มิถุนายน 2554

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
19
20
22
23
24
25
26
27
30
 
 
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง ตอนที่ 5
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง


ตอนที่ 5

“น้องเทียนขา เราได้กุญแจแล้ว ไปห้องพักกันเถอะค่ะ“ เจด้า ที่อยู่ในชุดสีขาว สวมหมวกปีกกว้างสีขาวเช่นกัน และมีแว่นกันแดดอันโต คาดอยู่บนใบหน้า เอ่ยขึ้นกับเทียนขวัญที่กำลังหันมองไปรอบๆล๊อบบี้อย่างผ่อนคลาย ตึกชั้นเดียวแบบไทยประยุกต์ที่ถูกตกแต่งได้อย่างลงตัวสวยงาม ตั้งอยู่ตรงกลางของรีสอร์ท ที่ด้านหน้า เป็นชายหาดที่มีทรายสีขาวละเอียด ขนานไปกับน้ำทะเลสีเขียวใส ที่เป็นประกายระยิบระยับเมื่อต้องกับแสงแดด สวยงามราวกับมีใครเอาเพชรและมรกตมาประดับไว้ก็ไม่ปาน
ด้านข้างของตึกมีบ้านพักที่เป็นเหมือนบ้านเดี่ยวแบบเรือนไทยประยุกต์อีกเช่นกัน เรียงรายอยู่ด้านข้างของตัวตึกนี้ ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา รวมๆประมาณ 20 หลังได้
“สวยใช่มั๊ยคะ เจสันนารายณ์บีชแอนด์รีสอร์ทเนี่ย พี่ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้วว่าสวยมาก พึ่งมีโอกาสได้มาเห็นกับตาก็วันนี้ล่ะค่ะ สมคำล่ำลือจริงๆ“เจด้าบอกต่อ อย่างชื่นชม พลางจับหมวกปีกกว้าง แล้วหันไปทำตาระริกระลี้ใส่พนักงานหนุ่มที่กำลังยกกระเป๋าตามมากับกุ๊กไก่
“ค่ะ สวยมาก“ เทียนขวัญกล่าวตอบพลางยิ้มกับผู้จัดการส่วนตัวอย่างอารมณ์ดี
“เดี๋ยวกุ๊กไก่จะพาคุณเจด้ากับคุณเทียนขวัญไปส่งที่ห้องพักนะคะ จะได้พักผ่อน เดินทางมาไกลๆคงเหนื่อยกันแย่แล้ว“ กุ๊กไก่เอ่ยขึ้นยิ้มๆ พลางเดินนำทั้งสองออกไปยังบ้านพักที่อยู่ห่างออกไป
“คุณเจด้ากับคุณเทียนขวัญมีอะไร ก็เรียกกุ๊กไก่ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ กุ๊กไก่กับทีมงานพักอยู่บ้านข้างๆเนี่ยล่ะค่ะ “กุ๊กไก่บอกพลางชี้มือไปยังบ้านพักอีกหลังถัดไป
“ขอบคุณมากๆนะคะ น้องกุ๊กไก่ คงไม่มีอะไรแล้วล่ะค่ะ เพราะพี่กับน้องเทียนคงนอนเอาแรงก่อน เดี๋ยวเย็นๆค่อยจะออกไปเดินเล่นที่หาดกัน ตอนนี้คงไม่ไหว เดี๋ยวผิวเสียอ่ะค่ะ“ เจด้าบอกพร้อมกับกรีดกรายลงไปนั่งที่โซฟานุ่มในห้องรับแขกของบ้านพัก ขณะที่เทียนขวัญก็ลากท้าวเดินตามไปนั่งลงข้างๆเช่นกัน
“งั้นกุ๊กไก่ขอตัวก่อนนะคะ ถึงเวลาอาหารเย็น กุ๊กไก่จะมาตามอีกทีแล้วกันนะคะ“ กุ๊กไก่บอก พลางหันหลังเดินออกจากบ้านพักไปพร้อมกับพนักงานหนุ่มที่ช่วยหิ้วกระเป๋ามาส่ง
“น้องเทียนไปอาบน้ำก่อนสิคะ จะได้สดชื่น เดี๋ยวพี่จะออกไปชมวิวสวยๆซะหน่อย แถวนี้หนุ่มๆเพียบพี่ชอบ“ เจด้าบอก พลางลุกขึ้นทำท่ากระดี๊กระด๊า
“ค่ะ งั้นเทียนขอตัวนะคะ เชิญพี่เจด้าตามสบาย“ หญิงสาวบอกยิ้มๆ พลางเดินหายเข้าไปยังห้องพักของเธอ


“เดี๋ยวเราเข้าไปพบแม่แก้วก่อนนะ แล้วฉันค่อยจะพาแกกับคุณอ้อไปส่งที่บ้านพัก ขออนุญาตคุณอ้อด้วยนะครับ“ ปรเมษบอกกับทรงพล พร้อมทั้งหันไปขออนุญาตกับออนอุมาที่ลงมายืนอยู่ข้างๆทรงพล หลังจากที่ทั้งสามมาถึงและกำลังยืนอยู่ด้านหน้าบ้านพักส่วนตัวของดวงแก้ว ผู้เป็นมารดาของปรเมษนั่นเอง
เรือนไทยประยุกต์ที่ถูกออกแบบตกแต่งอย่างสวยงาม มีดอกไม้หอมนานาชนิดปลูกประดับอยู่ในสวนด้านหน้าของตัวบ้าน กลิ่นหอมของมะลิฉัตรและดอกแก้วอบอวลไปทั่วบริเวณ
“บ้านคุณแม่ของคุณเมษนี่สวยมากๆเลยนะคะ น่าอยู่มากๆเลยค่ะ“ออนอุมา หญิงสาวร่างบาง หน้าสวย ผมบ๊อบ เอ่ยขึ้นกับปรเมษอย่างเป็นมิตร เธอรู้สึกนับถือในตัวของปรเมษมากๆ ด้วยความที่ทรงพลเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับปรเมษให้เธอฟังบ่อยๆ
“ขอบคุณครับ คุณแม่ผม ท่านออกแบบและจัดสวนเองกับมือเลยนะครับ“ ปรเมษเอ่ยขึ้นอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงแม่แก้วของเขา
“เห็นมั๊ยครับคุณอ้อ ผมบอกแล้ว ว่าเจ้าเมษ เนี่ยมันชอบของไทยๆเหมือนแม่แก้วของมันน่ะครับ“ ทรงพลเสริมขึ้นอย่างอารมณ์ดีเช่นกัน

ทั้งสามเดินเข้ามาหยุดอยู่ในบริเวณห้องรับแขกที่มีผู้หญิงสูงวัยผิวขาว ผมเกล้ามวยเรียบร้อย ใส่แว่นตา ที่มีดวงตาสวยอยู่หลังกรอบแว่น ท่าทางใจดี กำลังนั่งเอน อ่านหนังสืออยู่บนเบาะนุ่มบนเก้าอี้ที่เป็นตั่งแบบไทยๆ
“แม่แก้วครับ ผมมาแล้วครับ คิดถึงแม่แก้วจังเลย“ ปรเมษทักขึ้นอย่างยินดี พลางคุกเข่าลงไปกราบที่ตักของผู้หญิงที่เค้ารักและบูชามากที่สุดในชีวิต โดยมีทรงพลและออนอุมานั่งคุกเข่าและยกมือขึ้นไหว้ทำเคารพผู้อาวุโสกว่าอยู่ข้างๆ
“มาแล้วเหรอพ่อตัวดี กว่าจะปลีกเวลามาหาแม่ได้ แล้วนี่พาใครมาด้วย“ หญิงสูงวัย กล่าวกับลูกชายอย่างเอ็นดู พลางปลายตามองผ่านแว่นตา มายังผู้เป็นแขกที่ติดตามมากับชายหนุ่ม
“นี่ทรงพลไงครับ ที่เคยไปบ้านเราที่กรุงเทพๆบ่อยๆไงครับและนี่ก็ออนอุมาครับ หวานใจของทรงพลเค้าครับ“ ชายหนุ่มกล่าวตอบ พลางแนะนำเพื่อนทั้งสองให้กับมารดาได้รู้จัก
“อ้าว พ่อพลหรอกเหรอ เปลี่ยนไปเยอะนะเรา จนแม่จำแทบไม่ได้ “ แม่แก้วของปรเมษกล่าวยิ้มๆกับทรงพล
“ครับคุณแม่ แต่ผมก็ยังเป็นทรงพลคนเดิมล่ะครับ ยังโม้เก่ง กินเก่งอยู่เหมือนเดิม ที่มานี่ก็เพราะคิดถึงรสมือคุณแม่ล่ะครับ“ ทรงพลเอ่ยขึ้นอย่างประจบ
“พอๆไม่ต้องมายอคนแก่ ตอนนี้น่ะแม่ฝีมือตกแล้ว ต้องยกให้กับน้าเกื้อของเจ้าเมษเขาโน่น รายนั้นฝีมือไม่เคยตก“ ดวงแก้วกล่าวถึงน้องสาวของตนที่อาศัยอยู่ด้วยกันและก็เป็นคนช่วยเลี้ยงปรเมษมาตั้งแต่เกิด ซึ่งปรเมษก็รักและบูชาน้าเกื้อของเขามากๆเช่นกัน
“เดี๋ยวจะเมื่อยซะก่อน ตามสบายนะจ๊ะ“ ดวงแก้วบอกต่อ
“พูดถึงน้าเกื้อ ไปไหนซะล่ะครับ ยังไม่เห็นเลยตั้งแต่ผมมาถึง“ ปรเมษเอ่ยถามหาน้าของเขาขึ้น พลางลุกขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ข้างๆกับทรงพลและออนอุมา
“ก็ไปตลาดน่ะสิ เห็นว่าจะทำอาหารเย็น ต้อนรับการกลับของเมษด้วย ยังไงเชิญพลกับหนูออนอุมาด้วยนะจ๊ะ“ หญิงสูงวัยเอ่ยขึ้นอย่างใจดี
“ขอบคุณครับ ขอบคุณค่ะ“ ทรงพลและออนอุมากล่าวรับ พร้อมกับยิ้มอย่างยินดี
“งั้นผมขอตัวไปส่งพลกับคุณอ้อ ที่บ้านพักก่อนนะครับ และจะเลยไปหาคุณพ่อด้วย“ ชายหนุ่มบอก หมายถึง ทอม เจสัน ผู้เป็นบิดาของชายหนุ่ม ที่เป็นผู้บริหารของรีสอร์ทแห่งนี้
“จ้ะ ตามสบายนะ เย็นนี้ค่อยเจอกัน“ หญิงสูงวัยบอก ขณะที่ปรเมษ ทรงพลและออนอุมา เดินออกจากห้องรับแขกมา


“ต้องขอโทษคุณอ้อด้วยนะครับ ที่ต้องให้พักหลังเดียวกันกับเจ้าพลมัน เพราะแขกของทีนี่เต็มตลอด ขนาดตอนนี้เป็นหน้าฝน ก็มีแขกจองห้องพักเต็มหมดเลย“ ปรเมษเอ่ยขอโทษอย่างสุภาพกับออนอุมา ขณะที่พาคนทั้งสองมาส่งถึงบ้านพักที่อยู่ข้างๆกับบ้านพักของเทียนขวัญและเจด้า
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณเมษไม่ต้องเกรงใจนะคะ อ้อดูแลตัวเองได้ อีกอย่างถ้าพลขืนคิดมิดีมิร้ายขึ้นมา เจอไม้หน้าสามแน่นอน อ้อรับรอง“ ออนอุมากล่าวตอบอย่างสุภาพ พร้อมทั้งปลายตาดุๆไปยังทรงพล ที่ยืนหน้าแหยๆอยู่ข้างๆ
“ผมจะไปกล้าทำอะไรคุณได้ล่ะครับ ดุซะขนาดนี้“ ทรงพลบอกเสียงอ่อยๆ
“ดี รู้แล้วก็ดี จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว“ ออนอุมาขู่มาอีก
“งั้นเชิญตามสบายนะ ถึงเวลาอาหารเย็น แล้วผมจะให้คนมาตามนะครับคุณอ้อ ผมขอตัวไปพบคุณพ่อก่อน“ ชายหนุ่มบอก พร้อมทั้งหันหลังเดินออกจากบ้านพักของทรงพลกับออนอุมา แล้วเดินไปสู่ตัวตึกที่เป็นทำการและถูกใช้เป็นล๊อบบี้ของรีสอร์ท ที่พ่อเค้าทำงานอยู่


“พ่อครับ“ ปรเมษเอ่ยทักขึ้น ขณะที่เค้ามายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของบิดาแล้ว
“มาถึงแล้วเหรอ“ ทอม เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทันที ชายสูงวัยที่มีหน้าตาเหมือนชายหนุ่ม ผิดแต่อีกฝ่ายดูสูงอายุ ผมสีเทาแซมดำ ผิวขาวอย่างชาวตะวันตก ตาสีน้ำตาล ร่างสูง ที่เสียงพูดเหน่อ สำเนียงเหมือนชาวตะวันตกที่พูดไทยไม่ชัดเอ่ยขึ้น พลางลุกขึ้นยืน ยื่นมือไปสัมผัสกับมือของลูกชาย อย่างต้องการทักทายตามธรรมเนียวของชาวอเมริกัน
“พ่อเป็นอย่างไรบ้างครับ ดูเครียดๆมีอะไรรึเปล่า“ ปรเมษเอ่ยถามผู้เป็นบิดาอย่างสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอก ไอสบายดี มีปัญหาเรื่องรีสอร์ทนิดหน่อย แต่ไอแก้ปัญหาได้ ถ้าเกินกำลัง ไอจะบอกยูแล้วกันนะ“ทอมบอกผู้เป็นลูกเสียงเหน่อๆ อย่างต้องการปิดบังบางอย่าง
“แน่ใจเหรอครับว่าไม่มีอะไร ผมถูกเรียกตัวมารับหน้าที่แทนอาบัญชาอย่างเร่งด่วน แล้วอาบัญชาก็ไม่ได้อยู่มอบงานให้ผมเลย มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างพ่อกับอาบัญชารึเปล่าครับ“ ชายหนุ่มซักผู้เป็นพ่อต่อ อย่างอยากรู้
“ไม่มีอะไรจริงๆ ไม่ต้องห่วง แล้วเรื่องโปรเจคของยูไปถึงไหนแล้ว“ ทอมบอกปัด และถามกลับอย่างต้องการเปลี่ยนเรื่อง
“ก็ที่มานี่ล่ะครับ ทีมงานกับพรีเซ็นเตอร์ของเรา ก็เดินทางมาถึงแล้วเรียบร้อย เอาไว้พรุ่งนี้ผมจะพามาแนะนำให้พ่อรู้จักนะครับ“ ปรเมษเอ่ยขึ้น พลางเดินลากเท้าลงไปนั่งมองออกไปทางนอกหน้าต่างห้องของบิดา
“โอเค ไอแล้วแต่ยูจะตัดสินใจนะ แล้วไปหาแม่มารึยัง เห็นบ่นหายูอยู่ทุกวัน“ ทอมถามลูกชายต่อ
“ครับพ่อ ไปมาแล้ว งั้นเอาไว้เจอกันเย็นนี้นะครับ ผมขอตัวไปเดินดูรอบๆรีสอร์ทก่อน ไม่ได้มานานแล้ว ขอไปเดินดูให้หายคิดถึงซะหน่อย“ ปรเมษบอก พลางดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟานุ่มทันที แล้วสาวเท้ายาวๆออกจากห้องของผู้เป็นบิดาไป


ปรเมษเดินมาหยุดอยู่บนชายหาดสีขาวที่มีทรายขาวละเอียด ชายหนุ่มหลับตา สูดเอาอากาสบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด นานแล้วสินะที่เค้าไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายแบบนี้มาก่อน
เพราะมัวแต่ยุ่งกับงานที่เค้าเพิ่งเข้ามาทำหน้าที่ได้ไม่นาน
พลันชายหนุ่ม นึกถึงร่างบางของเทียนขวัญ ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน จนกระทั่งการประทะคารมที่โรงแรมของเขา ป่านนี้เธอคงมาถึงพร้อมกับผู้จัดการส่วนตัวของเธอแล้วสินะ
“กริ๊ง ๆ “ เสียงโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มดังขึ้น ทำลายบรรยากาศอันสงบเงียบของเขา
“ครับแม่ มีอะไรรึเปล่าครับ“ ปรเมษพูดกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์
“ครับ ได้ครับ แล้วผมจะจัดการให้“ ปรเมษตอบรับ พลางกดวางสายด้วยสีหน้ากังวล แล้วหันหลังกลับเดินมุ่งหน้าเข้าไปสู่บ้านพักหลังหนึ่ง ของรีสอร์ท


“ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ขณะที่เจด้ากำลังนอนเอนที่โซฟานุ่มในห้องรับแขกอย่างสบาย
“ใครกันนะ ยังไม่ถึงเวลาอาหารเย็นนี่นา“ เจด้ารำพึงกับตัวเอง พลางเดินมาเปิดประตู
“สวัสดีครับคุณเจด้า ผมเองครับปรเมษ“ ปรเมษเอ่ยขึ้นหลังจากประตูห้องพักเปิดออก แล้วเห็นเจด้ากำลังยืนทำหน้างงๆแล้วก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างเมื่อเห็นชายหนุ่มยืนอยู่หน้าประตู
“แหมพี่ก็นึกว่าใคร คุณปรเมษนั่นเอง พี่ไม่ทราบนะคะเนี่ย ว่าคุณก็มาที่นี่ด้วยเหมือนกัน“ เจด้าเอ่ยขึ้นอย่างดีใจ พร้อมกับทำตาเป็นประกาย
“เอ่อ…ครับ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่มารบกวนเวลาพักผ่อนของคุณทั้งสอง“ปรเมษบอก พลางสอดส่ายสายตามองหาเทียนขวัญ
“น้องเทียนเข้าห้องพักไปแล้วค่ะ คุณปรเมษมีอะไรรึเปล่าคะ ให้พี่ตามน้องเทียนให้รึเปล่า“ เจด้ากล่าวอย่างรู้ทัน ทำเอาชายหนุ่มยิ้มเก้อๆ
“ไม่เป็นไรครับ ผมคุยกับคุณเจด้าก็ได้ครับ เพราะคุณเทียนขวัญ เธอบอกไว้ว่า มีอะไรให้ผมคุยกัยคุณเจด้าได้เลย คือพอดีคุณแม่ของผม ท่านอยากเชิญคุณสองคนไปทานอาหารเย็นที่บ้านของท่านเย็นนี้น่ะครับ ไม่ทราบว่าคุณเจด้ากับคุณเทียนขวัญจะรังเกียจรึเปล่าครับ“ ชายหนุ่มพูดเร็ว อย่างไม่ยอมสบตากับเจด้าที่กำลังจับตามองเค้าอยู่
“ไม่เลยค่ะ พี่กับเทียนขวัญยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่คุณแม่ของคุณปรเมษกรุณาให้เกียรติกับเราสองคน“เจด้าตอบรับอย่างยินดี
“ขอบคุณมากๆครับ แล้วผมจะมารับเวลา 6 โมงเย็นนะครับ“ ชายหนุ่มบอกอย่างดีใจและยิ้มให้กับเจด้า
“ค่ะ แล้วพี่จะรอนะคะ เอ๊ย ไม่ใช่ แล้วพี่จะบอกน้องเทียนให้นะคะ เจอกัน 6 โมงเย็นนะคะ“เจด้าพูดยิ้มๆ และยังคงทำตาเป็นประกายอยู่เหมือนเดิม
“ครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ“ ปรเมษบอกอีก พลางหันหลังเดินออกมาอย่างโล่งอก

“พี่เจด้าขา เสียงใครเหรอคะ“ เทียนขวัญเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย ขณะที่เธอเดินออกมาจากห้องพัก แล้วเห็นเจด้ายืนยิ้มอยู่ที่ห้องรับแขกเพียงลำพัง
“น้องเทียนต้องไม่เชื่อพี่แน่ๆเลย รู้มั๊ยคะว่าใครเพิ่งมาเคาะประตูห้องเรา เมื่อกี๊เนี๊ยค่ะ“เจด้ากล่าว อย่างคนใจลอยและกำลัง เพ้อฝัน
“ใครเหรอคะ“เทียนขวัญถามอีกอย่างอยากรู้
“ก็คุณปรเมษน่ะสิคะ คนอะไรทั้งหล่อทั้ง….”
“ฮ๊ะ พี่เจด้าว่าไงนะคะ นายปรเมษเนี่ยนะ มาที่นี่“เทียนขวัญร้องเสียงหลง ใบหน้าสวยเปลี่ยนจากสงสัยเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
“ไม่ฮ๊ะ ล่ะค่ะ คุณปรเมษจริงๆ แล้วเย็นนี้เราสองคนก็ได้รับเชิญไปดินเนอร์ที่บ้านคูณแม่ของคุณปรเมษด้วย“ เจด้าบอกต่ออย่างปลาบปลื้ม
“ฮ๊ะ พี่เจด้า ว่าไงนะคะ ใครได้รับเชิญไปดินเนอร์กับใครนะคะ“ หญิงสาวโพล่งออกมาอีกเสียงดัง อย่างตกใจ เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เธอได้ยินมันถูกต้องรึเปล่า
“ก็เราสองคน พี่กับน้องเทียน น่ะสิคะ ได้รับเชิญไปดินเนอร์ที่บ้านคุณแม่ของคุณปรเมษเย็นนี้“เจด้าตอบอย่างร่าเริง พลางเอามือจิ้มไปที่หน้าอกของเทียนขวัญกับตัวเอง
“ไม่ค่ะ เทียนไม่ไปเด็ดขาด พี่เจด้าช่วยบอกแคนเซิ่ลให้ด้วยนะคะ“ เทียนขวัญบอกออกมาเสียงดังอย่างงอนๆ พลางเชิดหน้าขึ้น
“ไม่ได้นะคะ น้องเทียน พี่รับปากเค้าไปแล้ว อีกอย่างมันจะดูไม่ดีเอานะคะ คุณแม่ของคุณปรเมษอุตส่าห์ให้เกียรติกับเราขนาดนี้ นะคะ นะ ถือว่าเห็นแกพี่เถอะ เดี๋ยวเสียสถาบันกระเทยไทยของพี่หมดนะคะ“ เจด้าพูดอย่างอ้อนๆ และแกล้งทำหน้าเศร้า เพื่อให้เทียนขวัญเห็นใจ
“อีกอย่างคุณปรเมษก็บอกกับพี่ว่า น้องเทียนบอกเค้าว่ามีอะไรให้ตกลงกับพี่ได้เลย พี่ก็เลยตกปากรับคำไปแล้ว“ เจด้าอ้อนต่อ เมื่อเห็นเทียนขวัญยังคงนิ่งเงียบอยู่
“โอเคค่ะ ไปก็ได้ เทียนเห็นแก่พี่กับคุณแม่ของนายคนนั้นเท่านั้นนะคะ ส่วนคนอื่นไม่เกี่ยว“ เทียนขวัญบอกอย่างยอมจำนน พร้อมทั้งมองเจด้าอย่างงอนๆ
“เทียนพูดอย่างนั้นจริงค่ะ แต่เทียนไม่ได้หมายความแบบนั้นซะหน่อย แต่ช่างเถอะ ผู้ชายอย่างนายปรเมษ น่ะทำได้ทุกอย่างอยู่แล้วเพื่อแกล้งเทียน“หญิงสาวพูดขึ้น พลางทำหน้าเคร่งเครียดขึ้นไปอีก
“แหมน้องเทียนขา ไม่เอาสิคะ อย่าทำหน้าบึ้ง เดี๋ยวไม่สวยนะคะ มาๆ เดี๋ยวพี่เลือกชุดให้ จะได้สวยๆเวลาไปเจอว่าที่คุณแม่สามีของพี่น่ะค่ะ“ เจด้าพูดเล่น พลางดึงหญิงสาวให้กลับเข้าห้องพักเพื่อเตรียมพร้อมออกไปตามคำเชิญของชายหนุ่ม


