ตุลาคม 2558

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
19
21
22
25
26
27
28
29
30
31
 
อริยสัจ4 ช่วยชีวิต


Smileyในศาสนาพุทธ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามีมากมายนับหมื่นๆเรื่อง แต่หลักคำสอนของพระพุทธเจ้าที่สำคัญที่เป็นทางให้ผู้คนหลุดพ้นจากทุกข์ก็หนีไม่พ้น อริยสัจ4 ถ้าเปรียบแล้วคำสอนของพระพุทธเจ้าเหมือนใบไม้ในป่าไม้ที่หล่นเกลื่อนกลาดในป่าอันกว้างใหญ่ แต่หลักคำสอนที่สำคัญเปรียบประหนึ่งใบไม้หยิบมือหนึ่งนั่นเอง
ก่อนจะเข้าเรื่องว่าอริยสัจ4 ช่วยชีวิตไว้อย่างไร ต้องบอกก่อนว่าแต่เดิมเป็นคนกรุงเทพ แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยจนจบทำงานก็ใช้ชีวิตอยู่แต่ในต่างจังหวัดเป็นเวลายี่สิบกว่าปีทำให้หลงลืม ไม่คุ้นเคยกับเส้นทางในกรุงเทพเอาเสียเลย หรือเรียกง่ายๆบ้านนอกเข้ากรุง เห็นภาพเลยใช่มั้ย เงอะงะหลงทาง เพราะฉะนั้นการไปไหนมาไหนในกรุงเทพถ้าที่หมายไม่อยู่ในเขตBTSหรือMRTพาดผ่าน จึงต้องพึ่งพาแท๊กซี่ในทุกครั้ง ถึงตรงนี้อยากฝากผู้รับผิดชอบและผู้มีอำนาจในบ้านเมือง เพื่อเห็นแก่ประชาชนตาดำๆอย่างเราๆจะสายสีม่วง สีฟ้า สีอะไรก็รีบๆสร้างเฮอะ รถจะได้ไม่ติดและภัยจากแท๊กซี่ได้ลดๆไปบ้าง ข่าวคราวที่ออกมาเกี่ยวกับภัยร้ายของแท๊กซี่ทำให้ขึ้นรถทีไรไม่กล้างีบหลับ และรู้สึกต้องระวังตัวเหมือนเข้าสู่สนามรบ จริงๆแท๊กซี่ดีๆก็มีหรอก แต่ที่แปลกๆและเอาเปรียบผู้โดยสารก็เคยเจอไม่น้อย ส่วนที่จะเล่าให้ฟังนี่มันแปลกดี คือมีอยู่ครั้งหนึ่งที่นั่งแท๊กซี่ช่วงสั้นๆจากเซ็นทรัลปิ่นเกล้า มายังมหาวิทยาลัยมหิดลที่ศาลายาคิดว่าแป๊บเดียวก็ถึงที่หมายแล้ว แต่พอนั่งไปซักพักยังไม่ถึงขนส่งสายใต้เลย คนขับก็เริ่มชวนคุย
แท๊กซี่: เดี๋ยวนี้คนเรามีอะไรแปลกๆนะ คุณว่ามั้ย
เรา: หา อ๋อ ค่ะ ( จริงๆคุณก็ดูแปลกๆนะ )
ที่วงเล็บไว้ในคำสนทนานี่เป็นอันเข้าใจตรงกันนะว่าคิดเองเงียบๆให้คนขับรู้ไม่ได้
แท๊กซี่ : ผมอยากถามอะไรคุณซักเรื่องนะ
เรา : ค่ะ ( เฮ้ย อย่าถามเรื่องเส้นทางนะ ประจำเลยคนขับไม่รู้จักทางแล้วหวังมาพึ่งผู้โดยสาร แล้วเราจะรู้มั้ยเนี่ย จริงๆไม่รู้จักทางก็บอกตรงๆก็ได้จะได้ไปเรียกคันอื่น  จะรับเรามาทำไรหว่า )
แท๊กซี่ : เมื่อตะกี้ผมเพิ่งให้พระลงจากแท๊กซี่ก่อนถึงที่หมาย คุณว่าผมบาปมั้ย ผมทำถูกมั้ย
เรา : เอ่อ (ตอบไงดีหว่า ขนาดพระยังต้องลงจากรถ นี่ถ้าตอบไม่ดี โดนแบบพระหรือเปล่าเนี่ย ) มัน มัน ยังไงหรือค่ะ ( ยังไงก็ไม่ใช่พวกไร้เหตุผลนะ ขอรู้รายละเอียดอีกนิดน่าจะดีกว่า จะเออออตามเดี๋ยวจะหาว่าประจบสอพลออีก )
แท๊กซี่: ก่อนหน้ารับคุณมีพระมาโบก ผมก็เลี้ยวเข้าไปรับ พอพระขึ้นมาบนรถก็สั่งผมเร่งผมตลอดว่าเหยียบหน่อยเร็วๆหน่อย มีธุระต้องไปประกอบพิธีที่ฆราวาสบอกไว้ กลัวไม่ทัน เดี่ยวๆก็สั่งผม ซ้ายไปได้เลยขึ้นไปเลย เรียกว่าเร่งผมตลอดเลยจนผมเครียดเลย
