กรกฏาคม 2554

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง ตอนที่ 8
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง

ตอนที่ 8

ทอมเดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งข้างๆภรรยาอย่างเหน็ดเหนื่อย พร้อมทั้งเอื้อมมือไปกอดดวงแก้วที่นั่งร้องไห้ อย่างหนัก เพราะกังวลที่ยังหาตัวปรเมษไม่เจอ โดยมีเกื้อ ทรงพลและออนอุมานั่งอยู่ไกล้ๆ คอยปลอบใจผู้เป็นมารดาของปรเมษไปด้วย
“ไม่ต้องเป็นห่วง นะ บ่ายนี้ผมกับสารวัตรจะออกตามหาเมษให้เจอ ผมขอรับรอบ“ทอมเอ่ยขึ้นกับภรรยาที่ยังคงสะอึกสะอื้นอยู่เหมือนเดิม
“ผมขอไปด้วยนะครับคุณพ่อ เดี๋ยวผมจะให้คุณอ้อ อยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ด้วยนะครับ“ ทรงพลเอ่ยขึ้น พลางทำหน้าตามุ่งมั่น
“ขอบใจมากนะพล แม่ทุกข์ใจมากๆ ไม่รู้ป่านนี้ตาเมษจะเป็นยังไงบ้าง แล้วยังหนูเทียนขวัญอีก ไม่รู้ป่านนี้เธอจะเป็นตายร้ายดียังไง คุณต้องตามหาลูกให้พบนะ“ ดวงแก้วพูดกับทรงพลและทอมผู้เป็นสามีทั้งที่ยังสะอื้นอยู่
“ไม่ต้องห่วง ทางสารวัตรวิชัย บอกว่าจะนำกำลังที่ชำนาญพื้นที่ออกติดตามให้ทั่วทุกเกาะของที่นี่เลย แล้วยังมีทรงพลตามไปช่วยอีกแรง คุณไปพักผ่อนก่อนนะ เดี๋ยวเป็นอะไรไปก่อน เวลาลูกกลับมาแล้วมันจะไม่ดี“ทอมเอ่ยขึ้นอีก เพื่อจะปลอบใจให้ภรรยาหายกังวล
“ฉันนอนไม่หลับหรอก ใจมันจะขาด ฉันจะไปสวดมนต์ให้คุณพระคุ้มครองทั้งสองคนก่อน“ดวงแก้วเอ่ยขึ้นทั้งๆที่ยังสะอื้นอยู่ พลางลุกขึ้นเดินห่างออกไป โดยมีออนอุมาและเกื้อเดินตามไปด้วย
“น่าจะได้เวลานัดแล้วนะ ไปกันเถอะทรงพล ท่านสารวัตรกับพวกคงรอเราอยู่แล้ว“ทอมเอ่ยขึ้นกับทรงพล พลางเดินออกจากห้องไป โดยมีทรงพลเดินตาม



ทางด้านปรเมษ ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกตัว พยายามขยับตัวจะลุกขึ้น แต่ต้องล้มตัวลงนอนอีกครั้ง เพราะยังรู้สึกมึนๆอยู่ แล้วพยายามหลับตาทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็ลืมตาขึ้นและสะดุ้งลุกนั่งทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่า อะไรเกิดขึ้นกับตัวเอง และที่สำคัญมีอีกคนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ชายหนุ่มพยายามสอดส่ายสายตาไปรอบๆลำธาร ที่เค้ามานอนอยู่ริมฝั่งแห่งนั้น เพื่อมองหาเทียนขวัญ
สายตาของชายหนุ่มสะดุดเข้ากับร่างของหญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่ไม่ไกลจากเขานัก ผมยาวดำปกคลุมใบหน้าที่นอนตะแคงอยู่ ชายหนุ่มรีบตะเกียกตะกาย คลานไปไกล้หญิงสาวที่ยังคงสลบแน่นิ่งอยู่ พลางเอื้อมมือแข็งแรงไปจับหน้าสวยที่บัดนี้ซีดมาก และเย็นเฉียบเมื่อมืออุ่นของเขาแตะ เพื่อปลุกให้ตื่น
“คุณ ๆ เป็นยังไงบ้าง“ ชายหนุ่มเอ่ยถามเบาๆพลางเขย่าใบหน้าสวยเพื่อเรียกหญิงสาว
“อย่ามาเป็นอะไรตอนนี้นะ คุณต้องเก่งเหมือนเดิมนะ“ ชายหนุ่มเรียกต่อเสียงดัง พลางพยายามเขย่าปลุกหญิงสาวให้ตื่น แต่ยังไม่มีการตอบรับจากอีกฝ่าย ชายหนุ่มเลยเริ่มทำการปั๊มหัวใจไปสามครั้ง พร้อมทั้งผายปอดให้ ทางปาก ทำอยู่หลายรอบ จนหญิงสาวเริ่มรู้สึกตัว สำลักน้ำออกมา และพยายามขยับตัว
“ฉันเป็นอะไรไป แล้วคุณ…”
“อย่างเพิ่งถามอะไรเลย เก็บแรงไว้ก่อน เดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีก คุณลุกนั่งไหวรึเปล่า“ ชายหนุ่มตัดบท พลางขยับเข้ามาไกล้อีก มองหน้าหญิงสาวอย่างรู้สึกเป็นห่วง พร้อมกับช่วยพยุงหญิงสาวให้ลุกขึ้นนั่ง
“เดี๋ยวเราไปนั่งพักตรงร่มไม้นั่นก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะทำยังไงต่อ“ชายหนุ่มบอกขึ้นมาอีก และช่วยพยุงหญิงสาวให้ลุกขึ้นเดินช้าๆไปยังใต้ร่มไม้ที่ชายหนุ่มบอก
“เราอยู่ที่ไหนกัน แล้วพวกมันจะตามมารึเปล่า“หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นอีก หลังจากทรุดนั่งลงใต้ต้นไม้ด้วยความช่วยเหลือของชายหนุ่ม
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่า เรายังไม่ตาย“ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบ พร้อมกับมองสำรวจไปรอบๆบริเวณลำธารแห่งนั้น
“ป่านนี้พี่เจด้าคงเป็นห่วงมาก แล้วเราจะทำยังไง ถึงจะกลับไปที่รีสอร์ทได้“เทียนขวัญซักต่ออย่างร้อนใจ พลางมองไปรอบๆลำธารอย่างต้องการสำรวจเช่นกัน
“ผมว่าทุกคนคงรู้แล้วว่าเราหายตัวมา และคงกำลังตามหาเราอยู่ แต่เราคงรอให้พวกเค้าตามหาอย่างเดียวไม่ได้ เผื่อพวกนั้นมันตามมาอีก เราจะแย่“ชายหนุ่มบอกมาอีก อย่างไม่หายกังวล
“ผมว่าถ้าเราเดินเรียบลำธารไปเรื่อยๆคงเจอชาวบ้าน แล้วเราคงขอความช่วยเหลือเขาได้ ว่าแต่คุณเดินไหวรึเปล่า“ชายหนุ่มบอกมาอีก พลางมองสำรวจหญิงสาวอย่างพิจารณา
“อ้าว รองเท้าคุณ แบบนี้คงไม่ไหว ร้องเท้าก็ไม่มี“ชายหนุ่มบอก เมื่อมองเห็นร่างบางในชุดเสื้อยืดตัวโตและกางเกงขาสั้น ที่เท้าเปล่าทั้งสองข้างของหญิงสาว ที่ไม่มีร้องเท้าอยู่เลย เพราะตอนที่เธอออกมาเดินเล่น เธอใส่แค่รองเท้าแตะแบบง่ายๆ ต่างกับเขาที่ใส่รองเท้าผ้าใบสำหรับวิ่งอย่างดี เพื่อไปวิ่งออกกำลังกายที่ชายหาด ก่อนที่จะเกิดเรื่อง
“ไม่เป็นไร ฉันเดินได้ ค่อยๆเดินเอาก็ได้ คงไม่เป็นอะไรหรอก“ หญิงสาวบอกเสียงอ่อย อย่างกังวลและหวาดๆ แต่ก็ยังทำเป็นสู้
“ไม่ได้ เผื่อคุณเดินไปเหยียบหนามเข้า จะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เอางี้ ผมจะแบกคุณไปเอง มา“ ชายหนุ่มบอกเสียงเข้ม พลางทำท่าย่อลงเตรียมพร้อมให้หญิงสาวขี่หลัง
“มันจะดีเหรอ ฉัน…”
“เอ้า เร็วๆเข้าสิคุณ ขืนช้า เดี๋ยวพวกมันตามมาทัน ผมไม่รู้ด้วยนะ“ชายหนุ่มขู่เสียงเข้ม ทำเอาหญิงสาวตาเบิกกว้าง รีบกระโดดขึ้นค่อมหลัง กอดคออีกฝ่ายแน่นด้วยความกลัว
“เบาๆหน่อยสิคุณ ผมไม่ใช่ม้านะครับ เดี๋ยวก็หายใจไม่ออกกันพอดี“ ชายหนุ่มล้อหญิงสาวยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดี ลืมเรื่องเลวร้ายไปชั่วขณะ พร้อมทั้งเอามือแข็งแรงกอดขานุ่มของหญิงสาวไว้แน่น และลุกขึ้นออกเดินไปตามข้างๆลำธารไปเรื่อยๆ
“ขอโทษ ก็คุณบอกให้รีบนี่ ฉันกลัวพวกมันตามมาทันด้วย“หญิงสาวบอกขึ้นมาเสียงอ่อย พลางพยายามทำตัวแข็ง ดันตัวออกห่างจากหลังของชายหนุ่ม
“อ้าว แล้วทำท่าแบบนั้น ผมจะไปเดินได้ยังไง แบบนี้ก็ปวดหลังตายกันพอดี“ชายหนุ่มบอกขึ้นอีก พลางหยุดเดิน เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ยอมกอดคอเขาเหมือนเดิม
“ก็ได้ ทำไมฉันถึงโชคร้ายแบบนี้นะ“หญิงสาวบ่นอีก พลางกอดคอชายหนุ่มแน่นเหมือนเดิม และแนบลำตัวเข้ากับหลังแข็งแรงของชายหนุ่ม จนหน้าอกนุ่มแนบเข้าไปกับแผ่นหลังของอีกฝ่ายไปด้วย
“แบบนี้สิค่อยง่ายหน่อย แต่คุณนี่ก็หนักเหมือนกันนะ เห็นตัวเล็กๆเนี่ย“ ชายหนุ่มล้อขึ้นยิ้มๆอีก เลยโดนหญิงสาวทุบข้างหลังเข้าให้
“โอ๊ย เบาๆหน่อยสิคุณ ผมแค่ล้อเล่นแค่นั้นเอง“ชายหนุ่มร้องอย่างอารมณ์ดี พลางออกเดินไปอย่างมั่นคง อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ทั้งสองได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน ที่กำลังเต้นแข่งกันอยู่ ต่างฝ่ายต่างเงียบอยู่ในภวังค์ ความคิดของตัวเอง โดยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ทั้งสองรู้แต่ว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่กลับมีความสุขลึกๆที่ได้อยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้ ต่างฝ่ายต่างยิ้มอย่างมีความสุขกับตัวเองไปเรื่อยๆ



“โอ๊ย กูจะบ้าตาย ทำไมพวกมึงโง่อย่างนี้วะ ปล่อยมันไปได้ยังไง“บัญชา ชายสูงอายุ ผมสีเทา ตัวใหญ่ เอ่ยเสียงดังกับลูกน้องอย่างโกรธจัด
“นายไม่ต้องห่วงนะ มันตายแน่นอน น้ำตกนั่น ไม่มีใครรอดหรอกนาย“ชายตัวโต บอกขึ้นเสียงอ่อย อย่างเกรงเจ้านาย
“ตราบใดที่ยังไม่เห็นศพมัน กูไม่เชื่อ พวกมึงรีบกลับไป หาศพมันให้เจอก่อนที่คนอื่นจะหามันเจอ ไป“บัญชาบอกขึ้นเสียงดัง ไล่ลูกน้องกลับไป อย่างไม่หายโมโห พร้อมกับกำมือแน่น แค้นเคือน ที่ทุกอย่่างมันผิดแผนไปหมด เขาต้องการจับตัวลูกชายพเพื่อนมาเพื่อเรียกค่าไถ เพื่อจะสั่งสอน ทอม ผู้ที่เป็นเพื่อนรักกันมาหลายปี แต่เขาไม่เคยเอาชนะทอมได้ซักครั้ง ทั้งเรื่องธุรกิจ และแม้แต่ผู้หญิงที่เป็นที่รักของเขาก็ต้องเสียให้กับทอมเช่นกัน
“ฉันจะต้องเอาชนะแกให้ได้ คอยดู“ บัญชาบอกกับตัวเอง พลางกำมือแน่นอย่างแค้นเคือง

“สวัสดีครับสารวัตร ขอบคุณมากๆนะครับที่มา“ ทอมเอ่ยทักด้วยเสียงเหน่อๆกับนายตำรวจหนุ่ม ที่ยืนรออยู่พร้อมกับตำรวจอีกหลายนาย พร้อมกับยื่นมือไปสัมผัสมือของอีกฝ่ายอย่างต้องการขอบคุณ ที่ชายหาดห่างจากรีสอร์ทของทอมพอสมควร
“ไม่เป็นไรครับ งานนี้ผมกับลูกน้องพร้อมให้ความช่วยเหลือทางคุณอย่างเต็มที่ครับ“สารวัตรวิชัย บอกมาอย่างมีน้ำใจและแสดงถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่
“เราจะแยกเป็นสองหน่วย แล้วตระเวรให้รอบเกาะแถวๆนี้ก่อนนะครับ คุณไปกับผม แล้วเอ่อ…”
“อ้อ ผมลืมแนะนำไป นี่ทรงพล เพื่อนของลูกชายผม จะไปกับเราด้วย“ ทอมเอ่ยแนะนำทรงพลขึ้นเมื่อนึกได้ ขณะที่ทรงพลยกมือขึ้นทำความเคารพ กับสารวัตรที่ดูอาวุโสกว่า
“ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ไปกันเลยนะครับ“ สารวัตรวิชัยบอกอย่างใจดี พลางเดินไปสั่งงานลูกน้อง แล้วเดินนำไปขึ้นเรือที่จอดรออยู่ที่ริมฝั่ง โดยมีทอมและทรงพล รวมทั้งนายตำรวจอีกสามนายตามขึ้นเรือไปด้วย และอีก5นายเดินไปขึ้นเรืออีกลำที่จอดอยู่ข้างๆกัน แล้วเรือทั้งสองลำก็พุ่งออกจากฝั่ง แยกกันออกไปคนละทางเพื่อติดตามหาปรเมษและเทียนขวัญ


“พี่ลีน่าขา เราไปกันเถอะริดาพร้อมแล้ว“ ชาริดาในชุดเดรสสีส้มสด สั้นจู๋ สวมหมวกปีกกว้างสีเดียวกัน มีแว่นกันแดดอันโตกรอบสีขาวคาดอยู่บนหน้า ตัดกับปากสีแดงสดของเธออย่างเห็นได้ชัด บอกกับผู้จัดการส่วนตัวที่กำลังนอนเอกเขนกอย่างสบายใจอยู่บนโซฟาตัวนุ่มภายในที่พัก
“จะไปไหนกันอีกล่ะคะ คุณน้องขา พี่ยังไม่ทันหายเหนื่อยเลยนะคะ แดดตอนบ่ายเนี่ยก็ร้อนจัดจะตายไป แล้วคุณน้องจะรีบไปทำไมล่ะคะ“ลีน่าเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์เสียที่ชาริดาเริ่มเอาแต่ใจตัวเองอีกแล้ว
“ก็เรามาทำงานนะคะ ไม่ได้มาพักผ่อน ก็ต้องรีบสิคะ จะมามัวนอนเล่นอยู่นี่ ไม่ทันกินหรอกนะคะ มารีบตามมา ริดาจะออกไปก่อน“ชาริดาบอกขึ้นอีก อย่างไม่ยอม พลางออกคำสั่งกับผู้จัดการส่วนตัวให้ทำตาม
“ค่ะ ๆ ได้ค่ะ ไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ “ ลีน่าบอกขึ้น พลางลุกขึ้นเดินไปหยิบกระเป๋ากับแว่นกันแดดขึ้นมาสวม แล้วเดินตามชาริดาออกจากที่พักมาอย่างกระฟัดกระฟียด

“ทำไมมันเงียบๆชอบกล ไหนว่าคุณปรเมษมาที่นี่ ไม่เห็นมีวี่แววเลยนะคะ รีสอร์ทก็ออกจะเล็กๆแค่นี้เอง“ชาริดาเอ่ยขึ้นกับลีน่า เมื่อทั้งสอง เดินมาถึงบริเวณด้านหน้าของรีสอร์ทของบิดาปรเมษอีกครั้ง
“แหม คุณน้องขา ที่เที่ยวออกจะเยอะแยะ เค้าอาจจะออกไปเที่ยวกันก็ได้นะคะ“ลีน่าตอบออกมาอย่างต้องการแสดงความคิดเห็น
“จริงสินะ ว่าแต่จะทำยังไงดีคะ ถึงจะหาตัวเค้าเจอ ริดาอยากเจอคุณปรเมษจะแย่อยู่แล้วนะคะ เสียเวลามานานแล้ว“ชาริดาบ่นอย่างหงุดหงิด
“ทำไมคุณน้องไม่ไปถามพนักงานของรีสอร์ทล่ะค่ะ พวกนั้นคงตอบคำถามได้ดีกว่าพี่“ลีน่าบอกมาอีก ทำเอาชาริดาตาโตขึ้นมาทันทีด้วยความดีใจ
“ใช่สินะ พี่นี่ฉลาดจริงๆ สมแล้วที่ริดาเลือกพี่มาเป็นผู้ช่วย“ชาริดาบอก พลางหันหลังเดินตรงไปหาพนักงานสาวทั้งสอง ที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ที่เค้าเตอร์ของล๊อบบี้
“ค่ะ พี่น่ะฉลาดอยู่แล้ว“ลีน่าบอก พลางทำปากเบ้และเดินตามหลังชาริดาไปอย่างเบื่อหน่าย

“นี่พวกเธอ รู้หรือเปล่าว่าคุณปรเมษอยู่ที่ไหน“ชาริดาถามขึ้นเสียงดังกับพนักงานสาวสองคน อย่างต้องการวางอำนาจ
“คุณชาริดา ต้องขอโทษด้วยนะคะ เราไม่ทราบจริงๆค่ะ แล้วอีกอย่างท่านก็มาเป็นการส่วนตัว เราไม่สามารถก้าวก่ายได้ค่ะ“ พนักงานสาวตอบกลับมาอย่างสุภาพ ทำเอาคนถามสะอึก แล้วก็หน้าเข้มขึ้นด้วยความโกรธขึ้นมาทันที
“นี่ย้อนฉันเหรอ ยังไม่เข็ดใช่มั๊ย…”
“พอๆ คุณน้องขา ใจเย็นๆค่ะ เดี๋ยวก็เกิดเรื่องอีกนะคะ“ลีน่าปรามอย่างรู้ทัน พลางดึงชาริดาถอยห่างออกมาจากพนักงานสาวของรีสอร์ทออกมาอย่างไม่ต้องการให้เสียเรื่อง
“ก็ริดาใจร้อนนี่คะ ริดาไม่แคร์หรอกค่ะ ริดาแค่อยากเจอคุณปรเมษก็แค่นั้นเอง ส่วนคนอื่น ไม่เกี่ยว“ชาริดาบอกออกมาอีกอย่างเย่อหยิ่ง จองหอง พลางปลายตาดกระๆไปยังพนักงานสาวสองคนอย่างคาดโทษ
“พี่รู้ค่ะว่าคุณน้องไม่แคร์ แต่มันจะเสียเรื่องนะคะ ถ้าพวกนั้นเค้าฟ้องเจ้านายเค้าอีก ระวังไว้ก็ไม่เสียหายนะคะ“ลีน่าบอกมาอีกอย่างมีสติ
“แล้วพี่ลีน่าจะให้ริดาทำยังไงล่ะค่ะ จะให้รออย่างใจเย็นเหมือนที่พี่บอก ริดาทำไม่ได้หรอกนะคะ อกแตกตายกันพอดี“ชาริดาบอกเสียงดัง พลางสะบัดตัวเดินออกไปยังชายหาดด้านหน้าของรีสอร์ทอย่างขัดใจ
“พี่ก็ไม่ได้หมายความว่า ต้องรออย่างเดียวนี่ค่ะ พี่หมายถึงให้ตามหาอย่างมีสติ รีสอร์ทก็เล็กแค่นี้เอง เดี๋ยวก็เจอตัวคุณปรเมษเองล่ะ ถ้าเค้ามาที่นี่จริง“ลีน่าบอกอีก พลางรีบเดินตามหญิงสาวออกมา
“แล้วทำไมไม่โทรหาล่ะค่ะ เห็นว่าเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ“ลีน่าบอกขึ้นมาอีกอย่างนึกได้
“ถ้ามันง่ายอย่างนั้น ริดาไม่มาหงุดหงิดอยู่นี่หรอกนะคะ ผู้ชายอะไรหยิ่งชะมัด ให้ท่าแล้วให้ท่าอีก ก็ไม่สนใจ“ชาริดาตอบมาอย่างไม่ได้ใส่ใจ ว่าตัวเองพูดอะไรออกมา
“เอ้า พี่ก็นึกว่าสนิทกัน ถึงได้ตามมาถึงนี่ ที่แท้มันเป็นอย่างนี้นี่เอง“ลีน่าพูดขึ้น อย่างเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น พลางทำปากเบ้อย่างนึกสมเพชชาริดา โดยไม่ให้เจ้าตัวรู้
“เอ๊ะ นั่นมันนังเจด้า ผู้จัดการส่วนตัวนังเทียนขวัญนี่คะ มันมาทำอะไรที่นี่“ชาริดาโพล่งขึ้น ขณะสาวเท้าเดินตรงไปยังเจด้าที่กำลังเดินมาที่ล๊อบบี้ของรีสอร์ทกับกุ๊กไก่อย่างรวดเร็ว โดยมีลีน่ารีบเดินตามไปด้วย
“แหม ทำไมโลกมันช่างกลมอย่างนี้เนี่ย มาทำอะไรกันเหรอคะ คุณพี่เจด้า“ชาริดาเอ่ยถามเสียงดังกับเจด้า ยิ้มอย่างเย้ยหยัน ทำเอาเจด้าสะอึก แล้วก็นิ่งเงียบ หน้าเข้มขึ้น และไม่ตอบคำถามใดๆ
“ไม่พูด แสดงว่ามีอะไรปิดบัง แล้วลูกแหง่ของพี่ไปไหนซะล่ะคะ ไม่เห็นมาเสนอหน้า ทำไมมีแต่นังหน้าจืดเนี่ยแทน“ชาริดาเอ่ยเย้ยหยันขึ้นอีก พลางปลายตาเหยียดๆไปทางกุ๊กไก่
“นี่คุณไม่ทราบเหรอคะ ว่า….”
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่มาเที่ยว ส่วนน้องเทียนเธอออกไปทัวร์ส่วนตัว เดี๋ยวก็กลับมา ขอตัวนะ มีธุระ“เจด้าตัดบทขึ้นก่อนที่กุ๊กไก่จะพูดจบ พลางสะบัดหน้า แล้วก็ดึงกุ๊กไก่่ให้เดินเลี่ยงออกมาอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ชาริดายืนงง กัดฟันอย่างฉุนเฉียวอยู่ข้างหลังกับลีน่า
“ทำไมพี่เจด้า ไม่ให้กุ๊กไก่บอกคุณคนนั้นล่ะคะ ว่าเรามาทำงานกัน“ กุ๊กไก่ถามอย่างสงสัยเมื่อทั้งสองเดินห่างออกมา
“บอกไม่ได้นะคะ สองคนนั่นร้ายยิ่งกว่าจิ้งจอกพันปีอีกนะคะ ขืนรู้เรื่องที่เราทำงาน โปรเจ็คของเจ้านายคุณน้องพังแน่ๆ แล้วเรื่องที่น้องเทียนหายไปกับคุณปรเมษเนี่ย ยิ่งให้รู้ไม่ได้นะคะ เพราะถ้าสองคนนั่นรู้ น้องเทียนของพี่เน่าไม่มีชิ้นดีเลยล่ะค่ะ“ เจด้าบอกอย่างกังวล พลางเอามือกุมศีรษะ แล้วรีบเดินกลับบ้านพักโดยมีกุ๊กไก่เดินตามไปด้วย
“ค่ะ รับรองกุ๊กไก่จะไม่ปริปากแน่นอนค่ะ แต่ไม่รู้ป่านนี้คุณเทียนขวัญกับบอสจะเป็นยังไงนะคะ กำลังจะมืดแล้วด้วย“กุ๊กไก่ให้คำมั่น พลางทำหน้ากังวลด้วยความเป็นห่วงคนทั้งคู่ตามไปด้วย
“พี่ก็อกจะแตกตายอยู่แล้วล่ะค่ะ เป็นห่วงทั้งสองคนมากๆเลย สาธุ ขอให้เจ้าป่า เจ้าทะเล ช่วยคุ้มครองทั้งสองคน อย่าให้เป็นอะไรเลย ขอให้ตามทั้งสองคนเจอเร็วๆ “เจด้าพูดขึ้น พร้อมทำท่ายกมือขึ้นอธิษฐาน แล้วก็เดินหายกลับเข้าไปยังบ้านพัก โดยมีกุ๊กไก่เดินตามเข้าไปด้วย


