www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

ไดอารี่ดูหนัง 1 , สัปดาห์เขย่าขวัญหรือนี่?(The Maid/The Descent /ลองของ/The Exorcism of Emily Rose)

... วันนี้ไปดู The Descent ที่เซ็นจูรี่ มูวี่ พลาซ่า ดีใจจริงที่มาเปิดใกล้ๆกันอย่างนี้ นั่งแมงกะไซค์ 10 บาทก็ถึงแล้ว

... วันนี้ลองประเดิม ฟู้ด คอร์ท (ชื่อนี้ป่าวหว่า) ด้วยข้าวหมูแดง และ ราดหน้าเคี้ยงเอมไพร์ ไม่ค่อยอร่อยแฮะ แต่ดีที่ราคาเริ่มต้นเริ่มที่ 20 บาท ประหยัดหน่อย

... ร้านรวงยังไม่เปิดอีกเยอะ ร้านอาหารก็เดิมๆประมาณ KFC , MK , ATM ไม่ค่อยน่าสนใจเลย ตัวโรงหนังดี ที่นั่งระหว่างแถวกว้างดี คนขายาวนั่งสบาย แต่ตรงหนุนหัวมันนิ่มๆนะแต่ก็เมื่อยคอเหมือนกัน

... เหลียวมองโปสเตอร์รอบตัวแล้วก็คิดว่า เอ นี่มันสัปดาห์สยองหรืออย่างไร เพราะ

...มีทั้ง The Maid ผีสิงคโปร์ / The Exorcism of Emily Rose ผีฮอลลีวูด ก็ยังฉายที่ลิโด / ลองของ ความสยองบ้านเรา / และที่ไปดูมา The Descent ความสยองของอังกฤษ แถมจะว่าไปแล้ว Hidden ที่เฮ้าส์ อาจไม่สยองตรงๆ แต่มันก็มีบรรยากาศความรุนแรงกรุ่นอยู่ตลอด ทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดใจเต้นไม่เป็นสุขขณะดูได้อยู่ดี (แอบมีฉากรุนแรงไม่แพ้เรื่องอื่นๆด้วย) ไม่รู้รับน้องสยองขวัญยังอยู่หรือเปล่าจะได้อินเทรนด์กับเขาด้วย

... ถ้าไม่นับลองของที่ยังไม่ได้ดู ที่เหลือนี่เข้าขั้นเป็นตัวช่วยสูบฉีดโลหิตและกระตุ้นอดรีนาลีนดีแท้

... ใจจริงแล้วอากาศแบบนี้ อยากดูหนังรักโรแมนติกมากกว่า กลับไม่มีมาให้อบอุ่นกันบ้างเลย แถม The Family Stone ก็มีข่าวแว่วจากพันทิพว่าจะงดฉายหรือฉายจำกัดโรงแทนอีก

...พรุ่งนี้กลับบ้านแล้ว หยุด 3 วัน เตรียมเล็งไว้สองเรื่องในมือ ระหว่าง ผีเชลโล กับ คริสต์มาสเดือนสิงหา (เตรียมตัวอีกรอบก่อนไปดู หิมะเดือนเมษา)

...พูดถึง The Descent ซักหน่อย ว่ามันช่างถึงเลือดถึงเนื้อถึงกระดูกกันดีเหลือเกิน ประมาณน้องๆ Haute tension กำลังคิดอยู่ว่าถ้าเขียนเรื่องนี้เสร็จอยากตั้งชื่อให้มันว่า The Descent , รนหาที่ เพราะตัวละครต่างก็รนหาที่แคบ และ รนหาที่ตายกันทั้งน้าน ดูแล้วสะดุ้งเฮือกเป็นพักๆ แต่โชคดีแถวที่เรานั่งไม่มีใครเลยไม่ต้องอายใครมาก ใครพากิ๊กพาแฟนมาดูคงได้สะดุ้งกอดกันได้อย่างไม่ขัดเขิน

...ไปพิมพ์ The Maid ต่อดีกว่า

ปล ... ในพันทิพมีโหวตน่าสนใจว่าพรุ่งนี้จะเลือกไปไหนดีระหว่าง สนธิ VS สยามพารากอน

ปล. 2 ... วันนี้ได้ดูตัวอย่าง Poseidon ด้วย ฉากที่คลื่นยักถล่มเรือสำราญ ไม่รู้ไปได้ความคิดมาจากสึนามิหรือเปล่า จากตัวอย่างที่ดูยังไม่รู้สึกน่าสนใจเท่าไหร่ ผู้กำกับคงคุ้นน้ำดีแล้วเพราะตอน Perfect storm นั่นก็คลื่นยักษ์




หนังที่เคยเข้าชิง Oscar ในปีก่อนๆ รวมไปถึงรางวัลอื่นๆที่เคยเข้าชิง





สวัสดีครับ(มีนาคม)


...เดือนมีนาคมนี้มีเทศกาลพิเศษของวงการหนังนั่นคือ การประกาศรางวัลออสการ์ แม้จะมีเสียงว่ากันว่าเป็นงานที่ค่อนข้างเอาใจตลาด รางวัลออสการ์ก็ยังคงมีมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดคนทั้งโลกให้สนใจได้มากที่สุดอยู่ดี มีการถ่ายทอดเช้าวันจันทร์บ้านเรา (ซึ่งผมก็ไม่เคยได้ดูซักปี เพราะตรงเวลางาน)

...ผลที่ออกมาก็เป็นที่ฮือฮากันตรงรางวัลใหญ่สุดที่ Crash เฉือน Brokeback Mountain ไปอย่างผิดคาด ผมเองไม่ได้แปลกใจมากนัก เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้กับ Oscar รางวัลเดียวที่ผมผิดหวังคือ นักแสดงนำหญิง ที่ตัวเองเชียร์ จาก Transamerica มากกว่า รีส

...ความเห็นคร่าวๆจากหนังออสการ์ทั้ง 5 เรื่องที่เข้าชิงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

Capote ... เด่นที่การแสดงของพระเอกมาก สามารถพยุงหนังได้ตลอดทั้งเรื่อง การเล่าเรื่องก็นุ่มนวลสม่ำเสมอ ค่อยๆให้คนดูได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในจิตใจของคาโปตี้และตัวฆาตกร แต่ตัวเองดูแล้วง่วงๆอยู่เหมือนกัน

Good night , and good luck ... หนังหนักแน่นมาก ภาพขาวดำในหนังทรงพลังเหลือเกินบวกกับการแสดงของพระเอกที่หนักแน่นเช่นกัน หนังมีประเด็นที่ชัดเจนและเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เรื่องการต่อสู้ของนักข่าวเรื่องนี้ มีดีพอที่จะได้รางวัลเหมือนกัน

Munich ... ผมชอบนะ อาจเพราะคาดหวังไว้ต่ำ หนังมีหน้าหนังและพล็อตที่ดึงดูดน่าสนใจ ดูแล้วก็รู้สึกว่า สปีลเบิร์กก็เข้าถึง โลกของความมืดมนของผู้ใหญ่ ได้ดีกว่าที่คิด เสียดายที่หนังเล่าเรื่องแบบขาดๆเกินๆ ดูจบยังรู้สึกเลยว่าหนังยาวไป

Crash ... ต้องยอมรับก่อนว่า หนังมีบทที่ฉลาด การผูกเรื่องและประเด็นหลายๆอย่างเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวแบบนี้ ไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ หนังไม่ได้มองแค่ประเด็นเหยียดผิวอย่างเดียว หนังขยายมุมมองออกไปกว้างมากกว่านั้น แต่ทำให้เห็นว่า ความเชื่อมโยงกันของคนในสังคม และ การอยู่ร่วมกันนั้น มันต่างจากการเป็นปัจเจกคนอย่างไร ความรุนแรงในสังคมมันส่งต่อกันไปแบบไหน ไม่แปลกใจหากหนังจะได้รางวัล

Brokeback Mountain ... เป็นเรื่องที่ผมชอบที่สุดใน 5 เรื่องนี้ หากเป็นกรรมการก็โหวตให้เรื่องนี้ เพราะโดยส่วนตัวผมชอบหนังที่จับ อารมณ์-emotion มากกว่า หนังที่จับคนดูที่ เนื้อหา-Content เพราะมันสามารถเข้าถึงอารมณ์คนดูได้แม้ว่าคนดูจะไม่ใช่เกย์ หนังสื่อสาร ความรักต้องห้าม ในหนังส่งต่อมายังคนดู โดยไม่ได้รู้สึกว่าดูหนังเกย์ แต่นี่คือ หนังรักเรื่องหนึ่ง ทั้งดนตรีประกอบ ทั้งการถ่ายภาพ ทั้งการแสดง รวมกันทำให้นี่เป็นหนังที่ มีอารมณ์ความรู้สึก มากที่สุดในบรรดาหนังทั้ง 5 เรื่อง เป็นหนังที่จบแต่อารมณ์คนดูไม่จบ

...ในบรรดาหนังในกลุ่มล่ารางวัลนี้ มี 2 เรื่องที่ผมชอบมากที่สุดขณะดู สองเรื่องนั้นคือ Transamerica หนังที่เล่าเรื่องของความเป็นหญิงที่ถูกกักขังในร่างชาย หนังดูสนุกมาก บทง่ายๆแต่ผูกเรื่องราวให้สนุกสนานตั้งแต่ต้นจนจบ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นหนังที่เน้นเรื่องประเด็นของคนที่อยากแปลงเพศ แต่ปรากฎว่ามันเน้นไปที่เรื่องราว ของ ครอบครัวและความสัมพันธ์ มากกว่า อีกเรื่องหนึ่งคือ The Constant Gardener เป็นหนังที่เข้มข้นเหมาะกับแฟนหนังดราม่าหนักๆเป็นอย่างดี หนังผสมผสานสองส่วนระหว่างเรื่อง ความรัก และ การทุจริตฉ้อฉล ควบคู่กันอย่างลงตัว (ทั้งสองเรื่องนี้คาดว่าจะเขียนได้เสร็จสิ้นใน blog เร็ววันนี้)


...หน้าแรกงวดนี้จึงคัดเลือกบทความรีวิวภาพยนตร์ ที่เข้าชิงรางวัลคราวนี้ ย้อนไปถึงปีก่อนๆ และ หนังที่เข้าชิงรางวัลอื่นๆเช่น ลูกโลกทองคำ ฯลฯ มาให้อ่านกันเนื่องในเดือนแห่งเทศกาลแห่งรางวัลเดือนนี้ครับ หนังแต่ละเรื่องให้อะไรนอกจากความสนุก ความบันเทิง สามารถคลิกที่ชื่อเรื่องเพื่อเข้าไปอ่านไปแสดงความเห็นกันได้เลยครับ


Brokeback Mountain ... win Original Score + Adapted Screenplay + Achievement in Directing

Crash win Original Screenplay + Film Editing + Best Motion Picture of the Year

Munich

Walk the line win Performance by an Actress in a Leading Role (Reese Witherspoon)

Cinderella man

Memoirs of a Geisha... win Costume Design + Cinematography + Art Direction

Corpse Bride

Hidden (Caché)

The Chronicles of Narnia: The Lion, The Witch and the Wardrobe ... win Makeup

Batman Begins

King Kong

Proof

Harry Potter and the Goblet of Fire

War of the Worlds

Star Wars: Episode III Revenge of the Sith

Charlie and the Chocolate Factory


In Her Shoes

Finding Neverland

Million Dollar Baby

The Chorus (Les Choristes) ... หนังสูตรสำเร็จจากฝรั่งเศสที่ประทับใจ และ เพลงประกอบเพราะมากมาย

The Keys to the House ... หนังที่คนเป็นพ่อคนน่าจะมีโอกาสได้ดู

Vera Drake ... นี่คือการแสดงที่ยอดเยี่ยมของนักแสดงหญิงที่กวาดรางวัลมามากมาย การแสดงที่อุ้มหนังได้ทั้งเรื่องอย่างแท้จริง

Birth...การแสดงที่ยอดเยี่ยมของนิโคลคิดแมน เป็นหนังที่ทำให้คนดูได้ถกเถียงในความคิดเมื่อดูจบว่าตกลงแล้ว เด็กคนนั้น ใช่ หรือ ไม่ใช่

Don’t move... ตัวแทนจากอิตาลีที่เข้าชิงรางวัลหนังต่างประเทศยอดเยี่ยม เป็นตัวอย่างหนังที่เหมาะกับคนสนใจทฤษฎีทางจิตวิทยา เพราะหนังมีอะไรให้วิเคราะห์มากมาย

Eternal Sunshine of the Spotless Mind





คุณอ่านแล้วหรือยัง ?


This is (คลิกที่ตัวหนังสือสีฟ้าเข้าไปอ่านเรื่องราวเต็มๆได้เลยครับ)

ความรักทำให้คนสุขได้และบันดาลให้คนเจ็บปวดได้เช่นเดียวกัน และ บางครั้งความรักก็ไม่สามารถจะหาทางออกใดๆให้กับชีวิตที่จะเจ็บน้อยไปกว่านี้ได้

ความรักสองเหตุการณ์ ที่ความรักไม่อาจสมหวังครองคู่ เรื่องหนึ่งเศร้าแต่สุข อีกเรื่องหนึ่งเศร้าและเจ็บ

ความรักมักมีเรื่องของจังหวะมาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ อาจเป็นพระเจ้าหรือโชคชะตาที่สร้างจังหวะให้กับคนเรา เราอาจพบคนที่ใช่แต่ผิดวันเวลา , เราอาจพบใครบางคนที่ไม่คิดว่าจะใช่ แต่เขาเข้ามาในเวลาที่เหมาะสม , เราอาจเป็นคนที่ใช่ของใครบางคนในเวลาที่เราอยู่กับใครอีกคนแล้ว ฯลฯ จังหวะเป็นสิ่งที่เรากำหนดไม่ได้ แต่ ความรักไม่ใช่แค่เรื่องของจังหวะอย่างเดียว เพราะ ไม่ว่าจังหวะจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อย่างไร แต่คนที่เลือกฉวยโอกาสนั้นคือตัวเราเอง


บางครั้งเราไม่อยากปล่อยให้รักนั้นต้องจากเราไป ไม่ใช่เพราะเรายังรัก แต่เพราะเราไม่อยากสูญเสียความรักที่เราเคยครอบครอง

ความรักและความทรงจำ : บางครั้งเราคิดว่าเราอยากจะลืมเพราะมันเจ็บปวด แต่ความจริงที่ทำให้เราเจ็บปวดยิ่งกว่า คือ ความจริงที่ว่า เรากำลังจะลืมสิ่งเหล่านั้นมันไปจริงๆ

การรักใครสักคนเป็นสิ่งสำคัญในองค์ประกอบของความรัก ในขณะเดียวกัน การถนอมหัวใจคนที่รักเรานั้นก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ภาษา ไม่ใช่อุปสรรคขวางกั้น ความรัก เราใช้คนละภาษาพูดแต่หากเรามีภาษาใจร่วมกัน ความรักก็เกิดขึ้นได้ระหว่างเราสองคน

เคยสังเกตมั้ยว่า หากความรักนั้นยังเป็นความสุข ไม่เกิดความเจ็บปวด เรามักจะเคยชินแต่การมองความรักไปข้างหน้าโดยไม่ค่อยหันย้อนกลับมาดูข้างหลัง จนเมื่อความรักมาถึงทางแยก ถึงจุดสิ้นสุด เราจึงเริ่มที่จะมองย้อนหลัง มองกลับไปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับการเดินทางที่ผ่านมา กว่าจะสาวปมด้ายหาเพื่อสะสางบางครั้งมันก็สายเกินไปเสียแล้วที่จะจัดการ

เราไม่จำเป็นต้องตัดสายใยความสัมพันธ์ในอดีตให้ขาดสะบั้น เราไม่จำเป็นที่จะต้องลืมความทรงจำของความรักดีๆที่มีร่วมกัน เพียงแต่เรานั้นมิอาจใช้ชีวิตในปัจจุบันด้วยลมหายใจของอดีตได้เท่านั้นเอง เรื่องราวความรักของคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันแต่ยังมีความรักที่ติดหล่มอยู่ในอดีต

ในวันที่มีผู้คนมากมาย ในวันที่คนรอบข้างตัวเราล้วนวุ่นวาย ท่ามกลางคนเหล่านั้น เราไม่รู้ว่าตัวเราเองอยู่ตรงไหน ไม่รู้ว่าเราเองกำลังทำอะไร และไม่รู้ว่าเราจะเดินต่อไปในทิศทางใด มีคนใกล้ชิดมีคนรักแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองยังรู้สึกอ้างว้างไม่มีคนเข้าใจ รู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังติดอยู่ในร่องหลืบของกาลเวลา

ความรักกับการสูญเสีย : การที่ใครคนหนึ่งไม่ได้อยู่ตรงที่เดิม ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีเขาอีกต่อไป ความทรงจำที่เราเคยมีกันและกัน จะทำให้มีเธออยู่เคียงข้างฉันตลอดไป

ความรักนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายภายใต้ช่วงเวลาสั้นๆ แต่การรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนยาวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะความรักบางครั้งไม่ต้องทำอะไรมันก็ปะทุขึ้นได้โดยอัตโนมัติ ส่วนความสัมพันธ์นั้นหากมีปัญหาแล้วอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรมันมีแต่จะแย่ลงเรื่อยๆ

เหตุผลที่มันอยู่เหนือความถูกผิด ความกลัว ความตาย นั่นคือ ความรักที่มีต่อคนอีกคนหนึ่ง และความรู้สึกที่อยากอยู่ด้วยตลอดไป

ในเวลาที่แก้วที่ใส่ความรักของเราพร่องความรักไป เราพยายามที่จะดึงใครสักคนมาเติมเต็มความรักนั้น โดยมิได้ตระหนักว่าสิ่งที่เราทำอยู่เป็นการทำเพราะความรัก หรือ เป็นการทำเพื่อสนองเติมเต็มความรู้สึกที่มันพร่องไป

เมื่อความรักถูกแกะเปลือกออกให้เห็นแต่ละชั้น เห็นนิยามรักที่แตกต่างกันของแต่ละคน บ้างเห็นความรักเป็นการแข่งขัน บ้างเห็นความรักเป็นpassion บ้างเห็นเป็นการพึ่งพิง ฯลฯ

ความรักก็เหมือนกับต้นไม้ มันเริ่มต้นจากต้นกล้าต้นเล็กๆที่คนสองคนร่วมกันทะนุบำรุงดูแลมันขึ้นมาจนกลายเป็น ต้นไม้ต้นใหญ่ แต่ก็ใช่ว่า ต้นไม้ต้นใหญ่นี้มีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง มันยังต้องการการดูแลรดน้ำอยู่ทุกวี่วัน เพราะต่อให้ต้นไม้นั้นสูงใหญ่เพียงใด หากขาดซึ่งการเอาใจใส่ดูแล สุดท้ายก็ต้องแห้งเหี่ยวตายในที่สุด ความรักก็เป็นเฉกเช่นเดียวกัน


นายสมชาย รู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรงคิดว่า ตัวเองขาดเกลือแร่ กินอะไรก็ไม่ดีขึ้น อยากได้วิตามินดีๆฉีดเข้าเส้นเลือด

