www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

ลองแวะเข้ามาดู....ปรากฏการณ์ War of the Worlds ณ. เฉลิมไทย

...ไม่พูดเรื่องตัวหนังนะครับ เรื่องตัวหนังเขียนถึงไว้ที่นี่แล้วเชิญชวนไปอ่านกันได้ครับ >> War of the Worlds , เมื่อสปีลเบิร์กเลิกรักมนุษย์ต่างดาว

...หนังดังๆมาก็หลายเรื่อง เล่นพันทิพมาก็นาน ส่วนใหญ่ปรากฏการณ์ที่ผ่านๆมาก็แค่ คนพูดถึงกันเยอะ กระทู้ตั้งกันเยอะ แต่ครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เห็นต่างออกไป คือ ไม่เพียงแต่กระทู้ตั้งกันเยอะแต่คนตั้ง-คนตอบยังมาฟาดฟันกันเยอะอีกต่างหาก ฝ่ายชอบก็ตามเชียร์กันสุดใจขาดดิ้น ฝ่ายชังก็ตามจองที่ไปทุกกระทู้ มันส์ถึงอกถึงใจพระเดชพระคุณมากครับท่าน

.....เนื่องด้วยวันนี้ว่างมาก ลองไล่อ่านไปเรื่อยๆ ในฐานะคนดูขอบอกว่า กระทู้ ว้าววว(ขอย่อจาก War of the Worlds >> WOW >> ว้าวว) มันส์มากๆ ฮามากๆ เดือดมากๆ ตัวอย่างที่ขอนำมาฉายจึงคัดเลือกมาสำหรับท่านที่ขี้เกียจไล่อ่านให้ครบทุกกระทู้ มิเช่นนั้นอาจซับเลือดที่กระเด็นออกมาได้ไม่หมด (คลิกที่ชื่อหัวข้อกระทู้สีฟ้าเพื่อเข้าไปอ่านได้เลยครับ)

กระทู้ว้าวว เดือดๆ

ถ้าเป็นคนคิดมาก ประสาทแดก ชอบจับผิด อย่าไปดูเลยคับ war of the world - เดือดระดับ75องศา เนื่องจากชื่อกระทู้

++++++++++จับผิดหนังห่วยแตก War of the world+++++++++++++ - เดือดระดับ100องศา เนื่องจากชื่อกระทู้+ผู้ตั้งกระทู้ที่มีเจตนารมณ์แน่วแน่ไปตอบแทบทุกกระทู้

War of the world ห่วยจนเกินรับไหว ใครไม่ได้ดูไม่ต้องเข้ามา - 85องศา เนื่องจากชื่อกระทู้และเนื้อหา

คิดยังไงกับคุณ The Lover is loving ที่โจมตี war of the world ไปซะทุกกระทู้ - เดือดระดับ60องศา

คุณคิดว่าสปิลเบิคโง่เหรอ เค้าทำ WOW มาเนี่ยเพื่อให้พวกเราจับผิดหนังหรอก{แตกประเด็นจาก A3578928} - กระทู้นี้ถึงจะเดือดแต่อ่านถึงความเห็น9ก็อดหัวเราะไม่ได้อยู่ดี เรียกได้ว่า โหด มัน ฮา

รวบรวมฉากเสี่ยวๆใน War of the worlds ใครยังไม่ดู งดคลิก - เดือดทั้งชื่อทั้งเนื้อในระดับ95องศา

ไขข้อข้องใจระหว่างผม The Lover si loving กับ War of the worlds - เริ่มต้นเหมือนไขข้อสงสัยอ่านๆชักเดือด


กระทู้ว้าวว ขำๆ ฮาๆ

ทำไม War ออกเสียง wor (วอร์ ) ล่ะครับ ไม่เห็นเหมือน car กับ far เลย - อันนี้มาแหวกมาครับ ท่ามกลางสงครามในเฉลิมไทย คนนี้มาขอเรียนไวยากรณ์

ทำไม war of the worlds ถึงต้องมี "s" ด้วยคะ - นี่ก็ตามมาเรียนอีกกระทู้

เฉลยหนัง war of the world ที่หลายคนสงสัย - อันนี้เหมือนจะแถลงไขข้อสงสัยแต่กลับกลายเป็น....

=== สรุป ถ้าเราอยากดู War of the world อย่างนี่ต้อง..... === - ดูหัวข้อเหมือนจะเดือด อ๊ะ แต่อ่านไปถึงความเห็น10แล้วกร๊ากก

War of the Worlds มันมีจุดรั่วตรงไหน ขอโทษเถอะ ผมมองไม่เห็นสักจุด - อ่านถึงความเห็น9ก่อนแล้วจึงจะยิ้มออก

กระทู้ว้าวว ไขข้อสงสัย

*** 108 ปัญหาคาใจ กับ War of The Worlds ช่วยไขข้อข้องใจทีครับ *** (สป๊อยย สปอย)

สงสัยอะไรเกี่ยวกับ War of the Worlds เชิญที่นี้ครับ

กระทู้ ว้าววว ไม่เดือดไม่ฮาแต่น่าอ่าน
=o=o= เชิญชม The War of the Worlds เวอร์ชั่นปี 1953 แบบเต็มๆที่นี่!! (spoil) =o=o= - สร้างสรรค์ที่สุดกระทู้นึงเลยครับ เหมาะมากสำหรับผู้ดูแล้วจะได้เปรียบเทียบและรู้จักเวอร์ชั่นเก่าที่คลาสสิคของเรื่องนี้

++++ไม่ต้องเถียงกันเรื่อง War of the world เข้ามาอ่านความเห็นของผมนี่!!! (Extreme spoiler) ++++ - เจ้าของกระทู้เขียนมีเหตุมีผล เห็นภาพ และไม่ใช้อารมณ์ดี

ไปดู War of the Worlds มาคับ พร้อมมุมมองของผม ^^(สปอยนิดๆมั้งนะ) - สำหรับคนรักหนังเรื่องนี้

WAR OF THE WORLDS เมื่อวีรบรุษ ไม่จำเป็นต้องเก่งกล้าสามารถ......................... ( ยังไม่ดูอย่าเข้านะจ๊ะ ) - สำหรับผู้รักหนังเรื่องนี้เช่นกัน แง่มุมที่เลือกมองชวนประทับใจ

=-=-= War of the Worlds ด้วยความรัก [แทบจะไม่ spoil] =-=-= - อ่านง่าย ไม่ใส่อารมณ์

War of the Worlds: สงครามล้างเผาพันธุ์งวดล่าสุด [บทวิจารณ์ภาพยนตร์ เกือบจะ NO Spoiler !! ]

ดูแล้วมาคุยกัน.... War of the Worlds , เมื่อสปีลเบิร์กเลิกรักมนุษย์ต่างดาว - แหะๆ อันนี้กระทู้กระผมเอง


....อ่า วันนี้ขอรวบรวมเท่านี้ก่อน ขอตัวไปนอนก่อนแล้วพรุ่งนี้ว่างๆจะมารวบรวมใหม่

....ดูหนังกันให้สนุกนะครับ หนังก็คือหนัง ชอบ/ไม่ชอบ มันสิทธิของเราและเราก็ไม่มีสิทธิไปบังคับให้คนอื่นคิดเหมือนเราเช่นกัน ไม่งั้นมันจะกลายเป็น ใครไม่ชอบเหมือนฉัน"มันผิด"

hidden … หนังท้าทายความคิดของคนดูให้คิดตาม และ ยังหลอกล่อคนดูอยู่เกือบตลอดเวลา

proof … ฉากเปิดตัวที่ชาญฉลาดสามารถเล่าเรื่องมากมายภายใต้เวลาไม่กี่นาที หลังจากนั้นหนังก็เล่าเรื่องไปข้างหน้าอย่างมีกึ๋นโดยไม่ต้องซับซ้อนมากมาย

me,you and everyone we know … ได้ดูก่อนปีใหม่ไม่นาน แต่ทึ่งและนิ่งอึ้งกับความสามารถในการเล่าเรื่องหลายช่วงตอน ที่มีทั้ง โรแมนติค มีเสน่ห์ และ ช่างคิด เป็นหนังที่เล่าความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่เชื่อมต่อกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ (ว่าจะเขียนถึงเรื่องนี้อยู่)

Closer ... ชอบบทสนทนาที่แกะเปลือก ความรัก ทีละชั้น สำรวจผ่านตัวละคร

คำพูด หรือ ประโยคจากหนังที่ประทับใจ (อาจไม่เป๊ะๆแต่ก็ประมาณนั้น)

ความจนไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่เราจะไปใช้ขโมยของคนอื่นได้ จาก Cinderalla man

การเปรียบความรักกับอุโมงค์ ในตอนหนึ่งของ About love

Can a heart still break after it's stopped beating ? จาก Corpse Bride

ฉันรักแกวะ ดากานดา จาก เพื่อนสนิท มาผิดที่ ผิดเวลา สำหรับตัวละคร แต่ ถูกจังหวะ ถูกเวลา สำหรับคนดู จึงทำให้ฉากนี้น่าจดจำและมีความหมาย

I’m not your _ucking mommy จาก The Ring 2 มาได้จังหวะที่คนดูสะใจดี

If you believe in love at first sight, you never stop looking. ... จาก Closer จริงแท้อย่างไม่ต้องสงสัย

I Know จาก Before sunset เป็นบทสรุปของความรักที่ยากต่อการหาทางออกทิ้งให้คนดูไปคิดต่อเหมือนภาคแรกอย่างสวยงาม

“You can’t just turn back time” “I moved on. You moved on. We’ve gone down different paths for so long . We made choices” จาก 13 Going on 30 ทำให้เราได้รู้ตัวว่า เมื่อถึงเวลาบางครั้งเราก็ต้องก้าวต่อไป และ รอยเท้าที่ก้าวมาแล้ว เราย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้อีก อนาคตเป็นผลของการกระทำในอดีต

"ฉันไม่มีใครแล้วนอกจากคุณ" "งั้นเธอก็มีฉันนี่ละ" จาก Million Dollar Baby …ซึ้งในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เป็นฉากแรกที่ตัวละครของคลินท์ เปิดใจยอมรับ และ ทำให้มันไปสิ้นสุดที่ โม คุชเลอร์

"หากหลงทางเราจะทำอย่างไร" "หากหลงทางก็แค่ขับยูเทิร์นกลับมาเริ่มใหม่เท่านั้นเอง" "ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่เมื่ออากาศหนาว คอมันก็เย็นทั้งนั้น" ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไร จะอย่างไรลูกก็ยังเป็นลูกของเรา" จาก วัยอลวน 4

ความรักที่สิ้นสุดลงไม่ได้หมายถึงแพ้หรือชนะ มันแค่จบลงเท่านั้น จาก 5x2 หลายครั้งที่เมื่อความรักสิ้นสุด คนเรามักมองหาว่าใครถูกใครผิด ใครได้ใครเสีย ใครแพ้ใครชนะ เปล่าเลย มันก็แค่จบลงเท่านั้นจริงๆ

..Te queiro.. จาก About Love จี๊ดมั้ยละนั้น ตอนรู้ความหมาย

That “no” does not exist. There’s only “yes” จาก Yes เมื่อได้ดูและรู้ความหมายได้แต่อึ้งในปรัชญาของคนคิดบทในหนังเรื่องนี้

