มิถุนายน 2554

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
19
20
22
23
24
25
26
27
30
 
 
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง ตอนที่ 3
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง

ตอนที่ 3

ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบงัน ปรเมษ ในชุดสูททำงานสีเข้ม นั่งนิ่งๆอยู่บนเก้าอี้ หันหน้าออกจากโต๊ะทำงานที่มี่เครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คทันสมัยวางอยู่ สายตามองออกไปทางนอกหน้าต่างที่สามารถมองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีเรือสัญจรไปมาอยู่ด้านนอก
ปรเมษนั่งใจลอยอยู่อย่างนั้น จนไม่รู้สึกตัวว่ามีคนเข้ามายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขาและก็กำลังมองมาที่เขาได้ซักครู่แล้ว
“เป็นอะไรวะเมษ นั่งใจลอยอยู่เป็นนานสองนาน ขนาดฉันเข้ามาตั้งนาน แกก็ยังไม่รู้สึกตัวเลย“ ทรงพลเอ่ยขึ้น ขณะที่เอาแฟ้มงานวางลงบนโต๊ะของชายหนุ่ม
“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่คิดอะไรเพลินๆแค่นั้นเอง“ ปรเมษกล่าวตอบ พร้อมทั้งหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับทรงพล
“แล้วโปรเจคที่ฉันให้ไป ทางทีมงานว่ายังไงบ้าง ไปถึงไหนแล้ว ฉันจะได้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นซะที เพื่อจะได้รีบตัดสินใจ“ ปรเมษเอ่ยขึ้นอีก
“ก็เนี่ยแหละครับ ท่านบอสใหญ่ ที่กระผมเข้ามาเนี่ยก็เพราะเรื่องนี้ล่ะครับ รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในแฟ้มที่วางอยู่ตรงหน้าบอสแล้วนี่ไงครับ“ ทรงพลพูดแกมหยอกปรเมษ ถึงแม้ปรเมษจะเป็นนายจ้าง แต่เขาก็ไม่เคยถือตัวกับทรงพล และทั้งสองก็สนิทกันมาก สามารถพูดล้อกันได้เมื่ออยู่กันเพียงลำพัง
“ดี งั้นฉันขอเวลาดูแป๊บนึงนะ แล้วจะตัดสินใจ“ ปรเมษบอก พร้อมทั้งหยิบแฟ้มงานขึ้นมาเปิดอ่านอย่างตั้งใจ
“ครับ บอส ถ้าบอสมีอะไร จะเรียกใช้กระผม เรียกได้ตลอดเวลาเลยนะครับ“ ทรงพลยังคงเล่นต่อ พร้อมกับยิ้มน้อยๆ แล้วเดินออกจากห้องทำงานของชายหนุ่มไป

โปรเจคที่ว่านี้ก็คือ การดึงลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนไทยด้วยกันให้เข้ามาพักที่โรงแรมในเครือทั้งใน กรุงเทพๆ และต่างจังหวัด โดยการรณรงค์ให้คนไทยหันมาเที่ยวภายในประเทศให้มากขึ้น และจะมีการประชาสัมพันธ์ทางสื่อทุกแขนง

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ปรเมษวางแฟ้มลงบนโต๊ะ แล้วเอามือกดเครื่องติดต่อภายใน
“ทรงพล เดี๋ยวพรุ่งนี้ นัดประชุมผู้ถือหุ้นได้เลยนะ เอาซักบ่ายสองนะ ส่วนเรื่องพรีเซ็นเตอร์ฉันจะเป็นคนเลือกเอง และจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบในที่ประชุมด้วยเลย จัดการให้ทีนะ “
“ครับบอส“ เสียงทรงพลตอบรับ มากับเครื่องติดต่อภายใน