เรา: ( ชั้นก็เครียดล่ะนะ มาถามคำถามอะไรแบบนี้ นายทำชั้นเครียดแล้วนะ )
แท๊กซี่ : รับขึ้นมาพระก็อวดอ้างสรรพคุณว่าเคยไปโน่นมานี่คนมาเชิญไปทำพิธีต่างๆมากมาย คุณว่ามั้ยเป็นพระนี่ไม่ควรมาคุยโม้โอ้อวด
เรา:  ค่ะ ( เอ่อ คนปกติไม่ต้องพระหรอก โอ้อวดก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คือจริงๆชาวพุทธนี่ไปวิจารณ์ไปว่าพระนี่ไม่ถูกต้องนะ เว้นแต่พระปลอมต้องเอาให้หนัก )
แท๊กซี่ : คือผมขับจนเครียดมาก เลยขับไปจอดข้างทางแล้วบอกพระว่า ท่านครับผมขับตามท่านไม่ได้แล้วครับ เชิญนิมนต์หาแท๊กซี่คันอื่นเถอะ แล้วผมก็ให้พระลงไป ไม่เอาเงินพระด้วย เนี่ยคุณว่าผมทำถูกมั้ย ( นึกว่าจะลืมไปแล้วคำถามดันจำได้ซะนี่ ) แต่พอผมให้พระลงผมก็กลัวบาปนะ ไม่รู้ผมบาปมั้ย ตกลงคุณว่าผมทำถูกมั้ย
เรา : ( เลี่ยงไม่ได้ล่ะ เป็นไงเป็นกัน ตอบไม่ถูกใจอย่างมากก็ลงไปหาแท๊กซี่คันใหม่แบบผู้โดยสารพระคนก่อน  อีกอย่างนี่ก็ใกล้ที่หมาย ไม่น่าจะเป็นไร แต่ลองคนกลัวบาปนี่ต้องขอพึ่งคำสอนของพระพุทธเจ้ามาช่วยล่ะงวดนี้ )  ถ้าว่ากันตามจริงตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้เรื่อง อริยสัจ4 เคยรู้มาก่อนใช่มั้ย  เหตุแห่งทุกข์ของคุณก็คือความเครียดในการขับรถตอนนั้นแล้วสาเหตุคือพระที่รับขึ้นมา คุณจะบอกพระให้หยุดเร่งคุณก็ไม่กล้า พระก็คงไม่หยุดหรอกเพราะท่าทางพระคงจะรีบมากด้วย ถ้ามองปัญหาคุณเหตุแห่งทุกข์ก็คือพระ  เพราะฉะนั้นการจัดการกับทุกข์คือคุณก็ต้องไม่อยู่กับพระ การที่คุณให้พระลงจากรถก็เป็นวิธีแก้ปัญหาแบบชาวพุทธนะ สันติดีดีกว่าโมโหโกรธามีเรื่องกันเปล่าๆ ( มีหยอดเอาใจนิดหน่อยเผื่อคำตอบไม่ถูกใจ  มีประโยคสำรองให้อารมณ์ดีขึ้น ตอนนี้รถแล่นมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยมหิดลแล้วพอกลับรถข้างหน้าอีกไม่นานก็ถึงที่หมายแล้ว ไม่กลัว ไม่กลัวเฟ้ย)
แท๊กซี่ : ขอบคุณมากเลย ผมจะได้สบายใจว่าผมไม่ได้ทำบาป  เอ่อ คุณลงตรงไหนนะ
เรา: อ๋อ เลยไปตรงสุดถนนแล้วกลับรถเลี้ยวซอยธนาคารกรุงเทพเลยค่ะ  ( 555 คำตอบรอดล่ะหันกลับมาสนใจเส้นทางผู้โดยสารซะที  ) 
ขับรถอีกสักครู่ก็ถึงซอยที่เลี้ยวเข้าหอพักลูก  เรารีบบอกที่ที่จะให้จอด จ่ายเงินเสร็จแล้วก็รีบลงจากรถ
นี่ถ้าไม่วิเคราะห์ด้วยเหตุด้วยผลของอริยสัจ4 ตอบแบบเออออไปคุณทำถูกแล้วผสมโรงว่าพระไปด้วยเกิดคนขับแท๊กซี่รู้สึกผิดลึกๆเปลี่ยนจากอารมณ์รู้สึกผิดเป็นไม่ชอบขี้หน้าเราที่รุมว่าพระไปด้วยล่ะก็ยุ่งแน่ เรียกว่าหนทางรอดครั้งนี้เพราะอริยสัจ4โดยแท้




Create Date : 20 ตุลาคม 2558
Last Update : 24 กรกฎาคม 2559 19:55:33 น.
Counter : 64 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



jungbb
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments