Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2548
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
1 พฤศจิกายน 2548
 
All Blogs
 
Backpacker Hiso 6 : Asahidake




B a c k p a c k e r   H i s o : A s a h i d a k e  



ไปเที่ยวกันต่อดีกว่าครับ วันนี้เราจะไปเที่ยว Asahidake กันครับ

Asahidake นั้นเป็นชื่อของยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขา Daisetsu Mountain Range เทือกเขานี้จัดว่าเป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดของเกาะ Hokkaido แล้ว และเมือง Asahikawa นั้นก็เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาะนี้ รองจาก Sapporo เลยครับ จัดว่าเป็นเมืองใหญ่ทีเดียว เมืองนี้มีมหาวิทยาลัยเป็นของตัวเองด้วยนะครับ

ที่ท่องเที่ยวของ Asahikawa นี้ นอกจากจะมากิน Ramen รสชาติดีแล้ว ชาวบ้านเค้ายังนิยมมาเที่ยว Daisetsuzan National Park ซึ่ง จุดขายก็คือ ร้านขายของที่ระลึก เอ๊ย ภูเขาครับ ภูเขา....ภูเขา Asahidake นี้มีวิว หนอง (น้ำนะครับไม่ใช่หนองใน) และแน่นอนครับ onsen ซึ่งสวยและเป็นบรรยากาศกลางแจ้งครับ

เช่นเคยครับ กระทู้เที่ยวไปงงไปของนาย dont ผู้ปกครองควรพิจารณา (PARENTAL ADVISORY) ห้ามนำไปใช้อ้างอิงเด็ดขาด ครับ ไม่ได้งกนะครับแต่ว่า กลัวว่าจะทำให้หลงทาง เสียเวลา และอาจหลงติดยาต่อได้ (เกี่ยวมั้ยนั่น) 5 5 5


สัตว์เทพฯ ในตำนาน อ่า ไม่ใช่ สัตว์ยอดนิยมของ Hokkaido ครับ ได้แก่ หมีสีน้ำตาล หมาป่าตัวใหญ่ พันธุ์ Ezo นาก กระรอกบิน นกฮูก ทั้งธรรมดาและแบบฮูกหิมะ ที่ว่านิยมเพราะว่าเกาะนี้ยังค่อนข้างคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้มากนั่นเองครับ





เมืองAsahikawa นั้นเดินทางด้วยรถไฟมาถึงได้อย่างแสนจะสะดวกสบายเลยครับ ผมซื้อ JR Hokkaido Pass มาแล้วก็จะต้องใช้มันต่อไป ใช่มั้ยฮะ ใช่มั้ยฮะ ใช่มั้ยฮะ ใช่มั้ยฮะ ใช่มั้ยฮะ (ตกลงเที่ยวไปงงไป หรือเที่ยวไปงกไปกันแน่หว่า...)

เอ่อ ลืมตัว หวังว่า JR company คงจะเล็งเห็นความพยายาม และส่งตั๋วฟรีมาให้ผมไปทัวร์ด้วยเร็ว ๆ นี้ (ใครรู้จักก็ช่วยบอกเค้าหน่อยนะครับ 5 5 5)

ที่เราจะเที่ยววันนี้คือ Mt. Asahidake ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงสุดของที่นี่ แต่ว่าไม่ได้ขึ้นไปถึงยอดนะครับ มันสูงมากไปหน่อยครับ ตั้ง 2290 เมตรแน่ะ ที่เราไปแค่จุดชมวิวของ Ropeway เท่านั้น

เอ ทำไมผมถึงเที่ยวแต่ที่ Ropeway ก็ไม่รู้แฮะ ยังงงงงอยู่

สำหรับ Onsen ที่ได้รับความนิยมก็ชื่อดังครับ ไม่ใช่ชื่อพันกรนะครับ (มุกนี้จะใช้ครั้งสุดท้ายแล้วครับ สาบาน) ชื่อดังที่ว่า คือว่า มันชื่อเดียวกันกับยอดเขานั่นล่ะ อันนี้ไม่ได้ไป และไม่ได้ค่าโฆษณา ก็ไม่กล่าวถึงซะงั้น 5 5 5 5 อันที่จริงมันชื่อดังจนขนาดว่า เราหาเจอได้ง่ายมากทาง internet ครับ


ทางขึ้น Ropeway ไปยัง Mt. Asahidake มีคนเก็บตั๋วหน้าตาเบลอ ๆ ยืนเก็บตั๋วอยู่ (หน้าตาเบลอ ๆ = หน้าตาไม่ดี ไม่น่าสนใจ หรือไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ไม่น่าจดจำ ทำให้ความทรงจำของหน้าตานั้นไม่ชัด เบลอ ๆ ลาง ๆ ที่มา : พจนานุกรมไทยฉบับนาย dont)





ตอนที่ไปถึงเนี่ย ใบไม้กำลังหนาวแล้วเริ่มใจเสาะ เปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีเหลืองไปหมดซะงั้น

ตอนนี้ยังไม่ peak ของใบไม้เปลียนสี หรือ kouyou <--ลอกมาจากสักที่ ถ้าผิดผมไม่เกี่ยวเน้อ PA ถ้าไปช่วงที่ใบไม้แดงมากจะสวยกว่านี้ครับ แต่ว่า ต้นไม้ที่มีนั้นเป็นต้นสน และต้นไม้ที่ไม่ผลัดใบบ้างครับ ก็จะเห็นเป็นใบไม้หลาย ๆ สีสลับไปมาครับ


ทางขึ้นเขาครับ ขณะที่ขึ้น Ropeway ถ่ายลงมาจะถ่ายได้ภาพนี้ล่ะครับ





เมื่อขึ้นไป ก็จะเห็นลักษณะของเทือกเขา Daisetsu Mt. Range ชัดขึ้น อันที่จริง Ropeway มันสูงไม่มากครับ สถานีบนเขานั้นสูงเพียง 1,600 เมตร จากระดับน้ำทะเลเท่านั้น แต่ว่า พอเห็นว่าเทือกเขานี้ค่อนข้างยาว หุบเขาสลับซับซ้อน มีต้นไม้หลากสีขึ้นครึ้มไปหมด (อันที่จริงต้นไม้ที่ขึ้นก็เขียวในฤดูอื่นครับ พอดีช่วงนี้หน้าใบไม้มันเปลี่ยนสีก็เลยเห็นว่ามันหลายสีเฉย ๆ)

ถ้ารวย ๆ เค้าจะมาหน้าที่ใบไม้ร่วงหมด หิมะร่วงตาม (ง่า... แปลว่าหน้าหนาวมีหิมะครับ สำนวนน่าเวียนหัวจริง ๆ พับผ่าเหอะ) เพื่อมาเล่นสกี และแช่บ่อน้ำร้อนกันน่ะครับ (อนึ่ง การแช่บ่อน้ำร้อนนั้น ไม่ได้ทำในเวลาเดียวกับเล่นสกีนะครับ มันคงจะยากไปหน่อย 5 5 5) เหมาะกับคนที่มีเวลามาก ๆ และมีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ เพราะว่ามันจะ...ค่อนข้างแพงครับ

ข้อดีของการเที่ยวหน้าเกือบ peak ก็คือ มันคนน้อยครับ อย่างวันที่ไปนี่ก็จัดว่าคนน้อยครับสามารถเดินเลือกมุมถ่ายแบบไม่มีคนได้ด้วย สำหรับหน้าที่คนชอบแยะ ๆ ก็หน้าสังขยา เอ๊ย หน้าใบไม้เปลี่ยนสีนี่ล่ะครับ รองไปก็มาเล่นสกีดังที่ได้กล่าวไปแล้ว


ถ่ายจากรถกระเช้าเช่นเคยครับ มีใบไม้แดง ๆ หลายต้นแล้ว สีสวยมาก มองเห็นได้เป็นระยะเลย ถ้ามาช้ากว่านี้อีกสักอาทิตย์ สองอาทิตย์ก็จะพบว่าใบไม้แดงเถือกไปหมดแล้ว ก็จะสวยไปอีกแบบครับ