ยังจำครั้งแรกที่เราพบกันได้มั้ย นานะ จาก Nana


หนังที่มีการอธิบาย Dynamic ของตัวละครได้ดี

Don’t move … หนังสามารถทำให้เราเข้าใจตัวละครหลักๆในเรื่องสองตัว ว่าเพราะอะไร เขาถึงทำเช่นนั้น(คนข่มขืนและคนถูกข่มขืน) และ พวกเขาทำไมถึงใช้ชีวิตเช่นนั้นต่อไปอีก

Marathon … ทุกแง่มุมทางจิตใจที่มีผลกระทบต่อคนดูแลและคนรอบข้างผู้ป่วยออทิสติค ถูกถ่ายทอดได้แทบจะครบหมดจรดในหนังเรื่องนี้

หนังที่ภาพบนจอเป็นงานศิลปะที่น่าชื่นชม

It’s All about love ... หนังเล่าเรื่องเริ่มต้นได้เหมือนจะน่าติดตาม ช่วงท้ายๆดูเหมือนหาประเด็นจับต้องไม่ได้ชัดเจน แต่นั่นช่างมัน เพราะสิ่งที่ยึดคนดูได้คือ ภาพที่ถ่ายออกมาสวยงาม มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ

Reconstruction ... เป็นหนังที่ส่งฟีโรโมน ความเย้ายวนรัญจวนใจ ออกมาจากตัวมันเอง ความสลับซับซ้อนและลึกลับชวนค้นหา + อารมณ์ของหนัง ทำให้มันเป็น Mulholland drive เวอร์ชั่นโรแมนติคของผมไป

Yes … หลายภาพบนจอ ให้ความรู้สึกออกมาราวบทกวีที่ไม่ต้องเอื้อนเอ่ย

Girl with a Pearl Earring ... หนังปี 2003 แต่เพิ่งได้ดูปีนี้ ภาพบนจอสวยมากเหมือนจิตรกรมาวาดภาพบนจอทีวี

Somersault ... เก๋ไก๋ เปรี้ยวเข็ดฟันในหลายๆฉาก จนเหมือนภาพวาดในแกเลอรี่

หนังสร้างความแปลกใหม่แก่สายตาในปีนี้ (ปีก่อนยกให้ Sky captain ) ... Sin city


หนังที่ภาพบนจอเป็นงานศิลปะของหลายสิบปีก่อน
A Sound of thunder ... ไม่อยากเชื่อว่ามันคือ สเปเชี่ยล เอฟเฟคต์ ในหนังฉายโรงปี 2005

ตัวอย่างหนังที่ทำให้ตัดสินใจเสียตังค์ง่ายขึ้น

Red Eye ... ดึงดูดและทำได้ชวนอยากดูมาก แหวกแนวที่เริ่มจากความเป็นหนังรักโรแมนติกแล้วหักกลางด้วยความระทึกขวัญ

War of the Worlds ... อลังการงานสร้างมากๆ

A Lot Like Love ... ตัวอย่างหนังน่ารักมากๆ
















... จะคาดหวังอะไรกับ Scary movie 4 คงไม่ใช่ข้อคิดหรือสาระ แน่นอนมันย่อมเป็น ความขำความฮา และ จะคาดหวังความขำความฮาแบบไหนจาก Scary movie 4 แน่นอนมันย่อมไม่ใช่ความขำความฮาแบบสะอาดๆแนวหนังครอบครัว ไม่ใช่ตลกคำพูดหรือใช้ความคิด แต่เป็น ความฮาที่มากับความลามก สกปรก ล้อเลียน

หนังตลกล้อเลียน(Parody films)ที่ผ่านมา มักจะมาพร้อมกับคำวิจารณ์ในแง่ลบจากนักวิจารณ์ควบคู่ไปกับรายได้ที่ไม่แน่นอน บางเรื่องนักวิจารณ์ให้เกรด D เกือบทุกสำนักก็สามารถทำเงินไปได้พอสมน้ำสมเนื้อ จึงกล่าวได้ว่า นี่เป็นแนวหนังที่ไม่ถูกกับนักวิจารณ์เท่าไหร่

มีเพียงไม่กี่เรื่องที่นักวิจารณ์จะชอบและคนดูจะชอบไปพร้อมๆกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นหนังตลกล้อเลียนที่มีธีมในตัวชัดเจนไม่พยายามเล่นจนเละเกินเหตุ เช่น หนังล้อตระกูลสายลับ Austin power ทั้งสามภาค (ซึ่งผมไม่ขำ) หรือจะเป็น หนังล้อตระกูลผีดิบอย่าง Shaun of the dead (อันนี้ขำ)

...ดังนั้นหนังตลกเป็นหนังแนวหนึ่งที่คนดูต้องทำการบ้านก่อนพอสมควรว่า ตัวเองชอบหนังตลกแบบไหน ไม่เช่นนั้นคงจะไม่แฟร์ถ้าจะตัดสินหนังเรื่องนั้นว่าไม่สนุกไม่ตลก หากเราเป็นคนชอบตลกเสียดสีแบบ woody allen หรือชอบตลกใสบริสุทธิ์ครอบครัว แต่ตีตั๋วเข้าไปดู Scary movie

Scary movie เป็นชุดของหนังตลกล้อเลียนที่เลือกล้อหนังสยองขวัญ หนังถูกสร้างมาแล้วสามภาค ซึ่งก็เป็นแนวหนังตลกล้อเลียนชนิดยำใหญ่ใส่สารพัด ทั้งทะลึ่งลามก เล่นกับเรื่อง sex อย่างโจ๋งครึ่ม เล่นกับสิ่งสกปรกๆอย่างไม่แคร์คนดูว่ากำลังกินอะไรอยู่หรือไม่ ขึ้นกับว่า คนเขียนบทคิดถึงหนังเรื่องไหนและอยากจะทำอะไรกับมัน

...Scary movie 4 เปิดตัวด้วยเรื่องราวของคนสองคนที่ถูกจับมาขังในห้องพร้อมถูกล่ามโซ่ และ คนใส่หน้ากากออกทีวีมาบอกถึงวิธีเอาตัวรอดก่อนแกสพิษจะถูกปล่อยออกมา แน่นอนมันมาจากหนังเรื่อง Saw ก่อนที่หนังจะตามมาด้วย สองโครงเรื่องหลักๆที่นำมายำคือ ตัวนางเอก Cindy Campbell (Anna Faris) ที่รับบทเป็นนักสังคมสงเคราะห์ผู้ต้องมาดูแลหญิงชราในบ้านร้าง เธอมาพร้อมกับโครงเรื่องของ The Grudge ที่โคจรมาพบกับ พระเอก Tom Ryan (Craig Bierko) ในบทพ่อผู้มีปัญหาที่มากับโครงเรื่องของ War of the Worlds

ส่วนประกอบที่เหลือ หันงสอดแทรกไปด้วยการล้อเลียน หนังสยองขวัญดังๆอย่าง The Village, Saw รวมไปถึงหนังรางวัลอย่าง Million Dollar Baby (ไม่น่าเชื่อว่า เรื่องนี้ยังอุตส่าห์ถูกนำมาล้อได้ มันเป็นหนังที่เอามาล้อแล้วได้สกอร์ความฮาน้อยสุด) , Brokeback Mountain

... Scary movie 4 เป็นหนังแนวตลกล้อเลียน ดังนั้น ความขำของคนดูส่วนใหญ่จะแปรผันตามความคุ้นเคยกับสิ่งที่หนังเอามาล้อ

อาทิเช่น

ถ้าคุณไม่รู้จัก Ipod คุณก็จะงงว่า Tripod ที่โผล่มามันขำยังไงกับการเล่นคำ

ถ้าคุณไม่รู้จัก Saw คุณก็จะอาจจะขำกับมุกตัดขาแต่ไม่ได้อินว่า ฉากนี้มีที่มายังไง

ถ้าคุณไม่รู้จัก Brokeback Mountain คุณก็จะไม่เข้าใจว่าหนังจะโยงไปถึง ฉากในเต็นท์กลางป่าทำไม

และที่สำคัญ ถ้าคุณไม่ได้ดูข่าว Tom Cruise ที่ไปออกอาการคลั่งรักขณะออกรายการของ oprah winfrey คุณก็อาจจะไม่เก็ทนักในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของหนัง

...สำหรับคนที่ดูหนังมาหลายเรื่อง คนที่ติดตามวงการบันเทิงต่างประเทศอยู่บ้าง น่าจะสนุกสนานได้ในหลายๆฉาก ตรงกันข้ามกับ คนที่ไม่ค่อยได้ดูหนังทั่วๆไปมากนัก ก็ย่อมจะขำไม่ออกเพราะไม่รู้ว่า หนังกำลังล้ออะไรอยู่ สังเกตได้เลยว่า ฉากตอนท้ายที่พาพระเอกมาออกรายการทีวีโชว์แล้วดีใจเป็นบ้าเป็นหลัง เป็นช่วงเวลาที่เงียบกริบกว่า มุกคนตัวสูงลุกขึ้นแล้วหัวชนแป๊บน้ำ เพราะมันเป็นมุกเฉพาะกลุ่ม หากไม่ใช่คนที่สนใจข่าวบันเทิงก็คงไม่ได้ดูต้นฉบับที่หนังเอามาล้อ


...ความพยายามหลายๆอย่างในการปล่อยมุกอย่างแพรวพราว เรียกได้ว่าไม่มีช่วงพัก หนังรัวออกมุกมาเป็นชุดๆจนเป็นข้อเสีย เพราะหลายมุกดูเป็นมุกที่ไม่ได้ผ่านการคัด จนทำให้มันดูจะฝืนๆฝืดๆไป ช่วงกลางๆของหนังก็มีช่วงเงียบในโรงหนังอยู่นาน มุกส่วนใหญ่ออกแนว หึๆโหะๆ ไม่ได้ถึงกับ 555 และ บางมุกผมเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วน เช่น มุกล้อเลียนคนดังอย่าง Michael Jackson ซึ่งผมรู้สึกว่ามันเป็นการล้อเลียนปมด้อยของคน สำหรับผมที่ฮาหนักมีแค่ 4ฉาก ได้แก่ ผีร้อนมือ , ฉากทำความสะอาดคุณยาย , ผีพูดภาษาญี่ปุ่น (อันนี้ตอนแรกไม่ฮาเพราะไม่ทันตั้งใจฟัง หลังๆพอฟังดีๆ ฮามาก ซา-ซิ-มิ ฯลฯ) , และ ฉากล้อ Tom Cruise ตอนท้าย

...สำหรับนักแสดง ผู้ชมที่เสียเงินเข้าไปดูหนังคงไม่ได้คาดหวังว่านักแสดงจะให้น้ำหนักอารมณ์ที่เข้มข้น เราคงอยากดูว่า นักแสดงในหนังจะสามารถเอาตัวรอดและปล่อยเสน่ห์ความฮาออกมาได้อย่างไร อย่าง Leslie Nielson ก็แจ้งเกิดไปได้เต็มที่พร้อมๆกับ Naked Gun (ภาคนี้มารับบทประธานาธิบดี ก็พอถูไถไปได้กับหน้าตายของเขา) หรือ Myer ก็แจ้งเกิดได้กับ Austin power สำหรับ Scary movie คนดูคงคุ้นเคยกับ Anna Faris ซึ่งผมเองก็เริ่มที่จะติดใจกับการแสดงของเธอมากขึ้นทุกที ในภาคนี้ดูเธอเหมาะและฉายเสน่ห์ออกมาในหนังได้อย่างกำลังดี ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายกับการให้ผู้หญิงสวยๆมาทำขำๆให้เราได้ขำแบบน่ารักน่าเอ็นดู

... ข้อดีของ Scary movie 4 คือบทภาพยนตร์ หลายคนมองว่ามันมีบทที่เละเทะ แต่ผมกลับคิดว่าถ้าจะเปรียบเทียบ ก็คงต้องมองมันในแง่ของหนังตลกล้อเลียนหนังรวมมิตร เทียบกับหนังแนวเดียวกันอย่าง Date movie / Scary movie / Naked gun ฯลฯ Scary movie 4 ถือว่าเป็นหนังตลกแนวนี้ที่มีบทพอใช้ได้ ไม่เละเทะสะเปะสปะและไม่ใช่มุกต่อมุกไปเรื่อยๆ จนไม่มีเนื้อเรื่อง แม้มันจะไม่สามารถเทียบชั้นความฮาได้เท่ากับหนังเก่าๆของผู้กำกับ David Zucker ที่เคยสร้างผลงานอย่าง Naked gun (ที่ผมจำได้ว่า ฮามากมายจริงๆ ) แต่มันก็ดีกว่าหนังตลกล้อเลียนหลายๆเรื่องในช่วงปีที่ผ่านๆมา มันดูมีเนื้อมีหนังให้จับ และ มีทิศทางของการเล่าเรื่อง

เพียงแต่ว่า มันก็จะเป็นเหมือน Scary movie 3 ภาคที่ผ่านๆมา คือ ผมเทียบความสนุกสนานเฮฮาภาคนี้ได้แค่กับภาค 3 ว่า ผมชอบภาคนี้มากกว่า แต่ ผมไม่สามารถเทียบภาคนี้กับสองภาคแรกได้ เพราะ ผมจำอะไรไม่ได้เลยของสองภาคก่อน มันจะเป็นหนึ่งหนังที่เหมือนสองภาคแรกนั่นคือ ผ่านมา --> ฮา --> แล้วก็จากไป


สิ่งที่ชอบ

1.สี่มุกฮา ... ที่เล่ามาข้างต้น ทำให้ผมฮาได้ถนัดกราม

2.ความมีเนื้อเรื่อง ... ผมคาดหวังว่ามันจะเละและเลวร้ายกว่านี้ แต่มันออกมาดีกว่าที่คิด

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.มุกหึๆ ... มีอยู่มากพอดู ที่ดูแล้วมันน่าจะสกัดออกมาได้ดีกว่านี้ หรือ น่าจะฮาได้มากกว่านี้ แต่มันก็ได้แค่ หึๆ

2.มุกไม่ฮา ... คนเขียนบทอาจเข้าใจผิดคิดว่า หนังตลกที่ดีต้องฮากันเรี่ยราดทุกสองวินาที จึงใส่มุกไม่จำเป็นต้องใส่ให้เสียเวลาก็ได้ เช่น มุกกัดหูที่ล้อเลียน ไมค์ ไทสัน

สรุป ... ถ้าชอบ Scary movie 3 ภาคที่ผ่านๆมาก็ไม่น่าลังเลใจไปขำไปฮากับภาคนี้ ผมชอบมากกว่าภาคที่แล้ว แต่ถ้าไม่เคยเข้าใจเลยว่า เวลาเห็นคนดูเปิดแผ่นหนังพวกนี้แล้วตลกอะไรกัน , ไม่ค่อยได้ดูหนังสยองขวัญหรือหนังดังๆที่เอามาล้อ แนะนำว่า อย่าไปดูเพราะคุณจะรู้สึกว่า ฉันมานั่งทำอะไรในโรงหนัง

//websociety.biz/free-useronline/




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2548
9 comments
Last Update : 4 กันยายน 2549 20:53:17 น.
Counter : 983 Pageviews.

 

คนว่างมากก็เงี้ยะ ทำตัวเป็นยี่ปั๊วสงครามไปซะล่ะ

 

โดย: แก่นแก้วกายกรรม IP: 210.213.46.166 3 กรกฎาคม 2548 2:40:30 น.  

 

อะไรกันนี่ มันแย่ถึงขึ้นมีคนพูดถึงขนาดนี้เลยเหรอนี่ ส่วนตัวแล้วเราค่อนข้างชอบนะ แต่ก็ไม่ได้ชอบมากเท่าไหร่นัก เคืองใจกับตอนจบเท่านั้นแหล่ะ

ปล.ดู Swing girls กันดีกว่าค่ะ เพิ่งไปดูมาเมื่อวานประทับใจจี๊ด จนต้องเอามาเขียนบลอคทันทีที่กลับถึงบ้านเลย

 

โดย: Fly to the sky 3 กรกฎาคม 2548 4:29:46 น.  

 

^
^
...เห็นด้วยครับ หนังน่ารักมาก สาวมือกลองได้ใจผม ฮาสุดๆ

...เขียนถึงไว้ด้วยแวะไปอ่านได้ที่นี่เลยครับ

Swing Girls , สวิงกันแบบคึกคัก สดใส ไร้มลพิษ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=06-2005&date=27&group=1&blog=2

 

โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" 3 กรกฎาคม 2548 12:47:42 น.  

 

ไปดูมาแล้ววันนี้ โดยส่วนตัวชอบมากค่ะ กำลังจะมาตามอ่านกระทู้เก่าๆเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่พอดี โชคดีจังที่คุณรวบรวมไว้ให้อ่าน

 

โดย: พุดดิ้งสีชมพู IP: 58.8.251.28 3 กรกฎาคม 2548 19:41:29 น.  

 

นั่งฮาครับ สมเป็นชุมชนเฉลิมไทยจริงๆ เวลามีอะไรแบบนี้มา ในกระทู้จะกลายเป็น WAR ขึ้นมาจริงๆ ด้วย

ความสนุกอยู่ตรงที่ มีความเห็นจากผู้คนมากหลายให้ได้วิเคราะห์กันครับ

แบบนี้ผมชอบ

 

โดย: หมื่นทิพ TRAVOLTA (เทพบุตรตบะแตก!! ) 3 กรกฎาคม 2548 21:57:58 น.  

 

โอ......ผมว่าถ้าเทียบกะของใหม่นี่

ของใหม่ไม่ค่อยดีนะ ดีแค่ CG แต่ความหายนะ กะความวิบัติดูแล้วงั้นๆจริงๆ ไม่มี Climax

ของเก่านี่ War of the Worlds ของแท้เลย แต่ของใหม่

มันจะเอนๆไปทาง War of the USA vs Alien มากกว่า ประเทศอื่นไม่เห็นมีอะไรฉายให้ดูเลยทำให้ไม่ค่อยหายนะ เท่าที่ควร

 

โดย: Mr.Adults IP: 61.90.77.227 4 กรกฎาคม 2548 9:02:55 น.  

 

อะนะ เข้ามาขำน่ะ 5555

 

โดย: Mr.DogGie IP: 58.10.49.162 7 กรกฎาคม 2548 18:25:21 น.  

 

จักรกลมนุษย์ต่างดาวมีแขนยาว
เป็นหนวดปลาหมึก
ภาษาการ์ตูนติดเรทของญี่ปุ่น
เรียกว่า Inju หรือบางคนอาจเรียก Tentacle

ตัวอย่างก็เช่นเกม Eden หรือการ์ตูนแนว
ปีศาจจับผู้หญิงแล้วมีมิโกะไปช่วย ฯลฯ

 

โดย: RedWine IP: 202.71.124.56 7 กรกฎาคม 2548 19:01:57 น.  

 

sdfsdf

 

โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" 9 มกราคม 2550 3:15:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2548
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
3 กรกฏาคม 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.