<<
กันยายน 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
3 กันยายน 2549
 
 
ความสนุกราคาสี่เหรียญ

ชูจังกับเอริชอบกินอาติโช้กส์มากๆ โดยเฉพาะชูจัง.... เคยกินครั้งแรกในร้านอิตาเลี่ยนไฮโซแถวนอร์ธเอนด์ .... นับจากนั้นเป็นต้นมา คราใดที่เห็นเมนูมีคำว่า artichoke hearts เป็นส่วนประกอบในจาน เป็นต้องสั่งมาโซ้ยทุกที ไม่มีพลาด


หลายวันก่อนดูทีวีช่อง Food Networks เห็น เอ็มเมอรัล ลากาซซี่ (Emeril) สังหารอาติโช้กส์สด .... เราสองคนนั่งดูด้วยความตื่นตาตื่นใจ .... แล้วเห็นพ้องต้องกันว่า ไว้ไปซื้อแบบสดมาลองทำกินดูมั่งท่าจะดี .... ที่ผ่านมา เรากินแต่อาติโช้กส์ดองน้ำมันมะกอก (marinated hearts of artichokes) กัน เพราะมันใช้ง่าย และสังเกตว่าร้านอาหารก็ใช้แบบนี้มาทำให้เรากิน


พอไปถึงตลาด ก็ตกใจนิดนึงเมื่อเห็นราคา (ความจริงเอริตกใจมากเลยล่ะ) เพราะว่ามันหัวนึงตั้ง $1.99 แน่ะ! ... นับว่าแพงไม่ใช่เล่น เพราะส่วนที่กินได้จริงๆมีแค่นิดเดียว .... มองไปมองมาก็ไม่แปลกใจที่ทำไมตั้งนานเราไม่เคยคิดจะซื้อมันไปลองทำกินดูเลย .. อ่อ .. เพราะมันแพงเช่นนี้นี่เอง แถมต้องเอาไปทำอีท่าไหนถึงจะกินได้ เราก็ไม่รู้อีกด้วย!



สรุปว่า ซื้อมา 2 หัว .... แล้ววันนี้ก็มาลองต้มน้ำ กะจะสังหารมันตามวิชาที่ ทั่นเอมเมอรัลได้สอนเอาไว้ .....



ต้มน้ำไป ... น้ำเดือดใส่เกลือ... โอเค .... แล้วก็เอาอาติโช้กส์ ล้างๆๆๆๆ แล้ว จับยัดลงหม้อไป ปิดฝา


ฉับพลันเราก็นึกขึ้นได้ ... เวงกำ มันต้องต้มนานเท่าไหร่กว่าจะสุกเนี่ย... รีบมาเปิด ยาฮู่ หาวิธีกินอาติโช้กส์



โอ้โห ดีใจจัง! เจอแล้ว เค้าบอกว่า blanch แค่ 5 นาทีก็เสร็จ .... โอเคๆ ตั้งเวลา 5 นาที


แล้วก็ไปตักออกมาปอกเปลือก .... เอ ทำไมมันปอกยากจังหว่า .... ชูจังเห็นเอริปอกยาก ก็เลยมาช่วยปอก ...


สนุกมากค่ะท่าน ปอกกันคนละหัว ....
ปอกไปก็คุยกันไป ...

(เอริ) เอ แค่นี้มันสุกแล้วจริงเร๊อ ...?
(ชูจัง) นั่นสิ ... เอ๊ ... ตรงส่วนไหนน้า ที่เราจะเอามากินได้ ...
(เอริ) รู้สึกวันนั้น เค้ากินส่วนที่แดงๆ ได้ด้วยนะ
(ชูจัง) อืม แต่ทำไมของเราไม่มีไอ้แดงๆนั่นเลยล่ะ?

(เอริ) นั่นสิ ... อ๋อ คิดได้แล้ว..

ว่าแล้วเอริก็เอามีดผ่ากลาง ออกมาดูว่าไอ้แดงๆที่ว่านั่น มันอยู่ไหน (ขนาดผ่าแล้วก็ยังไม่ค่อยเจอ) .... ชูจังก็ปอกต่อไป ... ต่อไป... จนหมดเปลือก (หมดเลยจริงๆท่านผู้ชม เหลือแต่ใจมันจริงๆเลยค่ะ)

(ชูจัง) นี่ เจอไอ้แดงๆแล้ว .... ตรงกลางมันมีปุยๆด้วยนะ
(เอริ) จริงด้วย กินได้ไหมเนี่ย .. แล้วทำไมรอบๆมันแข็งจัง เวลาเรากินแบบแมริเนดมันยังก้อนใหญ่กว่านี้เลยนี่ (ตอนนี้ปอกจนเหลือจิ๋วเดียวแล้วค่ะท่าน)


ระหว่างที่พูด เอริก็ดึงเปลือก ดึงใบออกมาแทะๆ กินดูว่ามันเป็นไง .... ฮ่วย แข็งมากๆเด้อ เคี้ยวไม่ลง

ชูจังเริ่มเห็นท่าไม่ดี ก็เดินไปเปิดยาฮู่อีกรอบ ....



(ชูจัง) นี่ไง เจอแล้ว (รีบเรียกเอริมาอ่าน)
(เอริ) โห ... มันต้องต้มตั้ง 30 นาที นี่นา ..... เวงกำ รีบเอาไปต้มต่อดีกว่า ....

เอริก็จับหั่นสี่ แล้วเอาลงหม้อที่ต้มน้ำเดือดใส่เกลือไว้เรียบร้อย ....

(เอริ) แล้วถ้าต้มตอนนี้ ไอ้ปุยๆมันก็หายไปหมดน่ะสิ ?
(ชูจัง) นึ่งมันดีมั้ย ปุยๆจะได้ไม่หายไป

ด้วยความขี้เกียจหยิบซึ้ง ... เอริก็เลยตัดสินใจต้มไปก่อน อีก 15 นาที ... เดี๋ยวก็รู้....


ระหว่างนั้นก็ไปหาหนังสือทำอาหารฝรั่งมาเปิดดูว่า มีสอนวิธีจัดการอาติโช้กส์ มั่งมั้ย (ตำราอาหารฝรั่งมีเล่มเดียวทั้งบ้าน ได้แถมมาจาก supermarket ไม่เคยเปิดเลยอีกตังหาก)


(เอริ) เธอ .... ทำไมมันบอกให้ตักส่วน fuzzy center (ไอ้ปุยๆนั่นเอง) ออกทิ้งไปล่ะ? หรือว่าเป็นเพราะสูตรนี้เค้าจะยัดชีสลงไป?

(ชูจัง) เออใช่! จำได้แล้ว วันนั้นเอมเมอรัลก็บอกให้เอาช้อนตักออกทิ้งไปเหมือนกัน

(เอริ) (คิดในใจ) ... (ฮ่วย แล้วไม่บอกเร็วกว่านี้)


ชูจังช่วยหายาฮู่ให้ต่อไปอีก ...พบว่าต้องตักส่วนปุยๆนั่นทิ้งไปจริงๆ (5555)


พอครบ 15 นาที ... เราสองคนก็กลับไปยืนเล่นหน้าเตากันต่อ


(ชูจัง) นี่ไง ... รู้แล้ว ... เราก็หั่นไอ้ฟัซซี่เซ็นเตอร์ทิ้งไป แล้วถ้ากินไม่ได้ ก็อย่าเอาไปผัดรวมกับของอื่นๆ จะได้ไม่เสียของ

กว่าชูจังจะพูดจบ เอริก็ ...

(เอริ) เธอลองกินสิ อร่อยนะ นี่ไงๆ (แทะกินอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งส่วนที่ฟัซซี่ และไม่ฟัซซี่ แม่ชิมเรียบ... ก็อยากรู้นี่นา ว่าของสดๆ มันรสชาติยังไง แล้วทำไมเค้าถึงไม่กินไอ้ฟัซซี่เซ็นเตอร์นี่กัน)

ชูจังหันมาอีกที ... อึ้ง.. แล้วรีบบอก..

(ชูจัง) หยุดกินได้แล้ว! เห็นว่าอร่อยก็กินไม่หยุดเลยนะ ... เอาฮาร์ทสมันไปผัดกินได้แล้วนี่ไง ฯลฯ

(5555555)




แค่นี้แหละ .... ความสนุกราคาสี่เหรียญของเราสองคน
5555



ล.ป. เอริลองแทะใบมันกินแล้วล่ะ พบว่า ส่วนที่กินแล้วโช้ก (choke = ติดคอ) จริงๆเลยก็คือ ปลายใบ ที่แหลมๆ

ด้วยความสงสัยใคร่รู้ เอริก็จับมากัด มาชิม มาเคี้ยวไปเลยทีละส่วนๆ แล้วก็แทบติดคอตายกับไอ้ปลายใบนี่แหละ ... ไม่ว่าใบอ่อนขนาดไหน มันก็ปลายคม แทงคอได้ไม่ย่อท้อกันเลย .... คราวหน้าจะรู้ดีกว่านี้แล้ว ตัดปลายใบที่คมๆ ออก แล้วก็ต้มนานกว่านี้ ตั้งแต่แรก จะได้ไม่ปอกไปจนเหลือแต่ใจกลาง ทิ้งไป 95% ไฮโซสุดๆ อย่างวันนี้ ฮ่าฮ่า




Create Date : 03 กันยายน 2549
Last Update : 3 กันยายน 2549 6:16:11 น. 12 comments
Counter : 463 Pageviews.

 
5555555 สนุกดีจริงๆด้วย หนิงไม่เคยทานเลยอ่ะค่ะ ได้ข่าวมาแว่วๆว่ามันขม เลยไม่กล้า ( จริงเปล่าค๊า ? )



โดย: NSY วันที่: 3 กันยายน 2549 เวลา:7:05:04 น.  

 
หวัดดีค่ะ คุณหนิง .... มันไม่ขมนะคะ อร่อยดีค่ะ มันๆหอมๆ .... แต่ฝรั่งจะต้มหัวผักนี่ไปพร้อมกับน้ำมะนาว หรือน้ำส้มสายชู นะคะ ดึงรสเปรี้ยวหน่อยให้มันเด่นขึ้น และก็ช่วยไม่ให้ผักดำ ไม่น่ากิน ด้วยล่ะมั้ง ....

ลองซื้อมาเล่นดูสิคะ ตื่นเต้นนะ!


โดย: เอริ...จัง (เอริ...จัง ) วันที่: 4 กันยายน 2549 เวลา:0:47:34 น.  

 
แวะมาสนุกกะอะติโช๊คอีกรอบค่า
หนิงก็ไม่กล้าทำอีกนั่นแหละ ที่สวิสก็แพงค่า ลอกๆๆออกมาแล้วเหลือจิ๊ดเดียว ไม่รู้ว่าถ้าหนิงทำมันอาจจะไม่เหลือส่วนไหนเอาไว้ให้กินก็ได้ ไม่เสี่ยงดีกว่าเน๊อะ


โดย: NSY วันที่: 4 กันยายน 2549 เวลา:6:57:59 น.  

 
น่าร๊ากก




โดย: เด้กน้อยคนเดิม (เด็กน้อยคนเดิม ) วันที่: 4 กันยายน 2549 เวลา:11:47:31 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปฟังเพลงที่บล๊อคน๊ะ ว่างๆ แวะไปอีกนะจ๊ะ


โดย: N-Bankk วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:14:46:50 น.  

 
hi luk-kate! this is karn na ......remember? i just come across this blog accidently ja ...lucky me ni....

Long time no see na kub.. i can see that u r doing fine and happy. Enjoy yr time in US la kan na. Im now in sydney doing Ph.D ja ...last semester laaw sooooo tough

take care na

karn


โดย: karn IP: 138.25.50.221 วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:18:38:13 น.  

 


โดย: terry IP: 58.9.149.121 วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:21:55:27 น.  

 
หวัดดีทุกคนค่ะ ช่วงนี้แอบไปฟังเพลงจากหลาย blog เลยล่ะค่ะ คุณ N-Bankk



ถึงกานต์

อยู่ซิดนีย์มาหลายปีแล้วสิจ๊ะ เคยได้ยินจากเพื่อนของเพื่อน (ของเพื่อน และของเพื่อน ฯลฯ) ว่าเจอกานต์ที่ออสเตรเลีย... ได้ยินมานานกว่า 3-4 ปีแล้ว ... เคยได้ข่าวจากแม่ด้วยว่า กานต์โทรมาบอกว่าจะไปเรียนต่อแล้ว .. แต่ว่าตอนนั้นเราก็เดินทางมาเมกาซะแล้ว ก็เลยไม่เคยได้คุยกับกานต์อีกเลย

ดีใจที่เธอสบายดีนะจ๊ะ ... ดีใจด้วยที่ได้เรียนเอกแล้ว ... มันหนักหน่อยนะ แต่วันที่เราเรียนจบ ทำสำเร็จ เราจะภูมิใจกับมันมากๆเลย... เวลาเหนื่อยหรือท้อ ก็คิดถึงวันแห่งความภูมิใจนั้นเอาไว้ .... มันจะช่วยเรียกกำลังใจได้ดีเลยนะ ... ขอให้เรียนสำเร็จในเร็ววันตามที่ตั้งใจไว้นะ เราเองยังอยากเรียนเลย แต่ดูเหมือนตอนนี้จะไม่ใช่จังหวะ น่ะ

ว่างๆก็แวะมาเยี่ยม มาคุยเล่นใน blog เราได้ ... เราไม่รู้จะไปหาเธอเจอจากที่ไหน หวังว่ากานต์จะแวะมาอ่านอีกนะ


โลกมันช่างกลมจริงๆเลยนะ

เราน่ะ เจอคนที่รู้จักคนคนเดียวกัน หรือเป็นพี่ เป็นน้อง เป็นแฟนของคนที่เรารู้จักอยู่แล้วมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆวัน .... หลายๆครั้ง เรายังตกใจเลยว่า ทำไมโลกมันกลมอย่างนี้

ก็คงเพราะโลกมันกลม และโลกไซเบอร์ก็อาจจะกลมยิ่งกว่า ...


+++++++++++++++++++++++++

เพื่อนๆที่แวะมา เขียนทักทายไว้ได้นะคะ อยากจะรู้จักทุกๆคน ค่ะ


โดย: เอริ...จัง IP: 24.63.175.159 วันที่: 6 กันยายน 2549 เวลา:10:45:41 น.  

 
ดีใจที่เจอกันอีก .. แม้จะแค่ข้อความ ก็ตาม


โดย: เอริ...จัง IP: 24.63.175.159 วันที่: 6 กันยายน 2549 เวลา:11:25:06 น.  

 
ชอบทานอาติโช้กส์เหมือนกันค่ะ แต่ขี้เกียจทำ (จริงๆ แล้วทำไม่เป็น.. แหะ) ต้องไปทานตามร้าน เคยทานอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ดีๆ ก็เปิดมาเจอหนอนตัวใหญ่นอนซี้แหงแก๋สุกอยู่ใน 2-3 กลีบสุดท้ายค่ะ เล่นเอาทานไม่ลงไปอีกนานค่ะ เออ...นับแต่บัดนั้นก็ยังไม่ได้ทานอีกเลยค่ะ


โดย: the Vicky วันที่: 7 กันยายน 2549 เวลา:18:47:55 น.  

 
น่ารักจังเลย คู่นี้


โดย: ตาลเอง IP: 161.200.255.164 วันที่: 11 กันยายน 2549 เวลา:13:35:31 น.  

 
ชาอาร์ติโช๊ค Artichoke Tea บำรุงตับไตถุงน้ำดี
อาร์ติโช๊ค (Cynara scolymus) เป็นพืชที่นิยมปลูกในต่างประเทศ เฉพาะภูเขาสูงมากกว่า 1,500 เมตร เท่านั้น ปี 2513 นักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรป ได้ค้นพบสารไซนาริน ” มีคุณค่าทางอาหาร และยา นำมาบริโภคสด หรือปรุงอาหารได้ทุกส่วน หรือนำมาสกัดสารไซนาริน(cynarin) รับประทานเพื่อบำรุงรักษาสุขภาพได้ดี” ในยุคโบราณอาร์ติโช๊คเป็นอาหาร และยารักษาโรคของชาวอียิปต์ ชาวกรีก และชาวโรมัน และเป็นเมนูอาหารที่สำคัญในทุกงานเลี้ยงของกรุงโรม นอกจากจะเป็นอาหารเสริม แล้วยังมีสรรพคุณทางยา ดังนี้
1. ช่วยบำรุง กระตุ้นการทำงานของตับ ซึ่งตับเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่ในการสกัดสารพิษ หรือสิ่งแปลกปลอมออกจากกระแสโลหิต สร้างน้ำดีและน้ำย่อย และเปลี่ยนแปลงหรือสร้างสารอาหาร ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย
2. กระตุ้น การสร้างน้ำดีของตับ ทำให้มีประสิทธิภาพในการลดไขมัน (Chloresteral) ในเลือด ช่วยให้ระบบหลอดเลือดและหัวใจทำงานดี ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน
3. เสริมสร้างการทำงานของถุงน้ำดี ช่วยสร้างน้ำดีป้องกันถุงน้ำดีอักเสบ ซึ่งมักเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก ทำให้ระบบการย่อยอาหารดี ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก
4. ช่วยป้องกันตับอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคดีซ่าน และโรคตับแข็ง (Cirrhosis) ในประเทศบราซิล อาร์ติโช๊ค เป็นยาสมุนไพรพื้นฐาน ที่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยของตับ และโรคอื่นหลายโรค ได้อย่างกว้างขวาง เช่น โรคโลหิตจาง เบาหวาน ไข้ รักษาบาดแผล และเกาต์
สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม
www.kidneycynarin.com หรือ
www.kunvorapat.com
Tel: 081 – 627 1521, 02 - 888 – 9954 คุณวัลลภา


โดย: ชาอาร์ติโช๊ค Artichoke Tea บำรุงตับไตถุงน้ำดี IP: 183.89.51.252 วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:49:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 

เอริ...จัง
Location :
Massachusetts, United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




ยิ้มได้กับทุกวันของชีวิต
[Add เอริ...จัง's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com