ตุลาคม 2558

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
19
21
22
25
26
27
28
29
30
31
 
ตั้งสติ เผชิญ เกิด แก่ เจ็บ ตาย
Smiley
โดยปกติจะเป็นคนที่ชอบจะวางแผน ทำตามที่วางไว้  และจะรู้สึกขัดใจเวลามันผิดเพี้ยนจากที่กำหนดไว้  ดังนั้นส่วนใหญ่ของการดำรงชีวิตจึงไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้น เพราะวางpatternเอาไว้และเดินตามหรือปฏิบัติตามนั้นไป จะว่าดีก็ดีในแง่ทุกอย่างมีการคิดข้อดีข้อเสีย ลำดับการทำงานก่อนหลังไว้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาคิดในแต่ละวันประหยัดเวลาได้มากและได้ชิ้นงานมากทีเดียว แต่ข้อเสียก็มีทำให้เราหงุดหงิดง่ายเวลาที่มีอะไรเกิดขึ้นที่ทำให้แผนที่วางไว้ผิดเพี้ยนไป  ดังนั้นจึงไม่ค่อยชอบอะไรที่โผล่มากระทันหันให้ต้องทำหรือต้องจัดการ ทั้งนี้เพราะไม่ได้เตรียมการณ์เตรียมใจกับสิ่งปัจจุบันทันด่วนที่โผล่มาแบบนั้นนั้น แต่เดี๋ยวนี้เริ่มที่จะทำใจยอมรับได้ ถ้าหากมันจะมีอะไรผิดเพี้ยนไปจากที่ตั้งใจ      
     แต่จู่ๆวันหนึ่งก็มีเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น  ลูกสาวที่เพิ่งจบการศึกษาหมาดๆลงมาพักสมองชั่วคราวก่อนขึ้นไปสมัครงานที่กรุงเทพมหานคร ตะโดนเสียงดังมาจากชั้นล่าง  
"แม่ แม่" ทีแรกเข้าใจว่าจะเรียกลงไปทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่ประโยคที่ตามมานี่ซิ เล่นเอาอิ่มจุกถึงหัว
"พ่อถูกรถชน มีคนมาบอกอยู่แถววัดแหลมทราย" เมื่อไปถึงก็ต้องเข้าใจผิดอีกรอบสองคิดว่าไปถึงคงจะเห็นสามีนั่งงงๆอยู่ริมถนน ข้างๆมีมอเตอร์ไซด์ที่ขี่ไปล้มอยู่ใกล้ๆ แต่พอไปถึง มีรถกู้ภัยเปิดไฟจอดอยู่ และมีรถตำรวจซึ่งคงมาจากสถานีตำรวจใกล้ๆ คนมุงกันเต็มไปหมด เริ่มสะกิดใจแล้วว่าคงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ขับรถไปจอดที่ใกล้ที่สุด เดินกุมมือลูกสาวที่ไปด้วย พอถึงที่เกิดเหตุ เห็นสามีนอนสลบแผ่หลาอยู่ที่พื้นถนนข้างๆศรีษะมีเลือดนองเต็มพื้นรัศมีกองเลือดที่นองออกมาราว ครึ่งเมตร แว่บแรกที่เห็นคิดก่อนวัดหรือโรงพยาบาล เรียกเท่าไหร่ก็เงียบ คลำชีพจรยังได้อยู่ พอดีทีมกู้ภัยที่มาถึงกำลังจะเอาเตรียมเอาผู้ป่วยขึ้นรถพยาบาล จึงบอกไปว่าระวังคอด้วยเคยมีปัญหาที่กระดูกของคอ ขอเอาปลอกคอใส่กันไว้เลย ส่วนที่อื่นของแนขาลำตัวเนื่องจากใส่ขาสั้นและแขนสั้นจึงเห็นชัดว่าไม่มีบาดแผล แขนขาไม่ได้ผิดรูปจึงคิดว่าแขนขาคงไม่มีอะไรหักหนักหนา ระหว่างที่กู้ภัยลำเลียง ได้มองหารถมอเตอร์ไซด์ และหูเหมือนมีตัวจับสัญญาณหันหาเจ้าของเสียงใกล้ๆที่พูดว่าคู่กรณีคือใคร จึงเดินเข้าไปหาเสียงนั้น ถามที่มาที่ไปคร่าวๆ และให้ลูกสาวไปถ่ายภาพรูปรถของคู่กรณี เพราะบิดาของคู่กรณีเป็นดาบตำรวจมาพาลูกไปโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้วทิ้งไว้แต่รถซึ่งมารู้ทีหลังไม่ได้ติดป้ายทะเบียนเพราะเป็นรถที่ตำรวจยึดไว้เป็นของกลางแล้วลูกนายดาบนั้นเอามาขี่ จากนั้นจึงบอกลูกสาวให้ไปกับรถกู้ภัย ส่วนตัวจะขับตามไปอีกคันเพราะถ้าไปกับรถทั้งสองคน พอจะทำอะไรที่อื่นหรือต้องส่งต่อโรงพยาบาลอื่นจะลำบาก
เมื่อรถกู้ภัยไปแล้วจึงกลับมาสำรวจที่เกิดขึ้น ถามชื่อเสียงเรียงนามตำรวจที่เป็นพ่อของคู่กรณี คนแถวนั้นบอกว่าคู่กรณีขี่รถมาเร็วมากและชนเอากับท้ายรถสามีที่กำลังชะลอเข้าจอดข้างทางหน้าร้านขายของชำ จากนั้นเดินไปให้ปากคำคร่าวๆกับตำรวจที่มาดูที่เกิดเหตุ และฝากมอเตอร์ไซด์ไว้กับร้อยเวรตำรวจที่มาบันทึกเหตุการณ์วันนั้น แล้วจึงขับรถตามไปที่โรงพยาบาล ระหว่างทางก็คิดไปว่าควรจะต้องบอกใคร บอกญาติที่อยู่คนละจังหวัดก็คงไม่มีประโยชน์ตอนนี้จะตกใจโดยไม่สามารถช่วยอะไรตอนนี้ได้ บอกเพื่อนที่เป็นหมออายุรกรรมให้ตามไปดูที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ซึ่งก็ช่วยได้มากโข เพราะเพื่อนโทรตามหมอวิสัญญีมาเผื่ออาการทรุดหนัก สมองบวมกดศูนย์หายใจจะได้ใส่ท่อช่วยหายใจได้ทันท่วงที จากนั้นจึงโทรตรวจสอบศูนย์เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ว่าคิวว่างมั้ย จะได้เตรียมตรวจเพราะคิดว่าคงมีปัญหาในสมองแน่ จากนั้นโทรศัพท์ตรวจสอบที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลถามอาการของคู่กรณี พบว่ารู้สึกตัวดีก็เบาใจว่าไม่มีคนบาดเจ็บหนักจากอุบัตืเหตุครั้งนี้เพิ่มขึ้น เมื่อคิดว่าโทรศัพท์ทำสิ่งที่ต้องทำแล้ว ก็ตั้งสติขับรถจดจ่ออยู่กับถนน เพราะตอนนั้นทุ่มกว่าแล้วบนท้องถนนก็มืดเอาการ พอถึงโรงพยาบาลพบว่ากำลังส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์จริงๆจึงตามไปดู พบว่ามีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง ต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลศูนย์ เพราะโรงพยาบาลที่มาถึงแม้เป็นโรงพยาบาลจังหวัดแต่ไม่มีศัลยแพทย์ระบบประสาท เพื่อนอายุรแพทย์ได้ช่วยเหลือโทรศัพท์ประสานกับศัลยแพทย์ระบบประสาทเพื่อรับดูแลต่อ ได้คุยกับลูกสาวให้ตามรถโรงพยาบาลเพื่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ซึ่งอยู่ห่างออกไป30กิโลเมตร ส่วนตัวเองคิดว่าวันนี้กว่าจะเสร็จสิ้นเรื่องราวคงจะดึกดื่นแน่ และคงไม่มีแรงที่จะขับรถกลับบ้าน บวกกับคนไข้ถ้าต้องไปอยู่ICU ก็คงไม่มีทางได้เฝ้าในห้องแน่นอน เลยสรุปกับลูกสาวให้ตามไปกับรถพยาบาลเพื่อส่งตัวต่อไปโรงพยาบาลศูนย์ ส่วนเราเองจะกลับบ้านไปเอาข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับ2-3วัน จากนั้นก็แยกย้ายกับลูกสาว กลับบ้านเก็บของลงกระเป๋าเดินทาง บังเอิญเดินทางบ่อยการจัดเก็บกระเป๋าสัมภาระไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ไม่ถึง15นาที ก็เก็บของส่วนตัวและของลูกสาวเสร็จก็ขับตามไปโรงพยาบาล พอไปถึงลูกสาวแจ้งว่าหมอศัลยกรรมประสาทมาดูผู้ป่วยและให้นอนสังเกตุอาการที่ICU ศัลยกรรมประสาทก่อน มีเรื่องออกเฉพาะในศีรษะส่วนอื่นๆไม่มีปัญหาตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หลังจากเสร็จสิ้นการเซ็นต์เอกสารที่เกี่ยวข้อง ซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้พยาบาลในห้องICUแล้วก็กินเวลาไปถึงห้าทุ่มกว่า เพื่อนรุ่นน้องอายุรแพทย์ หลานที่มาจากอเมริกากลับมาเยี่ยมบ้านแล้วตามมาสมทบ ยังไม่ทานอาหารเย็นกันเลยไปหาอะไรทานเพราะแต่ละคนท้องเรื่มร้องตะหงิดๆ ระหว่างรออาหารก็มานั่งทบทวนเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะต้องทำต่อ ยังดีว่าวันรุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์เลยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับงานประจำ จากนั้นก็มาคิดว่าคืนนี้จะนอนไหน ซึ่งสรุปว่าโรงแรมน่าจะสะดวกที่สุด จากปกติที่เคยใช้บริการbooking.comจองโรงแรมเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ ตอนนี้เลยมองหาที่พักใกล้ๆโรงพยาบาลและราคาไม่แพงนักเพราะไม่รู้ต้องอยู่โรงพยาบาลกี่วัน ห้องICUให้เข้าเยี่ยมได้วันละสามรอบซึ่งถ้าอยู่ใกล้โรงพยาบาลซึ่งลูกสาวขับรถไม่ได้ก็สามารถไปเองได้ไม่ยาก ส่วนเราเองก็ขับรถไปมาระหว่างที่ทำงานในอีกอำเภอกับโรงพยาบาลและแวะมานอนกับลูกสาวที่โรงแรมได้  หลังจากทานอาหารกันเสร็จสิ้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนเรากับลูกสาวก็ขับรถไปโรงแรมที่จองไว้  
              หลังจากผ่านพ้นไป1คืนตื่นเช้ามาเพื่อไปเยี่ยมคนไข้  สายๆได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่าอาการแย่ลงต้องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองอีกครั้ง หลังจากเอกซเรย์ไม่นานพยายามก็ตามไปพบและให้เซ็นต์ยินยิมการผ่าตัดเพราะมีเลือดออกมากขึ้นในสมอง ต้องผ่าตัดด่วน หลังจากห้องผ่าตัดพร้อมเรากับลูกสาวจึงตามไปนั่งรอหน้าห้องผ่าตัด แพทย์แจ้งว่าอาจใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง เราเลยใช้เวลาระหว่างนี้ จดรายการที่ต้องเตรียมและต้องทำไว้เพื่อว่าวันที่กลับไปที่บ้านในอีกอำเภอจะได้ไม่ตกหล่น พอรวบรวมได้เท่าที่นึกออกก็ได้เวลาไปรับลูกชายที่สนามบินซึ่งบินมาสมทบ เลยบอกลูกสาวให้รอเฝ้าหน้าห้องผ่าตัดต่อไป.....จนตอนนี้เวลาผ่านไปเกือบ10เดือนมีเรื่องราวต่างๆมากมายจากอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้หยุด เมื่อมองย้อนกลับไปพบว่าการมีสติในการเผชิญกับทุกๆสิ่งตรงหน้าเป็นสิ่งสำคัญ วันน้้นถ้าไปถึงที่เกิดขึ้นทำอะไรไม่ถูกคุมสติไม่อยู่ คงหลงๆลืมๆไม่รู้เกิดอะไรกับใคร  จอดรถทิ้งไว้ตามไปกับรถกู้ภัย พอต้องส่งตัวไปโรงพยาบาลอื่นอีกอำเภอเราจะไปกลับยังไง มันก็ค่ำแล้ว  โทรหาญาติให้วุ่นไปหมด แล้วคนอีกหลายคนก็ต้องตกใจว้าวุ่นแล้วก็ยังช่วยอะไรไม่ได้เพราะอยู่กันคนละจังหวัด ยังดีที่เราสองคนแม่ลูกตั้งหลักตั้งสติไว้และนึกในสิ่งที่ต้องทำจึงทำให้เหตุการณ์ผ่านไปอย่างไม่ยุ่งยากมากนักทั้งที่มันเป็นเรื่องหนักที่สุดเรื่องหนึ่งที่เราต้องเผชิญ
ก่อนจบเรื่องราวระหว่างทางในเรื้องตั้งสติ ขอยกคำจำกัดความสั้นๆของคำว่าสติ ดังนี้
สติ ตามความหมายในทางพุทธศาสตร์แปลว่า ความระลึกได้, นึกได้, ความไม่เผลอ, การคุมใจไว้กับกิจ หรือกุมจิตไว้กับสิ่งที่เกี่ยวข้องหรือการปฏิบัตินั่นเอง




Create Date : 17 ตุลาคม 2558
Last Update : 23 ตุลาคม 2558 20:36:05 น.
Counter : 143 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



jungbb
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments