Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
17 ตุลาคม 2548
 
All Blogs
 
Backpacker Hiso 2 : Onuma




B a c k p a c k e r   H i s o : O n u m a  



เมื่อไปถึง Hokkaido แล้ว สถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดนิยมนั้นค่อนข้างเยอะครับ ส่วนใหญ่มักจะเน้นไปการท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นสำคัญ เช่น เป็นที่เล่น Ski หรือไม่ก็ไปแช่บ่อน้ำร้อน (Onsen) ซะมาก เพราะว่า มันหนาวมั้งครับ ว่ากันว่าที่นี่นั้น ห้อง onsen นั้นเป็นห้องรวมอีกต่างหาก กรึ๋ยส์ กรึ๋ยส์ สนใจมั้ยครับ หนุ่มสาวญี่ปุ่นขาว ๆ ใส ๆ เอิ๊กส์

(จริง ๆ ไม่ค่อยมีหรอกครับ คนแช่มีแต่คนมีอายุ (มากกกกกกกกกกกกกกกกกกก) เป็นส่วนใหญ่ T__T )


งั้นเราไปเที่ยวดูธรรมชาติกันดีกว่าครับ (อะ อะ คิดอารายคร๊าบบ 5 5 5 ไม่ได้ให้ไปดู Osen นะครับ) วันนี้เราจะเที่ยว Onuma Quasi National Park กันครับ


เช่นเคยครับ blog เที่ยวไปงงไปกับนาย dont ผู้ปกครองควรพิจารณา (PARENTAL ADVISORY) ห้ามนำไปใช้อ้างอิงเด็ดขาด ครับ เป็นความปลอดภัยของการเดินทางของท่าน และก้นของบุตรหลาน (จะได้ไม่โดนคุณครูตีก้นไงครับ)


อาหาร pack รสชาติ พ.ล.ล. (พอแหลกล่าย) ครับ ราคากันเองไม่กี่ร้อยเยน ประหยัดมากครับ





Onuma Quasi National Park ตั้งอยู่ระหว่างทางที่รถไฟผ่านระหว่าง Sapporo กับ Hakodate ครับ เดินทางไปได้ง่ายมาก ทั้งทางรถไฟ JR ซึ่งส่วนใหญ่จะจอดที่นี่ และทางรถยนต์ก็มีถนนตัดผ่านสะดวกสบายดีมากครับ เมือง Onuma นี้จัดอยู่ในเขต Hakodate ซึ่งตัวเมืองนั้น ไม่ใหญ่นัก (เท่าที่เห็นนะครับ) ประกอบด้วยทะเลสาบ (จากภาษาอังกฤษแปลมาน่ะครับ) 2 แห่ง คือ Onuma lake และ Konuma lake และเขตอุทยานเป็นป่าอีกเล็กน้อยพอสังเขป (แปลว่าไม่รู้ไงครับ 5 5 5)

การเดินทางมา Onuma นั้นแสนง่าย เดินทางด้วย JR Hokkaido Rail Pass ก็ได้ครับ นั่งฟรีเกือบทุกแบบ ทั้ง Limited express และรถธรรมดา สำหรับท่านที่ต้องการเช่ารถก็ไม่ยากครับ มีร้านรถให้เช่ามากมายหลายยี่ห้อ หลายสาขา แต่ว่าผมไม่เคยลองเหมือนกันครับ เล่ากันว่ากฎหมายเค้าเคร่งครัด ผิดเป็นผิด จับเป็นจับ ผมเป็นพวกชอบขับผิดกฎซะด้วย ไม่สามารถน่ะครับ

Onuma eki เป็นสถานีเล็กระดับปานกลาง ตั้งอยู่ใกล้กับ Onuma Koen มากครับ จัดเป็นวนอุทยานที่เดินทางไปถึงได้ง่ายมาก แทบจะเรียกได้ว่า เดินพ้นตัวสถานีรถไฟออกมาก็เจอเลย และเมื่อออกมาจากสถานีแล้ว ควรจะถ่ายรูปแผนที่ไว้เสีย ก่อนที่จะเริ่มออกเดินทางต่อไป กันเหนียวครับ

ชื่อเสียงของ Onuma National Park ก็คงอยู่ที่ทะเลสาบครับ ประกอบด้วยทะเลสาบเล็ก Konuma และ ทะเลสาปใหญ่ Onuma พร้อมกับมี onsen และ camping ครับ จัดว่าเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมในการมาเดินทางไกล และ Hiking & Camping มากครับ อันที่จริงตามศัพท์นั้น O แปลว่า ใหญ่ Ko แปลว่าเล็ก ส่วน Numa นั้น แปลว่าหนอง บึง ทำนองนี้ ไหงพอแปลไปเป็นภาษาอังกฤษกลายเป็น lake - ทะเลสาบไปได้ก็ไม่รู้นะครับ

หากมาด้วยรถยนต์ ก็จะสามารถขับรถวนไปรอบ ๆ ได้อย่างสะดวกสบายครับ ถนนดี และมีที่จอดรถเพื่อชมวิวเป็นระยะครับ


แผนที่ในบริเวณ รอบ ๆ ทะเลสาบ Onuma และ Konuma ครับ เป็นภาษาอังกฤษก็มี แผนที่นี้อยู่หน้าสถานีเลย เป็นป้ายใหญ่ยักษ์ครับผม





เมื่อออกจากหน้าสถานีก็จะเจอ Onuma plaza เวลาเรียกแล้วฟังดูมีชาติตระกูล แต่แท้ที่จริง ก็เป็นเพียงแค่ร้านขายอาหาร และให้เช่าจักรยานและรถจักรยานยนต์เพื่อชมทิวทัศน์อันงดงามรอบ ๆ ทะเลสาบทั้งสองแห่งนี้ครับ

หน้าร้านนี้จะมีหมีสามตัวยืนขู่อยู่ ไม่รู้ว่าเป็นหมีสามตัวเดียวกันกับในนิทานที่มีเด็กหญิงสักคนไปแย่งที่นอนหรือเปล่านะครับ ในนิทานคุณหมีอาจจะใจดีเลี้ยงข้าว แต่ว่าในชีวิตจริงอาจจะโดนกินศีรษะกุดไปได้ อิ อิ เพราะแถบนี้ยังมีภูเขา และป่าอยู่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ครับ สัตว์ป่า และพืชพันธุ์แปลก ๆ ก็ยังมีแยะทีเดียว


หมี Stuff (เข้าใจว่าของปลอม ไม่น่าจะของจริงนะครับ แต่ว่ากันว่าเป็นของจริง ไปลูบ ๆ คลำ ๆ มาก็ของจริงครับ) เป็นการยืนยันว่า แถวนี้มีหมีเดินเพ่นพ่านไปมา ให้ระวังคนข้างหลังไว้ให้ดี (หมีซ่อนผ้าแข่งกับมอญแฮะ 5 5 5)




ถ้าจะไม่เช่าจักรยานแล้วเดินดูรอบ ๆ เนี่ย จะเหมือน California เลยครับ

อ่า California ที่ว่าเนี่ย ไม่ใช่วิว ทิวทัศน์อันงดงามแต่อย่างใด ที่หมายถึงนี่คือ California fitness น่ะครับ สิริรวมถ้าจะเดินรอบทะเลสาบน่ะ 15 กิโลเมตรเท่านั้น เอิ๊กส์ไม่เช่าจักรยานแล้วจะรู้สึกเหนื่อยแฮ่กอย่างมาก

สำหร้บร้านเช่าจักรยานนั้น แล้วแต่เราจะเช่าครับ มีทั้งจักรยานธรรมดา ชั่วโมงละ 200 เยน วันละ 1,000 เยน จักรยานเสือภูเขาก็มี จักรยานแบบปั่นสองคนก็มี จักรยานไฟฟ้า และรถมอเตอร์ไซค์ก็มีครับ ราคาแบบอื่นจำไม่ได้ ถ้าจำไม่ผิด รถมอเตอร์ไซค์ (จิ๋ว ๆ น่ารักในภาพนั่นล่ะ) จะราคา 1,500 เยนต่อชั่วโมงครับ ตอนนั้นคิดว่า มันคงขี่จักรยานง่ายอยู่แล้ว อากาศก็เย็น ก็เลยตกลงใจเช่าจักรยานแม่บ้านทหารบกไปครับ


รถจักรยานให้เช่าครับ สนนราคาไม่แพงคิดเป็นชั่วโมงหรือเป็นวันก็ได้ครับ นอกจากนี้ ถ้าสุขภาพขาไม่พอ ก็เช่าแบบที่เป็นรถไฟฟ้า ประหยัดแรงมาก ๆ ครับ ช่วยให้เดินทางได้สะดวกขึ้นครับ แม้ว่าวันนี้จะคิดว่าไม่เป็นไร แต่ว่า อย่าลืมว่า เราต้องเที่ยวอีกหลายวัน ลงทุนหน่อยคร๊าบบ




แต่น แตน แต๊นนนน~

และแล้วก็มาถึงทะเลสาบ Onuma ครับ ทะเลสาบในบริเวณนี้จะมี 2 ทะเลสาบ คือ ทะเลสาบ Onuma ใหญ่กว่า และ ทะเลสาบ Konuma เล็กกว่า เมื่อมองจากทะเลสาบใหญ่ก็จะพบว่ามีภูเขาเป็นฉากหลัง หน้าตาคล้าย ๆ หมาหมอบ มีหูชัน ๆ ด้วย ภูเขานี้คือ Mt. Komagatake ครับ จัดว่าเป็นภูเขาชื่อดังเหมือนกันสำหรับคนญี่ปุ่น แต่ว่าผมไม่รู้จักหรอกนะ 5 5 5 ว่ากันว่าภูเขาลูกนี้เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่สงบครับ วันดีคืนร้ายอาจจะทะลุกลางปล้อง เอ๊ย ปะทุขึ้นมาอีกก็ได้ สำหรับทะเลสาบที่เราเห็นแถว ๆ นี้ก็เกิดจากการที่มีภูเขาไฟระเบิดมาก่อนนั่นเอง พืชพรรณไม้ที่ขึ้นตามภูเขาลูกนี้ส่วนใหญ่เป็นสนภูเขา (ไม่สนก็ไม่มาขึ้นที่บนภูเขานี่สิครับ ชื่อตรงตัวจะตาย เอิ๊กส์)

ว่ากันว่าทะเลสาบนี้ มีเกาะเล็ก ๆ น้อยใหญ่เรียงรายเป็นร้อย ๆ เกาะ ผมดูแล้วเข้าใจว่า ไอ้หย่อม ๆ เขียว ๆ มีต้นไม้ขึ้นหน่อย ๆ นั่นล่ะ เกาะที่ว่านั่นล่ะ นี่ก็คงนับเป็นเกาะแล้วมั้ง น้ำในทะเลสาบดูใส แต่สีเป็นสีเขียวขุ่น ๆ ตุ่น ๆ พิกลครับทำให้กะระยะความลึกลำบากทีเดียว แม้ว่าน้ำจะสีเขียวเข้ม ๆ แต่ว่าไม่ได้เสียนะครับ แลยังสะอาดครับ

วิวทะเลสาบมุมนี้จัดเป็นมุมมาตรฐานครับ ใครมาก็ต้อง... แชะ... สักหนึ่งภาพครับ


ภาพวิวยอดนิยมที่ได้รับการถ่ายภาพไม่ใช่น้อย มองเห็นภูเขาไฟ Komakatake เป็นฉากหลัง มองไปเห็นเกาะเล็กเกาะน้อยเรียงรายอยู่ทั่วไป ต้นไม้เขียวสีสดทีเดียวครับ





รายรอบทะเลสาบจะมีสวนเล็ก ๆ ข้างทาง (สวนที่จัดทำขึ้นน่ะครับ) มีลานจอดรถ (จักรยาน และรถยนต์ ซึ่งรถยนต์จะมีที่จอดน้อยแห่งกว่า) และเก้าอี้นั่งให้พักเป็นระยะครับ เผื่อให้คนที่ (พลาดไปเช่าจักรยาน) ปั่นจนเหนื่อยหรือ (งกไม่ยอมเช่าจักรยาน ต้อง) เดินจนเพลียนะครับ สำหรับรายที่เช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าก็สบายไปครับ เพิ่งค้นพบว่า แม้จะจ่ายค่ารถจักรยานยนต์เพียง 1 ชั่วโมง ผมคิดว่าก็น่าจะคุ้มกว่า เพราะว่า ใช้เวลาแป๊บเดียวก็เที่ยวรอบได้แล้วน่ะครับ

รองเท้าชนิดที่ได้รับความนิยมคือรองเท้าผ้าใบครับ สำหรับรองเท้าอื่น ๆ นั้นก็...ลองคิดถึงว่าต้องใส่เดิน 14 กิโลเมตรไว้ก็แล้วกันครับ

บริเวณถนนนี้มีเรื่องน่าสนใจครับ ระหว่างที่กำลังขี่จักรยานไปตามถนน ซึ่งไป ๆ มา ๆ ก็ไม่จัดเลนให้จักรยาน ก็มีรถ Coach เหมือนรถทัวร์ตามมา เค้าก็ขับตามช้า ๆ ไม่บีบแตรไล่ครับ จนเราเกรงใจ ต้องรีบไปจอดข้างทางให้เค้าไปก่อน ถึงแม้ว่าจะแอบเห็นไอ้หนุ่มคนขับหน้าบูด ๆ เหมือนแกงกะทิลืมอุ่นพิกล เป็นบางประเทศคนขับคงบีบแตรไล่ขวัญกระเจิงไปแล้ว

อันที่จริง วิวทะเลสาบก็จะคล้าย ๆ เดิมนั่นละครับ มีน้ำและเขาเป็นฉาก ส่วนประกอบอื่น ๆ ก็จะต่างไปบ้าง เช่น เกาะเล็กเกาะน้อย หรือสะพานเล็ก ๆ ข้ามเกาะ อาจจะมีต้นไม้ยื่นไปในทะเลสาบบ้างบางที เพราะว่าทะเลสาบไม่ได้ใหญ่มากนักน่ะครับ

สิ่งสำคัญของการเที่ยวที่นี่ นอกจากวิวงาม ๆ แล้วก็คงเป็นเหล่านกเป็ดน้ำและหงส์ (ไม่แดงนะครับ) ที่ว่ายอยู่แถว ๆ นั้น เป็ดและหงส์เหล่านี้จะพบได้ทั่วไปในวันทำงาน ส่วนวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์จะไม่มีนะครับ ไปให้ตรงวันด้วย (จะมีคนเชื่อมั้ยนะ ผมล้อเล่นนาครับ) วันที่ไปนี้ หงส์ไม่มีนะครับมีแต่นกเป็ดน้ำอยู่สองสามตัว นกพวกนี้คงอยู่เวรหากิน เผื่อให้นักท่องเที่ยวเจอบ้างจะได้ไม่ผิดหวังจนเกินไป น่ารักจริง ๆ ครับ

เป็ดพวกนี้ต้องหากล้องส่องทางไกลมาด้วยครับ บางตัวก็อยู่บนเกาะเล็กเกาะน้อยนั่นล่ะ กลุ่มนักดูนกคงจะชอบมากทีเดียว


อีกมุมหนึ่งครับ แลเห็นสระบัวและพืชน้ำกระจายอยู่ใกล้ริมตลิ่ง พร้อมกับมีนกเป็ดน้ำอยู่ประปราย (ไม่เห็นเหรอครับ อืม ก็ คงไม่หวังให้นกมันยืนให้ถ่ายรูปทั้งวันทั้งคืนหรอกใช่ไหมครับ มันก็บินไปบินมาบ้างสิ ในภาพเนี่ยสงสัยบินไปแล้วมั้งนั่น เอิ๊กส์






สำหรับนกที่มีก็มีกันหลายพันธุ์ทีเดียวครับ ค่อนข้างเชื่อง ไม่ค่อยกลัวคน คงจะชินแล้วกันคนมาส่อง ๆ (อาจจะเคยไปออกรายการ Reality show มาบ้างแล้ว) จะมีที่ให้ดูนกเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะในบริเวณทะเลสาบ Konuma น่ะครับ ซึ่งมันจะสงบกว่านิดหน่อย อย่างไรก็ตาม ก็จะมีเรือเร็ววิ่งไปมาเป็นระยะเหมือนกันครับ นำนักท่องเที่ยวชมทะเลสาบ โดยทั้งสองทะเลสาบจะต่อกันด้วยคลองเล็ก ๆ ครับ มีถนนและทางรถไฟพาดผ่านคลองนี้ เรือนี้วิ่งวนรอบ ๆ ทะเลสาบ และว่ากันว่า (ใครว่าล่ะนั่น) ไปถึงเชิงเขา Komagatake ได้เลยครับ


นกเป็ดน้ำบางชนิด (เพราะไม่รู้พันธุ์อะไร ไม่รู้จริง ๆ แฮะ) ที่บังเอิญว่ายน้ำเคียงคู่กันมา ทิ้งระยะห่าง ๆ เหมือนกับจะคอยระวังให้กันอยู่ในที (ระวังคนนินทามั้งครับ 5 5 5 ถึงนินทาก็นินทาในใจเฟ้ย)





นอกจากจะให้ขี่จักรยานชมแล้ว บางที่จะมีที่จอดจักรยาน ให้เดินข้ามไปยังเกาะเล็กเกาะน้อย เพื่อชมวิว หรือจีบกันที่เงียบ ๆ ได้ครับ สำหรับคนที่จะมาจีบกัน ขอยืนยันให้ใช้มอเตอร์ไซค์ หรือจักรยานไฟฟ้า ไม่ควรเดินหรือขี่จักรยานครับไม่เช่นนั้น เวลาจะคุยกัน จะเป็นแบบนี้

"(แฮ่ก ๆ) เธอ... ชอบ (ฮึด...)เที่ยว (ฟืด)...ทะเลสาบ (เฮือก...) มั้ย"
"อืม...(เฮือก...แฮ่ก ๆ)"
"เค้า... ฮึ๊บบบส์ (เสียงเบ่งพลังตอนปั่นจักรยานขึ้นเนิน) ก็ชอบ...(แฮ่ก)... เพราะว่า (แฮ่ก ๆ) เค้ามากับ (ฟืดด) กับตัวเองนะ"
"อุ๊ย (แฮ่ก ๆ) เขินจัง (ฟืด ๆ)"

เป็นต้นครับ

ว่าไปเรื่อยแฮะเรา


สะพานโค้งอันน้อย ข้ามจากเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งไปยังอีกเกาะหนึ่งครับ เวลาที่เดินข้ามไป ก็รู้สึกในสงบขึ้นแยะทีเดียว เพราะว่าอากาศค่อนข้างเย็น ลมโชย ไม่มีเสียงดังหนวกหูมีเสียงนกเป็ดน้ำ หรือนกอื่น ๆ ร้องมาเบา ๆ ให้ได้ยิน อาจจะพบมีชาวญี่ปุ่น นั่งวาดภาพ sketch นก หรือวิว ด้วยดินสออยู่เป็นระยะ ...






สะพานนี้ไกลจากฝั่งมากพอควรนะครับ ไม่ใช่ใกล้ ๆ แต่ว่ากล้องรุ่นนี้ (sony W7) มันก็ดีพอควรครับ ซูมมาได้ชัดดีพอใช้เลยครับ


วิวของสะพานระยะไกลครับ





ระหว่างทางจะมีศาลเจ้าให้ขอพร ขอให้ปั่นจนครบรอบไปถึงสถานีสักที เอ๊ยไม่ใช่ ขอให้มีความสุขความเจริญอะไรแบบนี้ล่ะครับ สำหรับศาลเจ้าข้างทางนี้อยู่ทางขึ้นเนินไปเล็กน้อยครับ หากจะขอพรน่าจะต้องขอเป็นภาษาญี่ปุ่นสักหน่อยนะครับ เดี๋ยวเจ้าที่จะไม่เข้าใจ และให้พรผิดได้ เช่น ขอแฟน อาจจะได้ลูกไม่ได้แฟนซะงั้น 5 5 5

บริเวณศาลเจ้าน้อยนี้จะมี Torii หรือประตูไม้ เรียงรายอยู่ และตัวศาลเจ้าเล็ก ๆ นั้นปิดเงียบ ข้าง ๆ ศาลเจ้านี้จะมีหินก้อนใหญ่ ซึ่งมีรอยแตกตรงกลางให้เดินทะลุผ่านไปได้ จากภาษาญี่ปุ่นที่อ่าน (ไม่ออกแต่ว่าพอเดา) ได้ความว่าคนที่เดินลอดช่องจะต้องเจอะน้ำกะทิ เอ๊ย จะมีความสุขความเจริญอะไรทำนองนี้น่ะครับ


รอบ ๆ บริเวณเงียบสงัดจริง ๆ ครับ มีลมโชยพัดใบไม้เป็นเสียงเสียดสีดังค่อย ๆ อย่างเกรงใจ เหมือนกลัวจะทำลายความสงบ อากาศเย็น ๆ ชื้น ๆ ผิดกับบริเวณอื่น ๆ รอบ ๆ ที่ลมแรง และแห้ง ๆ





ตรงข้างก้อนหินใหญ่นี้ มีรูปปั้นตัวทานูกิ Tanuki ตัวเล็ก ๆ มือขวาถือย่าม มือซ้ายถือน้ำเต้า (ใส่เหล้าแหงม ๆ) ใส่งอบห้อยไว้ด้านหลัง ยืนเอียงคออยู่ มีจานใบน้อย ๆ วางไว้ด้านหน้าด้วย ตามนิทานว่ากันว่า ทานูกิเป็นสัตว์ที่มีเวทย์มนต์และอำนาจลี้ลับบางอย่างครับ สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ มาซื้อเหล้าสาเกพร้อมกับจ่ายเงินให้ เมื่อจากไปก็จะคนขายเหล้าก็จะพบว่าเงินที่ได้มากลายเป็นเพียงใบไม้เท่านั้น

จริง ๆ แล้วทานูกินั้นเป็นสัตว์จำพวกสุนัขนะครับ ไม่ใช่กลุ่มหมี หรือแรคคูน แปลกดีนะครับ หน้าตาเหมือน แรคคูนมากกว่า

แล้วก็...เอ่อ...คือว่า...ถ้าสังเกตดี ๆ จะพบว่า หว่างขาของเค้านั้นมี อา-วัย-ยา-วะ (กรุณาอ่านแบบเพลงอวัยวะของโจอี้บอย - เรามาสะบัด อา-วัย-ยา-วะ น่ะครับ) บางอย่างย๊าวว ยาวจรดพื้นเลยครับ ว่ากันว่า เจ้าส่วนนี้เนี่ย แสดงถึงโชคลาภ และมีลูกดกว่างั้น ที่เชื่อกันว่าให้โชคลาภนั้น เพราะว่า เจ้า อา-วัย-ยา-วะ ที่ยานโทงเทงจรดพื้นนั้น เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า Kindama ครับ (Kin - ทอง, Dama - ลูกกลม ๆ, บอล) เล่า ๆ กันว่า เจ้า อา-วัย-ยา-วะ นี้มันยืดได้ย๊าววว ยาวถึงแปดเสื่อตาตามิแน่ะครับ แล้วมันก็ชอบเอามาขึงตีเป็นกลองซะด้วย บรึ๋ยส์ส์

อา-วัย-ยา-วะ ที่ว่านี่คือลูกป๋องแป๋งนะครับ ใครคิดถึงอันอื่นให้กลับใจซะนะครับ เอิ๊กส์


Tanuki ที่ว่าครับ





บริเวณนี้จะมีทางเดินเล็ก ๆ ตัดไปบนแอ่งน้ำอ้อมไปด้านหลังก้อนหินใหญ่ที่ว่าน่ะครับ ทางเดินเป็นไม้กระดานวาง มีราวเป็นเชือกธรรมดาเท่านั้น

ที่แอ่งนี้มีพืชน่าสนใจหลายชนิด (อาจจะเป็นผมคนเดียวเท่านั้น) ที่ไม่เคยเห็นที่เมืองไทย จริง ๆ อาจจะพบได้ทั่วไปครับ



ดอกหญ้าข้างทาง ไม่ทราบชื่อ สวยดี เข้าใจว่าเดิมดอกคงจะเป็นปุย ๆ แล้วพอโดนลมพัดก็ปลิวหลุดไป เหมือน ๆ จะชื่อ tumpopo หรืออะไรทำนองนี้น่ะครับ (PA) แต่ดูมันเหงา ๆ เหมือนมีอะไรหายไปพิกลครับ





ใกล้ ๆ กันกับศาลเจ้าเล็ก ๆ นี้ จะมีบริเวณสำหรับตั้ง tent และค่ายพักแรมซึ่งน่าอยู่ทีเดียวครับ ต้นหญ้าตัดเรียบ มีลำธารเล็ก ๆ (เท่ารางระบายน้ำ) ผ่านบริเวณ มีต้นไม้ใหญ่เป็นระยะ แถมยังมีอ่างน้ำ และเตา (ถ่านหรือฟืน) ให้ใช้ด้วยครับ (ส่วนถ่านหรือฟืนต้องหามาเองนะครับ) น่าเที่ยวน่าอยู่ทีเดียว

สำหรับสนนราคา...ไม่ทราบครับ... เพราะว่าเราคงไม่ได้มาพักแบบนี้แน่ ๆถ้าไม่ได้เป็นคนแถว ๆ นี้ เอ่อ หมายถึงเป็นคนญี่ปุ่นน่ะครับ เห็นคนที่มาพักก็มาเก็บตัวเล่น baseball หรือ hiking กันน่ะครับ

บริเวณนี้ มีท่าน้ำให้ว่ายน้ำเล่นด้วย แต่ว่าน้ำในทะเลสาบบริเวณที่พักนั้นเอ่อ... สีรับไม่ได้เป็นสีชาเขียวขุ่น ๆ เลยครับ

บางคนก็มาพักผ่อน พายเรือบด เรือแคนูครับ มีให้เช่าด้วย

บางคนก็มาเที่ยว osen ใกล้ ๆ ครับ มีทั้งในร่มและโจ่งแจ้ง เอ๊ย กลางแจ้งครับ ผมไม่ได้ไปหรอกครับ


บริเวณที่พักแรม สำหรับตั้ง camp วันที่ไปเที่ยวเจอเด็กมัธยมปลายมาเก็บตัวเล่น baseball กันด้วยครับ เด็ก ๆ เหล่านี้หุงหาอาหารเองด้วยการใช้หม้อแบบญี่ปุ่นให้ดูด้วย ท่าทางอยากคุยภาษาต่างประเทศเป็น แต่ว่าส่วนใหญ่จะพูดได้แต่ภาษาญี่ปุ่นทั้งนั้นล่ะครับ





สำหรับที่เที่ยวที่ Onuma ก็คงจบลงแค่นี้ล่ะครับ ถ้ามาด้วยรถยนต์ก็อาจจะไปเที่ยวรอบ ๆ นี้ได้ง่ายขึ้น ผมเองไปด้วยจักรยาน นี่ก็เหมือนไป California (fitness) แล้วครับ แฮ่ก ๆ

เมื่อคืนรถจักรยานที่แถว ๆ นั้น ก็ค้นพบว่า มีร้านขาย Soft cream (เป็นไอศกรีมที่กดมาแล้วคล้าย ๆ อุนจิที่ขายกันร้านลุงเคนหรือร้านน้าแม็คน่ะครับ) มีหลายรสหลายให้เลือกสรรด้วยครับ เช่น รสลาเวนเดอร์ (ฮิตมากที่ Hokkaido ครับ ก็มีกลิ่นลาเวนเดอร์อ่อน ๆ รสชาตินี่แยกไม่ค่อยออกนะครับ) รสเมลอน (คล้าย ๆ แคนตาลูปเราล่ะครับ) รสวานิลา รสซ็อคโกแลตและรสที่เจ๋งจ๊าบ คือ รสหมึก ... ทำจากหมึกที่ได้จากตัวหมึก (iga) เลยครับ (ใครกำลังคันปากยิบ ๆ จะค้านว่า เค้าเรียกว่าปลาหมึก ขอให้คิดใหม่นะครับ เพราะว่า "หมึก" เป็นสัตว์คนละกลุ่มกับ "ปลา" นาครับ)

เนื่องจากฤดูที่ผมมาไม่ตรงกับโคโย (Kouyou) หรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ความงามจึงจำกัดแค่นี้ล่ะครับ ถ้าใบไม้แดงอาจจะสวยกว่านี้ก็ได้ แต่ไม่น่ามากนัก เพราะว่าไม่ใช่สถานที่ที่เค้ามาดูใบไม้เปลี่ยนสีกัน ต้อง Asahidake หรือไม่ก็ Kyoto โน่นน่ะครับ

แต่แค่นี้ก็สงบ ร่มรื่น และน่าเที่ยวมากแล้วครับ


อีกวิวหนึ่งของทะเลสาบใหญ่ Onuma



กรุณาติดตามตอนต่อไปนะครับ









l Sapporo l Hakodate l Furano l Biei l Asahidake l Otaru l สมุดเยี่ยม l









Create Date : 17 ตุลาคม 2548
Last Update : 2 ธันวาคม 2549 23:33:57 น. 10 comments
Counter : 1942 Pageviews.

 
หิวครับ

หิวมาก อยากกินซูชิ หึหึหึหึหึ


โดย: ดาราวิปลาส(loginบ่ได้เด้อ) IP: 202.28.24.50 วันที่: 17 ตุลาคม 2548 เวลา:18:05:14 น.  

 
เดี๋ยวนี้แม้แต่ ika sumi (หมึกจากหมึก) ก็เอามาทำเป็น soft cream
แล้วหรือนี่? ...

แต่ก่อนว่า Ramen รสหมึกน้ำดำ ๆ แปลกแล้วนะคะ มาเจอ
soft cream รสนี้เข้า เดาไม่ออกว่ารสชาติและกลิ่นจะออกมา
เป็นยังไง !

ทานแล้วฟันดำเหมือนทาน Ramen รสหมึกหรือเปล่าหนอ??



โดย: Tai-Sarunya IP: 203.107.196.250 วันที่: 17 ตุลาคม 2548 เวลา:18:21:52 น.  

 
สวัสดีค่ะ
เล่าเรื่องได้สนุกจังค่ะ อ่านไปขำไป

" พ.ล.ล. (พอแหลกล่าย) " (คิดได้ไงคะ ฮากระจาย)
แล้วจะเข้ามาอ่านบ่อยๆค่ะ


โดย: oneni วันที่: 17 ตุลาคม 2548 เวลา:19:20:54 น.  

 
แหม...ขำมุข California ของคุณDont อ่า คิดได้ยังไง เนี่ย ? 555 เที่ยวทริปนี้หนุกจังเลย


โดย: MeTaBoLism วันที่: 17 ตุลาคม 2548 เวลา:19:50:05 น.  

 
ขอมาเที่ยวแบบเต็มอิ่มพร้อมข้อมูลแน่นปึ๊กค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 17 ตุลาคม 2548 เวลา:20:44:10 น.  

 
อาหารรสชาติ พ.ล.ล. นี่หน้าตาดีทีเดียวนะคะ
ที่บ้านเราราคาค่อนข้างสูง

อ่านสนุกเพลิดเพลินไปเลยค่ะ
เดี๋ยวกลับไปอ่านตอนที่หนึ่งด้วย ...


โดย: nature-delight วันที่: 18 ตุลาคม 2548 เวลา:12:12:48 น.  

 
มาหยามาอ่าน และมาเยือนอีกแล้วค่ะพี่




โดย: มรกตนาคสวาท วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:8:18:01 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยค่ะ


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:12:20:09 น.  

 
แวะมาดูรูปสวยๆด้วยคนค่ะ
ดูรูปแล้วอยากกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกจังเลยๆ ทูน่าชอบวัดที่เมืองเกียวโตมากค่ะ จำได้ว่าชื่อวัดคิโยมิสึ...
ดอกหญ้าข้างทางข้างบนนั้น มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Queen Ann's Lace ค่ะ


โดย: ทูน่าค่ะ วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:18:19:19 น.  

 
ชอบมากค่ะ เล่าเรื่องได้สนุกถึงใจ


โดย: Piterek วันที่: 14 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:28:37 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

dont wanna no
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]








Google all webbloggang



คำเตือน

ขอสงวนสิทธิ์ข้อความและภาพ ตลอดจนชื่อคำขวัญ (slogan) และข้อความ "เที่ยวไปงงไป" ที่ปรากฏทั้งหมดในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ห้ามมิให้นำไปดัดแปลง ต่อเติม ทำซ้ำ หรือเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด



สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกพันทิป ท่านสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการตกแต่ง blog ของท่านได้ด้วยความยินดีมากครับ ตกแต่งเสร็จแล้วมาตามไปดูบ้าง จะยินดีมากขึ้นไปอีก

Friends' blogs
[Add dont wanna no's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.