มิถุนายน 2554

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
19
20
22
23
24
25
26
27
30
 
 
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง ตอนที่ 2
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง

ตอนที่ 2

เทียนขวัญ ลืมตาขึ้น แล้วต้องกระพริบตาปริบๆ เพื่อปรับให้เข้ากับแสงของวันใหม่ในตอนเช้าตรู่ ที่สาดส่องเข้ามาทางด้านหน้าต่างที่เจด้าเปิดผ้าม่านเอาไว้ เพื่อปลุกให้เทียนขวัญตื่นขึ้นจากนิทราอันแสนสุข

“พี่เจด้าขา เทียนขอชาร้อนๆได้มั๊ยคะ ปวดหัวมาก ไม่รู้จะไปทำงานไหวรึเปล่า“ หญิงสาวกล่าวขึ้นกับผู้จัดการส่วนตัว ที่ยืนหน้างออยู่หน้าเตียง
เทียนขวัญพยายามทรงตัวลุกขึ้นนั่ง ด้วยความงุนงงจากอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง เธอเอามือกุมที่ขมับและหันไปอ้อน
กับเจด้า ผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ ที่คอยดูแลเธอทั้งเรื่องส่วนตัวและงาน ตั้งแต่เทียนขวัญเริ่มเข้ามาทำงานวงการบันเทิงใหม่ๆจนกระทั่งทุกวันนี้จะเข้าปีที่สามแล้ว เธอก็มีเจด้าอยู่ข้างๆตลอด

“เป็นไงล่ะคะน้องเทียน พี่บอกว่าอย่าดื่มมาก เห็นมั๊ย แฮ้งค์ซะจนเหมือนซอมบี้เลยนะคะเนี่ย“ เจด้าบ่น พลางเดินเข้ามาหาเทียนขวัญที่ยังคงนั่งผมเผ้ายุ่งเหยิงอยู่บนเตียง
“ก็วันเกิดครบ 25 ปีทั้งที เทียนก็ต้องฉลองหน่อยสิคะ อีกอย่างเทียนจะได้รู้ไงคะ ว่าอาการเมามันเป็นยังไง“ หญิงสาวกล่าวตอบ พร้อมทั้งทำตาละห้อย
“จ้ะ คุณน้องขา ฉลองก็ฉลอง แต่ยังไงวันนี้ก็ต้องไม่ให้เสียงานนะ เพราะพี่น่ะเอาคอเป็นประกันกับเจ้าภาพเขาเอาไว้แล้ว เอาเป็นว่า น้องเทียนไปอาบน้ำนะคะ จะได้สดชื่น เดี๋ยวพี่จะเอาชามาให้ แล้วพี่จะโทรไปคอนเฟิร์มกับเจ้าภาพเค้าด้วย“ เจด้ากล่าว พร้อมกับพยุงให้หญิงสาวลุกขึ้นจากเตียง เดินเข้าไปในห้องน้ำ

“ค่ะ พี่เจด้า เทียนจะเป็นเด็กดี ไม่เกเรให้เสียงานนะคะ เพราะเทียนกลัวคอพี่จะด้าจะหลุดจากบ่า แล้วเทียนจะไม่มีคนให้หอมแบบนี้“ หญิงสาวพูดอ้อน พร้อมทั้งจุ๊บแก้มเจด้าอย่างเร็ว แล้วปิดประตูเข้าห้องน้ำไป ปล่อยให้เจด้า ยืนยิ้มอยู่หน้าประตูห้องน้ำ ด้วยความเอ็นดูที่เทียนขวัญเหมือนกับเป็นเด็กที่ขี้อ้อนธรรมดาๆคนหนึ่ง เท่านั้น ทั้งที่เธอเป็นดาราที่มีชื่อเสียง และเวลาทำงาน เธอก็เหมือนผู้ใหญ่เกินวัย รับผิดชอบไม่เคยบ่น และนี่เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เจด้าประทับใจในตัวเทียนขวัญตั้งแต่รู้จักกันมา

ด้านเทียนขวัญ รู้สึกผ่อนคลายที่ได้นอนแช่น้ำอุ่นๆในอ่างแบบนี้ เธอหลับตาพลิ้มอย่างสบาย ใบหน้าสวยหวานเปื้อนรอยยิ้ม จนกระทั่ง เมื่อเธอนึกถึงผู้ชายปากร้ายที่เธอเจอในคลับเมื่อคืน
รอยยิ้มสวยเริ่มกลายเป็นเคร่งเครียด ริมฝีปากนุ่มเม้มแน่น

