ตุลาคม 2558

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
19
21
22
25
26
27
28
29
30
31
 
เพียงพอก็พอเพียง 1
".เศรษฐกิจพอเพียง" หนึ่งในคำสอนจากพระราชดำรัสของล้นเกล้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 องค์ปัจจุบัน
"จงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่" สุภาษิตที่ได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่เล็กจนโต
เราได้ยินได้ฟังบ่อยแต่เหมือนยังไม่เข้าใจถ่องแท้ หรือว่ากันตามจริงไม่ได้ให้ความสำคัญหรือทำความเข้าใจกับความพอ หรือพอเพียงอย่างจริงจัง อย่างแท้จริง ขอเล่าเรื่องราวที่ค่อยๆทำให้เห็นประโยคเหล่านี้กระจ่างชัดขึ้นมาในความคิด เริ่มมองหาเหตุและผลของคำว่าพอเพียงมากขึ้นมากขึ้น เริ่มจากหลายปีที่ผ่านมาหลังจากที่ภาระเรื่องลูกค่อยๆลดน้อยลง เนื่องจากลูกๆโตและสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในกรุงเทพกันหมด ก่อนมีครอบครัวจะเดินทางไปต่างประเทศบ่อย แต่พอเรื่มแต่งงานมีลูก การท่องเที่ยวในต่างแดนก็เริ่มห่างหายไปเพราะหลายๆปัจจัย พอเริ่มมีเวลาก็จัดการวางแผนท่องเที่ยวปีละ5-7ทริป เรียกว่าว่างปุ๊ป วางแผนการท่องเที่ยว เตรียมลางาน เรียกว่าลาพักร้อนลากิจ ใช้กันระเนระนาดเกือบเต็มพิกัด  แต่ชดเชยด้วยแต่ละปีแทบจะไม่เคยลาป่วยเลย ที่ต้องวางแผนเพราะต้องการอิสระในการท่องเที่ยว การไปกับกรุ๊ปทัวร์แม้จะสบายที่มีคนจัดการให้ แต่เวลาอิสระหายไปเยอะเพราะต้องเผื่อเวลาสำหรับคนอื่นๆด้วย เช่นจะเข้าห้องน้ำจะเดินเที่ยวต้องรอจนครบจำนวน ถ้ายิ่งคนมากยิ่งเปลืองเวลาและเที่ยวได้ไม่เต็มที่ บางครั้งผู้ร่วมเดินทางก็ไม่น่ารักทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวหมดสนุกไป เลยคิดว่าวางแผนเองไปกับกลุ่มส่วนตัวจะสนุกกว่ามาก  เมื่อไปในแต่ละสถานที่แน่นอนของที่ระลึกซื้อทุกที่ ง่ายๆแม่เหล็กติดตู้เย็น ตอนนี้สามกล่องเต็มๆเพราะถ้าติดตู้เย็นคงต้องติดด้านบนและแผงเหล็กด้านหลังตู้เย็นแน่ ตอนซื้อทีแรกก็ตั้งใจว่าเอาเป็นที่ระลึกประเทศละอันก็น่าจะพอ แต่พอเห็นอันโน้นก็อยากได้ แบบนี้ก็อยากเก็บเลยกลายเป็นประเทศละหลายอัน ยิ่งถ้าไปหลายเมืองด้วยแล้วยิ่งมากเป็นหลายเท่าตัว ขนาดฝากคนอื่นก็แล้วยังมีอีกหลายอัน นี่ถ้าตั้งใจไว้ว่าประเทศนี้เก็บอันเดียวพอก็คงไม่มากมายขนาดนี้ เมื่อสะสมมากเข้าเอาไปติดตู้เย็นไม่หมดก็มาเก็บในกล่อง ก็มาสงสัยว่าแล้วเมื่อไหร่จะได้หยิบออกมาดู นี่แสดงว่ามันมากเกินพอซะแล้ว  นอกจากของที่ระลึกสิ่งที่มักมากับการท่องเที่ยวคืออุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้เกี่ยวกับการเดินทางอันดับแรกกระเป๋าที่สะพายติดตัว จำได้ว่าแรกๆก็แบกเป้ไป แต่ระหว่างทางจะหยิบกระเป๋าจับจ่ายใช้สอยก็รู้สึกว่าหยิบฉวยไม่สะดวก ต้องมีกระเป๋าใบย่อมสะพายไว้ข้างหน้าไว้ใส่อะไรต่างๆที่หยิบบ่อยๆ เช่นกระเป๋าตังค์ ทิชชู่ ตลับแป้ง ยาดม พอบางtripเห็นคนอื่นใช้กระเป๋าสะพายหน้าใบใหญ่หน่อยเห็นคว้าอะไรก็ง่ายไปซะหมด เสื้อคลุมเอยผ้าพันคอเอย จะเก็บกล้องก็ใส่ได้ เริ่มเปลี่ยนปณิธานว่าของไม่ค่อยได้ใช้สะพายไว้ข้างหลังในเป้จะเดินจะเหินก็คล่องตัวไปเป็นกระเป๋าสะพายใบหน้าที่ใหญ่พอจะเก็บสิ่งละอันพันละน้อยได้เพิ่มขึ้น แต่พอซื้อมาใช้กลับพบว่าบางทีมันก็เมื่อยกว่าใส่เป้แบกไว้ที่หลังซะอีก
ยังไม่พอระหว่างหลากหลายการเดินทางก็มีสารพัดเหตุผลมาให้ซื้อกระเป๋าอีกสารพัดเช่นเป้แบบเบาพับได้ เผื่อจะอยากหยิบออกมาใช้ตอนไหนพกไปด้วยเบาๆไม่เกะกะ ได้มาตอนแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินปารากวัย หรือกระเป๋าสะพายหน้าใบเล็กที่มีช่องแยกสัมภาระชัดเจนกว่าที่มีอยู่ หยิบจับอะไรก็เป็นหมวดหมู่สะดวกในการหยิบจับ อันนี้ได้มาตอนแวะoutletชื่อ Citadelที่ซีแอตเติล อเมริกา กว่าจะรู้ว่าใช้เวียนกันไปปีหนึ่งเดินทางไปต่างประเทศมากสุดก็เจ็ดครั้ง กระเป๋ามีสิบกว่าใบคุ้มมั้ยเมื่อเทียบกับที่จะได้หยิบได้จับไปใช้ นี่ถ้าเราพอใจที่มีอยู่กระเป๋าหน้าหนึ่งใบข้างหลังอีกใบ ใช้จนมันดูมอมแมมหรือหมดสภาพค่อยหาใบใหม่น่าจะประหยัดเงินและไม่มีปัญหาในการดูแลเหมือนที่เป็นอยู่นี้ และเชื่อมั้ยบางครั้งหยิบออกมายังตกใจว่าใบนี้ลืมไปแล้วว่ามี ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า เราไม่พอใจซักทีเลยไม่เพียงพออยู่เรื่อยไป ยังไม่หมดนะเวลาเดินทางก็จะต้องมีแว่นตากันแดด หมวก รองเท้า และ เสื้อกันหนาว รองเท้าอาจจะพออนุโลมเพราะบางครั้งการไปเที่ยวที่ต่างๆอาจมีความหลากหลายของภูมิประเทศและสภาพการท่องเที่ยวที่จะไปเช่นไปลุยหิมะ ไปปีนเขาหรือไปเดินชายหาดการมีรองเท้าหลายคู่เพื่อรองรับสภาพการที่จะไปก็พอรับได้ หรือหมวกที่บางครั้งไปซื้อเพราะไม่ได้พกไปแล้วบังเอิญจำเป็นต้องใช้ แต่จริงๆถ้าติดไปบ้างก็จะตัดโอกาสการซื้อหาใบใหม่ก็ได้นะ ที่ต้องพูดถึงเลยคือเสื้อกันหนาว ไม่ว่าจะขนเป็ด Down Light down (บางเบาหน่อย) Fleece (เสื้อคลุมเนื้อผ้าหนาๆ)เสื้อไหมพรม หรือแม้แต่เสื้อหนัง นี่ยังไม่รวมตัวในๆเข้าไปอีกนะ แล้วก็ต้องmatchสีตัวนอกนี้กับตัวในโน้น แล้วถามจริงๆเถอะบ้านเราอากาศเป็นยังไง นึกแล้วก็ขำเวลาซื้อเหมือนจะต้องไปเรียนต่างประเทศเมืองหนาวเป็นปีๆ มีเพื่อนร่วมเดินทางรุ่นน้องไปกันกี่ครั้งก็จะใช้เสื้อผ้าเดิมๆ แล้วเวลาคนอื่นจะซื้อเสื้อหนาวเธอก็จะไม่หวั่นไหว หนักแน่นพอที่จะไม่ซื้อตาม เวลาเก็บกระเป๋าจะเปลี่ยนโรงแรมที่นอนหรือจะกลับเธอก็จะไม่มีปัญหาในการเก็บกระเป๋า ซึ่งจริงๆแล้วถ้าเรามีสติฉุกคิดซักนิดว่าเรามีเพียงพอแล้ว เราก็จะไม่ต้องเสียตังค์กับข้าวของที่ใช้ปีละไม่กี่วัน และยังไม่ต้องปวดหัวเหนื่อยกับการเก็บกระเป๋า ไม่ต้องลุ้นว่าน้ำหนักจะเกินมั้ย นี่เป็นตัวอย่างในเสี้ยวหนึ่งของชีวิตไม่กี่ปีในการท่องเที่ยวว่าถ้าเรารู้จักพอเพียง เราจะไม่ต้องพบความยุ่งยากและอย่างไรก็ตามเราก็มีของใช้เพียงพอแน่นอน ตอนต่อๆไปจะมีตัวอย่างอื่นๆในเรื่องของความพอเพียงมาเล่าสู่กันฟังอีก วันนี้ขอเวลาไปจัดการtripที่จะมาถึงในเวลาอันใกล้ และขอสัญญาว่าจะพยายามมีสติตื่นรู้กับคำว่า พอเพียงในระหว่างการเดินทางนี้



สารบัญ //www.bloggang.com/mainblog.php?id=jungbb



Create Date : 16 ตุลาคม 2558
Last Update : 23 ตุลาคม 2558 20:36:21 น.
Counter : 169 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jungbb
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments