ตุลาคม 2558

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
19
21
22
25
26
27
28
29
30
31
 
ตั้งสติ ในต่างแดน
Smiley
สติเป็นเรื่องสำคัญในทุกที่ทุกสภาวการณ์ ไม่ว่าจะยามสุขหรือยามทุกข์ บางคนมักจะพูดเสมอว่าเวลาเราเจอเรื่องร้ายๆให้เราตั้งสติให้ดี แต่จริงๆแล้วเราควรมีสติตลอดไม่ว่าจะกำลังสนุกสนาน สรวญเสเฮฮาหรือแม่แต่เวลาเจอเรื่องทุกข์ยาก เรื่องร้ายแรงในชีวิตอย่างตอน ตั้งสติ เผชิญ เกิดแกเจ็บตาย
   มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไปเที่ยวยุโรปทริปนั้นเราตั้งใจว่าหลักๆจะไปสวิส โดยจะแวะไปปราก คลุมลอฟ คาโลวี่ด้วยตามรอยเคน ธีรเดชในละครช่องสามเรื่อง กลรักลวงใจ เนื่องจากเราคิดไปเองว่าเศรษฐกิจสวิสดีกว่า เพราะฉะนั้นพอเราอยู่ในสวิสเราก็จะชิวๆ ลั๊ลลา ไม่ระแวดระวังเท่าตอนเราไปอยู่ในประเทศเชก อีกอย่างสภาพบ้านเรือนและผู้คนก็ทำให้เราต้องระแวดระวังตัวด้วยเลยทำให้การเที่ยวตามรอยกลรักลวงใจผ่านไปอย่างสนุกสนาน มึความสุขล้นเหลือไม่พบเรื่องร้ายใดๆ   พอเรากลับมาสวิสก็มีเรื่องที่ไม่คิดว่าจะมาเจอะเจอที่สวิส  ครั้งแรกตอนที่นั่งรถไฟจาก Interlaken มาZermatte  หัวหน้ากลุ่มขอเก็บเงินกองกลางเพิ่ม เนื่องจากเรามาเที่ยวกันเอง ทุกคนจะจ่างคนต่างจองซื้อตั๋วเครื่องบินตามFlight ที่แจ้งกันไว้ พอมาถึงเราจะลงขันเก็บเป็นเงินกองกลางไว้จ่ายค่าโรงแรม ค่าอาหารที่เราแวะกินแต่ละมื้อ ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ จะได้ไม่ต้องควักเงินกันทุกที่บ่อยๆ นอกจากจะต้องยุ่งยากกับการทอนเงินสกุลไม่คุ้นเคยแล้วเพราะเงินมักจะไม่ลงตัว ยังจะทำให้ชักช้าเสียเวลาด้วย พอขึ้นรถไฟปุ๊ปทุกคนก็เปิดกระเป๋าตังค์เอามาให้กองกลาง มีน้องร่วมทริปอีกคนเปิดกระเป๋าอยู่นาน ค้นตรงนั้นเปิดตรงนี้อยู่พักใหญ่ซักครู่ก็บอกว่าหากระเป๋าตังค์ไม่เจอ เราก็คิดว่าคงจะตกหล่นในโรงแรมแน่เลยเปิด voucher booking ของโรงแรมโทรศัพท์เข้าไปเพื่อขอให้โรงแรมช่วยตรวจสอบเผื่อว่าจะตกหล่นในห้องนอน โทรศัพท์ไปถามอีกครั้งในชั่วโมงถัดมา ปรากฎว่าไม่มี พวกเราก็ช่วยกันคิดว่ามีการหยิบกระเป๋าออกมาซื้อของที่ไหนหรือเปล่า ก็นึกออกว่าเก็บไว้ในกระเป๋าเป้เรียบร้อยมีพยานในกลุ่มยืนยัน เลยสรุปว่าคงไปวางทิ้งที่ไหนแล้วลืมหยิบมาไม่ได้คิดว่าถูกล้วงกระเป๋าหรือถูกขโมยแต่อย่างใด  เป็นอันว่าของที่จะซื้อส่วนตัวก็ต้องหยิบยิมเพื่อนคนอื่นไป ส่วนอาหารอื่นๆก็อาศัยกองกลางไปก่อน   เราก็เที่ยวกันอีกหลายที่จนเมืองสุดท้ายมาจบที่Zurich เพราะเราซื้อตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพ-ซูริกไว้ ช่วงเช้าเรายังพอมีเวลา เพื่อนหลายคนอยากไปshopping ทิ้งทวนโดยเฉพาะนาฬิกาในสวิสต้องถอยมาซักเรือนสองเรือน เรากับเพื่อนเลยขอไปเดินถ่ายรูปเล่นในเมือง ระหว่างเดินถ่ายรูปที่สะพานในเมืองzurich ฝนก็เริ่มลงเม็ดปรอยๆ ผู้คนก็ทะยอยไปหลบฝนกัน แต่เรายังยืนถ่ายรูป เป็นความโชคดีที่บังเอิญเราถอยหลังระหว่างถ่ายภาพเสร็จเลยไปชนกับผู้คน  รีบหันหลังหวังจะไปขอโทษขอโพย  แต่ที่เห็นคือหญิงสองคนแต่งตัวรุ่มร่าม คนแรกค่อนข้างผอมและสาวกว่าอยู่ข้างหลังน่าจะเป็นคนที่เราถอยหลังไปชน แต่ที่เห็นเพิ่มมาคือคนอยู่ข้างๆรูปร่างท้วมกว่าและดูสูงวัยที่มายืนแบบประชิดตัวนี่ซิ อยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วช่วงที่หันไปเห็นคนข้างๆเอาผ้าพันคอพันอะไรซักอย่างด้วยความรีบเร่ง สติตอนนั้นประมวลผลในช่วงเวลาไม่กี่วินาที ว่ามันแปลกเพราะตามแนวยาวของสะพานมีที่มากมายไม่ยืนมายืนทำอะไรที่ข้างหลังและข้างๆตัวเรา  และเธอพันอะไรไว้อย่างรีบเร่ง คำถามทั้งหมดเกิดขึ้นพร้อมๆกับที่มือล้วงลงไปในกระเป๋าสะพาย ซึ่งตอนนี้เลื่อนมาอยู่ข้างตัวและที่สำคัญซิปกระเป๋าเปิดอยู่ มือที่ควานลงในกระเป๋าว่างเปล่า กระเป๋าเงินไม่อยู่แล้ว ภายในเสั้ยวเวลานั้น นึกถึงความยุ่งยากหากกระเป๋า บัตรต่างๆและเงินต้องหายไปยิ่งในต่างประเทศด้วยแล้ว  โดยไม่ต้องลังเล เราหันไปคว้าคอเสื้อหญิงสูงวัยที่เอาผ้าพันคอพันของอะไรไว้พร้อมกับตะโกนเสียงดังภาษาอังกฤษแปลว่า "เอากระเป๋าชั้นคืนมา ชั้นจะแจ้งตำรวจ" หญิงทั้งสองหันมารุมและส่ายหน้าปฏิเสธ ตอนนั้นเราค่อนข้างมั่นใจเลยเขย่าคอเสื้อหญิงสูงวัยแรงขึ้น เธอเลยชึ้ไปที่ถนนห่างไปประมาณครึ่งเมตร คาดว่าเธอคงเหวี่ยงไปให้พ้นตัว เป็นไปไม่ได้ที่จู่ๆกระเป๋าตังค์จะลอยออกมาจากกระเป๋าที่รูดซิปปิดไว้เรียบร้อย  ตอนนั้นคิดว่าเธอเอากระเป๋าเหวี่ยงคืนมา เงินจะเอาไปแล้วหรือยัง  เลยตะโกนให้เพื่อนไปหยฺิบกระเป๋ามาเปิดดูก็ยังเห็นบัตรและเงินสดอยู่จึงปล่อยคอเสื้อหญิงรุ่มร่ามนั้นไป  ทั้งสองก็รีบวิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว  เพื่อนหันมาบอกว่าเราสติดีมาก เพราะเค้ายืนงงทำอะไรไม่ถูกจนได้สติตอนเราเรียกให้ไปหยิบกระเป๋าเงินจากพื้นจึงค่อยคืนสติ  พอกลับไปเจอกับกลุ่มเพื่อนที่เหลือในโรงแรมหลังจากกลับมาจากshoppingแล้ว ทุกคนเลยสรุปว่ากระเป๋าของเพื่อนร่วมทริปที่หาไม่เจอบนรถไฟที่พาเราออกจาก Interlakenคงจะถูกมิจฉาชีพล้วงไปแน่นอน เพราะทุกคนไม่คาดคิดว่าในสวิสจะมีพวกนักล้วงกระเป๋ามากขนาดนี้ นี่จึงเป็นสิ่งเตือนใจอีกหนึ่งเรื่องของการมีสติเตือนตนเองเวลาพบเจอเรื่องใดๅที่ไม่ตรงไปตรงมา  ทำให้เราสามารถประมวลเหตุและหาผลที่เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นตามมาทำให้ยังสามารถแก้ไขเรื่องร้ายได้ทันเวลาเราไปเที่ยวมักจะนึกแต่ความสนุกสนาน จนลืมระวังตัว และพอมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลเราควรมองอะไรในแง่ร้ายก่อน ถ้าไม่ได้เป็นอย่าที่เราคิดลบไว้ ก็โชคดีไปจะแก้ไขอะไรต่างๆได้ทัน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นเราพึงมีสติตื่นรู้ต่อเหตุการณ์ต่างๆที่ปรากฏตรงหน้าให้ดี


สารบัญ //www.bloggang.com/viewdraft.php?id=jungbb&month=16-10-2015&group=2&gblog=2



Create Date : 18 ตุลาคม 2558
Last Update : 23 ตุลาคม 2558 20:35:45 น.
Counter : 115 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



jungbb
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments