มิถุนายน 2554

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
19
20
22
23
24
25
26
27
30
 
 
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง ตอนที่ 6
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง

ตอนที่ 6



“เชิญครับทุกคน ถึงแล้วครับ“ ปรเมษเอ่ยขึ้น เมื่อรถตู้คันสวยพาทุกคนมาถึงด้านหน้าของบ้านพักส่วนตัวของดวงแก้ว ผู้เป็นมารดาของเขานั่นเอง โดยมีเจ้าของบ้านทั้งสองและน้าเกื้อของชายหนุ่มยืนรออยู่แล้ว ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม อย่างมีความสุข
“นี่คุณพ่อ คุณแม่ และน้าเกื้อครับทุกคน“ ปรเมษเอ่ยแนะนำขึ้นอีก หลังจากทุกคนลงมายื่นเผชิญหน้ากับเจ้าของบ้านเป็นที่เรียบร้อย
"แล้วนี่คุณเทียนขวัญ พรีเซ็นเตอร์ของเราครับ แล้วนี่ก็คุณเจด้า ผู้จัดการส่วนตัวของคุณเทียนขวัญครับ ส่วนสองคนนี้เจ้าทรงพล คนเดิม กับคุณออนอุมา"ปรเมษเอ่ยแนะนำแขกที่มาใหม่ขึ้นอีก
“ขอบใจหนูสองคนมากๆนะจ๊ะ ที่ให้เกียรติมาร่วมงานกับครอบครัวของเราและก็ขอบคุณทุกคนมากๆนะที่มาร่วมกินข้าวกับคนแก่“ ดวงแก้วเอ่ยขึ้นกับทุกคน
“เราสองคนสิคะ ที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ ที่ครอบครัวของคุณแม่ให้เกียรติกับเราสองคน จริงมั๊ยคะน้องเทียนขา“เจด้าเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม พร้อมทั้งทำท่าบุ้ยไบ้มายังเทียนขวัญที่ยืนยิ้มน้อยๆอยู่ข้างๆ
“จริงค่ะ เทียนต้องขอขอบพระคุณท่านทั้งสองมากๆนะคะ ที่กรุณาให้เกีนรติกับเรามากๆ“ เทียนขวัญตอบรับอย่างนอบน้อมเช่นกัน
"ไม่ต้องเรียกท่านก็ได้จ้ะ เรียกพ่อกับแม่ตามเจ้าปรเมษก็แล้วกันนะจ๊ะ เอ้าเชิญๆ เชิญด้านในเลยจ้ะ อาหารพร้อมแล้ว มัวแต่ยืนอยู่อย่างนี้ เดี๋ยวอาหารก็เย็นหมดพอดี“ ดวงแก้วกล่าวขึ้น พร้อมทั้งเดินนำทุกคนเข้าไปยังห้องรับปรทานอาหาร
“แม่ไม่รู้ว่าทุกคนชอบอาหารแบบไหน เลยให้น้าเกื้อทำเพิ่มให้อีกสามอย่าง มีแกงกระหรี่ปูนิ่มกับหลนเต้าเจี้ยวและปลากระพงทอดเกลือ หวังว่าคงทานได้นะจ๊ะ“ดวงแก้วเอ่ยขึ้นอีกหลังจากทุกคนเข้านั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว
"แล้วนี่ก็เป็นยำทะเล แกงเขียวหวานกุ้ง และแกงจืดเต้าหู้ใข่ ของโปรดของปรเมษเค้าล่ะ“ดวงแก้วเอ่ยขึ้นอีก พร้อมทั้งปลายตามองลูกชายอย่างยิ้มๆ
“ มีอะไรขาดเหลือ บอกกับปรเมษได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ “ ทอมเอ่ยขึ้นครั้งแรก ด้วยเสียงเหน่อ ของเขาอย่างใจดี ทำเอาทุกคนยิ้มออกมาทันที
“ฝีมือน้าเกื้อยังอร่อยเหมือนเดิมนะครับ สงสัยผมต้องมาฝากท้องที่นี่บ่อยๆแล้วล่ะครับ“ทรงพลเอ่ยขึ้น กับน้าเกื้อ หญิงสูงวัย ผมสั้นออกท้วม ดูท่าทางใจดี ที่มีหน้าตาละม้าย คล้ายคลึงกับดวงแก้ว เพียงแต่อีกฝ่ายดูอ่อนวัยกว่าเท่านั้นเอง
“ขอบใจนะจ๊ะที่ชมคนแก่ น้ายินดีต้อนรับพ่อพลกับทุกๆคนด้วยนะคะ อยากทานอะไร บอกน้าได้ ถ้าไม่เกินกำลังคนแก่ จะทำให้ค่ะ“น้าเกื้อของชายหนุ่มบอกอย่างใจดี
ทุกคนรับประทานอาหาร และคุยกันอย่างออกรสออกชาติ แต่ปรเมษกับเทียนขวัญยังคงเงียบและตั้งใจทานอาหารของตนเองไปเรื่อยๆ อยู่อย่างนั้น จนกระทั่งมื้ออาหารจบลง
และทุกคนก็ได้เวลาลากลับ โดยมีปรเมษมาส่งทุกคนกลับที่พักเป็นที่เรียบร้อย

“เมษเป็นอะไรรึเปล่าลูก น้าว่ามันผิดปกตินะ เมษดูเงียบๆชอบกล“ น้าเกื้อเอ่ยถาม อย่างสงสัย เมื่อเห็นชายหนุ่ม มานั่งเงียบๆอยู่คนเดียวที่ห้องนั่งเล่น หลังจากชายหนุ่มกลับมาจากส่งแขกแล้ว
“ไม่มีอะไรหรอกครับน้าเกื้อ ผมแค่คิดอะไรเพลินๆแค่นั้นเองครับ“ ปรเมาเอ่ยขึ้น พร้อมทั้งยิ้มให้กับน้าของเขา
“ว่าแต่น้าเกื้อเถอะครับ สบายดีรึเปล่า ดูผอมๆไปนะครับ มีอะไรรึเปล่า“ ปรเมษถามกลับอย่างสงสัยเช่นกัน
“ไม่มีอะไรหรอก ก็คนแก่แล้ว จะให้กระชุ่มกระชวยเหมือนคนหนุ่มๆได้ยังไง“ เกื้อเอ่ยตอบ พลางเดินมาทรุดลงนั่งขัางๆชายหนุ่ม
“แล้วเรื่องหนูวิเป็นยังไงบ้าง น้าหวังว่าเมษคงตัดใจได้แล้วนะ“ เกื้อเอ่ยขึ้นอีกอย่างเป็นห่วงหลานชาย
“ผมไม่เป็นไรแล้วครับ ผมกลับดีใจกับเค้าซะอีก ที่เค้าเจอคนดีๆอย่างนายธันวา“ ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอีก พลางยิ้มอย่างเศร้า ๆ
“ก็ดี เมษจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ซะที อายุอานามก็ปาเข้าไปสามสิบแล้ว จะได้รีบหาคนมาเป็นเจ้าสาว แล้วก็มีหลานให้แม่กับน้าไวๆ แม่เรา เค้ายิ่งบ่นๆอยู่ว่าอยากเห็นหน้าหลานก่อนตาย“เกื้อเอ่ยขึ้นอีก
“ไม่เอาล่ะครับ ผมยังไม่อยากหาเหาใส่หัว อีกอย่างผมอยู่เป็นโสดแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว มีเมียแล้วคงยุ่งพิลึก“ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ พลางเอนตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาว อย่างผ่อนคลาย
“จ้ะพ่อคุณ ยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร แต่อย่าให้คนแก่รอนานนักนะ เดี๋ยวตายก่อนเห็นหน้าหลาน“เกื้อเอ่ยขึ้นอีก พลางลุกขึ้นยืน
"เดี๋ยวน้าไปนอนก่อนนะ ดึกแล้ว เมษก็เหมือนกัน รีบเข้านอนซะนะ น้าเป็นห่วง“เกื้อเอ่ยขึ้นอีก แล้วหันหลังเดินหายเข้าไปยังห้องนอนของตน ปล่อยให้ปรเมษนอนนิ่งอยู่เงียบๆเพียงลำพัง

ชายหนุ่มกำลังคิดถึงวิกานดา เมื่อมีโอกาสได้อยู่ตามลำพังอีกครั้ง
เขากับวิกานดา เป็นคู่รักกันมาหลายปี หลังจากที่เค้าเรียนจบ ก็ได้รู้จักกับเธอ เพราะวิกานดาคือลูกสาวของบัญชา เพื่อนสนิทของพ่อเค้านั่นเอง
แต่จู่ๆผู้หญิงที่เป็นที่รักของเขา ก็ต้องหมั้นหมายไปกับคนอื่น ที่พ่อของเธอเป็นคนเลือกให้ และเธอก็เพิ่งเข้าสู่พิธีแต่งงานได้ไม่นาน ก่อนที่เค้าจะกลับมาจากต่างประเทศไม่กี่วันเท่านั้นเอง
ถึงแม้ปรเมษจะรู้สึกเจ็บปวดที่คนรักต้องแต่งงานกับคนอื่น แต่ปรเมษไม่ได้รู้สึกเจ็บแค้นแต่อย่างใด ตรงกันข้ามชายหนุ่มกลับเข้าใจในตัวของวิกานดาเป็นอย่างดี เพราะเธอเป็นลูกที่เชื่อฟังพ่อแม่ ไม่เคยนอกลู่นอกทาง ที่เธอตัดสินใจแต่งงานกับคนที่พ่อแม่เธอเลือกให้ ก็เพราะเธอไม่อยากทำให้บุพการีของเธอเสียใจนั่นเอง วิกานดาเป็นผู้หญิงที่อ่อนหวาน เวลาอยู่ด้วยแล้วมีความสุข

ต่างกับอีกคนลิบลับ ที่แสบยิ่งกว่ามดคันไฟ ต่อปากต่อคำกับเค้าตลอดเวลา ผู้หญิงอะไรไม่น่ารักเอาซะเลย
ชายหนุ่มนึกกับตัวเองอย่างหงุดหงิด เมื่อนึกถึงเทียนขวัญขึ้นมา


แสงแดดของวันใหม่สาดส่องไปทั่วบริเวณชายหาด ที่เทียนขวัญกับผู้จัดการส่วนตัวของเธอกำลังเริ่มการทำงานกับทีมงาน โดยมีกุ๊กไก่ดูแล คอยอำนวยความสะดวกอยู่ไกล้ๆ
“น้องกุ๊กไก่ขา พี่ล่ะสงสัยจังเลย ว่าทำไมทางคุณปรเมษไม่จ้างบริษัทโฆษณาเก่งๆมาทำงานนี้ให้ล่ะคะ ทำไมต้องมาเหนื่อยทำเอง“เจด้าเอ่ยถามกุ๊กไก่อย่างอยากรู้ ขณะที่กำลังนั่งมองดูเทียนขวัญโพสท่าอยู่ หน้ากล้องตัวใหญ่ที่ทีมงานกำลังกดชัตเตอร์เพื่อเก็บภาพของเธอตามไปด้วย
“มันเป็นนโยบายใหม่ของคุณปรเมษน่ะค่ะ คุณปรเมษบอกว่า ให้คนที่เข้าใจงานทำ งานมันจะออกมาดีกว่า ไปจ้างคนอื่นที่ไม่ได้รู้เรื่องโรงแรมเลย และอีกอย่างพวกเราก็ไม่เหนื่อยเลยนะคะ กลับแฮ๊ปปี้กับงานนี้มากๆ ดีกว่านั่งหมกอยู่แต่ในออฟฟิสที่กรุงเทพๆเป็นไหนๆ อีกอย่างพวกเราก็ดีใจมาก ที่ได้ร่วมงานกับพี่เจด้าและคุณเทียนขวัญด้วยค่ะ “กุ๊กไก่ตอบยิ้มๆอย่างมีความสุข พลางหันไปมองเทียนขวัญไปด้วย
“คุณเทียนขวัญ เธอนี่น่ารักจริงๆนะคะ แดดร้อนขนาดนี้ ไม่บ่นเลยซักคำ ตั้งใจทำงานสมกับเป็นมืออาชีพจริงๆ“กุ๊กไก่เอ่ยชมหญิงสาวกับเจด้าต่ออย่างชื่นชม
“เนี่ยล่ะค่ะ ถึงจะเรียกว่าน้องเทียนของพี่ เธออึดอยู่แล้วล่ะค่ะ ไม่เหมือนพี่ เจอแดดนิดเดียว สีผิวเปลี่ยนทันที “ เจด้ากล่าวต่อยิ้มๆพลาง หยิบครีมกันแดดมาทาที่แขนอย่างตั้งอกตั้งใจ


