Group Blog
 
 
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
11 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
ถือวีซ่า K-1... ไม่ได้แต่งงาน…ทำยังไงดี

คราวนี้ขอขยายความเรื่องปัญหาของคนที่เข้าอเมริกาด้วยวีซ่า K-1 แล้วให้มีอันเป็นไป ไม่ได้แต่งงานค่ะ

วีซ่า K-1 มีอายุหกเดือน คือนับจากวันที่สถานทูตออกวีซ่าให้นะคะ คุณสามารถเลือกได้ว่า จะเดินทางเมื่อไหร่ภายในกำหนดหกเดือนที่ว่านี่ และตามระเบียบแล้ว ผู้ที่ถือวีซ่า K-1 จะต้องจดทะเบียนสมรส ภายใน 90 วัน นับจากวันที่เดินทางมาถึงอเมริกา ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรส ภายในกำหนดนี้ ถือว่าวีซ่าขาด ต้องกลับบ้านอย่างเดียว ถ้าจดทะเบียนสมรสภายใน 90 วัน แต่ยังไม่ได้ยื่นเรื่องปรับสถานะ ถึงเลย 90 วันไปแล้วก็ไม่เป็นไร เพราะสถานภาพทางกฏหมายถือว่า เป็นคู่สมรสของอเมริกันซิติเซ่น หลายๆคนเริ่มประสบปัญหา กับสามีตั้งแต่ตอนช่วง 90 วันนี่ เพราะผู้ชายบางคน เล่นเกมโยก อ้างว่าเอาไว้ใกล้ๆ ค่อยจดบ้างละ.. หรือจดทะเบียนแล้ว แต่ไม่ยอมยื่นปรับสถานะให้ภรรยา ใช้กรีนการ์ดเป็นเครื่องมือ บังคับให้ทำทุกอย่างตามที่ตัวเองต้องการ

ทีนี้มาว่ากันทีละขั้น.. ถ้าแฟนจดทะเบียนให้ดีๆ ก็ผ่านไปเปลาะหนึ่ง ถ้าเกิดว่าไม่มีการจดทะเบียน จะทำอย่างไร มีนะคะ…… ที่เคยเจอคือ พอมาถึงเรื่องจดทะเบียน ผู้ชายเกิดเปลี่ยนใจ อ้างว่ายังรักแฟนคนเก่า ต้องการกลับไปคืนดี บ้างก็ว่า.. ลูกสาวไม่เห็นด้วย ลูกสาวที่ว่านี่ คือลูกที่เกิดกับภรรยาเก่า และยังแชร์สิทธิ์การดูแลบุตรร่วมกัน.. ฟังแล้ว เอ๊ะ… มันแหม่งๆ ตรงที่ว่า ลูกสาวไม่ยอม หรือแม่เด็กไม่ยอม หรือตัวฝ่ายชายเอง ลังเลกันแน่ หรือบางราย มีคู่ขามาสิงสถิตย์อยู่ที่บ้านด้วย นอนเตียงเดียวกันอีกต่างหาก ไม่แคร์ว่าคู่หมั้นจะคิดยังไง เรื่องจริงค่ะ….

พอถึงตรงนี้ ฝ่ายคู่หมั้นกระเจิดกระเจิงไปทุกราย เพราะไม่รู้ว่าจะทำยังไง ส่วนมาก ถ้าไม่บินกลับเมืองไทย ก็จะหันไปหางานทำ ในร้านอาหารไทย หรือร้านนวดแผนโบราณ โดนเค้ากดค่าแรง โดนด่าเป็นหมูเป็นหมาก็ต้องทน เพราะตอนนี้ก็เท่ากับว่ากลายเป็นโรบินฮู้ดไปแล้ว

ในเคสอย่างนี้ แนะนำว่า ให้รวบรวมหลักฐานเก็บไว้ แล้วกลับเมืองไทยไปก่อน ที่บอกว่าให้กลับไปก่อนเพราะ…

หนึ่ง…ถ้าอยู่ วีซ่าขาด ก็จะกลายเป็นว่าติดแบลคลิสต์ overstay โทษคือห้ามเข้าอเมริกา 3-10 ปี ขึ้นอยู่กับว่า overstay นานแค่ไหน เช่น ถ้าไม่เกิน 180 วัน ก็โดน 3 ปี เป็นต้น

สอง… ถ้าอยู่ เกิดไปเจอคนใหม่เข้า ปิ๊งถึงขั้นจะแต่งงาน ทีนี้ละยากเลยค่ะ เพราะ USCIS มีเงื่อนไขว่า คนที่เข้าอเมริกาด้วยวีซ่า K-1 ถ้าไม่ได้แต่งงาน กับคนที่ขอวีซ่าให้ จะขอปรับสถานะ โดยการไปแต่งงานกับ ผู้ชายอีกคนหนึ่งไม่ได้ ต้องกลับไปก่อน แล้วให้ฝ่ายชายขอวีซ่า K-1 หรือ K-3 ให้ ทีนี้มันก็มายากมากๆ ตรงที่ว่า เคยมีประวัติ overstay มาก่อน….