เมื่อมาถึงสถานี Ropeway บนยอดเขา จะมีเจ้าหน้าที่หน้าตาเบลอ ๆ (คนละคนกับที่เบลอเมื่อกี้นาครับ) มาพูดบรรยายเกี่ยวกับความปลอดภัยและคำแนะนำสถานที่เที่ยวอย่างจริงจัง (สำหรับท่านที่ไม่นิยมฟัง soundtrack ก็....พยายามทำหน้าเหมือนเข้าใจไปก่อนนะครับ ประเดี๋ยวคุณเจ้าหน้าที่หน้าเบลอ ๆ จะเครียดมากเกินไป ต้องมาอธิบายตัวต่อตัวอีก) บังเอิญว่าไม่มีบรรยายไทยซะด้วย ภาษาอังกฤษยังหาได้ยากเลยครับ มีแต่แผนที่ภาษาอังกฤษเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม คำแนะนำมาตรฐานก็คือ อย่าฝ่าฝืนป้ายห้าม...(เอ่อ... มีประโยชน์มั้ยเนี่ย...) เช่น อย่าใช้ขาตั้งกล้องบริเวณทางเดิน (ให้เจ้าหน้าที่เห็นสิ) ควรไปใช้ในบริเวณที่เป็นที่พักชมวิว (ซึ่งจะมีคนตั้งขาตั้งกล้องอยู่แล้ว) ถ้าเห็นป้ายว่า "น้ำเย็น" ก็ไม่ต้องไปทดสอบหรอกนะครับว่าเย็นจริงมั้ย เค้าไม่โกหกหรอกครับ หรือว่า ถ้าเค้าบอกว่าไอ้ภูเขาไฟนี้ร้อน ก็เชื่อเค้า ไม่ต้องถีบ (ขอโทษ) เพื่อนเข้าไปแถว ๆ นั้น ให้มันร้องว่า โอ๊ย ร้อนโว๊ยย อะไรทำนองนี้น่ะครับ


ด้านหลังของอาคาร Ropeway สาขายอดเขามีสระน้ำหรือหนองน้ำเล็ก ๆ สะท้อนเงาฟ้าสีเข้มจัดของ Hokkaido และอาคารไว้ สวยดีครับ





วันที่ไป เมฆมากเหมือนกันครับ อากาศก็เย็นมากด้วย ประมาณว่า ถ้าไม่ใส่เสื้อที่หนาพอ ก็จะหนาวมากเอาเลยล่ะครับ ดีว่าผมนั้นมีเสื้อกันหนาวในตัว (ไขมันไงครับ ไขมันน่ะ เข้าใจเปล่า อะโด่...)

สำหรับวิวที่จะชม ก็จะเป็นเส้นทางวนรอบเนินเขานี้ มีทั้งเนินเล็กเนินใหญ่ ให้เลือก course เล็ก course ใหญ่ ตามกำลังกายเลยครับ อยากไป California ต่อก็ไป course ใหญ่ (อะ ไม่รู้เรื่องเหรอครับ...แปลว่า...ยังไม่ได้อ่านเที่ยวไปงงไปของผมมาก่อนสินะครับ ไปหาอ่านซะดี ๆ)

หากว่าชอบเดินเหนื่อย ๆ แล้วแช่น้ำร้อน ๆ ก็มีทางเดินไปยัง onsen ได้ด้วยครับ แต่ว่า หลายเหนื่อยเลย ไม่ใช่แค่พอเหนื่อยสองเหนื่อยล่ะครับ

ระหว่างทางที่เดินก็จะมีบ่อน้ำ หรือสระน้ำ หนองน้ำ (เลือกที่ชอบแล้วกันครับ เค้าใช้คำว่า pond น่ะครับ) สำหรับสระน้ำ หากไม่มีลมพัดจะสามารถสะท้อนเอาภาพยอดเขา (สำหรับสถานี Ropeway ที่นี่มันอยู่บนเนินเขาน่ะครับ) ให้ดู ก็...สวยดีครับ


ถ้าจำไม่ผิด (ว่าถ่ายอะไรมา 5 5 5) ทางเดินนี้น่าจะนำไปสู่ onsen มองเห็นภาพทิวเขาอื่น ๆ ระยะไกลเห็นเป็นสีฟ้าครามเข้ม ๆ ถ้าจะให้สวยก็รอให้ใบไม้แดงกว่านี้หน่อยจะสวย perfect มากกว่านี้ครับ





Hilight ของที่นี่ก็คือ หนองน้ำ Sugatami ที่อยู่เบื้องหน้ายอดเขา โดยมีจุดที่ภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ พ่นควันกำมะถันออกมาเป็นสาย ๆให้เห็นน่ะครับ เห็นเค้าเรียกกันว่า Jingoku dani หรือ หุบเขานรก ก็ต้องขอเตือนว่า มันทั้งร้อนและเหม็นนะครับ ที่เค้าเรียกกันแบบนั้นเพราะว่ามันร้อนจัดเหมือนนรกทีเดียว (คนตั้งชื่อคงเคยไปเที่ยวนรกมาก่อน อุ๊บ...) จุดชมวิวนั้นห่างจากจุดที่ควันพุ่ง ๆ ออกมามาก กรุณาไปแค่ที่เค้าอนุญาติก็พอครับ ไม่ต้องพยายาม (กระเสือกกระสนดิ้นรน) ออกไปดูใกล้ๆ

สำหรับบริเวณนี้นั้นระวังการตั้งขาตั้งกล้องนะครับ เพราะว่า นอกจากจะเกะกะชาวบ้านแล้ว กล้องของท่านอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุแก่คุณลุง คุณตาที่เดินกระย่องกระแย่งแถว ๆ นั้น และกล้องของท่านได้ ถ้าตกไป มันจะกลิ้งไปนอนกระจายแผ่แยกส่วนที่เชิงเขารอท่านตามลงไปเก็บอย่างรวดเร็ว

หนองน้ำ Sugatami นั้นมีความหมายว่า "ชะโงกดูเงา" อ่า จริง ๆ มันแปลว่า ภาพสะท้อนของตัวเองน่ะครับ เพราะว่า มันจะเห็นภาพสะท้อนของยอดเขา Asahidake อยู่รำไร ในวันที่ลมสงบ ๆ หน่อย ถ้าวันลมแรง ก็จะทำให้ผิวหน้าของหนองน้ำเป็นระลอก มองเงาสะท้อนไม่ชัดเจนครับ


คุณบ่อน้ำ Sugatami และคุณจุดพ่นควันครับ ค่อนข้างเหม็น แต่ว่าโชคดีที่ลมพัดไปทางอื่นครับ รอดไป ภาพบ่อน้ำไม่รู้เบื่อมั้ย สะท้อนแต่ควันเหม็น ๆ พ่นกันได้ทุกวัน ๆ





พืชพรรณแถว ๆ นั้นก็มีความสวยงามอย่างน่าทึ่งมากครับ (อันนี้ใครอ่านสำนวนคงจับได้ทันทีว่าลอกมาจากโบรชัวร์ (ไม่ใช่โบราณชัวร์ ๆ นะครับ โบรชัวร์น่ะ โบรชัวร์) แถมข้างทางที่เดินไปก็ยังมีป้ายเล็ก ๆ คอยแจ้งข้อมูลด้วยครับ (แน่นอนครับ ไม่มีบรรยายไทย)

สำหรับต้นไม้ก็จะสวยมากหากว่าเรารู้จัก (อ้าว) คือว่า พอไม่รู้จักก็จะเกิดอาการ อืม ต้นนี้ก็สวย ต้นนั้นก็สวย แต่ว่า มันต่างกันอย่างไรหรือมันสวยอย่างไรก็บอกไม่ได้น่ะครับ

หากว่าอยากจะเห็นชัด ๆ ก็ต้องนั่งซูมมันเข้าไปล่ะครับ หลังจากนั้นก็ไปตามเก็บข้อมูลอื่น ๆ เอาจาก internet ถามอากู๋ผู้แสนดีของเรา (--> google)


ต้นสนที่ว่าทน ๆ ก็เริ่มจะแห้งเหี่ยวเหมือนกัน แต่ว่า เหี่ยวเป็นสีน้ำตาลเข้มไม่ได้เป็นสีแดงนะครับ คือว่าไม่ผลัดใบ แต่ว่าน่าจะตายเอาจริง ๆ เลยล่ะ 5 5 5 เข้าใจว่า วันอื่นมันคงงอกขึ้นมาใหม่ได้อยู่หรอกน่ะ





ต้นไม้ก็สวยดี แต่ว่าไม่รู้จัก มีคุณป้าดูมีอายุมานั่งวาดภาพเช่นเคย คนญี่ปุ่นนี่นิยม Sketch ภาพจริง ๆ ครับ แต่ว่าไม่ได้ถ่ายภาพเค้าตอนนั่งร่างภาพมาหรอกนะครับ


