www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

ถึงงาน(หนังสือ)จะหงอยเหงา แต่(หนังสือ)ที่เราแบกกลับมามันไม่เหงาหงอย

... ตั้งแต่ตะลุยไปงานหนังสือมาทุกๆปี ปีหนึ่งมีสองงวด ไอ้เราก็ไปงวดละสองหน จนเรียกว่าจะหลับตาเดินในงานเทศกาลหนังสือได้อยู่แล้วเวลามีการจัดงาน ที่สังเกตได้ชัดของปีนี้คือ ผู้คนเบาบางอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับทุกๆครั้ง เช่น ปกติผมจะโดนเหยียบเท้าที่บูธบลิสแต่ปีนี้รอด หรือ ปกติจะโดนรถเข็นทับนิ้วแต่ปีนี้นิ้วเหงา ซึ่งคงตรงกับสภาพเศรษฐกิจและวุ่นวายในบ้านเรา

แผนการที่เคยวางไว้ในสมัยแรกๆที่ไปงานคือ กดตังค์มาในจำนวนจำกัดเพื่อที่จะไม่ซื้อไปเกินนั้น เพราะถ้าใช้บัตรอาจกดไปเรื่อย แต่ปัญหาก็คือ ซื้อมาแล้วก็อ่านค้างๆ แถมบางทีก็ดันอัลไซเมอร์ซื้อซ้ำอีก ปีหลังๆเลยเพิ่มนโยบายว่า

ถ้าแนวนี้ที่ซื้อไว้ยังอ่านไม่จบงวดนี้ยังไม่ซื้อเล่มใหม่ เช่น ถ้าซื้อรหัสคดีไว้สองเล่มยังค้างอยู่ ปีนี้ก็จะไม่รีบซื้อเรื่องใหม่ โดยเฉพาะพวกหนังสือออกใหม่ บางครั้งซื้อในงานลดแค่ 15% ซื้อไปแล้วก็ดองไว้สองปี ตอนตัดสินใจอ่าน ไอ้เล่มที่ว่าก็ดันลดมากกว่าเดิมอีก ชนิดที่ต้องมาเสียใจ ประมาณ ตรูไม่น่าบ้าเห่อรีบซื้อมาเลย

และระยะๆหลัง ผมเองก็พยายามอุดหนุนร้านหนังสือให้มากขึ้น ไม่ให้ร้านหนังสือต้องตายลง ไม่รองานหนังสืออย่างเดียว (หนังสือเล่มล่าสุดที่ซื้อก่อนงาน และ เพิ่งอ่านจบไปคือ ร้านชำสำหรับคนอยากตาย และ Norwegian wood) เหมือน นโยบายของสนพ.ผีเสื้อที่ผมชอบมาก ด้วยนโยบายสนับสนุนร้านหนังสือ เช่น บางเล่มไม่ลดในงานเทศกาลหนังสือ หรือไม่ก็ลดในร้านเหมือนๆในงาน

...ไม่ได้เขียนถึงงานหนังสือมาพักใหญ่ๆแล้ว งวดนี้ ตั้งใจว่า จะขอบันทึกหนังสือที่ซื้อมา ด้วยเหตุผลว่า งานครั้งหน้าจะได้รู้ว่าเหลืออะไรที่เรายังไม่ได้อ่าน และอีกประการ กำลังเห่อกล้องใหม่

ขอโชว์สต้อคต้นเหตุกระเป๋าฉีกดังนี้ครับ

เริ่มแรกกับ นิยายสืบสวนลึกลับตามสไตล์ Unputdownable ซึ่งผมร้างราไปนาน เนื่องจาก ราคาแต่ละเล่มนี่สูงเอาการ ประมาณสามร้อยอัพ ที่เข็ดคือ มันไม่ได้ อันพุทดาว ทุกเล่ม บางเล่มที่ซื้อไปก็ผิดหวังอยู่เหมือนกัน งวดนี้กลั่นแล้วกลั่นอีก หวังว่า อัมรินทร์คงไม่ทำช้ำใจนะ เพราะเป็นนักเขียนคนโปรดทั้งสองเล่ม
( อยากดู Tell no one เวอร์ชั่นหนังเร็วๆจัง)