“พักก่อนดีมั๊ย ฉันว่าพวกมันคงไม่ตามมาแล้วล่ะ“เทียนขวัญเอ่ยขึ้นเสียงอ่อน ทั้งที่ยังคงเกาะไหล่ชายหนุ่มแน่น อย่างเห็นใจ กลัวปรเมษจะเมื่อย ที่ต้องแบกเธอมานานแล้ว
“ไม่เป็นไร ผมยังไหว ว่าแต่คุณเถอะหิวรึเปล่า ตั้งแต่เมื่อวานคุณยังไม่ได้กินอะไรเลย“ชายหนุ่มถามกลับอย่างเป็นห่วง ทำเอาคนถูกถามหัวใจอ่อนวูบ รับรู้ถึงความห่วงใยที่อีกฝ่ายมีให้
“หิวมาก แล้วคุณล่ะหิวรึเปล่า“ หญิงสาวตอบเสียงอ่อนโยน พลางยิ้มในหน้าอย่างเขินๆเมื่อถามชายหนุ่มกลับ
“หิว แต่ผมทนได้ คุณนี่เวลาพูดเพราะๆก็น่ารักเหมือนกันนะ เป็นห่วงผมเหรอ“ชายหนุ่มถามกลับ เล่นเอาคนอยู่บนหลังหุบยิ้ม หน้าแดงขึ้นมาทันที
“เปล่าซะหน่อย ฉันก็แค่เห็นคุณมีน้ำใจกับฉันก่อนแค่นั้นเอง“หญิงสาวตอบเบาๆเพื่อกลบเกลื่อน ทั้งที่ตอนนี้หน้าเธอแดงยิ่งกว่าลูกตำลึงสุกซะอีก
“ผมก็หลงดีใจ นึกว่าคุณจะห่วงผมจริงๆ ซะอีก เอ้า พักก่อนก็แล้วกัน จะได้หาอะไรรองท้องก่อน เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปอีก ผมขี้เกียจผายปอดให้อีก“ ชายหนุ่มแหย่ต่ออย่างนึกสนุกที่เห็นหญิงสาวมีท่าทีอ่อนลง พลางย่อตัวลงให้หญิงสาวลงจากหลัง แล้วทำท่าบิดตัวอย่างเมื่อยขบ
“บ้า ใครจะให้คุณผายปอด พูดให้มันดีๆนะ“หญิงสาวพูดอย่างเขินๆ หน้าแดงไปจนถึงใบหู แล้วก็ก้มหน้างุด ทำเอาอีกฝ่าย หัวใจอ่อนยวบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“โอเคๆ ผมไม่พูดแล้วก็ได้ ผมไปหาอะไรมากินก่อนดีกว่า คุณรออยู่ที่นี่นะ ถ้ามีอะไรก็ร้องเสียงดังๆ“ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ พร้อมกับเดินห่างออกไป ปล่อยให้หญิงสาวนั่งรอ พลางหันรีหันขวางอย่างกังวลที่ต้องอยู่คนเดียว ไกล้ๆลำธารแห่งนั้น

จบตอนค่ะ

ติดตามอ่านตอนที่ 9 เร็วๆนี้นะคะ

ขอบคุณมากๆนะคะที่แวะเข้ามาอ่านผลงานของน้องใหม่ เชิญติชมได้เต็มที่ค่ะ




Create Date : 09 กรกฎาคม 2554
Last Update : 9 กรกฎาคม 2554 6:32:07 น.
Counter : 351 Pageviews.

2 comments
  
รอตั้งนานนนนนนนนน อิอิ เข้าเช็คทุกวันเลย รีบลงตอน9เร็วๆเด้อ
โดย: Lady Banna IP: 79.211.238.76 วันที่: 11 กรกฎาคม 2554 เวลา:2:42:35 น.
  
ขอบคุณ คุณพี่เลดี้บ้านนา มากๆนะคะ ที่คอยให้กำลังใจตลอด
อัพตอนที่ 9 ให้แล้วนะคะ ตามไปอ่านได้เลยค่ะ
โดย: เรไรไอด้า วันที่: 14 กรกฎาคม 2554 เวลา:2:32:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เรไรไอด้า
Location :
ยโสธร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



บ้านเกิด ยโสธร ส่วนเมืองนอน อเมริกา
งานประจำคือแม่ของลูก


คติประจำใจ :

ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะอยู่ไม่ได้
ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะตาย
ก็แค่ "เสียดาย" เวลา