ปรเมษละมือจากเครื่องติดต่อภายในแล้วหันกลับไปมองนอกหน้าต่างอีกเช่นเคย เขากำลังคิดถึงสาวน้อยที่เพิ่งเจอกันแค่สองครั้ง แต่กลับทำให้เขานึกถึงได้ตลอดเวลาที่มีเวลาว่าง
ปากนุ่มๆที่ปราศจากลิปสติกสีสดๆที่เค้าเคยเห็น และได้ลิ้มลองมาแล้วครั้งหนึ่ง มันชั่งหอมหวานยิ่งนัก มันทำให้เค้าคิดถึง แต่กลิ่นหอมอ่อนๆของผิวเธอ และอยากจะทำแบบนั้นอีก
“ไม่นะ ฉันจะต้องไม่คิดถึงเธอ“ ชายหนุ่มส่ายศีรษะพร้อมกับทรงตัวลุกขึ้น แล้วเดินออกไปนอกห้องทันที


“ไปหาอะไรกินกันดีกว่า จะเที่ยงแล้ว“ ปรเมษซึ่งเดินออกมาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของทรงพล เอ่ยขึ้น
“ครับบอส ว่าแต่ทำไมวันนี้ บอสอยากออกไปข้างนอกล่ะครับ ให้ผมสั่งอาหารจากห้องอาหารข้างล่างเหมือนเคยให้ไหมครับ“ ทรงพลเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะปกติ ชายหนุ่ม จะไม่ชอบออกไปไหน จะสั่งอาหารจากห้องอาหารในโรงแรมมากินเป็นประจำ
“ไม่ล่ะ อยากเปลี่ยนบรรยากาศซักหน่อย แกล่ะไปด้วยกัน“ ปรเมษกล่าวพร้อมกับเดินนำออกไป
“โอเคครับบอส ไปก็ไป“ ทรงพลพูดพร้อมกับรีบลุกขึ้น แล้วเดินตามชายหนุ่มไปที่ลิฟต์


ปรเมษกับทรงพลเดินออกมาจากลิฟต์ที่เป็นของผู้บริหารและพนักงานในโรงแรม
ผ่านพนักงานที่หยุดทำความเคารพปรเมษอย่างนอบน้อม ด้วยบุคลิกที่ค่อนข้างขรึมของปรเมษ และเอาจริงเอาจังเวลาทำงาน ทำให้พนักงานในโรงแรมเกรงเขากันทั้งนั้น
จนมาถึงล๊อบบี้อันสวยหรูและโอ่อ่าของโรงแรม ที่ถูกจัดประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ไทยและเฟอร์นิเจอร์แบบไทยๆได้อย่างลงตัวและสวยงาม
มีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ ทั้งคนไทยและต่างชาติเดินสวนกันไปมาอยู่ในบริเวณล๊อบบี้
ทั้งสองเดินออกไปยังด้านหน้าของโรงแรมที่มีรถคันหรูของปรเมษจอดรออยู่แล้ว


ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทรงพลกับปรเมษก็มานั่งอยู่ที่โต๊ะในร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง ที่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมมากนัก เป็นร้านที่มีบรรยากาศเรียบง่าย ภายในร้านมีลูกค้าที่โต๊ะอื่นอีกสามกลุ่ม กำลังรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย
ซึ่งโต๊ะข้างๆมีสาวสวยในชุดเดรสผ้าชีฟองสีเหลืองสดเกาะอก ที่ตัวกระโปรงยาวลงมาถึงเหนือเข่า หน้าของเธอได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ผมหยักยาวสีน้ำตาลแดง กำลังมองมาทางปรเมษอย่างไม่วางตา ตั้งแต่ปรเมษกับทรงพลเริ่มเข้ามาถึงร้านอาหารใหม่ๆ และกำลังเดินมาที่โต๊ะของทั้งสอง

“สวัสดีค่ะ ชาริดาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณ…เอ่อ…” ชาริดากล่าวขึ้น พลางยื่นมือให้กับปรเมษ โดยไม่สนใจทรงพลที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ปรเมษครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ส่วนนี่ทรงพลครับ“ ปรเมษเอ่ยตอบอย่างสุภาพ พร้อมทั้งผายมือไปทางทรงพล ที่กำลังมองหญิงสาวอย่างไม่วางตา พร้อมทั้งก้มศีรษะเป็นการทักทายหญิงสาวด้วย แต่กลับได้รับสายตาว่างเปล่าตอบกลับ เพราะเจ้าตัวมัวแต่ให้ความสนใจในตัวปรเมษจนออกนอกหน้า
“เรียกริดาเฉยๆก็ได้นะคะ จะได้เป็นกันเอง แล้วเคยมาที่ร้านนี้รึเปล่าคะ ยังไงให้ริดาช่วยแนะนำเมนูให้มั๊ยคะ เพราะริดามาที่นี่บ่อย เพื่อนริดาเป็นเจ้าของที่นี่น่ะค่ะ“ หญิงสาวกล่าวพลางถือวิสาสะนั่งลงข้างๆปรเมษและเชื้อเชิญชายหนุ่มดูเมนูอาหาร ขณะที่ปรเมษกับทรงพลมองหน้ากันไปมาอย่างงงๆ


ขณะที่ปรเมษกำลังฟังชาริดาสาะยายเกี่ยวกับเมนูอาหารอย่างไม่ตั้งใจอยู่นั้น พลันสายตาชายหนุ่มก็เหลือบไปเห็น ลูกค้าใหม่สองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน คนหนึ่งมีท่าทางกระตุ้งกระติ้ง แต่งหน้าจัด ถือพัดสีสวยกรีดกรายไปมา พร้อมทั้งสอดส่ายสายตาเหมือนกำลังมองหาโต๊ะอยู่ ส่วนอีกคน
นั่นมันแม่สาวน้อยตัวแสบนั่นเอง ซึ่งวันนี้เธอมาในชุดเดรสสีม่วงสวย ผ้าลูกไม้ คอวี แขนกุด มีโบว์ผูกที่เอวด้านหน้าและกระโปรงเหนือเข่าน่ารัก ผมดำยาวสลวยมีที่คาดผมสีเข้ากันกับชุดคาดอยู่ หน้าเธอได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ตากลมโต กำลังมองมาที่ชายหนุ่มอย่างเคร่งเครียดเอาเรื่อง
และเดินตรงมานั่งที่โต๊ะไกล้ๆกับชายหนุ่ม โดยมี เพื่อนของเธอเดินตามมานั่งลงด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด
ปรเมษหันสายตากลับมาสนใจกับชาริดา พร้อมกับพยักหน้าตอบรับเธอไปด้วย โดยมีทรงพลนั่งหน้าเจื่อนๆอยู่ข้างๆ

“น้องเทียนขา พี่ล่ะเมื๊อยเมื่อย กว่าจะฝ่าดง พงษ์ไพร มาถึงที่นี่ ร้อนก็ร้อน เห็นมั๊ยคะ พี่ดำหมดแล้วเนี่ย อุตส่าห์ไปฉีดมาใหม่นะคะเนี่ย แพงก็แพง พี่ยังเสียดายเงินไม่หายเลยนะคะเนี่ย “ เจด้ากล่าวพร้อมกับเอาพัด พัดเพื่อให้คลายร้อน แล้วก็สอดส่ายสายตาไปทั่วร้าน แล้วก็สะดุดอยู่ที่โต๊ะข้างๆนั่นเอง
“แต่ก็ไม่เป็นไรนะคะ น้องเทียน ถึงจะร้อน ถึงจะดำ พี่ก็ทนได้เพราะแถวนี้วิวสวยดี“ เจด้ากล่าวยิ้มๆอย่างอารมณ์ดี ทำตาระยิบระยับ พลางบุ้ยไปทางปรเมษที่กำลังนั่งฟังชาริดาอยู่ที่โต๊ะและมีทรงพลทำหน้าเจื่อนๆอยู่อีกฟากของโต๊ะ
“อะไรเหรอคะ พี่เจด้า วิวที่ไหนสวย อ๋อ…” เทียนขวัญทำท่าเข้าใจพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ว่าแต่ พ่อเทพบุตรสุดหล่อคนนั้นหน้าคุ้นๆนะคะเนี่ย เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เอ….พี่นึกออกแล้ว คนที่เราเจอที่คลับใช่ไหมคะ“ เจด้ากล่าวต่อ ทั้งๆที่ยังไม่ละสายตาจากโต๊ะข้างๆ
“แล้วไหงมากับไยชาริดา ปาทังก้า ได้ล่ะคะเนี่ย ไม่น่าเลย เสียดายของ แบบนี้น่าจะมาเป็นเนื้อคู่ของพี่นะคะ น้องเทียนว่ามั๊ย“ เจด้าเอียงคอมากระซิบกับเทียนขวัญ หน้ายิ้มระรื่น โดยไม่ได้สนใจเทียนขวัญ ว่าหญิงสาวกำลังยิ้มอย่างมีความสุขเพียงใด
“เขาจะมากับใคร ก็ช่างเค้าเถอะค่ะ ว่าแต่พี่เจด้า อยากดูอะไรสนุกสนุกมั๊ยคะ“ เทียนขวัญกล่าวแบบยิ้มๆ
“คะ อะไรสนุกๆเหรอคะ พี่ล่ะช๊อบชอบ อะไรๆที่มันสนุก แต่พี่ขอสั่งอะไรมารองท้องก่อนนะคะ หิวจะแย่อยู่แล้ว เนี่ยถ้ามีสิงห์โตอยู่บนโต๊ะ พี่คงเขมือบไปแล้วล่ะ แล้วเนี่ยร้านเนี๊ยะ พนักงานไปไหนหมด ยังไม่เห็นโผล่เศียรมาซักกะราย“ เจด้ากล่าวตอบ พร้อมกับทำท่าชะเง้อมองหาพนักงาน เพื่อที่จะสั่งอาหาร
“พี่เจด้า สั่งอาหารตามสบายนะคะ เดี๋ยวเทียนมา“ เทียนขวัญบอกผู้จัดการส่วนตัว พร้อมกับลุกขึ้น เดินตามพนักงานเสิร์ฟที่เดินตรงไปยังโต๊ะของปรเมษ ที่ในมือมีถาดที่มีอาหารอยู่จนเต็ม


เมื่อมาถึงโต๊ะที่ปรเมษกับเพื่อนนั่งอยู่ เทียนขวัญก็แกล้งเดินชนพนักงงานที่กำลังถืออาหาร ทำให้ถาดอาหารที่อยู่ในมือของพนักงานหล่นไปกองอยู่บนหน้าอกของปรเมษ พร้อมกับเสียงดังเพล้งของถาดและถ้วยชาม หล่นลงไปกองอยู่บนพื้น และอาหารก็หกรดเสื้อผ้าของปรเมษและโต๊ะ เต็มไปหมด ทุกคนในร้านต่างหันไปมองตามที่มาของเสียง รวมทั้งเจด้าด้วย
“โอ๊ย อะไรกัน“ ปรเมษร้องเสียงดัง พร้อมรีบลุกขึ้นและรีบปัดทำความสะอาดเสื้อที่เปื้อนไปด้วย
“นั่นน่ะสิ แย่มาก ทำแบบนี้ได้ไง แบบนี้ต้องไล่ออกสถานเดียว“ ชาริดากล่าวเสริมขึ้น พร้อมทั้งเอาผ้าเช็ดปากช่วยเช็ดทำความสะอาดให้กับปรเมษไปด้วย
“พี่คะ เทียนต้องขอโทษพี่จริงๆนะคะ พอดีเทียนรีบไปเข้าห้องน้ำ เลยไม่ทันระวัง จนมาชนพี่เข้า เลยเกิดเรื่องเลย“ เทียนขวัญแกล้งทำหน้าสลด แบบคนที่รู้สึกผิด พร้อมทั้งกล่าวขอโทษพนักงานหนุ่ม ที่กำลังยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆปรเมษ อย่างสุภาพ
“นี่เธออีกแล้วเหรอ ไยตัวแสบ เธอจงใจแกล้งฉันใช่ไหม“ ปรเมษกล่าวออกมาด้วยเสียงเข้ม เมื่อได้ยินเสียงและเห็นใบหน้าของเทียนขวัญที่ยืนอยู่ข้างๆพนักงานเสิร์ฟ
“นี่เธอ นังเด็กบ้านนอก ถือดียังไงมาแกล้งคุณปรเมษแบบนี้ ขอโทษคุณปรเมษเดี๋ยวนี้นะ “ ชาริดา กล่าวเสียงดังขู่เทียนขวัญ แล้วทำท่าเดินเข้าใส่เทียนขวัญอย่างเอาเรื่อง
“คงไม่ต้องขนาดนั้นมั้งครับ คุณเทียนขวัญเธอก็บอกแล้วนี่ครับ
ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ แล้วเธอก็ ขอโทษแล้วนี่ครับ“ ทรงพลซึ่งอยู่ในเหตุการณ์พูดไกล่เกลี่ย อย่างไม่อยากให้มีเรื่อง
“ไม่ได้ ยังไง ยัยเด็กนี่ก็ต้องขอโทษคุณปรเมษต่อหน้าทุกๆคน ไม่งั้น…” ชาริดากล่าวต่อเสียงดัง พร้อมกับทำท่าเงื้อมือจะทำร้ายเทียนขวัญ
“เอาสิจ๊ะ แม่ชาริดา หล่อนทำอะไรเทียนขวัญแม้แต่นิดเดียว ชั้นเอาเธอตายแน่นอน“ เจด้าที่รีบมายืนขวางอยู่ข้างหน้าเทียนขวัญโพล่งขึ้น พร้อมกับทำท่าชกมวยไทย หันไปประจันหน้ากับชาริดา อย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน ฝ่ายชาริดา พอเห็นว่าเทียนขวัญมีเจด้าเข้ามาช่วย ก็หน้าถอดสี ปิดปากสนิท แล้วถอยไปยืนอยู่ข้างหลังปรเมษอย่างหวาดๆทันที
“จริงๆนะคะ ทุกคน เทียนไม่ได้ตั้งใจจริงๆ มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆนะคะ“ เทียนขวัญหันไปพูดกับทุกคนในร้าน แล้วแกล้งตีหน้าเศร้า เพื่อเรียกร้องให้ทุกคนสงสาร
และก็ได้ผล ทุกคนต่างเห็นใจเธอ และก็เข้ามายืนไกล้ๆและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเทียนขวัญไม่ผิด
“ไม่เป็นไรครับ เอาเป็นว่าผมจะไม่ถือสา เลิกแล้วต่อกันนะครับ“ ปรเมษกล่าวกับทุกคนในร้าน พร้อมทั้งปลายสายตาอย่างคาดโทษไปหาเทียนขวัญ ที่กำลังยิ้มตอบเขาอย่างสะใจอยู่ท่ามกลางผู้คนในร้านที่เข้ามาช่วยปกป้องเธอ
“ขอบคุณทุกๆคนมากๆนะคะ ที่เข้าใจ วันนี้พี่เจด้าขอตัวพาน้องเทียนกลับก่อนนะคะ แล้วยังไง ช่วยปิดข่าวให้ด้วยนะคะ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง ไปก่อนนะคะ“ เจด้ากล่าว พร้อมทั้งดึงเทียนขวัญออกมาจากร้าน แล้วเดินไปขึ้นรถ และก็ขับออกจากบริเวณลานจอดรถมาอย่างรวดเร็ว