“ดูท่าทางพรีเซ็นเตอร์ของเราจะเอาจริงเอาจังกับการทำงานมากนะ“ ทอม เอ่ยขึ้นเสียงเหน่อกับลูกชาย ที่ยืนมองการทำงานของหญิงสาวเงียบๆอยู่ข้างหน้าต่างห้องทำงานของเขา
“อย่าเพิ่งรีบสรุปเลยครับ ดูๆไปก่อน ไม่แน่อาจจะท่าดีทีเหลวก็ได้ ดาราหลายคนสมัยนี้ เหยียบขี้ไก่่ไม่ฝ่อนะครับพ่อ“ ชายหนุ่มกล่าวตอบผู้เป็นบิดา อย่างไม่เห็นด้วย พลางทำหน้าเยาะเย้ยไปทางนอกหน้าต่าง
“จริงสินะ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ขนาดรู้จักกันมานาน ยังไว้ใจไม่ได้เลย เหมือน….“ ทอมเอ่ยต่อกับลูกชายอย่างอึกอักมีพิรุธ
“เหมือนกับใคร เหรอครับพ่อ“ชายหนุ่มซักผู้เป็นบิดาต่ออย่างอยากรู้ เมื่อเห็นบิดาหยุดพูดกลางครันเอาดื้อๆ
“เอาไว้ถึงเวลาไอจะบอกยูนะ ตอนนี้ไอว่ายูออกไปดูทีมงานเค้าก่อนดีกว่านะ“ ทอมตัดบทกับลูกชายอีกเช่นเคย
“ครับพ่อ“ชายหนุ่มรับคำทั้งที่ยังสงสัย แต่ก็ยอมลุกขึ้น แล้วเดินออกจากห้องของผู้เป็นบิดาออกไปยังชายหาดทันที


“สวัสดีตอนเช้าครับคุณเจด้า“ ปรเมษเอ่ยทักเจด้า ที่กำลังนั่งมองเทียนขวัญอยู่บนเก้าอี้ตัวยาว ใต้ร่มสีขาวตัวใหญ่
“อ้าว คุณปรเมษ มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง ขวัญพี่หายไปหมดแล้วนะคะเนี่ย แบบนี้ต้องปลอบใจพี่นะคะ เพื่อเรียกขวัญ“ เจด้ากล่าวทักตอบเล่นๆ พลางทำตาเป็นประกายระยิยระยับให้ชายหนุ่ม
“ขอโทษครับ ผมไม่นึกว่าคนอย่างคุณเจด้าจะขวัญอ่อนขนาดนี้“ ปรเมษตอบกลับเล่นๆเช่นกัน
“แหมคุณปรเมษล่ะก็ พี่ก็ผู้หญิงบอบบางตัวเล็กๆเองนะคะ ว่าแต่คุณปรเมษมีอะไรรึเปล่าคะ ที่แวะมาเนี่ย หรือว่าแวะมาตรวจงาน“เจด้าถามต่ออย่างสงสัย
“เปล่าๆครับ ผมแค่แวะมาทักทาย เรื่องงานผมไม่ห่วงอยู่แล้ว เพราะผมไว้ใจทางทีมงาน โดยเฉพาะคุณกุ๊กไก่ รายนั้น เธอคล่องอยู่แล้วครับ“ปรเมษตอบอย่างเก้อๆอีกเช่นเคย พลางหันไปสบตาดุๆของเทียนขวัญ ที่กำลังมองมา ก่อนที่เธอจะสะบัดหน้าหนีอย่างโกรธๆ
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ อยู่นานเดี๋ยวจะพาลเสียบรรยากาศ" ปรเมษบอกต่อพร้อมทั้งเดินจากไป ปล่อยให้เจด้าทำหน้างงๆอยู่บนเก้าอี้เหมือนเดิม