คู่ถัดมา กำลังจะถูกสร้างเป็นหนัง และ ได้รับคำกล่าวขานชื่นชมเสียเหลือเกิน เรื่องแรกดูตัวอย่างแล้วไม่มั่นใจว่าจะชอบหรือเปล่า เพราะดูให้อารมณ์ feminine มาก ส่วนเรื่องหลังได้ยินมาว่าจะถูกสร้างโดยริดลี่ย์ สก็อตต์ ใจจริงก็อยากจะคว้า The Lovely bone มาอีกเล่ม แต่หาไม่เจอ จึงได้มาสองเล่มตามนี้




โทรไปหารุ่นน้องผู้เชี่ยวชาญนิยายรหัสคดี บอกพี่ขอแจ่มๆซักเล่ม คุณน้องจัดให้ บอกเล่มนี้ วางไม่ลง




คู่ถัดมาเป็นหนังสือ'หนัง' เล่มแรก เพื่อนพ้อง bloggang และ คนอ่านพันทิปหรือไบโอคงรู้จักกันดีกับน้องเมอร์ ที่เขียนถึง คิมคีด็อค (ใจจริงอยากซื้อ คิโยชิ คุโรซาวะ ของคุณ Filmsick ด้วย แต่หนังชุดนั้นยังดูไม่เยอะ เท่าหนังของคิมคีดุค)

ส่วนเล่มหลังคือ หนังสือหนังที่ผมตามหามาหลายปี ดีใจมากๆที่มีการนำมาเรียบเรียงเขียนใหม่อีกครั้ง อีกทั้งผู้เขียนก็เป็นนักวิจารณ์ที่ตัวเองชื่นชมมานาน




ไปที่ Bliss บูธที่ปกติน้องๆนักขายนอกจากหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา แต่ละท่านยังบ้าพลังอย่างแรง แต่ปีนี้ดูฤทธิ์คาราบาวแดงลดลง ซึ่งก็อยู่ในระดับกำลังดี

ปีนี้ได้จาก Bliss มาแค่สองเล่ม เพราะ คินดะอิจิ ยังอ่านของเก่าไม่จบ เลยไม่รีบจะซื้อชุดใหม่ มีเสียดาย นิยายรักจากญี่ปุ่นเรื่องนึงที่ไม่ได้ซื้อ สองเล่มที่ได้มา เล่มแรกแถมซีดีอีกต่างหาก ผลงานของนักเขียนเพลง คุณสุรักข์ สุขเสวี ที่เขียนนิยายและแต่งเพลงใหม่มาโดยเฉพาะ ส่วนเล่มหลังถือว่า เสี่ยงดวงเพราะคำโปรย ยั่ว เหลือเกิน




คู่ถัดมาเกี่ยวกับ ความรัก เล่มแรกอุดหนุนพร้อมได้ลายเซ็นจากผู้เขียน เพราะ แหะๆ นั่งเซ็นอยู่ในบูธเดียวกัน กับ งานเขียนของคุณคงเดชในรูปแบบนิยายภาพ ให้อารมณ์ ทิม เบอร์ตั้น ดี

ส่วนเล่มหลัง หลังจากที่ ผมคลั่งไคล้เพ้ออินอย่างรุนแรงกับ Norwegian wood ก็เลยขอหวนกลับมาอ่านงานของมูราคามิอีกครั้ง (จากที่เคยบอกลาเพราะไปไม่เป็น กับ พินบอล ที่เคยอ่านเมื่อหลายปีก่อนมาแล้ว) ถามผู้เชี่ยวชาญหลายๆท่าน คิดว่าตัวเองน่าจะถูกจริตกับเล่มนี้ ต้องขอบคุณคุณแป๊ด grappa ที่แนะนำบูธที่ขายในราคา 95 บาทเท่านั้น




คู่ถัดมาเป็นสองขั้วของความแตกต่าง เล่มแรกเอาสาระระดับ ซีไรต์ ไม่ได้ซื้อหนังสือซีไรต์มานาน แต่เล่มนี้อยากอ่านเป็นพิเศษ ส่วนเล่มหลังสาระ แต่น่าจะแนวเอ่อ สาระแน มากกว่า กับ ฮิ หนังสืออ่านเอาฮาสุดๆที่เคยเป็นนิตยสารแต่เปลี่ยนรูปแบบมาสู่พ็อกเก็ตบุ้ค




คู่สุดท้าย เล่มแรก เห็นหลายคนเชียร์ รหัสคดีของนักสืบทนาย เพร์รี่ เมสัน ก็เลยขอลองซักหน่อย ส่วนเล่มหลัง คือ ผลงานของนักเขียนอันดับหนึ่งในดวงใจ (ในกลุ่มนี้รวมไปถึง อกาธา คริสตี้ , อาดาจิ มิซึรุ ฯลฯ) เป็นผลงานล่าสุดของนิโคลาส สปาร์ค ต้องขอชม คนตั้งชื่อไทย ว่า ช่างคิดเข้ากับชื่อฝรั่งและยังคงความโรแมนติกมากๆ



... ทั้งหลายทั้งปวงที่ว่ามา คือ ต้นเหตุของภาวะกระเป๋าฉีกช่วงนี้ ซึ่งก็ยังดีตรงที่รู้สึกว่า กระเป๋าฉีกอย่างมีสติไม่จ่ายบ้าคลั่งเกินไป และ ตั้งใจไว้ว่า จะเริ่มอ่านให้หมดก่อนงานงวดถัดไปให้จงได้

ส่วนเล่มนี้ขอฝาก เผื่อใครเข้ามาอ่านว่า ซู้ดยอดดดดดดด แหะๆ ขอโฆฯหนังสือของตัวเองซักหน่อย ใครแวะเวียนผ่านไปเปิดอ่านเล่นๆได้ที่ บูธ D12 จ้า









 

Create Date : 20 ตุลาคม 2551
20 comments
Last Update : 20 ตุลาคม 2551 0:39:16 น.
Counter : 1219 Pageviews.

 

ได้หนังสือน่าอ่านมาหลายเล่มจริงๆค่ะ

ชอบอ่านฮาร์ลาน โคเบนเหมือนกันค่ะ Tell no one จะสร้างเป็นหนังแล้วเหรอคะ อยากดูจัง

 

โดย: แอบเปิ้ลอบเชย (apple_cinnamon ) 20 ตุลาคม 2551 9:47:29 น.  

 

หอบมาตัวเอียงไป 1 รอบแล้วค่ะ
แต่ยังไม่ครบจำนวนที่ต้องเดิน 2 รอบต่อ 1 งานทุ๊กที ถึงจะจุใจ

เผื่อรอบ 2 นี้ จะได้รู้ว่า
เมื่อฉันลืมตาแล้วโลกเปลี่ยนไป..ยังไง

 

โดย: Paulo 20 ตุลาคม 2551 11:00:17 น.  

 

แวะมาดู เผื่อว่าจะมีเล่มไหนน่าลอก เอ้ย น่าซื้อตามบ้าง

ระยะหลังผมพบว่าตัวเองอ่านงานวรรณกรรมน้อยลง คงเป็นเพราะเสียเวลาไปกับการแชทมากไป

 

โดย: 9A 20 ตุลาคม 2551 12:34:24 น.  

 

ได้เมื่อฉันลืมตาฯ มาด้วยค่ะ เสียดายไม่ได้ลายเซ็นต์

 

โดย: nanida 20 ตุลาคม 2551 16:22:32 น.  

 

ชื่อรักจากใจจรเพราะมากๆค่ะ คนตั้งตั้งเก่งจริงๆ ฟังแล้วรู้สึกเหมือนใจจะขาดหน่อยๆ :)

Map of bones สนุกมากค่ะ พัทตามอ่านเล่มต่อๆมาของ Sigma series แล้ว ยิ่งอ่านยิ่งสนุก คนเขียนค้นคว้ามาดีมากๆ อยากให้มีแปลต่อเหมือนกันนะคะ

กลับบ้านแล้วจะไปอุดหนุนหนังสือของจขบ.ค่ะ เป็นแฟนมาหลายกระทู้แล้ว ไม่มีโอกาสได้อ่านสักที หวังว่าจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่านะคะ :)

 

โดย: พัท IP: 87.203.75.81 20 ตุลาคม 2551 16:36:18 น.  

 

ได้มาเยอะเหมือนกันนะคะ

เสียดายว่างานหนังสือปีนี้ เราไปได้วันเดียว ซึ่งไม่ตรงกับคุณหมอ เลยไม่ได้ไปเจอกันเลยน่ะ

อ่านนอวีเจี้ยนวู้ดแล้วชอบใช่มั้ยคะ? ดีใจจัง

รีวิวไว้หรือเปล่า ทำไมเราไม่เห็นหนอ แหะๆ



พินบอล ถ้าทนอ่านได้ แล้วอ่านต่อจนถึงแกะรอยแกะดาว น่าจะชอบค่ะ เราชอบแกะรอยแกะดาวอยู่นะคะ แต่สองเล่มแล้วก็วางหลายรอบเหมือนกัน กว่าจะอ่านจบ แหะๆ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 20 ตุลาคม 2551 18:03:40 น.  

 

ทุกปีจะบ้าเห่อไปวันแรก ๆ
แต่ปีนี้กะว่าจะรอวันสุดท้าย
เพราะรอรวบรวมพลังลมปราณค่ะ

หนังสือที่เอามาให้ดูแต่ละเล่ม
เป็นแนวที่ชอบทั้งนั้นเลยค่ะ
น่าสนใจมาก ๆ

 

โดย: โสดในซอย 20 ตุลาคม 2551 19:59:55 น.  

 

ไม่อยากบอกเลยว่า มุราคามิเล่านั้น ที่มติชน (งานช่วงวันแรกๆ ) เราเห็นในกลุ่มเล่มละ 50 บาทด้วยล่ะ

นิโคลัสเล่มนี้ ยังไม่ได้ซื้อ พอคุณสะกิดถึงชื่อหนังสือ ก็คิดไ้ด้ว่า
ล้อกันได้เหมาะเจาะ ลงตัวจริงๆ ด้วย

 

โดย: นัทธ์ 20 ตุลาคม 2551 20:41:04 น.  

 

+ หุๆ ของผมเดินวันก่อนได้มา 9 เล่ม (ไม่มีหนังเลย) ... ส่วนวันที่ไปรับลายเซ็น ได้มาอีก 5 เล่ม เป็นหนังล้วนๆ แต่ได้ยกเป็นของขวัญวันเกิดให้เจ้าเพื่อนคนที่ผมไปงานเค้า ก็คือเล่มที่คุณ จขบ. เซ็นให้เล่มนึง กับของคุณประวิทย์อีกเล่มนึง (เพราะหา หนังสือรัก ไม่เจอ) อ่ะครับ

+ Tell no one ได้คะแนนสูงจากเว็บวิจารณ์นี่ครับ (รู้สึกจะ 80 กว่าๆ) ... แต่ถ้าจะหวังได้ ก็คงต้องพึ่งค่าย Apex เหมือนเคย ไม่รู้จะได้เข้ามาฉายเมืองไทยมั้ยน้อ (ตอนนี้ที่เห็นในโปสเตอร์แล้วอยากดู ก็มี Son of Rambow (เข้าอาทิตย์นี้), Burn after reading (บารมีออสการ์แต๊ๆ) แล้วก็ Happy-go-Lucky อ่ะครับ

 

โดย: บลูยอชท์ 20 ตุลาคม 2551 21:14:51 น.  

 

2 เล่มแรก เรายืนน้ำลายย้อย ตาละห้อย มองอยู่นานนนนนนน มาก แต่เงินในกระเป๋ามันไม่ยอมใจอ่อนด้วย ไว้รอปีหน้าก็ได้เนาะ

ราคาหนังสือสูงขึ้นจริง ๆ ด้วย ดของสำนักพิมพ์นายอินทร์มีอีกหลายเรื่องเลยที่เราอยากได้แต่ไม่มีตังค์อ่ะ เศร้าเนอะ

 

โดย: หน้าตาดีแต่ไม่มีตังค์อ่ะ อิอิ (ดวงตาสวรรค์ ) 20 ตุลาคม 2551 22:51:12 น.  

 

ไปเยี่ยมเยี่ยนที่ บูธมาแล้วจ้า
วันนี้คนก็น้อยกว่าทุกปีคะ เมื่อวานนี้ก็น้อยนะ
สวัสดียามดึกดึกคะ

 

โดย: sysee 21 ตุลาคม 2551 0:04:35 น.  

 

นักอ่านมืออาชีพเลยนะเนี่ย

 

โดย: ต้อม การ์ตูนล้อ, (TOM_KATOON99 ) 21 ตุลาคม 2551 0:11:03 น.  

 

เห็นแล้วอยากไปบ้างจังเลยค่ะ

ได้ดู Tell no one แล้วหล่ะ ชอบมากๆเลยค่ะ
หนังมันซับซ้อนซ่อนเงื่อนดีชะมัด

เพิ่งรู้ว่ามาจากหนังสือนะเนี่ย

 

โดย: vanilla IP: 12.151.36.19 21 ตุลาคม 2551 7:28:39 น.  

 

Map of bones สนุกจริงๆ นะคะ มาเป็นม้าอีกคน ที่งานหนังสือเห็นมีแปลเล่มต่อแล้วด้วยค่ะ Black Order เล่มนี้ก็สนุกเช่นกัน ((เคยรีวิวทั้งสองเล่มไว้ในบล็อกนะคะ ^^))

 

โดย: Clear Ice 21 ตุลาคม 2551 22:57:05 น.  

 

เห็นด้วยครับว่างานหนังสือปีนี้คนน้อยมากๆ ผมนั่งขายไปง่วงไป (เป็นปีแรกที่รู้สึกผิดที่ปิดบูท 3 ทุ่ม คนอื่น 2 ทุ่มครึ่งเค้าปิดผ้าใบกันละ - -*)

เข้ามาเป็นม้า "สมบัตินักบุญ"ครับ เพราะยายผมแปล
ถ้าชอบก็อย่าลืม"รหัสพระกาฬ" นะครับ เล่มต่อกันครับ

 

โดย: araigorgoo 22 ตุลาคม 2551 0:16:06 น.  

 

ชุด อันพุทดาวน์ หลังๆ ก็ห่างๆไปครับ
คิดว่าถ้าจะซื้อต่อ ก็คงติดตามของ ฮาร์ลาน โคเบน กับ ไมเคิล คอนเนลลี่ เป็นหลัก เหมือนกัน

ปัญหาคือ ซื้อมาแล้วก็หมกไว้เพราะไม่มีเวลาเนี่ยสิ T^T

 

โดย: ืnanoguy IP: 125.24.172.137 22 ตุลาคม 2551 16:07:06 น.  

 

ลืมไป

tell no one เวอร์ชั่นหนัง ให้อารมณ์แปลกดีครับ
เพราะหนังกลายเป็นฝรั่งเศสไปเลย ดูแล้วชอบมากๆ

+ แก้ตอนจบที่ดูแปลกๆในหนังสือ ให้ดูดีขึ้นด้วย

 

โดย: nanoguy IP: 125.24.172.137 22 ตุลาคม 2551 16:10:31 น.  

 

งานคราวนี้ เราซื้อ ร้านชำฯ กับ นอร์วิเจียนฯ มาค่ะ อยากอ่านนานล่ะ แต่ก็รอในงานจนได้

 

โดย: hiroko 23 ตุลาคม 2551 1:00:37 น.  

 

Hold Hight - อย่าเผลอ อ่านจบไปได้พักหนึงแล้วครับ สนุกดีเหมือนกันเพียงแต่ยังไม่สุดๆเหมือน "หาย"

 

โดย: chris IP: 125.24.60.146 23 ตุลาคม 2551 19:10:09 น.  

 

เราก็อ่านหนังสือเยอะนะ แต่ไม่น่าเชื่อ ไม่มีซักเล่ม ที่ตรงกัน ถ้ามีเวลาเหลือ จะเลือกซักเล่ม ที่คุณอ่าน ...มาลอง

 

โดย: sunontinee IP: 125.24.189.4 31 มกราคม 2552 7:45:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
20 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.