“น้องเทียนขา มีอะไรรึเปล่าคะ ระหว่างน้องเทียนกับผู้ชายคนนั้น พี่ว่ามันชักจะยังไงๆอยู่นะคะ หลังจากที่เจอกันในคลับคืนนั้น แล้วก็วันนั้นที่ห้าง พี่เห็นพ่อรูปหล่อนั่นเดินออกมาจากลิฟต์ ก่อนที่น้องเทียน ที่เหมือนโดนถูกหมาฟัด จะเดินออกมา แล้วก็วันนี้ พี่เห็นนะคะ ว่าน้องเทียนทำอะไร“ เจด้าเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน หลังจากที่รถมาอยู่บนถนน ที่การจราจรยังวุ่นวายเหมือนเดิม
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่เจด้า เทียนแค่ดัดนิสัยคนปากดีแค่นั้นเอง“ เทียนขวัญกล่าวตอบพร้อมทั้งยิ้มอย่างอารมณ์ดี และสะใจที่เธอสามารถเอาคืนนายคนนั้นได้
“ยังไงน้องเทียนก็ต้องระวังหน่อยนะคะ พี่ไม่อยากจะให้มันเป็นข่าว พี่น่ะไม่เป็นไรหรอกนะคะ เพราะพี่มันอย่างหนา เสริมเหล็ก บลส ของตราช้างอย่างดี แถมเคลือบน้ำยากันสนิมไว้แล้วด้วย ไม่มีผุไม่มีกร่อน แต่น้องเทียนน่ะสิคะ พี่กลัวว่าน้องเทียนจะเสียหาย แล้วมันจะกระทบมาถึงงาน แล้วยังไยปาทังก้านั่นอีก นี่ไม่รู้จะคาบข่าวไปใส่ไฟให้นักข่าวฟังรึเปล่าก็ไม่รู้ พี่ล่ะไม่ไว้ใจไยนั่นเลย มันยิ่งจ้องจะถล่มน้องเทียนของพี่อยู่นะคะ“ เจด้าบ่น หมายถึงชาริดา ที่ตั้งตัวเป็นคู่แข่งของเทียนขวัญ ตั้งแต่เทียนขวัญเริ่มเข้ามาทำงานใหม่ๆ เพราะด้วยความที่เทียนขวัญเป็นเด็กที่มาจากต่างจังหวัด แต่ได้รับการสนับสนันและได้รับแต่บทนางเอก ซึ่งแตกต่างจากชาริดา ที่เธอเป็นลูกของนายทหารใหญ่ มีทั้งชื่อเสียงเงินทอง แต่เธอกลับได้รับแค่บทรองและบทนางร้ายตลอด
“พี่เจด้าอย่าโกรธเทียนนะคะ เทียนจะระวังและเทียนขอรับรองด้วยเกียรติของลูกเสือสำรองว่า จะไม่ให้มีข่าวเสียหายเกิดขึ้นแน่นอน“ เทียนขวัญพูดอ้อน พร้อมทั้งชูนิ้วเรียวสวยสองนิ้วขึ้นมาแตะที่คิ้วสวยด้านขวาของเธอ เหมือนกับที่ลูกเสือสำรองทำความเคารพ
“ก็เป็นซะอย่างนี้น่ะสิคะ พอทำผิดแล้วก็มาอ้อนพี่ แบบนี้ จะให้พี่โกรธน้องเทียนได้ยังไงล่ะคะ“เจด้าหันมามองยิ้มๆอย่างเอ็นดูเทียนขวัญ แล้วหันไปตั้งสมาธิกับการขับรถ โดยปล่อยให้เทียนขวัญนั่งยิ้มอย่างมีความสุขอยู่ข้างๆ


ทางด้านปรเมษกับทรงพล หลังจากกลับมาจากร้านอาหาร ทั้งสองก็กลับเข้ามาที่โรงแรม อีกครั้ง หลังจากที่ทรงพลพาปรเมษไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพักของเขาก่อน
“วันนี้มันเป็นวันอะไรของฉันวะ มีแต่เรื่อง“ ปรเมษเอ่ยขึ้น หลังจากเดินไปทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ หลังโต๊ะทำงานของตัวเอง โดยมีทรงพลยืนอยู่หน้าโต๊ะ
“ก็แกอยากหน้าตาดีทำไมล่ะว่ะ ก็มีแต่สาวๆมารุมล้อมน่ะสิ ดีออก แกไม่ชอบเหรอ“ ทรงพลพูดล้อยิ้มๆ พลางเดินลากเท้าไปนั่งที่โซฟาสีน้ำเงินเข้ม ด้านข้างโต๊ะของปรเมษ
“ชอบกับผีอะไรล่ะ แล้วแม่ชาริดานั่น ใครเหรอวะ“ ปรเมษถามอย่างอยากรู้
“เค้าเป็นดาราเหมือนกันกับคุณเทียนขวัญนั่นล่ะ แต่เค้าจะแสดงบทนางร้ายมากกว่า ไม่เหมือนคุณเทียนขวัญที่เธอเป็นนางเอกทั้งในจอและนอกจอ“ ทรงพลกล่าวตอบอย่างเรียบๆ
“แกเนี่ย ท่าทางจะสนใจแม่พวกดาราเนี่ยมากๆนะ เป็นแฟนคลับเค้ารึไง ถึงได้รู้ดีไปหมดเลย“ ปรเมษถามอีก พลางเอามือลูบคางที่มีเคราเขียวครึ้ม
“ไอ้ฉันน่ะไม่ได้เป็นแฟนคงแฟนคลับของใครเค้าหรอก แต่มันจำเป็นต้องรู้ ฉันจะได้คุยกับคุณอ้อเค้าได้รู้เรื่อง ไม่งั้นแม่เจ้าประคุณงอนไปสามวันเจ็ดวัน ก็ไม่ยอมพูดด้วย รายนั้นเค้าแฟนคลับตัวจริงของคุณเทียนขวัญเค้าเลยล่ะ“ ทรงพลกล่าวด้วยดวงตาเป็นประกาย หมายถึงออนอุมา แฟนสาวของเขานั่นเอง
“เออ จริงสินะ ฉันก็ลืมไป ว่าแกน่ะมีหวานใจแล้ว แล้วเมื่อไหร่จะพามาแนะนำให้เพื่อนรู้จักวะ“ ปรเมษกล่าวยิ้มๆ พร้อมทั้งหยิบปากกามาเขียนโน๊ตอยู่บนโต๊ะ
“เออน่า เอาไว้มีโอกาส ฉันจะพามาแน่นอน ว่าแต่วันนี้ ท่านบอสมีอะไรอีกรึเปล่าครับ ถ้าไม่มีกระผมจะได้ขอตัว “ ทรงพลพูดพลางลุกขึ้น
“มี นี่เป็นชื่อของพรีเซ็นเตอร์ ที่ฉันเลือกไว้ แกช่วยติดต่อให้ด้วยนะ นัดเวลาเค้ามาพบฉันได้เลย เอาเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ถ้าเค้าถามเรื่องค่าตอบแทน บอกเค้าว่า ฉันจะเป็นฝ่ายบอกเค้าเอง“ ปรเมษกล่าวตอบ พลางยื่นกระดาษโน๊ตที่เค้าเพิ่งเขียนเสร็จให้กลับทรงพล
“ครับบอส“ ทรงพลรับกระดาษมาถือไว้ในมือ แล้วเดินออกไปจากห้องของปรเมษทันที


เมื่อมีโอกาสได้อยู่เพียงลำพัง ปรเมษก็มีเวลาได้นึกถึง แม่สาวน้อยร้ายกาจคนนั้นอีกครั้ง ดูท่าทางเธอจะไม่ยอมเค้าเช่นกัน เพราะที่เธอทำวันนี้ มันเป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่า เธอพร้อมที่จะสู้กับเค้าได้ทุกเมื่อ
“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน เทียนขวัญ“ ปรเมษพูดกับตัวเอง พลางเหยียดขายาวอย่างสบาย หลับตาลง ใบหน้าคมเข้มผ่อนคลาย ยิ้มอย่างอารมณ์ดี

จบตอนค่ะ

อย่าลืมติดตามอ่านตอนที่ 4 เร็วๆนี้นะคะ

ขอบคุณที่แวะมาอ่านผลงานของน้องใหม่ ติชมได้ตามสบายนะคะ





Create Date : 18 มิถุนายน 2554
Last Update : 19 มิถุนายน 2554 11:40:33 น.
Counter : 473 Pageviews.

2 comments
  

มาแวะชมบล็อกค่ะ

อย่าลืมแวะไปชมบล็อก สถานที่ท่องเที่ยว ของน้ำชานะค่ะ

//thailandtravel.bloggang.com/



โดย: nonguide วันที่: 18 มิถุนายน 2554 เวลา:8:37:42 น.
  
ติดตามอยู่นะค่ะ
โดย: Lady Banna IP: 79.211.192.206 วันที่: 19 มิถุนายน 2554 เวลา:1:05:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เรไรไอด้า
Location :
ยโสธร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



บ้านเกิด ยโสธร ส่วนเมืองนอน อเมริกา
งานประจำคือแม่ของลูก


คติประจำใจ :

ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะอยู่ไม่ได้
ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะตาย
ก็แค่ "เสียดาย" เวลา