เมื่อถึงเวลานัดหมาย ปรเมษกับทรงพล รวมทั้งออนอุมา ก็มายืนรอเจด้ากับเทียนขวัญอยู่หน้าบ้านพักของทั้งสอง
“อ้าว คุณปรเมษมาแล้วเหรอคะ“ เจด้าในชุดสวยเรียบสีครีมเอ่ยทักขึ้นอย่างยิ้มแย้ม
“ครับ แล้วคุณเทียนขวัญล่ะครับ“ ปรเมษเอ่ยถามขึ้นเมื่อไม่เห็นหญิงสาวยืนอยู่ตรงนั้นด้วย
“เดี๋ยวก็มาค่ะ น้องเทียนลืมของนิดหน่อย แน่ะมาแล้วค่ะ“เจด้ากล่าวตอบพร้อมกับยิ้มหันไปมองเทียนขวัญที่เดินออกมาในชุดเดรสคอวี สีเหลืองอ่อน กระโปรงยาวลงมาถึงเหนือเข่าน่ารัก หน้าตาได้รับการตกแต่งอย่างสวยคม ดูสวยหวานไปทั้งตัว ทำเอาทุกคนที่เห็นถึงกับตะลึง รวมทั้งปรเมษด้วย
“ขอโทษนะคะ ที่ทำให้ทุกคนรอ พอดีเทียนกลับไปเอาของนิดหน่อยน่ะค่ะ“ หญิงสาวกล่าวขอโทษและยิ้มให้กับทุกคน แล้วก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงเมื่อสบตากับปรเมษ
“แล้ว คุณปรเมษพาใครมาด้วยคะ ไม่แนะนำให้รู้จักหน่อยเหรอคะ“เจด้าถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าปรเมษไม่ได้มาคนเดียว
“อ้อ ขอโทษครับ ผมลืมแนะนำไป นี่ทรงพล คุณเจด้ากับคุณเทียนคงจำได้ เพราะเคยเจอกันแล้ว ส่วนนี่คุณออนอุมาครับ“ ปรเมษแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกัน
“เรียกอ้อเฉยๆก็ได้ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักกับคุณเจด้า และคุณเทียนขวัญด้วยนะคะ “ออนอุมากล่าวขึ้นและยิ้มให้ทั้งสองอย่างเป็นมิตร
“เราไปกันเลยดีมั๊ยคะ เดี๋ยวคุณแม่ของคุณปรเมษจะรอนาน“ เจด้ากล่าวยิ้มๆ หลังจากที่ทุกคนทักทายกันเรียบร้อยแล้ว
“ครับๆ เชิญทางนี้เลยครับ“ปรเมษกล่าวเชิญ พลางผายมือไปที่รถตู้คันสวย ที่จะนำทุกคนไปสู่บ้านผู้เป็นมารดาของเขา โดยมีทรงพลกับออนอุมาเดินนำขึ้นรถไปก่อนแล้ว
และเจด้าเดินตามขึ้นไปโดยมีปรเมษคอยช่วยจับมือส่งขึ้นไปนั่ง
“เชิญครับคุณผู้หญิง“ปรเมษกล่าวเชิญล้อๆ เมื่อเห็นว่าเทียนขวัญยังไม่เดินมาที่รถ แถมยังคงทำหน้าตาบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลา
“หรือว่าที่รออยู่นี่ อยากจะให้ผมอุ้มขึ้นรถเหมือนพระเอกอุ้มนางเอกในละคร“ ปรเมษแหย่หญิงสาวอีก
“ไม่ต้อง ฉันขึ้นเองได้“ ได้ผล เทียนขวัญสะบัดหน้าเดินขึ้นรถไปด้วยอาการไม่พอใจ โดยมีปรเมษขึ้นรถตามเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่คนขับรถจะปิดประตู แล้วรีบวิ่งอ้อมไปประจำหน้าที่คนขับ แล้วขับรถคันหรูเคลื่อนออกจากที่ไป
ระหว่างที่อยู่ในรถ เจด้า ทรงพลและออนอุมาที่นั่งอยู่ด้านหลัง ต่างคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ผิดกับปรเมษกับเทียนขวัญ ที่ทั้งคู่ต่างนั่งนิ่งเงียบ ไม่แม้แต่จะหันมาสบตากัน

จบตอนค่ะ
ติดตามอ่าน ตอนที่ 6 เร็วๆนี้นะคะ

ขอบคุณที่แวะมาอ่านผลงานของน้องใหม่ เชิญติชมได้ตามสบายนะคะ




Create Date : 21 มิถุนายน 2554
Last Update : 21 มิถุนายน 2554 21:39:49 น.
Counter : 334 Pageviews.

4 comments
  
แต่งบล็อคใหม่นึกว่าเข้าผิดอิอิ ติดตามตอนต่อไปอิอิ
โดย: Lady Banna IP: 79.211.206.213 วันที่: 22 มิถุนายน 2554 เวลา:3:38:17 น.
  
สนุกมากๆเลยค่ะ อัปเดทเร็วๆนะคะ
โดย: ปรวตรี IP: 101.108.73.248 วันที่: 26 มิถุนายน 2554 เวลา:15:41:40 น.
  
ขอขอบคุณ คุณพี่เลดี้บ้านนาและคุณปรวตรีมากๆนะคะ ที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจ
โดย: เรไรไอด้า วันที่: 28 มิถุนายน 2554 เวลา:1:47:34 น.
  
ติดตามเสมอค่ะ อิอิ
โดย: ปรวตรี IP: 125.24.36.237 วันที่: 1 กรกฎาคม 2554 เวลา:17:21:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เรไรไอด้า
Location :
ยโสธร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



บ้านเกิด ยโสธร ส่วนเมืองนอน อเมริกา
งานประจำคือแม่ของลูก


คติประจำใจ :

ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะอยู่ไม่ได้
ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะตาย
ก็แค่ "เสียดาย" เวลา