Webblog : Futbol Review ท่องไปในดินแดนมหัศจรรย์ที่เรียกว่า...ฟุตบอล
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2556
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
7 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 
แพลน อิส โนแพลน (Plan is no plan)

ไทยพรีเมียร์ลีก
3 พ.ย.56 สนามนิว ไอโมบายล์ สเตเดี้ยม
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2-1 ทีโอที เอสซี


"รอบ 11 โมง 10 นาทีเต็มแล้วค่ะ"

พนักงานขายตั๋วของนครชัยแอร์แจ้งข้อมูล...เอาล่ะสิ นี่คือรอบรถทัวร์ที่น่าจะเวิร์คที่สุดสำหรับผม...กับการไปบุรีรัมย์ครานี้ - -"

เพราะมันจะไปถึงจุดหมายราว ๆ 4 โมงกว่า ๆ ไปเก็บเกี่ยวบรรยากาศที่สนามนิว ไอโมบายล์ได้นิดนุงก่อนดูเกม “ฉลองแชมป์” ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ขณะเดียวกัน เวลาเดินทางก็ไม่โหดสำหรับผมนัก...ซึ่งคาดว่างานที่ต้องทำในคืนวันเสาร์อาจจะยิงยาวมาจนถึงเช้าวันอาทิตย์ (วันแข่ง) ก็เป็นได้

แต่ถ้าซื้อตั๋วรอบถัดไป (15.10 น.) ก็ดูอยู่บ้านดีกว่านะ ดังนั้นผมจึง “กัดฟัน” เลือกรอบ 9.40 น.ซะ...แล้วก็หวังว่าจะปั่นงานให้เสร็จทัน

แพลนในการเดินทางไปบุรีรัมย์ครั้งนี้ผุดขึ้นในใจตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม แต่ด้วยความที่ผมไม่รู้ว่าจะหาซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ที่ไหน ก็เลยส่งข้อความในเฟซบุ๊คไปหา “รุ่นพี่โรงเรียน” ซึ่งเป็นแฟนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ^-^

ผม “พี่ครับ ปรกติซื้อตั๋วบุรีรัมย์ได้ที่ไหนครับ ผมอยากไปดูนัดปิดฤดูกาลครับ”

รุ่นพี่ “จะไปดูเมื่อไหร่มาบอกพี่ เดี๋ยวพี่ฝากเพื่อนที่โน่นซื้อให้ได้”

ผม “ปิดฤดูกาล 3 พ.ย.ครับ”

รุ่นพี่ “พี่ก็คิดว่าจะไปนะ ตั๋วสนามนิว ไอโมบายล์หาไม่ยากหรอกเพราะจุตั้ง 2 หมื่นกว่า”

คงต้องยกเว้น “บิ๊กแม็ทช์” ที่ต้องเปิดศึกกับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดไว้นัดนึงเพราะตอนนั้นผมก็สอบถามเรื่องตั๋วดูบอลกับรุ่นพี่คนนี้เหมือนกัน แต่คราวนั้นตั๋วหมดซะก่อนเพราะจู่ ๆ ผมก็นึกครึ้มอยากเดินทางไปดู...เอาตอนสัปดาห์เดียวก่อนแข่ง! :-p

คราวนี้ ผมไม่ยอมพลาด ด้วยคิดว่าชาวเซราะกราวคนไหน ๆ ก็อยากไป “ฉลองแชมป์” กันมั้งก็เลยวางแพลนไว้แต่เนิ่น ๆ

หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ รุ่นพี่คนเดิมก็ส่งข้อความมาขอที่อยู่ของผม จะได้ส่งตั๋วมาให้

ผมขอขอบคุณพี่ “Debby” อย่างสุดซึ้งไว้ตรงนี้อีกครั้งนึงนะครับ _/l_




ตั๋วชมเกมปิดฤดูกาล แอนด์ ฉลองแชมป์ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด


ความจริง “แพลน” นึงที่ผมวางเอาไว้มาตลอดตั้งแต่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดถือกำเนิดขึ้นมา (ตั้งแต่ยุคบุรีรัมย์ พีอีเอนั่นเลย) ก็คือการไปเยี่ยมเยือนสนามที่ “สวยที่สุด” ในประเทศไทยอย่างนิว ไอโมบายล์ สเตเดี้ยมสักครั้งนึง

แต่ก็แคล้วคลาดกันไปหมด ^^!

แม้กระทั่งครั้งที่ใกล้เคียงที่สุดก็คือฤดูกาลที่บีบีซียูขึ้นมาอยู่ในลีกสูงสุด ตอนนั้นสาวก “จุฬา ยูไนเต็ด (เดิม)” ที่ยังรู้สึก “โอเค” กับทีมที่แปรรูปทีมนี้อยู่เหมารถตู้ไปเชียร์ทีมถึงเมืองปราสาทหิน แต่ผมกลับติดงานจึงไม่ได้ “บรรลุแพลน” ที่วางเอาไว้ตั้งแต่ครั้งนั้น ^^!

ปีนี้คิดว่าจะ “บรรลุแพลน” นี้ให้ได้ เหตุผลง่าย ๆ ก็แค่...(แต่เล่ายาวนะ ^^!)

ตอนถ้วย ก เมื่อต้นฤดูกาล ผมไปร่วมเชียร์บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่สนามศุภชลาศัยด้วย ตอนนั้นผมซื้อเสื้อทีมมา 2 ตัว เสื้อทีมเยือนสีขาวติดชื่อ “ออสมาร์” ส่วนเสื้อทีมเหย้าสีกรมท่า แพลนไว้ว่าจะติดชื่อ “ชัปปุยส์” แต่วันนั้นของ (เบอร์และชื่อของมิดฟิลด์ชุดแชมป์เยาวชนโลก รุ่น 17 ปี) หมดซะก่อน ก็เลยได้แต่เสื้อมา

หลังจากนั้นก็ตระเวณไปช็อปของสโมสรที่ปากซอยพหลโยธิน 43 ถึง 2-3 ครั้ง แต่ทุกครั้งจบลงตรงที่ “ไม่มีของ (เบอร์และชื่อของชัปปุยส์)” - -"

“แต่ช็อปที่บุรีรัมย์ต้องมีแน่ ๆ”

เหตุผลที่ผมมุ่งมั่นจะไปเยือนนิว ไอโมบายล์ สเตเดี้ยมมันเกิดขึ้นง่าย ๆ แบบนั้นเอง ^-^

หลังจากที่เฟร์นานโด เรดอนโด มิดฟิลด์ผมสลวย (แต่ช่วงท้ายชีวิตค้าแข้ง ตัดผมสั้นเรียบร้อย) ชาวอาร์เจนตินาแขวนสตั๊ดไป ผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ที่ผมชอบที่สุดเลยเปลี่ยนมาเป็นเซส ฟาเบรกัส (ผมชอบเล่นมิดฟิลด์น่ะ) และพอรู้ว่าเซสเป็นไอดอลของชาริล ชัปปุยส์

ความชื่นชอบก็เลยถูกถ่ายเทมาที่มิดฟิลด์หมายเลข 4 ของ “ปราสาทสายฟ้า” คนนี้ทันที

ด้วยท่วงท่าและวิธีการเล่นของชัปปุยส์แล้วก็เอาชนะใจผมได้ไม่ยากเลย (^-’)b

เยือนนิว ไอโมบายล์ สเตเดี้ยมครั้งแรกในชีวิต, ติดชื่อและเบอร์ของขัปปุยส์ให้เสื้อบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดของผมและได้ดูมิดฟิลด์ลูกครึ่งคนนี้จะจะกะตาในสนามอีกครั้ง

โอ้! มันคงจะเป็นสุขล้ำ ^-^




บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมกะสโตร์เปิดทำการ 1 ธันวาคมศกนี้


แต่แพลนของผมก็เกือบล่ม จากที่คิดว่าคงไม่มีงานติดพันในช่วงนี้ ก็มา “งานเข้า” ซะงั้นเพราะต้องไปถ่ายทำและตัดต่อสกู๊ปการแข่งขันแบดมินตัน SCG BWF World Junior Championships 2013 วันเสาร์ เพื่อใช้ในวันอาทิตย์ (วันที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดแข่งพอดี๊ พอดี)

การได้ไปเจอะเจอน้องอายะ โอโฮริ, ได้ไปขอคู่หญิงคู่เกาหลีใต้ถ่ายรูป, ได้สัมภาษณ์คู่ผสมอินโดนีเซีย (ขอระบุว่าเป็นน้องมาซิตา มาห์มูดิน-ฝ่ายหญิง) ทำเอาใจผมเริ่มเขว

“หรือจะอยู่ดูนัดชิงต่อวันอาทิตย์ดี?”

โดยเฉพาะการได้พบเจอน้องมาซิตา! (*_*)

จะว่าไปเธอไม่ใช่คนสวย ออกจะคล้ำ ๆ ซะด้วยซ้ำ แต่ท่าทีเป็นกันเอง, ยิ้มง่าย, ขี้เล่นของเธอช่วยทำให้เธอดูน่ารักขึ้นเป็นกอง! (*_*)

“ตอนแข่งนี่ เค้าไม่ยิ้มเลยนะ” ช่างภาพของผมบอก

พอสัมภาษณ์เสร็จ ผมก็หยิบไอโฟนขึ้นมาขอถ่ายรูป

“แชะ”

ถ่ายเสร็จ ผมก็เช็คภาพนิดนึง น้องมาซิตาเขยิบมาอยู่ข้าง ๆ ผม พูดประมาณว่า “ขอดูภาพที่ถ่ายหน่อยค่ะ” แล้วก็ยื่นหน้ามาดูโทรศัพท์ที่อยู่ตรงหน้าผม

วินาทีที่แก้มของเธอขยับมาอยู่ใกล้จมูกผมนั่น (*_*) อืม! เสื้อบุรีรัมย์สีกรมท่าของผมไม่ต้องติดชื่อชัปปุยส์ก็ได้นะ...




นักแบดเยาวชนคู่ผสมอินโดนีเซีย


เกือบ 9 โมงเช้าวันอาทิตย์ ผมพบว่ายังอยู่ที่ออฟฟิศอยู่เลยเพราะงานเพิ่งเสร็จ หรือจะไม่ตามแพลนดี?...ไปดูแบดมินตันนัดชิงดีกว่า

แต่ตอน 9.37 ผมกลับพบว่าอยู่บนรถทัวร์เรียบร้อย ที่นั่งข้างหน้าเป็นผู้ชายใส่ชุดแข่งบุรีรัมย์ พอรถวิ่งมาถึงหมอชิตก็มีผู้โดยสารขึ้นมาอีกจำนวนนึง หนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิงหน้าตาดีใส่ชุดแข่งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเดินผ่านที่นั่งของผมไป

และระหว่างเส้นทาง (ช่วงเวลาที่ผมตื่น) ก็มีผู้ชายใส่เสื้อโปโลของทีมบุรีรัมย์เดินไปเข้าห้องน้ำ 2-3 หน

อืม! มีแฟน “เซราะกรุง” ไม่น้อยนะนี่

ไม่น้อยจริง ๆ เพราะพอรถทัวร์มาถึงสถานีขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์พบว่าบนรถคันนั้นมีคนใส่เสื้อบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดไม่น้อยกว่า 7 คน

ผมเตร็ดเตร่อยู่ที่สถานีขนส่งพักนึง (ทั้ง ๆ ที่ไม่มีที่ให้เตร็ดเตร่ :-p)

ในเซเวนอีเลเวน สาขาที่ใกล้ที่สุด พนักงานเกือบทั้งหมดใส่เสื้อแข่งบุรีรัมย์ มีน้องผู้หญิงคนนึงทำให้ผมได้รู้ว่า แม้จะหน้าตาไม่โดดเด่นมาก แต่พอใส่เสื้อบุรีรัมย์แล้วมันก็ช่างขับให้ราศีดูงามสง่าขึ้น

“จริงดิ” ด้านมืดของผมทักขึ้น

“จริง ทำไมหรอ?” ผมถามกลับ

“ไม่ใช่เพราะเสื้อบุรีรัมย์เป็นเสื้อแบบผ่าคอ แล้วมีกระดุมติดหรอกนะ” ด้านมืดของผมจี้

“แล้วไง?”

“ก็น้องเค้าไม่ได้ติดกระดุมไง” ด้านมืดตอบ

แหม่...ไปสนามดีกว่า ^^!

แม้จะมีชาวบ้านแนะนำว่ามีรถสองแถวผ่านนะ แต่ไฮโซอย่างเรา (ขอกระแดะนิดนึง) เรียกแท็กซี่ดีกว่า

“100 บาทครับ” คนขับบอกราคา

แม้จะคิดว่า “น่าจะแพงกว่าความจริง” แต่ผมก็ไม่ต่อลองซ้ากคำ

ก่อนลงรถ พี่โชเฟอร์ยังแสดงความมีน้ำใจ ยื่นนามบัตรพร้อมเบอร์โทรของเขาให้ผมไว้ด้วย

“เผื่อต้องใช้ครับ”

ผมเดินไปถ่ายรูปแลนด์มาร์คของสนามพร้อมกับเช็คอินในเฟซบุ๊คด้วยวลี “ที่นี่ที่ไหน” แบบที่คุณเมย์เชสเตอร์แห่งไฮคิกเกอร์ชอบโพสต์




เช็คอินว่ามาถึงนิว ไอโมบายล์ สเตเดี้ยมแล้วซะหน่อย


สักพักก็มีเสียงโฟนจากบูธโตโยต้า

“ขอเชิญมาถ่ายรูปกับถ้วยโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกกันได้นะคะ”

สองมือล้วงกระเป๋า สองเท้าพาผมก้าวเข้าบูธโตโยต้าทันที ^-^

จากนั้นก็เดินไป “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมกะสโตร์” เพื่อติดเบอร์และชื่อของชัปปุยส์ลงบนเสื้อ

พบว่าช็อปปิด!

มารู้ตอนหลังว่าช็อปที่ขายของในปัจจุบันอยู่ตรงสนาม ส่วนช็อปนี้ (คิดว่า) น่าจะเป็นช็อปใหม่มั้งเพราะกำหนดเปิดทำการคือวันที่ 1 ธันวาคม ศกนี้

หลังจากติดเบอร์ 4 และชื่อชัปปุยส์สมใจ ผมถามหาเสื้อแข่งชุดที่ 3 สีเทาต่อ (ตัวนี้กะจะติดชื่อ “เรดอนโด” ซะหน่อย และแน่นอน ผมแอบสื่อไปถึงเรดอนโด อาร์เจนตินา นักฟุตบอลขวัญใจของผมคนนั้นด้วย)

แต่ก็ผิดหวังเพราะของหมดซะแล้ว -_-

เก็บเกี่ยวบรรยากาศหน้าสนามสักพักนึง ผมก็ควักตั๋วแล้วเดินเข้าสนามเมื่อตอน 4 โมงครึ่งเท่านั้นเอง

ขึ้นไปนั่งบนที่นั่งของผมแล้วด้วย แต่โดนแดดส่องหน้าเต็ม ๆ เลยต้องถอยทัพลงมาใหม่ แอบมาใช้ปลั๊กไฟของสนามชาร์จโทรศัพท์สักหน่อย จน 5 โมง 15 นาทีที่แฟน ๆ เริ่มทยอยเข้าสนาม ก็เลยเข้าสนามกะเค้าบ้าง




ถ้วยไทยพรีเมียร์ลีกที่เปิดโอกาสให้แฟนบอลได้ถ่ายรูปหรือลูบคลำอย่างเต็มที่


คุณกรุณา ชิดชอบโฟนต้อนรับแฟน ๆ ด้วยการเชิญชวนให้ดูเอ็มวีเพลง “ฝ่า” ของวงอีโบล่าที่มีนักเตะหลาย ๆ คนของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดแสดงด้วย

จากนั้นก็เป็นการแจกรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของทีม (สนับสนุนโดยยามาฮ่า) รางวัลประจำเดือนเป็นของธีราทร บุญมาทัน ส่วนรางวัลประจำปีเป็นของ “กัปตันกบ” สุเชาว์ นุชนุ่ม

ต่อไปก็เป็นการเปิดตัวสปอนเซอร์ใหม่ที่จะมาช่วยสนับสนุนทีมในปีหน้า

“ขอขอบคุณสปอนเซอร์ทุกเจ้าที่จะมาเติมเต็มและนำทีมบุรีรัมย์ไปสู่ 1 ใน 5 ของเอเชียให้ได้” คุณเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรปิดท้ายสวย ๆ

นี่คือแพลนที่ “ท่านประธานเน” วางเอาไว้ให้กับทีม...ก็ไม่รู้สินะ ฟังแล้วมันก็อดเทียบกับแพลนที่ท่านนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยคนใหม่ (แต่หน้าเดิม...และน่า...) วางเอาไว้กับทีมชาติไทยไม่ได้เลย

อย่างแรกมีความเป็นจริงได้สูงมากและผ่านการพิสูจน์มาเรียบร้อยแล้ว ส่วนอย่างหลังก็แค่การหลอกขายฝันเท่านั้นเอง ความรุ่งเรืองของทีมชาติไทยเป็นเรื่องรองความรุ่งเรืองของท่านนายกฯเท่านั้นสินะ




ธีราทรกับรางวัลนักบอลยอดเยี่ยมประจำเดือนจากยามาฮ่า


มาต่อกันเรื่องในสนามดีกว่า

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดวันนี้จัดทัพแบบ 3-5-2 มีศิวรักษ์ เทศสูงเนินเป็นปราการด่านสุดท้าย แผงหลัง 3 คนประกอบด้วยชิติพัทธ์ แทนกลาง, ประทุม ชูทองและสุรัตน์ สุขะ โดยมีอนาวิน จูจีนเป็นวิงแบ็กขวาและธีราทร บุญมาทันเป็นวิงแบ็กซ้าย

แดนกลาง 3 คนประกอบด้วยจิรวัฒน์ มัครมย์, จักรพันธ์ แก้วพรมและสุเชาว์ นุชนุ่ม กัปตันทีม

คู่หน้าเป็นสองดาวเตะต่างชาติ ไค ฮิราโนะและการ์เมโล กอนซาเลซ

ส่วนทีโอที เอสซีวันนี้มาในระบบ 4-2-3-1 มีวีระ เกิดพุดซาเป็นผู้รักษาประตู แผงหลังไล่จากขวามาซ้ายมีวิชาญ นันทะศรี, ปฏิภาณ เพชรพูล กัปตันทีม, อี จุนกิและจิรณัฐ นนทเกษ

มิดฟิลด์ตัวรับสองคนใช้บริการของทาคาฮิโร คาวามูระและนพพล ผลอุดม มีภูดิท เนียมคง, พิชิต เกสโรและกนกพล รุ่งเรืองโรจน์ชนะทำเกมรุก มีประกิต ดีพร้อมเป็นศูนย์หน้า




ภาพหมู่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด


เกมนัดนี้อาจจะเป็นแค่เกมฉลองแชมป์ แต่สำหรับบุรีรัมย์แล้วพวกเขามองว่านี่เป็นเกมสำหรับสร้างประวัติศาสตร์ นอกจากจะเป็น “แชมป์ไร้พ่าย” แล้ว ยังจะเป็น “แชมป์ที่ชนะได้ทุกทีม (อย่างน้อย 1 แม็ทช์)” ด้วย

เพื่อสร้างสถิตินี้ พวกเขาจำเป็นต้องชนะเท่านั้นเพราะผลนัดแรกกับทีม “ฮัลโหล” ดันออกมาเสมอนั่นเอง

แต่ใช่ว่าทีโอที เอสซีจะยอมเป็นทางผ่านง่าย ๆ

“ผมคิดว่าเราไปเล่นด้วยความสบายใจ เราไม่ต้องกดดันอะไรอยู่แล้วเพราะเราอยู่รอดแล้ว ก็เลยทำให้เราสามารถเล่นเกมของเราได้เต็มที่เลย ตอนเลกแรกเราเสมอพวกเค้ามาได้ เกมนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นไม่ได้ จริงอยู่ว่าบุรีรัมย์เหนือกว่าเราทุกด้าน แต่เราจะเล่นอย่างเต็มที่แน่นอน” อี จุนกิ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟชาวเกาหลีใต้ประกาศไว้ก่อนเกมในเว็บไซด์โกลดอทคอม

แพลนของทีโอทีก็ไม่อะไรมาก แค่มาเสมอก็จะกลายเป็นทีมเดียวในฤดูกาลนี้ที่ไม่แพ้ “แชมป์” อย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดแล้ว....หล่อ ๆ กันไปเลย




ภาพหมู่ของทีมเยือน ทีโอที


แล้วพวกเขาก็มีช่วงเวลาที่น่าจะทำได้ตามแพลนด้วย แม้จะโดนไค ฮิราโนะโหม่งให้ “ปราสาทสายฟ้า” นำไปก่อนในนาทีที่ 19 ก็เถอะ

เพราะหลังจากนั้นอีกไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง จากลูกฟรีคิกทางกราบขวา แผงหลังเจ้าบ้านเคลียร์กันไม่ขาด กนกพลก็เลยสอยตีเสมอซะ

1-1 แบบที่ไม่มีแฟน ๆ เซราะกราวคาดหวัง!