ต้นอะไรไม่รู้ครับ เชื่อว่าเดี๋ยวคงมีคนมาตอบให้ 5 5 5





สำหรับสระน้ำ หรือหนองน้ำอีกสองแห่งที่อยู่ในบริเวณนั้น ก็มีชื่อนะครับ หนองน้ำนี้ เข้าใจว่าชื่อ Meota Pond หรือไม่ก็ Suribachi Pond หรือไม่ก็ Kagami Pond นี่ล่ะครับก็ มันอยู่ติด ๆ กัน 3 หนองน้ำเนี่ย แต่ว่าหนองไหนเป็นใคร ผมก็จนด้วยเกล้าครับ ต้องไปดูเองให้ชัด ๆ อีกที 5 5 5

ดูไกล ๆ ก็สวยดีครับ


หนองน้ำ 1 ใน 3 ชื่อข้างบนนั่นล่ะครับ ชอบชื่อไหนเลือกชื่อนั้นได้เลย 5 5 5 เพราะว่าคนถ่ายภาพมาเองก็จำไม่ได้เช่นกันครับ ถ้าให้เดา ๆ ก็น่าจะเป็นคุณ
Kagami Pond ละมังครับ






เดินแล้วเหนื่อยพอควรครับ เพราะว่า มันไกล ดีแต่ว่ามันหนาว (มาก) ก็เลยไม่ค่อยเหงื่อออกทำให้เกิดอาการเดินทนได้หน่อย ระหว่างนี้ก็เริ่มหันมาทำเป็นมีอารมณ์ศิลป์ หามุมถ่ายรูป เพื่อแอบอู้ไม่เดินต่อครับ วันที่ไปโชคดีคนไม่มากมายนัก ก็เลยไม่ค่อยมีคนเบียดเสียดเยียดยัดอะไรนัก


เสาทางเดินที่ปักไว้ก็เป็นคล้าย ๆ หลักแบบที่นักเดินเขาใช้ แต่ว่าอันโตหน่อยมีเชือกเดินเขาร้อยไว้กั้นไว้เป็นแค่อาณาเขตเฉย ๆ ไม่สามารถใช้ยึดจับ หรือว่า ป้องกันการเดินออกนอกเส้นทางได้ครับ





ต้นไม้ตายหมดล่ะครับ ~ เมื่อย่างเข้าเขตหน้าหนาววว ต้นไม้กราวตายพลัน~ (มันเป็นเพลงมั้ยเนี่ย...ใส่ทำนองแบบสุนทราภรณ์ให้หน่อยนะครับ)


ดอกหญ้าที่กำลังแห้งเหี่ยว ปลิวพริ้วท่ามกลางลมหนาวก่อนจะค่อย ๆ ร่วง หล่นในเวลาไม่นานนี้ล่ะครับ สักพักก็จะแห้ง ตายไป รอจนกว่าจะถึงฤดูใบไม้ผลิของปีหน้า กว่าจะได้มาอวดดอกอวดโฉมกันใหม่...





เมื่อเดินได้ครบ 1 เหนื่อย - จริง ๆ คนอื่นน่ะ 1 เหนื่อย แต่ผมมีสัมภาระเป็นพุงส่วนตัวก็เลยสัก 3 เหนื่อยเห็นจะได้ - ก็ได้เวลาย้ายสังขารกลับแล้วครับ ระหว่างที่ผ่านไปนั้น หากว่ามีปัญหาห้องน้ำ ให้กลั้นไว้แล้วกลับมาเข้าที่สถานี Ropeway ครับ จะไม่อั้นก็ได้ แต่มันไม่มีห้องน้ำให้เข้านะครับ ตามใจ (แน่ะ มีงอน 5 5 5)


วิวของ Ropeway station ด้านบนเขาครับ สวยดีนะ





วิวของเทือกเขาที่สลับซับซ้อน ใบไม้เปลี่ยนสีนั้นเลือกชมได้
ตามใจชอบ มีแยะครับ ดังนี้


วิวจากบนเขานั่นล่ะครับ





ใบไม้เหลืองมั่งนะครับ


ก็วิวเดิมนั่นล่ะครับ เอ๊ย เขาเดิมสิ วิวใหม่ใกล้ ๆ เดิม





ภาพมุมกว้าง (เหมือนกัน) ของ Ropeway ถ่ายย้อนจากที่สถานีด้านล่างกลับไปด้านบน


คำอธิบายเหมือนข้างบน จะให้พิมพ์ซ้ำทำไมล่ะครับ โธ่ ก็... เขาลูกเดิมแต่ถ่ายจากมุมเงยที่สถานี Ropeway ด้านล่างครับ