ไปหาหมอคนแรกให้ยามากิน กินแล้วก็ไม่ดีขึ้น บอกให้ฉีดยาแต่หมอไม่ฉีดเพราะคิดว่าไม่จำเป็น

ไปหาหมอคนที่สอง หมอฉีดน้ำเปล่าแต่บอกว่า นี่คือ วิตามินชั้นดี

จะมีประมาณ สามสิบคนในร้อยคนที่บอกว่า "อู้วว้าว ยาหมอนี่สุดยอดจริงๆ"

ทั้งที่มันเป็นเพียงน้ำเปล่า

นั่นคือตัวอย่างของ Placebo effect ซึ่งมีอยู่จริงในทางการแพทย์

เป็น 'ความรู้สึกดีขึ้น ทั้งที่จริง ในระบบร่างกายจริงๆยังแย่อยู่เหมือนเดิม'

... ส่วนใหญ่มักจะมาจาก ความเชื่อ หรือ ความศรัทธา ความหวังที่ตั้งไว้ เช่น เป็นโรคมะเร็งสุดท้ายกินยาก็รักษาไม่ได้ อาการทรุดลง ไปพึ่งหมอผีที่ใช้ ใบมะขามเป่าลม บอกว่าเป็น ยาสุดยอดดดด เสียงร่ำลือว่าที่นี่ รักษาหายหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์

จะมีส่วนหนึ่งที่ไปแล้วรู้สึกดีขึ้น แล้วโยนยาของหมอทิ้ง เพราะคิดว่าจะหายจากหมอผี แต่สุดท้ายแล้ว ก็ตายอยู่ดี ซึ่งก็จะคิดว่า

เพราะหมอผี เราถึงอายุยืนได้จนป่านนี้ ทั้งที่จริง ถ้ากินยาหมอเดิมต่อก็อาจได้นานกว่านี้เสียด้วยซ้ำ

... อาหารเสริมบางประเภท ดีจริง แต่ ถามว่า ดีต่างจากกินอาหารปกติมั้ย ก็เปล่าเลย แต่ ด้วยเสียงบอกเล่า การฟังงานวิจัยที่บริษัทตัวเองทำขึ้นมา งานวิจัยที่เอาอาหารเสริมตัวเองไปเทียบกับน้ำเปล่าที่ไม่มีสารอาหาร หรือ คำโฆษณาเชิดชูสินค้า ทำให้เราอยากลอง และพอลองแล้วดีขึ้น ก็จะคิดว่า มันดีจริงๆ ทั้งที่จริงแล้ว อาจเป็นแค่ Placebo effect ซึ่งมาจาก เสียงร่ำลือที่ได้ยินเข้าหูบ่อยๆโดยไม่รู้ตัว

... Placebo effect ในทางการแพทย์นี้เองจึงทำให้ กลุ่มธุรกิจที่หวังประโยชน์จากความสิ้นหวังของคนไข้ ผลิตสินค้ามาหลอกลวง ว่ากินแล้วดี กินแล้วหาย ซึ่งก็มีจริงที่ส่วนหนึ่งหายจาก Placebo effect แต่ความจริงแล้ว ถ้ากินยาเดิมต่อก็หายได้หรืออยู่ได้นานกว่าเสียด้วยซ้ำ


... ในเชิงสังคม ถ้าเราเรียนไม่รู้เรื่อง แล้วมีคนบอกว่า ครูคนนี้สุดยอดฉลาดปานไอน์สไตน์ใครไปเรียนแล้วจะไอคิวคูณสองแทบทั้งสิ้น

เราไปเรียนอาจรู้สึกว่า "อูววว รู้เรื่อง สุดยอดจริงๆ"

แต่พอกลับมาสอบ "อะไรว้า ทำไม่ได้เหมือนเดิม"

นั่นแล ก็ Placebo effect





ปักษ์แรก พฤศจิกายน


Hot Fuzz(DVD)
เขาว่า : หนังคอมิดี้ที่ดีที่สุดของปี
ผมฯว่า : ไม่ใช่แค่ฮา แต่ฝีมือการกำกับที่เก่งกาจกับบทชั้นเยี่ยมทำให้หนังออกมา ‘โคตรเจ๋ง’



Reign over me(DVD)
เนื้อหา: Post 9/11 กับ มิตรภาพและความพยายามเยียวยาจิตใจ
เขาว่า : ฟูมฟาย เยิ่นเย้อ
ผมฯว่า : มิตรภาพในหนังเกือบเป็น 'เพื่อนกูรักมึงวะ' แต่หนังรักษาระดับให้อยู่ตรงความพอดี อารมณ์หนังนุ่มนวลชวนยิ้มชวนเศร้า ดูจบแล้วอบอุ่นแม้ลมหนาวจะพัดผ่าน



Breaking and entering(DVD)
เขาว่า : งานมือตกของผกก. English patient ที่น่าเบื่อหน่าย
ผมฯว่า : หนังรักที่มีความเป็นผู้ใหญ่ในตัวสูง ว่าด้วยความสัมพันธ์ที่อินและจี๊ดที่สุดเรื่องหนึ่งของปี



Surf’s up(film)
สารคดีล้อเลียนที่ฮาน่ารักชะมัดยาด ข้อคิดดีๆแฝงเพียบ



Smallroom 006 - Flipper's Player(music)
เก๋ไก๋ เปรี้ยว น่ารัก เหมาะกับฟังหน้าหนาวพร้อมๆ Friday

Starpics ปกการ์ตูน(magazine)
ข้อมูลการ์ตูนอัดแน่น เนื้อหาน่าอ่าน ไอเดียดี



Filmax ปก I am legend (magazine)
เรื่องหนังเข้มข้น ลงตัวเสียที หน้าปกสวยเรียบ





Create Date : 09 ธันวาคม 2548
Last Update : 1 มกราคม 2552 0:49:28 น. 7 comments
Counter : 826 Pageviews.

 
อยากดู The Descent ค่ะ พรุ่งนี้ว่าจะไปดูอยู่เหมือนกัน


โดย: @opal@ วันที่: 9 ธันวาคม 2548 เวลา:9:47:16 น.  

 
คุณ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" อยู่ใกล้เซนจูรี่เหรอ เหมือนเราเลย

ใกล้ที่ทำงานเราน่ะ


ถ้าเป็นสัปดาห์สยองจริงๆ เราก็คงไม่ได้ดูซักเรื่องแหละ


นานะกับเด็กโต๋ก็ยังไม่ได้ดูเลย อยากเบี้ยวแม่ไม่กลับบ้านเจงๆ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 9 ธันวาคม 2548 เวลา:10:43:31 น.  

 
^
^
อย่าพลาดนานะเชียวนะครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 9 ธันวาคม 2548 เวลา:12:36:27 น.  

 
ไล่เก็บมาได้ 2 เรื่อง ยังเหลืออีก 2 ก็คือ สงสัยไม่เกิน วันหยุดนี้แหละ คงจะเก็บได้หมด ฮิๆ Descent /The Exorcism of Emily Rose


โดย: merf1970 (merf1970 ) วันที่: 9 ธันวาคม 2548 เวลา:12:52:43 น.  

 
555

นั่นสิครับ จะไปไหนดี

สนธิ หรือ สยามพารากอน



โดย: Marvellous Boy วันที่: 9 ธันวาคม 2548 เวลา:14:19:10 น.  

 
จ่ายค่าบริการเป็น 1 โหวต กับ 1 comment แล้วนะค่ะ


โดย: ปอ (Michiyo ) วันที่: 9 ธันวาคม 2548 เวลา:15:14:47 น.  

 
,nm,


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 31 ธันวาคม 2549 เวลา:15:53:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
9 ธันวาคม 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.