“มายืนอยู่คนเดียวในที่มืดๆแบบนี้ ระวังหน่อยนะครับคุณดารา เดี๋ยวเกิดอะไรขึ้น จะมาว่าทางรีสอร์ทเราไม่ได้นะครับ“ ปรเมษแขวะเทียนขวัญขึ้นทันที ที่เดินมาหยุดอยู่ข้างหลังหญิงสาวที่กำลังยืนเหม่ออยู่บนชายหาดที่ห่างออกมาจากรีสอร์ทของเขาพอสมควร เพียงลำพัง อย่างไร้เงาผู้จัดการส่วนตัวของเธอ
“คุณ นี่คุณอีกแล้วเหรอ “ เทียนขวัญโพล่งขึ้นอย่างขัดใจ ที่ถูกชายหนุ่มทำลายบรรยากาศ
“ครับผมเองนี่ล่ะครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน“ปรเมษ กล่าวตอบยิ้มๆอย่างต้องการล้อเลียนหญิงสาว
“ฮึ ไม่ต้องห่วง ฉันดูแลตัวเองได้ รับรองไม่ให้พวกคุณต้องเดือดร้อนแน่นอน“ หญิงสาวตอกกลับเสียงเข้ม พลางสะบัดหน้าหนีชายหนุ่มอย่างขัดใจ
“ผมไม่ได้ห่วง แต่แค่เตือนด้วยความหวังดี กลัวว่าจะมีคนหน้ามืดมาทำมิดีมิร้ายกับคนสวยๆอย่างคุณเท่านั้นเอง“ปรเมษขู่ต่อ
“ขอบคุณนะที่เตือน ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องให้คุณมาคอยบอก อีกอย่าง คุณมาทำอะไรที่นี่ จำไม่ได้เหรอคะ หรือว่าแกล้งลืม ที่เราตกลงกันไว้ว่า….”
“ไม่ต้องกลัว ผมจำได้ แล้วผมก็ไม่ได้อยากจะตอแยคุณนักหรอก เพียงแต่เห็นว่าที่นี่มันเปลี่ยว แล้วอีกอย่างตอนนี้มันก็ไม่ใช่เวลางานแล้ว และที่นี่มันก็เป็นที่สาธารณะ ใครจะมาก็ได้“ปรเมษตอกกลับเสียงเข้มขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ที่ถูกหญิงสาวทวงสัญญา
“ก็ได้ ฉันก็ไม่อยากจะตอแยกับคนอย่างคุณเหมือนกัน เชิญคุณตามสบาย“หญิงสาวตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน พลางสะบัดหน้าจะเดินหนีชายหนุ่มไป
“เดี๋ยวก่อน คนอย่างผมมันเป็นยังไง“ ชายหนุ่มถามด้วยเสียงเข้มๆ พร้อมกับยื่นมือแข็งแรงไปจับแขนนุ่มรั้งเอาไว้ไม่ให้เดินหนี แล้วยังแกล้งดึงตัวหญิงสาวให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาในระยะกระชั้นชิด และก้มหน้าไปไกล้กับใบหน้าสวยของเธอ จนเทียนขวัญได้กลิ่นหอมอ่อนๆของโคโลญน์ที่ชายหนุ่มใช้
“ปล่อยฉันนะ คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉันนะ“หญิงสาวพูดเสียงรอดไรฟัน ขณะที่ก้มหน้าและพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากวงแขนของชายหนุ่ม
“ไม่ ผมไม่ปล่อย จนกว่าคุณจะยอมตอบผม ว่าคนอย่างผมมันเป็นยังไง“ปรเมษพูดขึ้นเสียงเข้ม อย่างต้องการเอาชนะ พลางแกล้งกอดหญิงสาวแน่นขึ้นไปอีก คราวนี้หน้าอกนุ่มของเธอเบียดเข้ากับอกแข็งแรงของเขาอย่างจัง จนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันที่กำลังเต้นแข่งกันอยู่
“อยากรู้ใช่มั๊ย ว่าคนอย่างคุณมันเป็นยังไง ฉันจะบอกให้ คุณมันก็แค่ผู้ชายปากเสีย ชอบรังแกผู้หญิง“ หญิงสาวตอบกลับเสียงรอดไรฟันอย่างโกรธจัด เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอย่างถือดี ตาจ้องที่ชายหนุ่มอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาให้ได้
“คำก็รังแกผู้หญิง สองคำก็รังแกผู้หญิง ได้ ผมจะสาธิตให้คุณดูว่ารังแกผู้หญิงเค้าทำยังไง“ ชายหนุ่มพูดออกมาเสียงต่ำ พลางก้มหน้าลงไปจะจูบหญิงสาวที่กำลังเบือนหน้าหนี แต่ไม่มีทางที่จะหนีปากร้อนๆของชายหนุ่มได้ ปรเมษบดขยี้ปากร้อนๆของเขา ลงไปกับปากนุ่มๆของหญิงสาวอย่างแรง บังคับให้หญิงสาวเปิดริมฝีปาก เพื่อส่งลิ้นนุ่มของเขา เข้าไปควานหาความหอมหวานภายในปากของหญิงสาวอย่างอุกอาจ
หญิงสาวรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก ชาวูบไปทั่วสรรพางค์กาย หัวใจเต้นแรง มือนุ่มกำสาบเสื้อของชายหนุ่มแน่น
เปลี่ยนจากอาการแข็งขืนเป็นโอนอ่อน ยืนนิ่งๆยอมให้ชายหนุ่มจูบโดยดี
“แบบนี้ล่ะ ที่เค้าเรียกว่ารังแกผู้หญิง“ปรเมษเอ่ยขึ้นเสียงเยาะ พร้อมกับผลักหญิงสาวออกห่าง เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้ขัดขืนใดๆแล้ว
“เพี๊ยะ“เสียงฝ่ามือของหญิงสาวฟาดลงที่ใบหน้าของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ทำให้ใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มหันไปตามแรงเหวี่ยงของหญิงสาว
“และนี่ก็เป็นการตอบแทน สำหรับผู้ชายที่ชอบรังแกผู้หญิงอย่างคุณ ที่บังอาจมาทำกับฉันแบบนี้“หญิงสาวกล่าวเสียงเยาะ แล้วก็เชิดหน้าขึ้นอย่างสะใจที่ตบเขาได้ พร้อมกับหันหลังเดินหนีชายหนุ่มห่างออกไปอย่างรวดเร็ว โดยลืมไปว่า เธอเดินห่างออกจากตัวรีสอร์ทเข้าไปอีก
“เดี๋ยวก่อนสิคุณ กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน“ปรเมษเอ่ยขึ้นหลังจากรู้สึกตัว พลางสาวเท้าเดินตามหญิวสาวไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองต่างเดินทุ่มเถียงกันไป โดยที่ไม่รู้ว่ากำลังถูกจับตามองจากชายสองคนในมุมมืดมาซักครู่ใหญ่ๆแล้ว
“เอาไงดีล่ะพี่ทีนี้ มันไม่ได้อยู่คนเดียว “ชายแปลกหน้า ตัวโต ที่อยู่ในเงามืด เอ่ยถามขึ้นกับชายตัวโตที่ยืนอยู่ไกล้ๆกันอย่างครุ่นคิด
“ไม่เห็นจะยากเลย ก็เอามันไปทั้งสองคนนั่นล่ะวะ ไม่งั้นเดี๋ยวโดนนายด่าเอาอีก“ชายตัวโตเอ่ยขึ้นอีก พลางมองไปรอบๆชายหาดอย่างระมัดระวัง
“ไป ตามไปเอาตัวมันทั้งสองคน ข้าบอกให้เรือมารอเราไว้แล้ว“ ชายคนเดิมบอกขึ้นอีกพลางวิ่งนำออกตามไป ทางด้านที่เทียนขวัญกับปรเมษเดินหายไป
จนกระทั่งไปทันคนทั้งคู่ ที่ยังคงทุ่มเถียงกันอยู่บนหาดเปลี่ยวมืดที่ไม่มีผู้คนอยู่เลย
“จะไปไหน“ ชายตัวโต หน้าตาน่ากลัวกล่าวขัดจังหวะขึ้น ปรเมษกับเทียนขวัญชะงัก แล้วหันมามองคนแปลกหน้าท้องสองคนอย่างสงสัย
“มีอะไร“ปรเมษกล่าว พลางมองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง แล้วหันไปสบตากับหญิงสาวที่ยืนนิ่งอย่างตระหนกอยู่ไกล้ๆ
“ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากจะเชิญคุณสองคนไปกับเราแค่นั้นเอง“ชายอีกคนกล่าวขึ้นพร้อมกับเข้าประกบหญิงสาว แล้วใช้ผ้าสีขาวโปะไปที่หน้าของหญิงสาว จนเธอสลบแน่นิ่งไป ทางด้านปรเมษเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ทำท่าจะต่อสู้ขัดขืน แต่พลาดโดนชายอีกคนเอาผ้าสีขาวโปะไปที่ใบหน้า จนสลบแน่นิ่งไปเช่นกัน
ทั้งสองถูกชายสองคนลากไปขึ้นเรือเร็ว ที่มีคนมาจอดรออยู่ที่ชายฝั่ง ที่อยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุมากนัก และเรือลำนั้นก็พาทุกคนวิ่งหายไปบนท้องทะเลในความมืดของค่ำคืน โดยไม่มีใครเห็นเหตุการณ์เลย


“ก๊อก ก๊อก ก๊อก น้องกุ๊กไก่ขา พี่เจด้าเองนะคะ หลับรึยังคะ“เจด้าร้องถามเสียงดังเข้าไปในบ้านพักที่กุ๊กไก่กับทีมงานพักอยู่ หลังจากเคาะประตูห้องดังๆ
“อ๋อ พี่เจด้า นั่นเอง มีอะไรรึเปล่าคะ มาเคาะประตูซะดึกเลย เนี่ยมันจะเที่ยงคืนแล้วนะคะ“ กุ๊กไก่ที่อยู่ในชุดนอนเรียบร้อย เอ่ยตอบทั้งที่ยังสะลมสะลืออยู่ เมื่อมายืนอยู่หน้าประตูที่ถูกเปิดออกแล้ว
“พี่มีเรื่องรบกวนน่ะค่ะ คือป่านนี้น้องเทียนยังไม่กลับมาเลยค่ะ พี่ออกไปตามหาทั่วชายหาดของรีสอร์ทแล้วก็ไม่เจอ โทรศัพท์น้องเทียนก็ไม่ได้เอาไปด้วย พี่เริ่มกังวลแล้ว เป็นห่วงน้องเทียน ปกติน้องเทียนจะไม่ไปไหนไกลๆคนเดียวแบบนี้“เจด้าบอกด้วยสีหน้ากังวล
“กุ๊กไก่เห็นน้องเทียนบ้างรึเปล่า“เจด้าถามต่อ
“ไม่นะคะ ตั้งแต่เลิกงาน ก็แยกย้ายกันมา กุ๊กไก่ก็เข้านอนเลย เราลองไปถามคุณทรงพลกับคุณออนอุมาดูมั๊ยคะ เผื่อคุณเทียนจะอยู่ที่นั่น“กุ๊กไก่พูดขึ้น พลางเดินนำเจด้าไปยังบ้านพักของพทรงพลกับออนอุมาที่อยู่ไกล้กันทันที

“ต้องขอโทษคุณทั้งสองคนด้วยนะคะที่มารบกวนกลางดึกแบบนี้ พอดีมีเหตุฉุกเฉิน น่ะค่ะ ไม่ทราบว่าคุณเทียนขวัญอยู่ที่นี่รึเปล่าคะ“กุ๊กไก่ถามขึ้น หลังจากเคาะประตูปลุกทรงพลกับออนอุมาแล้ว
“ไม่นะคะ แต่ตอนเย็น อ้อเห็นคุณเทียนเธอเดินออกไปทางด้านหาดข้างๆรีสอร์ทน่ะค่ะ แต่เอ อ้อเห็นคุณปรเมษตามเธอไปด้วยนี่คะ อ้อนึกว่าเขาทั้งสองคนมีนัดกันซะอีก“ ออนอุมากล่าวขึ้น ขณะที่ทุกคนหันหน้ามามองกันอย่างงงๆ
“เดี๋ยวผมโทรไปถามที่บ้านแม่แก้วของเจ้าเมษมันก่อนแล้วกันนะครับ ว่ากลับมารึยัง“ทรงพลเอ่ยขึ้น พลางเดินหายเข้าไปในบ้าน
เพื่อโทรศัพท์ไปที่บ้านดวงแก้วผู้เป็นมารดาของปรเมษ

“ว่าไงคะคุณทรงพล คุณปรเมษกลับมารึยัง“ เจด้าเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็นทรงพลเดินกลับมาด้วยสีหน้ากังวล
“ไม่ครับ เจ้าเมษก็ยังไม่กลับบ้านเช่นกัน แม่แก้วกับน้าเกื้อก็กำลังเป็นห่วงอยู่ ท่านบอกว่าโทรหาเจ้าเมษก็ไม่มีคนรับ แต่ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ คุณพ่อของเจ้าเมษ ให้คนของรีสอร์ทออกตามหาแล้ว ท่านบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนก่อน ถ้ามีอะไรคืบหน้าแล้วผมจะแจ้งให้ทราบทันที่นะครับ“ทรงพลบอกกับทุกคนด้วยสีหน้ากังวลเช่นเดิม
"ก็ได้ค่ะ ถ้ามีอะไรคุณทรงพลช่วยบอกพี่อย่างด่วนเลยนะคะ พี่เริ่มใจไม่ดีแล้ว เป็นห่วงน้องเทียนกับคุณปรเมษมากๆ ไม่รู้จะมีอันตรายอะไรรึเปล่า เล่นหายไปทั้งสองคนแบบนี้“เจด้า บอกพลาง เดินนำกุ๊กไก่ออกมาจากบ้านพักของทรงพลและออนอุมา เพื่อกลับไปยังที่พักของตัวเอง


จบตอนค่ะ

ติดตามอ่านตอนที่ 7 เร็วๆนี้นะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านผลงานของน้องใหม่ เชิญติชมได้ตามสบายนะคะ




Create Date : 28 มิถุนายน 2554
Last Update : 28 มิถุนายน 2554 0:41:10 น.
Counter : 306 Pageviews.

3 comments
  
โอย....กำลังลุ้น มาต่อไวๆ นะคะ
โดย: wendyandbas วันที่: 28 มิถุนายน 2554 เวลา:14:39:59 น.
  
ลุ้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอย่าให้รอนานนะค๊ะ5555
โดย: Lady Banna IP: 93.242.159.192 วันที่: 29 มิถุนายน 2554 เวลา:19:47:45 น.
  
ขอขอบคุณ คุณwendyandbas และคุณพี่ Lady Banna มากๆนะคะที่แวะมาอ่านและให้กำลังใจผู้เขียน เดี๋ยวตอนที่ 7 จะอัพเร็วๆนี้ล่ะค่ะ กำลังตรวจทานต้นฉบับอยู่ค่ะ
โดย: เรไรไอด้า วันที่: 29 มิถุนายน 2554 เวลา:19:59:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เรไรไอด้า
Location :
ยโสธร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



บ้านเกิด ยโสธร ส่วนเมืองนอน อเมริกา
งานประจำคือแม่ของลูก


คติประจำใจ :

ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะอยู่ไม่ได้
ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะตาย
ก็แค่ "เสียดาย" เวลา