หากมีแต่เพียงท่วงท่าภายนอก ไร้ภายในชักนำ ก็เรียกได้เพียงว่า"รำมวย" ไม่สามารถเรียกว่า "มวยไท่เก็ก"
 
ตุลาคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
21 ตุลาคม 2549

ทวนเทพเจ้าหลี่ซู่เหวิน..!!

ใครที่เป็นแฟนการ์ตูนเคนจิ
คงไม่มีใครไม่รู้จัก ปรมาจารย์ปาจี๋ท่านนี้



ภาพ อจ.หลี่ซู่เหวิน รูปเดียวเท่าที่ค้นพบ
คิ้ว เครา ทรงผม ดูแปลกๆน่าจะเป็นเพราะ
มีใครบางคน เห็นรูปชำรุด พยายามแต่งภาพ
ผลเลยออกมาเป็นเช่นนั้น


ท่านหลี่ขึ้นชื่อ ทั้งในเรื่องอารมณ์ ความเข้มงวด
ในการสอน แต่ด้วยความเป็นอัจริยะในการต่อสู้
ของท่าน ได้พัฒนามวยปาจี๋ ในแบบของท่าน
ให้กลายเป็นวิชาการต่อสู้อันน่ากลัว
ที่สามารถล้มศัตรูได้ในกระบวนท่าเดียว
ผู้ที่ประมือกับท่าน ไม่ถึงตาย ก็มักจะพิการ

อจ .หลี่ซู่เหวิน หรืออีกชื่อหนึ่งว่า "ถงเฉิน"
เกิดในปีแรกของรัชสมัย ถงจื้อ หรือ คศ1864
ที่ มลฑลเหอเป่ย อำเภอชาง ตำบลตงหนาน
หมู่บ้านจางซา(มีบันทึกของราชการ ที่ผิดพลาด
บอกว่า เป็นที่ หนานเหลียง) และเสียชีวิต
ในปีที่ 23 ของรัชสมัยหมิงกั๊ว
หรือปีค.ศ.1934 เมื่ออายุได้ 70 ปี

ท่านหลี่เรียนปาจี๋ฉวน และวิชาทวน
จากอจ.จินเตี้ยนเซิง แห่งหมู่บ้านเมิ่ง
แต่ในบันทึกของราชการบอกว่าท่าน
เป็นศิษย์ของ อจ.หวงซีไห่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผิดพลาด

ในวัยเด็ก เพราะความยากจน
ท่านหลี่ถูกขายให้คณะงิ้ว เพื่อฝึกเป็นนักแสดง
แต่ต่อมาขาของท่านบาดเจ็บจึงถูกส่งกลับบ้าน

อจ.จินเตี้ยนเซิง เป็นผู้มีความรู้ทางการแพทย์
อจ.หลี่ขอให้ท่านช่วยรักษาขาให้
เพราเหตุนี้เองในเวลาต่อมาจึงได้เรียนมวย
กับปาจี๋กับอจ.จิน

เพราะความเคยชินสมัยอยู่คณะงิ้ว
ตลอดชีวิต อจ.หลี่จะสอนศิษย์
ด้วยการใช้การผิวปากออกคำสั่ง
เป็นเสียงแหลมๆ แบบที่ทำกันในคณะงิ้ว
ศิษย์คนใดก็ตามที่ทำพลาดไปจากจังหวะ
เสียงผิวปากของท่าน จะถูกลงโทษ

กล่าวกันว่าไม่เคยมีคำว่า"ดีพอ"ในมาตรฐาน
ของท่าน ศิษย์ของท่านจะถูกฝึกอย่างหนัก
ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกว่าท่านจะพอใจ
เพราะเหตุนี้เอง ศิษย์ของท่านแทบทุกคน
ล้วนมีฝีมือยอดเยี่ยมทั้งสิ้น

ในบางครั้งยามที่ท่านหลี่อารมณ์ดี
ท่านก็จะแสดงทักษะพิเศษ
ของนักแสดงงิ้วให้ดูเหมือนกัน
อย่างเช่น การตีลังกาบนเก้าอี้เป็นต้น

อาการบาดที่ขาเจ็บในวัยเด็กนี้ ยังคงติดตัวท่านไป
จวบจนถึงวันสิ้นอายุขัย
ขณะเดียวกัน ก็ได้สร้างลักษณะเฉพาะ
ที่เป็นเอกลักษณ์ ในท่ามวยปาจี๋
แบบของท่านขึ้นอีกด้วย



อจ.หลี่ซู่เหวินมีความสามารถในการใช้ทวนเป็นพิเศษ
ท่านสามารถสู้กับศัตรูได้แม้จะจับทวนด้วยมือเพียงข้างเดียว
เวลาฝึกท่านจะทาน้ำผึ้งบนแผ่นกระดาษ
เพื่อล่อแมลงวันให้บินมาเกาะ
แล้วฝึกใช้ทวนแทงทะลุแมงวันทุกตัวอย่างแม่นยำ
ไม่เพียงเท่านั้น ปลายทวนของท่าน เพียงโดนตัว
แมลงวัน แต่ไม่ทำให้กระดาษด้านหลังเสียหายแม้แต่น้อย

อจ.หลี่ซู่เหวิน สามารถใช้ทวนเคาะเบาๆ
ก็ทำให้ล้อเกวียนของเกวียนใหญ่เคลื่อนที่ไปได้
ครั้งหนึ่ง มีคนตอกตระปูตัวใหญ่ ยาว9นิ้วไว้ในกำแพงหิน
แม้แต่คนที่แข็งแรงที่สุดก็ไม่สามารถถอนตะปูออกมาได้
ท่านหลี่ซูเหวินเพียงใช้ปลายทวนงัดเบาๆตะปูก็หลุดออกมา
ผู้คนในเวลานั้น เห็นฝีมือทวนของอจ.หลี่ ดุจดัง
"อู๋จง"กลับมาจุติใหม่ จึงเรียกขานท่านว่า
ทวนเทพเจ้าหลี่ นับแต่นั้น


หมายเหตุ. อู๋จง เป็นปรมาจารย์ปาจี๋มุสลิมในยุคก่อน
ได้แสดงฝีมือทวน จนอ๋องซุนฉิน โอรสของ
ฮ่องเต้คังซีทึ่ง และเชิญท่านเป็นอาจารย์
ผู้คนในปักกิ่ง จึงเรียกขานท่านว่า
ทวนเทพเจ้า อู๋จง




ท่านหลี่นั้นตอนแรกไม่ยอมรับศิษย์
จนถึงวัยกลางคน ท่านได้รับน้ำใจจาก
ท่านฮั๋วเตี่ยนเก๋อมาก จึงยอมรับเป็นศิษย์

ต่อมาท่านฮั่วเตี่ยนเก๋อได้รับเชิญไปยังตงเป่ย
เพื่อเป็นอาจารย์มวยให้กับ ฮ่องเต้ เสวียนถ่ง (ฟูยี)
จักพรรดิองค์สุดท้ายของจีน



รูปร่างลักษณะภายนอกของท่านหลี่ซู่เหวิน
ไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไป
แต่จิตวิญญาณ และกิริยาท่าทางที่ปรากฏ
ทำให้ท่านดูสง่าผ่าเผย

หลังจากที่ ท่านซู่หลานโส่ว นายพลแห่ง
กองทัพตงเป่ยมาเรียนกับท่าน
เหล่าขุนศึกจำนวนมากก็ตามมาเรียนกับท่านด้วย
หลี่จิ้งหลิน นายพลใหญ่ของกองทัพ
ได้รับมอบหมายให้มาดูแลจังหวัดเหอเป่ย
ท่านนายพลจึงเชิญท่านหลี่ซู่เหวิน ไปสอนที่เทียนจิน

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ท่านหลี่จิงหลิน
ได้เชิญ อจ.มวยวิชาอื่นมาสอนที่บ้าน
ท่านด้วยอีกสองคน

อจ.หลี่ซู่เหวิน เห็นว่าอจ.มวยทั้งสองนั้น
มีฝีมือไม่ดีพอที่จะเป็นผู้ฝึกสอนได้
และรู้สึกไม่พอใจ หากตัวท่านจะต้องถูกจัด
อยู่ในระดับเดียวกับอจ.มวยทั้งสอง
คนนั้น อจ.หลี่จึงพยายามรบเร้าขอท้าประลอง
กับทั้งสองตลอดเวลา

จนกระทั่งวันหนึ่ง นายพลหลี่จิ้งหลินจัดงานเลี้ยง
จึงได้เปิดโอกาสให้ อจ.มวยทั้งสาม
แลกเปลี่ยนความรู้กันหลังอาหารค่ำ
เพื่อเป็นการสาธิต เปิดหูเปิดตา
ให้แขกเหรื่อที่มาร่วมงาน

อจ.หลี่รอคอยเวลานั้นอยู่นานแล้ว
ท่านแสดงท่า "PaiZhang" ของปาจี๋
(ผมไม่รู้ว่าท่าอะไร แต่ดูรูปได้ในการ์ตูนเคนจิ 5 5 5)
และกล่าวว่า ท่านจะใช้ท่านี้ เพียงท่าเดียวในการโจมตี



ภาพการประลองจากการ์ตูนเรื่องเคนจิ


เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น อจ.หลี่ก็ปาดฝ่ามือเข้าตี
ใบหน้าของคู่ต่อสู้ในทันที
ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้อีกฝ่ายคอหักเท่านั้น
แต่ดวงตายังทะลักออกมานอกเบ้า ตายคาที่..!

เมื่อ อจ.มวยคนที่สองออกมา
อจ.หลี่ยังคงใช้ท่าเดิม แต่คราวนี้
อจ.ท่านนั้นรู้ทัน เบี่ยงศีรษะหลบ
ฝ่ามือจึงพลาดไปโดนไหล่แทน
ฝ่ามันนั้นทำให้อีกฝ่ายไหปลาร้าหัก
กระดูกแขนหลุดออกจากเบ้า

ท่านนายพลหลี่จิ้งหลินไม่สบายใจมาก
ที่อจ.มวยที่ท่านเชิญมา ถูกอจ.หลี่ซู่เหวิน
ฆ่าตายไปคน และพิการไปอีกคน

ตั้งแต่นั้น ท่านหลี่จิงหลินก็เลยพยายามหลีกเลี่ยง
ปลีกตัวออกห่างจาก อจ. หลี่ซูเหวิน

ท้ายที่สุด อจ.หลี่ซู่เหวินจึงต้อง
กลับบ้านเกิดด้วยความผิดหวัง

เมื่อท่านหลี่ซู่เหวินอายุมากขึ้น
ตระกูลหลิวซึ่งเป็นตระกูลใหญ่ในชางโจวที่ร่ำรวย
และมีอิทธิพลทางทหารและการเมืองในภาคเหนือ
ได้เชิญอจ. หลี่ซู่เหวิน ไปสอนให้บุตรชาย อายุ 7ขวบ
ซึ่งก็คือ ท่านหลิวหยุนเฉียว
ศิษย์คนสุดท้ายของท่านหลี่ซู่เหวินนั่นเอง




คลิปสารคดีอจ.หลิวหยุนเฉียว



อ.หลี่สอนลูกศิษย์อย่างเข้มงวด เน้นเก็บจิตซ่อนพลังไว้ภายใน
ทำให้ อ.หลิวซึ่งเป็นเด็กไม่ชอบอยู่เฉย
อึดอัดในการฝึกฝนเป็นอย่างยิ่ง

ในช่วงปีแรกๆ อจ.หลี่สอนแต่ให้ยืนม้า
ผ่านไปสามปีก็ยังฝึกแต่พื้นฐาน
อจ.หลิว ขอให้บิดาของท่านช่วยพูดกับอาจารย์หลี่ให้
แต่อ.หลี่ ตอบเพียงว่า
“ ฉันบอกให้ฝึกอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น ”

อจ.หลิวจึงจำต้องฝึกต่อไป ไม่นานจากนั้น อจ.หลี่
จึงค่อย สอนมวยปาจี๋ ทวนใหญ่หกประสานให้
จนกระทั่งอจ.หลิวอายุ 19
เมื่ออจ.หลี่เห็นว่า อจ.หลิวฝีมือดีแล้ว
จึงพาออกเดินทางไปชานตุง เพื่อเยี่ยมเยียนสหาย
และ ให้อจ.หลิวทดสอบฝีมือ
กับเหล่าชาวยุทธสำนักต่างๆ

ต่อมา อจ.หลี่ซู่เหวิน ได้พาอจ.หลิวไปพักที่
จวนแม่ทัพ ของนายพล จางเสียงอู่ ศิษย์ของท่าน
ซึ่งตอนนั้นเป็นผู้ปกครองชานตง
ผู้ช่วยของนายพลงจาง ก็เป็นญาติของอจ.หลิว

เรื่องที่เล่ากันว่า ท่านหลี่ซู่เหวิน กินไก่โดย
การเคี้ยวบดทั้งเนื้อและกระดูกก็มาจากช่วงนี้

อจ.หลิวหยุนเฉียว เล่าว่า เมื่อท่านหลี่ซู่เหวินมีเวลาว่าง
ท่านก็จะไปเก็บก้อนหิน ตามรางรถไฟ
มาล้างให้สะอาด และใช้ฟัน หักหินนั้นจนแตกละเอียด
เป็นที่น่าตกใจ แก่ผู้ที่ได้เห็น



ภาพ อจ.หลิวหยุนเฉียว คนหนุ่มเสื้อดำ
กับอจ. อ.ติงจื่อเฉิง ชุดขาวคนที่ 3 จากซ้าย
และ เหล่าศิษย์พี่น้อง ที่เรียนมวยตั๊กแตนด้วยกัน

คลิปตัวอย่างมวยตั้กแตนหกประสาน




ต่อมาเมื่อ อจ.หลิว ไปฝึกปากว้าจ่าง และชิงกง (วิชาตัวเบา)กับอจ.กงเป่าเทียน
และเรียนมวยตั๊กแตน กับฝ่ามือหกประสานจาก อ.ติงจื่อเฉิง
เมื่ออจ.หลี่ซู่เหวิน ไม่มีคู่ฝึกด้วย ท่านก็เลยฝึกด้วยการเตะ
และ ตีต้นไทรใหญ่สองต้น ที่อยู่ด้านหน้าศูนย์การศึกษา ของเขตการปกครองหวง

ต้นไทรทั้งสองต้นนั้น มีอายุยาวนาน
มีกิ่งก้านสาขามากมาย ลำต้นเหนียวและหนามาก
เป็นต้นไทรที่ชาวท้องถิ่นเคารพบูชา
ผ่านไปไม่กี่เดือน ต้นไทรต้นหนึ่ง ก็แห้งตาย
เพราะการฝึกของอจ.หลี่ซู่เหวิน



อจ.หลิวหยุนเฉียวอธิบายว่า
เป็นเพราะ อจ.หลี่มีฝีมือสูงเกินไป
จนไม่มีใครสามารถฝึกซ้อมกับท่านได้
แต่ท่านต้องปลดปล่อยพลังออกมาถึงจะสบายตัว
การที่ท่านเคี้ยวหิน หรือตีต้นไม้
ก็ด้วยเหตุผลเช่นนั้นเอง

อย่างที่ทราบว่า อ.หลี่ซู่เหวินผ่านการประลองมามากมาย
และท่านไม่เคยปราณีคู่ต่อสู้ ดังนั้งจึงมีเหล่า
ญาติมิตรของผู้พ่ายแพ้ ที่บาดเจ้มล้มตาย
อาฆาตแค้นท่านมากมาย

ในช่วงบั้นปลายชีวิต อจ.หลี่ต้องคอยระมัดระวังตัว
อย่างมาก กลัวว่า จะมีมือสังหารมากลอบฆ่าท่าน
ท่านจะกินอาหารแต่ที่บ้าน กับศิษย์ที่ไว้ใจได้
ไม่กี่คนเท่านั้น

ในเวลานั้นไม่มีใครกล้าเข้าใกล้อจ.หลี่
หากมีใครเฉียดไปถึงตัวท่าน
ท่านจะตีในทันที แม้จะอยู่ในที่สาธารณะ

อจ.หลิวเล่าว่า แม้แต่เวลาเดินถนน
อจ.หลี่ก็มักจะเปลี่ยนทิศทางอย่างกระทันหัน
เพื่อไม่ให้ใครคาดเดาเส้นทางการเดินของท่านได้
เวลาจะเข้าบ้าน ท่านก็มักกระโดดเข้าไป
หรือแม้แต่พุ่งเข้าไปทางหน้าต่าง

พฤติกรรมของท่านหลี่ซู่เหวิน ทำให้คนทั่วไปคิดว่า
ท่านเสียสติ แต่สำหรับตัวท่านหลี่แล้ว
ท่านคิดว่ามันจำเป็นต้องทำ เพื่อป้องกันการลอบสังหาร

แม้จะระวังป้องกันตัวอย่างดีแล้วก็ตาม
ท้ายที่สุด ก็ยังเกิดเรื่องขึ้นจนได้
เมื่ออจ.หลิว ติดตามท่านกงเป่าเทียนไป
และต่อมา ได้ถูกขอตัวไปทำราชการ
(เป็นสายลับ และมือสังหาร)
อจ.หลี่ซู่เหวินจึงต้องเดินทางกลับอำเภอชางด้วยตัวเอง
บนถนน ของโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง ในต้านฟาง
อจ.หลี่ ถูกวางยาพิษ จนเสียชีวิต ด้วยฝีมือศัตรู



ท่านหลี่ซูเหวินมีศิษย์มากมายนับไม่ถ้วน ในจำนวนนั้นได้แก่ ฮั่วเตี่ยนเก๋อ,ซวี่หลานโจว,เยริ่นกว๋อต้ง,หลิวหู่เฉิน,จางเซียงอู่,น่าอิ้วคุน,หานฮว่าเฉิน,จ้าวซู่เต๋อ,เป่าซื่อหลง,ซวีจื้อชิง,ติงจ้งเจี๋ย,หลิวหยุนเฉียว ,หลิวซวี่ตง,หม่าฟ่งถู,
หม่าอิงถู,หม่าชางถู

หลายท่านเป็นอจ.มวยชื่อดัง เป็นทหาร เป็นขุนพล
เป็นสายลับ หรือแม้กระทั่งเป็นนักฆ่า
ของรัฐบาลก๊กหมินตั๊ง

หลังสงคราม อจ.หลิวได้ย้ายไปไต้หวัน
และ ได้รับการทาบทามให้เป็น
ครูฝึกสอน ศิลปะการป้องกันตัว
ให้เหล่าบอดี้การ์ดของประธานาธิปดี ในเวลาต่อมา





Create Date : 21 ตุลาคม 2549
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2549 7:48:51 น. 20 comments
Counter : 5650 Pageviews.  

 
โอ้ววว...ละเอียดดีมากๆเลยเจ้าค่ะ ^^v


โดย: อีฝจัง IP: 61.7.138.9 วันที่: 27 ตุลาคม 2549 เวลา:12:44:11 น.  

 
ยอดไปเลยครับ


โดย: หมีหลังแดง IP: 125.25.35.235 วันที่: 27 ตุลาคม 2549 เวลา:16:24:03 น.  

 
คุณหมีคุณอีฝ อย่าไปเก็บหินมาเคี้ยวนะครับ


โดย: bbking IP: 222.123.65.218 วันที่: 29 ตุลาคม 2549 เวลา:20:55:43 น.  

 
สุดยอด


โดย: คนหลงทาง IP: 203.144.187.18 วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:21:27:10 น.  

 

สุดยอดเลยครับ


โดย: ไร้นาม IP: 202.12.97.100 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:15:27:46 น.  

 
เคี้ยวหิน ....


โดย: Unknow_Comment. IP: 221.128.108.38 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:58:59 น.  

 
เพิ่งเข้ามาเยี่ยมครับ ทำได้สวยมาก
ละเอียดดีด้วยครับ ว่าจะขออนุญาติเอาไปแปะเว็ฐอื่นได้ไหมครับ


โดย: Yu_ZunZi IP: 58.9.26.119 วันที่: 2 ธันวาคม 2549 เวลา:17:00:20 น.  

 
ยินดีครับ คุณ ยู
ทำลิงค์ให้เครดิตมาด้วยก็พอครับ
เพราะบางบทความ
ผมก็ขอมาจากท่านอื่นๆอีกทีครับ


โดย: bbking IP: 222.123.24.64 วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:22:12:54 น.  

 
{อจ.หลี่รอคอยเวลานั้นอยู่นานแล้ว
ท่านแสดงท่า "PaiZhang" ของปาจี๋}
คำว่า "PaiZhang" น่าจะออกเสียงว่า พิจ่าง หรือ พีจ่าง นะครับ
หมายถึงฝ่ามือฟาดครับ สวัสดีครับ (ซ่อนดอกใต้ใบ)


โดย: สองเซียนสนทนาธรรม IP: 125.24.16.65 วันที่: 2 มกราคม 2550 เวลา:16:29:57 น.  

 
สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด


โดย: จอมยุทธ์น้อย IP: 203.188.23.130 วันที่: 28 มิถุนายน 2550 เวลา:21:36:39 น.  

 
ผมติดตามหาเรื่องราวของเคนจิว่าจริงหรือไม่
แล้วผมก็พบ


โดย: กระบี่ทองบูรพา 2 IP: 117.47.225.122 วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:20:23:10 น.  

 
สุดยอด


โดย: ฝ IP: 58.137.129.220 วันที่: 28 มีนาคม 2551 เวลา:14:10:34 น.  

 
อยากมีรายได้เสริม กับทีมงานที่มีประสบการณ์สูง
ชมได้ที่
//www.agelfriend.com/team.php
//www.agelfriend.com/team.php
//www.agelfriend.com/team.php

สนใจโทร 087-0424-719


โดย: กิตติทัต IP: 202.28.181.11 วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:18:42:02 น.  

 
ดเ



โดย: 222 IP: 222.123.45.130 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:01:03 น.  

 
เนื้อหาเยอะดีมากๆครับ ขออนุญาตเอาไปลงที่ //www.dek-wushu.com นะครับ


โดย: amythyst IP: 124.122.223.148 วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:12:47:53 น.  

 
เยี่ยมมากคับ ทีแรกตอนผมอ่านเคนจิก้อนึกว่าเป็นแค่การ์เพิ่งมารู้ว่าตัวละครมีตัวตนจิงอยู่ด้วย


โดย: กระบี่มุทิตา IP: 180.183.177.250 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:44:29 น.  

 
สนุกมากค่ะ


โดย: ฝน IP: 222.123.61.90 วันที่: 22 ตุลาคม 2553 เวลา:18:04:18 น.  

 
ผมจาบอกว่า ผมติดตามตั้งแต่เปนหนังหนังสืือการ์ตูนของวิบูลกิจ สมัยที่ยังไม่มีลิขสิทธิ์ ถ้าจำไม่ผิดนะตั้งแต่ปี 2533-2535
ตั้งแต่ที่ได้อ่านการผจญภัยของ โกเคนจิ แต่ส่วนที่ผมชอบมากที่สุดคือ ตอนที่ต่อสู้กับคู่แค้นของตัวเอง ที่ชื่อ โทนี่ตัน หรือดันนี่แหละคับ มันส์มากเลย
แต่อยากทราบว่า โกเคนจินี่มีตัวตนจริงรึเป่าเนี่ย


โดย: 5555555555 IP: 192.168.1.155, 180.183.118.165 วันที่: 16 สิงหาคม 2554 เวลา:3:55:15 น.  

 
ไม่นึกว่าจะเป็นเรื่องจริง อ่านการ์ตูน เคนจิมานานแล้ว เพิ่งรู้ว่าอาจารย์หลี่มีตัวตนจริง


โดย: นัด IP: 182.52.65.140 วันที่: 29 สิงหาคม 2556 เวลา:15:52:41 น.  

 
ไม่ทราจริงไหม ที่เขาว่า อาจารย์หลิวนั่นแหละที่เป็นผู้วางยาลอบสังหารท่านหลี่เอง


โดย: ผ่านมา IP: 1.10.203.229 วันที่: 19 มีนาคม 2558 เวลา:0:36:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Ramin&Indra
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




สำหรับท่าน ที่ไม่ยังไม่รู้จักมวยไท่จี๋นะครับ

มวยไทจี๋ หรือ ไทจี๋ฉวน
มาจากคำว่า ฉวน แปลว่า มวย + กับ ไทจี๋
เป็นวิชา การต่อสู้ชนิดเดียวกับ ที่เราเรียกแบบแต๊จิ๊วว่ามวยไทเก๊ก
หรือ ที่กลุ่มกายบริหารเพื่อสุขภาพ
สมัยใหม่ เอาไปดัดแปลงแล้วเรียก ว่า ไทชิ
รวมทั้งศัพท์ วัยรุ่นที่เรียกว่า "ทิชชี่"
แถมยังมีแบบผสมโยคะ เอาไปเรียกว่า "โยชิ"
หรือ "ไทคะ"อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม วิธีฝึกแบบสมัยใหม่นั้น
บางครั้ง เป็นเพียงการยืมชื่อมาใช้
เพื่อโฆษณาสรรพคุณ
โดยไม่ได้มีเนื้อหาสาระ เกี่ยวข้องกับมวยไทจี๋เลย
หรือไม่ก็ เป็นการใช้คุณประโยชน์ของมวย
แค่เพียงกระผีกริ้นของมันเท่านั้น

มวยไทจี๋มีคุณประโยชน์มากมายมหาศาล
ในหลากหลายด้าน หากคุณได้ศึกษาจากผู้รู้
และ ฝึกฝนอย่างจริงจัง เป็นวิชา ที่คุณสามารถ
ใช้เป็นวิชาประจำตัว เรียนรู้จากมันได้ไม่มีที่สิ้นสุดจนตลอดชีวิต

บล๊อกนี้ผมตั้งใจจะ รวบรวม ประวัติ และ
ท่ามวยไทจี๋ของหลากแบบ หลายสายอาจารย์
ของมวยไทจี๋ตระกูลต่างๆเอาไว้ เผื่อผู้สนใจจะได้สามารถเปรียบเทียบได้

จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน
ปัจจุบัน มวยไทจี๋แบ่งออกเป็นหลายแบบ
หลากตระกูล ที่สำคัญๆก็คือ
มวยไทจี๋ตระกูลเฉิน ตระกูลหยาง
ตระกูลอู๋ ตระกูลอู่ ตระกูลซุน
สายหมู่บ้านเจ้าเป่า สายบู๊ตึ๊ง

แต่ละสาย ยังแตกแขนงออกไปอีกมากมาย
รวมทั้ง สายแปลกๆ สาย ย่อยต่างๆอีก
ผมจะพยายามรวบรวมมาให้ดูกันครับ

ยังทำไม่เสร็จนะครับ มีหลายหัวข้อยังว่างอยู่
ค่อยๆทำไปเรื่อยแล้วกัน

ตอนนี้ หัวข้อที่มีเนื้อหาอยู่ คือ
** กำเนิดมวยไทเก๊ก
** มวยไทเก๊กตระกูลหยาง
** คำสอนปรมาจารย์
** ตำนานยอดฝีมือครับ
** ประวัติมวยไท่เก๊ก ทั้ง7สาย
** มวยไท่เก๊กตระกูลเฉิน

แต่ทั้งหมดก็ยังไม่ครบถ้วน
ยังคงอัพเดทเรื่อยๆครับ


บทความส่วนใหญ่ที่ผมเป็นคนแปล
จะมีข้อผิดพลาดในเรื่องการออกเสียง
ชื่อคน ชื่อสถานที่ภาษาจีน เพราะผมไม่รู้
ภาษาจีน และต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษเสีย
ส่วนใหญ่ ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าครับ

อัพเดท สัปดาห์ละครั้งครับ
[Add Ramin&Indra's blog to your web]