มังกรเขียว...ในหมู่ไม้...ใต้เงาเมฆ

Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
1 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 

จากเขาสู่เขา:::From Hill to Horn

-ที่ที่มี'เขา'-

ครบอาทิตย์แล้ว ที่พวกเราสามคนในรถหนึ่งคัน มุ่งหน้าออกจากบ้าน
ที่อยู่นอกเมือง ผ่านเข้าเมือง และออกจากเมือง เพื่อไปยังสถานที่
แห่งหนึ่ง 'ที่ที่มีเขา'

เราตื่นเช้า ทั้งที่เป็นวันอาทิตย์ ดวงอาทิตย์สาดแสงจ้า
ดุจประกาศให้รู้ว่าวันนี้วันของใคร เวลาเจ็ดโมงกว่านับว่ายังเช้าไม่น้อย
แต่แสงแดดกล้า กลับไม่ปราณีผู้ใด พวกเราลงจากรถ เดินผ่าน
ลอดซุ้มประตูใหญ่ และพบว่า ไม่ได้มีแค่พวกเราเท่านั้นที่มาหา 'เขา'

ฝูงชนมากมายเรียงรายรอบลานตั้งแถวสี่ด้าน มีทั้งใกล้น้อยและใกล้มาก
แต่ไม่มีใครห่างจากเขา งานนี้'เขา'สำคัญ

เขาไม่ใหญ่นัก สอดคล้องกับชื่อ 'เขาน้อยสีชมพู'
เขาที่โฆษกของงานประกาศหลายครั้งว่าเป็นทั้งวัด สถานที่ท่องเที่ยว
ทางธรรมชาติ(แบบเขาๆ) เป็นที่ตั้งโบราณสถานปราสาทหินแบบขอม
และเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นประเทศเพื่อนบ้าน 'กัมพูชา'


-เหตุที่'เขา'สำคัญ-

วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 เป็นโอกาสที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลก
หลังจากเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อเทศน์โปรด
พระพุทธมารดา ที่ได้กำเนิดเป็นเทพบุตรอยู่ในชั้นดุสิต จนบรรลุโสดาปัตติผล
ครั้นออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 แล้ว จึงเสด็จลงจากเทวโลก
ที่เมืองสังกัสสนคร ในกาลที่เสด็จลงจากเทวโลก ทอดพระเนตรเห็น
ทั้งเทวโลก พรหมโลก จนถึงอเวจี เชื่อมเป็นเนินเดียวกันทอดยาวลงไป
ทั้งเทวดา มนุษย์ และสัตว์นรก ต่างแลเห็นกันได้หมด

รุ่งขึ้นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ชาวเมืองจึงพากันทำบุญตักบาตร
เรียกว่าตักบาตร ตักบาตรเทโวโรหนะ เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น
เป็นประเพณีสืบมา

การตักบาตรดาวดึงส์ เพื่อการระลึกถึง สถานที่อันเป็นเนินเขานั้น
ย่อมสำคัญ ไม่ใช่จะจัดกันได้ทุกที่ เพราะถ้าไม่มี 'เขา'
เป็นพระเอกของงาน ให้พระสงฆ์ท่านเรียงแถว ลงเนินมาบิณฑบาตแล้ว
ก็คงไม่ได้อารมณ์ลงจากดาวดึงส์เป็นแน่แท้

Photobucket

อีกทั้งขบวนนางฟ้า เทวดาตัวน้อย ที่ถือธงทิว โปรยปรายดอกไม้
นั้นเรียกความเอ็นดูและอิ่มใจแก่ผู้มาทำบุญ ได้มากโขทีเดียว

Photobucket

นางฟ้ารุ่นจิ๋ว จนน่าจะเรียกว่าเด็กหญิงฟ้า

Photobucket

ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส่ เตรียมข้าวของรอใส่บาตร

Photobucket

Photobucket

ปราสาทผึ้ง ที่ชาวบ้านนำมาถวายในวันออกพรรษา
หลังที่เห็นตั้งอยู่กลางลานที่ชอบบ้านรอทำบุญ คาดว่า
น่าจะเป็นผลงานของหมู่บ้านที่ได้รางวัลชนะเลิศ
ในการประกวดเมื่อวานนี้ เข้าไปดูใกล้ๆ แล้วฝีมือละเอียดมากทีเดียว

Photobucket

พระสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์เป็นสิริมงคลแก่ชาวบ้าน

Photobucket

Photobucket

ขบวนแห่วนกันหลายรอบ ท่ามกลางแสงแดดที่แผดกล้า


-ร่มจามจุรี กลิ่นดาวเรือง-

หลังจากเดินตามขบวน วนรอบลานไปหลายรอบ เพื่อจะเก็บภาพให้ถูกใจ
เหงื่อเริ่มซึมๆ ที่หลัง ทั้งที่อากาศแห้ง แต่แดดก็แรงแผดเผาไม่ปราณี
เรากลับเข้าไปอยู่ในแถวเพื่อรอใส่บาตร ดักถ่ายนางฟ้า และพระคุณเจ้า
ที่ประพรมน้ำมนต์ กว่าจะถึงคิวใส่บาตร กลีบดอกไม้ก็โปรยปราย
เต็มหัวเต็มหูไปหมด ทั้งข้าวสารอาหารแห้งที่เตรียมมา ก็เหลืองอร่าม
กันอย่างทั่วถึง ชาวบ้านบางคนเอื้อมมือข้ามโต๊ะที่วางของ
มาหยิบกลีบดอกไม้ในขันนางฟ้า โปรยกลับบ้าง เหมือนเป็นการ
อวยพรกลับ ซึ่งทุกนางก็ยิ้มรับกันอย่างชื่นมื่น

Photobucket

พอของที่เตรียมมาในตะกร้าหมด ฉันก็ออกตระเวนเก็บภาพอีกรอบ
ตากล้องงานนี้เดินกันขวักไขว่ ทั้งกล้องเล็กกล้องใหญ่ เดี๋ยวนี้มีกัน
ทุกบ้าน กล้องใหญ่สีดำๆ ที่ถ้าเป็นเมื่อก่อนใครถือคงโดดเด่น ราศีนักข่าวจับ
เดี๋ยวนี้ก็เดินถือกันเป็นเรื่องปกติ มีทั้งชาวบ้าน ลูกหลานที่กลับบ้านช่วง
ปิดเทอม และนักท่องเที่ยว รวมทั้งตากล้องของทางวัดที่มีพาหนะทุ่นแรง
ส่วนตัว เป็นจักรยานไฟฟ้าขับฉวัดเฉวียนไปทั่วงาน ตั้งใจเก็บภาพ
คนในครอบครัว และภาพบรรยากาศกันอย่างขะมักเขม้น

เดินอีกสักพัก ผิวกายร้อนผ่าวแทบทนไม่ไหว เริ่มมึนหัว วิ้งๆ
หลบเข้าไปพักใต้ต้นจามจุรีใหญ่กลางลาน หลังพิงโต๊ะหิน
ตามองผู้คนที่ทยอยผลัดเปลี่ยนกันใส่บาตร หลายคนมารอตั้งแต่เช้า
แต่ทางวัดเริ่มพิธีสายหน่อยเพราะรอพระที่มาจากอีกวัดในอีกตำบล
ที่มีประเพณีนี้เหมือนกัน ลำพังพระที่จำพรรษาในวัดเดียวนั้น
เรียงแถวลงจากเขา ขบวนคงไม่ยิ่งใหญ่ และไม่สมดุลกับปริมาณคนใส่บาตร
จึงนิมนต์พระวัดต่างๆในอำเภอมารับบาตรกันในคราวเดียว

ยิ่งสายแดดก็ยิ่งกล้า ชาวบ้านใครมาก่อนใส่ก่อน ของหมดก็ทยอยออกไป
คนใหม่ก็เข้ามา แต่บรรดานางฟ้าเทวดา และเหล่าสงฆ์ ต้องเดินวนกัน
หลายรอบนับชั่วโมง พระท่านนอกจากเดินกลางแดดแล้ว ยังต้องอุ้มบาตร
ถึงจะมีชาวบ้านและเด็กวัดช่วยกันถ่ายของออกตลอด แต่ก็หนักใช่ย่อย
บางรูปก็เริ่มชรา ดูเป็นการทรมานสังขารท่านมิใช่น้อย

Photobucket

ระหว่างที่ฉันนั่งรอให้คลายอาการวิงเวียน มีลมพัดผ่านมาบ้าง
ลมที่ใต้ต้นไม้ นั้นมีอุณหภูมิต่ำกว่าเมื่ออยู่กลางแดดอยู่โข
เพราะลมเมื่ออยู่กลางแดดนั้นแม้จะเคยเย็นแห้งๆ แบบลมหนาว
แต่เมื่อผ่านไอแดดกลับกลายเป็นทั้งร้อนทั้งแห้งทรมานผิว
หากเมื่อนั่งใต้ร่มไม้ ลมนั้นยังพอมีความชื้น เย็นฉ่ำชื่นใจ

ฉันสูดอากาศเย็นๆ นั้นเข้าไปเต็มปอด พลันกลิ่นหอมอย่างหนึ่ง
ที่อบอวลอยู่ทั่วบริเวณมาตลอด เพียงแต่ทีแรกไม่ได้ใส่ใจ
ก็ลอยมากระทบกับฆานประสาท แม้ดอกไม้สีสดส่วนใหญ่จะไม่หอม
ดอกดาวเรืองที่หลายคนอาจจะว่าฉุน แต่ในวินาทีนี้มันหอม
ฉันเหลียวไปมองรอบๆ ที่ฉันเพิ่งรู้สึกว่ากลิ่นมันเข้มข้นกว่าปกติ
คงมีที่มาจากกลุ่มสาวน้อยสาวใหญ่ ที่ล้อมวงเร่งปลิดกลีบดอกไม้
ใส่ในกะละมัง ให้สำหรับไปเติมในขันของนางฟ้า ให้ทันกับ
ที่โปรยออกไป ดอกไม้ที่มีมาเติมเรื่อยๆ ก็ไม่ได้หาจากไหนไกล
ดอกไม้จากกำที่เราใส่บาตรไปนั่นแหละ ฉันลุกไปชะโงกดู
เห็นมีทั้งกล้วยไม้ และดาวเรือง หอมตลบไปหมด แม่บอกว่า
ทำบุญแล้วเห็นผลทันตาเลยทีเดียว

Photobucket


-จาก'เขา'สู่'เขา'-

เมื่อฉันเก็บภาพจนพอใจแล้วก็เดินกลับไปหาแม่กับพี่สาว
นึกไปถึงเมื่อหลายปีก่อนที่เคยมาตักบาตรเทโวที่วัดนี้
ฤดูกาลนี้ของกินที่ขาดไม่ได้ก็คือข่าวเม่า และยอดคุณแม่
ก็ไม่พลาดซื้อไว้ให้เราได้ลิ้มรส หนึ่งครั้งในรอบปีจริงๆ ด้วย
ข้าวเม่าสีเขียวสวย อ่อนๆ นิ่มๆ เคี้ยวหนึบๆ หอมกลมกล่อม
เห็นว่าราคาต่อกระป๋องขึ้นจากเมื่อปีนู้นมาห้าบาท
นั่งรถเคี้ยวไปตลอดทาง จนถึงบ้าน รับสมาชิกอีกคน
ที่เหลือขึ้นรถ ตอนนี้ครอบครัวเราครบแล้วสี่คนพ่อแม่ลูก
ไปตามหาอีก'เขา' หนึ่งกัน...


-ขาด'เขา'ไม่ได้-

สารถีพี่สาวของเรา พารถมุ่งสู่ ต.ศาลาลำดวน อ.เมือง จ.สระแก้ว
จากอ.อรัญประเทศที่พวกเราอยู่ บรรดา 'เขาๆ' เหล่านั้นจะอยู่ทางซ้ายมือ
เห็นป้ายืางเข้า 'โรงเรียนกาสรกสิวิทย์' และร้านกาแฟ 'ควายคะนอง'
เราก็เลี้ยวรถเข้าไป รับบัตรจากเจ้าหน้าที่ที่ป้อมด้านหน้าก่อน

Photobucket

เลี้ยวผ่านป้อมมานิดเดียวก็เห็นป้ายโรงเรียน พร้อมกับรูปปั้นเหล่า
เพื่อนสี่ขาสอง'เขา' ในอิริยาบถต่างๆ หน้าตายิ้มแย้มยืนประกบป้ายอยู่

Photobucket

แค่เห็นป้ายโรงเรียน ก็อารมณ์ดีแล้ว

'โรงเรียนกาสรกสิวิทย์' เป็นโครงการพระราชดำริของ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ที่ทรงมุ่งมั่นสืบสานพระปณิธานแห่งความพอเพียง
โดยสร้างเป็นห้องเรียนกลางแจ้งสำหรับชาวนา และควายไทย
ให้รู้จักการทำนาตามแบบฉบับภูมิปัญญาไทย

พระองค์ทรงเปิดโรงเรียนอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่
10 มีนาคม 2552 ภายใต้การดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนา

"กาสร" แปลว่า ควาย

"กสิวิทย์" คือ ศาสตร์แห่งการทำกสิกรรม

"กาสรกสิวิทย์" จึงหมายถึง สถาบันอันประสิทธิ์ประสาทวิชา
ว่าด้วยการเลี้ยงควาย เพื่อการทำเกษตรกรรม

ด้วยความที่ครอบครัวเราไปถึงตอนใกล้เที่ยง จึงตัดสินใจ
สั่งอาหารรับประทานกันก่อน ที่ร้าน'ควายคะนอง'
ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จมาทรงเปิดร้านไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2553 นี่เอง

Photobucket


-สระมะรุมล้อมรัก-

ภายในร้านจัดที่นั่งที่มีบรรยากาศหลายรูปแบบ ทั้งแบบในเรือนไม้
นั่งพื้น แบบนั่งโต๊ะใต้ชายคา แบบนั่งโต๊ะใต้หลังคาระแนงไม้ในสวน
ที่นั่งริมน้ำ และรอบระเบียงกว้างเห็นทิวทัศน์สระมะรุมล้อมรัก
แหล่งน้ำชื่อน่ารักสำหรับใช้สอยในโครงการได้ในมุมกว้าง

เป็นบ่อขนาดใหญ่ที่ปลูกต้นมะรุมและต้นรักเรียงราย แต่ส่วนใหญ่
จะเห็นต้นมะรุมกับต้นแคเสียมากกว่า อยู่โดยรอบ ยังคงมีการสร้าง
ส่วนหรับประทานอาหารเพิ่มเติมอยู่ในขณะนี้

Photobucket

รอบบริเวณร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก มีตุ๊กตาดินเผา
รูปเด็กไทยและควายในอิริยาบทต่างๆ ตั้งอยู่แทบทุกมุม

Photobucket

ระเบียงสูงมองเห็นน้ำ คงต้องมานั่งตอนแดดร่มลมตกเสียหน่อย
นั่งกลางแแดดยามเที่ยงคงไม่ไหว

Photobucket

ริมน้ำ

Photobucket

หลังคาส่วนรับประทานอาหารที่ยังสร้างไม่เสร็จ

ระหว่างรออาหารเที่ยง เราก็เดินไปเมียงๆ มองดูสินค้าที่ระลึก
ได้เสื้อที่มีตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนมาสองตัว ในร้านยังมี
หมวก กระเป๋า โปสการ์ด ปากการูปมะรุม และสินค้าหัตถกรรมต่างๆ
ที่รับมาจากชาวบ้านในโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนา ที่อื่นๆ ด้วย

Photobucket

ยังดูของที่ระลึกไม่ทันทั่วดี อาหารที่สั่งก็มาวางรอที่โต๊ะแล้ว
เราลุกไปดูเครื่องดื่มของร้านควายคะนอง นอกจากจะมีชา กาแฟแล้ว
ที่นี่ยังขายน้ำสมุนไพรเช่นตะไคร้ อัญชัญ ฝาง กระเจี๊ยบ และน้ำพั้นช์ด้วย
เรากะจะลองดื่มน้ำที่ทำเองที่บ้านไม่ได้อย่างฝางหรือพั้นช์ แต่ปรากฏว่า
หมดทั้งคู่เลยตัดสินใจสั่งน้ำเปล่ามาขวดหนึ่งแทน

Photobucket

รายการเครื่องดื่มชื่อแปลกๆ

พออิ่มอาหารเราก็ขับรถชมบริเวณโครงการ เนื่องจากแดดร้อนมาก
ถ้าเดิน หรือขี่จักรยานที่มีให้เช่าในราคาเพียง 10 บาท ต่อคัน
คงเป็นลมไปก่อนแน่ๆ ซึ่งเราก็แวะตามจุดต่างๆ ที่มีนิทรรศการกลางแจ้ง
ให้ความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์การทำนา ทุกขั้นตอนตั้งแต่ไถ หว่าน ไปจนถึง
การเก็บเกี่ยวและแปรรูป เครื่องมือต่างๆ เช่น คันไถ แอก และคราด

Photobucket

หม่ามี้ลองใช้อุปกรณ์

Photobucket

มีอาคารสำหรับฉายวิดีทัศน์เกี่ยวกับโครงการด้วย

Photobucket

Photobucket

อีกที่ที่เราได้ใกล้ชิดข้าว(โดยไม่ต้องลงไปลุยน้ำ)

Photobucket

มุมหนึ่งของสระมะรุม

Photobucket

กระบือทรงเลี้ยง สามารถเข้าไปสัมผัสเพื่อนสองเขาได้อย่างใกล้ชิด

Photobucket

มองลูกด้วยความห่วงใย

Photobucket

เจ้าตัวนี้ดูโตเกินกว่าที่จะดูดนมแม่แล้ว ดูดแรงมาก ดูดเอาๆ
แต่ก็ไม่เห็นแม่มันว่าอะไร

Photobucket

เจ้าตัวเล็กนอนซึม พวกเราสันนิษฐานว่าอาจจะโดนพี่ตัวเมื่อกี้แย่งกิน

บริเวณใกล้ๆ ร้านควายคะนองมีบ้านดินหลายหลัง เปิดเป็นโฮมสเตย์ด้วยค่ะ
สนนราคาที่พักต่อคืน ห้อง 2 เตียง 500 บาท 3 เตียง 750 บาท
ไม่มีเครื่องปรับอากาศเพราะว่าบ้านดินมันเย็นอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่า
มีโครงการจะพัฒนา เพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างตู้เย็นเข้าไป

ร้านกาแฟควายคะนอง จะเปิดให้บริการถึงประมาณ 6 โมงเย็น
ก็จะปิดครัว อาจจะโอ้เอ้ชมบรรยากาศอีกสักเล็กน้อย อ้อ ที่นี่
ไม่จำหน่ายและไม่อนุญาตให้นำเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
เข้ามานะคะ เนื่องจากเป็นที่ส่วนพระองค์


-จาก'เขา'เหลือเรา-

Photobucket

ดวงอาทิตย์ยังไม่สิ้นเรี่ยวแรง เมื่อเราออกจากโรงเรียนมา
ทุกคนอ่อนเพลีย และเฉาแดด จนอยากจะถึงบ้านเร็วๆ
ยังดีที่ได้ชามะนาว กับกาแฟควายคะคอง มาจิบพอชื่นใจ
และโชคดีที่ทิศทางกลับบ้านของเราหันหลังให้กับทิศตะวันตก

แต่คนนั่งตอนหลังอย่างพ่อกับแม่ ก็ยังบ่นว่าขามาก็ส่องหลัง
ขาไปก็ส่องหลัง พี่สาวเลยบอกว่าเพราะอย่างนี้แจ้วมันเลย
มานั่งหน้าไง ฮ่าๆ

ทริปเล็กๆ ใกล้บ้าน ทั้งยังเป็นการทำความรู้จักสถานที่ท่องเที่ยว
ใหม่ๆ ของท้องถิ่น อนาคตน่าจะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และให้ความรู้
กับคนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี และเป็นที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับ
นักท่องเที่ยวจากต่างถิ่น

ทริปส่งท้ายก่อนเปิดเทอม ที่ได้ใช้เวลาร่วมกันกับคนในครอบครัวค่ะ


-------------------------------------------------------------------------

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • //th.wikipedia.org/wiki/ตักบาตรเทโว

  • //atcloud.com/stories/79444#

  • //www.salalumduan.go.th/index.php?page=newsdetail&news_id=60


  • --------------------------------------------------------------------------
    ชื่อบล็อกตอน จากเขาสู่เขา:::From Hill to Horn นี่
    แม่เป็นคนคิดค่ะ ชอบจริงๆ

    ตอนนี้เจื้อยแจ้วเปิดเทอมแล้วค่ะ แต่คงไม่มีผลกับความถี่ในการอัพบล็อก
    สักเท่าไหร่ เพราะเปิดเทอมก็ไม่อัพ ปิดเทอมมั้นก็ไม่อัพ(แย่จริงๆ)
    ขอบคุณชาวบล็อกทุกท่านที่ยังแวะเวียนเข้ามาทักทายกันนะคะ
    ช่วงนี้ลมหนาวมาแล้ว ทำร่างกายให้อบอุ่นไว้นะคะ ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ





     

    Create Date : 01 พฤศจิกายน 2553
    16 comments
    Last Update : 3 กันยายน 2554 7:11:40 น.
    Counter : 4406 Pageviews.

     

    วันเดียวเที่ยวสองที่ บล็อกยาวเฟื้อยเลย

     

    โดย: cruduslife 1 พฤศจิกายน 2553 8:42:33 น.  

     

    เข้ามาติดสอยห้อยตามไปเที่ยวเขาด้วยความเพลิดเพลินยิ่ง...

    เขียนเก่งจัง ได้ทั้งสาระและอรรถรสครับ

    ว่ากันถึงควายไทยแล้ว

    เมื่อสักยี่สิบปีก่อน เคยมองพวกนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและฝรั่งหลายชาติ

    ที่ร่ำร้องให้โชเฟอร์จอดรถริมถนน เพื่อลงไปดูและถ่ายรูปการทำนาของชาวนาไทย

    เขาเห็นการดำนา หรือการใช้ควายไถนาในเมืองไทย เป็นเรื่องประหลาดและน่าทึ่ง

    ในขณะที่ในตอนนั้น ชาวเราเองกลับเห็นเป็นเรื่องปกติธรรมดา และมองกลุ่มคนที่ไม่เคยเห็นเป็นเรื่องขบขัน

    แต่เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงยี่สิบปี

    ชาวนาไทยยุคนี้ ใช้ควายไถนาไม่เป็นกันแล้ว

    รถแทรคเตอร์นานาชนิดพาเหรดกันลงทุ่งแทนควายไทยเสียหมด

    ควายไทย จึงเหลือหน้าที่หลักเพียงประการเดียว

    นั่นคือถูกเลี้ยงและเติบโตเพื่อรอวันถูกส่งไปยังโรงฆ่าสัตว์

    ชาวนาไทยเอง ก็สลัดงานหนักในทุ่งในนาออกไป ไถก็ใช้เครื่อง ดำนาก็ใช้รถ เกี่ยวข้าวก็ยังใช้รถเกี่ยว

    เด็กไทยยุคใหม่ ก็เลยไม่เคยเห็นภาพของการทำงานร่วมกันเป็นทีมของชาวนาและควายไทย

    ทุกวันนี้ หลายแหล่งท่องเที่ยวจึงเอาควายและกระบวนการทำนาไปเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ

    อาการที่เราเคยยิ้มอย่างขำขัน เมื่อเห็นฝรั่งหรือคนต่างชาติดูควายไถนา ก็เลยขำไม่ออกแล้ว

    นับเป็นวัฏจักรที่หมุนเวียนเร็วจนเกินคาด...

    ตอนนี้เรามีโรงเรียนสอนควายไทยให้ไถนา...

    ต่อไป เราอาจต้องตั้งโรงเรียนสอนคนไทย(อีกจำนวนไม่น้อย) ให้รู้จักกระบวนการทำนา ปลูกข้าว

    ทั้งที่ อาชีพนี้เคยเป็นอาชีพหลักของบรรพบุรุษของเรามาหลายร้อยหลายพันปี...

    ขำไม่ออกจริง ๆ.

     

    โดย: ยังวัน 1 พฤศจิกายน 2553 10:01:50 น.  

     

    สวัสดีครับน้องเจื้อยแจ้ว

    อ่านเพลินทั้งบล็อกและเม้นท์ของคุณลุงแว่นเลยครับ

    พี่ก๋าก็ชอบชื่อบล้อกมากเลยครับ


     

    โดย: กะว่าก๋า 1 พฤศจิกายน 2553 12:52:39 น.  

     

    สวัสดีค่ะ มีเขาจริงๆด้วย 555

     

    โดย: ภูผา กะ วาริน 1 พฤศจิกายน 2553 21:45:34 น.  

     


    หาไปนานมากเลย
    เห็นอยู่บล็อคชาวบ้าน
    เรารีบเข้ามา say hello ค่ะ

    แถมแวะดูแห่"ปราสาทผึ้ง"

     

    โดย: เริงฤดีนะ 1 พฤศจิกายน 2553 23:52:55 น.  

     

    สวัสดีค่ะ ...

    ไม่ได้คุยกันนานพอควรเลย แต่ว่า..ความเพลิน
    ในการอ่านเรื่องเล่ายังคงเหมือนเดิมคือ
    มีสาระมากมายค่ะ

    บล็อกวันนี้อ่านไปแล้วก็ทำให้เห็นถึงความเป็นไทย
    ในบรรยากาศของปัจจุบันนะค่ะ..ชอบใจที่หลายๆ อย่าง
    ทำให้เราได้กลับไปมองอะไรแบบไทยๆ เหมือนก่อน
    แต่ว่าแม้จะเป็นแค่ภาพ แต่ว่าก็ทำให้มีความสุข
    ได้เช่นกันค่ะ เพราะว่ายังมีภาพที่เราสามารถติดตาม
    ชมกันได้แบบนี้ล่ะค่ะ

     

    โดย: JewNid 2 พฤศจิกายน 2553 2:29:14 น.  

     

    สวัสดียามเช้าครับน้องเจื้อยแจ้ว






     

    โดย: กะว่าก๋า 2 พฤศจิกายน 2553 6:45:02 น.  

     

    เขียนเก่งและเล่าได้อย่างเต็มอิ่มจริง ๆ ค่ะน้องเจื้อยแจ้ว

    พี่ไม่ได้ตักบาตรเทโวโรหนะมาหลายปีดีดักแล้วแหละ ขอบใจที่เก็บภาพบรรยากาศดีดีมาฝากกัน

    น้องควายนี้ปัจจุบันกลายเป็นสัตว์หา(ดู)ยากไปเสียแล้ว ไม่น่าเชื่อเลย ราคาตัวหนึ่งก็แพงมากด้วย ดีดีไม่ดูในอนาคตจะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงสงวนไปก็ได้

     

    โดย: prunelle la belle femme 2 พฤศจิกายน 2553 18:45:13 น.  

     

    เป็นทริปเล็ก ๆ ใกล้ ๆ บ้านที่น่าไปเที่ยวเหมือนกันนะค่ะน้องเจื้อยแจ้ว (ได้ไปทำบุญด้วย) เดี๋ยวนี้ควายหายากขึ้นทุกวันจริง ๆ ด้วยหละ แถวบ้านนอกที่พี่อยู่ก็เห็นเค้าเลี้ยงแต่วัวกันอ่ะ ควายแทบไม่มีเลย แบบเวลาพี่เห็นควายนอนจมปลักทีไร อยากรี่เข้าไปขี่ เอ๊ย ม่ายยยยยย (ไม่) อยากจับกล้องขึ้นมาถ่ายภาพมาก ๆ เลยหละ หุๆๆ

    เปิดเทอมแล้วใช่มั๊ย เทอมนี้ก็สู้ ๆ หละกันน๊า

     

    โดย: minporee 2 พฤศจิกายน 2553 20:07:11 น.  

     

    น่าเที่ยวจังคะ รูปถ่ายสวยทุกรูปเลย

     

    โดย: Mojo&Phadthai 3 พฤศจิกายน 2553 3:51:32 น.  

     

    ตามเจื้อยแจ้วไปเที่ยวเหมือนได้ไปเองเลย
    เห็นภาพบรรยากาศงานบุญแล้วท่าทางคงจะคนเยอะ เหนื่อยเอาการนะ
    ชื่อเรื่องนี่กิ๊บเก๋ ห้าดาวทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย..
    มีอีกที่นึงที่น่าไปคือโรงเรียนช้างสงครามที่อยุธยา อยากอวดเพื่อนฝรั่งมากเลยเนี่ย..
    ได้เที่ยวแบบนี้บ่อยๆก็ดีเลยนะ และที่สุดคืออบอุ่นใจเมื่อได้อยู่กับคนที่เรารัก ..จริงไหม

     

    โดย: แมลงจ่อย (Bug in the garden ) 3 พฤศจิกายน 2553 8:11:20 น.  

     

    ไม่เคยเห็นเลย บรรยากาศไทยๆ แบบนี้

     

    โดย: bettygirl 7 พฤศจิกายน 2553 11:58:12 น.  

     

    สวัสดียามเช้าครับน้องเจื้อยแจ้ว








     

    โดย: กะว่าก๋า 8 พฤศจิกายน 2553 6:32:59 น.  

     

    สวัสดีค่ะ
    บอกว่าเปิดเทอมแล้วอาจจะไม่มีเวลาแต่ว่าทิ้งบล๊อกนี้ไว้แบบว่า พี่มีมอมทึ่งเลยค่ะ เป็นบล๊อกยาว ๆ ที่เต็มอิ่ม ทั้งเรื่องและรูปสวย ๆ

    เห็นด้วยเรื่องชื่อบล๊อกค่ะ

     

    โดย: MeMoM 8 พฤศจิกายน 2553 13:46:48 น.  

     

    หวัดดียามค่ำวันสีส้มค่ะน้องเจื้อยแจ้ว ..
    สระแก้วพี่เคยไปครั้งสองครั้ง เมืองเค้าดูเงียบๆ ร้างไร้ผู้คนจังเลยละ .. เห็นเค้าว่าอรัญประเทศถึงจะคึกคัก ..

     

    โดย: Devonshire 11 พฤศจิกายน 2553 21:16:51 น.  

     

    มาชวนไปอ่านกลอนเกี่ยวกับดอกปีบที่บ้านครับ...



    ...กาสะลอง ขานพ้องชื่อ สื่อดอกปีบ

    ท่อยาวจีบ กลีบขาวขาว น้าวกิ่งโน้ม

    ยื่นแตรยาว เป่ากลิ่นหอม พร้อมประโคม

    ร่มประโลม โฉมประทิน กลิ่นประทาน...


     

    โดย: ลุงแว่น 12 พฤศจิกายน 2553 10:03:48 น.  

    ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
    Comment :
      *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
     


    cruduslife
    Location :


    [ดู Profile ทั้งหมด]

    ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
    ฝากข้อความหลังไมค์
    Rss Feed
    Smember
    ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




    I’m not going to tell the story the way that it happened. I’m gonig to tell it the way I remember it. --Great Expectations--
    Friends' blogs
    [Add cruduslife's blog to your web]
    Links
     

    MY VIP Friend

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.