ทีนี้ถามว่า ถ้ากลับไทยไปก่อน แล้วจะได้มาอีกหรือ… ได้ค่ะ

ทำยังไง… ก็ทำตามขั้นตอนปกติของการขอวีซ่าคู่หมั้น แต่พอถึงเวลาสัมภาษณ์ ก็ให้บอกทางสถานทูตไปตรงๆ ว่า ที่ไปคราวก่อน เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่ได้จดทะเบียนแต่งงาน ที่ดิฉันบอกไว้ข้างต้นว่าให้ เก็บหลักฐานก่อนกลับ ก็จะได้งัดเอามาใช้ตอนนี้ละค่ะ

หลักฐานที่ว่านี่คือ…

หนึ่ง… บันทึกตำรวจ ให้โทรแจ้งความว่าแฟนคุณหลอกลวง มีผู้หญิงอื่นอยู่ที่บ้าน ผิดวาจา คุณเป็นคู่หมั้น.. อุตส่าห์ลาออกจากงาน ทิ้งทุกอย่างมา ฯลฯ การแจ้งความนี้ ไม่ใช่เพื่อดำเนินคดีแฟนคุณ แต่ต้องการให้มีการบันทึกไว้ เป็นหลักฐาน คุณสามารถขอให้ตำรวจส่ง สำเนาบันทึกฉบับนี้ มาให้คุณทางไปรษณีย์ได้ค่ะ โดยอาจให้ส่งที่ บ้านเพื่อนคุณคนใดคนหนึ่ง แล้วให้เพื่อนส่งต่อมาให้

สอง… สเตทเมนท์ของพยาน อย่างน้อย 3 คน อาจเป็นเพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัวทั้งของเค้าและของคุณ ให้การแค่ว่า ได้รับทราบข้อมูลจากคุณว่าไปถึงโน่นแล้ว เกิดอะไรขึ้น ฯลฯ

ถ้าทำได้อย่างที่ว่ามานี่ ขอวีซ่าใหม่รับรองว่าผ่านค่ะ…. เพราะหลักการพิจารณาของทางสถานทูต คือเค้าจะมองว่า คุณไม่ได้คิดแค่จะเข้าอเมริกาเท่านั้น แต่ตั้งใจจะไปใช้ชีวิตคู่จริงๆ ถ้าคุณโดดวีซ่า เค้าจะมองไปว่า คุณไม่ได้จริงจังอะไร กับการแต่งงาน แค่ใช้ผู้ชายอเมริกันเป็นใบเบิกทางเท่านั้น ทีนี้เผื่อจะไปแต่งงานกับคนอื่น.. ไม่ง่ายแล้วค่ะ

มีหลายคนถามดิฉันว่า บินไปแต่งงานที่โน่นเลยได้ไหม เพราะมีวีซ่าท่องเที่ยว 10 ปีอยู่แล้ว คือขี้เกียจรอ ว่างั้นเถอะ…. ตอบว่า จดทะเบียนแต่งงานได้ แต่ไม่แน่ว่าจะยื่นขอปรับสถานะได้หรือเปล่า เพราะการขอวีซ่า K-1 หรือ K-3 เท่ากับว่า ทางการสกรีนให้ชั้นหนึ่งแล้ว ว่าทั้งฝ่ายอเมริกันซิติเซ่น และฝ่ายคุณ มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ USCIS ระบุ และประการสำคัญคือ คุณอาจจะโดนปฏิเสธกรีนการ์ดด้วยเหตุผลที่ว่า คุณใช้วีซ่าผิดประเภท

ดิฉันเคยเจอหลายราย ที่บินมาจดทะเบียนสมรสที่อเมริกา ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว หรือมาด้วยวีซ่านักเรียน พอถึงตาจะยื่นขอปรับสถานะถึงได้รู้ว่า แฟนมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามที่ USCIS กำหนด ที่เจอมาก็มี…

