค้าเทห์ดีนะครับ...รอตอนต่อไปอยู่นะครับผม

 

โดย: pompier 30 มิถุนายน 2550 4:35:21 น.  

 

ถ่ายรูปสวยดีครับ ดูแล้วเพลินดี ผมก็ชอบถ่ายไปเรื่อยๆเหมืนอกันแต่จะเน้นอาหารมากกว่า เน้นกันคนละแบบ 555 ตึกที่เป็นอิฐสวยดีครับ ถ่ายมาแล้วดูมันเป็นระเบียบเรืยงกันสวยเลย

 

โดย: หลั่มหมั่นเหม่ง 30 มิถุนายน 2550 19:08:18 น.  

 

elber อ่านว่า เอลแบร์ค่ะ

ส่วนที่ Hafencity นั้นเป็นระเบียบเพราะเดิมเป็นโกดังใช้เก็บสินค้าที่เรือนำมาจากทั่วโลกค่ะ

บ้านผีสิงแถวนั้นไม่เคยเห็น น่าจะเป็นพิพิธภัณท์มากกว่าค่ะ

เป็นพิพิธภัณท์แบบขำๆ จำลองอดีตของฮัมบูรก์ตั้งแต่
ยุคแรกๆจนถึงปัจจุบันเลยค่ะ จะเหมือนกับมีการแสดง
ของเจ้าหน้าที่ข้างในน้อยๆ สนุกดีค่ะ

ฮัมบูรก์ค่อนข้างยุ่งเยิงเพราะเป้นเมืองใหญ่อันดับสองของเยอรมัน มีคนหลายเชื้อชาติมากอยู่รวมกัน แน่นอนว่ามีคนไทยไม่น้อยเลยค่ะ

แต่มีอีกหลายมุมที่สวยงามให้เยี่ยมชมนะคะ

 

โดย: เด็กฮัมบูรก์ค่ะ (แมวจรจัด ) 3 กรกฎาคม 2550 14:14:58 น.  

 

อ่า ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมกันนะครับ โดยเฉพาะคุณแมวจรจัดที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม มีประโยชน์มากๆครับ

 

โดย: Louisson 4 กรกฎาคม 2550 18:26:23 น.  

 

ประเทศเยอรมันนี่ สวยดีจริง ๆ นะครับ ผมเคยไป ครั้งเดียว เดือนที่แล้ว ระหว่าง ๒๓ ถึง ๒๙ มิ.ย. ๕๐ แต่เมืองที่ผมไป อยู่ทางใต้ของเยอรมัน ในรัฐ Baden ครับ สวยงามจริง ๆ ครับ

ขอให้สนุกกับการเดินทางนะครับ ถ้ามีอะไรเกี่ยวกับฝรั่งเศส ที่ผมรู้นิดหน่อย เพราะที่มาเที่ยว ก็อ่าน ๆ มาจากหนังสือนำเที่ยว ก่อนครับ เสียอย่างเดียว ผมไม่ทราบว่า ถ้อยคำ ส่วนใหญ่ของฝรั่งเศส ออกเสียงอย่างไร ทำให้อ่านแผนที่ แล้วก็ไม่รู้ว่า Champ-Elysees มันคือ ถนน ฌอง อะ ลิ เซ่ เหอ เหอ ดูแผนที่ แล้วก็หากันเข้าไปซิครับ สำหรับผม ... ก็ผมอ่านแบบคำนี้ แบบภาษาอังกฤษ ก็เลยหาไม่เจอ ซะงั้น

ปล. แอบอิจฉา เห็นเที่ยวหลายประเทศเลยครับ

 

โดย: POL_US 11 กรกฎาคม 2550 6:56:53 น.  

 

อยากลงไปทางด้านใต้ของเยอรมันบางเหมือนกันแหล่ะครับ แต่จำกัดด้วยงบประมาณ เดือนหน้าจะไปฝรั่งเศส งบประมาณก็จำกัดอีกตามเคยเหอะๆ ไปหลายประเทศแต่ไปแบบจนๆตลอดเลยครับ เมื่อไหร่จะได้ไปแบบไฮโซ แบบเขากันมั้งน่า

 

โดย: Louisson 11 กรกฎาคม 2550 22:25:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
Louisson
Location :
Uppsala Sweden

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ชีวิตคือการเดินทาง จุดหมายปลายทางคือพระนิพพาน"
   

VISITOR COUNTER

Friends' blogs
[Add Louisson's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.