หากมีแต่เพียงท่วงท่าภายนอก ไร้ภายในชักนำ ก็เรียกได้เพียงว่า"รำมวย" ไม่สามารถเรียกว่า "มวยไท่เก็ก"
<<
มกราคม 2550
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
24 มกราคม 2550

เฟิงจื่อเฉียง มังกรตัวสุดท้าย (ตอนที่3)




แม้จะมีคนพยายามหาเรื่องท่านมากมาย
แต่อจ.เฟิงรู้ดีว่า คนหนุ่มปากดีพวกนี้ ไม่ได้แข็งแกร่ง
หรือเก่งกาจเท่าไหร่ แค่ใจร้อนตามประสาเท่านั้น
ดังนั้นไม่ว่าพวกเขา จะพยายามข่มขู่อย่างไร
ท่านก็มักจะยิ้มๆ ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องจริงจัง

แต่แล้ววันหนึ่ง ขณะที่อจ.เฟิงนั่งทำงานในช็อป
อยู่ๆก็มีชายร่างใหญ่แข็งแรงคนหนึ่ง
มาล๊อกท่านไว้ทางด้านหลัง

ชายคนนี้เคยเป็นทหารมาก่อน
เขาเคยฝึกฉินหนา(วิชาหักล๊อก)
และเทคนิคการต่อสู้มาจากกองทัพ
เขาต้องการทดสอบฝีมืออจ.เฟิงมานานแล้ว
เมื่อสบโอกาสที่อจ.เฟิงไม่ได้ระวังตัวจึงลงมือ
ทั้งที่อจ.เฟิงยังนั่งอยู่นั่นเอง

แต่แล้ววินาทีที่เขาโอบรอบตัวอจ.เฟิง
เขาก็ถูกทุ่มลอยออกไปในอากาศ
และกระแทก พื้นอย่างหนักหน่วง
นั่นทำให้เขายอมรับอย่าง เต็มหัวใจ
ในความสามารถของอจ.เฟิง




อีกครั้งหนึ่ง มีนักสู้ ซึ่งไม่เชื่อว่า มวยไทจี๋
สามารถใช้ในการต่อสู้ได้ จึงมาท้าลองกับอจ.เฟิง
อจ.เฟิงยอมรับคำท้า เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น
เขาก็ปราดเข้าต่อย อจ.เฟิงเต็มแรง
เขารู้สึกว่า ร่างของอเฟิงสั่นไหวนิดหนึ่ง
แต่แล้ว กลับเป็นตัวเขาเองที่ถูกทุ่มลงกับพื้น..!

นักสู้คนนั้นงุนงง เมื่อเขาลุกขึ้นมาอจ.เฟิงจึง
สาธิตให้ดูอีกครั้ง คราวนี้ท่านให้นักสู้คนนั้น
ออกแรงผลักที่ลำตัวของท่าน พอเขาออกแรง
ก็ได้ยินเสียง เหิง ฮ่า จากตันเถียนของอจ.เฟิง
ทันใดนั้น ตัวเขาก็ถูกทุ่มจนล้มกลิ้งไปอีกครั้ง
ทำให้หมอนั่นงุนงงอย่างที่สุด

อจ.เฟิงอธิบายเรื่องตันเถียนเอาไว้ว่า
"ที่การเคลื่อนไหวของร่างกายสัมพันธ์กันทั้งหมด
ก็เพราะตันเถียน อย่างเช่นการฟาลี่ (ปล่อยแรง)
ตันเถียนจะหมุน และร่างกายทั้งหมดจะโฟกัสเป็นจุดเดียว
ด้วยวิธีนี้ แรงจะทะลวงเข้าไปหักกระดูกของคู่ต่อสู้ได้

ระหว่างการฟาลี่นั้น ร่างกายควรจะผ่อนคลาย
มีเรื่องหนึ่งที่ควรคำนึงอย่างยิ่งคือ การเข้าใจผิด
เรื่อง "พลังสั่น" พลังนั้นควรจะรวมเป็นจุดเดียว
ไม่ใช่กระจายไปทั่วร่างกาย ดังนั้นควรสั่นแต่เพียงน้อย
สมัยที่ฉันเรียนกับท่านเฉินฟาเคอนั้น การสั่นร่างกาย
เวลาฟาลี่นั้น เป็นข้อห้ามที่สำคัญอย่างยิ่ง"


ใกล้กับโรงงาน มีทีมนักมวยปล้ำอยู่ทีมหนึ่ง
มีสมาชิกอยู่สิบสองคน พวกเขาล้วนกำยำแข็งแรง
วันหนึ่งขณะที่อจ.เฟิงเดินผ่านลานฝึก
นักมวยปล้ำหนุ่มคนหนึ่งเห็นอจ.เฟิง
จึงมาล้อมรอบอจ.เฟิงเอาไว้ และบอกว่า
ต้องการทดสอบพลังของท่าน

อจ.เฟิงยิ้มอย่างใจเย็นและกล่าวว่า
"งั้นทำไม พวกคุณไม่ต่อแถวเรียงกัน
แล้วช่วยกันผลักฉันล่ะ"


พวกนักมวยปล้ำต่างเชื่อมันในกำลังของตนเอง
พวกเขาแต่ละคนมีพลังนับร้อยปอนด์รวมกันสิบสองคน
ต้องมีแรงไม่ต่ำกว่าสองสามพันปอนด์แน่ๆ
ทำไมถึงจะผลักผู้ชายคนเดียวไม่ได้..!

ดังนั้นพวกเขาจึงต่อแถวกันเหมือนรถไฟ
คนที่อยู่หน้าสุด ใช้สองมือดันท้องของอจ.เฟิง
แล้วทั้งหมดก็ออกแรงผลักด้วยกัน

อจ.เฟิงยืนอย่างมั่นคงราวกับเขาไท่ซัน แห่งชานตง
ท่านไม่ขยับเลยแม้สักนิ้วเดียว
และแล้วตันเถียนของท่านก็เคลื่อนไหว
ทันใดนั้น นักมวยปล้ำทั้งสิบสองคนก็ล้มลงกับพื้น
พวกเขาต่างก็ยอมรับในพลังของอจ.เฟิง

ปล. เรื่องนี้ไม่ใช่พลังพิสดาร
เพียงแต่ร่างท่านจมและผ่อนคลาย
เชื่อมแรงลงพื้นดิน เหมือนเป็นคาน

ดังนั้น คนผลักนั้น ไม่ได้ผลักท่าน
แต่ความจริงแล้วผลักพื้นดิน
ร่างกายท่านเป็นเหมือนสะพานแรงเท่านั้น
ดังนั้นจึงผลักเท่าไหร่ก็ไม่ไป

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ขึ้นกับระดับการฝึกด้วย
ถ้ามีคนผลักกันเยอะๆ
แล้วจมไม่พอ ผ่อนคลายไม่พอ
แรงที่ผลักมาไปติดอยู่ในร่างกาย
ส่งไปไม่ถึงพื้น ก็อาจโดนผลักก็ล้มเหมือนกัน


คลิปอจ.เฟิง สาธิตการใช้งาน
คู่ฝึกคือลูกเขยท่านเอง หวังเฟิงหมิง
ถ่ายที่ สวยเทียนถัง ในปักกิ่ง





หลังจากที่ท่านเฉินฟาเคอเสียไปในปี 1957
แม้อจ.เฟิงจะยุ่งอยู่การทำงานในโรงงาน
ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ท่านก็ยังคอยดูแล
เหล่าศิษย์น้องอยู่เสมอ ท่านตั้งกฎพื้นฐานให้
ศิษย์น้องทำตาม ในการสอนมวย คือ

"1.อย่าไปก่อปัญหา
2.ห้ามไปต่อยตีกับชาวบ้าน
3.ถ้ามีคนมาท้าสู้ ฉัน...จะสู้กับเขาเอง..!"


ดังนั้นจึงมีหลายครั้ง ที่ศิษย์น้องได้รับคำท้า
และ อจ.เฟิงต้องเป็นคนไปประลอง

มีที่แปลกๆอยู่ครั้งหนึ่ง คือ อจ.ชี่กง
มาท้าประลองทักษะ"ไป่กู" กับอจ.เฟิง
กฏคือต้องนั่งเข้าญาณสามวัน
โดยห้ามกินอะไร นอกจากดื่มน้ำได้เล็กน้อยเท่านั้น
ผ่านไปสามวัน อจ.เฟิงก็เดินออกมาฝึกขอเหล็ก
หนัก 19 กิโลของท่านได้ตามปกติ
ขณะที่อจ.ชี่กงคนนั้น เดินแทบไม่ไหว




หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะนึกสงสัยว่า
ท่านเฟิง กับ อจ.หวังเพ่ยซิน ซึ่งชอบประลอง
กับคนอื่นไปทั่วนั้น ท่านเป็นคนรุ่นเดียวกัน
อยู่ในปักกิ่งเหมือนกัน แล้วแบบนี้
อจ. ทั้งสองท่านเคยประลองกันหรือเปล่า
ฮี่ฮี่ฮี่

...แน่นอนครับว่า ทั้งสองท่าน
เคยแลกเปลี่ยนความรู้กันมาแล้ว
อย่างที่ท่านหวังเพ่ยซินเล่า ว่าท่านเคยไป
ขอความรู้จากท่านเฉินฟาเคอด้วยซ้ำ
ดังนั้น การประมือกับท่านเฟิงจะพลาดไปได้อย่างไร

ส่วนผลการประลองนั้น
ผมเองก็ไม่ทราบว่าจริงๆเป็นอย่างไร
ขึ้นอยู่กับว่า คนที่คุณไปถาม เป็นศิษย์อจ.ท่านไหนครับ

อุอุอุ...

อย่างไรก็ตาม อจ.ทั้งสองท่านต่างก็เป็น
มิตรสนิทกัน อจ.หวังเพ่ยซินกล่าวไว้ว่า
เฟิงจื่อเฉียง เป็นหนึ่งในอจ.มวยรุ่นเก่า
ของจริง ที่เหลืออยู่ไม่กี่คน


ภาพที่เฉินเจียโกว




ที่เฉินเจียโกวอันเป็นต้นกำเนิดของไทจี๋ตระกูลเฉินนั้น
มีอจ.มวย ยอดฝีมือสืบต่อกันมาทุกรุ่น และในรุ่นที่ 17
อจ.ที่โด่งดังที่สุดคือท่านเฉินฟาเคอ แต่หลังจาก
ที่ท่านมาสอนที่เป่ยจิงแล้ว อจ.เฉินก็สอนอยู่
ในเมืองหลวงตลอดมา ทำให้ที่นั่นกลายเป็น
ศูนย์กลางของไทจี๋ตระกูลเฉิน


หลังยุคปฏิวัติวัฒนธรรมสิ้นสุดลง ช่วงปี 1966-76
เลขาธิการของพรรคคอมมิวนิสต์ที่เฉินเจียโกว
ได้เขียนจดหมาย มาเชิญให้อจ.เฟิงไปสอนไท่จี๋ที่นั่น
อจ.เฟิงเดินทางไปเฉินเจียโกวสามครั้ง
สอนมวยให้เหล่าผู้สืบทอดรุ่นที่ 19
ผู้ฝึกไทจี๋หลายคนในเฉินเจียโกว ยังตามมาพบท่าน
ที่เป่ยจิงบ่อยครั้ง เพื่อศึกษาไทจี๋อย่างลึกซึ้ง
(โดยเฉพาะ กลุ่มศิษย์ท่านเฉินเจ้าขุย
ที่มาติดตามอจ.เฟิง หลังที่อจ.ท่านเสีย)

ภาพที่เฉินเจียโกว




อจ.เฟิงมีความสำพันธุ์แนบแน่นกับท่านเฉินเจ้าขุยอย่างมาก
ก่อนท่านเฉินฟาเคอจะเสีย ท่านได้ฝากอจ.เฟิง
ให้ดูแลท่านเฉินเจ้าขุยด้วย อจ.เฟิงจะฝึกฝนกับ
อจ.เฉินเจ้ากุ้ยอยู่บ่อยๆ คอยดูแลและปกป้องศิษย์น้อง

ดังนั้นเมื่อท่านเฉินเจ้าขุยจากไปในปี 1981
เมื่ออายุเพียง 53 ปีนั้น ทำให้อจ.เฟิงเสียใจมาก
และมักพูดอยู่บ่อยๆว่า ท่านไม่ได้ดูแลศิษย์น้องให้ดีพอ

ในปี 1981นั้นเอง อจ.เฟิงได้รับเชิญจากเพื่อนที่สถาบัน PE ปักกิ่ง
ให้ไปพบผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้จากต่างชาติ
ชาวต่างชาติคนนั้น มีความรู้เรื่องกังฟูหลายชนิด
เขามาเพราะต้องการพบอจ.มวยจีนของจริง
ถึงแม้ว่า ทาง BPEI จะแนะนำให้รู้จักอจ.หลายคนแล้ว
แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจ และ ขอพบกับอจ.เฟิงให้ได้..!


คลิปอจ.เฟิง สาธิตชุดฝึกของหุนหยวนไทจี๋ชุดหนึ่ง


***************

ต่อตอน สี่เลยครับ


Create Date : 24 มกราคม 2550
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2550 14:06:27 น. 1 comments
Counter : 859 Pageviews.  

 
whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!

GOD always forgive your mistake
the one that you cant even forget,
he always does it and always being with us
to help and blesss us for us whose heart is full of him


โดย: da IP: 124.120.5.122 วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:6:28:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Ramin&Indra
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




สำหรับท่าน ที่ไม่ยังไม่รู้จักมวยไท่จี๋นะครับ

มวยไทจี๋ หรือ ไทจี๋ฉวน
มาจากคำว่า ฉวน แปลว่า มวย + กับ ไทจี๋
เป็นวิชา การต่อสู้ชนิดเดียวกับ ที่เราเรียกแบบแต๊จิ๊วว่ามวยไทเก๊ก
หรือ ที่กลุ่มกายบริหารเพื่อสุขภาพ
สมัยใหม่ เอาไปดัดแปลงแล้วเรียก ว่า ไทชิ
รวมทั้งศัพท์ วัยรุ่นที่เรียกว่า "ทิชชี่"
แถมยังมีแบบผสมโยคะ เอาไปเรียกว่า "โยชิ"
หรือ "ไทคะ"อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม วิธีฝึกแบบสมัยใหม่นั้น
บางครั้ง เป็นเพียงการยืมชื่อมาใช้
เพื่อโฆษณาสรรพคุณ
โดยไม่ได้มีเนื้อหาสาระ เกี่ยวข้องกับมวยไทจี๋เลย
หรือไม่ก็ เป็นการใช้คุณประโยชน์ของมวย
แค่เพียงกระผีกริ้นของมันเท่านั้น

มวยไทจี๋มีคุณประโยชน์มากมายมหาศาล
ในหลากหลายด้าน หากคุณได้ศึกษาจากผู้รู้
และ ฝึกฝนอย่างจริงจัง เป็นวิชา ที่คุณสามารถ
ใช้เป็นวิชาประจำตัว เรียนรู้จากมันได้ไม่มีที่สิ้นสุดจนตลอดชีวิต

บล๊อกนี้ผมตั้งใจจะ รวบรวม ประวัติ และ
ท่ามวยไทจี๋ของหลากแบบ หลายสายอาจารย์
ของมวยไทจี๋ตระกูลต่างๆเอาไว้ เผื่อผู้สนใจจะได้สามารถเปรียบเทียบได้

จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน
ปัจจุบัน มวยไทจี๋แบ่งออกเป็นหลายแบบ
หลากตระกูล ที่สำคัญๆก็คือ
มวยไทจี๋ตระกูลเฉิน ตระกูลหยาง
ตระกูลอู๋ ตระกูลอู่ ตระกูลซุน
สายหมู่บ้านเจ้าเป่า สายบู๊ตึ๊ง

แต่ละสาย ยังแตกแขนงออกไปอีกมากมาย
รวมทั้ง สายแปลกๆ สาย ย่อยต่างๆอีก
ผมจะพยายามรวบรวมมาให้ดูกันครับ

ยังทำไม่เสร็จนะครับ มีหลายหัวข้อยังว่างอยู่
ค่อยๆทำไปเรื่อยแล้วกัน

ตอนนี้ หัวข้อที่มีเนื้อหาอยู่ คือ
** กำเนิดมวยไทเก๊ก
** มวยไทเก๊กตระกูลหยาง
** คำสอนปรมาจารย์
** ตำนานยอดฝีมือครับ
** ประวัติมวยไท่เก๊ก ทั้ง7สาย
** มวยไท่เก๊กตระกูลเฉิน

แต่ทั้งหมดก็ยังไม่ครบถ้วน
ยังคงอัพเดทเรื่อยๆครับ


บทความส่วนใหญ่ที่ผมเป็นคนแปล
จะมีข้อผิดพลาดในเรื่องการออกเสียง
ชื่อคน ชื่อสถานที่ภาษาจีน เพราะผมไม่รู้
ภาษาจีน และต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษเสีย
ส่วนใหญ่ ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าครับ

อัพเดท สัปดาห์ละครั้งครับ
[Add Ramin&Indra's blog to your web]