พอโดนตีเสมอ บุรีรัมย์ก็เดินหน้ารุกทันที และระหว่างที่ผมกำลังเพลินกับการที่สมชาย ทรัพย์เพิ่ม ผู้จัดการทีมทีโอทีเถียงกับผู้ช่วยผู้ตัดสินอยู่ สุเชาว์ นุชนุ่มก็ทำประตูให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดขึ้นนำได้สำเร็จ

2-1 แล้ว




จังหวะเฮฮาของไค หลังยิงขึ้นนำ 1-0


การ์เมโล กอนซาเลซ ดาวยิงชาวเอสปันญอล ผู้นำดาวซัลโวขณะนี้พยายามเพิ่มสกอร์ให้ตนเองให้ได้ แม้จะนำเคลยตัน ซิลวาของบีอีซี เทโร ศาสนอยู่ถึง 5 ประตู นอนมากับตำแหน่งนี้แน่นอนก็ตาม จนปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ตัวแทนของโตโยต้าประกาศก่อนเกมว่า

“วันนี้ผมมาเพื่อมอบรางวัลดาวซัลโวให้การ์เมโล ผมคิดว่าเขาได้แน่นอนเพราะเคลยตันคงไม่สามารถยิง 5 ลูกได้ในวันปิดท้ายแบบนี้หรอกครับ”

ขนาด (อดีต) เพชฌฆาตหน้าหยกยังไม่คิดว่าการ์เมโลจะโดนแซงเลย

แต่ดาวยิงหมายเลข 7 ของเซราะกราวกลับพลาดโอกาสในครึ่งแรกประมาณ 2-3 ครั้ง กำลังง้างเท้าจะยิงแล้ว แต่โดนแผงหลังคู่แข่งสไลด์ตัดบอลไปก่อนครั้งนึง แล้วก็โหม่งบางให้บอลกลิ้งหลุน ๆ หลุดเสาสองไปอีกครั้งนึง -_-

ช่วงท้ายเกม ทีโอทีเปลี่ยนตัวคนแรก ส่ง “ไอ้ก้านยาว” โมฮาเหม็ด ซาเวจลงมาแทนกนกพล

จบครึ่งแรก แชมป์เซราะกราวนำอยู่ 2-1




การ์เมโล (คนซ้าย) ว่าที่ดาวซัลโวไทยพรีเมียร์ลีก


ช่วงพักครึ่ง โค้ชของทั้งสองฝั่งต่างปรับเปลี่ยนเกม บุรีรัมย์ส่งธนะศักดิ์ ศรีใสลงมาแทนสุรัตน์ ส่วนทีโอทีเปลี่ยนผู้รักษาประตู เปิดโอกาสให้แมนเทวา ล่ามสมบัติได้โชว์ฝีมือบ้าง

แค่ 10 นาทีแรกเท่านั้น การ์เมโลก็มีโอกาสกดประตูที่สองโหลในฤดูกาล แต่แมนเทวายังปฏิเสธอยู่

นาทีที่ 60 การ์เมโลมีโอกาสอีกครั้ง แต่แมนเทวาก็ยังใจแข็งต่อไป -_-

ถัดมาอีกนาทีเดียว นักเตะที่ผมเฝ้ารอก็ได้โอกาสลงสนาม...ชาริล ชัปปุยส์นั่นเอง โดยจักรพันธ์เป็นคนที่โดนถอดออกไป




คุณเนวินติวเข้มชัปปุยส์ก่อนลงสนาม


โมฮาเหม็ด ซาเวจกลายเป็นตัวที่เรียกเสียงฮาจากแฟน ๆ เจ้าบ้าน ด้วยรูปร่างที่ยาวเก้งก้าง สเต็ปบอลก็เลยดูแปลกตา แล้วเวลาได้บอลทีไร ผู้เล่นเจ้าบ้านก็ต้องวิ่งกวดสุดชีวิตเพื่อเข้าแย่งบอลให้ได้ มันก็เลยดูเป็นภาพที่ตลก ๆ

แต่แค่แป๊บเดียว จากตัวเรียกเสียงฮาก็กลายเป็นตัวเรียกเสียงโห่ -_-

ก็ไม่รู้แกไปกวนโอ๊ยอะไร “อุ้ม” ธีราทรหรือเปล่า? จู่ ๆ วิงแบ็กซ้ายจอมยียวนของเจ้าบ้านก็ไปทุ่มบอลใส่ซาเวจซะงั้น จากนั้นก็เดินมาชนอกกัน แล้วซาเวจก็ล็อกคอธีราทรจนเกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย

หลังจากห้ามทัพเสร็จแล้ว ผู้ตัดสินเลือกที่จะแจกใบเหลืองให้นักเตะร่างโย่งของทีโอทีเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนแบ็กซ้ายทีมชาติไทยรอดตัว

ถึงกระนั้น ซาเวจก็กลายเป็นเป้าเสียงโห่ในเวลาต่อมาอยู่ดี

ถัดมาไม่นานผู้เล่นทั้งสองทีมก็มีเรื่องกันอีกตรงมุมธงฝั่งไกลจากที่ผมนั่งอยู่ ก็เลยเห็นเหตุการณ์ไม่ชัดนัก มาเห็นอะไรชัดอีกทีก็ตอนที่การ์เมโลเดินออกจากสนามเพราะโดนผู้ตัดสินไล่ออกนั่นเอง

เป็นอันว่าการ์เมโลหยุดประตูในฤดูกาลนี้ไว้ที่ 23 ประตูเท่านั้น -_-




การ์เมโลยิงไม่ได้วันนี้ แต่ได้ใบแดงแทน


ไม่รู้ว่าเห็นทีมได้เปรียบตัวผู้เล่นหรือเปล่า สมชาย ทรัพย์เพิ่มก็เลยเปลี่ยนตัวเองลงมาเล่นแทนภูดิทซะงั้น กลายเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดในไทยพรีเมียร์ลีกด้วยตัวเลขเกินครึ่งร้อยมาปีนึง

การได้มาเห็น “โค้ชชาย” ลงสนามอีกครั้งช่วยย้อนเวลาให้ผมกลับสู่วัยเด็กอีกครั้ง จำได้ว่าสมัยนั้นสมชายเป็นนักบอลอีกคนนึงที่ไม่ชอบใส่กางเกงใน! (เฮ้ย! ทำไมไม่จำอย่างอื่นฟะ -_-)

อ่ะ ๆ ก็ด้ะ ^^! เขาเป็นนักเตะที่ชอบใส่เสื้อหมายเลข 10 และด้วยส่วนสูงและทรงผมที่คล้ายดีเอโก มาราโดนาก็เลยได้ฉายาว่า “มาราโดนาเมืองไทย” ไปโดยปริยาย (แต่ผมว่าสมชายบางกว่าต้นแบบนะ ส่วนฝีเท้า ผมจำไม่ได้มากนัก)

ลงมาถึงก็โดนธีราทรลากบอลหลอกไปซะช็อตนึง ทำเอาหนุ่มใหญ่วัย 51 แอบค้อน

“อุ้มหลอกชาย!”




นักเตะที่อาวุโสที่สุดในไทยพรีเมียร์ลีก!


ช่วงท้ายเกม บุรีรัมย์ใช้โควต้าเปลี่ยนตัวให้หมด ส่งเอกชัย สำเรลงมาแทนอนาวิน

เกมเหมือนจะไม่มีอะไรแล้ว นักเตะบุรีรัมย์รอเวลาฉลองแชมป์กันเต็มที่ แต่แล้วช่วงทดเวลานาทีสุดท้าย ทีโอทีก็เกือบทำตามแพลนของตนเองได้สำเร็จเมื่อคาวามูระได้บอลนอกเขตโทษ จับบอล แล้วก็ยิง

น่าเสียดายที่ลูกเชิดคานไป

ไม่งั้นก็ได้หล่อแระ...เป็นทีมเดียวที่ไม่แพ้ “แชมป์เซราะกราว” เบย

จบเกมบุรีรัมย์เฉือนชนะไป 2-1




แค่อยากถ่ายรูปชัปปุยส์เฉย ๆ


พอจบเกมทางสนามเปิดเพลง “โอเล GU คือบุรีรัมย์” กระหึ่ม ดนตรีอินโทรชวนให้ผมคิดถึงสมัยวัยรุ่นที่ยังรับจ็อบฉายฟอลโลว์ไฟให้กับการแสดงโชว์ “ดิสนีย์ ออน ไอซ์” อยู่เลย

เพราะอารมณ์ดนตรีคล้าย ๆ อารมณ์ดนตรีช่วงอินโทรเพลงของดิสนีย์นะ

และเรื่องราวของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ก็ไม่ต่างอะไรจาก “เทพนิยาย” ที่สร้างความสุขให้กับชาวเซราะกราวทั้งมวลนักหรอก

เพลงนี้ร้องไม่ยากเพราะทำนองคุ้นหู แถมเค้ายังขึ้นเนื้อร้องให้ตรงสกอร์บอร์ดด้วย แต่ผมก็ยังไม่ได้คิดจะฝึกร้องเท่าไหร่

จากนั้นก็มาถึงช่วงมอบรางวัล และผมขอละเว้นไม่พูดถึงพิธีกรในงานนะ ^^! เขาอาจจะเป็นแฟนบอลกิตติมาศักดิ์ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่ผมยอมรับว่าอคติกับเค้าโดยส่วนตัวก็เท่านั้นเอง

รับถ้วยเสร็จ ก็เป็นการ “ฉลองเล็ก ๆ” แบบที่คุณเนวินประกาศเอาไว้ก่อนเริ่มเกม เพราะงานฉลองใหญ่จะไปจัดเอาวันที่ 31 ธันวาคม ศกนี้ซึ่งคาดหวังว่าจะได้ฉลอง “ทริปเปิลแชมป์”

ผมอยู่ดูนักเตะและทีมงาน “ปราสาทสายฟ้า” ฉลองแชมป์อยู่พักนึงก็เดินออกมา...ส่วนหนึ่งยอมรับว่าเพราะรำคาญสำเนียงเสียงของคุณพิธีกรเค้าด้วยแหละ! -*-




แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 2013...บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด


เป็นอันว่าปีนี้ ผมมาดูบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่สนาม 2 นัด ได้ร่วมฉลองถ้วยกับทีมทั้งสองนัดเลย...ถ้วย ก และไทยพรีเมียร์ลีก (^.^)/

สัปดาห์หน้าก็เลยแพลนไว้ว่าจะไม่ไปดูเกมเอฟเอคัพนัดชิงชนะเลิศนะ เผื่อทีมของ “ช่างภาพฟุตบอลที่สวยที่สุดในประเทศไทย” จะได้ฉลองช้ง ฉลองแชมป์กับเค้าบ้าง 555 :-p

(เคยเป็นแฟนจุฬา ยูไนเต็ดด้วยกัน ก็เลยขอแซวนิดนุง แม้จะไม่ถึงกับสนิทกับน้องมากก็เถอะ)

พี่ตำรวจจราจรหน้าสนามเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้ผมเพื่อพาไปยังสถานีขนส่งประจำจังหวัด ลมหนาวพัดสัมผัสใบหน้าท่ามกลางฟ้ามืดแห่งเมืองบุรีรัมย์ทำเอาผมเกิดความรู้สึกเอิบอิ่ม...

อยากมาสัมผัสอ้อมกอดของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดและทำความรู้จักกับ “ปราสาทสายฟ้า” ให้มากกว่านี้จริง ๆ

ผมคงไม่แพลนว่าจะมาเยือนนิว ไอโมบายล์ สเตเดี้ยมในฤดูกาลหน้าหรอกนะ

แต่ถ้าการงาน, เวลาและโอกาสเป็นใจ ก็อยากจะมา “โอเล GU คือบุรีรัมย์” กับชาวเซราะกราวอยู่เหมือนกัน ^-^




Create Date : 07 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2556 17:00:31 น. 0 comments
Counter : 3943 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

baevi
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add baevi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.