1. เคยสปอนเซ่อร์วีซ่าคู่หมั้นหรือวีซ่าคู่สมรสมาก่อนในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมา ปัจจุบันทาง USCIS ระบุชัดเจนเลยว่า ถ้าเคยยื่นเรื่องขอวีซ่าคู่หมั้น หรือวีซ่าคู่สมรสมาก่อน ต้องทิ้งช่วงสองปี ถึงจะขอใหม่ได้ เพราะในอดีต มีผู้ชายอเมริกันจำนวนมาก ยื่นเรื่องขอวีซ่าคู่หมั้นหรือวีซ่าคู่สมรสเป็นว่าเล่น เรียกว่าไปกันไม่ได้ก็เลิกกันไปเลย หาใหม่ น้องคนไทยบางคนที่ดิฉันเคย รู้จัก สารภาพว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่าสามีเคยยื่นเรื่องให้ผู้หญิงอื่น มารู้เมื่อแต่งงานอยู่กินกันไปแล้ว ปรากฏว่าเป้นคนที่สี่ค่ะ !!!!

นอกจากต้องทิ้งช่วงสองปีแล้ว ล่าสุดนี่ยังมีเงื่อนไขปลีกย่อยอีกคือ กรณีที่ฝ่ายชายเคยสปอนเซ่อร์วีซ่าคู่หมั้นหรือวีซ่าคู่สมรสมาก่อน จะต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่า ฝ่ายหญิงกลับประเทศไปแล้ว หรือถ้ายังอยู่ในอเมริกาก็ต้องได้กรีนการ์ดถาวรเรียบร้อยแล้ว ถ้าฝ่ายหญิงกลายเป็นโรบินฮู้ด คือกรีนการ์ดสองปีหมดอายุ ต่อไม่ได้ หรือไม่ได้กรีนการ์ดเลย คือเลิกกันตั้งแต่ยังแต่งงานได้ไม่กี่เดือน อย่างนี้ ฝ่ายชายถือว่าตกคุณสมบัตินะคะ

2. มีประวัติทำร้ายร่างกายคู่สมรส (Domestic Violence) หรือมีประวัติอาชญากรรมอื่นๆ หรือทั้งสองข้อ เพราะฉนั้น ถ้าฝ่ายชายเคยโดนข้อหา Domestic Violence มาก่อน หรือถ้าเคยสปอนเซ่อร์วีซ่าคู่หมั้นหรือวีซ่าคู่สมรส และแต่งงานกัน ถ้าฝ่ายผู้หญิงประสบเหตุ กลายเป็นเหยื่อของ Domestic Violence และขอยื่นเรื่องถอดถอนเงื่อนไขด้วยตนเองภายใต้เงื่อนไข VAWA และถ้าเรื่องผ่าน ผู้ชายคนนี้จะสปอนเซ่อร์วีซ่าคู่หมั้นหรือวีซ่าคู่สมรสไม่ได้อีกค่ะ

3. ไม่ได้เสียภาษีในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา หรือเสียภาษี แต่รายได้ไม่ถึง กำหนดตามที่ USCIS ระบุ คือ 125% ของรายได้ขั้นต่ำ เรื่องเสียภาษี นี่พอทำเนา คือไปจ่ายซะ ก็จบกัน แต่เรื่องรายได้ไม่ถึงเกณฑ์นี่ยากหน่อย ทางออกเดียวคือ การหาสปอนเซ่อร์ร่วม คืออาจจะเป็นพ่อแม่ฝ่ายชายก็ได้ เรื่องสปอนเซ่อร์ร่วมนี่มีข้อเสียเหมือนกัน เพราะที่เคยเจอมาหลายราย แม่ของฝ่ายชายรับรองให้ แต่ไปๆ มาๆ แม่กลายเป็นคนบงการทุกอย่าง ในชีวิต ลูกชายพูดไม่ออก.. ไม่กล้าพูด ลูกสะใภ้ก็น้ำตาตก ทำอะไรไม่ได้ ตามความเห็นส่วนตัวนะคะ 125% ของรายได้ขั้นต่ำนี่ถือว่าน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ ค่าครองชีพสูง อย่าง NY, CA, HI ถ้าแฟนคุณไม่สามารถ หาเงินเข้าบ้านได้ตามเกณ์นี้ คุณแต่งงานไปลำบากแน่ๆ ค่ะ

สิ่งที่ *ห้าม* คือคุณเข้าอเมริกาด้วยวีซ่าคู่หมั้น แต่คุณหนีไปหาคนอื่น หรือไปแต่งงานกับคนอื่นที่ไม่ใช่คนยื่นวีซ่าให้คุณ อย่างนี้ผิดมหันตร์ เลยนะคะ และปัญหายุ่งยากจะมารออยู่ข้างหน้าอีกมากมาย ทาง USCIS มีข้อกำหนดเรื่องวีซ่าคู่หมั้นอยู่อย่างหนึ่งว่า ห้ามแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น ในอเมริกา ถ้าคุณไม่ได้แต่งงานกับแฟนคุณ แล้วคุณเดินทางกลับไทย มาขอวีซ่าใหม่ อย่างนี้ไม่เป็นไรค่ะ แต่ถ้าคุณไม่ได้แต่งงานกับแฟน ที่ยื่นวีซ่าให้ คุณไปแต่งงานกับคนอื่นแล้วทำเรื่องขอกรีนการ์ด อย่างนี้ไม่ได้นะคะ คุณต้องกลับไปรอวีซ่าที่เมืองไทยเท่านั้น

ผลสะท้อนของการหนีไปกับผู้ชายอื่นนี่ค่อนข้างเป็นปัญหาใหญ่ เพราะแฟนคุณสามารถแจ้ง USCIS ถอนการเป็นสปอนเซ่อร์ได้ และถ้าแฟนคุณแจ้ง ICE คุณก็จะมีชื่อใน wanted list ฯลฯ อะไรก็ไม่ร้ายแรงเท่ากับการที่แฟนคุณทำหนังสือแจ้งทาง USCIS ถอนการเป็นสปอนเซ่อร์ด้วยเหตุผลว่า Fraud ถ้าทางการรับเรื่อง คุณก็มี bad record ในประวัติ คราวนี้จะไปขอวีซ่าใหม่ก็ยากแล้วค่ะ คุณต้องพึ่งทนายอย่างเดียวค่ะ....



© 2007 Lawanwadee






Create Date : 11 สิงหาคม 2550
Last Update : 11 สิงหาคม 2550 13:11:22 น. 4 comments
Counter : 3711 Pageviews.

 
เข้ามาเก็บข้อมูลค่ะ เป็นประโยชน์อย่างมากค่ะ เเต่ดิฉันกำลังยื่น K-3 วีซ่าค่ะ เเต่ใน case น่าจะเป็น CR 1

เพราะเราเพิ่งจดทะเบียนสมรสกัน เเต่รู้จักคบกันมาก่อน 1ปี เเต่งงานตามประเพณี ผ่านมาได้ 2 ปี
เเต่เพิ่งจดทะเบียนสมรสเมื่อปีที่เเล้ว รวมๆจริงๆ นับวันเเต่งงานตามกฎหมายยังไม่ถึงปีเลยค่ะ

เคยยื่นเรื่องขอวีซ่าท่องเที่ยวเมื่อปีที่เเล้วค่ะ เเต่ไม่ผ่านตอนนั้นให้เเม่สามีเป็นสปอนเซอร์

ตอนนี้เลยยื่นเรื่องขอวีซ่าเเต่งงานผ่านมา 4 เดือนเเล้วยังเงียบอยู่เลยค่ะ
ไม่ทราบว่าเรื่องที่เราเคยยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวเมื่อปีที่เเล้วจะมีผลกระทบกับที่เรายื่นเรื่องวีซ่าเเต่งงานหรือไม่ค่ะ


โดย: สาวอินเตอร์ วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:11:50:14 น.  

 
วีซ่าท่องเที่ยวไม่ผ่าน ไม่มีผลกับวีซ่าคู่สมรสค่ะ สาเหตุที่คิดว่าช้านั้น อาจจะเนื่องมาจากการที่ทาง USCIS มีการเปลี่ยนแปลงภายในขนานใหญ่ แต่ก็ยังนับว่าเร็วกว่าเมื่อช่วงปี 2003-2005 นะคะ

ใจเย็นๆ ค่ะ ดีออกค่ะ มีเวลาเตรียมตัว...


โดย: lawanwadee (Lawanwadee ) วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:13:10:24 น.  