“คนอะไร หน้าตาก็ดี แต่ปากเสีย ชอบดูถูกผู้หญิง“ เทียนขวัญรำพึงกับตัวเองอย่างโกรธๆพลางเอามือลูบแก้มที่โดนผู้ชายใจร้ายคนนั้นลูบไล้เมื่อคืน และนึกภาวนา ขออย่าให้ได้เจอนายคนนั้นอีกเลย

ณ ห้างสรรพสินค้าสุดหรู ย่านธุรกิจใจกลางเมือง ของกรุงเทพฯ ปรเมษ ในชุดสูทสีเข้ม ยืนดูนาฬิกาไปพลาง มองทางเข้าของห้างไปพลาง

“โทษทีว่ะแก เมื่อคืนหนักไปหน่อย“ทรงพล เอ่ยขึ้น หลังจากวิ่งกระหืดกระหอบมาถึง พร้อมด้วยแฟ้มเอกสารใบโต
“ไม่เป็นไร อย่างน้อยแกก็มาทัน ก่อนที่ฉันจะถูกลูกค้ายกเลิกสัญญาเพราะว่าแกมาช้า“ ปรเมษตอบกลับ ด้วยสีหน้าโล่งอก ทรงพลยิ้มเจื่อนๆแล้วเดินตามปรเมษเข้าไปด้านในห้าง ทรงพลเป็นเพื่อนสนิทของปรเมษตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ธรรมศาสตร์ด้วยกัน พอเรียนจบต่างคนต่างแยกย้ายไปมีชีวิตของตนเอง ปรเมษไปเรียนต่อปริญญาโท ส่วนทรงพลก็เป็นทนายความในบริษัทเล็กๆแห่งหนึ่ง แต่พอปรเมษต้องกลับมารับช่วงบริหารงานโรงแรม เลยขอให้ทรงพลมาช่วยเป็นผู้ช่วยด้านกฎหมายและเหมือนเป็นเลขาส่วนตัวของปรเมษไปในตัวด้วย เพราะปรเมษไม่ชอบทำงานกับผู้หญิง เขาคิดว่ามันจุกจิก ไม่เหมือนทรงพลที่พูดกันได้ทุกเรื่อง

ชายหนุ่มทั้งสองเดินผ่านบู๊ทเปิดตัวแนะนำสินค้า ซึ่งเป็นน้ำหอมนำเข้าจาก ต่างประเทศชื่อดัง มีผู้คนและนักข่าวรุมล้อมอยู่มากมาย ทั้งเสียงคน แสงแฟรตจากกล้องถ่ายรูปที่ถูกสาดขึ้นไปบนเวที ที่มีหญิงสาวร่างระหง สวยสง่าในชุดแฟนซีสีดำ เดินเชิดหน้า ถือน้ำหอม อยู่บนนั้น
ปรเมษชะงัก หยุดเดินหันไปมอง สาวน้อยขี้เมาเมื่อคืนนั่นเอง หน้าตา ผมเผ้า ได้รับการตกแต่งจนสวยคม ผิดกับคนละคนเมื่อคืนนี้เลย
“สวยใช่มั๊ย“ ทรงพลเอ่ยขึ้น พลางยิ้มกว้าง
ปรเมษไม่ตอบแต่ยิ้มที่มุมปาก แบบไม่มีใครรู้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่
“เธอเป็นดาราดาวรุ่ง กำลังดังเลยนะ ชื่อเทียนขวัญ ผลงานเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นละคร โฆษ…”
“พอๆ ไม่ต้องสาธยาย ฉันไม่อยากรู้เรื่องของแม่นั่น“ ปรเมษตัดบทก่อนที่ทรงพลจะพูดจบ แล้วหันหลังเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในลิฟต์ของห้าง ปล่อยให้ทรงพลยืนงง แล้วรีบวิ่งตามเข้าไปในลิฟต์ก่อนที่ประตูจะปิดลง

หลังจากติดต่อพุดคุยกับลูกค้าเสร็จ และทรงพลก็กลับไปแล้ว ปรเมษใช้เวลาว่าง เดินดูกระเป๋าแฮนด์เมดที่ถูกดีไซน์โดยคนไทยได้อย่างสวยงาม และมีสไตล์ ที่มีขายในร้านชื่อดังบริเวณชั้น 4 ของห้าง และตัดสินใจจะซื้อกระเป๋าที่ทำจากผักตบชวาใบสวยที่ตั้งอยู่บนชั้นวาง เพื่อจะนำไปเป็นของขวัญวันเกิดให้กับผู้เป็นมารดาของเขานั่นเอง
เพราะปรเมษรู้ว่าแม่เขาชอบของที่เป็นผลงานของคนไทย ถึงแม้ครอบครัวของเขาจะร่ำรวยเงินทอง แตไม่เคยใช้ของแบรนด์เนมแพงๆจากต่างประเทศเลย เค้ายังจำได้เสมอว่า แม่ของเขา คอยพร่ำสอนเขาอยู่เป็นประจำว่า ให้อุดหนุนสินค้าของคนไทย
แต่ชายหนุ่มเกิดลังเลเพราะมันสวยทั้งสองใบ
“สนใจใบไหน ถามได้นะคะ“ พนักงานขาย เข้ามาคอยถามและให้คำแนะนำชายหนุ่มอยู่ไกล้ๆ
“ครับ ผมยังไม่แน่ใจครับ เดี๋ยวขอเวลาตัดสินนิดหนึ่งนะครับ ว่าจะเอาใบไหนระหว่างสองใบนี้“ ชายหนุ่มกล่าว พลางชี้มือไปที่กระเป๋าให้พนักงานดู พนักงานสาวยิ้มรับแล้วถอยห่างออกไปอย่างสุภาพ
“พี่คะ เทียนจะเอาสองใบนี้ นี่ค่ะบัตรเครดิต“ เทียนขวัญที่อยู่ในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์ หน้าตาปราศจากเครื่องสำอางค์ เอ่ยขึ้นเสียงดังกับพนักงานที่ยืนอยู่ไกล้ๆกับชายหนุ่ม พลางชี้มือไปที่กระเป๋าสองใบที่ปรเมษหมายตาไว้
“เอ่อ น้องเทียนคะ กระเป๋าสองใบนี้ คุณผู้ชายคนนี้ เค้ากำลังดูอยู่นะคะ“ พนักงานสาวเอ่ยขึ้น แล้วหันไปมองชายหนุ่มอย่างเกรงใจ
“เทียนจะเอา พี่ช่วยจัดการให้ด้วยนะคะ“ หญิงสาวพูดอีก แล้วเชิดหน้าเย้ยหยันไปทางชายหนุ่ม
พนักงานสาวเริ่มอึกอัก อย่างไม่รู้จะทำอย่างไร เกรงใจชายหนุ่มก็เกรงใจ ส่วนเทียนขวัญนั้นก็เป็นลูกค้าประจำและยังสนิทสนมกับเจ้าของร้านเป็นอย่างดีอีกด้วย

“ไม่เป็นไรครับ ให้เธอไปเถอะ ถือซะว่าสงสารคนไม่มีมารยาทที่อยากใช้เงินมาก จนขาดสติ“ ชายหนุ่มกล่าวเรียบๆ พร้อมปลายตาดุๆไปหาหญิงสาว
“นี่คุณ คุณว่าใครไม่มีมารยาท“ หญิงสาวแหว อย่างพร้อมจะเอาเรื่อง
“ไม่ได้ว่าใคร ไม่ได้เอ่ยชื่อด้วย ถ้าคุณจะรับเอาก็เชิญเลยนะครับ ส่วนผมขอตัว“ ชายหนุ่มกล่าว พร้อมกับเดินออกจากร้านด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
“คุณกลับมาคุยให้รู้เรื่องนะ มาว่าคนอื่นเขาแล้วหนีแบบนี้ ผู้ชายดีๆเขาไม่ทำกันนะ“ หญิงสาวแหวต่อ พลางวิ่งตามชายหนุ่มไป จนพนักงานวิ่งถือของ ออกมาเก้ออยู่หน้าร้าน

ปรเมษ ยังคงเงียบและเดินไปที่ลิฟต์อย่างสุขุม ท่าทีไม่เดือดไม่ร้อนของชายหนุ่ม ยิ่งทำให้เทียนขวัญโมโห อยากจะเอาชนะเขาให้ได้ เธอจึงเดินตามเขาเข้าไปในลิฟต์ที่จะลงชั้นล่างด้วย

พอประตูลิฟต์ปิดลง ก็เหลือชายหนุ่มกับหญิงสาวสองคนเท่านั้น
“คุณต้องขอโทษฉัน ที่ว่าฉันไม่มีมารยาท“ หญิงสาวต่อว่า อย่างกราดเกรี้ยว
“อ๋อ คุณนี่นอกจากจะไม่มีมารยาทแล้ว ยังพาลอีกนะ“ ชายหนุ่มตอกกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉยอีกเช่นเคย
“ใช่ฉันจะพาล แล้วจะทำไม อีกอย่าง ฉันจะบอกให้คุณรู้ไว้นะว่าคนอย่างฉันจะพาล ก็กับเฉพาะคนไร้มารยาท ปากเสียอย่างคุณเท่านั้น“ หญิงสาวตอกกลับเช่นกัน
คราวนี้ได้ผลชายหนุ่มโกรธ สีหน้าเริ่มเข้มขึ้น ตาดุมองมาที่หญิงสาวบอบบาง ที่กำลังทำท่าเหมือนแมงป่องกำลังจะทำร้ายคู่ต่อสู้อยู่ข้างหน้าเขานั่นเอง

ชายหนุ่มกระชากแขนนุ่มทั้งสองของหญิงสาว ให้ถลาเข้ามาหาอกแน่นผึ่งผายของเขา จนหน้าอกหน้าใจของหญิงสาวแนบชิดไปกับเขา แทบจะไม่มีช่องว่างให้แมลงตัวไหนบินผ่านได้เลย
พร้อมทั้งแกล้งรัดแขนแข็งแรงรอบเอวคอดกิ่วของเทียนขวัญเข้าไปอีก

หัวใจของเทียนขวัญเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ พยายามดันตัวเองออกห่างจากเขาให้มากที่สุด แต่อ้อมกอดของเขาก็เหมือนกับหินผา ผลักยังไงมันก็ไม่ขยับ รังแต่จะรัดตัวเธอมากขึ้น ใบหน้าคร้ามคม ก้มอยู่ไกล้ใบหน้าสวยหวานของเธอ ลมหายใจของเขาเป่ารดบนหน้าผากมนของเธอจนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า
“ทีนี้จะขอโทษผมได้รึยัง คนสวย“ ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างได้ที
“ไม่มีทาง ฉันไม่มีทางขอโทษผู้ชายหน้าตัว…."
หญิงสาวพูดยังไม่ทันจบ ปากร้อนๆของชายหนุ่มก็ประกบเข้ากับริมฝีปากนุ่มอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มบดขยี้อย่างตั้งใจที่จะลงโทษหญิงสาว เทียนขวัญมีอาการเหมือนจะสะดุดลมหายใจตัวเอง หายใจไม่เป็นจังหวะ ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ หัวใจเต้นแรงแทบจะ ทะลุออกมานอกอก เธอรู้สึกชาวาบๆที่หน้าท้องอย่างบอกไม่ถูก
ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออก แล้วปล่อยให้ร่างบางเซออกไปพิงกับผนังของลิฟต์ที่เลื่อนลงไปเรื่อยๆ
“ผมจะบอกอะไรคุณให้นะคนสวย อย่ามาทำเป็นอวดดีกับผม ไม่งั้นคุณจะเจอแบบนี้“ชายหนุ่มบอกด้วยใบหน้ายิ้มๆอย่างผู้ชนะ พลางมองหน้าของสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าที่ตอนนี้ปากของเธอแดงที่ถูกเขาจูบเอาและใบหน้าเธอก็ซีดเหมือนคนจะเป็นลม แต่ดวงตาเธอกลับมองเขาเหมือนกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาให้ได้
“คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย รังแกแม้กระทั่งผู้หญิง“ เทียนขวัญแหว
อย่างโกรธจัด
“อ๊ะๆอย่านะ ถ้าคุณด่าผมอีกคำเดียว รับรองว่าคราวนี้ ผมจะทำมากกว่าจูบคุณอีก “ ชายหนุ่มขู่ด้วยเสียงเข้ม
“อ๋อ แล้วอีกอย่าง ที่ผมจูบคุณเนี่ย อย่าได้คิดเข้าข้างตัวเองล่ะว่าเสน่ห์ของคุณจะทำให้คนอย่างผมหวั่นไหวได้ เพราะคนอย่างผม ไม่มีทางสนใจผู้หญิงอย่างคุณ จำไว้“ ปรเมษกล่าวจบ พร้อมกับเดินออกไปจากลิฟต์ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ปล่อยให้เทียนขวัญยืนน้ำตาคลอด้วยความเจ็บใจที่ตอบโต้อะไรเขาไม่ได้

พอได้สติหญิงสาวก็รีบเช็ดน้ำตา เอามือถูปากแรงๆ หวังจะให้รอยจูบของผู้ชายใจร้ายคนนั้นมันหายไป แล้วสาวเท้าเร็วๆวิ่งไปที่รถที่มีเจด้ารออยู่แล้ว

“เป็นอะไรเหรอคะคุณน้องเทียน ทำไมเป็นแบบนี้ คุณน้องไปฟัดกับหมาที่ไหนมาอีกเหรอคะ“ เจด้าถามอย่างอยากรู้ พลางเอามือจัดเสื้อผ้าและผมให้หญิงสาวให้เข้าที่
“ไม่มีอะไรค่ะ พี่เจด้า เรากลับกันเถอะค่ะ เทียนแค่หกล้มนิดหน่อย“ หญิงสาวตอบเสียงเรียบพร้อมทำเป็นฝืนยิ้มให้ร่าเริงเหมือนเดิม และเปิดประตูรถเข้าไปนั่งที่ด้านข้างคนขับ
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว พี่เป็นห่วง เห็นหายไปนาน ดีนะที่พี่ไม่ออกไปตามเทียนซะก่อน ไม่งั้นคงเสียเวลาแย่“ เจด้าเอ่ยขึ้นอีก พลางเปิดประตูรถ เข้าไปนั่งประจำที่คนขับและขับรถคันสวยออกไปจากห้างแห่งนั้น และจดจ่ออยู่กับการจราจรบนถนน โดยไม่หันกลับมาสนใจกับเทียนขวัญที่นั่งซึมหลับตาอยู่ข้างๆเลย

ส่วนเทียนขวัญก็ได้แต่นึกแค้น และเสียใจที่โกรธจนขาดสติ
ตามไปแกล้งเค้าจนได้เรื่อง แต่ยังไงเธอก็จะไม่ยอมแพ้ เธอจะต้องเอาคืนนายคนนั้น ให้แสบกว่าที่เขาบังอาจทำกับเธอ ไว้หลายเท่าตัวให้จงได้ เทียนขวัญให้คำสัญญาเงียบๆกับตัวเอง

จบตอนค่ะ

อย่าลืมติดตามอ่านตอนที่ 3 เร็วๆนี้นะคะ

ขอคุณที่แวะมาอ่านผลงานของน้องใหม่ ติชมได้ตามสบายนะคะ








Create Date : 11 มิถุนายน 2554
Last Update : 11 มิถุนายน 2554 20:47:59 น.
Counter : 342 Pageviews.

4 comments
  
สวัสดีค่ะ
พี่ขอแอ่ดไว้ก่อนนะคะ
เดี๋ยวมีเวลาว่างจากขายของที่ร้านแล้ว
จะมานั่งอ่านค่ะ เก่งจังเลยค่ะ
เรื่องของ จขบ รึเปล่าน้อ?

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมที่บล็อกนะคะ
โดย: เกลือหนึ่งกำน้อย วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:16:27:03 น.
  
ขอบคุณ คุณ เกลือหนึ่งกำน้อย มากๆนะคะที่แวะมาทักทาย
เรื่องที่เขียนไม่ใช่เรื่องของ จขบ หรอกนะคะ
มันเป็นจินตนาการล้วนๆเลยค่ะ
แบบว่าอยากให้มันเป็นแบบนี้เหมือนกัน หุ หุ
แต่คงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะค่ะ เพราะตอนนี้ลูกหนึ่งแล้ว
โดย: เรไรไอด้า วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:20:50:45 น.
  
รออ่านตอน 3 ค่ะ อยากรู็ว่าเทียนขวัญจะแก้เผ็ดยังไง ชื่อนางเอกน่ารักดีจัง

ปล. ขอบคุณที่แวะไปทักทายค่ะ
โดย: MamaBun วันที่: 14 มิถุนายน 2554 เวลา:4:41:13 น.
  
ขอบคุณนะคะที่ไบเยี่ยมเยือนที่บล็อก และขอโษทีตอบกลับช้ามาก ขอบคุณสำหรับคำชมตัวป่วนที่บ้านด้วยคะ

ท่าทางบ้านนี้ชอบเขียนนะคะเนี้ย
โดย: We Are FroM BeLGiUM วันที่: 14 มิถุนายน 2554 เวลา:16:47:32 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เรไรไอด้า
Location :
ยโสธร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



บ้านเกิด ยโสธร ส่วนเมืองนอน อเมริกา
งานประจำคือแม่ของลูก


คติประจำใจ :

ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะอยู่ไม่ได้
ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะตาย
ก็แค่ "เสียดาย" เวลา