สำหรับอาหารกลางวัน (ขาดไม่ได้เลยครับ อาหารนี่เรื่องใหญ่) ก็ กินมันที่ Ropeway station นั่นล่ะครับ มันไกลเมืองมากเกินกว่าจะนั่งรถบัสมากินในเมืองได้

เมืองนี้ Ramen อร่อยครับ กินเข้าไปได้เลยมีชื่อดังไม่แพ้ Sapporo miso และ Hakodate shio เลยครับ

ออ การเดินทาง ลืมเล่าไป เราต้องนั่งรถบัสมาจากสถานี JR Asahikawa นะครับ นั่งรถมาก็นานเหมือนกัน เป็นชั่วโมงได้ทีเดียวขึ้นกับว่า รถมาที่ Ropeway station เลย หรือแวะไปส่งคนที่ Onsen ก่อน ขากลับก็คล้าย ๆ กันครับ คือว่า รถจะวน ๆ ไปส่งที่ Onsen (ถ้ารถคันนั้น ๆ ไม่ได้ไปตอนขามาก็ไปตอนขากลับ) อย่าหารายละเอียดกับผมเลยครับ ไปถามที่ information center ในเมืองจะดีกว่า


ชาชูวราเม็ง รสชาติเยี่ยมครับ ราคาชามนี้ตก 900 ++ Y เห็นจะได้การลวกเส้นด้วยเครื่องจักรครับ เอาบะหมี่ใส่ตะกร้อ แล้วเครื่องมันจะหมุนวนเป็นวงกลมไป ระหว่างนั้นตะกร้อก็ค่อย ๆ จมลงไป ลวกน้ำร้อนไปเรื่อย ๆ จนสุกก็จะค่อย ๆ หมุนวนขึ้นมา แล้วก็มาคว่ำลงชาม ก็...ดูแปลก ๆ ดีครับ





สำหรับร้านขายของที่ระลึกที่สถานี Ropeway ด้านล่างนั้นก็ใหญ่โตไม่เบาครับ ของขายน่ารักทั้งนั้น (แต่แพงเอาเรื่อง) มีทั้งของ Asahidake Mt. เอง และของ Hokkaido ด้วยครับ


เทพธิดา เทพบุตร (ออกจะดูอายุมากสักหน่อย น่าจะบุตรของปู่ ของปู่ ของปู่ ของปู่ทำนองนี้ เหอ เหอ) น่ะครับ ไม่รู้รายละเอียดหรอกเห็นว่าน่ารักดีก็ถ่ายรูปมา แต่งตัวเป็นชาว Ainu เหมือนที่หน้าสถานีรถไฟ JR เลยครับ





สัตว์ต่าง ๆ ถูกจับมาทำตุ๊กตาหน้าตาน่ารักทั้งนั้นครับ (อ่า เค้าไม่ได้จับมาสตัฟฟ์นะครับ หมายถึงทำตุ๊กตาเลียนแบบน่ะ) ผมก็กดภาพไม่ยั้ง ส่วนซื้อนั้นยั้ง ๆ ไว้ เพราะว่า กลัวเดินทางแล้วของหนัก (อันที่จริงมันแพงตะหาก 5 5 5)


นากมั้ง มีติดป้ายไว้อ่านไม่ออกครับ





สำหรับเที่ยว Asahidake ก็คงหมดแล้วล่ะครับ สำหรับที่เที่ยวที่ราคาแพง ต้องค้างคืน เช่นพวก onsen ต้องรอทริปเที่ยวไปงงไปคราวหน้าฟ้าใหม่มีตังค์ใช้ก่อนครับ

นอกจากภูเขาแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากอีก 1 แห่ง ก็คือ Asahiyama Zoo ครับ ตอนจะเที่ยว Asahikawa มีแต่คนญี่ปุ่นที่เคารพรักถามว่า "เอ๋~...จะไป Asahikawa ไปสวนสัตว์เหรอ" (ขณะอ่านออกเสียง เอ๋~ กรุณาเอียงศีรษะเล็กน้อยพองาม และผงกศีรษะตอนพูดว่าเหรอ จะได้อารมณ์ญี่ปุ่นมาก ๆ ครับ... อ่า ให้นึกภาพ ไม่ได้ให้ทำตามนะครับ อายคนข้าง ๆ มั้ยครับนั่น เอิ๊กส์) เพราะว่า สวนสัตว์นั้นมีชื่อเสียงมากทีเดียว โดยเฉพาะช่วงหลัง ๆ นี้ เสียดายว่าไม่ได้ไปครับ เสียดายจริง ๆ


นกฮูก ว่ากันว่าเจอที่ Hokkaido นี่ล่ะมาก ที่อื่นไม่ค่อยเจอ นอกจากฮูกธรรมดาแล้ว ยังมี Snow Owl เหมือนในเรื่อง Harry Potter ด้วยนะครับ นี่หมายถึงของที่ระลึกนะครับ



ขอบคุณที่ติดตามมาจนจบ โปรดติดตามงานผมต่อ ๆ ไปนะครับ ยังมีอีกหลายเมืองเหมือนกันครับ









l Sapporo l Onuma l Hakodate l Furano l Biei l Otaru lสมุดเยี่ยม l









Create Date : 01 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 2 ธันวาคม 2549 23:32:04 น. 27 comments
Counter : 1935 Pageviews.

 
แอบมาอ่าน แต่ไม่ได้เอาไปอ้างอิงที่ไหนจ้า


โดย: jaa_aey วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:2:01:26 น.  

 
สวยจังเลยคะคุณ dont ไม่ผิดหวังตามอ่านค่ะ


โดย: yadegari วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:2:03:31 น.  

 
อ่า คือว่า ขอชี้แจงเล็กน้อยนะครับ

ที่ไม่ได้ให้ไปอ้างอิง เพราะว่า ข้อมูลนี้ไม่ได้สอบทานว่าถูกต้องทั้งหมดหรือไม่น่ะครับ เกรงว่า หากเอาไปใช้แล้วจะทำให้คนอ่านเดือดร้อนเป็นสำคัญครับผม

และ... ตามปกติผมจะยินดีมากหากว่าข้อมูลที่มีผิด จะได้รับการแก้ไขครับ เชิญวิจารณ์และบอกข้อผิดพลาดได้เสมอครับผม



โดย: dont wanna no วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:2:33:14 น.  

 
แวะมาติดตามต่อค่ะ ... บางทีไม่ได้เม้นท์เอาไว้ทุกตอน
ก็ขอโทษคุณ dont ไว้ก่อนนะค่ะ ...

ชอบอ่านงานที่คุณเขียนจังค่ะเพราะอ่านแล้วเหมือนเพื่อน
ไปแล้วแวะมาเล่าให้ฟัง อ่านไปเพลินดีเลยค่ะ ... เขียน
มาเรื่อยๆ นะค่ะ จะติดตามไปตลอดเลยค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:4:16:48 น.  

 
นกน่ารักดีจัง


โดย: Bluejade วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:5:54:09 น.  

 
รูปสวยทุกรูปเลยค่ะ


โดย: puimnida (puimnida ) วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:7:01:27 น.  

 
ดูภาพและอ่านคำบรรยาย อยากไปเลยค่ะ ^^




...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:7:05:05 น.  

 
อิจฉาหง่ะ อยากปาย jap ม่าง .. รูปใบไม้เปลี่ยนสี เหมือนภาพวาดเลย


โดย: ตอนนี้อารมณ์สีฟ้า วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:45:48 น.  

 
ตามไปเที่ยวครับ..วิวสวยดี

ชอบป่าสน...

แต่..ไม่มีรูปสาวยุ่น..มั่งเร้ออออ..ครับ


โดย: กุมภีน วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:04:51 น.  

 
ชอบมุมที่เป็นควันกำมะถันจังค่ะ ไม่เบื่อเลย


โดย: Tai-Sarunya IP: 202.28.179.1 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:49:30 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยคนนะค้า....


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:12:02:31 น.  

 
น่าไปน่ะค่ะ ฮอกไกโดยังไม่เคยไปเลยค่ะ แล้วได้ไปอาบน้ำแร่ที่อองเซนใหมค่ะ น่าอิจฉาจังเลย ขอบคุณที่นำภาพสวยๆมาฝาก


โดย: erina (erina ) วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:26:23 น.  

 
แวะเข้ามาทัก ขอบคุณที่แวะเข้าไปที่บล๊อคคะ เด๋วจะกลับมาอ่านหัวข้ออื่นๆ นะคะ

รูปสวยมากเลยคะ อยากไป ๆๆๆๆ


โดย: nuyo (CooKiiE ) วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:21:00 น.  

 
ว้าว..... ไม่ได้มาเยี่ยมนาน แอะไปเที่ยวอีกแล้ว....

เด๋วคืนนี้มาอ่านแบบเจาะลึก + Spelling Check ให้ด้วยครับพี่.... อิอิ...


โดย: namit วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:17:58:52 น.  

 
thank a lot ที่แวะไปเยี่ยมเยียนบล็อคค่ะ


ภาพ ซ้วย-สวย เนอะ



โดย: cocobellove วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:19:01:53 น.  

 
เป็นประเทศนึงที่อยากไปครับ แต่...


โดย: noom_no1 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:20:28:23 น.  

 
งามมากค่ะ


โดย: p_tham วันที่: 2 พฤศจิกายน 2548 เวลา:5:55:40 น.  

 
ภาพถ่ายจากรถกระเช้าสวยจังค่ะ

เห็นแล้วอยากไปบ้าง


โดย: keyzer วันที่: 2 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:33:11 น.  

 
น่าไปมั่กๆเลยค่ะ


โดย: นุทศรี!! วันที่: 2 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:49:57 น.  

 
ฮ.นกฮูกตาโต
ภาพสวยค่ะ ดีจังได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว


โดย: jan_tanoshii วันที่: 2 พฤศจิกายน 2548 เวลา:20:26:15 น.  

 
มางง เรื่อง โค๊ด เลย แวะ มาเที่ยว
แหะ แหะ


โดย: ลำน้ำ C วันที่: 2 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:05:57 น.  

 
แอ๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เที่ยวบ่อยจิงเว้ยยยยยยยยยยยยยยย

อยากไปบ้างงงงงงงงงงง

อยากเห็นหน้าป๋าอ่ะ เอารูปตัวเองลงบ้างเด่ะ


โดย: แมวซ่า วันที่: 3 พฤศจิกายน 2548 เวลา:8:16:07 น.  

 
มาอ่านแล้วนะคะ



โดย: มรกตนาคสวาท IP: 203.148.136.67 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:43:19 น.  

 
เคยไปญี่ปุ่นมา2ครั้งแล้ว เพราะมีเพื่อนอยู่ที่โน่น
แต่ของคุณนี่แจ๋วจริง ทั้งเรื่องและรูป
ไว้ไปด้วยกันมั้ย ที่พักฟรีจ้า พูดจริงนะ


โดย: Rina IP: 203.150.202.226 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:11:24 น.  

 
บล็อกใหม่ครับ NisBlog.com


โดย: webmaster IP: 61.90.124.106 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:14:25 น.  

 
ทำไมไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับนกฮูกเลยว่ะแม่งน่ะโว๊ย


โดย: ปนัดดา 3/6 IP: 124.120.198.77 วันที่: 22 กันยายน 2549 เวลา:12:35:02 น.  

 
จะไปกุมภานี้ ขอถามว่าสามารถไปเช้าเย็นกลับได้ไหม
และถ้าไปถึงสถานีโรปเวย์ มีอะไรทำบ้างเอ่ย


โดย: น้อง IP: 203.209.25.141 วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:16:16:33 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

dont wanna no
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]








Google all webbloggang



คำเตือน

ขอสงวนสิทธิ์ข้อความและภาพ ตลอดจนชื่อคำขวัญ (slogan) และข้อความ "เที่ยวไปงงไป" ที่ปรากฏทั้งหมดในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ห้ามมิให้นำไปดัดแปลง ต่อเติม ทำซ้ำ หรือเผยแพร่และอ้างอิงส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด



สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกพันทิป ท่านสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการตกแต่ง blog ของท่านได้ด้วยความยินดีมากครับ ตกแต่งเสร็จแล้วมาตามไปดูบ้าง จะยินดีมากขึ้นไปอีก

Friends' blogs
[Add dont wanna no's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.