 
สวัสดีอีกครั้งค่ะคุณลาวันวดี คุรได้ไขข้อข้องใจบางอย่างที่มีผลกระทบมาจนถึงตอนนี้ แต่ก็ยังไม่ถึงกับกระจ่างเรื่องที่ว่า ถ้าเกิดดิฉันแต่งงานในระหว่างที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวอยู่ การประบสถานะนี่ยุ่งยากมากเลยเหรอคะ เพราะเป้นที่ถกเถียงกับแฟน ว่าดิฉันว่าทำได้ แต่เขาว่าไม่น่าจะทำได้ เพราะ ณ ขณะนี้ดิฉัน (ถ้ายังจำกันได้ เพราะเพิ่งไผมเม้นท์ไว้หัวข้อเดียวกันนี้ในบล้อคก่อนหน้า) กำลังยืนเรื่องขอวีซ่าคู่หมั้นอยู่ แล้วช้ามาก ก็คือยังต่อกว่าแฟนจนถึงตอนนี้ว่าน่าจะทำให้เสร็จตั้งแต่ตอนนั้น ขอบคุณนะคะ ถ้าได้มีเวลาตอบให้อ่ะค่ะ ขอบคุณจริงๆ อยากได้ข้อมูลที่อย่างน้อย ก็พอจะให้รู้เหตุรู้ผลกลจริง


โดย: Nok (nokjeffus ) วันที่: 12 สิงหาคม 2550 เวลา:0:35:05 น.  

 
คุณ Nok คะ

ถ้าถามดิฉันเรื่องไปแต่งงานด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ตอบว่าไม่แนะนำค่ะ มีเหตุผลสองข้อ คือ

หนึ่ง คุณเสี่ยงกับการโดนปฏิเสธคำร้องขอปรับสถานะ เนื่องจากใช้วีซ่าผิดประเภท ถ้าคุณโดนปฏิเสธ หนทางเดียวที่จะหลุดจากเงื่อนไขนี้ก็คือคุณต้องจ้างทนายยื่น waiver สนนราคาก็หลายพันเหรียญนะคะ ถ้าคุณไปด้วยวีซ่าคู่หมั้น หรือวีซ่าคู่สมรส คุณสามารถทำเรื่องเองได้ ไม่ต้องไปเสียเงินค่ะ

สอง คุณเสี่ยงกับการแต่งงานกับแฟนที่อาจจะขาดคุณสมบัติ ในการเป็นสปอนเซ่อร์กรีนการ์ดให้คุณ อย่างที่ดิฉันบรรยายไว้ในกระทู้ข้างบน เพราะการที่แฟนเป็นซิติเซ่น ไม่ได้แปลว่าจะสปอนเซ่อร์กรีนการ์ดให้คุณได้เสมอไป ต้องมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่ทางการกำหนดด้วยค่ะ ดังนั้นการขอวีซ่าคู่หมั้นก็เท่ากับทางการ screen ให้คุณก่อนแล้วชั้นนึง เวลาคุณไปถึงอเมริกาจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการขอกรีนการ์ดค่ะ

ที่ว่านานนั้น ไม่นานหรอกนะคะ เมื่อเทียบกับสามสี่ปีก่อน วีซ่าคู่หมั้นรอ เกือบปี เดี๋ยวนี้ประมาณหกเดือนค่ะ





โดย: lawanwadee (Lawanwadee ) วันที่: 13 สิงหาคม 2550 เวลา:1:26:03 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Lawanwadee
Location :
California United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]




ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อดิฉันได้ที่ http://lawanwadee.com/

หากคุณกำลังประสบปัญหาเรื่อง domestic violence เช่น สามีทำร้ายร่างกาย สามีเอาข้าวของๆ คุณออกมาโยนไว้หน้าบ้าน ไล่คุณออกจากบ้าน เปลี่ยนกุญแจ หรือสามีบังคับให้คุณขายบริการทางเพศ บังคับให้เข้าร่วมกลุ่มสวิงกิ้ง หรือทำการใดๆ ที่เป็นการบังคับขู่เข็ญ คุณสามารถติดต่อดิฉันได้ ทางฟอร์มข้างล่างนี้ กรุณาเล่ารายละเอียดทั้งหมด ตั้งแต่คุณมาด้วยวีซ่าอะไร เมื่อไหร่ แต่งงานมานานเท่าไหร่ เกิดอะไรขึ้น ฯลฯ และระบุชื่อเมือง รัฐ และ zip code มาด้วย ถ้าเป็นกรณีเร่งด่วน กรุณาให้เบอร์โทรศัพท์ของคุณมาด้วยค่ะ
Friends' blogs
[Add Lawanwadee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.